❀ ดอกไม้ลลิล | chanbaek

ตอนที่ 8 : ❀ ดอกไม้ลลิล : บทที่แปด

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8,176
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,149 ครั้ง
    10 พ.ย. 62






บทที่ 8

กาดำสีเลือด

 

 



เมื่อนภารุ่งสางมาเยือน รินจึงรีบตื่นมาต้อนรับ ร่างบางถอนหายใจเบา ๆ ค่ำคืนน่าหวาดหวั่นได้ผ่านไปแล้ว เพราะไม่ชินที่หรืออย่างไร รินถึงได้หลับ ๆ ตื่น ๆ และเอาแต่ควานมือหาคนข้างกาย แต่กลับว่างเปล่า

 

บอกกับตัวเองทุกครั้งที่ลืมตาว่าท่านผู้นั้นไม่ได้นอนในห้องนี้

 

เขาจัดการเล็มปลายผมสีดอกเดซี่ขาวสะอาดที่มันไม่เท่ากันทีละช้า ๆ ภายในหัวมีหลายความคิดตีกันให้วุ่นวาย และบางความคิดก็กล่าวโทษที่รินดื้อรั้นไม่ต่างจากที่เชียนตำหนิ เขาไม่คิดว่าการเป็นลลิลจะถูกทำให้แปลกแยกออกจากคนธรรมดามากเช่นนี้ ถูกมองเหมือนตัวประหลาด และถูกยกยอให้สูงส่ง

 

ดวงตาสวยมองไปรอบ ๆ พินิจพิจารณาว่าบ้านหลังนี้เป็นของผู้ใด ของเชียนก็มิน่าใช่ มันหวาน และดูเป็นผู้หญิงเกินไปเกือบทั่วทุกมุม ไม่ว่าจะเป็นผนังบ้าน ถ้วยชาและจานชาม ผ้าม่านหรือพรมเช็ดเท้า ต่างก็ถูกตกแต่งไปด้วยลายดอกไม้ เว้นก็แต่บ้านนายพล บ้านที่สร้างให้เป็นหนึ่งเดียวกับต้นไม้ใหญ่ ข้างในมีแต่ของเล่นเด็กผู้ชาย หรือบางทีที่นี่อาจจะเป็นบ้านของจักรพรรดินี

 

รินเดินลงมาที่ห้องครัว เวลานี้ไม่มีใครตื่น ยกเว้นพวกทหารกะดึกที่ต้องถูกลงโทษเพราะเขา ดังนั้นรินเลยคิดว่าอยากจะทำอาหารเลี้ยงพวกเขา ที่ทั้งเหนื่อยเพราะงาน เหนื่อยเพราะแม่ทัพอารมณ์บูดง่าย และยังต้องมาเหนื่อยเพราะความดื้อรั้นของรินอีก

 

เสียงโครมครามปลุกให้สาวรับใช้ประจำบ้านตื่นก่อนเวลาอันสมควร พวกเธอยอมแพ้ให้กับเสียงตะหลิวกระทบหม้อ และเสียงจานกระทบโต๊ะ ดันทุรังเปิดเปลือกตาให้อ้าออกไปดูว่าใครกันที่ตื่นมาทำอาหารแต่เช้าขนาดนี้

 

บรรดาสาวใช้ต่างเกาะประตูแอบดูรินลงมือทำอาหารมื้อใหญ่โต ไม่รู้ว่าจะเผื่อสักกี่หมู่บ้าน ที่ไอลาห่างไกลจากวัฒนธรรมหรือค่านิยมของชาวดิเซนเนเซีย ไม่แปลกที่พวกเขาจะไม่รู้จักรินที่เป็นดอกไม้ลลิล พวกเขารู้เพียงแค่ว่า รินเป็นขององค์รัชทายาทลำดับที่สอง

 

“สวยมากพวกเจ้าเคยเห็นใครมีเส้นผมสีขาวบ้างไหม ทำไมช่างแปลกตายิ่งนัก”

“ตั้งแต่เกิดมา ข้าก็เพิ่งเคยเห็นนี่แหละ”

“ก็เพราะนางเป็นดอกไม้ลลิลน่ะสิเจ้าพวกบ้านนอก”

“ดอกไม้ลลิลรึ? มันคืออะไร เจ้ารู้อะไรมาน่ะแอนน์”

 

สาวใช้นามว่าแอนน์เชิดคางเล็กน้อย โดยมีสาวใช้อีกสองคนกรอกตาใส่ ด่าพวกเธอว่าเป็นสาวบ้านนอก นางเองก็เกิด และโตที่นี่เหมือนกันนั่นแหละ

 

“พวกทหารเล่าให้ข้าฟัง ว่าท่านรินน่ะเป็นดอกไม้ลลิลที่สวยที่สุดในบรรดาดอกไม้ทั้งหมด และพอท่านเชียนรู้เข้า จึงให้จักรพรรดิสู่ขอเป็นภริยาให้ กรี๊ด ข้าเขินจังเลย”

“ไม่จริงน่าแอนน์! เจ้าจะบอกว่าท่านเชียนตกหลุมรักท่านรินอย่างนั้นรึ แบบว่าท่านเชียนทำตัวเหมือนมนุษย์อย่างนั้นน่ะรึ?”

“ก็ใช่น่ะสิ!

 

สบตากันเสร็จก็พากันวี้ดว้ายตัวอ่อนราวกับโดนเจาะลม ถึงแม้พวกเธอจะอายุอานามเทียบเท่าเชียนหรือมากกว่านิดหน่อย แต่พวกเธอก็เห็นเชียนมาตั้งแต่เล็ก คอยดูแล และเป็นเพื่อนเล่นให้มาตลอด แม้บางครั้งจำต้องปลอมตัวเป็นชาย เพื่อให้เชียนเล่นด้วยก็ตาม

 

รินชะงักมือข้างที่ถือกระบวย เมื่อได้ยินเสียงเหมือนคนกรี๊ดลอยมา พวกสาวใช้รีบหลบกันใหญ่ แต่ไม่วายระริกระรี้ดีใจ ทำอย่างกะเชียนเป็นน้องชายในสายเลือด พวกเธอส่งสัญญาณว่าจะเสนอตัวไปช่วยรินในครัว อาหารจำนวนมากขนาดนั้น ทำคนเดียวไม่ไหวหรอก

 

“อรุณสวัสดิ์เพคะท่านริน”

“อ่าอรุณสวัสดิ์”

“เดี๋ยวหม่อมฉันช่วยนะเพคะ”

“เอ่อไม่ต้องก็ได้ขอรับ ข้าทำเองได้ ข้าควรทำเอง”

“เอ๋ขอรับหรือเพคะ?”

 

รินเลิกคิ้วแปลกใจ หรือพวกเธอจะสับสน ร่างบางหลุดขำหลังจากที่ได้อธิบายตัวตนให้พวกพี่สาวใช้ฟัง พวกเธอดูตกใจกว่าเดิมเมื่อได้รู้ว่าเขาเป็นชาย ไม่ใช่หญิงอย่างที่เข้าใจ และเอาแต่พึมพำว่าที่ดิเซนเนเซียมักมีอะไรที่พวกเธอคาดไม่ถึงเสมอ

 

“อาจจะเพราะหม่อมฉันไม่ค่อยได้ออกไปไหน เลยไม่รู้ว่าแผ่นดินนี้กว้างใหญ่เท่าใดแล้ว”

“ไม่เป็นไร ข้าเข้าใจ เข้าเองก็เพิ่งได้ออกมาจากตำหนักลลิลเพิ่งได้สัมผัสแผ่นดินนอกตำหนัก”

“ยินดีที่ได้พบนะเพคะ”

“ข้าก็เช่นกัน”

 

รินยิ้มรับ ในขณะที่ส่งจานอาหารให้ พวกเธอเข้ามาช่วยกันถึงสามคน เลยทำให้การจัดเตรียมเป็นไปอย่างรวดเร็วกว่าที่คิดไว้ พวกเธอเดินแจกจ่ายอาหารหอมฉุย ที่ทำให้ทหารหลายคนคอยลอบมองผ่านหน้าต่างบ้าน เพื่อเสาะหาต้นตอของกลิ่น จนในที่สุดกลิ่นแสนยัวยวนก็มาอยู่ในมือของพวกเขาแล้ว ช่างเป็นเกียรติเสียจริง ๆ ได้ทานอาหารฝีมือลลิลของท่านเชียนด้วย

 

“ออ้าว อาหารหมดแล้วหรือเพคะ?”

“หือ? พวกเจ้ายังไม่อิ่มหรือ”

“ไม่ใช่เพคะ พวกข้าหมายถึงไม่มีสำหรับท่านเชียนหรือเพคะ”

 

เฮอะ ทำไปเขาก็ไม่ทานหรอก

 

“นั่นหน้าที่พวกเจ้านี่”

“ท่านทำอาหารมากมาย เพียงเพราะปากท้องของพวกทหารเท่านั้นหรือเพคะ แล้วที่อยู่ข้างในครัวนั่น”

“ออันนั้นสำหรับข้า”

“ข้าไม่แน่ใจว่าท่านจะทานหมด”

 

พวกสาวใช้หันไปป้องปากขำเอ็นดูความปากแข็งของรินกันยกใหญ่ เราสนิทกันมากขึ้นหลังจากที่ใช้เวลาด้วยกันในตอนเช้า นาฬิกาไม้บนประตูโค้ง บอกเวลาที่เชียนมักจะตื่นเป็นประจำ หรือไม่ก็อาจจะกำลังเดินลงมาในไม่ช้านี้

 

รินยอมรับว่าอาหารที่ถูกแบ่งมาทำส่วนหนึ่งในห้องครัวนั้น เตรียมไว้สำหรับท่านแม่ทัพความดันต่ำ ถึงแม้จะมีความคิดอันน่าสงสารว่าเขาอาจจะเททิ้งก็ตามที แต่รินก็ตั้งใจเตรียมไว้ และกะว่าจะให้พี่ ๆ สาวใช้สวมรอยแทน เพราะไม่มีอะไรรับประกันว่าถ้าบอกว่ารินทำ อาหารพวกนั้นจะลงถังขยะหรือไม่

 

เขาเดินเลี่ยงสายตาล้อเลียนของพวกสาวใช้เข้ามาในห้องครัว เขาควรจะอุ่นอาหาร และชิงทานตัดหน้าไปก่อนที่เชียนจะลงมา มือเรียวคนซุปในหม้ออย่างเอื่อยเฉื่อย พลางคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยราวกับคนใจลอย จนไม่ทันได้รู้ตัวว่ามีใครคนหนึ่งที่ตัวเองคอยควานมือหากลางดึก ยืนพิงอยู่ที่ขอบประตู

 

“ทำอะไรอยู่น่ะ”

!!!

 

เมื่อคนใจลอยถูกดึงกลับโดยคนที่เป็นสาเหตุ ร่างทั้งร่างก็สะดุ้งโหยง มือของรินเผลอปล่อยกระบวยลงกะทันหันเพียงแค่ได้ยินน้ำเสียงทุ้มต่ำ และโชคร้ายมันดันไปเฉี่ยวโดนขอบหม้อร้อน ๆ ที่ไม่ต่างอะไรไปจากใบหน้าของรินตอนนี้

 

“เมื่อไรท่านจะเลิกโผล่พรวดพราดเข้ามาเสียที ข้าตกใจนะ!

“ข้ามายืนอยู่ตรงนี้นานพอที่จะตัดสินใจเรียกเจ้า”

“ขข้าใจลอยไปหน่อย”

 

เชียนส่ายหัว ตัวแค่นี้มีอะไรให้ต้องคิดมากนัก ร่างสูงเดินเข้าไปข้างใน ท่ามกลางอากัปกิริยาเงอะงะที่แผ่ออกมาเต็มที่ว่าทำตัวไม่ถูก แต่แล้วบรรยากาศพวกนั้นก็หายไป รินหันหลังกลับไปสนใจหม้ออาหารตรงหน้า พลันสายตาเฉียบคมก็หลุบต่ำมองที่มือสวย แต่ไม่ได้ทักถาม

 

“เจ้ามีอะไรจะบอกข้าหรือไม่”

 

คำถามของเชียนทำให้รินชะงัก ก่อนมือที่จับกระบวยจะคนน้ำในหม้อต่อ ร่างสูงเดินไปหยุดยืนอยู่ข้าง ๆ พิงสะโพกเข้ากับขอบเคาน์เตอร์ และกอดอกรอคำตอบของคนตรงหน้าอย่างใจเย็น รินหายใจติดขัด ไม่เคยชินเสียทีเวลาโดนอีกฝ่ายสำรวจ ใจหนึ่งเขาอยากบอกเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อวานนี้ อีกใจหนึ่งก็ไม่อยากเพิ่มภาระให้ ความลังเลเพราะอยากเชื่อฟังเกิดขึ้นไม่บ่อยนัก รินจึงไม่อาจรู้ได้ทันทีว่าจะทำอย่างไร

 

“ข้าไม่มี”

 

ร่างบางหันหลังแล้วออกเดิน เขาอยากหนี การตอบคำถามทั้งที่โดนจ้องอยู่มันยากกว่าที่คิดไว้ ความใจเย็นของเชียนเหมือนจะสามารถรีดทุกอย่างออกมาจากตัวของรินได้ ฝ่าเท้าก้าวได้ไม่เท่าไร ข้อมือเล็กก็ถูกฉุดเอาไว้ และลากให้ถอยกลับมาที่เดิม

 

ร่างสูงปิดเส้นทางหนีของรินด้วยการยันสองมือเข้ากับขอบโต๊ะ ระดับความเตี้ยของโต๊ะทำให้ต้องย่อตัวลงมา ซึ่งมันพอดีกับใบหน้ารินราวกับคิดมาแล้ว คนตัวเล็กในช่องว่างตื่นตนกชัดเจนเสียจนเจ้าป่านึกขำในใจ

 

ครั้งที่เท่าไรแล้วที่เชียนสามารถปราบพยศรินได้สำเร็จ

 

“ทท่านจะทำอะไร! ถอยไปนะ!

“ก็จนกว่าเจ้าจะบอกข้า”

“ไม่มี! ข้าบอกท่านไปแล้ว”

“แน่ใจรึ?”

 

เชียนถูกรินหันหลังใส่กี่ครั้งแล้วในวันนี้

 

ผมสีสวยที่มาพร้อมกับกลิ่นหอมตีเข้าเต็ม ๆ ที่ใบหน้า ออกไปไหนก็ไม่ได้ ทำได้แค่หันหลังหนีซ้ำแล้วซ้ำเล่า รินบีบมือตัวเองแน่น หัวใจเต้นแรง และรัวเมื่อสัมผัสได้ถึงลมหายใจแผ่วเบา ไม่รู้สึกตัวเลยว่าเชียนอยู่ใกล้เขาขนาดนี้แล้ว

 

“ผมเจ้า

“เมื่อวานนี้มันยังไม่เท่ากันอยู่เลย”

นี่ท่านสนใจเพียงจุดเล็ก ๆ ของข้าด้วยงั้นรึ”

“เป็นเพราะนิสัยข้า ไม่ใช่เจ้า”

 

เฮือก!!

 

ไหล่เล็กแข็งทื่อ เมื่อเจ้าของเสียงวางคางลงที่ไหล่ขวา ลมหายใจที่ได้ยินเพียงแค่แผ่วเบา บัดนี้ได้ยินชัดขึ้นโดยไม่ต้องร้องขอ เชียนกำลังเล่นตลกอะไรอยู่กันแน่! วูบหนึ่งที่เหมือนหยุดหายใจไปแล้ว แต่ก็กลับมามีสติได้ใหม่ในตอนที่เชียนหายใจออก

 

“ท่านคิดจะทำอะไร”

“มีวิธีเป็นพันอย่างในการรีดทุกอย่างออกจากปากศัตรู”

อึก”

“ถ้าเจ้าไม่รีบบอก ข้าเองก็ไม่รู้ว่าต่อไปจะเป็นวิธีไหน”

 

รินหลับตาปี๋ จับสัมผัสได้ว่าร่างสูงถอยออกไปแล้ว พอเห็นว่ามีโอกาส จึงรีบสาวเท้าวิ่งออกจากตรงนี้ทันที เสียงตึกตักของฝีเท้าดังพอ ๆ กับเสียงหัวใจที่เต้นอยู่ กลัวเขาได้ยินเสียเหลือเกิน

 

ไม่รู้ว่าวิ่งออกมาถึงขนาดไหน รู้ตัวอีกทีก็หอบเหนื่อยเสียแล้ว รินหยุดพักหายใจกลางทุ่งหญ้าเตี้ย พอหายเหนื่อยแล้วเหมือนสติจะกลับมาครบถ้วน จู่ ๆ วิ่งออกมาแบบนั้นน่าขายหน้าเป็นบ้า เขายืนนิ่งงันเพราะไม่รู้ว่าที่นี่คือที่ไหน แต่อย่างน้อยก็อุ่นใจที่หันกลับไปแล้วเห็นบ้านพักอยู่ไม่ไกลเท่าไร

 

“ไคเซอร์”

 

เจ้าของชื่อเดินออกมาจากหลังต้นไม้ใหญ่ ลลิลคนไหนที่เอาแต่บ่นว่าไม่อยากให้ตามอย่างนั้นอย่างนี้ สุดท้ายก็หลวมตัวทำให้มันกลายเป็นส่วนหนึ่งเสียได้ เรียกเขาออกมาอย่างมั่นใจว่ายังไงไคเซอร์องครักษ์ประจำกายที่เชียนมอบให้จะต้องตามมาแน่ ๆ เห็นรินเป็นแบบนี้แล้วเขายิ่งอยากปกป้องเข้าไปอีก

 

“วิ่งไม่ดูทางเลยนะพะย่ะค่ะ”

“ข้าตกใจมากไปหน่อย”

“กระหม่อมว่าไม่”

 

รินค้อนใส่สายตากรุ่มกริ่ม อย่ามาทำเป็นรู้ดีหน่อยเลย ปาดเหงื่อตามหน้า และลำคอออกทีละอย่าง ปัดเสื้อผ้า และจัดแจงให้มันเข้าที่แก้เขินเสียหน่อย เจ้าเล่ห์กันทั้งตัวหัวหน้า และลูกน้อง รินไม่เคยคิดเลยว่าเชียนจะเป็นคนที่เป็นแบบนั้นเขาเคยเห็นแต่เชียนที่เป็นแม่ทัพมาตลอด ไม่เคยเห็นเชียนที่เป็นผู้ชายคนหนึ่ง ก็คือไม่เคยคิดว่าคนคนนั้นจะรู้จักการวางคางไว้ที่ไหล่คนอื่น

 

! เจ้าจะไปคิดถึงมันอีกทำไม!!

 

“แค่สองนาที แต่แสดงสีหน้าไปแล้วยี่สิบแปดแบบ ท่านนี่สุดยอดไปเลยนะพะย่ะค่ะ”

“ยุ่งอะไรกับหน้าข้ากัน!

“โว้ ไม่น่ารักเลยพะย่ะค่ะ”

“หหรอ ข้าขอโทษ”

“ฮึ”

 

ไม่ทันได้ถามว่าไคเซอร์หัวเราะเยาะอะไร ทหารนายหนึ่งก็วิ่งหน้าตั้งเข้ามาหา ทหารนายนั้นบอกให้ไคเซอร์พาตัวรินไปที่ลานขี่ม้าในตอนสาย เชียนจะรออยู่ที่นั่น ระหว่างนี้ก็ให้ไปจัดการตัวเองให้เรียบร้อย ได้ยินดังนั้นองครักษ์ผู้ซื่อสัตย์จึงคว้าแขนริน ก่อนเจ้าตัวจะวิ่งหนีไป ไคเซอร์น่ะจับตาดูรินมานานมากพอ ไม่มีทางที่จะหนีไปได้หรอก

 

“ทำไมท่านถึงจะหนีทุกครั้งที่ท่านเชียนเรียกด้วย”

“เพราะข้าอยากไปหาเขามากกกกกก!

“ไม่น่ารักอีกแล้วพะย่ะค่ะ”

“เรื่องของข้า!!

 
















 

หลังจากกระต่ายในกำมือวิ่งหนีไป เชียนจึงแยกตัวไปที่ห้องทำงาน เขานั่งคิดอะไรอยู่พักใหญ่ และเมินสำรับอาหารข้างโต๊ะเสียจนเย็นชืด กระทั่งเซพาร์เดินเข้ามา พร้อมด้วยของบางอย่างที่จะช่วยให้ความคิดของเขาเมื่อครู่นี้กระจ่างมากกว่าเดิม

 

“อย่างที่ท่านคาดการณ์ไว้ ข้าเจอมันที่ตลาด ไม่ใกล้ไม่ไกลจากที่เกิดเหตุ”

 

เซพาร์รับคำสั่งจากเชียนไปตั้งแต่พระอาทิตย์ยังไม่ขึ้น เป็นเพราะลางสังหรณ์ของท่านแม่ทัพนั้นแรงกล้า พาเหล่ากองทัพดักแผนของศัตรูอยู่หลายครั้ง ครานี้ก็เช่นกันองครักษ์เยือกแข็งเห็นเชียนมองอะไรสักอย่างบนน่านฟ้าเนิ่นนาน และจู่ ๆ ก็สั่งให้เรากลับบ้านพักทันที

 

คงมีอะไรสักอย่างที่มีแต่เชียนที่รู้

 

เมื่อไปถึงสถานที่ละแวกนั้น เซพาร์ได้ทำการสืบเสาะอย่างละเอียด ทั้งจากร่องรอยบนพื้น และจากปากของพวกชาวบ้านแถวนั้น การทำงานที่เป็นมืออาชีพ โดยมีประสบการณ์ตรงจากในสนามรบเป็นตัวขัดเกลา ทำให้การตามหาบางสิ่งที่เชียนอยากรู้ไม่ยากนัก เขาเจอขนของอีกาดำตกอยู่ที่ซอกหลืบร้านค้า ถ้าหากมองขึ้นไปจะเห็นว่ามันเป็นจุดที่ใช้เฝ้าสังเกตได้เป็นอย่างดี

 

“จะต้องมีใครสักคนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้”

“หวังว่าจะไม่ใช่คนที่ท่านคิด”

“หึ”

 

เชียนพิจารณาขนนกสีดำในมือด้วยสายตารังเกียจ และความรู้สึกขยะแขยง พวกมันเริ่มเคลื่อนไหวมาตั้งนานแล้ว และครั้งนี้เข้ามาใกล้มากขึ้นด้วย เสียดายที่พวกอีกาไร้น้ำยามันอ่อนแอ เลยทิ้งร่องรอยให้ตามได้อยู่ตลอด เหยียดยิ้มมุมปากสมเพชพวกมันในใจ ก่อนที่มือจะเลอะไปด้วยเลือดของขนนกที่ถูกหักเป็นสองท่อน

 

“ข้าจะถอนรากถอนโคนพวกมันให้อยู่อย่างไร้ตัวตนตลอดไป”

 

 

 
















ร่างเล็กถูกลากมาด้วยท่าทางอิดออด ใบหน้าหวานบูดบึ้งทันทีที่เห็นว่าเชียนยืนรออยู่ก่อนแล้ว ข้างกันนั้นเป็นม้าศึกตัวสูงใหญ่ ขนสีดำ และมีเหล็กสวมอยู่ที่เกือก ใบหน้าคุ้นตาอย่างกับว่าเคยเห็นมาก่อน หรือว่าจะเป็น

 

“มิลันธา”

เจ้ารู้จักชื่อนางด้วยรึ?”

“อเอ่อ ข้าเคยอ่านมา”

“ข้าไม่เคยอนุญาตให้ผู้ใดเขียนชื่อสัตว์ของข้า”

“ไม่ ข้าหมายถึง เชารี่บอกข้า”

 

เชียนทำหน้าสงสัย แต่ไม่ได้ถามอะไรอีก ร่างสูงพยักหน้าให้คนอื่น ๆ ออกไปรวมถึงองครักษ์ทั้งสองคนด้วย เดี๋ยวสิ อย่างนี้ก็หมายความว่าเหลือแค่ข้ากับเชียนแค่สองคนงั้นรึ ถ้าชายผู้นี้จะปิดปากข้าแล้วให้ม้าดีดข้าเข้าป่า ก็ทำได้โดยง่ายเลยสิ

 

“มานี่”

 

เชียนขัดรินที่พยายามส่งสายตาให้ไคเซอร์กลับมา แต่ไอ้เงาคนนั้นไม่แม้แต่จะหันมอง สิ้นหวังแล้ว หันกลับมาฝืนยิ้มรับชะตากรรม ที่ไม่รู้จะโดนปฏิบัติอย่างไรบ้าง รินเดินเข้าไปหาตามคำสั่ง ตกใจนิดหน่อยเมื่อมิลันธาสะบัดหัวไปมา

 

“ขึ้น”

ไม่”

“ขึ้นเดี๋ยวนี้”

“อย่าจับนะ!

“อย่ารั้นกับข้า”

“ข้าไม่ได้อยากรั้นกับท่านนะ แต่ข้าขึ้นไม่เป็น ข้าไม่เคยขี่ม้า”

“ข้ารู้”

 

รู้แล้วเหตุใดถึงยังบังคับข้าอีกเล่า รินงอปากขัดใจเมื่อรู้ว่าโดนแกล้ง พยายามหลบฝ่ามือของเชียนที่ยื่นเข้ามาจับ แต่รินจะไปสู้อะไรท่านผู้เก่งกาจได้ เขาถูกจับเข้าอย่างแน่นหนาที่ข้อมือข้างเดียวกันกับเมื่อเช้า เชียนรั้งร่างเล็กในมือให้เข้าไปใกล้ โดนดึงแบบนี้ทีไร รินต่อต้านไม่เป็นทุกที

 

“รู้แล้ว ๆ”

“หึ”

 

พอโดนลากเข้าไปใกล้จนกระทั่งเห็นใบหน้าทองคำนั่นชัดเต็มสองตา หัวใจและสมองก็ทำงานพร้อมเพรียงกันนั่นคือสั่งให้รินยอมแพ้ เขารู้ว่าตัวเองเริ่มหวั่นไหวมากขึ้นเรื่อย ๆ และเจ้าสิ่งนี้กำลังค่อย ๆ ลบใครบางคนที่อยู่มาก่อนแล้วออกไปทีละนิด ๆ กว่าจะรู้ว่าเขาคนไหนได้หายไป รินคงมีความรู้สึกใหม่ขึ้นมาแทน

 

“เหตุใดท่านถึงอยากให้ข้าขึ้นไปนัก”

“เจ้าขี่ม้าไม่เป็น”

“ใช่ ข้าบอกท่านไปแล้ว”

“นั่นคือเหตุผล”

“ท่านหมายความว่าอย่างไรเดี๋ยว?!

 

รอให้รินขึ้นเอง เห็นทีคงมิใช่ชาตินี้ เชียนเหยียบโกลนอย่างคล่องแคล่ว พลางยกร่างขึ้นคร่อมม้าศึกข้างกายแค่เสี้ยววินาที สายลมจากการขยับร่างกายพัดผ่านรินไปเพียงชั่ววูบ ร่างเล็กเงยหน้าขึ้นมองเจ้าของฝ่ามือใหญ่ที่ยื่นมาตรงหน้าทั้งสองข้าง

 

“ท่านคงไม่ได้คิดจะอุ้มข้าหรอกใช่ไหม”

“ข้าจะสอนเจ้าขี่ม้า”

“แต่ว่า

“เร็ว”

 

รินยอมเดินเข้าไปหาสองมือแกร่งคู่นั้น ก่อนที่ท่านแม่ทัพจะโมโหร้ายกลายร่างเป็นปีศาจแบบเมื่อวานเสีย เมื่อได้ตำแหน่งที่เหมาะสม เชียนจึงใช้มือทั้งสองนั้นสอดเข้าใต้วงแขน และยกร่างผอมบางให้ลอยขึ้นมาคร่อมม้าตัวนี้ การกระทำของเชียนดูง่ายดายจนรินเองนึกประหลาดใจ กำลังแขนของเขาเป็นสิ่งที่ดูถูกไม่ได้เลยทีเดียว

 

พื้นที่บนนี้แคบยิ่งกว่าที่คิด หลังของรินชิดกับแผ่นอกแกร่งอย่างไม่ต้องสงสัย เมื่อไรที่ม้าขยับ เขาก็ยิ่งรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นส่วนหนึ่งของความอบอุ่นนั่น เชียนเป็นคนเลือดร้อนขนาดไหนรินพอจะรู้คร่าว ๆ แล้ว เหตุการณ์เมื่อตอนเช้าย้อนกลับมาเป็นฉาก ๆ ขนาดเสียงลมหายใจยังติดมาด้วยเลย

 

“หลังตรง มองตรง ไม่ต้องเกร็ง”

“ท่านช่วยเอาหน้าออกไปหน่อยได้ไหม”

“เจ้าทำเหมือนกับว่ามิลันธาตัวยาวเป็นสิบเมตร”

 

ใช่ว่าเชียนอยากจะตัวติดนักหรอก แต่เพราะเขาเห็นว่าการขี่ม้านั้นสำคัญมาก ถ้าทำอะไรไม่เป็นสักอย่าง อย่างน้อยก็ควรมีวิชาขี่ม้าเอาไว้กับตัว สงสัยเขาคงต้องพูดคุยเรื่องนี้กับชุฌาเสียหน่อยแล้ว ไม่ใช่ออกมาจากตำหนักแล้วทำเป็นแค่ปรนนิบัติรับใช้

 

“ขยับบังเหียนเป็นสัญญาณให้ม้าเคลื่อนที่”

“ขขยับอย่างไร”

“ตีมันลงไปบนตัวม้า”

“ตีหรอมิลันธาจะไม่เจ็บรึ?”

“เจ้าจะตีแรงขนาดไหนกัน”

 

มือรินที่จับบังเหียนอยู่ก่อนแล้ว โดนมือคู่เดียวกันที่อุ้มเขาขึ้นมาบนนี้กุมซ้อนไว้ ก่อนจะขยับบังเหียนแสดงให้ดูเป็นตัวอย่าง และเมื่อมิลันธาเริ่มออกเดิน ความเขินอายที่มีจึงได้สลายหายไป เหลือเพียงความตื่นตาตื่นใจ เพราะเขาเพิ่งได้ขึ้นขี่ม้าเป็นครั้งแรก

 

ลลิลในอ้อมแขนนั่งเป็นธรรมชาติกว่าตอนแรกที่พาขึ้นมามากโข เรานั่งอยู่บนม้า และปล่อยให้มิลันธาเดินไปเรื่อย ๆ โดยไม่มีใครพูดอะไร

 

เส้นผมสีสว่างสะท้อนเล่นกับแสงแดด เป็นเงาของใบไม้ และเปลี่ยนลวดลายไปตามทางที่มิลันธาพาไป เชียนจดจ้องเงาบนเรือนผมตรงหน้า มองเลยลงมาเรื่อย ๆ จนกระทั่งถึงปลายผม เขาจำได้แม้ไม่ได้อยากจำว่าผมเรือนนี้ไมได้ยาวเท่าที่มันปลิวอยู่

 

เขาสงสัยจนเผลอสัมผัส

 

“อ๊ะ

 

รินไม่กล้าพูดอะไร เพราะเขารู้สึกได้ที่เอวว่ามือของเชียนยังคงจับไว้ ความคิดตีกันเป็นรอบที่สามหรืออาจจะสี่แต่ในเวลานี้ใครเขานับกันบ้างเล่า ร่างเล็กกลืนน้ำลาย พลางสูดหายใจรวบรวมความกล้า และตัดสินใจพูดมันออกมาเบา ๆ

 

“เมื่อวานข้าโดนพวกโจรป่าตัดผมไป”

….ยอมบอกข้าแล้วงั้นรึ”

“ท่านรู้อยู่แล้วหรือ?”

“ข้าจะไปรู้ได้อย่างไร”

 

ร่างสูงได้ยินเสียงถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก ใช่ว่าไม่รู้สักทีเดียว เขามองเห็นสิ่งผิดปกติบางอย่างบนตัวรินมาตั้งแต่เมื่อวานแล้ว แต่ที่ถามย้ำก็เพราะอยากรู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ บางทีสิ่งที่รินกำลังเล่า มันอาจจะต่อปริศนาที่เชียนกำลังสงสัยอยู่ให้เป็นรูปเป็นร่างได้

 

“เล่ามาสิ ข้าฟังอยู่”

ข้าแค่อยากไปเดินเล่นที่ตลาด ผ้าคลุมที่ท่านให้ข้ามา ข้าก็ใส่ปิดบังเส้นผมข้าแล้ว แต่เหมือนพวกมันจะรู้ว่าเป็นข้า”

“เจ้าคิดว่าพวกมันรู้?”

“ข้าก็ไม่รู้ แต่พวกมันประชิดตัวข้าไวมาก และดึงผ้าคลุมหัวข้าออก

“นั่นคือสิ่งแรกที่พวกมันทำรึ?”

 

รินพยักหน้า เขาจำเหตุการณ์นั้นได้แม่นยำ แม้มันจะเกิดขึ้นเร็วมากก็ตาม หากเขาไม่ได้คิดไปเองก็คงคิดว่าพวกมันตามมาตั้งแต่แรกแล้ว และเมื่อสบโอกาสจึงเข้ามาจู่โจมทันที แต่น่าแปลกที่ตัดไปแค่เส้นผม ราวกับรับคำสั่งมาแค่นั้น

 

“พวกมันรู้ได้อย่างไรว่าเป็นเจ้า

“แล้วมันตัดผมเจ้าไปทำอะไรกันแน่

“นั่นสิ”

“ถ้าแค่เจ้าโดนจู่โจมจากพวกโจรป่าวิตถารชื่นชอบเส้นผม แล้วเหตุใดถึงมีขนอีกาอยู่แถวนั้น

“ข้าก็ไม่รู้”

รู้นอกเหนือจากลลิลบ้างก็ได้นะ”

 

อ่ะตาบ้านี่ ไหงถึงมาแว้งกัดข้าได้เล่า รินสะบัดหน้าใส่ เส้นผมเลยคลอเคลียใบหน้าของเชียนไปอย่างไม่ตั้งใจ วูบหนึ่งที่ลมพัดผ่านพร้อมกลิ่นหอมลอยเข้าจมูก เชียนก็เหมือนจะเข้าใจพวกโจรป่าวิตถารขึ้นมาบ้าง

 

เราใช้เวลาไปกับการนั่งบนหลังม้ายาวนานไปเรื่อยเปื่อย พอขี่เป็นรินก็ชักติดใจเข้าให้แล้ว มิลันธาเป็นม้าศึกใจดีกว่าที่คิดเอาไว้ ตลอดทางที่ใช้เดินไปด้วยกันเรียกได้ว่านุ่มนวลกว่าขนมกลุ่มเมฆเป็นไหน ๆ แถมยังให้ความรู้สึกอบอุ่นใจ โดยเฉพาะแผ่นหลัง

 

“ถ้าเจ้าอยากให้ม้าวิ่ง

“ไม่ ข้าไม่อยากให้มิลันธาวิ่ง”

“เจ้าจะให้ม้าเดินหนีศัตรูงั้นรึ?”

 

เชียนเหนื่อยหน่าย สอนพวกทหารขี่ม้ายังไม่เหนื่อยเท่านี้ ร่างสูงทำให้ดู ประกอบกับพูดอธิบายไปด้วย ถ้าไม่ติดว่าสักวันหนึ่งรินอาจต้องใช้มัน เขาคงไม่เสียเวลามาสอนให้

 

ถึงแม้จะดูกล้า ๆ กลัว ๆ ซึ่งไม่รู้ว่ากลัวม้าหรือกลัวมิลันธาเจ็บ แต่รินก็ทำได้ดี ส่วนหนึ่งเพราะมิลันธาฉลาด ไม่จำเป็นต้องทำท่าทางพื้นฐาน ม้าตัวนี้ก็สามารถออกวิ่งได้เพียงแค่ออกคำสั่ง ตอนแรกเขาไม่คิดจะเอามิลันธามาสอนให้เด็กดื้อรั้นคนนี้ เพราะมิลันธาไม่เปิดใจให้ใครนอกจากเขา แต่พอเห็นลลิลคนนี้เรียกชื่อมิลันธาแล้วนางไม่กระฟัดกระเฟียดใส่ นอกจากจะสร้างความแปลกใจแล้ว ยังสร้างความไว้วางใจในตัวรินด้วย

 

“จะหยุดม้าวิ่งให้ดึงบังเหียนเข้าหาตัวช้า ๆ อย่ากระตุกแรงเด็ดขาด”

“ทท่านถอยห่างข้าทำไม”

“ข้าก็ถอยให้เจ้าดึงม้ากลับมาไง”

 

วูบหนึ่งที่คิดว่ารินตอนลนลานน่าขัน ทั้งที่ออกปากให้เชียนอยู่ห่าง ๆ ในตอนแรกแต่ตอนนี้กลับถามว่าจะถอยไปไหน รินหยุดม้าวิ่งได้สำเร็จ เชียนเองก็พลอยโล่งใจ และฉุกคิดขึ้นมาว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่

 

น่าขันเนี่ยนะ?

 

“ข้าทำได้!

“ข้าเห็น”

“มิลันธา เจ้าเก่งมาก! ขอบคุณมากนะ”

 

รินดีใจเกินเหตุ โถมตัวไปกอดคอม้าเอาไว้ พลางลูบไล้ขนของมิลันธาเบา ๆ ชื่นชมม้าแต่เจ้าของกลับละเลย ลืมไปหรืออย่างไรว่าคนที่ทำให้เจ้าขี่ม้าศึกตัวฉกาจนี้ได้คือเดี๋ยวนะ คิดบ้าอะไรอีกแล้ว

 

“พอแค่นี้ เจ้าลงไปได้แล้ว”

“เอ๊ะ เดี๋ยวสิ ข้าจะลงไปอย่างไร”

“กระโดดลงไป”

“ข้าทำเช่นนั้นได้รึ”

“ก็แค่ยอมเสียขาข้างหนึ่งไป”

เป็นบ้าอะไรขึ้นมาอีก” รินก่นด่ากับตัวเองเบา ๆ

 

ร่างเล็กเหยียบเข้าที่โกลนด้วยท่าทางงุ่มง่าม ขยับตัวอึกอักราวกับคนที่ตกลงกับตัวเองไม่ได้ สุดท้ายบุคคลใจร้อน และหงุดหงิดง่ายจึงต้องลงจากอานม้า และยื่นมือให้เหมือนเดิมกับตอนแรกไม่มีผิดเพี้ยน ต่างกันแค่ระดับสูงต่ำเท่านั้น

 

“โน้มตัวลงมา”

“ข้าลงเองได้”

“งั้นก็รีบลงมาสิ”

 

รินเห็นว่าเชียนลงจากอานม้าอย่างไร แต่น่าเสียใจตรงที่ทำเองมันไม่ง่ายเหมือนตาเห็น โกลนแกว่งมาก และมิลันธาเองก็ไม่ได้อยู่นิ่งเป็นรูปปั้น เขาไม่กล้าดึงหรือโยกตัวข้างใดข้างหนึ่งเหมือนอย่างที่เชียนทำ เหตุผลส่วนหนึ่งเพราะกลัวมิลันธาจะเจ็บ และถ้ามิลันธาเจ็บ นางก็จะวิ่ง หรืออาจจะเตะรินได้

 

“ท่านจะไปไหน!

 

รินตะโกนเรียกเชียนที่เริ่มเดินออกไปไกลแล้ว

 

“ท่านเชียน! ข้าลงไม่ได้!!

“ไหนเจ้าบอกว่าเจ้าลงเองได้”

“ข้าลงเองได้ ถ้าข้าลงเป็น”

 

จู่ ๆ เชียนก็เป่าปาก และมิลันธาก็เดินเข้าไปหาอย่างว่าง่าย ม้าตัวนี้จะฉลาดเกินไปแล้ว ร่างของคนหน้าบึ้งติดอยู่บนอานม้า ไปไหนไม่ได้ กระโดดลงมาก็ไม่กล้าอีก รินโน้มตัวลงมาให้ใกล้กับเชียนมากที่สุด แต่ดูเหมือนอีกฝ่ายกำลังหยอกล้อกับเขาอยู่ เพราะนอกจากจะไม่ยื่นมือออกมารับแล้ว ยังยืนยิ้มเยาะอยู่ด้วย

 

“ข้าจะพาเจ้าลง หากเจ้าให้สัญญากับข้า”

“สสัญญาอะไร”

“หลังจากนี้เจ้าต้องฟังคำสั่งข้า และห้ามขัดคำสั่งเด็ดขาด”

“ข้าดูเหมือนคนขัดคำสั่งท่านหรอ”

“เจ้าทำประจำ สมองเสื่อมรึ?”

 

รินหลบตาเพราะมันคือเรื่องจริง หลังจากโดนมาเป็นชุดเมื่อวาน เขาก็บอกกับตัวเองว่าต่อไปจะไม่ทำอะไรตามใจอีก อย่างน้อยเขาควรขออนุญาตจากเชียนก่อนเสมอ แม้ว่าข้าราชบริพาร และคนรับใช้ที่รินพบเจอจะดูเป็นมิตรทุกคน แต่เชียนก็พูดว่าไม่ให้เขาไว้ใจใคร

 

“ข้าสัญญา”

“สัญญาว่า?”

ข้าสัญญาว่าจะเชื่อฟังคำสั่งท่าน”

“และ?”

“และจะไม่ขัดคำสั่งท่านเด็ดขาด”

 

ว่าจบ เชียนก็อุ้มรินลงจากหลังม้าทันที เป็นการสัมผัสที่ไม่ได้อ่อนโยนหรือนุ่มนวลสักอย่างเดียว แต่เพราะเราสัมผัสกันนั่นแหละรินถึงได้แอบใจเต้นอยู่ด้านหลังเสื้อโค้ทสีดำอันกว้างใหญ่ ไม่แปลกที่เขาจะจมเข้าไปในอกนั่น

 

ก็ไหล่ท่านแม่ทัพกว้างขนาดนี้นี่นะ

 

ทหารนายหนึ่งวิ่งเข้ามาจูงมิลันธาไปที่คอก ตามด้วยไคเซอร์ และเซพาร์ที่เดินเข้ามาขนานข้าง รินส่งสายตาตำหนิไปให้องครักษ์ข้างกาย กล้าดียังไงทิ้งเขาไว้กับปีศาจตนนี้ โชคดีแค่ไหนแล้วที่รอดมาได้ แต่ไคเซอร์ก็เอาแต่ส่งยิ้มตาหยีมาให้อย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาว

 

“ที่พวกมันตัดผมเจ้าไปคงมีเหตุผล”

“ว่าไงนะ?! ท่านรินโดนใครตัดผม?” ไคเซอร์โวยวายด้วยความตกใจ

“พวกโจรกระจอก”

“เป็นเรื่องจริงหรือพะย่ะค่ะ ผมของท่านที่ยาวถึงบั้นท้ายเอ่อข้าหมายถึงมันยาวมาก ๆ” ไคเซอร์พูดตะกุกตะกัก เมื่อโดนสายตาวาววับจับจ้อง เชียนตวัดดวงตาคมกริบคู่นั้นมาอย่างไวเมื่อเขาพูดถึงคำว่า บั้นท้าย จนเซพาร์ต้องพูดเตือนในเวลาต่อมา

“ระวังปากเจ้าหน่อยไคเซอร์”

 

ที่น่าหวาดหวั่นนั่นก็คือมันเงียบสงบ แต่เมื่อไรที่รินออกไปข้างนอกไปในที่ที่ห่างไกลจากเขา เชียนจะรับรู้ได้ถึงคลื่นลูกใหญ่กลางทะเลลึกทันที ต้นตอเป็นพวกมันไม่ผิดแน่ เพราะทุก ๆ ครั้งที่เกิดเรื่อง เชียนจะเห็นอีกาบินอยู่เหนือหัว หรือหลังจากตรวจสอบจะพบขนของอีกาดำตกอยู่ ราวกับจงใจ

 

“ข้าคิดว่าอีกไม่นาน เราน่าจะได้รู้เหตุผลนั่น”

“ท่านจะบอกว่าเราทำอะไรไม่ได้ นอกจากตั้งรับงั้นสินะ”

“มันคงเป็นทางเดียว จนกว่าเราจะรู้ว่าพวกมันต้องการอะไรกันแน่”

 

แต่เชียนคิดว่าเขารู้ว่าพวกมันต้องการอะไร

 

ร่างสูงเหลือบมองคนตัวเล็กที่สุดในบรรดาคนทั้งหมด ลลิลเพียงหนึ่งเดียวทำหน้าฉงน เพราะฟังชายสามคนนี้คุยกันไม่รู้เรื่องสักอย่าง แต่หลังจากที่เซพาร์พูดแล้วเชียนหันมาทางเขา รินก็รู้สึกเหมือนเขาไม่ควรหันไป

 

เพราะคำตอบ อาจจะอยู่ในดวงตาคู่นั้น



#ดอกไม้ลลิล









Cavalry Black of the Household Cavalry

เรฟ มิลันธา

(cr. Claire Boggis)


ขอบคุณทุกฟีดแบคจริง ๆ ค่ะ อยู่ด้วยกันจนถึงตอนสุดท้ายเลยนะ

เป็นเรื่องที่แต่งสั้น ๆ ไม่ได้จริง ๆ ตอนนึงปาไปยี่สิบหน้าอัพตลอดเลย ถึงแม้ว่าจะจบประมาณ 15 ตอนขึ้นไป ก็ไม่คิดว่าหนังสือจะบางสักเท่าไรเลย5555555 

ขอบคุณที่ยังรออ่าน slow but sure คือโควทของเราสำหรับเรื่องนี้ไปแล้วค่ะ

ยังมีคนไม่รับรู้ถึงความงดงามของรินอยู่งั้นหรอคะ รีบพาเขามาค่ะ ของสวย ๆ งาม ๆ ต้องแบ่งกันชมนะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.149K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,818 ความคิดเห็น

  1. #2812 TONWANJA (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 8 มกราคม 2564 / 00:22
    บ้าหน่า นี่ข้าคิดอะไรอยู่ 55555555 ความไม่รู้ใจอะนะ
    #2,812
    0
  2. #2792 Pinkkaboo (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 7 กันยายน 2563 / 09:02
    ทำมาเปงเหมือนหวงงงง
    #2,792
    0
  3. #2774 5A5Ilene (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2563 / 23:15
    ต้องมีแอบหวั่นไหวบ้างแหละดูออก น้องรินน่ารักขนาดนั้น ใครมันจะไปทนใจแข็งไหว เนาะๆ ท่านเชียนเนาะ
    #2,774
    0
  4. #2751 Kyss (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2563 / 21:54
    น้องเนื้อหอมมาก รักษาไว้ให้ดีล่ะท่านเชียนนน
    #2,751
    0
  5. #2737 pbcy (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2563 / 15:49
    ก็หวงแหละ นี่แค่พูดเฉยๆนะค่ะ แค่กๆๆๆๆๆ
    #2,737
    0
  6. #2651 cb614jj (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2563 / 18:33
    รอท่านเชียนหลงน้องง
    #2,651
    0
  7. #2469 BYUNEE04 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2563 / 00:26
    ใครจะไปทนน้องได้นานน่ารักขนาดนี้TT ขนาดพี่เชียนยังเริ่มเป็นผู้เป็นคนแล้วเลยนะคะ55555
    #2,469
    0
  8. #2461 `CHANCHAN (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2563 / 16:33
    มีความหวง ห่วงกรุบๆค่า กี้ดดด 55555
    #2,461
    0
  9. #2430 Monieye Std (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2563 / 08:08
    ท่านเชียนอิจฉามิลันธาใช่มั้ยคะ ดูออกก
    #2,430
    0
  10. #2424 heyngne (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2563 / 05:57
    แหนนนนนน๊ ทำมาเปนจับผมลูกชั้นนะพี่เชียน น้องรินสวยล่ะซี่ๆๆๆๆๆ
    #2,424
    0
  11. #2380 kkrisme (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2563 / 11:21
    รินน่ารักขนาดนี้แม่ทัพจะใจแข็งได้อีกนานแค่ไหนน้าาา
    #2,380
    0
  12. #2274 PRAE.VV (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2563 / 18:14
    รินคือโคตรจะน่ารักกกกกกกกกกกก เอาไงท่านเชียน? ไม่รีบรับไว้ได้หายไปแน่!
    #2,274
    0
  13. #2102 WRCLSM (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 17 เมษายน 2563 / 13:04
    หลงรักรินนน น้วยหมดแล้ว
    #2,102
    0
  14. #1932 munkrishear (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 2 เมษายน 2563 / 22:38
    เขินนนนนนน ท่านเชียนเริ่มเปิดใจละใช่มั้ยล่า น้องน่ารักขนาดนี้!!
    #1,932
    0
  15. #1897 ออมม่า (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 30 มีนาคม 2563 / 19:53

    เกือบจะดีแล้วเชียว

    #1,897
    0
  16. #1856 Clarisse64 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 29 มีนาคม 2563 / 11:49
    แอแงงง เอ็นดูน้องกลัวมิลันธาเจ็บ
    #1,856
    0
  17. #1597 tales story (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2563 / 14:40
    ปมใกล้คลายแล้วสินะ ไม่ใช่ว่าคนที่มาตัดผมรินไปคือพวกเดียวกับส้มสามลูกใช่มั้ย
    #1,597
    0
  18. #1393 bemysunshine (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2562 / 14:13
    มีเงื่อนงำเข้ามาแล้ว สนุกมากเลยค่ะเอ็นดูความดื้อรั้นของริน เห้อ อกพี่เขากว้างจนอยากจะจมอยู่ในอ้อมกอดเลยใช่มั้ยละลูกกก อิอิ คนดี คงจะมีคนมุ่งร้ายกับเธออยู่ แต่ท่านเชียนต้องปกป้องเธอได้แน่ๆ
    #1,393
    0
  19. #1242 Monja264 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2562 / 03:21
    ทั้งเขินทั้งขำอะ5555555 ท่านเชียนอาจจะไม่รู้ตัว แต่ท่านมีอารมณ์ขันมากนะเพคะ55555
    #1,242
    0
  20. #1240 kunkyu (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2562 / 19:01
    พี่ค๊าาา ใจน้วยไปหมดแล้วว
    #1,240
    0
  21. #1237 Winter_butterfly (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2562 / 22:17
    เขินอ่ะ ฮือออ นั่งอ่านมานานมาก ชอบมาก ไรท์มาต่อเร็วๆนะคะ ส่งกำลังใจรัวๆ สู้ๆค่าา
    #1,237
    0
  22. #1233 Vampire Hunter (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2562 / 18:32
    อยากเห็นตอนท่านเชียนหลงรินแล้ว ฟิน ฟินเลือดหมดตัวแน่ๆ แอร้ 👉👈
    อยากอ่านต่อแล้วค่ะ มาอัพต่อน้าๆ •^•
    #1,233
    0
  23. #1232 513parkjeyo (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2562 / 14:48
    ทั่นเชียนเอาแล่วๆๆๆๆ
    #1,232
    0
  24. #1231 Seoky (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2562 / 04:34
    เหมือนจะเปิดใจแล้วนิดนึงรึเปล่านะ อยากรู้จังว่าใครเป็นเจ้าของส้มนั้น
    #1,231
    0
  25. #1229 ปาร์ค สติ๋น (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2562 / 12:00

    มิลันธาสวยมากกเลยยยยยยยแงงงงชอบบ55555555

    #1,229
    0