❀ ดอกไม้ลลิล | chanbaek

ตอนที่ 7 : ❀ ดอกไม้ลลิล : บทที่เจ็ด

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8,111
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,105 ครั้ง
    26 ต.ค. 62





บทที่ 7

ดินแดนแห่งชุมชน

 


 

หลังจากเหตุการณ์ร้ายแรงครานั้น เชียนได้มีคำสั่งให้หนึ่งในสององครักษ์ มาอารักษ์ขารินยี่สิบสี่ชั่วโมง เหล่าข้าราชบริพารลามไปยังสาวใช้ต่างตื่นตะหนกตกใจ และตั้งคำถามว่าเพราะเหตุใดกันหนา ท่านแม่ทัพผู้นี้ถึงยกองครักษ์ฝีมือดีข้างกายมาช้านานให้กับลลิลที่ตนไม่เห็นหัว

 

บรรดาสาวใช้ขี้คุยทั้งหลายแหล่ต่างก็ลงมติเป็นเอกฉันท์ ว่าเป็นเพราะท่านเชียนตกหลุมรักแล้วเป็นแน่ ถึงขั้นยอมเสียสละสิ่งที่ดีที่สุดในมือให้ ไม่เรียกว่ารักก็คงไม่ต่างจากเปิดใจ โธ่เจ้าพวกคนหลงทุ่งดอกไม้เอ๋ย เชียนเนี่ยนะจะคิดกับรินเช่นนั้น ตาแม่ทัพนั่นแค่ไม่อยากทำให้ตัวเองยุ่งยาก จึงส่งคนมาดูแลแทนตามแรงกดดันของจักรพรรดิต่างหาก

 

ตกหลุมรักอันใดกัน แค่หน้ายังไม่เห็นเลย จวนจะอาทิตย์หนึ่งแล้ว

 

“เลิกตามข้าเสียทีได้หรือไม่ไคเซอร์”

 

รินว่าอย่างหงุดหงิด ตั้งแต่เดินออกจากประตูห้อง เขาก็พบกับองครักษ์ผิวแทนผู้นี้ ยืนยิ้มทักทายอยู่หน้าประตู ราวกับรู้ว่ารินจะออกมา แต่งองค์ทรงเครื่องเสียเต็มยศแสนสง่า ไม่รู้ว่าท่านผู้นี้ตื่นเพลาเท่าใด ยันตกบ่ายก็ยังคงเดินตามต่อ ตาก็ไม่ได้บอดเหตุใดถึงไม่เห็นว่ารินไม่ชอบใจ

 

“กระหม่อมทำเช่นนั้นมิได้หรอกพ่ะย่ะค่ะ”

“เจ้าไม่เห็นหน้าข้ารึข้าอึดอัด!

“เดี๋ยวก็ชินพ่ะย่ะค่ะ”

“เฮ้อถ้าเจ้าจะไม่เลิกตามข้า ก็อย่าได้พูดคำว่าพ่ะย่ะค่ะต่อท้ายทุกประโยคได้หรือไม่?”

 

นอกจากการเดินตามจะทำให้อึดอัดชวนสำรอกแล้ว การพูดคำว่าพ่ะย่ะค่ะต่อท้ายตลอดการสนทนายิ่งทำให้รินมวนท้อง ในหัวมีแต่คำว่าน่ารำคาญน่ารำคาญเต็มไปหมด! แต่เหมือนไคเซอร์จะไม่เข้าใจจุดประสงค์ที่รินไม่ให้พูด ถึงได้ทำหน้างงงวยราวกับเด็กน้อยงุนงงก็ไม่ปาน

 

“เดิมทีลลิลถือศักดิ์เป็นถึงขุนนาง แต่ลลิลที่ถูกครอบครองโดยองค์รัชทายาทของแผ่นดินถือว่ามีศักดิ์สูงกว่านั้น ในที่นี้นั้นหมายความว่า ท่านรินคือขุนนางชั้นสูงที่ต่ำกว่าเชื้อสายของราชวงศ์เพียงขั้นเดียว ดังนั้น การใช้คำว่าพ่ะย่ะค่ะ จึงถูกต้องแล้วพ่ะย่ะค่ะ”

“งงั้นหรอ ข้าเองก็ไม่เคยรู้มาก่อนเลย

 

ลลิลเป็นถึงยศขุนนางเลยเนี่ยนะ ทั้งที่เป็นเด็กชาวบ้านธรรมดาแท้ ๆ แต่แค่ได้เข้ามาเป็นลลิล ก็มียศสูงศักดิ์ดั่งเช่นขุนนางเชียว อำนาจของตำหนักลลิลช่างกว้างใหญ่ยิ่งนัก ทำไมชุฌาถึงไม่บอกเรื่องสำคัญพวกนี้กันนะ

 

“ถึงอย่างนั้นก็เถอะ ข้าก็ยังยืนยันว่าไม่ต้องการให้เจ้าลงท้ายด้วยคำว่าพ่ะย่ะค่ะ”

“ทำเช่นนั้นไม่ได้จริง ๆ พ่ะย่ะค่ะ ถ้าหากท่านเชียนได้ยิน

“เจ้าจะไปสนคนที่ไม่กลับบ้านกลับช่องทำไมกัน!

 

ไคเซอร์ลอบยิ้มเมื่อลลิลตัวน้อยสะบัดหน้าและออกเดินไป ทำท่าง้องอนคนที่หายตัวไปไม่บอกไม่กล่าว จนป่านนี้จะเวียนมาบรรจบครบหนึ่งอาทิตย์แล้วยังไม่กลับมาเสียที องค์รักษ์ตัวสูงใหญ่เดินตามหลังร่างบางที่ใส่อารมณ์กับทุกฝีก้าว มือเล็กปัดป่ายพืชพรรณที่ย้อยเกะกะเส้นทาง ไคเซอร์แอบขำมองจากข้างหลังยังรู้ว่าหงุดหงิดแค่ไหน

 

นักรบฝีมือดีที่ตอนนี้ละดาบเพื่อมาปัดเถาวัลย์ให้ลลิลของเพื่อนสนิทเดินได้สะดวก รินชะงักไปเล็กน้อยเมื่อเงยหน้าเจอกับรอยยิ้มของไคเซอร์ โหดเลือดสาดแต่รอยยิ้มอบอุ่นประหนึ่งแสงจากดวงอาทิตย์ พวกปีศาจสวมหน้ากาก!

 

กึก!

 

จู่ ๆ รินก็หยุดกลางคัน ศอกจึงไปกระแทกเข้าเต็ม ๆ ที่หน้าท้องขององครักษ์ ไคเซอร์เลิกคิ้วสงสัยท่าทางของริน ก่อนจะเดินซ้อนหลังเข้ามาดูด้วยกันใกล้ ๆ พบว่าเป็นเชียนกับชาร์วิสนั่นเองที่กำลังเดินคุยกันอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากตรงนี้

 

มิน่าสีหน้าของลลิลดอกนี้ถึงได้ดีขึ้นกว่าเดิมมากนัก

 

“เป็นอย่างไรบ้าง ข้าได้ยินว่าพวกมันปะปนอยู่ที่ท่าเรือมิใช่น้อยเลย”

“กว่าข้าจะไปถึง เมืองทั้งเมืองก็เงียบสงบเพราะพวกมันฆ่าพวกชาวบ้านไปกว่าครึ่ง แต่น่าเสียดายที่พวกมันไม่มีโอกาสได้ฆ่าครึ่งที่เหลือ”

“เลวจริง ๆ !!

“ข้าจะส่งทหารไปคุ้มกันที่นั่นเพิ่ม เผื่อว่าจะยังมีพวกมันหลงเหลือเพื่อรอหนีไปกับเรือขนส่ง ส่วนเจ้าช่วยเตรียมเสบียงกับยารักษาโรค และลิทให้เพียงพอกับพวกชาวบ้านไปพร้อมขบวน”

“ได้ อ้อข้าได้ยินมาอีกว่าที่ไอลามีพวกโจรป่าเพิ่มขึ้นมากกว่าเดิมอย่างผิดวิสัย มะรืนที่เจ้าจะไปตรวจตรา ช่วยไปสืบเรื่องราวมาให้ข้าที”

“เข้าใจแล้ว”

“เจ้ารีบกลับไปหาลลิลของเจ้าเสียเถอะ ไม่รู้ว่าป่านนี้จะหายหงุดหงิดหรือยัง”

 

รินพอจะได้ยินบ้าง ไม่มากก็น้อย แต่ไอ้ประโยคพูดถึงตนน่ะได้ยินชัดเจนเลยเชียว ร่างเล็กก่นด่าชาร์วิสเบา ๆ ที่บังอาจมานินทาเขาให้เชียนฟัง ที่รินหงุดหงิดก็เพราะไคเซอร์ตามติดอย่างกับเงานั่นแหละ ไม่ใช่เพราะเหตุผลอื่นเสียหน่อย

 

“หึ เรียกมาถามตอนนี้เลยก็ได้นี่”

“หือ?”

“ออกมากันได้แล้ว เจ้าพวกไร้มารยาท!

 

รินสะดุ้งตัวโหยง ตรงข้ามกับไคเซอร์ที่แค่หัวเราะออกมาเบา ๆ นักรบผู้นี้รู้อยู่แล้วว่าการหลบระยะเท่านี้ซ่อนตัวจากสัญชาตญาณของเชียนไม่ได้ ไคเซอร์ก้าวออกมาจากหลังต้นไม้เป็นคนแรก โบกมือทักทายเพื่อนเก่าเพื่อนแก่ ก่อนจะเอี้ยวหลังไปคว้าตัวรินในขณะที่คนตัวเล็กกำลังจะหนีไป

 

“โอ๊ะโอ มีลลิลมารับถึงที่ด้วย อิจฉาจังแฮะ”

“ขข้าบังเอิญผ่านมาแถวนี้! พวกท่านเองก็คงจะบังเอิญ เราเราเลยเจอกันโดยบังเอิญ!

“ข้าก็ว่างั้น บังเอิ๊ญบังเอิญ” รินถลึงตาใส่ชาร์วิส คนบ้าอะไรยิ่งพูดยิ่งเหมือนจะฉุดให้ตกเหว

 

รินไม่กล้าสบตากับเชียนไม่รู้ทำไมเหมือนกัน อาจเพราะอีกฝ่ายหายไปนานเกินไป เขาเลยรู้สึกไม่ชิน ชาร์วิสยืนขำเป็นบ้าเป็นหลังก่อนจะขอตัวไปทำงานต่อ ส่วนไคเซอร์ก็โดนเชียนไล่ให้ออกไปก่อน เหลือเพียงลลิลตัวน้อยที่ยืนกำชายผ้าทำตัวไม่ถูกอยู่ผู้เดียว

 

“ชาร์วิสบอกว่า เจ้าหงุดหงิดตั้งแต่ที่ข้าหายไป เป็นเรื่องจริงงั้นรึ?”

“ไม่ใช่สักหน่อย! ข้าหงุดหงิดเพราะท่านสั่งให้ไคเซอร์ตามประกบข้าต่างหาก!

“หลังจากเหตุการณ์นั้น เจ้าก็น่าจะรู้ว่าแม้แต่คนในปราสาทก็ไว้ใจไม่ได้”

 

รินไม่เชื่อว่าลูน่าจะไว้ใจไม่ได้ อย่างน้อยลูน่าก็ยังวิ่งไปตามคนมาช่วย ถ้าต้องการทำร้ายรินจริง ๆ ก็น่าจะปล่อยทิ้งไว้ แล้วตนหนีไปก็ยังได้

 

“แม้แต่ท่านงั้นรึ?”

 

เชียนหันมาสบตาเนิ่นนานจนหัวใจแทบล่องลอย รินหลบตา เสมองนู่นนี่นั่น ไม่ให้หัวใจมันเต้นแรงไปมากกว่านี้ ยอมรับเลยว่าความหล่อเหลาของเชื้อพระวงศ์เข้มข้นมาก ไม่ว่าหญิงสาวหรือชายชาตรีหน้าไหนก็สามารถใจเต้นแรงได้ เพราะฉะนั้นการที่รินเป็นแบบนี้ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร

 

“มันก็ขึ้นอยู่กับเจ้า”

 

หมายความว่าอะไรกันนะ

 

รินรีบสาวเท้าไปให้ทันร่างสูงด้านหน้า ขายาว ๆ ก้าวไม่รอกันบ้างเลย เหมือนเชียนจะรู้ว่ามีมนุษย์คนหนึ่งกระหือกระหอบไล่ตามอยู่จึงได้ลดความเร็วลง ร่างบางแอบลอบมองเจ้าของตนเพียงหนึ่งเดียวอย่างเงียบ ๆ ชุดนักรบของจักรวรรดินี้ดูดุดันเนื่องจากมันเป็นสีดำ ตัดด้วยขอบสีทองบ้าง สีเงินบ้าง ซึ่งขับให้ผู้ใส่ดูสง่าและองอาจมากขึ้นกว่าเดิม รินเคยเห็นเซพาร์ใส่เป็นชุดโทนขาว สีนั้นก็สวยไม่ต่างกัน

 

“ทท่านกลับมาเมื่อไรกัน”

“เมื่อกี้”

“งั้นหรือ แล้วท่านจะไปไหนต่อหรือไม่”

 

ด้วยความที่ป่าก็รก เสื้อผ้าอาภรณ์ก็ยาวระเกะระกะ จึงทำให้ลลิลเดินตามอย่างทุลักทุเล ท้ายที่สุดเมื่อหางตาพบเจอแต่ความวุ่นวาย เชียนจึงหยุดเดิน และหันมารวบชายผ้าที่เริ่มเลอะสีของดินให้ลอยสูงขึ้นจะได้เดินสะดวก

 

จากนั้นก็ยัดก้อนผ้าพวกนั้นใส่มือเจ้าของ

 

ข้าก็นึกว่าท่านจะถือให้”

“เรื่องอะไรข้าถึงต้องทำเช่นนั้น”

“เรื่องที่ข้าเป็นลลิลของท่านล่ะมั้ง”

 

คำพูดของรินทำให้เชียนนิ่งเงียบไปเล็กน้อย ก่อนร่างสูงจะออกเดิน รินเดินง่ายกว่าเดิมเมื่อยกชายผ้าขึ้น เขาเดินตามเชียนมาเพื่อคุยเรื่องบางอย่างที่เพิ่งได้ยินมาเมื่อกี้ การอยู่แต่ในปราสาทมันทำให้รินเหงา ไม่มีใครพอจะคุยได้นอกจากเชารี่ มีบ้างที่ชิโอะจะเข้ามาคุยด้วย นอกนั้นก็ไม่มีใครกล้าคุยกับรินเลยสักคน

 

“ท่านยังไม่ได้ตอบคำถามของข้า”

“เจ้าถามข้าว่าอะไร”

“ท่านจะไปไหนต่อหรือไม่”

“เจ้าถามทำไม”

 

เราสองคนหยุดลงที่ลานกว้างหลังปราสาทอันเงียบสงบ เชียนไม่ยอมตอบคำถามของรินง่าย ๆ ซึ่งเป็นเรื่องปกติ วันไหนถามแล้วได้คำตอบเลยรินคงช็อคตาย ร่างเล็กจัดผมเผ้าและเสื้อผ้าให้เรียบร้อย ตอนเข้าไปไม่เห็นจะพัง ไหงตอนออกมาถึงเลอะเทอะได้ขนาดนี้

 

“ถ้าท่านจะไปไอลา ข้าขอไปด้วยได้หรือไม่”

“เอาเจ้าไปก็รังแต่จะทำให้ราชรถหนักขึ้นเท่านั้น”

“ท่านตัวหนักกว่าข้าอีก”

“ไม่ได้ เจ้าต้องอยู่ที่นี่”

“แต่ข้าอยากไป อีกไม่นานหน้าหนาวจะเข้ามาเยือนแล้ว ข้าอยากไปก่อนจะต้องกลับตำหนัก”

 

ใช่แล้วฤดูหนาวมาเยือนเร็วมากจนไม่ทันได้รู้ตัว และเมื่อเข้าสู่เดือนเหมันต์ รินจะไม่สามารถออกมาจากห้องในตำหนักลลิลได้จนกว่าจะเปลี่ยนฤดู นั่นจึงเป็นสาเหตุที่พอได้ยินเชียนกับชาร์วิสคุยกันว่าเชียนจะไปไอลา เขาจึงอยากติดสอยห้อยตามไปด้วย แม้เหตุผลทั้งหมดจะเป็นเพราะอยากไปเที่ยวอย่างเดียวก็ตาม

 

“แล้วใครอนุญาตให้เจ้ากลับตำหนักตอนไหนกันหือ?”

“ถึงท่านไม่อนุญาต ข้าก็ต้องกลับอยู่ดี”

“เจ้าคิดว่าเจ้าขัดคำสั่งข้าได้งั้นรึ?”

 

เมื่อเถียงไม่ได้เลยทำได้แค่เบือนหน้าหนี เชียนยกยิ้มพอใจ เขาไม่สนใจหรอกว่าลลิลคนนี้จะกลับตำหนักไปทำอะไร แต่ถ้าเขาไม่ให้กลับไป รินก็ออกไปจากปราสาทไม่ได้

 

“ให้ข้าไปเถอะนะ ข้าได้แค่อ่านจากหนังสือว่าเมืองไอลามีหน้าตาเป็นเช่นไร แต่ดูท่านสิได้ไปทุกที่ที่ท่านอยากไป คนที่หายไปเป็นอาทิตย์โดยไม่บอกไม่กล่าวมีสิทธิ์มาบังคับข้าด้วยหรอ”

“เจ้าจะโทษว่าเป็นความผิดข้างั้นรึ?”

“ก็ท่านเป็นคนบอกเองว่าแม้แต่ที่นี่ก็ไว้ใจใครไม่ได้ งั้นก็ให้ข้าไปกับท่านด้วยสิ”

 

เชียนขมวดคิ้วจนมันเป็นปมแน่น ร่างสูงคงไม่เคยโดนลูกอ้อนใครมาก่อน ถึงได้ทำหน้ากระอักกระอวนอยู่ในตอนนี้ บอกเลยว่าการเป็นลลิลลำดับที่สี่ไม่ได้ได้มาเพราะสวยอย่างเดียวหรอกนะท่าน

 

“ไม่ได้!

“ทำไมไม่ได้? หรือต้องให้ข้าร้องไห้ต่อหน้าท่าน?!

“ก็ลองร้องดูสิ”

 

เขาไม่บ้าจี้ร้องไห้จริง ๆ หรอก มันน่าขายหน้าจะตายไป หรือบางทีเขาควรจะไปขอร้องกับคนอื่นดู ถ้าเป็นเจ้าชายชาร์วิสจะยอมพูดให้ไหมนะ ชิโอะเชารี่ดูไม่น่ามีหวังเท่าไรเลย ก็เหลือแต่จักรพรรดิกับจักรพรรดินี

 

โธ่ถ้าความขี้กลัวมีให้น้อยกว่านี้คงดี

 

“ข้าไปทำงานไม่ได้ไปเที่ยว และข้าไม่คิดจะเอาเจ้าไปเป็นภาระให้ตัวเองต้องมาลำบากทีหลัง”

“ข้าจะไม่เป็นภาระ!

 

รินรั้งข้อมือหนาเอาไว้ก่อนร่างสูงจะเดินหนีไป ร่างเล็กจับข้อมือข้างนั้นเอาไว้แน่น และเดินเข้าไปหาใกล้ ๆ เขาเงยหน้าขึ้นสบตา เพื่อบอกผ่านทางสายตาว่ารินจะไม่ทำตัวให้เป็นภาระเด็ดขาด และวิงวอนตอนท้ายช่วยเห็นใจนกน้อยที่อยู่แต่ในกรงนี้ที

 

“ถ้าเมื่อไรที่การมีข้าอยู่ทำให้ท่านลำบาก

“ได้โปรดปล่อยมือข้า โดยไม่ต้องลังเล”

 

คำพูดของรินฟังดูน่าจริงใจเสียจนใจหาย เชียนเบือนหน้าหนี ก่อนจะถอนหายใจยอมแพ้ความดื้อรั้นที่ไม่รู้ว่ามีอยู่ขนาดไหนกัน ร่างเล็กชะโงกหน้ามองคนที่ตัวเองสูงกว่า มันเป็นท่าทางน่ารัก ๆ สำหรับไคเซอร์ที่แอบมองอยู่ไกลมากนัก ดูเข้ากันดีอย่างไม่น่าเชื่อขนาดนั้นแท้ ๆ

 

“ข้าปล่อยมือเจ้าแน่ ถ้ามันเป็นทางเดียวที่จะยุติปัญหาได้”

“ข้ารู้ ข้าเตรียมใจเอาไว้แล้ว”

 

ลึก ๆ แล้วเชียนอดชื่นชมในความปากดีใจกล้าของรินไม่ได้ แต่คำพูดก็คือลมปาก มนุษย์ทุกคนมักพูดและตัดสินปัญหาก่อนมันจะเกิดขึ้นจริงเสมอ นั่นคือเหตุผลที่สุดท้ายแล้วเราจะล้มเหลวและลืมวาจาที่ตัวเองได้เอ่ยออกไป

 





















 

 

และแล้ววันที่จะออกเดินทางไปไอลาก็มาถึง รินตื่นเต้นเป็นพิเศษที่จะได้ออกจากปราสาท ออกจากเมืองดิเซนเนเซีย เดินทางจากตำหนักลลิลไปไกลแสนไกล ถึงแม้ว่าประตูทางทิศใต้ของปราสาทจะเชื่อมต่อตรงไปยังดินแดนไอลา แต่ก็นับว่าไกลจากตัวเมืองมากนัก อย่างน้อยก็เดินทางกันเกือบวัน รินจึงเลือกเสื้อผ้าทะมัดทะแมงตามคำแนะนำของไคเซอร์

 

“ท่านรินเพคะ”

“มีอะไรหรือ?”

 

สาวใช้นามว่า เพนนี เดินยกกระโปรงเข้ามาใกล้เขา ที่ตอนนี้กำลังเก็บสมุนไพรอยู่หน้าปราสาทรอให้ถึงเวลาเดินทางไว ๆ เธอทำหน้าตาตื่นแบบแปลก ๆ เพนนีเป็นสาวใช้ที่คอยดูแลรินมาตั้งแต่แรก เขาไม่เคยเห็นเพนนีทำหน้าตาแบบนี้ ราวกับมีเรื่องชวนฉงนใจ แต่ไม่สามารถหาคำตอบได้ทันที

 

“ท่านอัครเสนาบดีเดินผ่านมาแถวนี้ จึงอยากพบท่านรินน่ะเพคะ”

“อัครเสนาบดี?”

 

รินเคยได้อ่านมาบ้าง แต่ไม่ได้รู้ลึกซึ้ง ยังไม่ทันได้หายสงสัย ใบหน้าของผู้ที่น่าจะถูกเรียกว่าเป็นอัครเสนาบดีคนสนิทเกือบที่สุดของจักรพรรดิก็เดินออกมาจากหลังต้นไม้ใหญ่ รินโค้งคำนับอย่างไม่รีรอ ดูจากหน้าตาแล้ว อายุอานามคงไม่แคล้วรุ่นลุงเป็นแน่

 

“สวัสดี ข้าเพียงแค่ผ่านมา จึงได้แวะมาทักทายเท่านั้น”

“เป็นเกียรติมากขอรับ”

“เจ้าช่างสวยสมคำร่ำลือซะจริง ๆ ไม่แปลกใจที่ใครต่อใครก็พูดถึงเจ้า”

“ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกขอรับ”

 

ได้ยินว่าอัครเสนาบดีของจักรพรรดิมีหัวการเมือง การปกครอง และการบริหารเป็นเลิศนัก ชาร์วิสเองก็ได้รับความรู้มาจากท่านผู้นี้เช่นกัน รินนึกว่าคนในตำแหน่งนี้จะดูมีอายุมากกว่านี้อีกสักหน่อย แต่ไม่เลยท่านผู้นี้ดูมีภูมิฐาน สง่าผ่าเผย และมีเค้าของความเล่ห์เหลี่ยม

 

“ผมของเจ้าสีแปลกตาแต่ก็สวยมากเหมือนกัน เจ้ามาจากแผ่นดินอื่นรึ?”

“กระหม่อมเป็นคนของลิเทียร์น่าขอรับ”

งั้นหรือ ข้าต้องไปแล้ว”

 

งานเขาคงจะยุ่งเป็นเรื่องธรรมดา ถึงได้คุยไม่เท่าไรก็ต้องกลับไปแล้ว รินเก็บสมุนไพรให้ครบจำนวนต่ออีกนิดหน่อย ก่อนจะนำทั้งหมดที่ได้ไปห่อใส่ผ้ากระสอบ เตรียมไปเผื่อฉุกเฉิน ที่เขาเลือกตื่นแต่เช้าตรู่ขนาดนี้ ก็เพราะว่ามีหลายสิ่งที่อยากทำ ก่อนจะออกเดินทาง

 

“ท่านริน ได้เวลาแล้วพ่ะย่ะค่ะ”

“เซพาร์ เจ้าช่วยถือสิ่งนี้ให้ข้าหน่อยได้หรือไม่”

 

องครักษ์หนุ่มมาดนิ่งกว่าไคเซอร์เป็นอย่างมาก เดินเข้ามารับกระเป๋าใบใหญ่ที่ถูกส่งมาให้ ร่างโปร่งคิดพิจารณาว่าลลิลคนนี้เอาสิ่งใดไปเยอะแยะมากนัก ทั้งกระเป๋าที่มือของเขา กระเป๋าที่ร่างเล็กถืออยู่ และมืออีกข้างที่มีตะกร้าสานเกี่ยวข้อแขนไว้ ยังไม่รวมกับพวกถุงเล็กถุงน้อยที่ห้อยอยู่กับด้ามจับกระเป๋า

 

“ท่านเอาสิ่งใดไปเยอะแยะนัก”

“ก็มีเสื้อผ้ามีของใช้ของข้า ส่วนนี่เป็นอาหารระหว่างทาง ข้าทำเผื่อพวกเจ้าด้วยนะ ส่วนที่เจ้าถืออยู่เป็นวัตถุดิบต่าง ๆ ที่ข้าพอจะหาได้จากในปราสาท ข้าไม่รู้ว่าท่านเชียนจะให้ข้าออกไปหาซื้อของที่ตลาดหรือไม่ เพราะงั้นข้าจึงต้องเตรียมเอาไว้ก่อน”

 

เซพาร์พยักหน้ารับช้า ๆ แม้จะอยากขัดสักแค่ไหนก็จำต้องปล่อยผ่านไป รินคงไม่เคยออกไปไหนจริง ๆ เราสองคนเดินตามกันมาจนถึงหน้าปราสาท มีราชรถหรูหรารออยู่ด้านหน้า พร้อมด้วยทหารขี่ม้ามากมายหลายคน การจะเดินทางทั้งทีจำเป็นต้องยิ่งใหญ่เพียงนี้เลยหรือ

 

“ริน!!

“ชิโอะ! เจ้าไปด้วยรึ?”

“ไม่เชิง พอดีข้าต้องไปดูฝายน้ำที่บาชูร่า และได้ยินว่าเจ้าจะไปกับท่านพี่ ข้าก็เลยขอติดไปเที่ยวด้วย แล้วถึงค่อยแยกไปน่ะ”

“ดีจัง!

 

บาชูร่าเป็นเมืองใต้สุดของลิเทียร์น่า อยู่ติดกับไอลา และม็อคการ์ด โดยพื้นที่ของบาชูร่าเกือบทั้งหมดเป็นแหล่งเพาะปลูกเพื่อปากท้องของประชาชน ชิโอะผู้เชี่ยวชาญเรื่องธรรมชาติ และเส้นทางจึงได้เป็นคนดูแลอย่างภาคภูมิใจ จริง ๆ แล้วก็ต้องให้พี่ชาร์วิสเข้ามาช่วยเรื่องบริหารด้วย ชิโอะน่ะแค่ผลิตออกมา แต่คนที่ควบคุม และกักตุนคือหัวเรืออย่างชาร์วิส

 

“พวกเจ้าสองคนน่ะถ้าจะไปวันนี้ก็ขึ้นมากันได้แล้ว”

“โดนดุซะแล้ว” ชิโอะหัวเราะ

“วันนี้อาหารเป็นรังแตนรึ ถึงได้อารมณ์ไม่ดีแต่เช้า” รินบ่นกระปอดกระแปด โดยมีชิโอะขำอยู่ข้าง ๆ

 

รถม้าออกตัวทันทีที่ชิโอะกับรินประจำที่นั่ง รินไม่เคยนั่งรถลากแบบนี้มาก่อน ดูลึกลับ และแข็งแรงกว่ารถลากที่เชารี่พานั่งเสียอีก กระจกถูกติดไว้สองข้าง เอาไว้มองเวลาเบื่อองค์รัชทายาทปากร้ายตรงหน้า ตอนแรกที่มองจากภายนอกนึกว่าข้างในจะเล็ก และอึดอัดมากกว่านี้ แต่พอได้นั่งกลับสบายกว่าที่คิด ไม่ได้กว้างขวาง แต่ก็มีพื้นที่ให้ไม่อึดอัด

 

ไคเซอร์กับเซพาร์ก็ตามมาด้วย แน่ล่ะพวกเขาสองคนเป็นถึงมือซ้าย และมือขวาของเชียน แม้อีกคนหนึ่งจะมาเป็นมือที่สามของรินไปแล้วก็เถอะ กำลังพลทหารที่เชียนหอบมาด้วยทำให้รินมีความกังวลเล็ก ๆ เหมือนจะมีเหตุให้ต้องใช้ทหารพวกนี้อย่างไรชอบกล

 

มือใหม่หัดออกจากบ้านมักจะมีความคิดร้าย ๆ แบบนี้เสมอ

 

“ข้าตื่นเต้นจัง ไม่เคยได้ไปเที่ยวต่างเมืองกับเพื่อนมาก่อน”

“ข้าก็เหมือนกัน” รินยิ้มให้คนยุกยิกเพราะความตื่นเต้นอย่างที่พูด

“ข้าเอาลิทมาเยอะแยะมากเลย เจ้าอยากได้อะไรก็บอกข้าได้นะ”

“เจ้าไม่ได้จะเอาไปใช้ตอนอยู่บาชูร่ารึ?”

“ก็ถ้าเจ้าไม่ขออะไรที่แพงมาก ๆ ข้าว่ามันก็พอนะ”

 

เชียนไม่ได้ใส่ใจบทสนทนาของคนวัยเดียวกันที่เพิ่งจะเคยมีเพื่อนเหมือนกันอีก เขานั่งดูแผนที่ของผังเมืองไอลาที่จะมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอด ครอบครัวนี้ย้ายบ้านที่ตรงนี้กลายเป็นแหล่งกบดานอะไรเทือกนี้ถือเป็นสิ่งสำคัญเวลาลงไปหาต้นตอ

 

แต่มนุษย์สองคนตรงหน้ากลับมาเพราะอยากเที่ยวเสียอย่างนั้น

 

“ลลิล”

? เรียกข้าหรอ?”

“ลลิลในนี้ก็มีแค่เจ้า”

“ข้ามีชื่อนะ”

“ข้าเองก็มีปากเหมือนกัน”

 

จะพูดว่าตัวเองจะเรียกคนอื่นเขาว่าอย่างไรก็ได้อย่างนั้นใช่หรือไม่? โธ่ ทำไมพวกสาวใช้ขี้คุยถึงไม่มานั่งฟังตรงนี้พร้อมกับข้านะ รินเบ้ปาก เขาผิดเองนั่นแหละที่มีชื่อ ท่านเชียนผู้สูงศักดิ์จะเรียกอะไรก็เรื่องของเขา ไม่ใช่กงการอะไรของรินเลย แม้มันจะเป็นชื่อของรินก็ตาม

 

“ท่านเรียกข้าทำไม”

“เจ้าไปพบกับใครมาเมื่อเช้า”

“ท่านถามเหมือนท่านไม่รู้ แต่ดันกำหนดเวลามาอย่างชัดเจนแปลว่าท่านรู้อยู่แล้ว ใยท่านถึงถามย้ำข้า”

“หน้าที่ของเจ้าคือตอบ”

 

เชียนกดเสียงลงต่ำ เล่นเอารินเงียบไป ไม่เว้นแม้แต่ชิโอะที่ลอบกลืนน้ำลายดังเอื๊อก ชิโอะเป็นคนกลัวพี่ชายคนนี้ของตัวเองไม่ต่างจากคนอื่น แต่เวลามีรินอยู่ด้วยกลับให้ความรู้สึกแตกต่างกัน หรือเป็นเพราะรินไม่กลัว เขาถึงไม่รู้สึกว่าพี่เชียนไม่น่ากลัวไปด้วย

 

“ท่านอัครเสนาบดี”

“เขามาทำอะไร?”

“ข้าไม่รู้ เขาบอกว่าเดินผ่านมา จึงแวะมาทักทายข้า”

“ผ่านมาเนี่ยนะ

“มีอะไรหรือ?”

 

เชียนส่ายหัว ก่อนจะโบกมือไล่ให้เขากลับไปคุยเล่นกับชิโอะต่อ รินบึนปากใส่ พอได้สิ่งที่ต้องการก็จะไล่ทันที นิสัยแย่เสมอต้นเสมอปลายจริง ๆ

 

นั่ง ๆ นอน ๆ จนกระทั่งถึงปลายทาง ที่แหล่งตรวจคนเข้าเมืองคลาคล่ำไปด้วยผู้คนมากมาย ดินแดนแห่งชุมชนคึกคักเหมือนดังหนังสือว่าไว้ ราชรถติดตราจักรวรรดิเรียกเสียงฮือฮาจากพวกชาวบ้านได้เป็นอย่างดี ก่อนหัวแถวจะพาเราแยกไปอีกเส้นทางหนึ่ง

 

จู่ ๆ เชียนก็โยนบางสิ่งมากองไว้ที่หน้าตัก รินแอบด่าในใจก่อนจะหยิบมันขึ้นมาดู เป็นเสื้อคลุมหัวครึ่งท่อน สีน้ำตาลแดงเข้มดูกลมกลืนไปกับพวกชาวบ้าน ส่วนเชียน และชิโอะก็ถอดเสื้อนอกออก เผยให้เห็นการแต่งกายบ้าน ๆ แต่กลับดูเลอค่ายังไงชอบกล

 

“ท่านให้สิ่งนี้กับข้าทำไม”

“ใส่ไว้อย่าได้ถามมากความ”

 

ร่างเล็กยอมใส่แต่โดยดี แม้จะฟึดฟัดไม่พอใจก็ตาม ชิโอะลอบขำ กระซิบแนบหูรินให้เข้าใจถึงจุดประสงค์ที่โดนบังคับว่า สีผมที่เด่นสะดุดตา น่าจะนำพาปัญหามาแน่นอน นี่คงเป็นสิ่งที่เชียนหมายถึง ได้ฟังชิโอะอธิบายก็เข้าใจ อารมณ์ข้างในจึงค่อย ๆ ลดลง

 

แล้วเหตุใดถึงไม่บอกกันตรง ๆ

 

“ก้าวลงดี ๆ นะพ่ะย่ะค่ะ”

 

เรามาถึงบ้านพักขนาดใหญ่ที่ถูกตกแต่งให้เหมาะสมกับวัฒนธรรมของบ้านเมือง แต่ยังคงความหรูหราให้สมเกียรติของผู้อยู่อาศัย ที่นี่มีสนามหญ้าอันกว้างขวาง มีน้ำพุอยู่กลางลาน แต่มีตัวบ้านอยู่เล็กกว่าใคร

 

“ริน เราไปเดินตลาดชาวบ้านกันไหม”

“ตลาดชาวบ้านรึ?”

 

ครั้งนั้นที่เคยไปมันคือตลาดตามงานเทศกาล ซึ่งความทรงจำที่ได้รับมาไม่ค่อยดีเท่าไร เขาถูกเชียนดุไม่พอ พี่ไมล์ก็ยังตามมาดุต่อในเช้าอีกวัน เขาจะไม่ไปงานแข่งยิงธนูอีกเด็ดขาดเลย แต่ครั้งนี้มาไกลถึงต่างเมือง ถ้ารินไม่ไป คงได้กลับมานอนเสียใจตลอดเดือนเหมันต์แน่ ๆ

 

“อยู่ไม่ไกลจากที่นี่นักหรอก เดี๋ยวให้เซพาร์ไปส่งก็ได้”

“เอาสิ ข้าไป!

ใครอนุญาตไม่ทราบ?”

 

ปีศาจจอมเผด็จการปรากฏตัวไวจังนะ

 

“งานอดิเรกของท่านคือการขัดใจข้างั้นสินะ”

“เจ้ามากกว่าที่ชอบขัดใจข้า”

“เป็นเพราะท่านชอบห้ามนู่น ห้ามนี่ข้าต่างหาก ที่ข้าอยากไปตลาดก็เพราะต้องการหาซื้อวัตถุดิบทำอาหาร เย็นนี้ท่านคิดจะนอนเลยรึ? ไม่ทานอะไรหน่อยรึ?”

 

ชิโอะแยกตัวไปนั่งดูมวยถูกคู่เถียงกันอย่างเมามัน ตั้งแต่เกิดมาเพิ่งเคยเห็นมนุษย์ที่กล้าเถียงพี่เชียนเป็นครั้งแรก ขนาดท่านพ่อที่ว่าใหญ่กว่าใครทั่วหล้า ยังไม่มีโอกาสพูดกับท่านพี่ได้เยอะเท่ารินเลย

 

เชียนกลั้นอารมณ์โมโหไว้ในใจ เกิดระเบิดออกมา คนเขาจะนึกว่าทะเลาะกับลูกแมวเสีย ร่างสูงเมินเฉยต่อคำขอร้องจากริน และชิโอะ เขาต้องเตรียมตัวไปตรวจตราอยู่หลายที่ บางทีคืนนี้อาจจะไม่ได้กลับ

 

“ห้ามใครในนี้ออกไปข้างนอกโดยที่ข้าไม่อนุญาติเด็ดขาด!

…!

 

ทิ้งระเบิดเอาแต่ใจไว้ก่อนจะเดินหายออกไปจากประตู รินกระแทกตัวลงนั่งบนโซฟาข้างชิโอะ โมโหจนถึงขีดสุดที่โดนสั่งห้ามออกไปข้างนอก นี่มันต่างจากการอยู่แต่ในปราสาทตรงไหน แค่เปลี่ยนเป็นบ้านพักที่ไม่เคยมาเท่านั้น เมื่อไรชายใจโหดจะเลิกขังเขาเสียที มาแดนไกลขนาดนี้ แต่ให้เล่นอยู่แค่ในบ้านเนี่ยนะ!

 

“เอาน่าริน ท่านพี่คงมีเหตุผล”

“ท่านพี่ของพวกเจ้ามีเหตุผลเสมอแต่ไม่เคยบอก!!

“นี่เจ้าโมโหจริงหรอเนี่ย ใจเย็นก่อนน่า”

 

เชียนออกไปแล้ว พร้อมกับเซพาร์และไคเซอร์ แต่ใช่ว่าจะไม่ทิ้งอะไรไว้ ทหารยี่สิบกว่านายยืนประจำจุดอยู่เต็มบ้าน ขนาดสวนด้านหลังยังไม่เว้น! แค่จะเปิดประตู ทหารด้านหน้าก็กระทืบเท้าใส่แล้ว นี่เขายังเป็นลลิลขององค์รัชทายาทอยู่ไหม แล้วนี่น้องชายท่านไง ชิโอะเอง

 

“เจ้าอยากไปเที่ยวข้างนอกจริง ๆ ใช่ไหม”

“ข้าดูเหมือนคนแสแสร้งว่าโมโหหรอ?”

“ฮ่า ๆ ไม่ใช่อย่างนั้น จริง ๆ ก็ไม่ใช่ว่าไม่มีทางเลยหรอกนะ

เจ้าหมายความว่าอย่างไร”

 

ชิโอะหัวหมอ ตาใสกว่าที่รินคิด ทำเป็นพารินเดินเล่น แนะนำตรงนู้นตรงนี้ โดยเป้าหมายหลักคือไปให้ถึงห้องนายพลบ้านไม้สมัยเด็กที่พวกเขาเคยเล่นกันน่ะนะ ที่นั่นมีเส้นทางใต้ดิน เชื่อมไปยังนอกรั้วบ้าน เป็นเส้นทางที่ชาร์วิสกับเชียนสร้างไว้หนีออกไปข้างนอกกันบ่อย ๆ

 

“ฮู้ว~ ตื่นเต้นเป็นบ้า”

“ข้าไม่รู้มาก่อนว่าเจ้าโกหกได้เก่งขนาดนี้”

“พี่ข้าบอกเสมอว่าให้เรียนรู้”

 

ภายในบ้านไม้มีสองชั้น มันดูเก่าและโทรมไปตามกาลเวลา ชิโอะบอกว่าจะขึ้นไปทำทีว่าจะนอนเล่นกันที่ชั้นสองของบ้าน แล้วรอเวลาสักหน่อยจึงค่อยใช้เส้นทางลับ

 

และดูเหมือนแผนของชิโอะจะดำเนินไปได้ด้วยดี เขาบอกรินว่าแผนนี้ได้มาจากเชียน ใช้เมื่อไรไม่เคยถูกจับได้ เราคลานตามเส้นทางมืดสนิทมาเรื่อย ๆ ดีที่รูไม่เล็กมาก รินนึกว่ามันจะเล็กกว่านี้ ชิโอะขึ้นถึงพื้นเป็นคนแรก ไม่ลืมยื่นมือมาช่วยรินให้ผุดขึ้นจากรู

 

รั้วไม้อยู่ห่างจากพวกเขาไปไม่กี่เซนเท่านั้น

 

“ด้านหน้าจะมีร้านให้เช่าม้า เราขี่ม้าไปตลาดกันเถอะ”

“ขข้าขี่ม้าไม่เป็น”

“งั้นเจ้าซ้อนข้าแล้วกัน”

 

ม้าตัวใหญ่ และแข็งแรงพาเรามาถึงตลาดชาวบ้านเพียงไม่กี่นาที ผู้คนแถวนี้แปลกตาเมื่อได้เห็นเชื้อพระวงศ์กับดอกไม้ลลิลเดินปะปนกับตนแม้จะไม่รู้ว่าเป็นใครก็ตาม รินไม่ลืมที่จะใช้ฮู้ดคลุมเส้นผมสีขาวของตัวเองเอาไว้ เพราะพวกชาวบ้านไม่มีใครหัวสีสว่างเช่นเขาสักคน

 

“ริน เจ้าชอบพลอยไหม”

“พลอยรึ ว้าว สวยจัง”

“อยากได้สักเส้นไหม ข้าซื้อให้”

 

รินพยักหน้ารัว ๆ เม็ดพลอยสีแดงสวย แต่เมื่อขยับไปอีกด้านกลับมองเห็นเป็นสีชมพูสว่าง ช่างน่าพิสมัย รินเลือกเป็นพวงกุญแจที่มีพลอยสีนี้ประดับ เขากะจะเอามันไปแต่งเครื่องรังสาเส้นใหม่ เพราะอีกเส้นของเขามันหายไปไหนก็ไม่รู้

 

“อ๊ะส้มมารอทท์”

“หือ?”

 

ร่างบางแยกไปร้านขายผลส้ม ทิ้งให้ชิโอะยืนงุนงงก่อนจะเดินตามไป เห็นรินคิดพิจารณาผลส้มมารอทท์อยู่นานสองนาน ลูบไล้ที่เปลือกบ้าง ยกขึ้นสูดกลิ่นหอมบ้าง แค่ได้มองก็รู้สึกสำราญใจแล้ว นี่สินะที่ว่าของสวย ๆ งาม ๆ มักทำให้มนุษย์ผ่อนคลายท่าจะจริง

 

“ส้มมารอทท์เป็นพันธุ์ส้มที่ดีที่สุดในตอนนี้ ดูเหมือนเลี้ยงง่าย แต่ปุ๋ยกับน้ำต้องให้ในปริมาณที่เท่ากันทุกวัน ห้ามขาดห้ามเกิน ไม่งั้นรสชาติจะเสีย”

“อย่างงั้นหรือ”

“แม้จะเป็นส้มพันธุ์เดียวกัน แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะอร่อยเหมือนกันทุกลูก” ชิโอะหยุดพูดกลางคัน ก่อนจะโน้มหน้ามากระซิบข้างหู “ข้าไม่ได้บอกว่าที่นี่ไม่อร่อยหรอกนะ แต่สวนส้มมารอทท์ของเพื่อนข้า อร่อยกว่าทุกที่!

 

รินผงะออก สีหน้าตกใจทำให้ชิโอะไปไม่เป็น ไม่รู้ว่าเผลอพูดอะไรผิดไปตอนไหน แต่เท่าที่จำได้ก็ไม่น่าพูดไม่ดีออกไปหรือเปล่า รินลากแขนชิโอะให้ออกมาอีกทาง คำว่า สวนส้มมารอทท์ของเพื่อนข้า ยังคงดังก้องอยู่ในหู หรือบางทีชิโอะอาจจะรู้จักกับเจ้าของส้มสามผล

 

“มมีอะไรหรือเปล่า สีหน้าเจ้าดูไม่ดีเลย”

“เจ้ามีเพื่อนเป็นเจ้าของสวนส้มมารอทท์รึ?”

“ชใช่แล้ว เพื่อนตอนเรียนด้วยกันน่ะ”

“หมายถึงเจ้าของสวนส้มที่ดิเซนเนเซียใช่หรือไม่?”

“โอ้ นี่เจ้าก็รู้จักเพื่อนข้าเหมือนกันหรือเนี่ย”

“เพื่อนเจ้าเองหรอ”

 

คำถามที่อยากรู้มาโดยตลอดและคำตอบก็อยู่ใกล้แค่นี้

 

รินดีใจปนตื่นเต้นจนแสดงออกมาไม่ถูก ชิโอะยังคงเอาแต่คิดว่ารินไปรู้จักกับเพื่อนคนนั้นได้ยังไง เพราะตามความเข้าใจ ลลิลก็ต้องอยู่แต่ในตำหนัก ไม่มีทางได้ออกมาข้างนอกถ้ายังไม่ออกเรือน หรือเป็นเพราะอิทธิพลบ้านใกล้เรือนเคียง?

 

ไม่ทันจะได้ถามว่าเพื่อนเจ้าชื่ออะไร รินก็ถูกชนจนเซ โดยมีชิโอะช่วยประคองเอาไว้ทัน สัญชาตญาณเรื่องร้าย ๆ เริ่มทำงานขึ้นมาบ้างแล้ว ใบหน้าของคนที่ชนดูดิบเถื่อนเสียจนหวั่นใจ ก่อนจะพบว่ามันไม่ได้มาคนเดียว และการชนเมื่อกี้ก็เป็นการตั้งใจ

 

“ข้าว่าท่าไม่ดีแล้วนะ”

“อืม ข้าก็คิดเหมือนกัน”

“เอายังไงกันดี”

“เดินเดินเข้าไปในกลุ่มคน!

 

พวกมันมองหน้ากัน ก่อนจะเดินตามมาอย่างไม่รีบร้อน ท่าทางใจเย็นของพวกมันทำให้เราสองคนร้อนใจ เลี้ยวมายังถนนที่แออัดไปด้วยคน และแทรกตัวเข้าไปปะปน อย่างน้อยหากจะทำการอันใด น่าจะถูกขัดด้วยฝูงชน

 

แต่ไม่ใช่พวกมันฉลาดกว่าที่รินคิด

 

กว่าจะรู้ก็สายไปเสียแล้ว หนึ่งในพวกมันปะปนมากับฝูงชนตั้งแต่แรก รินกับชิโอะที่เพิ่งรู้ตัวจึงหนีไม่ได้เพราะโดนเบียดไปทุกทิศทาง แผนฉุกลหุกเป็นพิษเข้าอย่างจัง พวกเขาสองคนโดนต้อนเรียบร้อยแล้ว และพวกมันก็ไม่รอให้รินได้คิดจะทำอะไรต่อไป

 

มีดสั้นถูกล้วงออกมาจากกระเป๋ากางเกง เพียงชั่ววินาทีเดียวที่รินเห็นความแวววับในมือ ไหล่เล็กก็โดนพวกมันจับให้หมุนหน้าไป จากนั้นมันก็กระชากฮู้ดที่คลุมเส้นผมสีประหลาดออก และใช้มือกำรวงผม ก่อนจะ

 

ฉับ!!

 

“กรี๊ดดดด”

“มีคนโดนฟัน!!

“เกิดอะไรขึ้น โอ๊ย!!

 

ความโกลาหลเกิดขึ้นทันทีที่เสียงของมีดสั้นเฉือนเส้นผมของรินออกไปเป็นกำมือ ร่างบางหันไปทางพวกมัน แต่เห็นเพียงเส้นผมสีขาวเส้นเล็ก ๆ ที่ร่วงโรยลงบนพื้นอย่างช้า ๆ เท่านั้น จากความยาวละสะโพกผาย ตอนนี้สั้นเหลือแค่แผ่นหลัง พวกชาวบ้านฮือฮาเป็นการใหญ่ ร้องโวยวาย และวิ่งชนจนวุ่นวายไปหมด ชิโอะใช้โอกาสนี้ลากรินออกจากกลุ่มคน และมุ่งหน้ากลับบ้านพักทันที

 

ตลอดระยะทางที่ขี่ม้ามาส่งร้านเช่า และเดินกลับเส้นทางลับ เขายังไม่ได้ยินรินพูดอะไรออกมาสักคำ เพื่อนตัวเล็กของเขาคงตกใจมากจริง ๆ เขาเคยอ่านเรื่องราวเกี่ยวกับลลิลมาหลายเล่ม ทุกเล่มล้วนเขียนเกี่ยวกับเส้นผมว่ามันคือความอดทนที่ไม่เคยลดทอนตั้งแต่เริ่มเป็นลลิล นั่นหมายความว่ารินไม่เคยตัดผมตัวเองเลยสักครั้ง จนกระทั่งพวกมันตัดไป

 

ชิโอะจูงมือรินให้เดินออกมายังบ้านนายพล ไม่มีทหารอยู่แล้ว แปลก และเงียบเกินไปพวกเขาเดินมายังลานกว้างหน้าบ้าน และพบว่าที่ไม่มีพวกทหารอยู่รอบ ๆ เป็นเพราะทุกคนมาคุกเข่าหัวติดพื้นกันอยู่ที่นี่หมด!

 

“กลับมาเร็วดีนะ”

“ทท่านพี่”

“ถ้าเจ้ากล้าที่จะหนีออกไปก็จงอย่าได้กลัวที่จะกลับมา”

“ข้าขอโทษ เป็นความผิดของข้าเอง”

 

ชิโอะคุกเข่าลงกับพื้นไม่ต่างจากทหารพวกนี้ รินได้สติทันทีที่เห็นเหล่าทหารที่เชียนพามาเลือดตกยางออก ร่างเล็กเดินเข้าไปหา แต่ก็ต้องหยุดกะทันหันเมื่อเชียนชี้ดาบใส่ รินลอบกลืนน้ำลายด้วยความกลัว

 

เชียนในตอนนี้น่ากลัวอย่างที่เป็นมาตลอด

 

“ถ้าเจ้าเข้ามา ข้าจะฆ่าพวกมันซะ!

“อย่านะ! พวกทหารไม่เกี่ยว ข้าหนีออกมาเอง”

“แค่คนสองคนยังปล่อยให้หนีออกไปได้ ยังกล้าเรียกตัวว่าเป็นทหารม้ารักษาพระองค์ได้เรอะ!

 

!!!

 

เชียนตวัดดาบใส่หมวกเหล็กของทหารนายหนึ่ง จนทหารนายนั้นล้มลงไปกองกับพื้น แม้จะฟันไม่เข้า แต่โดนดาบกับเหล็กกระแทกแรงขนาดนั้นก็น่าจะมึนไม่มากก็น้อย รินใจหล่นวาบไปถึงตาตุ่ม กำมือขย้ำผ้าคิดอะไรไม่ออก ความกลัวครอบงำสองเท้า และไม่มีท่าทีว่าจะหยุดลามขึ้นมาข้างบน

 

“ข้าเป็นคนผิด! ทำไมท่านไม่ลงโทษข้า!

“หุบปาก!!

“ข้าจะพูด! ปล่อยพวกทหารไปนะนะข้าขอร้อง

 

เสียงหวานเริ่มสั่น น้ำตาที่กลั้นไว้เอ่อล้นอยู่เต็มขอบ เมื่อไรที่เชียนเตะพวกทหารพวกนั้น รินก็แทบกรีดร้องออกมาราวกับเป็นคนเจ็บปวดเสียเอง ไคเซอร์เฝ้ามองอยู่ได้แต่ถอนหายใจ ถึงแม้นี่จะเป็นการลงโทษที่แทบไม่ได้สักครึ่งหนึ่งของการฝึกเลยก็ตามแต่รินคงไม่เข้าใจถึงกระบวนการนี้ ไม่มีใครลงโทษคนของตัวเองโดยตรง เพราะการทำแบบนี้ได้ผลมากกว่า

 

“เจ้ามีอะไรต้องห่วงใยทหารที่แม้แต่ชื่อก็ยังไม่รู้ด้วยซ้ำ!

“ฮึก

“เพราะพวกมันบกพร่อง! ถึงได้ปล่อยให้พวกเจ้าออกไปเที่ยวเล่นได้นานสองนาน ทหารไร้น้ำยาพวกนี้ตายไปเสีย ลานฝึกจะได้กว้างขึ้น!!

 

ฟึ่บ!!

 

ไม่รู้ว่าทำแบบนี้จะช่วยอะไรได้มากแค่ไหน แต่รินก็ทำไปแล้วอย่างไม่คิดหน้าคิดหลังเลยด้วย ร่างเล็กโผเข้ากอดแขนหนาที่กวัดไกวดาบทำโทษทหารไม่หยุดตั้งแต่เมื่อกี้นี้ เชียนชะงักดาบค้างอยู่กลางอากาศ สายตาของคนที่เฝ้ามองก็ค้างไม่ต่างกัน

 

รินทิ้งน้ำหนักเข้ากอดแขนข้างนั้นอย่างเหนื่อยอ่อน แนบใบหน้าคล้ายออดอ้อนให้ท่านแม่ทัพแสนดุร้ายคนนี้ได้โปรดเห็นใจกัน เสียงสะอื้นของรินดังแทนเสียงเงียบในบริเวณนี้

 

ดูท่าพายุลูกนี้จะพัดผ่านไปได้เสียทีนะ

 

“ปล่อย”

“ฮึกไม่ข้าไม่ปล่อย”

 

เชียนหลับตาข่มใจ สุดท้ายจึงตัดสินใจโยนดาบให้เซพาร์ และขยับนิ้วไล่พวกทหารไป ชิโอะโดนคาดโทษ และถูกส่งตัวไปบาชูร่าทันที รินที่ได้ยินเหมือนเสียงน่ากลัวหายไปแล้ว จึงค่อย ๆ โผล่หน้าออกจากท่อนแขน แต่ก็ถูกดึงรั้งให้เข้าหาตัวเหมือนเก่า

 

รินทำอะไรไม่ถูกเมื่อเอวของตนถูกรัดแน่นด้วยแขนข้างนั้น ก่อนขาจะลอยขึ้นจากพื้นในตอนที่เชียนออกเดิน หัวใจเต้นแรงไม่เป็นส่ำ ทั้งกลัวทั้งขายหน้าปะปนกันมั่วจนไม่รู้ว่ารู้สึกอะไรกันแน่ ประตูห้องบานหนึ่งถูกเปิดออกอย่างแรง พร้อมกับร่างของรินที่ปลิวไปกระแทกกับผืนเตียง

 

“ข้าเจ็บนะ!

“เจ็บได้เท่าพวกทหารพวกนั้นหรือเปล่าล่ะ!

“อึกข้า”

“เจ้าคิดว่าข้าพูดไปอย่างนั้นหรือคิดว่าข้าพูดเล่นงั้นรึ?!

“ข้าขอโทษ”

 

รินเอื้อมไปจับมือของเชียนเอาไว้ แต่ก็โดนสะบัดออก ครั้งนี้ร่างเล็กสู้ไม่ย่อท้อ ไล่จับจนเชียนเหนื่อยที่จะสะบัดทิ้ง รินบีบคลึงฝ่ามือหนาอันหยาบกร้านไปมา หวังให้อีกฝ่ายใจเย็นลง เขาผิดเองที่ไม่เชื่อฟัง คิดเหลิงว่าเชียนคงไม่กล้าทำอะไรไปมากกว่าการต่อปากต่อคำด้วย แต่เขาคิดผิดถนัด เชียนเป็นแม่ทัพเป็นนักรบเป็นมนุษย์ที่เปื้อนเลือดมานับครั้งไม่ถ้วน เพียงแค่ออกคำสั่งความเป็นตายก็เป็นแค่ตัวอักษร

 

“ข้าผิดไปแล้ว ท่านจะตบตีข้าก็ได้ จะเตะข้าเหมือนทหารผู้นั้นก็ได้ แต่ได้โปรดอย่าลงโทษใครเพราะความผิดข้า”

“ทีนี้รู้แล้วใช่หรือไม่ว่าความดื้อรั้นของเจ้าไม่ใช่แค่เจ้าที่จะลำบาก”

 

รินพยักหน้าอย่างอ่อนแรง ความสนุกเมื่อตอนเย็นหายวับไปกับตา ราวกับมันเป็นแค่ฝันกลางวัน เส้นผมสีขาวที่ละอยู่บนไหล่ เตะตาความแปลกไปจนเชียนเผลอสัมผัส

 

ทำไมมันไม่เท่ากัน

 

ผมเจ้า”

 

รินสะดุ้ง ให้รู้ไม่ได้เด็ดขาด ร่างเล็กปัดผมหลบฝ่ามือของเชียน นึกอุ่นใจขึ้นมานิดหน่อยที่อย่างน้อยเขาก็ทักถาม แต่รินนึกคำตอบไม่ออก ไม่รู้ว่าจะต้องตอบไปว่าอย่างไร จึงทำได้แค่นั่งนิ่ง พอเห็นว่ารินไม่ตอบ เชียนก็ไม่เซ้าซี้ เราทุกคนควรได้พัก

 

“นอนซะ”

“ลแล้วท่านล่ะ”

“ข้าจะไปนอนอีกห้อง”

งั้นหรอ”

“ถ้าหากเจ้าหิว ให้เดินลงไปบอกแม่ครัว ไม่ต้องทำเอง”

“อืม”

 

ใยใจข้าถึงได้หวิวแบบนี้กันนะ ตอนอยู่ปราสาทใช่ว่าจะนอนด้วยกันทุกวันเมื่อไร เชียนไม่ค่อยนอนที่ห้อง ไม่อยู่ซ้อมจนถึงเช้า ก็นอนอยู่ที่ลานฝึก มีแต่รินผู้เดียวที่เอาแต่หวังว่าเขาจะกลับมานอนยังที่ว่างด้านข้าง และเมื่อไรที่สมหวังหัวใจเขาก็จะเต้นแรงขึ้นแรงขึ้น

 

จนท้ายที่สุดก็ยอมแพ้ให้กับ

ความรัก




#ดอกไม้ลลิล



















ลิท (Lit) = สกุลเงินของลิเทียร์น่า

บอกกันตรง ๆ ว่ามีบ้างที่ลืมพล็อตตัวเอง5555 ไม่ได้แต่งซะตั้งนานเลย

ฝึกงานจบแล้วจ้า มีเวลาแต่งฟิคแย้ว จะรีบปั่น รีบลงเลยจ้า

ฟิคเรื่องนี้จะมีประมาณ 15-20 ตอน ใครที่รอเล่ม รอได้เลย ทำแน่ ๆ จ้า

ขอบคุณทุกคนที่ติดตามฟิคเรื่องนี้มาตั้งแต่ตอนแรก ๆ เพราะไม่ได้อัพบ่อย ๆ การจะเป็นที่รู้จักเลยจะยากนิดนึง (คิดว่าไม่นิดแล้วนะ5555) แต่ก็ยังรออ่านกันอยู่ตรงนี้ไม่ไปไหน แค่นี้ก็สุขใจแล้วค่ะ

เจอกันตอนหน้าจ้ะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.105K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,818 ความคิดเห็น

  1. #2811 TONWANJA (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 8 มกราคม 2564 / 00:02
    โอ้ ไม่นะ จะรักเขาแล้วหรอรินนนนนนน
    #2,811
    0
  2. #2791 Pinkkaboo (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 7 กันยายน 2563 / 08:36
    ตัดผมน้องรินทำไม:(
    #2,791
    0
  3. #2773 5A5Ilene (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2563 / 22:54
    สงสารน้องรินมาก ทำไมไปไหรก็มีแต่คนจ้องทำร้าย ตัดผมสวยๆน้องได้ยังไง ใจร้ายมาก หรือว่าน้องรินจะมีความสำคัญอะไรนอกจากการเป็นลลิล แต่ท่านเชียนก็โหดไม่ใช่เล่นเลยนะคะ ไม่รู้ว่าที่ทำไปเพราะโกรธหรือห่วงน้องกันแน่นะคะเนี่ย ดูสิน้องอ้อนนิดอ้อนหน่อยก็เริ่มใจอ่อนแล้วเนี่ย
    #2,773
    0
  4. #2767 DNL (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2563 / 09:28

    นี่ถือว่าท่านเชียนใจอ่อนให้น้องบ้างแล้วมั้ย

    น้องเหมือนจะชอบท่านเชียนแล้ว

    แต่เจ้าของไร่ส้มนั่นน่ะ ยังไงกันแน่ ชิโอะรู้จักด้วยอ่า

    #2,767
    0
  5. #2762 Pbivvp (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2563 / 22:54
    ใครทำผมน้อง!!!!??
    #2,762
    0
  6. #2750 Kyss (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2563 / 21:06
    แง้ใครตัดผมน้อง คนที่อิจฉา? เสนา? ใครกั๊นนนนน อยากรุ้วววว
    #2,750
    0
  7. #2736 pbcy (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2563 / 15:19
    น้องงงงง กับส้มสามผล มีปมอะไรรึป่าว งงไปหมดเลยค่ะ ทำไมถึงโดนตัดผม แงงงงง
    #2,736
    0
  8. #2725 Chwxa_ (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2563 / 04:16
    สงสารน้อง ฮือ ผมน้อง ใจหายวาบเลยตอนน้องโดนตัดผม ;—;
    #2,725
    0
  9. #2714 BiimBybenchita (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2563 / 10:55

    สงสารน้องมากโดนตัดผม แล้วโดนพีุ่อีกก
    #2,714
    0
  10. #2633 nanny7 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2563 / 07:58

    กรรม ชอบก่อนมันเจ็บ ;-;

    #2,633
    0
  11. #2460 `CHANCHAN (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2563 / 16:08
    สงสารน้องริน ;__; เอาดีๆดูท่านเชียนจะเริ่มห่วงน้องบ้างแล้วแหละ // ขออนุญาตแจ้งคำผิดนิดนึงค่า ตรงประโยค ‘ห้ามใครในนี้... โดยที่ไม่อนุญาติเด็ดขาด ‘ ตรงอนุญาต แอบมีสระ อิ เพิ่มมาค่ะ แหะๆ
    #2,460
    0
  12. #2429 Monieye Std (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2563 / 07:28
    น้องดื้อมากก แต่พี่ก็ดุมากเหมือนกัน แงง;-;
    #2,429
    0
  13. #2423 heyngne (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2563 / 05:42
    ใคร!!ใครมันมาทำลูกชั้นน กรี้ดดดดดด อุนแม่จะตามไปรุมมันให้เองค่ะลูก!
    #2,423
    0
  14. #2404 mtjp614 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2563 / 00:50
    ส้มหยุด หยุดโดยที่ไม่มีอะไรกั้น แวปแรกเลยค่ะ55555
    #2,404
    0
  15. #2403 cheerchanbaek (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2563 / 00:24
    งื้ออออ ผมสวยๆของน้องรินของแม่ แงงงงงงง ใครมันบังอาจมาตัดไปนะ ดูจงใจ!!!! ส่วนหนูรินโดนพี่เชียนลงโทษที่ดื้ออออซินะคะ อยากกอดปลอบบบ หนูร้องไห้แม่ใจสลายยยยยยย
    #2,403
    0
  16. #2351 creamcsom (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2563 / 03:12
    ใจแม่หายวาย เกร็งหน้าท้องแล้วก็เกร็งอีก ฉากไม่สยิวเลยนะแต่วูบวาบๆไปหมดดดดด น้องรินลูกกกกก หนูดื้อเกินจนถูกตัดผมเลยเห็นไหมคะ แต่คุณแม่ให้อภัยค่ะเพราะหนูน่ารัก ดุไม่ลง ว่าแต่อยากรู้จังว่าพ่อเจ้าของส้มคือใคร !
    #2,351
    0
  17. #2273 PRAE.VV (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2563 / 17:47
    ทำไมต้องตัดผมรินไป ต้องมีอะไรตามมาแน่ๆ และแล้วน้องรินก็หลงรักเค้า โถ่เอ้ยยยย~
    #2,273
    0
  18. #1931 munkrishear (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 2 เมษายน 2563 / 22:37
    ตัดผมน้องทำไมมมมมม
    #1,931
    0
  19. #1895 ออมม่า (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 30 มีนาคม 2563 / 16:39

    สงสาร ริน โดนปองร้ายตลอด

    #1,895
    0
  20. #1851 Clarisse64 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 29 มีนาคม 2563 / 11:06
    สงสารน้องรินรู้กแม่ใจแม่เจบหมดแล้ววว
    #1,851
    0
  21. #1596 tales story (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2563 / 14:07
    ทำไมคนข้างนอกอันตรายกันขนาดนั้นอะ ออกไปทีไรมีเรื่องทุกที แล้วเหมือนลลิลดูไปดูมาเหมือนสิ่งของซะมากกว่าอีก ถ้าไม่เชยชมความงาม ก็ทิ้งๆขว้างๆ อย่าทำน้องงง น้องเป็นเป็นคนนะเว่ย!!!!
    #1,596
    0
  22. #1392 bemysunshine (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2562 / 13:54
    โอ้มายก็อดดด ดุเดือดจังเลยตอนนี้ แต่เชียนสั่งสอนได้ถูกแล้วไม่งั้นน้องก็ดื้อแบบนี้ต่อไป แล้วน้องโดดตัดผม! กรี๊ดดด เกิดเรื่องอีกแล้วเห็นมั้ยลูก ทำไมซนแบบนี้ห้ะริน แล้วหนูยังรักเขาไปแล้วอีก แอแง ตอนกอดแขนอ้อนท่านแม่ทัพคือใจระทวยหมดแล้ว ยัยลูกแมว ใครๆ ก็หลงเธอ ท่านเชียนต้องหลงน้องบ้างแล้วมั้ย
    #1,392
    0
  23. #1207 Jo-ahRes (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2562 / 08:59
    แง ผมน้องโดนตัดอะ ผมสวยๆ ของน้อง! -พวกนั้นมันต้องโดน! สงสารน้องเลย รู้สึกผิดแย่แล้ว โอ๋ๆ นะคะ แต่ว่า เขินนะคะท่านเชียน ฮิฮิ
    #1,207
    0
  24. #1173 promlikit (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2562 / 16:23
    เพราะเราดื้อไงเจ้าลลิลเอ้ยยยย เชียนจะโกรธน้องได้นานมั้ย เจอลูกอ้อนไปขนาดนั้น
    #1,173
    0
  25. #1074 JKCBB (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2562 / 00:59
    ใครนะมาตัดผมริน รินจะเป็นยังไงเนี่ย สามวันดีสี่วันร้ายจริงๆ
    อะไรไม่รู้เข้ามาไม่หยุดหย่อนเลย

    นี่ว่าทั้งท่านเชียนทั้งรินเริ่มเปิดใจมากกว่า กำลังค่อยๆๆแง้มประตู

    ฮื่อ ตอนนี้มีความเขินมากเลย
    ท่านเชียนยอมให้รินอ้อน แล้วยังอุ้มรินต่อหน้าทุกคนอีกนะ!

    มาต่อเร็วๆนะคะ รออัพ เป็นกำลังใจให้เสมอ สู้ๆนะค้าบ
    #1,074
    0