❀ ดอกไม้ลลิล | chanbaek

ตอนที่ 5 : ❀ ดอกไม้ลลิล : บทที่ห้า

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7,980
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,230 ครั้ง
    16 ส.ค. 62





บทที่ 5

ความหวั่นไหวเป็นได้แค่สายลม

 



ยามอรุณรุ่งแจ้งเป็นตำนานแสดงถึงวันใหม่ แสงแดดอ่อน ๆ โชยเข้ามาพร้อมกับกลิ่นบางอย่าง กลิ่นนั้นหอมและไม่คุ้นเคยเอาเสียเลย ร่างกายกำยำจากการฝึกฝนมาอย่างหนักขยับตัวเพียงเล็กน้อยสร้างรอยยับเต็มผืนผ้า กะพริบเปลือกตาทั้งสองข้างก่อนจะฉายให้เห็นดวงตาคมกริบที่หลับใหลอยู่ข้างใต้นั้น

 

เชียนตื่นขึ้นมาเพราะเสียงอะไรบางอย่าง มิใช่ร่างกายตื่นได้เอง อะไรบางอย่างที่ว่าดูเหมือนจะทำจากเม็ดทรายละเอียด หล่อหลอมกันจนเป็นพาชนะแตกง่าย มันกำลังกระทบกันไปมาอยู่ข้างหูซ้าย ซึ่งน่ารำคาญอยู่พอตัว

 

ร่างสูงเคลื่อนใบหน้าไปทางเสียงนั้น ใช้สายตาของคนเพิ่งตื่นนอนไล่ดูต้นกำเนิด เขาเห็นปลายเส้นผมสีขาวพลิ้วไหวไปมามันเชื่องช้าและเอื่อยเฉื่อย จากนั้นตามมาด้วยกลิ่นหอมอ่อน ๆ ที่เขาไม่เคยได้กลิ่นจำพวกนี้เลยตั้งแต่เกิดมา ไล่สายตาลงมายังข้อมือเล็กข้อมือเล็กงั้นหรือ?

 

“ตื่นแล้วหรือท่าน”

“เจ้าใครให้เจ้าเข้ามาในนี้”

“องครักษ์ของท่านไคเซอร์”

เจ้าคนน่ารำคาญ”

 

เชียนผุดลุกขึ้นนั่งพลางหันมองรินที่กำลังเตรียมอะไรงก ๆ มาตั้งแต่เมื่อกี้นี้ ยังกล้าเข้ามาที่ห้องนี้อีกหรือทั้งที่ไล่ออกไปขนาดนั้นแล้วแท้ ๆ

 

รินเหลือบมองเมื่อรู้สึกตัวว่าโดนจ้อง ใบหน้าแฝงไปด้วยอารมณ์หงุดหงิดเพียงเล็กน้อย กับผมเผ้าไม่เป็นทรงนั้นทำให้รินนึกขำ องค์รัชทายาทบ้าเลือดก็มีมุมนี้ด้วยเหมือนกันสินะ

 

“ทำอะไรของเจ้า”

“ข้ากำลังเตรียมชาสำหรับท่าน”

“ใครบอกว่าข้าจะดื่ม”

“กฎข้อแรกของข้า คือท่านไม่มีสิทธิ์ขัดธรรมเนียมลลิล”

 

เชียนจำกฎข้อไหนไม่ได้ ยกเว้นกฎแปลกประหลาดที่เจ้าตัวบอกว่าจะกลับไปตำหนักก่อนฤดูหนาวจะมาถึง ถ้าถามว่าข้องใจตรงไหนก็คงจะเป็นช่วงเวลาล่ะมั้ง ทำไมต้องเป็นฤดูหนาว ร่างเล็กรินน้ำชาลงถ้วยขนาดเล็กลายดอกบ๊วยสีแดงสวย ความร้อนของน้ำชาก่อเป็นควันจาง ๆ ลอยขึ้นมาให้เห็น รินเดินประคองถ้วยชาในมือมาให้ร่างสูงบนเตียงที่ท่าทีดูไม่เป็นมิตรกับชาถ้วยนี้เอาเสียเลย

 

“ข้าไม่ดื่ม”

“เหตุใดถึงไม่ดื่ม”

“ทำไมข้าต้องดื่ม”

“ข้าปรุงชานี้จากวัตถุดิบชั้นดีในตำหนัก มันเป็นยาที่ช่วยบำรุงเลือดและกำลังของท่านได้เป็นอย่างดี ส่วนผสมหลักคือดอกของต้นบ๊วยกลางตำหนักลลิลที่มีอายุถึงสี่ร้อยปีเห็นหรือไม่ว่าอยู่มานานกว่าท่านเป็นไหน ๆ”

 

รินหลุบตามองที่อื่นเมื่อโดนถลึงตาใส่ พี่ไมล์ขอให้เขาเพลา ๆ เรื่องฝีปากลงบ้าง เพราะเชียนไม่ใช่คนที่จะมีความอดทนกับอะไรแบบนี้ได้บ่อยนัก รินก็ได้แต่เออออก่อนจะเดินออกมาจากห้องนั้น ถือซะว่าเชื่อฟังนิดหน่อยแลกกับที่ให้พักพิงในยามลำบากแล้วกัน เพราะจะให้เลิกคงทำไม่ได้ มันติดตัวมาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้วนี่นะ

 

ร่างสูงรับชาถ้วยนั้นมาพิจารณาใกล้ ๆ ไม่ใช่ว่าไม่เคยดื่มชาอุ่น ๆ หลังจากตื่นนอนหรอก แต่ชาที่มาจากลลิลน่ะเขาไม่เคยดื่ม ถึงแม้กลิ่นจะหอมหวานชวนให้ลิ้มลอง แต่ทิฐิในใจมีอำนาจมากกว่านั้น

 

“ใยท่านถึงได้ลีลานักเล่า ดื่มเสียก่อนจะเย็น”

“ใครบอกว่าข้าจะดื่มกัน”

 

เพล้ง!!

 

ถ้วยชาที่ครั้งหนึ่งนึกชมว่าสวยลอยออกจากมือสู่พื้นกระเบื้อง และแตกออกเป็นเสี่ยง ๆ ไม่เหลือเค้าโครงเดิม น้ำชาหกเลอะพื้นและปลายผ้าห่มเป็นวงกว้าง บางส่วนก็เลอะชุดของรินด้วย ลลิลน้อยกัดฟันกรอด โดนโยนถ้วยชาหยามต่อหน้า ใครบ้างจะทนความโกรธไหว ปากน้อย ๆ กำลังจะด่าเสียเทเสีย พลันเสียงเปิดประตูอย่างรีบเร่งดังขัดขึ้นมาเสียก่อน

 

“เกิดอะไรขึ้นหรือเพคะ?!

 

หญิงสาวสูงวัยกุลีกุจอเข้ามาหาองค์ชายนิสัยทราม ตานั่นนั่งจ้องหน้าราวกับพอใจที่เห็นรินหลุดตกใจไม่ปิดบัง ถึงแม้จะโกรธเคืองแต่ก็ต้องซ่อนเอาไว้ ร่างเล็กหันไปหาหญิงสาวผู้นั้น เธอแต่งตัวดูมีภูมิฐาน แต่ไม่หรูหราเท่าที่ควร สงสัยคงจะเป็นแม่นมที่พี่ไมล์เคยบอกไว้เสียล่ะมั้ง

 

“ได้รับบาดเจ็บตรงไหนหรือเปล่าเพคะท่านเชียนของป้า”

“ข้าไม่เป็นไร พอดีว่าชามันร้อน

“ไหนขอป้าดูมือท่านหน่อย โชคดีที่ไม่แดงมากนะเพคะ”

 

รินแค่นยิ้ม ให้ตายสิองค์ชายร้อยเล่มเกวียนเสียจริงนะ รินถกปลายกระโปรงของชุดหลบการไหลของน้ำชา ก่อนจะถอยกลับไปที่รถเข็น แม่นมได้ยินเสียงเดินเลยรับรู้ว่ามีอีกคนอยู่ในห้องนี้ เธอละความสนใจจากองค์ชายตัวน้อยแสนน่ารักในเยาว์วัย เพียงแต่ว่าตอนนี้สูงใหญ่ดั่งหินผา แต่ก็น่ารักน่าชังสำหรับเธออยู่เสมอ

 

“เจ้าคือลลิลรึ?”

“ข้าชื่อรินขอรับ”

“เจ้าเตรียมชาให้องค์ชาย แต่ไม่รู้ว่ามันยังร้อนอยู่ได้อย่างไร”

“ข้าคงไม่รู้จริง ๆ ว่ามือองค์ชายบอบบางมากขนาดถือชาอุ่น ๆ ไม่ได้”

 

โดนตอกกลับถึงกับไปไม่เป็นเลยทีเดียว เชียนแอบขำในใจที่แม่นมของตนถูกลลิลเล่นเข้าให้แล้ว มาเรียสะบัดหน้ากลับมาตรวจดูร่างกายเขาอีกเล็กน้อย ก่อนจะขอตัวไปเรียกสาวใช้มาทำความสะอาดพื้นและเศษแก้วให้

 

สาวใช้ที่เพิ่งได้เคยเข้าห้ององค์รัชทายาทลำดับที่สองเป็นครั้งแรก ก้มหน้างุดไม่กล้ามองใบหน้าหล่อเหลายามตื่นนอนของเจ้าชาย ไม่ว่าองค์ไหนก็งานดีไม่ต่างกัน ขนาดองครักษ์ยังเป็นรองแค่นายตัวเองเลย รีบเช็ด รีบเก็บเศษแก้ว พลันสายตาก็เหลือบไปเห็นร่างของใครอีกคนที่ดูเพรียวระหงส์ ในขณะที่ตนกำลังเดินออกจากห้องไป

 

งดงามจนแทบละสายตาไม่ได้

 

เชียนหงุดหงิดอีกครั้งเมื่อเห็นร่างของรินแทนที่สาวใช้คนนั้น ในมือมีแก้วลายเดียวกัน และควันอ่อน ๆ ลอยเป็นสีจางกว่าถ้วยแรก ลลิลตัวน้อยคิดไว้อยู่แล้วว่าต้องมีเหตุการณ์แบบนี้ เขาจึงได้เตรียมถ้วยน้ำชามาถึงสี่ใบด้วยกัน ประเมินรินต่ำไปเสียหน่อยล่ะมั้งท่านเชียน

 

“อะไรอีก”

“ถ้าท่านไม่ดื่มชาถ้วยนี้ ข้าเกรงว่าท่านจะสายแน่ ๆ”

“ข้าไม่สายหรอก เพราะข้าจะไม่ดื่ม”

“ใยท่านถึงได้ดื้อนัก”

“คนที่ดื้อน่ะมันเจ้าต่างหาก”

 

เลือดลลิลในตัวสูงเสียดฟ้า แค่ชาถ้วยเดียวยังให้ผู้ที่ครอบครองดื่มไม่ได้ แล้วจะสามารถเป็นลลิลที่ดีได้อย่างนั้นหรือ ร่างเล็กกระแทกตัวนั่งลงบนเตียง แต่ดันไปนั่งทับขาของอีกฝ่ายเสียได้ เชียนตกใจเล็กน้อย ไม่ได้ผลักออกเพราะอยากรู้ว่าลลิลคนนี้จะเอาชนะเขาอย่างไร

 

มือเล็กและเนียนขาวยื่นถ้วยน้ำชาเข้ามาใกล้ ใบหน้าบึ้งตึงคะยั้นคะยอผ่านทางสายตาให้เชียนรับชาถ้วยนี้ไปเสียที แล้วทำไมเขาถึงต้องดื่มด้วยเล่า ธรรมเนียมบ้าบออะไรไม่เห็นชุฌาจะเคยบอกว่ามี หรือจริง ๆ เป็นเพราะเขาไม่สนใจจะฟังมากกว่า

 

“เจ้านี่น่ารำคาญเป็นบ้า”

“ท่านก็เหมือนกัน”

“ใช้วาจาเช่นนี้อยากให้ข้าโยนชาถ้วยนี้อีกงั้นสินะ?”

“อย่านะ! เอ่อถึงท่านจะโยน ข้าก็มีแก้วสำรองทำใหม่ให้ท่านดื่มอยู่ดี”

“แต่กาน้ำชาใบเล็กแค่นั้นคงไม่พอแก้วที่สามกระมัง”

 

รินอ้าปากพะงาบ ๆ เพราะเถียงไม่ออก เสตามองกาน้ำชาที่ว่า เขาไม่เคยคิดว่ากาน้ำใบนั้นเล็กจนกระทั่งโดนโยนถ้วยชาทิ้ง หากไม่โดนโยนเล่น น้ำชาในนั้นก็เพียงพอให้ดื่มก่อนนอนได้หนึ่งถ้วยพอดี

 

ชาอุ่น ๆ ถูกมือใหญ่รับไปแล้ว รินใจชื้น ในที่สุดก็กล่อมให้องค์ชายหัวดื้อคนนี้รับไปเสียที เชียนค่อย ๆ เลื่อนขอบแก้วจรดริมฝีปาก สูดกลิ่นหอมอ่อน ๆ จากควันสีจางก่อนจะยกรับรสชาติน้ำชาที่ไม่เคยลิ้มลอง ความรู้สึกแรกราวกับสายลมเย็น ๆ พัดผ่านมา เมื่อดื่มอึกที่สองจนหมดแก้วก็ได้กลายเป็นภาพของลมเส้นนั้นพัดหมู่ดอกไม้ให้ลอยขึ้นไปพร้อมกับสายลม

 

ลืมตาโพล่งมองก้นแก้วสีขาวสะอาด รสชาติแปลกประหลาดยังคงนุ่มลิ้นไม่จางหายไปไหน เขาไม่เคยดื่มชารสชาติเช่นนี้ มันหวานแต่ก็มีรสอะไรบางอย่างที่เข้มข้นวนอยู่ในโพรงปาก อาจจะเป็นดอกของต้นบ๊วยสี่ร้อยปีนั่นก็เป็นได้

 

ไม่อยากยอมรับเลยว่าชอบรสชาตินี้

 

“ลุกไปซะ”

“อเอ๊ะ”

“ตัวเจ้าหนักอย่างกับท่อนไม้ ขาข้าจะหักอยู่แล้ว”

“ขข้าขอโทษ!

 

แผ่นหลังบางโดนผลักออกไปในจังหวะที่รินลุกพอดี ร่างบางเซเล็กน้อยแต่ทรงตัวได้ อีตาองค์ชายคนนี้ไม่มีความละเอียดอ่อนเอาเสียเลย เดี๋ยวก็ผลัก เดี๋ยวก็ฉุดกระชาก

 

“ท่านไปเตรียมตัวทานมื้อเช้าเสียเถิด ข้าจะรออยู่ข้างล่าง”

 

รินเคลื่อนรถเข็นออกมาจากห้องก่อนจะถอนหายใจเสียงดัง จู่ ๆ ก็ใจเต้นขึ้นมาตอนที่เห็นใบหน้านั้นผ่อนคลายจากการดื่มชาของเขา จริง ๆ แล้วธรรมเนียมหลังตื่นนอนมีอยู่สองอย่าง อย่างแรกคือดื่มชา อย่างที่สองคือนวด 4 จุด แต่ดูทรงแล้วน่าจะต้องรบกันนานกว่านี้แน่เลย

 

รินเดินลงมาที่ห้องอาหาร น่าทึ่งมากสำหรับโต๊ะทานข้าวที่ยาวประหนึ่งแม่น้ำสักสาย ทั้งที่คนใช้มีกันอยู่แค่ไม่กี่คนแท้ ๆ จะสร้างใหญ่โตไปทำไมนะ เดินเลยเข้าไปในห้องครัว ซึ่งใหญ่ไม่แพ้กัน รินขอใช้พื้นที่ส่วนหนึ่งตั้งแต่เช้ามืด ตามกฎการเป็นลลิลบอกเอาไว้อย่างเคร่งครัดว่าจำเป็นต้องทำอาหารให้ผู้ถือครองทานทุกมื้อ โดยยึดตามอาชีพ มวลร่างกาย และการใช้ชีวิต เมนูแต่ละอย่างก็จะเป็นประโยชน์โดยตรงกับผู้ครอบครอง เพราะได้ทำการใส่ใจในเรื่องการกินเรียบร้อยหมดแล้ว

 

รินอุ่นอาหารและตักใส่พาชนะทำมือตอนอยู่ตำหนัก ชุฌาบอกเสมอว่าสิ่งของที่เราทำขึ้นจะแสดงความเป็นตัวเราออกมาอย่างชัดเจน และผู้ใช้ก็จะเข้าใจความเป็นเรา โดยไม่ต้องอธิบายใดใด

 

สาวใช้รอบ ๆ แอบมองลลิลคนใหม่ตาเป็นประกาย พวกเธอไม่เคยเห็นลลิลกันบ่อยนัก อย่างท่านไมล์ที่ได้เข้ามาเป็นลลิลคนแรกของปราสาทนาน ๆ ทีถึงจะได้เจอ ใครต่างก็รู้ว่าองค์ชายชาร์วิสหวงเป็นไหน ๆ ถึงขนาดสั่งสร้างห้องครัวในห้องนอนส่วนตัว เพราะอยากให้ท่านไมล์ทำอาหารให้ทุกเช้า ไม่ต้องลงมาใช้ข้างล่างให้พวกสาวใช้แทะโลมทางสายตาเล่น

 

“ดูสิ ตัวก็หอม แถมยังทำอาหารหอมอีก ดอกไม้ลลิลเนี่ยสุดยอดเลยเนอะ”

“ใช่ ข้าน่ะอิจฉาท่านเชียนจริง ๆ ที่ได้ลลิลคนนี้ไป”

“ว่าแต่ทำไมถึงมีผมสีขาวได้ล่ะ ลลิลคนนั้นเป็นคนต่างแดนงั้นรึ?”

“ไม่น่าใช่นะ ข้าเคยอ่านเจอว่าเมืองเราก็เคยมีตระกูลผมสีนี้อยู่”

“มายืนคุยอะไรกันอยู่ตรงนี้ไม่ทราบ!!

 

รินสะดุ้งเสียงดุของหัวหน้าสาวใช้จนเผลอปล่อยทัพพีหล่นลงในหม้อ หญิงสาวกลุ่มนั้นก็คงจะได้ยินถึงได้หันมามองกันเป็นตาเดียว พวกเธออมยิ้มให้กันเล็กน้อย เอ็นดูลลิลที่ทำเป็นไม่สนใจแล้วคนน้ำในหม้อต่อ เสียงของมาร์กาเร็ตน่ะดุและดังจริง ๆ นั่นแหละ

 

“ท่านเชียนจะเสด็จลงมาแล้ว พวกเจ้ามัวแต่คุยกันอยู่ได้ ไปเตรียมของ!!

“ค่า ค่า”

 

สำรับแรกสำหรับมื้อแรกเสร็จแล้ว รินตั้งใจทำสุดความสามารถ ตั้งแต่เช้ามืดยันตอนนี้ เป็นอาหารตำรับเทพตามตำราของชุฌาทุกอย่าง ยิ่งทานยิ่งเพิ่มกำลังเพราะชายผู้นั้นเป็นนักรบ ทั้งยังบำรุงกล้ามเนื้อ เลือด ดวงตา และสมอง เรียกได้ว่าตำรับเทพรับประทานเลยจริง ๆ

 

“กลิ่นอะไรน่ะ หอมจริงเชียว ชักหิวแล้วสิ”

“คงจะเป็นกลิ่นอาหารโชยมาตามลมล่ะมั้งท่านแม่” ลูกชายคนที่สามตอบ

“แต่แม่ไม่เคยได้กลิ่นอะไรแบบนี้มาก่อนเลยนะ”

“แต่เชารี่คุ้น ๆ อยู่เพคะท่านแม่ กลิ่นเหมือนอาหารที่พี่ไมล์ทำเลยเพคะ”

“หรือว่า

 

รินยกสำรับอาหารออกมาพร้อมเชียนที่กำลังทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ทรงสูง จักรพรรดินียิ้มแก้มปริ พออกพอใจลลิลคนนี้เป็นอย่างมาก หน้าตาสะสวย ผิวพรรณก็ดี อีกทั้งยังดูนุ่มนิ่มน่ากอดอีกด้วย อยู่ดี ๆ ก็นึกอิจฉาลูกชายตนเองเสียอย่างนั้น

 

“รินนี่เอง”

“ถวายบังคมขอรับจักรพรรดิ จักรพรรดินี”

“เป็นอย่างไรบ้าง สะดวกสบายดีหรือไม่”

“ดีที่สุดอย่างหามิได้ขอรับ”

 

กัดฟันตอบทั้งที่ในใจก็รู้ว่าไม่ใช่ บนโต๊ะมีกันครบยกเว้นองค์ชายชาร์วิส ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมถึงไม่ลงมาทานด้วยกันข้างล่าง สูงสุดของโต๊ะคงไม่พ้นพระจักรพรรดิ ที่แต่งตัวสบายกว่าเมื่อวานมากโข ถัดมาทางขวามือคือจักรพรรดินี และท่านเชียนหน้าบึ้ง ตรงกันข้ามคงเป็นองค์รัชทายาทลำดับที่สามนามว่าชิโอะ ถัดลงมาคือลำดับที่สี่ เป็นเจ้าหญิงแสนเลอโฉมนามว่า เชารี่

 

“อ๊ะนั่นมัน สำรับอาหารจากตำหนักลลิลโดยแท้งั้นสินะ”

“ใช่แล้วขอรับ ประกอบไปด้วย—”

“แดเนียล ยกของพวกนี้ออกไป”

 

คำสั่งของเชียนทำเอาทั้งโต๊ะอ้าปากเหวอ แดเนียลคงจะเป็นผู้ติดตาม รินโต้ตอบอะไรไม่ได้เพราะเห็นแก่จักรพรรดิทั้งสองที่นั่งมองอยู่ สำรับอาหารที่ตั้งใจทำตั้งแต่เช้ามืดถูกยกออกไปวางด้านข้าง ณ ที่ว่างตรงหน้าของริน ก่อนแดเนียลจะสั่งให้สาวใช้ยกอาหารเข้ามาให้ แทนเมนูของเขาที่อันตรธานมาให้คนทำทานเสียเอง

 

“เชียนแม่ว่าทำแบบนี้มัน

“จะเริ่มทานกันได้หรือยังท่านแม่”

 

รินโดนหักหน้าเป็นครั้งที่สองเม้มปากกลั้นโทสะไว้ข้างในและแปรเปลี่ยนเป็นถอนหายใจออกมาเบา ๆ ชิโอะที่เฝ้าดูอยู่ก็ได้โอกาสขอชิมอาหารจากตำหนักลลิลตัวเป็น ๆ เพราะถ้าไปขอท่านพี่ชาร์วิสกิน มีหรือจะได้ แมวหวงก้าง หมาหวงกระดูกโดยแท้

 

ชิโอะอาศัยจังหวะที่ทุกคนทานกันไปเงียบ ๆ กระซิบเรียกลลิลสวยตรงข้าม หวังจะขอทานปลาเนื้อสะอาดสักคำสองคำ เอ่ยเสียงแผ่วได้อยู่สองสามทีจนกระทั่งรินได้ยินและหันมองมา ชิโอะกำลังจะอ้าปากขอแต่โดนสายตาถลึงใส่จากผู้เป็นพี่จนต้องหุบปากเงียบไป

 

ไม่กินแล้วจะมายุ่งทำไมกันเล่า!

 

“ข้าก็แค่แฮะ ๆ เห็นว่าน่าอร่อยดี” ชิโอะพูดพร้อมกับหัวเราะโง่ ๆ พลางหลบสายตาดุ

“ถ้าองค์ชายชิโอะต้องการ ก็รับไปสิขอรับ”

“ได้จริง ๆ หรือ?!

“ก็ในเมื่อเจ้าของเขาไม่รับ ถ้าข้าจะทิ้งก็ดูเป็นคนไม่รู้คุณค่าของอาหารอีกคนน่ะสิ”

“อ๋อแฮะ ๆ งั้นข้าขอปลานะ”

“ได้ขอรับ”

 

รินเหยียดยิ้มหวาน เลื่อนจานปลาตัวใหญ่ไปให้คนตรงข้าม จักรพรรดิและจักรพรรดินีส่ายหัวเหนื่อยหน่ายกับนิสัยลูกชายของตนเอง คิดถูกหรือคิดผิดเนี่ยที่รับรินให้ลูกชายคนนี้ เฝ้ามองลลิลตรงหน้าที่กำลังตักอาหารเข้าปากด้วยสายตาขุ่นเคือง สลับกับใบหน้าลูกชายตัวเองที่กินข้าวระรื่นไม่รู้สึกรู้สาอะไรกับสายตาคู่นั้น

 

“เฮ้อข้าเหนื่อยใจเสียเหลือเกิน”

“หม่อมฉันด้วยเพคะฝ่าบาท”

 




















 

บรรยากาศโดยรอบไม่คุ้นตาอะไรเอาเสียเลย แค่คิดว่าต้องปรับตัวเพื่อให้อยู่ที่นี่ได้ตลอดไป รินก็เผลอถอนหายใจออกมาเสียแล้ว ลลิลน้อยหนีออกมาเดินเล่นในเวลาว่าง ๆ ที่ทุกคนมีงานทำกันหมด

 

รินปล่อยให้ดอกไม้นานาชนิดเป็นคนนำทาง เพราะความสวยและความสดใสของพวกมันทำให้รินไม่อยากละสายตาออกไปไหน จนกระทั่งเดินหลงเข้ามายังท้ายปราสาท และพบเจอศาลาหินอ่อนสีขาวกลางสวนดอกไม้นับร้อยสี ภาพตรงหน้าเพ้อฝันดั่งเรื่องราวในหนังสือ มันช่างดูสงบและอบอุ่นในเวลาเดียวกัน

 

“หืม? ตัวอะไรน่ะ?”

 

รินเดินเข้าไปใกล้ศาลา เพื่อจะได้จ้องมองตัวอะไรบางอย่างที่นอนกลิ้งเล่นอยู่บนเก้าอี้ บนโต๊ะมีชุดน้ำชาและขนมหวานอยู่หลายอย่าง แต่ละอย่างล้วนไม่เคยเห็น รินละสายตาออกจากเหล่าขนมหน้าตาเย้ายวน ไปจดจ้องอยู่กับสัตว์ขนสีขาว ตาสีฟ้า มีหูตั้ง และหางยาว งดงามมากเลยทีเดียว

 

“แมว?”

“ใช่แล้วจ้ะ”

!!!

 

เสียงปริศนาตอบรับดังขึ้นจนเผลอถอยหลังชนเก้าอี้ แมวตัวนั้นลุกมานั่งมองความเงอะงะของลลิล ก่อนจะร้องเหมียวออกมาทักทาย เจ้าของเสียงหน้าตื่นเมื่อได้รู้ว่าทำคนสำคัญของพี่ชายตกใจ เป็นเจ้าหญิงลำดับที่สี่นั่นเองที่ตอบเขา

 

“ขอโทษนะจ๊ะ ข้าไม่รู้ว่าจะทำให้เจ้าตกใจมากขนาดนี้ เจ็บหรือไม่?”

“ขข้าไม่เป็นไรขอรับองค์หญิง”

“ข้าเป็นน้อง เรียกข้าว่าเชารี่ก็ได้นะ ส่วนท่านข้าขอเรียกว่าพี่รินได้หรือไม่”

“เอ่อข้าเกรงว่ามันจะดูไม่ดีนะขอรับ”

 

เชารี่ส่ายหน้าพลางอุ้มแมวตาฟ้าไว้ใต้อก ยิ้มให้รินเล็กน้อยเพื่อยืนยันสิ่งที่พูดไปเมื่อกี้นี้ ร่างบางยืนคิดลำบากใจอยู่ชั่วครู่ สุดท้ายจึงตามใจองค์หญิงเชารี่เสีย

 

“พี่รินชอบแมวรึ?”

“เปล่า ข้าแค่ไม่เคยเห็น”

“ข้าน่ะ สงสัยจริง ๆ เลยเชียวว่าในตำหนักลลิลเป็นอย่างไร แต่ชุฌาก็ไม่เคยอนุญาตให้ข้าเข้าไปสักครั้ง แต่พวกพี่ของข้าได้เข้าไปกันทุกคน พี่รินพาข้าเข้าไปบ้างสิ”

“ไม่ได้หรอกเชารี่ ตัวข้าออกมาแล้ว การจะกลับเข้าไปได้ ต้อง

“ต้องได้รับอนุญาตจากพี่เชียนใช่ไหม เฮ้อว่าแล้วเชียว”

 

เชารี่เป็นเด็กร่าเริงและมีเรื่องพูดคุยมากมาย เธอแนะนำแมวจากแดนเหนือให้เขาได้รู้จัก มันชื่อว่า เดียร่า เป็นแมวป่าเพียงตัวเดียวในฝูงที่ตัวเล็กที่สุด และด้วยความที่มันเป็นมิตรกับมนุษย์ เชารี่จึงได้เก็บมาเลี้ยงตอนเดินป่ากับพี่ชายทั้งสาม แต่ใช่ว่าจะได้เลี้ยงในทันที เพราะเชียนไม่อนุญาต ซึ่งชาร์วิสเองก็ทำอะไรไม่ได้ เชียนถือเป็นประกาศิต ท้ายที่สุดต้องยกให้กับความอ้อนของพี่ชิโอะเขาล่ะ ที่เว้าวอนจนเชียนใจอ่อน

 

“รัชทายาทล้วนแล้วแต่มีสัตว์ประจำกายนะ อย่างข้าเป็นแมวป่า พี่ชาร์วิสเป็นเหยี่ยว พี่เชียนเป็นม้าศึก ส่วนพี่ชิโอะยังเลือกไม่ได้”

“ทำไมยังเลือกไม่ได้หรือ?”

“เพราะพี่ชิโอะรักสัตว์ทุกตัวบนแผ่นดินลิเทียร์น่า คนหลายใจแบบนั้นตัดสินใจไม่ได้หรอก คิกคิก”

 

เอเหมือนจะจำได้ว่า หนังสือจักรวรรดิที่เคยอ่าน ในหน้าสัตว์ประจำกาย ท่านเชียนไม่ใช่ม้าศึกมิใช่หรือ รินจำได้ว่าในหนังสือเขียนว่าเป็นเสือโคร่ง รูปวาดเองก็มี ใยเชารี่ถึงบอกว่าเป็นม้า

 

“ท่านเชียนเป็นม้ามาตั้งแต่แรกเลยหรือ”

“สัตว์ประจำกายตัวแรกคือเสือโคร่งค่ะ แต่ม้าศึกในตอนนี้ก็เข้ามาไล่เลี่ยกันกับไซอิทชื่อเสือน่ะค่ะ หลังจากที่ไซอิทตาย พี่ก็เลือกม้าศึกเป็นสัตว์ประจำกายแทน”

“มีชื่อไหมขอรับ?”

“มิลันธาแปลว่าความมืดค่ะ”

 

เชารี่ชอบรินตั้งแต่ครั้งแรกที่เห็น และรู้สึกว่าคุยถูกคอมาก ๆ เลยด้วย เด็กสาวชักชวนให้ลลิลสวยทานขนมหวานและดื่มชาด้วยกัน แล้วค่อยลากรินไปตามความคิดหนึ่งที่เพิ่งผุดขึ้นมา เชารี่ยิ้มขำกับปฏิกิริยาท่าทางของรินหลังได้ทานขนมเค้กและทาร์ตผลไม้ ส่วนน้ำชาก็ดูเหมือนจะชอบอยู่นะ

 

“ให้ข้าเดาพี่รินคงเหนื่อยกับพี่เชียนมากแน่ ๆ เลย ใช่ไหมคะ?”

“ท่านก็รู้นิสัยของพี่ตัวเองดี

“ฮิฮิ นั่นสินะ แต่ข้าไม่อยากพูด ว่าพี่ข้ามีอะไรดีบ้างหรอก แต่ข้าจะพาพี่รินไปให้เห็นเองกับตา”

“หเห็นอะไรรึ?”

“เห็นสิ่งที่ท่านไม่เคยเห็น”

 

หญิงสาวยิ้มชอบอกชอบใจ มือข้างหนึ่งอุ้มแมวไว้ ส่วนอีกข้างก็รั้งแขนรินให้ออกเดินไปด้วยกัน ครั้งนี้เป็นรถม้าไม่มีหลังคางั้นหรือเนี่ย ตั้งแต่พบกับเชารี่รินก็ได้ทำอะไรแปลกใหม่หลายอย่าง ผู้คนรอบข้างหันมองเราเป็นตาเดียว แน่ล่ะ ต้องตกใจอยู่แล้ว องค์หญิงกับลลิลของรัชทายาทนั่งรถม้ากลางเมืองเลยเชียวนะ

 

“เชารี่จะพาข้าไปที่ใดรึ?”

“ลานซ้อม~” เชารี่ตอบด้วยรอยยิ้มร่า

“ลานซ้อม?”

“ที่ที่พี่ข้าอยู่ทุกวันเลยน่ะสิ”

 

รถม้าเลี้ยวเข้ากำแพงน่ากลัว ซึ่งมีทหารคอยคุ้มกันอยู่ถึงสี่คน รินลอบกลืนน้ำลาย แม้จะเป็นถึงราชวงศ์แต่ก็ต้องโดนตรวจสอบอยู่ดี สักพักทหารหนึ่งในสี่ก็เอ่ยปากให้เราเข้าไปได้ วินาทีนั้นนับว่าเป็นช่วงเวลาที่รินตื่นเต้นปนกังวลที่สุดในชีวิตเลยก็ว่าได้

 

“คานส์ จอดตรงนี้”

 

เชารี่คงนึกสนุกอยู่ล่ะสินะ หันมาถามกันบ้างได้หรือไม่ว่าคนที่ตามมาด้วยจะสนุกหรือเปล่า เธอหอบชายกระโปรงลงจากรถม้า และหันกลับมายื่นมือช่วยประคองรินลงจากรถ แอบรู้สึกตงิดกับการกระทำเช่นนั้นอยู่เหมือนกัน แต่ดูเหมือนเชารี่คงไม่ได้คิดอะไร

 

“พี่รินเงียบเสียงไว้นะคะ ถ้าเกิดพี่เชียนรู้ว่าเรามา ต้องโดนดุแน่ ๆ”

“งงั้นข้าว่าเรากลับกันเถอะ”

“อะไรกัน~ ท่านกลัวพี่เชียนดุรึ?”

“ข้าไม่ได้กลัวสักหน่อย!

“ไม่ได้กลัวก็ไปกันเลยยยยย!

 

ติดกับเข้าจนได้ เชารี่พาลัดเลาะเข้ามาข้างใน ดีที่องค์หญิงแสนซนคนนี้เป็นถึงน้องสาวของผู้ปกครองที่นี่ ดังนั้นการทำตัวมีพิรุธจึงไม่เป็นที่ขัดข้องใจผู้ใด เสียงตวัดดาบกระทบกันดังแสบแก้วหู ยิ่งเข้ามาใกล้เสียงยิ่งหนักแน่น ทำเอาวูบวาบตามเนื้อตัวไปหมด ไม่น่าจินตนาการว่าโดนคมดาบเฉือนเข้าเนื้อเลย

 

“นั่นไง อยู่ตรงนั้น!

 

ไม่ต้องบอกก็เห็นชัดเจนว่าเป็นคนไหน ท่ามกลางเหล่านักรบนับร้อยท่านเชียนกลับโดดเด่นที่สุด ร่างสูงกำลังยืนคุยอะไรสักอย่างกับลูกน้องตนเอง ใบหน้าเคร่งเครียดกับคิ้วขมวดกันทำให้รินถึงกับหลุดอยู่ในภวังค์ เสียงดาบที่ดังระนาวดับเงียบ เหลือแค่เพียงภาพผู้ชายร่างสูงแสนใจร้าย ที่ตอนนี้กลับต่างกันออกไปนิดหน่อย

 

เชารี่ลอบขำเมื่อเห็นว่ารินเอาแต่จ้องพี่ชายของตนอยู่อย่างนั้นมาตั้งแต่เมื่อกี้ แต่รินคงไม่รู้ว่าพี่เชียนน่ะมีสัมผัสและเซ้นส์ที่ไวมาก ถ้ามัวแต่จ้องนานกว่านี้พี่เชียนคงรู้ตัวในไม่ช้า ว่าไม่ทันขาดคำ ร่างสูงที่อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลก็เงยหน้ามองมาทางนี้ไม่ทันให้ตั้งตัว เกือบดึงพี่รินมาหลบไว้หลังเสาไม่ทันเสียแล้ว

 

“ดโดนเห็นหรือไม่?!

“น่าจะทันนะคะ ข้าว่าเรากลับกันเถอะค่ะ”

 

เด็กสาวชะโงกหน้าดูลาดเลาให้แน่ใจอีกครั้ง เมื่อเห็นว่าพี่ชายตนเดินไปอีกทาง จึงได้ลากลลิลผมขาวให้ออกไปจากที่นี่ ก่อนพี่เชียนจะรู้ตัว

 

“ท่านดูใจลอยนะ”

“ข้าแค่คิดอะไรนิดหน่อย”

“คิดถึงพี่ข้าอยู่ล่ะสิ”

“เปล่าสักหน่อย!

“เมื่อกี้ก็พูดแบบนี้ ฮิฮิ”

 

อดยอมรับไม่ได้หรอกว่าเชียนที่ได้เห็นเมื่อกี้ต่างกับเชียนที่ได้พบเมื่อเช้า แม้แต่เมื่อวานก็ไม่เหมือนกันเลยสักนิด รินชอบชุดที่เชียนใส่ มันกะทัดรัดและเป็นสีดำทั้งตัว ดาบที่ข้างเอวก็เสริมให้ชุดนั้นดูดุดันเข้าไปอีก

 

แต่นั่นก็เป็นแค่ความคิดวูบหนึ่งที่พัดเข้ามาเท่านั้น รินไม่เคยลืมว่าเชียนพูดจาดูถูกและกระทำร้าย ๆ ใส่ตัวเองอย่างไรบ้าง เขาโกรธและน้อยใจทุกครั้งเมื่อถูกปฏิบัติราวกับคนไร้ค่า สิ่งเดียวที่ยึดให้เขาทนอยู่คือความเป็นลลิลที่จะไม่ทำให้ชุฌาเสียหน้าเด็ดขาด เพราะฉะนั้น

 

ความหวั่นไหวเมื่อสักครู่ก็เป็นแค่สายลม

 

“เชารี่อย่าพาข้ามาที่นี่อีกนะขอรับ”

“ทท่านไม่ชอบอย่างนั้นรึ?”

 

รินกุมไหล่ข้างที่เจ็บเอาไว้และขยับลูบมันเบา ๆ

 

“ใช่ ข้าไม่ชอบ”



#ดอกไม้ลลิล










ขอบคุณที่รออ่านนะคะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.23K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,818 ความคิดเห็น

  1. #2809 TONWANJA (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 7 มกราคม 2564 / 22:51
    น้องเชารี่น่ารักจัง รินสู้ๆน้า แง้ๆ
    #2,809
    0
  2. #2771 5A5Ilene (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2563 / 11:52
    ที่ไม่ชอบเพราะกลัวหวั่นไหวกับท่านเชียนใช่มั้ยเราน่ะ ดีค่ะ เราต้องแกร่ง เราต้องทำให้เขาหลงเราก่อน แล้วหลังจากนั้นค่อยว่ากัน แต่ว่านะ ตอนน้องรินตกใจน่ารักมากเลยอะ แล้วยิ่งตอนที่เห็นแมวก็คือเป็นเอ็นดู หนูลูก ทำไมถึงได้น่ารักขนาดนี้ ทำอะไรก็น่าเอ็นดูไปหมด ท่านเชียนนี่ตาไม่ถึงจริงๆเล๊ย มีของดีอยู่ใกล้ตัวแล้วแท้ๆ
    #2,771
    0
  3. #2765 DNL (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2563 / 15:53

    จีงงงง น้องรินอย่าไปหวั่นไหว

    ท่านเชียนใจร้าย

    #2,765
    0
  4. #2761 Pbivvp (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2563 / 20:07
    ดีแล้วลูกเอ้ย
    #2,761
    0
  5. #2735 pbcy (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2563 / 14:31
    อย่าไปยอมตาลุงเชียนนะคะน้องรินของคุนแม่
    #2,735
    0
  6. #2439 SRmonster_18 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2563 / 23:39
    ถูกแล้วค่ะ เราไม่ควรหวั่นไหวกับคนที่ทำร้ายเรา ใจแข็งไว้นะคะลูก
    #2,439
    0
  7. #2421 heyngne (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2563 / 05:12
    นั้นแหละค่ะ ลูกแม่ มันก็แค่แวปเดียวค่ะ!! หึึึึ
    #2,421
    0
  8. #2415 Monieye Std (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2563 / 03:29
    น้องใจแข็งไว้นะ อย่าไปยอมคนใจร้ายย
    #2,415
    0
  9. #2401 cheerchanbaek (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2563 / 00:01
    งื้ออออออ อ่านแล้วก็อดน้อยใจแทนลูกน้องรินของดิชั้นไม่ได้ เฮ้อออ ลูกรินของแม่ต้องทนเจอคนใจร้ายไปอีกนานเท่าใดกันนนน แงงงงงงง อิแม่ปวดใจจจจจเน่อ
    #2,401
    0
  10. #2346 creamcsom (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2563 / 02:04
    ชิโอะนี่หมาโตรึเปล่าาาาน่าเอ็นอ่ะแงงงงงงง ดีใจจังที่เชารี่ถูกชะตาลูกเรา แถมเชารี่ยังน่ารักมากๆๆๆด้วย โง้ยยยยยแม่ปลื้มหัวจัย
    #2,346
    0
  11. #2271 PRAE.VV (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2563 / 08:07
    อย่างน้อยรินก็จะไม่เหงา ส่วนอิตาองค์ชายเชียนน่ะช่างเถอะะะะะะ หึ!
    #2,271
    0
  12. #2195 Bubblebube (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2563 / 20:37
    สงสารน้องรินนน
    #2,195
    0
  13. #1929 munkrishear (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 2 เมษายน 2563 / 22:33
    ชิโอะกับเชารี่น่ารักอ่าาาา

    ไรท์บรรยายแล้วเห็นภาพเลย ฮือ ในหัวนี่คิดภาพท่านเชียนดูหล่อมากกก เกินต้านนน แต่น้องต้องใจแข็งให้มากๆนะอย่าไปยอมคนใจร้าย!!!
    #1,929
    0
  14. #1879 dewwiizodiac (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 29 มีนาคม 2563 / 17:08
    ใจแข็งเยอะๆเลยนะน้องริน
    #1,879
    0
  15. #1878 ออมม่า (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 29 มีนาคม 2563 / 17:06

    ท้อ แทนริน เลย

    #1,878
    0
  16. #1848 Clarisse64 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 29 มีนาคม 2563 / 09:53
    จะรอดูอิพี่จะใจร้ายไปได้แค่ไหน
    #1,848
    0
  17. #1733 yysjej (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 28 มีนาคม 2563 / 16:39
    หนูว่างกลับมาอ่านแล้ววว เป็นกำลังใจให้นะคะ แต่งดีมากๆเลยค่ะ ชอบมากกกกก
    #1,733
    0
  18. #1585 tales story (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2563 / 21:17
    ใจร้ายอ่าาาา ฟ้องชุฌาได้มั้ยเนี่ยยยย
    #1,585
    0
  19. #1560 Galaxy cb (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2563 / 06:48
    ท่านเชียนใจร้ายย ทำน้องได้ลงคอ ฮื่ออ โอ๋ๆนะลูกนะ
    #1,560
    0
  20. #1406 Darkmate (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 2 มกราคม 2563 / 23:12
    ดีลูกกก อย่าเพิ่งไปชอบนะรอให้เค้าหลงก่อนไม่งั้นเจ็บหนักแน่ๆ j-j
    #1,406
    0
  21. #1205 Jo-ahRes (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2562 / 08:22
    ผมล่ะเกียมใจเลย น้องเราอาจจะค่อยๆ รู้สึกดีกับเขาจนอาจจาเจ้บก่อน แง ไม่ไหว เกียมทุบ
    #1,205
    0
  22. #1072 JKCBB (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2562 / 00:16
    เป็นลมที่พัดเบามากๆเลยจริงๆ
    แต่มันก็เป็นเครื่องยืนยันนะว่ามันเกิดขึ้นจริง :—)

    ตอนท่านเชียนปาถ้วยชานี่นึกว่าจะปาใส่หัวรินด้วยซ้ำ ยังดีนะพ่อคุณ
    ถ้าน้องเลือดตกยางออก ฉันจะสาปเธอ!!!! ละมาตลกตรงรินไปนั่งทับขาเขา แต่ไม่รู้ตัวว่านั่งทับ โอ้ย55555
    ชาหอม อร่อย เป็นเอกลักษณ์เนอะ
    #1,072
    0
  23. #1063 heykiki (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2562 / 20:21
    ย๊าาาา น้องหวั่นไหวกะเชียนไวแฮะ สงสารน้อง ;-; ต้องโดนใจร้่ยไปอีกยาวแน่ ๆ มันน่าทุบ
    #1,063
    0
  24. #1019 ppxleu (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2562 / 12:34
    ฮือน้องรินของแม่ ใครไม่รักหนูแต่แม่รักหนูนะคะ
    #1,019
    0
  25. #1014 Dorothy Bernard (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2562 / 01:24
    หนูรินลูก มากอดแม่นี่มา โอ๋ๆนะ
    #1,014
    0