❀ ดอกไม้ลลิล | chanbaek

ตอนที่ 4 : ❀ ดอกไม้ลลิล : บทที่สี่

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7,118
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,052 ครั้ง
    28 ก.ค. 62





บทที่ 4

ธรรมเนียมลลิล



 

รินหน้าเหวอเมื่อองค์รัชทายาทลำดับที่สองลุกขึ้นจากบัลลังก์ ก่อนจะเดินสะบัดผ้าคลุมไหล่ออกจากโถงไป ทิ้งลลิลตัวน้อยมึนงงกับสถานการณ์ตรงหน้า โดยผู้ที่ไม่สนใจใยดีแม้แต่หน้าจักรพรรดิองค์ใด

 

เจ้าภาพทิ้งงานตัวเองเพิ่งได้เจอก็คราวนี้

 

จักรพรรดิถอนหายใจเหนื่อยหน่าย ใครจะบังคับลูกชายแสนดื้อรั้นผู้นั้นได้ ขนาดในฐานะพ่อยังทำไม่ได้ ในฐานะจักรพรรดิยิ่งหมดหวัง ชายชราโบกมือให้องครักษ์ทั้งสองตามไปเสีย ไหน ๆ ตัวพ่อเดินออกไปแล้วก็ไปกันให้หมดซะ

 

ไคเซอร์กับเซพาร์รับคำสั่ง พลางรุดเข้ามาใกล้ลลิลตัวน้อยและผายมือให้ออกไปพร้อมกัน ตอนแรกก็ไม่เข้าใจอยู่หรอก แต่นึกขึ้นมาได้ว่ารินได้กลายเป็นลลิลของท่านเชียนแล้ว จึงได้เอื้อมไปจับมือใหญ่สีแทนขององครักษ์คนนั้นเอาไว้

 

พอได้ออกมาอยู่ในที่สงบ ไร้เสียงเพลงและเสียงคนหัวสมองก็เริ่มกระบวนการคิด นึกย้อนไปไม่กี่นาทีก่อน รินไม่เคยโมโหจนหลุดแค่นหัวเราะออกมา เพราะกิริยาแบบนี้ถือว่าไร้มารยาทและไม่งามสำหรับลลิลเป็นอย่างมาก แต่เจ้าชายคนนั้นไร้มารยาทกับเขาก่อน ทั้งกิริยาวาจาสีหน้าและน้ำเสียงล้วนแสดงออกอย่างดูถูกและไม่ถนอมใจผู้ใดเลย ไม่คิดว่าแผ่นดินนี้จะมีรัชทายาทนิสัยไม่ดีแบบนี้ได้ ผิดกันลิบลับกับที่อ่านมา

 

ระหว่างทางรินใช้เวลาด่าทอในใจ พร้อมกับสาวเท้าให้ทันพวกองครักษ์ตัวสูง จนแทบไม่รู้ตัวว่าตัวเองเดินมาไกลมากแล้ว เดินมาหยุดอยู่ตรงไหนของปราสาทอันใหญ่โตโอ่อ่าก็ไม่รู้ เสียงเปิดประตูบานหนี่งดังขึ้นเรียกรินให้ออกจากภวังค์

 

ประตูบานนั้นฉายให้เห็นร่างสง่างามของใครคนหนึ่ง กำลังถอดเครื่องราชอิสริยาภรณ์บนผ้าเนื้อดีทีละชิ้นอย่างช้า ๆ ราวกับคนใจเย็นแต่ใบหน้าตรงข้ามกันอย่างสิ้นเชิง ร่างสูงหันมาเพราะได้ยินเสียงประตูเปิด ก่อนจะชักสีหน้าหงุดหงิดใส่ไม่ปิดบัง เมื่อเห็นว่ามีใครอีกหนึ่งคนตามเข้ามาด้วย

 

“ใครสั่งให้พาเข้ามา”

เอ่อ นี่ลลิลของท่าน” ไคเซอร์หันไปสบตากับเซพาร์ว่าใครจะเป็นคนตอบ ทั้งที่รู้อยู่แล้วว่ายังไงเซพาร์ก็ไม่คิดจะตอบ

“ไม่ใช่ของข้า ใครเป็นผู้รับมาก็ของผู้นั้น”

 

เชียนพ่นลมหายใจไม่สบอารมณ์ ใช้หางตามองเพียงเสี้ยวเดียว ก่อนจะหันกลับไปวุ่นวายกับตัวเองต่อ รินเห็นดังนั้นจึงเกิดอาการไม่พอใจ โดนใช้สายตาเหยียดหยามชัดเจนขนาดนั้น ต่อให้ตัวเป็นแม่พระแค่ไหนก็ไม่สามารถทนความโกรธต่อชายผู้นี้ได้ รู้สึกโมโหกับการกระทำอันน่ารังเกียจ ไม่เห็นหัวบิดา เมินหน้ามารดา แล้วยังมาใช้สายตาทุเรศมองราวกับรินไม่ใช่คนอีก

 

เกิดมาเป็นลูกจักรพรรดิ แล้วจะปัดสายตามองผู้ใดก็ได้รึ

 

“ถวายบังคมองค์ชายรัชทายาท”

 

รินขัดสงครามประสาทเล็ก ๆ ที่ทำให้บรรยากาศทั้งห้องครึ้มแปลก ๆ อย่างน้อยรินก็คิดว่าต้องทำความเคารพให้สมฐานะที่เกิดมาใหญ่โตเสียก่อน แล้วจะทำอะไรต่อจากนั้นก็ย่อมได้

 

“ข้าชื่อริน เป็นดอกไม้ลลิลลำดับที่สี่”

“ข้าไม่ได้—”

“และข้าเองก็ไม่ได้อยากเป็นลลิลของท่านนักหรอก”

 

รินพูดเสียงแข็ง ถึงจะเป็นการกระทำที่คิดว่าน่าจะโง่ที่สุดในชีวิตแล้วก็ตาม แต่ไหน ๆ ได้เกริ่นออกมาขนาดนี้แล้ว จะให้หยุดคงไม่ทัน เชียนเหยียดยิ้มมุมปาก รินไม่อาจอ่านความหมายของรอยยิ้มนั้นได้ รู้อย่างเดียวคือมันน่ากลัวมาก

 

“แล้วทำไมเจ้าไม่ปฏิเสธชุฌาเสียล่ะ?”

 

รินลอบขำ เรื่องพื้นฐานเกี่ยวกับยศถาบรรดาศักดิ์ถูกสอนตั้งแต่เล็ก และที่ลิเทียร์น่าก็เคร่งกับเรื่องชนชั้น ผู้น้อยมีหน้าที่ปฏิบัติตาม ถ้าหากปฏิเสธจุดจบคือความตายเท่านั้น คงพอมีอยู่บ้างที่เจ้านายไม่ใจร้ายพอจะฆ่าแกงกันทันที แต่ในแผ่นดินลิเทียร์น่าตอนนี้ดูเหมือนจะไม่มีสิ่งนั้น

 

“ลลิลขัดประสงค์ของชุฌามิได้ ท่านไม่รู้รึ?”

“ข้าจำเป็นต้องรู้เรื่องภายในของพวกเจ้าด้วยรึ?”

 

รินลอบกัดปากขัดใจเมื่อโดนตอกกลับ อัศวินทั้งสองยืนเงียบมานานได้แต่หันซ้ายทีขวาที มองดูคนสองคนคุยกันด้วยคำถามและตอบกลับด้วยคำถาม เซพาร์ส่ายหัวเหนื่อยใจ คู่นี้ไม่ว่ายังไงเห็นทีคงคุยกันไม่รู้เรื่อง สะกิดให้ไคเซอร์รู้ตัวว่าเราต้องออกไปกันได้แล้ว ขืนอยู่ต่อน่าจะโดนลูกหลงไปด้วยแน่ ๆ

 

“เชียนท่านออกมาจากงานแล้วก็พักเสียเถิด พวกข้าขอตัว”

“อืม”

 

ขมวดคิ้วสงสัยสรรพนามที่องครักษ์ผิวแทนใช้เรียกองค์รัชทายาท พวกเขาสนิทกันขนาดเรียกชื่อเล่นห้วน ๆ เลยรึ แสดงว่าอัศวินทั้งสองเองก็คงไม่ธรรมดาเช่นกันสินะ ในขณะที่คิดเพลิน ๆ ก็นึกขึ้นมาได้ว่ามันไม่ใช่เวลาที่ตัวเองจะมายืนพยักหน้าเห็นด้วย รินอยู่ที่นี่คนเดียวไม่ได้แต่ให้อยู่กับปีศาจตนนี้ก็ยิ่งไม่ได้!

 

“ออกไป”

 

น้ำเสียงกดต่ำหวังให้กลัวดังขึ้นตามมาติด ๆ คิดเอาไว้แล้วว่าจะต้องโดนไล่แน่ ๆ แต่อย่างน้อยช่วยหาห้องสำรองให้ทีได้หรือไม่ จะให้รินผู้ซึ่งไม่เคยเดินเตร่อยู่ในปราสาทอันใหญ่โตนี้หาที่นอนเองได้อย่างไร

 

“ใยข้าต้องทำเช่นนั้น”

“เจ้าแทนตนเสมอข้ารึ?”

“ท่านหูไม่ฝาดหรอก”

“ข้าไม่ใช่คนที่เจ้าจะมาลูบคมเล่นด้วยได้”

 

รินทิ้งสะโพกในท่ากอดอกเมินสายตาดุดันทำให้หวั่นใจ กิริยาแบบนี้ไม่ดี ถ้าชุฌามาเห็นเขาต้องโดนดุแน่ ๆ แต่ชุฌาไม่อยู่นี่นา แล้วตั้งแต่ออกจากตำหนักมา รินก็ทำสิ่งที่โดนห้ามไปเกือบหมดแล้วด้วย แย่จริงเชียวทำอีกสักหน่อยก็แล้วกัน

 

“ท่านหว่านพืชหวังเพชรพลอยรึ? พูดอย่างไรกับข้า ข้าก็จะพูดอย่างนั้นกับท่าน”

 

ใบหน้าสวยเชิดคางใส่ ในเมื่อท่านผู้สูงศักดิ์ใช้วาจาหยาบคาบกับเขาตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอกัน แล้วเหตุใดเขาถึงต้องพูดดีด้วยยิ่งคิดยิ่งโกรธเคือง ซึ่งนั่นกลับสร้างความน่าเย้ยหยันในใจของเชียนเช่นกัน ใบหน้ายู่ยี่อยากเอาชนะเสียเต็มประดา แต่ดูคลับคล้ายคลับคลากับแมวของเชารี่เสียจริง

 

“ชุฌาไม่ได้สอนการวางตัวกับผู้ที่อยู่สูงกว่าให้หรือ เจ้าถึงได้เห่าเสียงดังไม่กลัวหัวหลุดเช่นนี้”

 

ยอมรับว่าคำพูดแบบนั้นกับใบหน้าในตอนนี้ทำให้รินกลัวขึ้นมาจริง ๆ เมื่อเห็นว่าลลิลตรงหน้าไม่กล้าเห่าอีก จึงเดินไปถอดเสื้อคลุมแขวนไว้ที่ราวทำจากทอง พร้อมกับใช้มือข้างหนึ่งปลดกระดุมลงมาสามเม็ด

 

ลำคอหนาเป็นสีน้ำผึ้ง ถึงจะออกรบหรือออกแดดบ่อย ๆ แต่มันกลับไม่ดำไปตามการใช้ชีวิตเลยสักนิด รินแอบตกใจหน่อย ๆ ที่เชียนปลดกระดุมเกือบจะเห็นแผลงอก ไม่ใยดีเลยว่ามีลลิลหนึ่งคนยืนอยู่ตรงนี้ด้วย

 

“ทำไมยังไม่ออกไปอีก”

“ท่านให้ข้าออกไปแล้วคืนนี้ข้าจะนอนที่ไหน”

“นั่นมันเรื่องของเจ้า”

“แต่ข้าเป็นลลิลของท่าน”

 

เชียนหันขวับทันทีที่รินพูดจบ ส่งสายตาตำหนิไม่สบอารมณ์ไปให้ แต่ลลิลตัวน้อยไม่รู้สึกอะไร เป็นลลิลที่ไม่ต้องการแบบนี้กล้าพูดออกมาเต็มเสียงได้อย่างไร แสดงออกชัดเจนเยี่ยงนี้แล้ว ลลิลดอกนี้ก็ยังยื้อจุดยืนของตนเองอยู่ได้ มันทำให้เชียนหงุดหงิด

 

“เจ้าควรรู้เอาไว้ว่าสำหรับข้าเจ้าไม่เคยเป็น”

 

ใยถึงพูดจาใจร้ายด้วยใบหน้าไม่รู้สึกรู้สาเช่นนั้นได้

 

“ข้าปฏิญาณกับตัวข้าไว้แล้วว่าคราวที่ข้าได้เป็นลลิลของผู้ใดก็ตามหรือแม้แต่ท่าน เมื่อถึงคราวที่ข้าต้องตายแทนข้าก็จะทำ”

 

ประโยคไม่ทันคาดคิดทำให้ห้องเงียบลงทันใด แม้กระทั่งเสียงดนตรีจากด้านนอกก็ไม่ได้ยินเลยสักนิด เชียนจดจ้องสายตากับลลิลผมขาวเนิ่นนาน จริงอยู่ที่คำพูดเพียงลมปากไม่สามารถทำให้เชียนเชื่อได้ แต่เขาก็ตกใจที่ได้ยินไม่ใช่น้อย

 

เป็นดอกไม้หรืออัศวิน ตายแทนอะไรไร้สาระ

 

เป็นแค่ลลิล ทำอะไรก็ไม่ได้ ใช้ดาบก็ไม่เป็น ริอาจจะมาเสียสละ เจ้าคิดหรอว่าชีวิตของเจ้าจะชดใช้ให้ใครได้?”

“แต่อย่างน้อยเงินตราที่ใช้ซื้อเจ้าก็น่าจะช่วยเยียวยาได้บ้าง”

“ท่านเชียน!

 

ดูถูกดูแคลนตัวของรินได้ แต่อย่าได้แตะต้องลลิลคนอื่น เรือนผมสีดอกเดซี่สะบัดด้วยความฉุนเฉียว ตรงเข้าไปใกล้ชายร่างสูงที่นั่งพาดขาอยู่บนเตียง ลืมความกลัวหัวหลุดออกจากบ่าไปทันใด ร่างเล็กตั้งใจจะคว้าเข้าที่แขนเสื้อ แต่นักรบผู้ชำนาญกับการจู่โจมทุกรูปแบบ รับมือแมวตัวนี้ได้แสนง่ายดาย แทบไม่ต้องออกแรงด้วยซ้ำ

 

เชียนหักข้อมือหลบการจับกุมด้วยสัญชาตญาณการฝึกฝน และเป็นฝ่ายคว้าเข้าที่ข้อมือของรินเสียเอง เชียนเหวี่ยงร่างเล็กทั้งร่างไปชนเข้ากับตู้เก็บเครื่องราชอิสริยศจนหล่นกระจายเต็มพื้นเสียงดัง

 

“นอกจากลิ้นพลิ้วแล้วยังโง่เง่าอีกด้วย ลลิลอย่างเจ้าคงจะได้อันดับสี่มาเพราะโชคช่วยสินะ”

“อึ่ก! ข้าเจ็บนะ!!

“ข้าไม่คว้าดาบมาแทงเจ้าอีกรอบก็ดีแค่ไหนแล้ว”

 

รินกุมไหล่ข้างที่กระแทกเข้ากับบานตู้อย่างจังแล้วบีบคลึงเบา ๆ ร่างกายงดงามถูกชุฌาและลลิลอาวุโสดูแลมาอย่างดี ไม่ให้มีแม้แต่รอยเข็มทิ่ม จนวันนี้ชายตรงหน้าได้ทำให้ไหล่ของรินช้ำเสียแล้ว

 

“ท่านดูถูกและเกลียดลลิลอย่างข้าได้ แต่อย่าได้ใช้วาจาร้ายกาจกับลลิลคนอื่น!

 

แรงกระแทกน่าจะหนักไปมาก ๆ สำหรับมนุษย์ที่ถูกเลี้ยงมาอย่างบอบบาง แต่แรงเหวี่ยงของท่านเชียนก็ไม่ธรรมดา ตู้ถึงกับสั่นเลยทีเดียว ร่างสูงมองคนตรงหน้าที่น้ำตาเริ่มเล็ดออกมาทีละเม็ด ก่อนจะค่อย ๆ หยดลงจากขอบตาและลากยาวเปื้อนแก้ม เลิกคิ้วด้วยความไม่เข้าใจ เขาออกแรงแค่นิดหน่อย ไม่เจ็บขนาดต้องร้องไห้เลยสักนิด

 

“อย่ามาบีบน้ำตาต่อหน้าข้า”

“ท่านก็หันหน้าหนีไปสิ”

“ปากดีเสียจริงนะ”

 

กระชากลลิลตัวน้อยเข้ามาใกล้อย่างไม่ทันตั้งตัว ถกเสื้อด้านซ้ายออกให้เห็นหัวไหล่ ไม่สนเสียงโวยวายตกใจและดูเหมือนแรงยื้อของรินเองก็ทำอะไรชายผู้นี้ไม่ได้ด้วย เชียนไม่เข้าใจว่าทำไมรินถึงได้ทำเป็นเจ็บมากนัก แต่เมื่อได้เห็นรอยแดงช้ำที่หัวไหล่จึงได้เข้าใจ

 

ร่างกายบอบบางราวกับบีบให้แหลกด้วยมือข้างเดียวได้

 

“อ่อนแอ!

“อ๊ะ…!

 

เดี๋ยวกระชาก เดี๋ยวผลักออก เห็นเป็นตุ๊กตาหรืออย่างไร รินจัดแจงเสื้อผ้าที่เกือบจะถูกถอดแล้วถ้าไม่ยื้ออีกด้านเอาไว้ จะว่าไปมันก็แดงไม่ใช่น้อย แรงคนหรือแรงช้างสารกันแน่

 

“ออกไปได้แล้ว”

“ไม่ออก”

“พูดไม่รู้เรื่องรึ?”

“ออกแล้วข้าจะไปที่ไหน ที่นี่ไม่ใช่ที่ของข้า ข้าไม่รู้จักใครยกเว้นท่าน ถึงแม้ท่านจะไม่ได้อยากได้ลลิล แต่ก็รับมาแล้ว ปฏิเสธก็มิได้ ท่านควรจะยอมรับข้าแต่โดยดีเสียเถอะ”

พูดได้ดีนี่”

 

เชียนทิ้งตัวนั่งยังปลายเตียง เหยียดยิ้มกับคำพูดเชิงยัดเยียดโชคชะตาอย่างไร้ความรับผิดชอบ โดยผู้ที่ทำกับเขาแบบนั้นคือพ่อทางสายเลือด และเขามิอาจขัดคำสั่งใดใดได้ คิดแล้วก็ตลกยิ่งนัก นอกจากชนชั้นจะกดขี่ความเป็นมนุษย์แล้ว สายเลือดข้นยังควบคุมความต้องการอีกด้วย เชียนรู้ว่าท่านพ่อเป็นห่วงลูกชายเปื้อนเลือดคนนี้ แต่การกระทำที่เป็นอยู่เพียงแค่ตอบสนองความสบายใจตนเองเท่านั้น

 

“ข้าจะเป็นลลิลในแบบที่ท่านต้องการ ถ้าหากฟังเงื่อนไขสามข้อของข้าแล้ว”

“เจ้าคิดว่าตัวเจ้าอยู่ในสถานะที่จะต่อรองได้งั้นรึ?”

“ข้าพูดว่าเงื่อนไข ไม่ใช่ข้อต่อรอง”

 

เพราะรินต้องใช้ชีวิตอยู่ที่นี่จนกว่าท่านเชียนจะไล่หรือรินตายจากไปมีแค่สองทางนี้เท่านั้น นั่นหมายความว่ารินไม่สามารถออกไปจากที่นี่ ถ้าท่านเชียนไม่อนุญาต ซึ่งมันจะเป็นปัญหาใหญ่สำหรับตัวเขาในภายหลัง

 

แค่ฤดูเหมันต์เท่านั้นที่รินจะกลับตำหนัก

 

“ข้อแรก ธรรมเนียมของลลิลที่ข้าต้องปฏิบัติ ท่านไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธ”

“เพราะ?”

“เพราะท่านดูถูกความเป็นลลิล ฉะนั้นข้าจะทำหน้าที่ของลลิลให้ดีที่สุด”

“เพื่อ?”

“ความไม่พอใจของท่านไม่ขึ้นตรงต่อข้า”

 

เสียงเส้นประสาทขาดดังเปรี๊ยะดังก้องในหัวสะท้อนกันหลายครั้ง เชียนไม่เคยต้องอดกลั้นอารมณ์อยากบีบคอใครให้หักคามือเลยสักครา แต่ถ้าครั้งนี้เขาทำไม่สำเร็จ ทั้งท่านพ่อ ท่านแม่ ชุฌา หรือแม้กระทั่งชาร์วิสจะต้องทำให้เขาปวดหัวแน่ ๆ

 

“ข้อสอง ท่านไม่มีสิทธิ์ก้าวก่ายข้า เช่นเดียวกับข้าจะไม่ก้าวก่ายท่าน ข้าเป็นเพียงแค่ลลิล ท่านไม่ต้องเกรงใจข้าก็ได้”

“หึฝังใจดีนะ”

“ถ้ามีคนพูดว่าท่านน่ะเป็นแค่เชียนแท้ ๆ ท่านคงยิ้มรับได้อยู่หรอก”

“ปากเก่งอย่างกับหมา เหตุใดชุฌาถึงเลี้ยงเจ้าไว้”

“คงเพราะชุฌาไม่พูดเปรียบเปรยผู้ใดว่าหมากระมัง”

“หึหึ”

 

เชียนหัวเราะในลำคออย่างไม่ปิดบังและดังมากพอให้รินได้ยิน นี่เขากำลังด่าองค์ชายนิสัยไม่ดีคนนี้อยู่นะ แล้วใยจึงหัวเราะราวกับเป็นเรื่องขบขันเสียได้ รินจัดเสื้อเก้อเขินอะไรแปลก ๆ พลางเดินเข้าไปใกล้ชายร่างสูงด้วยสีหน้าจริงจัง

 

เพราะข้อนี้สำคัญที่สุด

 

“ข้อสุดท้ายข้าจะกลับไปอยู่ตำหนักเมื่อฤดูหนาวมาถึง ไม่ว่าเหตุร้ายหรือดีอันใดเกิดขึ้นข้าก็จะไม่ออกมา แม้ท่านจะสั่งก็ตาม”

“กลับไปทำไม” เชียนขมวดคิ้วสงสัย

“มันเป็นเรื่องของข้า ใยจึงต้องบอกท่าน”

“ถ้าเจ้าไม่บอก ข้าก็จะไม่อนุญาต”

“นี่ท่าน! ข้อสองก็เพิ่งจะบอกไปว่าห้ามก้าวก่าย”

“แล้วข้าบอกเจ้าตอนไหนว่าข้ายอมรับเงื่อนไขทั้งหมดของเจ้า?”

 

รินสะอึกไปในทันที ชายผู้นี้เล่ห์เหลี่ยมพราวนัก หลอกให้เขาพูดปาว ๆ แต่กลับไม่ยอมรับสักข้อ ลอบกัดปากแค้นใจที่โดนทำเหมือนเป็นของเล่น ร่างสูงเหยียดยิ้มเยาะ ลลิลอ่อนประสบการณ์ริอาจมาฉะปากกับเขา

 

เร็วไปร้อยปี

 

“พร่ำเสร็จแล้วก็ออกไปซะ ข้ารำคาญหน้าเจ้าเต็มที”

“ดเดี๋ยว! ออกไปแล้วข้าจะไปที่ไหน”

“ข้าไม่รู้ รู้อย่างเดียวว่าต้องไม่ใช่ที่นี่”

!!!

“ไปซะ!

 

รินโดนผลักออกจากประตูบานใหญ่ และตามมาด้วยเสียงลงกลอนไล่หลัง เกาะประตูลายสวยด้วยความหมดแรง ไม่คิดว่าเขาจะใจร้ายไล่รินออกมาจริง ๆ ร่างเล็กหันซ้าย หัวขวา อย่างแรกคงต้องตามหาอัศวินทั้งสองก่อน แต่ก็ไม่รู้ว่าพวกเขาเดินไปทางไหนกัน

 

เดินมาเรื่อย ๆ ราวกับคนหลงป่า ด้านนอกดูสวยและเป็นระเบียบ แต่พอเข้ามาข้างในกลับซับซ้อนกว่าตาเห็น รินเดินวนไปวนมาบนชั้นนี้หลายนาทีด้วยกัน และแล้วก็ตัดสินใจหยุดลงตรงบันไดสีทองอร่าม ศึกษามาบ้างว่าจักรพรรดิองค์นี้รุ่งเรืองกว่ายุคไหน ๆ แต่ไม่นึกว่าจะขนาดเอาทองมาสร้างบันไดใหญ่โตขนาดนี้ได้

 

“ริน!?”

 

ร่างเล็กหันไปตามเสียงเรียก ก่อนจะเผลอร้องดีใจออกมาเมื่อเห็นว่าเป็นใคร

 

“พี่ไมล์!!

 

ความหวังสุดท้ายในตอนนี้ก็คงไม่พ้นพี่คนสนิทอย่างไมล์จริง ๆ ไม่ว่าจะตอนอยู่ตำหนักหรือปราสาทแห่งนี้ รินก็มักจะได้ไมล์ช่วยไว้เสมอ

 

“ข้าดีใจจังเลยที่เจอท่านพี่”

“ข้ารู้แล้ว ผ่อนแรงลงหน่อยได้ไหมน้องรัก”

 

รินหัวเราะแห้ง ๆ เผลอกอดแรงเพราะความโล่งใจไปหน่อย พี่ไมลยังคงเป็นแสงสว่างอันอบอุ่นที่จะช่วยโอบอุ้มเขาในตอนที่ลำบากอยู่ตลอด รินเกือบหลุดร้องไห้โฮทันทีที่เห็นหน้า แต่ถ้าทำจริง พี่ไมล์คงลำบากใจไปด้วย

 

“ทำไมเจ้าถึงมายืนเหม่อตรงนี้”

“ข้าโดนท่านเชียนไล่ออกจากห้องมา”

“หา? อะไรนะ?”

“ท่านพี่ฟังไม่ผิดหรอก”

“ท่านเชียนไล่เจ้าทั้งที่เพิ่งรับเจ้ามาเนี่ยนะ?”

“เขาไม่ได้อยากได้ลลิลเสียหน่อย”

 

ไมล์จูงแขนรินให้เดินไปที่ห้องด้วยกัน ขืนคุยกันนานกว่านี้ พรุ่งนี้ได้กลายเป็นข่าวลือมั่วซั่วเป็นแน่ ห้องของพี่ไมล์ไม่สิ ขององค์ชายชาร์วิสอยู่คนละฟากกับท่านเชียน พอเปิดประตูเข้าไปก็เห็นเจ้าของห้องนั่งพิงหัวเตียงพักผ่อนอยู่ ชายผู้นั้นทำหน้าตกใจการมาของรินอย่างไม่ปิดบัง

 

ทั้งพี่ทั้งน้อง แสดงสีหน้าออกมาได้ไร้มารยาทเสียจริง

 

“เจ้าพาน้องเจ้ามาทำไม!

“วันนี้ข้าจะนอนกับริน รบกวนท่านเตรียมห้องให้ข้าหน่อยได้หรือไม่”

“เจ้าว่าอย่างไรนะ?”

“ห้องใหม่หรือไม่ก็ห้องนี้”

 

ชาร์วิสส่ายสายตามองไมล์ทีมองรินทีอย่างไม่เข้าใจ เขารับรู้ได้ทันทีว่าสายสัมพันธ์ของพี่น้องแน่นแฟ้นกว่าความรัก ไมล์เลือกรินแน่นอนตามที่เห็น แต่แล้วยังไงล่ะ ตั้งแต่ได้ตัวไมล์มา เราก็นอนด้วยกันมาตลอด จนบางทีก็นึกไม่ออกว่าถ้าไม่ได้นอนด้วยกัน ชาร์วิสจะสามารถหลับลงหรือไม่ แต่กับไมล์ไม่ใช่รายนั้นจ้องตาจะไล่เขาท่าเดียว

 

“ข้าเป็นเจ้าของห้องนะ เจ้าจะไล่ข้าได้อย่างไรกัน”

“งั้นข้าจะไปขอให้ดาเลียร์เตรียมห้องให้”

“เดี๋ยวก่อนสิ! เจ้า!” ชาร์วิสชี้หน้าริน “ใยเจ้าไม่ไปนอนกับน้องข้า มาแย่งที่นอนข้าทำไม!

“ก็น้องท่านไล่รินออกมา จะให้นอนด้วยได้อย่างไร”

“แล้วเจ้าก็มาไล่ข้าต่อเนี่ยนะ?”

“ถ้าท่านไม่อยากออกไปนอนเตียงนุ่ม ๆ ก็ไปนอนที่โซฟาแล้วกัน”

 

รินชอบใจเล็ก ๆ ที่ตัวเองสามารถทำให้สายเลือดเดียวกับชายผู้นั้นรู้สึกแบบเดียวกับตนได้  ถึงจะไม่ได้มีความแค้นอะไรกับเจ้าชายชาร์วิสมากมาย แต่ก็พอใจที่ทำให้อีกคนไม่สบอารมณ์ได้ขนาดนี้

 

“ไม่เป็นไรแน่หรือ?”

“ข้าหรอหรือเจ้า?”

“ท่านพี่สิ”

“ข้าน่ะไม่เป็นไร ชาร์วิสขี้โวยวายแบบนี้ประจำ แต่เจ้าน่ะไม่เป็นไรใช่ไหม?”

“ข้า

 

รินโน้มตัวเข้าหาอ้อมกอดเล็ก ๆ แต่อบอุ่น มันช่วยปลอบประโลมความรู้สึกหลากหลายที่ถาโถมเข้ามามากมายตั้งแต่ได้พบชายผู้นั้น วูบหนึ่งที่รู้สึกคิดถึงเจ้าของส้มสามผลในยามที่โดนวาจาร้ายกาจจู่โจม

 

เจ้าของส้มสามผลคงอ่อนโยนกว่านี้

 

“ข้าอยากกลับตำหนักเหลือเกินท่านพี่”

“เขาใจร้ายมากเลย ดูถูกข้าดูถูกลลิล ชอบใช้คำพูดไม่ดีกับข้า”

 

เสียงของรินเริ่มสั่นขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อทบทวนคำพูดต่าง ๆ นานาที่องค์ชายบ้าเลือดคนนั้นใช้กับเขา ไม่รู้ว่าจะโกรธเกลียดอะไรกับดอกไม้ลลิลนักหนา เปรียบเขาราวกับสิ่งของไม่ใช่มนุษย์ พลันน้ำตาที่กลั้นมานานก็ไหลออกมาอาบแก้ม ไม่เพียงเพราะเจ็บใจกับคำพูดเขายังเจ็บไหล่ที่ช้ำอีกด้วย

 

ชาร์วิสเฝ้ามองอยู่ห่าง ๆ พลางถอนหายใจ พอจะเดาได้ว่าน้องชายตัวร้ายประพฤติตัวอย่างไรใส่ลลิลคนนี้ น่าเศร้าใจ แต่เป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้ ชาร์วิสไม่เคยอยากยุ่งเกี่ยวกับเรื่องส่วนตัวของเชียน มันไม่ใช่เรื่องดีเท่าไรถ้าหากเชียนโกรธขึ้นมา ทุกวันนี้ถ้ารู้ว่าเชียนเริ่มโมโห ชาร์วิสก็จะถอยหลังกลับทันที

 

เจ้าของห้องตัวจริงเดินออกจากห้องไปเงียบ ๆ เขาอยากให้เวลาพี่น้องทั้งสองคนคุยกันสักพัก เมื่อชาร์วิสออกไป ทั้งห้องก็เหลือเพียงไมล์ที่นั่งกอดเด็กน้อยเอาไว้กับรินที่ร้องไห้จนเหนื่อยและหลับไป ไมล์จัดท่านอนให้รินและดึงผ้าห่มคลุมถึงคอ ก้มลงมองขอบตาสวยที่มีรอยแดงเต็มขอบ

 

รินเป็นเด็กเข้มแข็งแต่ก็ร้องไห้เป็นเช่นกัน

 

“ถึงแม้เขาจะร้ายกับเจ้า แต่เขาไม่ได้ทำร้ายเจ้า”

“เมื่อใดที่เขาเกิดทำมันขึ้นมา พี่จะพาเจ้าหนีไปเอง”




#ดอกไม้ลลิล

















ทำไปแล้วจ้าาาา เปิดหัวไหล่น้องดูสิ

มาช้าดีกว่าไม่มาเนอะ555555 พอดีว่าฝึกงานแล้ว เลยไม่ค่อยมีเวลาเลย เราต้องตื่นตีห้า นอนห้าทุ่ม กลับหนึ่งทุ่ม เหลือเวลาแค่ 4 ชั่วโมงโดยประมาณเท่านั้น จึงไม่อาจแต่งได้เลย ไม่ชอบเวลาที่แต่งทิ้งไว้ในแต่ละวัน เพราะฟีลมันไม่เหมือนกันค่ะ เสาร์อาทิตย์ได้พักก็มักจะทำทุกอย่างที่ไม่มีโอกาสได้ทำ จนวันนี้ว่างจริง ๆ เลยรีบแต่ง รีบลง รู้สึกผิดที่ปล่อยให้รอนานเกินไป เดือนนึงแล้วมั้ง555555

หวังว่าจะยังมีคนรออยู่นะคะ เพราะหายไปนาน คนอ่านก็จะหายไปด้วย เป็นสัจจะธรรมค่ะ

น้ำมูกไหลแล้วอ่ะ ขอตัวไปเช็ดก่อน เจอกันตอนหน้าค่ะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.052K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,818 ความคิดเห็น

  1. #2808 TONWANJA (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 มกราคม 2564 / 22:34
    อารมณ์ไหนของพ่อคุณเขา วันไหนคลั่งรักขึ้นมาจะหัวเราะให้ฟันหัก
    #2,808
    0
  2. #2789 Pinkkaboo (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 กันยายน 2563 / 00:00
    ร้ายกาจนักนะ อิตาพี่บ้า!!
    #2,789
    0
  3. #2770 5A5Ilene (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2563 / 10:24
    ปากร้ายยังพอทน แต่นี่ทำน้องรินเจ็บ อิชั้นทนไม่ได้ น้องก็ตัวเล็กแค่นี้เองอะ ออกจะน่าทะนุถนอมขนาดนี้ท่านเชียนใจร้ายกับน้องได้ยังไง

    เอ๊ะ ว่าแต่เจ้าของผลส้มคือใครนะ !?!?
    #2,770
    0
  4. #2748 Kyss (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2563 / 18:27
    พระเอกหรือตัวร้ายคะเนี่ย ร้ายกาจมากกก อยากอุ้มน้องรินหนี5555
    #2,748
    0
  5. #2734 pbcy (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2563 / 13:57
    พี่เชียนนนใจร้ายอ่ะเตง แอบคิดว่าพี่เชียนเป็นเจ้าของส้มสามผลหรือป่าววว
    #2,734
    0
  6. #2672 minta1994 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2563 / 17:46
    ไม่มีคำว่า “อ่อนโยน” ในพจนานุกรมของเชียน
    #2,672
    0
  7. #2671 NTW78 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2563 / 03:14
    อย่า ทำ น้อง!!!!!
    #2,671
    0
  8. #2666 DOUBlEP! (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2563 / 18:52
    แกกกกกชั้นร้องห้ายยยยยสงสารน้อง แต่งดีเกินไป กรีเด
    #2,666
    0
  9. #2654 __ppmonster__ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2563 / 20:33
    มอหอท่านเชียน รอวันน้องเอาคืนบ้าง!
    #2,654
    0
  10. #2458 `CHANCHAN (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2563 / 15:18
    ท่านเชียนก็คือรุนแรงกับน้องจังเลย กระชากน้อง น้องก็ตัวแค่นั้นนน
    #2,458
    0
  11. #2445 moooo_ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2563 / 03:55
    ใจชั้นเชียร์ให้น้องสู้อีกเถียงอีก แต่พอท่านเชียนตอกกลับมาแรงกว่าชั้นก็มีซึมเหมือนกันแล้วพอน้องมาระบายกับไมล์ชั้นยิ่งซึมหนัก ครั้งนี้ท่านเชียนอาจจะไม่ได้ตั้งใจทำร้ายร่างกาย แต่ดิชั้นจดใส่บัญชีดำไว้หมดแล้วนะคะ ส่วนคำพูดทำร้ายเต็มๆ สงสารลูก ;-;
    #2,445
    0
  12. #2420 heyngne (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2563 / 05:01
    ใจร้าย!! ชั้นจะพาน้องหนีแล่ว
    #2,420
    0
  13. #2407 Monieye Std (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2563 / 11:01
    พาน้องหนีไปเลยย แง
    #2,407
    0
  14. #2400 cheerchanbaek (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2563 / 23:52
    น้องงช้ำแล้วพี่ไมล์!!! ไหล่สวยๆของน้องรินของขุ่นแม่เขียวแล้วไหมมม ฮึ่ยยยยยย ขอฟาดตาเชียนซักทีเถอะ!!! ฮึ่มมม เปงโมโห
    #2,400
    0
  15. #2381 mtrdttt (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2563 / 14:03
    เขาทำไปแล้วพี่ไมล์!~ ไหล่น้องช้ำเลย
    #2,381
    0
  16. #2345 creamcsom (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2563 / 01:37
    ตอนน้องป๊ะหน้ากับท่านเชียนดิฉันคือเกร็งท้องทั้งซีน งง เกร็งไมไม่รู้แต่เกร็งไปแล้ว555555555

    ตอนแรกก็แบบสู้ลูกสู้!! ดีลูก ต่อปากต่อคำไปเลย แบบนั้นแหละ แต่พอกำลังรว้ายของท่านเชียนมันมีมากกว่าแม่ก็เริ่มน้ำตาซึมแทนลูก ในใจคือเป็นนี่โดนล็อกกลอนใส่คงทรุดฮื่อๆมันตั้งแต่ตอนนั้น แต่ลูกเรายังฮึบได้เดินหาที่พึ่ง เพิ่งจะมาซึมก็ตอนเล่าให้พี่ไมล์ฟัง ลูกเราแข็งแกร่งแต่น่าทะนุถนอมจีงๆ มอหอท่านเชียนว่ะ ตัวๆกันป่ะ แต่ขอเป็นดาบของเล่นนะ โมโหกว่านี้ค่อยว่ากัน
    #2,345
    0
  17. #2270 PRAE.VV (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2563 / 07:50
    พี่ไมล์ ไหล่น้องรินช้ำไปหมดแล้วววววว ; - ; อะไรจะจัดการอิตาเชียนได้นะ!?
    #2,270
    0
  18. #2183 Non_Dek61 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2563 / 19:13
    แงงงงงง น้องรินของแม่ ไปเอาไม้มาแม่จะตีพี่เขียนเอง บังอาจมาทำร้ายลูกข้ารึ!!!
    #2,183
    0
  19. #2141 aunaunmtyj (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2563 / 23:03
    ตีพี่มันคืนเลย ทำน้องร้องไห้!
    #2,141
    0
  20. #2122 Almastohii (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2563 / 03:06
    แง้งงงง พาน้องหนีไปปปป ชอบภาษาเขียนมากๆ ฮื่อออ หยุดอ่านไม่ได้
    #2,122
    0
  21. #1928 munkrishear (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 2 เมษายน 2563 / 22:29
    เปิดไหล่เดี๋ยวนี้พี่ไมล์!!!! เปิดไหล่น้องเดี๋ยวนี้!!!
    #1,928
    0
  22. #1884 Air-Play0066 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 29 มีนาคม 2563 / 21:52
    รินหนีไป!!!!!!!!!!!! อินหนักมาก
    #1,884
    0
  23. #1876 dewwiizodiac (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 29 มีนาคม 2563 / 16:57
    หนีเลยลูก
    #1,876
    0
  24. #1864 ออมม่า (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 29 มีนาคม 2563 / 13:20

    ไมล์น่าจะเห็นที่ไหล่ จะได้พาน้อไปตอนนี้เลย สงสารริน

    #1,864
    0
  25. #1842 Clarisse64 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 29 มีนาคม 2563 / 09:08
    อิพี่แกรังแกน้องรินลงได้ยังไงงงง
    #1,842
    0