❀ ดอกไม้ลลิล | chanbaek

ตอนที่ 2 : ❀ ดอกไม้ลลิล : บทที่สอง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9,224
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,106 ครั้ง
    21 มิ.ย. 62




บทที่ 2

บุตรแห่งลิเทียร์น่า


 

 

ด้านหลังของตำหนักลลิลมีสวนส้มขนาดใหญ่กินแนวยาวสุดลูกหูลูกตา เมื่อถึงฤดูที่ผลส้มรับแสงอรุณ ตำหนักลลิลจะมีส้มสามผลฝากมาถึงดอกไม้ลลิลชั้นสูงลำดับที่สี่ทุกวัน ลูกที่หนึ่งหมายถึงความรักลูกที่สองหมายถึงความห่วงหาและลูกที่สามหมายถึงความซื่อสัตย์

 

เมื่อนำมารวมกันแล้วก็มิต่างจากการสารภาพรัก

 

รินขยับผลส้มพันธุ์มารอทท์ในมือ เขาไม่เคยรู้ความหมาย จนกระทั่งพี่ไมล์ได้บอกกับเขา ส้มสามผลถูกส่งมาอยู่ตลอดตั้งแต่รินอายุสิบห้าและจะส่งมาทุกวันกระทั่งหมดฤดู จนอายุเท่านี้ก็ยังได้รับอยู่ หากแต่เขาไม่เคยพบหน้าผู้ให้ ความปลื้มปริ่มในหัวใจเลยได้แต่เก็บไว้คนเดียว

 

“วันนี้แล้วรึ?”

“ท่านพี่เวเธีย?!

“ยามใดกันที่เจ้าจะตอบรับเขา”

“ข้าไม่ทราบขอรับ”

 

ลลิลคนสนิทของชุฌายิ้มรับ หยิบผลส้มพันธุ์ดีที่สุดในลิเทียร์น่าขึ้นมามองดู มันช่างหวาน หอม และมีราคาแพงกว่าส้มทุกสายพันธุ์ เนื้อของเปลือกเรียบเนียนและเป็นสีสด ดูจากภายนอกยังรับรู้ได้ถึงความเอาใจใส่ ลลิลผู้นี้เป็นที่โปรดปรานยิ่ง ขนาดอยู่แต่ในตำหนัก ความสวยงามยังเล็ดลอดออกไปได้

 

“รู้สึกดีกับส้มสามผลไปก็ไม่มีประโยชน์ ภาวนาให้เขาผู้นั้นมีความกล้ามากพอมาหาเจ้าถึงตำหนักเสียดีกว่า”

“ขข้าไม่ใช่นะขอรับ!

“ไปทำหน้าที่ของตนเถิด ข้าต้องไปแล้ว” เสียงบางอย่างดังจากข้างนอกเข้ามาถึงในนี้ คงได้เวลาที่เวเธียจะต้องไปหาชุฌา เธอขอส้มผลหนึ่งจากลลิลตัวน้อย ซึ่งเด็กคนนั้นไม่อิดออด ทั้งยังจะให้อีกสองลูกที่เหลือเสียด้วย

 

ความโกลาหลเกิดขึ้นเมื่อมีเสียงกีบม้ากระทบพื้น ทหารนับพันรายเดินเรียงกันเป็นกองทัพเข้ามายังประตูฝั่งตะวันออก เพื่อมุ่งหน้าสู่ปราสาทใหญ่ ข่าวร้อนเดินทางมาถึงก่อนกองทหารจะก้าวผ่านประตูเสียอีก ชุฌารุ่นที่สิบสวมผ้าคลุมผืนใหญ่ สีขาวสะอาดตา ตั้งแต่เมื่อครู่นี้

 

เตรียมตัวออกไปต้อนรับท่านแม่ทัพที่นำชัยมาสู่บ้านเมือง

 

“หวังว่าท่านผู้นั้นจะเดินทัพผ่านหน้าตำหนักของเรานะ”

 

ประตูตำหนักไม้บานใหญ่ถูกเปิดออก พร้อมเสียงเซ็งแซ่ที่ประดาประดังทะลุผ่านหูทั้งสองข้างจนต้องหรี่ตา การปรากฏตัวของชุฌาเป็นที่น่าตกใจอยู่เสมอ เพราะนางเป็นสาวงามที่ถูกขนานนามว่าสวยที่สุดในเมืองนี้ แม้แต่จักรพรรดินีก็มิอาจสู้ความงามของชุฌาผู้นี้ได้

 

ร่างบางระหงส์เดินไปตามทางแยกของพวกชาวบ้านที่หลบให้ ขึ้นมาหยุดยืนอยู่หน้าสุดของแถวพร้อมองครักษ์หน้าตาดีมากมาย รวมถึงผู้ติดตามอย่างลลิลสาวอีกสองสามคน เรียกได้ว่าถ้าในยุคนี้มีสิ่งที่เรียกว่าเคป็อป ตำหนักนางก็น่าจะเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ไม่ผิดแน่

 

การเดินเท้าของกองทัพช่างชักช้ายิ่งนัก เพราะติดเข้ากับชาวบ้านที่เตรียมของมามอบให้ท่านแม่ทัพและทหารผ่านศึกมากฝีมือ ชุฌาเหยียดยิ้ม จำนวนพลไม่ต่างไปจากตอนที่เดินออกไปเลยแม้แต่น้อย นึกไม่ถึงว่าท่านแม่ทัพผู้นี้จะมีฝีมือในการฝึกสอนยิ่งนัก

 

กลีบดอกกุหลาบแดงหลายหมื่นกลีบร่วงโรยลงสู่พื้นดินจากการโยนใส่กองทัพนั้น แสดงความยินดีด้วยความสวยงามและสีประจำตำหนัก ชุฌาปล่อยให้คนของนางโยนกลีบดอกไม้ฉลองชัยชนะให้แก่เหล่าทหารไปเรื่อย ๆ ส่วนนางนั้น…

 

มือเรียวสวยโผล่พ้นออกมาจากแขนเสื้อ กำกลีบดอกสีแดงเต็มฝ่ามือก่อนจะปาใส่บุคคลที่อยู่บนม้าศึกสีถ่าน การกระทำของนางช่างสามหาว ทำเอาบริเวณโดยรอบเงียบสงัด และตำแหน่งที่นางเล็งนั้นเป็นเหตุให้ท่านแม่ทัพต้องหยุดการเคลื่อนไหวของม้าลงเสีย เล่นปาซะแรงจนเกือบโดนเข้าที่ใบหน้า แต่นางก็คิดเอาไว้แล้วว่าคนอย่างท่านแม่ทัพคงยกมือขึ้นมากันทันอย่างแน่นอน

 

“ชุฌา…” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยอย่างอดทน

“ถ้าหม่อนชั้นไม่ปาให้โดนใบหน้า ก็เกรงว่าอาจจะพลาดการพูดคุยกับท่าน ต้องขอประทานอภัยด้วยจริง ๆ เพคะ” สาวงามโค้งคำนับและกล่าวขอโทษขอโพยที่ล่วงเกิน หากแต่ใบหน้านางกลับไม่มีแม้แต่ความรู้สึกผิด

“ถ้าเจ้าเล็งหน้าข้าเอาไว้ตั้งแต่แรก ข้าเกรงว่าคำขอโทษคงไม่จำเป็น”

“งั้นหรือ งั้นหม่อมชั้นขอคืนนะเพคะ”

 

ท่านแม่ทัพถอนหายใจใส่อย่างไม่ปิดบัง ชุฌายิ้มขำที่กวนท่านผู้นี้ได้สำเร็จ ถึงจะพูดไปว่ามีเรื่องอยากจะคุยด้วย แต่เอาเข้าจริงการพูดคุยในที่สาธารณะไม่ใช่เรื่องที่น่าทำเลย พวกชาวบ้านก็อยู่ตรงนี้กันเยอะไปหมด เชื่อสิว่าท่านแม่ทัพคงบอกให้หล่อนไปเข้าเฝ้าที่ปราสาทแทน

 

“ถ้าหากมีเรื่องอยากจะหารือก็เชิญท่านชุฌาที่ปราสาท”

“เพคะ”

 

นั่นไงล่ะ… ชุฌาส่งรอยยิ้มหวานหลังจากก้มโค้งคำนับให้ท่านผู้สูงศักดิ์ แต่นางกลับใช้คำพูดที่แทนตนเสมือนคนฐานะเท่าเทียมกัน แต่ทุกอย่างในลิเทียร์น่าย่อมเป็นข้อยกเว้นแก่ตำหนักลลิลอยู่แล้ว ถึงแม้ประเพณีและการมีอยู่ของตำหนักลลิลจะแปลกหูแปลกตาไปเสียหน่อย แต่ก็นับว่านี่เป็นจุดยืนจุดหนึ่งที่ทำให้ตระกูลลลิลใหญ่โต

 

“ไปได้!”

“ไปดีมาดีนะเพคะท่านเทพ

“เจ้านี่มัน…”

 

สาวงามที่สุดในเมืองนี้หมุนตัวกลับเข้าไปยังประตูตำหนัก เธอแอบหัวเราะให้กับใบหน้าไม่สบอารมณ์และเหมือนจะกระโดดลงหลังม้ามาทุบเธอเสียให้ได้ แต่นั่นแหละ…เพราะเธอรู้ว่ามันคือจุดอ่อน เธอถึงชอบเอาไปแหย่ชายผู้นั้นเล่น

 

“เจ้าไปเตรียมขนมชั้นสูงสิบอย่าง เครื่องหอมสิบชนิด และ…”

“และอะไรอีกหรือคะท่านหญิง?”

“และ…สิ่งนั้น

“ได้เพคะ”

 

มุมปากของชุฌายกยิ้มพอใจ เธอสั่งให้ลลิลสวยคนสนิทเข้ามาช่วยแต่งตัวให้ เธอจะเตรียมตัวเข้าปราสาทในช่วงเย็น เสียงเปิดประตูพร้อมของกำนัลอย่างละสิบถูกวางเตรียมไว้ ถึงแม้จะน้อยไปหน่อยกับการต้อนรับท่านแม่ทัพกลับจากศึกสงคราม

 

แต่มันยังไม่ใช่รางวัลใหญ่…

 













 

ของกำนัลยี่สิบอย่างวางเรียงรายบนโต๊ะน้ำชาขนาดกลางทรงกลม บรรยากาศโดยรอบต่างกับในตำหนักยิ่งนัก มีต้นไม้สีเขียวขจีสูงใหญ่ ถัดไปเป็นน้ำพุที่ไหลเป็นแม่น้ำตัดผ่านข้างปราสาทสวย ทันใดที่ชุฌารุ่นสิบเดินทางมาถึง สาวใช้ของจักรพรรดิก็ออกมาต้อนรับนางอย่างดิบดี แต่กลับบอกให้เธอนั่งรอที่โต๊ะน้ำชานอกปราสาท เพียงเพราะองค์ชายสองอาบน้ำอยู่

 

เอาแต่ใจไม่เคยเปลี่ยน

 

“ขออภัยที่ทำให้เจ้าต้องรอนาน”

“หม่อมฉันเพิ่งมาถึงเมื่อสี่สิบนาทีก่อน ไม่ได้รอท่านนานเลยเพคะ”

“งั้นรึ”

 

ชุฌาลอบจิ๊ปาก ยังมีหน้ามาแหยะยิ้ม คิดจะเยาะเย้ยกันหรืออย่างไร สาวงามยกถ้วยน้ำชาขึ้นจิบ ดับความหัวเสียที่องค์ชายปล่อยให้รออยู่ตั้งสี่สิบนาที เอาคืนที่เธอปากลีบกุหลาบใส่หน้าแน่ ๆ แต่ท่านก็กันไว้ได้นี่นา เหตุใดถึงแค้นเคืองกันอีกเล่า

 

“หม่อมฉันนำขนมชั้นสูงจากตำหนักมาให้ท่านกับพวกเครื่องหอม โดยเฉพาะลาเวนเดอร์ ท่านเคยบอกว่าชอบนักชอบหนา หม่อมฉันนำเข้าจากเมืองตอนเหนือเลยนะเพคะ”

“อืม”

“โอ๊ะ หม่อมฉันคงลืมไปว่าท่านชอบกลิ่นดอกลาเวนเดอร์มาก มากเสียจน…ปลูกไว้ที่หลังบ้านพักทางตอนเหนือเองเลย”

“นี่เจ้า! …รู้ได้ไง”

 

เจ้าชายรัชทายาทหน้าเข้มติดจะขรึมและขี้หงุดหงิด เผลอหลุดกิริยาไม่ดีต่อหน้าชุฌาเสียได้ยังดีที่กู่กลับทัน สาวเจ้าหัวเราะเบา ๆ ตามนิสัย องค์ชายสองมักโดนเธอปั่นหัวเล่นอยู่เสมอ แต่ใช่ว่าเขาจะปั่นเธอกลับไม่ได้ หลาย ๆ ครั้งก็ชอบพูดวาจาว่าร้ายในระดับสูงที่ต้องคิดหลาย ๆ ตลบ จึงจะแปลออกว่าตนเองถูกด่า แต่กว่าจะหันไปเอาเรื่องได้ องค์ชายบ้านั่นก็หายไปเสียแล้ว

 

“จะให้บอกอีกกี่ครั้ง ว่าหม่อมฉันกับจักรพรรดินี…สนิทกันมาก”

“นั่นสิ คงเพราะใบหน้าของเจ้าชอบทำให้แม่ข้าสับสน”

“หม่อนชั้นอายุเท่าท่านนะเพคะองค์ชาย”

“หึ”

 

เชียนในตอนนี้เยือกเย็นกว่าครั้งที่เจอกันวันแรกมากโข ใบหน้านิ่งสงบเต็มไปด้วยความเยือกเย็นและแฝงจิตสังหารอ่อน ๆ กับทุกคนที่เข้าไปใกล้ ชุฌาในวัยนั้นพูดได้เต็มปากว่ากลัวเด็กผู้ชายคนนี้มากกว่าสิ่งอื่นใด รั้งมือตัวเองออกจากท่านแม่ เมื่อรู้ว่านางจะพาไปเข้าเฝ้า

 

แต่พอได้เจอกันบ่อยครั้ง ชุฌาก็ได้รับรู้ว่าเชียนไม่ใช่คนที่ดุร้ายกับทุกคน และไม่รู้เมื่อใดที่คนต่างขั้วได้กลายมาเป็นเพื่อนกันได้ ถึงกระนั้นความคิดที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงของเราสองก็ไม่ได้ถูกลดทอนจากความเป็นเพื่อน เชียนไม่ชอบดอกไม้ลลิล เขาไม่เคยให้ค่าดอกไม้ดอกใดในตำหนักเลยสักคนเดียว แต่เชียนก็ไม่เคยก้าวก่าย คงเพราะเกรงเพื่อนที่เป็นถึงชุฌาด้วยกระมัง

 

เจ้าชายรัชทายาทเมินชุฌามาที่สิ่งของหลายสิบอย่างบนโต๊ะขนาดกลางแทบวางไม่พอ เครื่องหอมอีกแล้ว เข้าเฝ้าทีไรก็มักจะนำเครื่องหอมมาตลอด ของกำนัลที่ตำหนักทำอยู่สองอย่างเสียล่ะมั้ง ไม่ขนมก็เครื่องหอม ล้นปราสาทจนอยากจะเอาไปขายต่อให้ชาวบ้านเหลือเกิน

 

“อันนี้เรียกว่าอะไร?”

“ชื่อหมู่เมฆเพคะ ทำจากน้ำตาล เคี่ยวให้ได้ที่แล้วค่อยเอาไปดึงเป็นเส้น พันห่อกันให้มีรูปร่างคล้ายกับก้อนเมฆ มีรสหวาน กลิ่นหอมนมอ่อน ๆ อยากลองชิมเลยไหมเพคะ”

“แล้วแต่เจ้า”

 

ชุฌาโบกมือให้ลลิลสาวจัดการเปิดฝากล่องออก แม้องค์ชายจะเป็นถึงแม่ทัพใหญ่ นำชัยกลับมานับครั้งไม่ถ้วน แต่แท้จริงแล้วก็แค่มนุษย์คนหนึ่งที่มีหน้าตาหล่อเหลา ฉลาดหลักแหลม เจ้าเล่ห์ แถมยังเอาแต่ใจ เป็นคนที่มีทัศนคติชัดเจนและแสดงออกมาให้รู้อย่างไม่ปิดบัง หลายครั้งเรามักจะทะเลาะกันด้วยเรื่องไม่เป็นเรื่อง นั่นก็เพราะความคิดของเราช่างแตกต่างกันเหลือเกิน

 

“เป็นอย่างไรบ้างเพคะ?”

“หวาน”

“หม่อมฉันเพิ่งรู้ว่าท่านไม่ชอบพอของหวานแล้ว”

“ให้แค่วัยเด็กเท่านั้นที่จะชอบรสชาตินี้”

 

คำขององค์ชายสองหนักแน่น แม้กระทั่งแววตาที่มองทอดมา

 

“สำหรับหม่อมฉัน องค์ชายยังเป็นเด็กน้อยเสมอ”

“นั่นเป็นข้ออ้างเอาไว้มองหน้าข้าต่างหาก เมื่อไรเจ้าจะเลิกนิสัยเช่นนี้”

“ฮิฮิ ขอประทานอภัยองค์ชาย ให้หม่อมฉันทำอย่างไรกับความหล่อเหลาของท่านล่ะเพคะ”

 

ชุฌายังคงไม่รู้ว่านางทำอะไรผิด องค์ชายเลยได้แต่หงุดหงิดที่โดนจ้องอยู่ฝ่ายเดียว เป็นแบบนี้มาตลอดตั้งแต่นางเลิกหวั่นเกรง เมื่อได้พบกันทีไร จะมีแต่เชียนที่นั่งเล่นคนเดียว ชวนให้มาเล่นด้วยกันก็ปฏิเสธ นั่นเพราะถ้านางลงแรงเล่นด้วย นางจะพลาดการมองใบหน้างดงามของเจ้าชายรัชทายาทไปหลายอาทิตย์เลยทีเดียว

 

“ขอแค่เวลามอง เจ้าไม่ยิ้มกริ่มเหมือนคนสติไม่สมประกอบก็พอ ข้าขนลุก”

“ท่านนี่…ปากร้ายจริง ๆ นะเพคะ”

“ว่าธุระของเจ้ามาได้แล้ว ข้ายังมีงานที่ต้องสะสางอยู่อีกพันอย่าง”

 

เธอเพิ่งได้สังเกตใบหน้าองค์ชายเป็นจริงเป็นจังก็คราวนี้ ถึงแม้เราจะเป็นเพื่อนกัน แต่หน้าที่และตำแหน่งก็ทำให้เราเจอกันลำบากขึ้น นานทีปีหนเราถึงจะได้มาพบและพูดคุยกันแบบนี้ สัดส่วนใบหน้าขององค์ชายคมขึ้น น่าจะได้อิทธิพลจากเส้นผมสีดำสนิท ความยาวแค่ระต้นคอ ดวงตาคมสีสนิมอมแดงแสนดุดันก็ตวัดขึ้น จมูกก็โด่งขึ้น ไหล่ก็กว้างขึ้น รู้สึกว่าจะขี้หงุดหงิดขึ้นด้วยเช่นกัน 

 

“ของล้ำค่ามักอยู่ในจุดที่ตามองไม่เห็น เคยได้ยินผู้ใดกล่าวไหมเพคะ?”

“เคย”

“ที่ไหนหรือเพคะ”

“เจ้าไง”

 

ชุฌายิ้มค้าง ขณะมองร่างสูงจิ้มขนมชิ้นอื่นเข้าปาก อยากจะปัดขนมเหล่านี้ลงจากโต๊ะให้หมดเสีย แต่ก็ต้องข่มใจตัวเองเอาไว้ ชุฌากวักมือเรียกลลิลข้างกายให้รินน้ำชาอุ่น ๆ ใส่แก้ว ก่อนจะดันมันไปให้ท่านแม่ทัพพร้อมรอยยิ้มหวาน เชียนทำหน้ารังเกียจเล็กน้อย แต่ก็ยกแก้วขึ้นดื่ม

 

“อ่า…เสด็จมาพอดีเลย”

 

เชียนหันหน้าไปตามสายตาของชุฌา เลิกคิ้วแปลกใจเล็กน้อยที่เห็นท่านพ่อกับท่านแม่เดินมาด้วยกัน คงเป็นชุฌาตัวดีเรียกมาเป็นแน่ ไม่งั้นนางคงไม่ยิ้มระรื่นทันทีที่เจอหรอก คิดจะทำอะไรของเจ้ากัน

 

“ลุกขึ้นเถิดชุฌา ข้าไม่อยากให้ชุดของเจ้าเปรอะเปื้อน”

“ขอบพระทัยฝ่าบาท” หญิงงามกว่าใครในแผ่นดินวาดยิ้มกว้าง ลุกขึ้นจากพื้นด้วยความช่วยเหลือของเชียนที่ลุกขึ้นโค้งคำนับเช่นกัน

“ไม่เจอเจ้าตั้งนาน กาลเวลาทำอะไรเจ้าไม่ได้เลยใช่ไหมเนี่ย” จักรพรรดิเอ่ยชมอย่างอารมณ์ดี ท่านแก่ลงมาก แต่ร่างกายยังดูแข็งแรงไม่เปลี่ยน

“ไม่ขนาดนั้นหรอกเพคะ”

“หืม? นี่จันทร์เสี้ยวที่เจ้าเคยเอามาถวายให้ข้าคราวนั้นใช่หรือไม่?”

“ใช่เพคะ หม่อนชั้นนำขนมชั้นสูงจากตำหนักมาต้อนรับท่านเชียนแค่เพียงเล็กน้อยเท่านั้น ถ้าฝ่าบาทต้องการ วันรุ่งหม่อมฉันจะให้ลลิลนำมาถวายเพคะ”

 

จักรพรรดิทำหน้าพึงพอใจ ขนมจากตำหนักลลิลถือว่าเป็นขนมหายาก ไม่เพียงแต่ต้องมียศถาบรรดาศักดิ์สูงส่งเท่านั้น จำต้องมีโอกาสมากพอให้ลลิลเอ่ยปากชวนด้วย นับว่าเป็นโชคดีอยู่มากที่เชียนได้ชุฌาเป็นเพื่อน แต่บาปหนาเลยทำให้ไม่ลงรอยเรื่องความหลงใหล

 

อีกทั้งหน้าที่ที่ได้รับผิดชอบมาตั้งแต่วัยเยาว์ จึงทำให้เด็กชายวัยสิบขวบเติบโตมาเป็นคนนิ่งขรึมไม่สมอายุ พรสวรรค์ชี้ทางด้านการรบมาตั้งแต่เริ่มจับดาบ สภาพแวดล้อมเปลี่ยนไปกะทันหันเมื่อตัดสินใจเข้าสู่เส้นทางนี้ เลือดและเสียงกระทบของดาบหล่อหลอมให้เชียนโตมาเป็นบุคคลที่ยิ่งใหญ่

 

เชียนแห่งลิเทียร์น่า

เป็นชื่อที่แค่ตะโกนเบา ๆ ก็ได้ยินไกลถึงสามแผ่นดิน

 

“นั่งหน้าเป็นหินเชียวลูกข้า ถ้าเจ้าไม่กินเพลิงมัจฉา พ่อขอได้หรือไม่”

“ท่านก็ได้ยินแล้วว่านางจะเอามาให้วันรุ่ง จะมาแย่งข้าทำไม”

 

ว่าจบก็จิ้มเข้าปาก ชุฌาลอบยิ้มขำกับจักรพรรดินี ถึงเชียนจะบ่นว่าหวาน และดูเหมือนจะไม่ชอบกินขนมพวกนี้แล้ว แต่นาน ๆ ทีได้ลิ้มลอง รสชาติเลยแปลกใหม่พอให้จัดการจนหมด

 

“หม่อมฉันเกือบลืมธุระไปเสียแล้ว”

“ข้านึกว่าเจ้ามาเที่ยวเล่นหาเชียนเสียอีก มาเพราะธุระหรอกหรือ?”

“เพคะ พอดีหม่อมฉันเห็นว่าเพลานี้ดอกไม้บานสะพรั่งแล้ว เลยมาทูลฝ่าบาทเกี่ยวกับเครื่องราชบรรณาการเพคะ”

“บานสะพรั่งแล้วงั้นรึ

“เพคะ”

 

สบตาอย่างรู้ทันกัน ก่อนชุฌาจะก้มหลบเพื่อไม่ให้เชียนผิดสังเกต แต่เจ้าชายลำดับที่สองฉลาดเสียขนาดนั้น เรื่องแค่นี้ไม่รู้คงกลายเป็นคนโง่ จักรพรรดิลูบเคราพลางใช้ความคิด ตัวผู้เป็นพ่อหลงใหลในความงามของตำหนักลลิลก็จริง แต่ไม่ได้อยากบังคับจิตใจของเชียนเท่าไรนัก ลูกชายคนนี้ไม่เหมือนลูกคนอื่น ๆ การจะให้เขาเรียนรู้กับสิ่งที่ไม่ชอบให้เปลี่ยนมาเป็นชอบ คงเป็นอะไรที่แข็งกระด้างจนอาจจะหักเอาได้ง่าย ๆ

 

“คิดจะทำอะไรของเจ้าชุฌา”

 

เสียงของเชียนกดต่ำชวนขนลุก เตรียมใจเอาไว้แล้วว่าปฏิกิริยาคงไม่ต่างไปจากนี้ จักรพรรดินีแตะแขนผู้เป็นลูกให้ใจเย็นลง อย่างน้อยฟังนางพูดให้จบคงไม่ถึงกับแย่นัก อีกอย่างเธอเองก็อยากให้ลูกชายมีคู่ครองที่ดี หรือได้รู้จักกับความรักเสียบ้าง

 

เพราะเรื่องแบบนี้เธอน่ะห่วงเชียนมากที่สุด

 

“หม่อมฉันมิบังอาจฝืนใจองค์ชายหรอกเพคะ ฝ่าบาทเองก็รับรู้ว่าหม่อมฉันมีแต่ความหวังดีต่อพระองค์เท่านั้น จริงไหมเพคะ”

 

เอาท่านพ่อกับท่านแม่มานั่งกดดันถึงเพียงนี้ คงอ้าปากตามใจได้อยู่หรอก

 

“แต่ถ้าท่านจะปฏิเสธความหวังดีของหม่อมฉัน เกรงว่าความอับอายในวันนี้จะทำให้หม่อมฉันไม่กล้าถวายสิ่งใดให้อีกเลยเพคะ”

“โธ่ชุฌา”

 

ชุฌาตีหน้าเศร้า ทำเอาจักรพรรดินีคล้อยตาม นางเป็นเพื่อนที่รู้จุดอ่อนของเขาได้ทุกอย่าง การเอาท่านพ่อกับท่านแม่มานั่งฟังความต้องการก็เพื่อกดดันเขาโดยตรง ถึงปากจะบอกว่าไม่อยากบังคับ แต่เรื่องที่เชียนไม่สามารถขัดพระประสงค์ของบุพการีได้นั่นน่ะนางรู้ดีที่สุด

 

ริมฝีปากหนายกยิ้มเย็นยะเยือก รังสีไอเย็นแผ่ไปถึงผู้เป็นแม่ที่แอบสะดุ้งเล็กน้อย ชุฌายิ้มพอใจ สีหน้าเช่นนั้นคงกำลังคิดแผนแก้แค้นอยู่เป็นแน่ ชุฌากวักมือเรียกและรับเอาสิ่งนั้นที่ตนเตือนลลิลไม่ให้ลืมนำมา รูปร่างหน้าตาอาจจะแปลกไปเสียหน่อย เพราะมันเป็นเครื่องประดับที่ใช้กันในตำหนัก คนนอกจะไม่ค่อยเข้าใจถึงประเพณีการแต่งกายของลลิล

 

“มันคืออะไรหรือชุฌา ใยถึงงดงามได้เพียงนี้”

“สิ่งนี้คือเครื่องประดับรังสา เอาไว้ตกแต่งที่ผ้าคาดเอวแบบนี้เพคะ”

 

รังสา หมายถึงผ้าคาดเอว ส่วนเครื่องประดับรังสาจะถูกนำมาใช้ยามออกงาน ถ้าในเวลาปกติเขาจะไม่ตกแต่งรังสากัน ซึ่งรูปร่างจะแตกต่างกันไปตามความชอบของลลิล นั่นก็เพราะผู้ใส่ต้องทำมันขึ้นมาเอง

 

เธอเหยียดยิ้มหวานพลางวางมันลงกลางโต๊ะ ผู้ปกครองทั้งสองดูท่าจะชอบใจเครื่องรังสาเส้นนี้มากเป็นพิเศษ เว้นแต่องค์ชายหน้าบูดที่พิจารณามันอยู่สักพัก จากนั้นก็คว้าสิ่งนั้นขึ้นมาอย่างไร้ความถนอม เล่นเอาจักรพรรดินีใจหายแวบ

 

“กระดิ่ง?”

“เพคะ”

“ไว้สั่นเรียกเจ้ารึ?”

 

ไม่กวนประสาทกันจะได้หรือไม่… ท่านเชียนแกว่งพวงกระดิ่งสีทองอันเท่านิ้วโป้ง มันถูกร้อยด้วยเปลือกไม้ของต้นบ๊วยเป็นเส้นเล็ก ๆ ทาทับด้วยสีแดงประจำตำหนัก และตกแต่งด้วยใบไม้กับดินปั้นรูปดอกบ๊วย ถือว่าสวยเข้าตาชุฌาเลยเชียวล่ะ เธออดชื่นชมฝีมือการตกแต่งมิได้ แล้วตอนเอามาก็ไม่ได้บอกเจ้าของด้วย

 

“เป็นของกำนัลแก่ท่านเชียนเพคะ”

“ข้าไม่ต้องการ”

“ไม่ได้นะเชียน! โง่เขลาหรืออย่างไรถึงได้ปฏิเสธของสวยงาม”

 

เมื่อจักรพรรดินีโวยวาย เชียนจึงต้องรับไปอย่างช่วยไม่ได้ มันมีกลิ่นหอมอ่อน ๆ ของอะไรบางอย่างลอยแตะจมูก กลิ่นที่ว่านั่นถือว่าหอมถูกใจอยู่ไม่น้อย เมื่อลองสั่นที่ต้นเชือกก็พบว่ามีเสียงของกระดิ่งดังขึ้นเบา ๆ เสียงนั้นไพเราะ

 

แต่ข้าก็ไม่โปรดอยู่ดี

 

“หม่อมฉันดีใจที่ท่านเชียนชอบเพคะ”

“ยังไม่ได้พูดเลยสักคำ”

 

พอเถียงไม่ได้เลยหันไปคุยกับจักรพรรดิแทน องค์ชายสองกลับมาพร้อมกับชัยชนะแบบนี้ มีหรือแผ่นดินจะปล่อยให้คนทำงาน จักรพรรดิต้องจัดงานเฉลิมฉลองกับศึกครั้งนี้แน่ ๆ แม้เชียนจะไม่ชอบงานรื่นเริงเท่าไร แต่ให้ขัดพระประสงค์คงเป็นไปไม่ได้ ลูกชายไปรบทีหายไปเป็นเดือนสองเดือน แม้จะเป็นถึงจักรพรรดิก็ต้องมีอารมณ์คิดถึงลูกกันบ้าง แล้วเหตุใดฝ่าบาทถึงไม่เอ่ยชวนข้าเสียทีล่ะ

 

“หม่อมฉันคงต้องขอลากลับก่อน แม้จะอยากอยู่ยินดีกับชัยชนะนานกว่านี้ แต่อาทิตย์กำลังเคลื่อนอยู่เหนือจักรพรรดิแล้วเพคะ” ชุฌาเจ้าเล่ห์ไม่เป็นรองผู้ใด หย่อนคีย์เวิร์ดเล็กน้อยไม่พอ ยังกระตุ้นให้ฝ่าบาทนึกออกถึงวาระสำคัญที่ชุฌามาวันนี้

“อ๋าจริงด้วย! ข้าเกือบลืม วันมะรืนจะมีงานฉลองให้กับชัยชนะของเชียน ข้าคงรู้สึกเสียใจมากถ้าไม่ได้เชิญคนของลลิลมาที่งาน”

“เป็นเกียรติมากเพคะฝ่าบาท ข้าจะเตรียมเครื่องราชบรรณาการและการแสดงจากตำหนักลลิล เพื่อเป็นเกียรติแก่ท่านเชียนเพคะ”

“ข้าจะรอชมนะ”

 

ผู้นำตำหนักถวายบังคมแก่ฝ่าบาท ไม่ลืมที่จะล่ำลาเพื่อนสนิทหน้านิ่งอีกด้านด้วยเช่นกัน ช้อนเอามือหนาที่วางไว้บนหัวเข่าเข้าหาตัว ก่อนจะใช้ริมฝีปากจรดลงบนหลังมือใหญ่ ถึงจะเถียงกันอยู่ทุกคราแต่ก็เคารพท่านผู้นี้ไม่เสื่อมคลาย ชุฌาเงยหน้าขึ้นสบตาในท่าคุกเข่า

 

พลางเอื้อนเอ่ยพร้อมรอยยิ้ม

 

“หม่อมฉันรู้ว่าท่านเชียนไม่พอใจ แต่ฟ้าลิขิตชะตาไว้ให้ท่านแล้ว มองหาดอกไม้ลลิลที่ประดับกระดิ่งบนรังสาไว้นะเพคะ”

 

ที่มีทั้งความจริงใจและเศร้าใจอยู่ในที



#ดอกไม้ลลิล









จริง ๆ สองตอนแรกแต่งทิ้งไว้นานแล้ว มาแต่งเติมนิดหน่อยเท่านั้นเองค่ะ ดีใจที่มีคนชอบนะคะ ขอบคุณสำหรับฟีดแบคทุกช่องทาง เกินคาดมาก ๆ เลยค่ะ

มีคอมเม้นท์ถามถึงบ้านเรือนในเรื่องว่าประมาณไหน เราเลยหาเรฟมาให้ดู ก็คือเป็นทำนองนี้ แต่ไม่แออัดแบบนี้(ด้วยมุมของรูปด้วย) ลักษณะบ้านจะเป็นประมาณนี้ค่ะ กระเบื้องกับปูน(?)

ที่มา https://imgur.com/gallery/Rq1nB

Roland Lee é um artista americano que vive no estado de Utah.

อันนี้ไม่มีที่มา หาไม่เจอ ตามเครดิทในรูปภาพเลยนะคะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.106K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,818 ความคิดเห็น

  1. #2806 TONWANJA (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 7 มกราคม 2564 / 21:53
    เหมือนจะจีนแต่ก็ยุโรปด้วย ท้าทายหัวสมองให้จินตนาการมากๆค่ะ ติดตามติดตาม
    #2,806
    0
  2. #2787 Pinkkaboo (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 กันยายน 2563 / 20:01
    ชอบพี่เชียนหรอ._.
    #2,787
    0
  3. #2759 Pbivvp (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2563 / 22:24
    เศร้าใจนี่คือเสียลลิลไปหรือแอบชอบเพื่อน;_;
    #2,759
    0
  4. #2747 Kyss (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2563 / 17:10
    กลับมาอ่านอีกครั้งหลังจากไม่ได้อ่านนาน คิดถึงมากกก ประทับใจเหมือนเดิม รักเรื่องนี้
    #2,747
    0
  5. #2727 see B (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2563 / 19:07
    ภาษาสวยมากมันมีความละมุนแบบอธิบายไม่ถูอฮืออออ•̥_•̥
    #2,727
    0
  6. #2707 BiimBybenchita (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2563 / 21:28

    ภาษาไรท์สวยมากเลยค่ะ
    #2,707
    0
  7. #2678 byjxja ツ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2563 / 01:21
    พล๊อตดีมากเลยค่ะ 🥺
    #2,678
    0
  8. #2649 cb614jj (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2563 / 16:33
    น่าติดตามมากเลย ฮืออ
    #2,649
    0
  9. #2577 ChungWila (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2563 / 22:38
    เศร้าใจนี้คืออะไรไม่อยากเสียลลิลที่สวยงามไปใช่หรือไม่
    #2,577
    0
  10. #2457 `CHANCHAN (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2563 / 14:55
    ส้มสามผลก็คือแอบโรแมนติกมากๆ ;___; ใครที่ส่งมาให้น้องรินกัน // ขออนุญาตแจ้งคำผิดนิดนึงนะคะ ตรง ‘หม่อนชั้นอายุเท่าท่าน... ‘ ขอบคุณค่า
    #2,457
    0
  11. #2434 mintgirl (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2563 / 09:52
    ชอบมากกกกก ภาษาสวยอะ ฮรือออออ
    #2,434
    0
  12. #2418 heyngne (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2563 / 04:24
    ชุฌาแอบชอบเชียนมั้ยเนี่ยย แงงงงงงง อะไรกันนนๆๆๆๆ
    #2,418
    0
  13. #2405 Monieye Std (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2563 / 03:01
    ชอบความภาษาสวยแต่ก็อ่านแล้วเข้าใจง่าย บรรยายได้เห็นภาพมากๆๆๆค่ะ
    #2,405
    0
  14. #2398 cheerchanbaek (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2563 / 23:22
    ฮึ่ยยย ตอนนั้นอ่านก็อดสงสัยไม่ได้ใครคือเจ้าของส้มสามผลนั่นนน!!! คราวนี้ต้องรู้ให้ได้เลยค่ะ!!!!! ท่านเชียนจะมาปฏิเสธของสวยๆงามๆแบบนี้ไม่ได้นะ!!!!! ระวังจะหลงเองงจนกู่ไม่กลับตอนหลัง ฮี่ๆๆๆ
    #2,398
    0
  15. #2343 creamcsom (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2563 / 00:51
    ใครส่งส้มสามผลให้น้องเนี่ยยยย เนื้อหอมเนื้อหวานเชียวลูกแม่ ว่าแต่กลัวเชียนใจร้ายกะลูกจัง พ่อคนเย็นชา
    #2,343
    0
  16. #2268 PRAE.VV (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2563 / 21:06
    ทำไมถึงมีความเศร้าใจด้วยหละะะ ?
    #2,268
    0
  17. #2171 Non_Dek61 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2563 / 17:50
    มันถูกลิขิตไว้แล้ว ฮือออออออ เป็นน่ารักกกกกก
    #2,171
    0
  18. #2074 Pammey88 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 11 เมษายน 2563 / 16:07

    แสนน่ารักจังเลยย

    #2,074
    0
  19. #1926 munkrishear (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 2 เมษายน 2563 / 22:21
    ไม่ต้องการตอนนี้เดี๋ยวก็ต้องการในอนาคตมั้ยท่านเชียนนนน ว่าแต่ชุฌากับเชียนไม่ได้เคยชอบกันไรงี้ใช่มั้ยเนี่ยยย
    #1,926
    0
  20. #1839 Clarisse64 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 29 มีนาคม 2563 / 08:11
    ของน้องรินแน่ๆ
    #1,839
    0
  21. #1785 ออมม่า (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 28 มีนาคม 2563 / 22:43

    ตอนหน้าจะได้เจอกันไหมนะ

    #1,785
    0
  22. #1580 tales story (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2563 / 17:09
    เอาละ ของน้องแน่ๆเลยกระดิ่งอันนั้นอะ น้องจะโวยวายมั้ย5555
    #1,580
    0
  23. #1202 Jo-ahRes (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2562 / 07:32
    ก็คือ ถ้าเชียนไม่สนใจเรื่องดอกไม้ลลิล งั้นคนที่คอยส่งส้มสามผลให้น้องก็ไม่ใช่เชียนสินะคะ แง อั่ยผมก็นึกว่าจาเป็นเชียน แต่ว่า ถ้าไม่ใช่เชียน 555555 คนๆ นั้นคือใคร ในอนาคตมีเรื่องแน่นอนเพราะคนส่งให้ไม่ใช่พิพระเอกของเรา แล้วดูท่าแล้วน้องอาจจะต้องรับมือหนักกับพี่เขาแหงๆ แต่ก็ไม่แน่อ่าเนอะ
    #1,202
    0
  24. #1069 JKCBB (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2562 / 23:00
    คือมันแบบ เขาเคยชอบกันแน่ๆเลย
    แต่แบบ อ้ากกกกกก
    ฮื่อ เก้ทใจกันมั้ย มันไม่ใช่แค่เพื่อนธรรมดาแล้วนะ!
    อยากเห็นลลิลแล้ว จะเป็นคนยังไงกันนะ ชอบเรฟเมืองมากๆ เห็นภาพเลย
    #1,069
    0
  25. #1059 heykiki (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2562 / 23:08
    โอโฮงานหนักของยัยรินเลยทีนี้ น้องจะต้องโดนเมินแน่ ๆ จะโดนดุมั้ยนะ ตอนแรกก็เดาว่าคนที่เอาส้มมาให้น้องคือเชียน แต่ท่าทางไม่แยแสพวกลลิลแบบนี้คือคงจะไม่ใช่(?) แล้วจะเป็นใครนะ
    #1,059
    0