❀ ดอกไม้ลลิล | chanbaek

ตอนที่ 16 : ❀ ดอกไม้ลลิล : บทที่สิบห้า จบ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7,124
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 953 ครั้ง
    28 มิ.ย. 63




www.chaserbrand.com

15 จบ

ผู้ครอบครองลลิล

 

 

หลังจากเหตุการณ์ระทึกได้สิ้นสุดลง กองกำลังทหารจากไลซีลล่าก็ได้พาขบวนเดินทางกลับมายังตัวเมือง ซึ่งมีเจ้าเมืองคอยดูแลการขนย้ายผาน้ำแข็งจากคำสั่งที่ลงจ่าหน้าว่ามาจากเชียน ท่านแม่ทัพใจร้อนยิ่งนัก เขาไม่แม้แต่จะพูดคุยกับท่านเจ้าเมืองให้เป็นเรื่องเป็นราว แต่กลับออกคำสั่งให้มุ่งกลับเมืองดิเซนเนเซียโดยทันที

 

ระหว่างทางเชียนคอยมองร่างของรินที่ยังคงสลบไปตั้งแต่ตอนนั้น ภายในใจของเขาเริ่มตกตะกอนความวิตกกังวลตลอดเส้นทาง กระทั่งหนึ่งวันเต็ม ๆ ที่กองทัพเดินทางมาถึงเมืองหลวง ระหว่างที่ต้องเคลื่อนขบวนผ่านบ้านเรือน เชียนสั่งให้คนดูแลนำผ้ามาคลุมร่างของรินเอาไว้ เนื่องจากศึกการปะทะกันครั้งนี้เป็นเรื่องภายใน เหล่าขุนนางชั้นสูงเท่านั้นที่จะรู้รายละเอียด ดังนั้นจึงไม่เป็นอันดี หากพวกขุนนางพวกนี้รู้เรื่องเข้า

 

เหล่าข้าราชบริพารต่างยืนรอการกลับมาของท่านเชียนกันอย่างใจจดใจจ่อ ไม่เว้นแม้แต่จักรพรรดิ จักรพรรดินี และบรรดาพี่น้อง เมื่อเริ่มเห็นหัวขบวน ทุกคนต่างพากันโล่งอกโล่งใจที่ท่านแม่ทัพกลับมาอย่างปลอดภัย

 

แต่สีหน้ากลับหมองลงทันทีที่ได้เห็นว่าใต้ผ้าคลุมผืนใหญ่นั้นเป็นร่างของใคร ไมล์เข่าทรุด กุลีกุจอเข้าไปหาร่างของคนที่เปรียบเสมือนน้องแท้ ๆ กำลังนอนสงบเงียบไม่แม้แต่จะตื่นขึ้นมา คนเป็นพี่สะบัดหน้ามองค้อนใส่เชียนด้วยอารมณ์คุกรุ่น เกิดคำด่ายาวเป็นหางว่าวแต่ไม่อาจพ่นออกมาได้ ภายในหัวคิดโกรธแค้น จนชาร์วิสต้องแตะตัวให้สงบสติลง

 

“เกิดอะไรขึ้นกับริน?! ทำไมน้องข้าถึงอ๊ะ!!

 

ไมล์ที่กำลังโอบกอดร่างของน้องเอาไว้ ถูกเชียนดึงออกอย่างแรง ก่อนจะวางรินลงอย่างเดิม ไมล์ที่ถูกกระชากออกอย่างหยาบคายเกิดอารมณ์ฉุนเฉียว พร้อมพ่นคำด่าที่อุตส่าห์จะเก็บไว้ แต่กลับต้องอุดปากเงียบ เมื่อโดนสายตาคมกริบจ้องมองด้วยอารมณ์โกรธาไม่แพ้กัน

 

“เชียนใจเย็น ๆ ก่อนนะลูก รินแค่สลบไป หลังจากนี้ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของหมอเถอะนะ”

 

จักรพรรดินีเห็นท่าไม่ดี จึงได้เข้ามาตัดอารมณ์ หมอหลวงประจำจักรวรรดิรับตัวรินเข้าไปด้านใน รวมถึงทหารหน่วยนักล่า และเซพาร์ที่บาดเจ็บหนัก ส่วนเชียนยังคงยืนนิ่งแม้ตนจะได้รับบาดแผลไม่ต่างกันก็ตาม ในเวลานี้ไม่มีใครคาดเดาความคิดของผู้ชายคนนี้ได้เลยสักคนเดียว จนกระทั่งชาร์วิสต้องชวนทุกคนเข้าด้านในเพื่อเปลี่ยนบรรยากาศ

 

“เจ้าดูไม่ดีเลยนะเชียน”

“อัครเสนาบดีอยู่ที่ไหน”

“ห๊ะอะไรนะ?”

“ไอ้เลวนั่นมันอยู่ที่ไหน”

 

สายตาราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ หรือไม่ก็ฆ่ากันให้ตายไปข้างของเชียนในตอนนี้น่ากลัวกว่าครั้งไหน ๆ ก่อนหน้านี้ไม่เห็นพูดอะไรเลยสักคำ จู่ ๆ ก็ถามการถามงานเสียอย่างนั้น ไคเซอร์รับมือไม่ถูก

 

“ข้าจับมันทรมานอยู่ในคุกใต้ดินชั้นสอง”

“ได้อะไรมาบ้าง”

“แทบไม่ได้อะไรที่เกี่ยวกับพารันตะเลยสักอย่าง”

 

ไคเซอร์ส่ายหัวหน่ายใจ อัครเสนาบดีเป็นคนหัวรั้นกว่าที่คิด ทนเจ็บจนเล็บสุดท้ายหายไปก็ไม่ยอมปริปากพูดเลยสักคำ ถ้าหากได้เซพาร์มาช่วยด้วย บางทีเจ้าหนอนบ่อนไส้ตัวนี้อาจจะอยากพูดออกมาก็ได้ แต่นั่นไม่สำคัญเพราะในตอนนี้เขามีเชียนอยู่ บอกเลยว่ามันจะเป็นฝันร้ายที่ทรมานที่สุดเท่าที่เคยได้สัมผัสมา

 

“แล้วทางนั้นล่ะเป็นยังไง”

“บูราเซนตายแล้ว”

“เฮือก! ไม่จริงน่าพวกเจ้าทำสำเร็จงั้นรึ?”

“รินคงเป็นหลักฐานยืนยันได้”

 

ศัตรูตัวฉกาจที่ขัดแข้งขัดขากันมาอย่างช้านานได้ตายลงแล้วจริง ๆ หรือนี่ แต่เชียนบอกว่ารินเป็นหลักฐานยืนยันได้ เพราะฉะนั้นเขาจึงไม่มีอะไรให้สงสัยอีกต่อไป สภาพของท่านรินไม่น่าจะเป็นเรื่องเล็ก ๆ ได้ กับสีหน้าของเชียนในตอนนี้ก็เช่นกัน

 

“ท่านรินจะต้องไม่เป็นอะไร”

“ข้าก็หวังเช่นนั้น”

 

เดินลงมาจนถึงคุกชั้นสอง สถานที่เน่าเหม็น และตลบอบอวลไปด้วยเสียงกรีดร้องอยากตายของบรรดานักโทษ ผู้ที่ทำผิดร้ายแรงเท่านั้นถึงจะได้รับอภิสิทธิ์ในการเข้ามาอยู่ในคุกแห่งนี้ ถูกทรมานจากการถอดถอนเล็บด้วยเหล็กร้อน หรือไม่ก็ตอกตะปูลงไปบนฝ่ามือให้เฉี่ยวโดนกระดูกเล่น ชั้นสองนั้นถือว่าเป็นชั้นที่ต่ำที่สุดแล้ว ไม่เห็นเดือนเห็นตะวัน แถมยังไม่มีสรรพยากรในการดำรงชีวิต ทรมานไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งหมดลมหายใจไปในที่สุด

 

คบเพลิงจำนวนน้อยนิดถูกจุดให้แสงสว่าง แต่กลับไม่เพียงพอต่อการมองเห็น ทหารเฝ้ายามสองนายยืนลุกลี้ลุกลน แถมใบหน้ายังซีดเซียวดูไม่สู้ดีราวกับมีเรื่องกังวลใจ เมื่อได้หันไปเห็นนายตนทั้งสองคนกำลังเดินใกล้เข้ามา ใบหน้าซีดเผือกก็เริ่มจืดจางลงเรื่อย ๆ  

 

“ทท่านเชียน”

“อะไรของพวกเจ้า ทำไมทำหน้าเช่นนั้น”

“คือท่านไคเซอร์อัครเสนาบดีหายหาย”

“หายอะไร”

“หายไปแล้วพะย่ะค่ะ!!

“ว่าไงนะ?!

 

ห้องขังเก่า ๆ โทรม ๆ ทั้งยังมืดมิดยามต้านแสงจากคบเพลิง ภาพจำของอัครเสนาบดีเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนที่ทหารเฝ้ายามจะเปลี่ยนผลัดคือมือทั้งสองข้างไม่เหลือแม้แต่เล็บสักนิ้ว แถมบางนิ้วยังถูกตัด และโยนมันทิ้งเกลื่อนพื้น เลือดจากแผลสด ๆ ยังคงไหลหยดราวกับผาน้ำตก เหล่าทหารเฝ้ายามยังจำกลิ่นคาวเลือดได้ขึ้นใจ อีกอย่างคุกใต้ดินชั้นสองนั้นลึกมาก ไม่มีทางที่หนีขึ้นไปแล้วจะไม่มีใครเห็น

 

“กระหม่อมเฝ้าอยู่ตลอด แต่พอรู้ตัวอีกทีก็หายไปแล้วพะย่ะค่ะ”

“ไม่ได้เรื่อง!! เฝ้าอยู่ตลอดแล้วเหตุใดถึงไม่รู้ว่าหายไปไหน คนทั้งคนจะหายไปได้ยังไง!!

 

องครักษ์ผิวแทนที่ปกติจะอารมณ์ดีมาก แต่ถ้าหากเป็นเรื่องงาน จะเคร่งครัด และเข้มงวดไม่แพ้นายตัวเองเลย ไคเซอร์โมโหจนอยากจะเดินไปบีบคอให้รู้แล้วรู้รอด แต่เชียนกลับรั้งแขนเอาไว้ ก่อนจะเดินเข้าไปตรวจสอบด้านใน

 

ข้างกันกับเก้าอี้ไม้ตัวเก่า มีเชือกสีดำเส้นหนึ่งตกอยู่ เชือกเส้นนี้เป็นสิ่งยืนยันได้ว่าอัครเสนาบดีเคยอยู่ที่นี่จริง ๆ แต่เหตุใดถึงได้หายไปอย่างลึกลับกันล่ะ?

 

ทันทีที่เห็นขนอีกาเส้นหนึ่งตกอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลกับกองเชือก เชียนจึงรับรู้ได้ทันทีว่าไอ้แก่สารเลวนั่นได้ทำสัญญากับปีศาจอีกาเต็มขั้น อาจจะได้ด้วยการกินเลือดให้เป็นอมตะ หรือเงื่อนไขอื่น เชียนไม่อาจรู้ได้ แต่มันช่างโง่เขลา และขี้ขลาดถึงขั้นเอาชีวิตไร้ค่าไปฝากไว้กับปีศาจกระจอก ๆ

 

น่าเวทนา

 

“มันตายแล้ว”

“ว่าไงนะ!?”

“มันตายทั้งที่ยังไม่ได้ชดใช้”

 

ร่างสูงทิ้งคำพูดเอาไว้แค่นั้นก่อนจะเดินหายออกไป ไคเซอร์จับอารมณ์ของเชียนได้ทั้งหมด และเขาเองก็เริ่มจะเข้าใจกับประโยคนั้นขึ้นมาทีละนิด เชียนคงสับสนปนโกรธแค้นที่ถึงแม้จะกำจัดพารันตะไปได้ทั้งหมด แต่พวกมันกลับสูญสลายหายไปอย่างง่ายดายราวกับเศษดินไร้ค่า ไม่แม้แต่จะได้ชดใช้ในสิ่งที่ทำลงไปเลยสักนิดเดียว

 

เจ้าลูกจักรพรรดินั่นคงอยากจะล้างแค้นแทนดอกไม้ของตนล่ะมั้ง

 

 













เข้าสู่วันที่สี่นับจากวันที่กลับถึงดิเซนเนเซีย ในตอนนี้ก็ยังไม่มีทีท่าว่ารินจะฟื้น มีเพียงเสียงลมหายใจแผ่วเบาอันเป็นเครื่องยืนยันว่ารินยังคงมีชีวิตอยู่ ทุกคนต่างเฝ้าเวลาเพื่อรอการตื่นมาของรินซึ่งไม่รู้ว่าวันไหน

 

รู้เพียงแต่ว่าต้องรอต้องรอเท่านั้น

 

และวันนี้ก็เป็นเหมือนเฉกเช่นทุก ๆ วันที่เชียนใช้เวลาเฝ้ารินอยู่ในห้องนี้แทนการซ้อมดาบที่ลานฝึก แม้เขาจะยุ่งกับงานมาก แต่ภายในหนึ่งวันนั้นเขาจะต้องมาหารินอย่างน้อยไม่ต่ำกว่าหนึ่งครั้ง เขาไม่อาจนั่งทำงานโดยที่เอาแต่คิดว่ารินจะหยุดหายใจไปเสียดื้อ ๆ ในขณะที่คนเฝ้าไม่อยู่ พอเอาแต่คิดในแง่ร้ายซ้ำ ๆ อยู่เช่นนั้น ขาทั้งสองข้างก็พาเขาก้าวมายังห้องของรินเสียแล้ว

 

หลังจากลลิลดอกนั้นนอนไม่ได้สติ เขาต้องใช้ห้องคนเดียวมาตลอด ซึ่งเมื่อก่อนมันไม่เคยกวนใจเชียนเลย แต่ตอนนี้กลับกลายเป็นว่าเขาข่มตานอนไม่ค่อยหลับ เมื่อใดที่สะดุ้งตื่นเขาจะรีบรุดไปหารินเพื่อดูให้แน่ใจว่ายังคงอยู่ดี เป็นแบบนี้มาหลายวันจนทำให้เขานอนไม่พอ

 

เชียนเปลี่ยนไปมาก

 

“ท่านพี่

“มีอะไรรึเชารี่”

“น้องมาเปลี่ยนเฝ้าพี่รินค่ะ”

 

เชียนไม่ได้ตอบอะไรกลับไป เขาเพียงแค่หันกลับมาจ้องมองใบหน้าสวยที่ขาวซีดไร้ชีวิตชีวา ใช้นิ้วเกี่ยวพันกับเส้นผมสีขาวสว่าง มันนุ่ม และหอมเหมือนเช่นเคย เพราะมีคนคอยดูแลอยู่ตลอด เชารี่รับรู้ถึงอาการเจ็บปวดทางใจของพี่ชายตนได้ แม้ใบหน้าของเชียนจะไร้อารมณ์ แต่ร่างกายกลับแสดงออกอย่างเต็มที่

 

“ท่านพี่ที่ยังไม่ใช่วันนี้เพราะอากาศข้างนอกเย็นมากค่ะ ใบไม้ก็หลุดออกจากกิ่งหมดแล้วด้วย ซุปวันนี้ก็ร้อนเกินไปอีกต่างหาก เพราะฉะนั้นพี่เชียนอย่ากังวลไปเลยนะคะ”

เป็นเช่นนั้นหรอกรึ?”

“น้องน่ะภูมิใจมากเลยค่ะ ที่เห็นพี่เชียนเปลี่ยนไปได้มากขนาดนี้”

“แต่น้องไม่อยากให้ครั้งแรกของพี่เป็นความรู้สึกเศร้าเลยค่ะ”

 

เชารี่บีบฝ่ามือหนา ซึ่งไม่นานนักที่ฝ่ามือข้างนั้นตอบกลับมาเบา ๆ หญิงสาวยิ้มโล่งอกได้เปราะหนึ่ง ไม่คิดเลยว่าพี่เชียนจะเป็นกังวลมากขนาดนี้ คงเพราะก่อนหน้านั้นพวกเขาผ่านอะไรกันมาเยอะสินะ ทั้งสองคนถึงได้ผูกพันกัน

 

“เอ๊ะ

“อะไร”

“พี่เชียนน้องคิดว่าพี่ริน

 

ไม่หายใจ!!

 

ทั้งคู่ตกใจ โดยเฉพาะเชารี่ที่ถึงกับน้ำตาคลอเบ้า เกือบนาทีที่เชียนยืนนิ่งงันเพราะทำอะไรไม่ถูก เขาได้ยินเสียงเหมือนปราสาทกำลังถล่มทลายดังสนั่นอยู่ในโสตประสาท ก่อนจะดึงสติให้หลุดออกจากฝันร้าย พลางตะโกนเรียกข้ารับใช้ให้ไปตามหมอหลวงมาดูอาการให้เร็วที่สุด

 

ไม่กี่นาทีหมอหลวงที่ขึ้นชื่อว่าเก่งที่สุดในจักรวรรดิลิเทียร์น่าก็มาถึง ถือว่าจักรพรรดิตัดสินใจเฉียบขาดที่ให้หมอหลวงพักอยู่ที่ปราสาทจนกว่ารินจะหายดี แต่มันก็ถือว่าช้าเกินไปสำหรับเชียนอยู่ดี

 

เชารี่ร้องไห้ตัวโยนพลางเกาะไหล่ของพี่ชายช่วยพยุง แม้ว่าเราจะเป็นพี่น้องกัน แต่เชารี่ไม่เคยคิดว่าจะได้มือหยาบกระด้างของพี่เชียนคอยปลอบโยนอย่างในตอนนี้ และเมื่อเธอสัมผัสได้ถึงอาการสั่นเบา ๆ ของฝ่ามือข้างนั้น ภายในใจก็เหมือนแตกเป็นเสี่ยง ๆ เธอทั้งสงสารพี่รินและพี่เชียน แม้ข้างในจะอ่อนแอจนแทบจะปลอบคนเป็นน้องไม่ไหว แต่ร่างสูงใหญ่ก็ยังคงลูบหัวปลอบเธอไม่ห่าง

 

ขออย่าให้พี่รินเป็นอะไรไปเลย

 

หมอหลวงมีสีหน้าหนักใจ อ้ำอึ้งไม่กล้าพูดอะไรหลังจากนี้ เพราะสีหน้าของเจ้าชายรัชทายาทลำดับที่สองกำลังคาดหวังว่าคำตอบจะเป็นไปในทางที่เจ้าตัวต้องการ แต่สถานการณ์มันไม่ใช่ หลังจากจับชีพจรจากข้อมือ ลำคอ และหน้าอกซ้ำ ๆ ย้ำ ๆ สลับกันไปมาให้รู้สึกว่าคำตอบมันจะต้องเปลี่ยนไป ทว่าไม่ว่าจะพยายามเปลี่ยนคำตอบที่ได้รับมาอย่างไร ร่องรอยที่ถูกทำให้เกิดขึ้นแล้วมันจะไม่มีวันหายไป

 

“ท่านเชียน

“กระหม่อมต้องขออภัยแต่ท่านรินไม่หายใจแล้วจริง ๆ พะย่ะค่ะ”

“โกหก!!

 

อารมณ์ข้างในของเชียนตีกันจนยุ่งเหยิงไปหมด ราวกับหูดับตาบอด เชียนในตอนนี้โมโหร้ายเกินกว่าใครจะบรรเทาลงได้ ร่างสูงกระชากคอเสื้อของหมอที่เคยเคารพรักแบบไม่ไว้หน้า เขาอยากฆ่าใครสักคน เผื่อว่าจะเข้าใจความรู้สึกแปลกประหลาดข้างในนี้ได้

 

คนอื่น ๆ เริ่มทยอยกันเข้ามา หลังจากทราบข่าวว่ารินไม่หายใจ โดยเฉพาะไมล์ที่ยืนนิ่งงันในสภาพน้ำตาอาบเต็มแก้ม ไม่เคยรู้สึกเคว้งคว้างจนกระทั่งเห็นว่ารินไม่หายใจแล้วเองกับตา เป็นน้องรักตั้งแต่รินยังตัวเล็ก ๆ วิ่งเล่นด้วยกันทุกวัน พากันไปซนแล้วก็โดนลงโทษด้วยการตีก้น ก่อนเข้านอนเขากับรินจะผลัดทายาให้กัน จนวันที่เราต่างโตขึ้น ใช่ว่าเป็นไมล์ฝ่ายเดียวที่สอนน้อง น้องเองก็สอนไมล์เช่นเดียวกัน เราอยู่ด้วยกันมานานเสมือนเป็นพี่น้องแท้ ๆ ไม่มีทางที่ไมล์จะรับได้กับสิ่งที่เกิดขึ้น

 

ข้าน่าจะพารินหนีไปเสียตั้งแต่ตอนนั้น”

“เจ้าพูดอะไรหรือไมล์” ชาร์วิสโน้มตัวเข้ามาฟังใกล้ ๆ

“ข้าไม่น่าเชื่อรินแล้วปล่อยให้น้องข้าอยู่กับท่านตั้งแต่แรก!!

 

ไมล์ตะคอกร่างสูงเสียงดัง ไม่หวั่นเกรงใครแม้กระทั่งจักรวรรดิทั้งสอง ถ้าจะต้องโทษว่าเป็นความผิดใครมันก็ไม่น่าพ้นชายถือตนผู้นั้น! รินอดทนมาได้ดีมาก ขนาดวันสุดท้ายรินก็ยังคงไม่หยุดฝืนตัวเอง ตัวบางร่างน้อยเช่นนั้นยังกัดฟันทนเจ็บจากบาดแผลใหญ่ขนาดนั้นได้อย่างไร ต่อให้เชียนแสดงความรู้สึกออกมาทั้งหมด เขาก็จะไม่ยอมอภัยเป็นอันขาด

 

“ไมล์ ถ้าเจ้าพูดเพราะกำลังโกรธอยู่ ข้าขอให้เจ้าหยุดเสียตั้งแต่ตอนนี้” ชาร์วิสโอบไหล่ที่สั่นเทิ้มของไมล์ไว้แน่น เขารู้ว่าไมล์กำลังเสียใจ แต่ถ้าพูดอะไรออกไปในตอนที่กำลังโกรธอยู่ ก็รังแต่จะทำให้ทุกอย่างแย่ลง

“อย่าคิดจะห้ามข้า! กี่ครั้งแล้วที่ท่านบอกข้าว่าเป็นเรื่องของเชียนกับรินกี่ครั้งแล้วที่ข้าได้ยินว่ารินเสียใจ มันกี่ครั้งแล้ว!!

 

ไมล์สะบัดตัวออก ก้าวเท้าดุ่ม ๆ เดินเข้าไปกระชากไหล่เชียนที่เอาแต่ยืนนิ่งไม่แสดงสีหน้าอะไรใดใด วินาทีที่ไมล์เลือกที่จะโกรธ เขาจะพูดทุกอย่าง จะไม่รั้ง และถนอมน้ำใจใครอีกต่อไป มันเป็นอารมณ์ในวินาทีเดียวที่ไมล์จะไม่มีความรู้สึกเกรงกลัว หรือไตร่ตรองว่าหลังจากนี้จะโดนอะไร เขาเพียงแค่อยากระเบิดมันออกมาเท่านั้น

 

“ข้าน่ะคิดมาตลอดว่าอยากพารินหนีไปจากท่าน แต่เพราะน้องข้าโง่ความโง่ทำให้น้องข้าคิดว่าอยากจะอยู่เป็นกำลังให้กับแม่ทัพอย่างท่านได้ แล้วดูตอนนี้สิน้องข้าไม่มีไม่มีแม้แต่กำลังที่จะยืนข้างท่านเลยด้วยซ้ำ”

คิดว่าอยากจะพาหนี ทำไมไม่ทำซะล่ะ”

“ท่านว่าไงนะ?”

“บางทีการหนีไปกับคนขี้ขลาดอย่างเจ้า อาจทำให้ความเด็ดเดี่ยวของรินน้อยลง”

“ท่านนี่มัน…!!!

 

เพราะทุกอย่างที่เป็นเชียนติดลบ ไมล์จึงไม่อาจเข้าใจประโยคนั้นในทางอื่นได้ ร่างเพรียวระหงส์คับแค้นใจพลางกำมือแน่น ขนาดในเวลาเช่นนี้ยังพูดจาใจร้ายใจดำต่อหน้าดอกไม้ที่ตนครอบครองได้ ไมล์นึกเกลียดเชียนสุดขั้วหัวใจ อยากจะขูดใบหน้าเรียบตึงนั่นให้เละเทะคามือ เอาให้สาสมกับสิ่งที่รินได้รับ

 

“ความเย็นชาไร้หัวใจของท่านทำให้รินเป็นแบบนี้รู้ไว้เสียด้วย!

 

วูบหนึ่งที่คำพูดของไมล์ทำเอาเชียนหน้าชา ร่างสูงนึกย้อนไปในวันนั้นหากวันนั้นเขาพยายามรั้งไม่ให้รินยอมตามพวกมันไป ทิ้งชาวบ้านส่วนหนึ่งให้เผชิญกับผาน้ำแข็ง เพราะยังไงก็ไม่ตายหมดทั้งเมืองอยู่แล้ว หรือไม่ก็พยายามหาทางอื่นให้มากกว่านี้ ดิ้นรนที่จะกำจัดพารันตะ ถึงแม้จะต้องแลกชีวิตตัวเอง

 

ทำไมในตอนนั้นถึงไม่พยายามมากกว่านี้

 

“ไมล์! พอได้แล้ว! เจ้าไม่ได้อยู่ในสถานการณ์ตอนนั้น เจ้าไม่รู้หรอกว่าต้องรับมือด้วยวิธีไหน”

“อย่างน้อยข้าก็จะไม่ปล่อยให้รินตาย

 

เชียนสบตากับไมล์ที่ต่างฝ่ายต่างก็ไม่ลดลงซึ่งกันและกัน ยิ่งคิดยิ่งโมโห ไมล์เสียน้องที่รักของตัวเองไปแล้ว หลังจากนี้เขาไม่มีอะไรจะต้องเสียอีกต่อไป เขาจะพูดทุกสิ่งที่อยากจะพูด ก่นด่าทุกอย่างที่อยากจะทำ เขาหวังว่าเชียนจะได้รับโทษที่ได้กระทำกับรินทั้งหมดไม่ว่าจะทางใดก็ตาม

 

ชาร์วิสเอาตัวไมล์ออกไปสงบสติอารมณ์ เหลือท่านพ่อ และท่านแม่ที่ยืนดูอยู่ห่าง ๆ ไม่กล้าเข้ามาแทรก ไม่มีใครเคยเห็นไมล์ตอนโกรธขนาดนี้ บุคลิกเป็นคนสุขุม และใจดี ไม่นึกว่าตอนโกรธจะรุนแรงปานพายุเข้า

 

“พ่อเสียใจด้วยนะเชียน”

“เราต้องจัดพิธีให้รินอย่างสมเกียรตินะเชียน เฮ้อแม่เศร้าใจเหลือเกิน แม่ไม่รู้จะบอกฌุชายังไงดีเลย”

“พูดอะไรบ้างสิเชียน”

 

จักรพรรดิกลัดกลุ้มเมื่อเชียนไม่พูดอะไรออกมาสักคำ สีหน้านิ่งเฉยของเชียนน่ากลัวพอ ๆ กับสีหน้ายามโกรธ เพราะเราไม่มีทางรู้ว่าเชียนคิดอะไรอยู่ จนกระทั่ง

 

“รินยังไม่ตาย

“เชียนยอมรับความจริงเสียว่ารินไม่หาย—”

“ยังไม่ใช่ตอนนี้”

 

ร่างสูงหันหลังใส่ ก่อนจะเดินออกไปจากห้อง ทิ้งให้ทุกคนในห้องนี้ตกอยู่ในความเงียบ และความโศกเศร้าในการจากไปอย่างกะทันหันของดอกไม้ลลิลแสนสวย ไม่นานเท่าไรนักหลังจากเชียนเดินออกไป ไคเซอร์ก็เดินเข้ามาบอกว่าให้ทุกคนออกจากห้อง จนกว่าจะมีคำสั่งให้เข้ามา ผู้ให้กำเนิดทั้งสอง รวมถึงน้องสาว ต่างสะเทือนใจกับการตัดสินใจของเชียน นั่นหมายความว่าพี่ชายผู้เข้มแข็งคนนั้นไม่สามารถยอมรับการจากไปของรินได้ จึงได้เก็บร่างของรินเอาไว้แบบนี้

 

และอาจจะตลอดไป

 

 














วันที่ห้าผ่านไปอย่างยากลำบากกระทั่งล่วงเลยมาจนถึงวันที่หก

 

เชียนไม่อาจทำใจเข้าไปในห้องนั้นได้ เขาออกคำสั่งปิดมันเอาไว้ โดยมีองครักษ์ของเขาทั้งสองคนเฝ้าไว้แน่นหนาในตอนที่เขาไม่อยู่ปราสาท เชียนนึกไม่ออกว่าจะผ่านวันแต่ละวันไปอย่างง่าย ๆ ได้อย่างไร ในเมื่อแค่ทำใจยอมรับมันยังยากถึงเพียงนี้

 

เรื่องพิธีที่ทั้งท่านแม่ และไมล์คาดคั้นให้จัดถูกลอยตามน้ำ เพราะเชียนไม่คิดจะทำตาม เขาปล่อยให้ร่างของรินอยู่บนเตียงราวกับคนกำลังนอนหลับ ท้ายที่สุดแล้วเชียนก็ไม่อาจฝืนใจที่จะไม่เข้ามาในห้องนี้ได้ เขายืนจดจ่ออยู่กับบานประตูสวยนานสองนาน จนไคเซอร์ต้องตบไหล่เรียกสติ โดยมีเซพาร์เปิดประตูให้

 

“ไปหาดอกไม้เจ้าสิ”

 

เซพาร์พูดสั้น ๆ หากแต่รับรู้ถึงภายในจิตใจของเชียนได้ เขา และไคเซอร์รู้ดีว่าหลังจากนั้นเชียนก็เอาแต่โทษตัวเองมาตลอด คำพูดจากดอกไม้ลลิลของชาร์วิสในวันนั้น แทงใจดำเชียนแทบทะลุ ไม่สิทะลุจนแทบจะขาดออกจากกันเลยต่างหาก

 

บานประตูแง้มออกจากกันเล็กน้อย พอให้เห็นร่างของใครคนหนึ่งที่ฝันถึงเมื่อคืนอยู่ราง ๆ สองเท้าค่อย ๆ ขยับเดินเข้าไปหาทีละนิด จนกระทั่งถึงปลายเตียง จ้องมองเจ้าของเรือนผมสีเดซี่นอนหลับตาพริ้มไม่ต่างจากดอกไม้แรกแย้ม ใบหน้าสวยยังคงหวานช่ำ ไม่เว้นแม้กระทั่งริมฝีปากที่อมชมพูเล็กน้อย

 

“ทำไมริมฝีปากถึงยัง

 

คิดทบทวนดูหลายตลบ ไม่มีทางที่คนตายแล้วจะยังมีริมฝีปากสีสดทั้ง ๆ ที่ผ่านมาสองวันนับตั้งแต่วันที่รินไม่หายใจ หัวใจของเชียนเต้นไม่เป็นส่ำขณะที่เดินเข้าไปใกล้ร่างนั้นร่างเล็ก ๆ ที่ครั้งสุดท้ายเขาโอบกอดเอาไว้แน่นราวกับว่ารินจะหายไป

 

มือหนาแตะเบา ๆ ที่ต้นแขน ก่อนจะจับมันเต็มมือ และพบว่าตัวของรินอุ่น! ดวงตาดุดันเบิกกว้าง เขาเริ่มสัมผัสไปทั่วทั้งตัว ตั้งแต่แก้ม ต้นคอ แขน และขา ประคองฝ่ามือสั่นเทาแนบไปทั่วทุกส่วนให้ได้รู้สึกถึงไออุ่นจากตัวของรินหัวใจไม่อาจเต้นเบาลงได้ รินยังไม่ตายความคิดที่เขาเคยกระเสือกกระสนให้ต้องเป็นอย่างนั้น ณ วินาทีนี้ความคิดนั้นเป็นเรื่องจริง รินยังไม่ตายจริง ๆ

 

“เจ้ายังไม่ตายแต่ข้าก็ไม่รู้ว่าทำไมเจ้าถึงยังไม่ฟื้น”

 

เขาสัมผัสได้ถึงลมหายใจอันแผ่วเบา ซึ่งแทบจะไม่รู้สึกเลยด้วยซ้ำ จู่ ๆ ก็นึกตัวช่วยสุดท้ายออก ชายแก่คนนั้นอาจรู้วิธีที่จะทำให้รินฟื้นขึ้นได้ คิดดังนั้นเขาจึงรีบเรียกนกพิราบของจักรวรรดิ ส่วนมือก็ก็เขียนจดหมายรอไปด้วย แต่แล้วเชียนก็ขย้ำกระดาษแผ่นนั้นทิ้ง ก่อนจะตัดสินใจออกเดินทางไปไลซีลล่าทันที

 

“เจ้านี่มันจะหุนหันพันแล่นเกินไปแล้ว!

“หุบปากแล้วตามมาเงียบ ๆ”

“คนสติดีที่ไหนเขาจะออกเดินทางทันทีที่คิดได้ แถมยังเป็นฤดูหนาว! หิมะตก! ข้าว่าข้าไม่เคยเห็นไอ้คนบ้า ๆ นั่นนานแล้วนะ”

“แต่ข้าเคยเห็นคนปากมากตายทั้ง ๆ ที่ยังอ้าปากพูดอยู่เลยนะ”

 

ไคเซอร์ลอบขยับปากด่าหลับหลัง ท่ามกลางทัศนียภาพสีขาวโพลน และอุณหภูมิเย็นยะเยือก ทำให้การเดินทางกินเวลานานกว่าปกติ ใครจะไปคิดว่าเชียนจะบังคับแกมขู่เข็ญให้ไคเซอร์ขี่ม้าตามไปไลซีลล่าในเวลาสาย ๆ เช่นนี้ คาดคั้นถามก็ตอบแค่สั้น ๆ ว่ามีคนที่ต้องไปหา แต่ไม่ยอมบอกว่าใคร แล้วการเดินทางที่ติดขัดด้วยหิมะหนาวเย็นน่าจะใช้เวลานานจากเดิมเกินวัน ภาวนาให้เราคนใดคนหนึ่งไม่แข็งตายระหว่างทางเถอะ

 

กว่าจะมาถึงไลซีลล่าได้ ไม่ม้าก็คนเนี่ยแหละที่จะตายก่อน เราต้องหยุดเดินทางกันบ่อยมาก เพราะเกือกม้าที่เปลี่ยนให้ทนกับสภาพอากาศหนาวเย็นมันแฉะไปด้วยน้ำ จึงทำให้ม้าเดินทางต่อลำบาก ใช้เวลาตั้งสองวันกว่าจะถึงไลซีลล่า ซึ่งในตอนนี้ก็มืดแล้วด้วย

 

“พักที่บ้านเจ้าก่อนไม่ได้หรือเชียน”

“อีกไกลไหมเนี่ย ขาข้า

“อย่างน้อยก็แวะหาน้ำอุ่น ๆ ดื่มก่อนเถอะ ข้าจะแข็งตายอยู่แล้ว!

“งั้นก็ตายไปซะ”

 

ตอบกลับแบบไร้หัวใจ ไร้ความเป็นมนุษย์เริ่มจะเห็นด้วยกับท่านไมล์แล้วสิ นี่ไคเซอร์มาเป็นองครักษ์ให้กับคนหรือปีศาจ เพราะคนไม่น่าจะเดินตากหิมะข้ามวันข้ามคืนได้โดยไม่แข็งตายกลางทางหรอก แต่เดี๋ยวก่อนข้าเองก็ผ่านบททดสอบของเทพงั้นสินะ เก่งไม่เบาเลยนะเนี่ย

 

“ยิ้มกรุ้มกริ่มอะไรตั้งแต่เมื่อกี้แล้วน่าขยะแขยง”

“ข้าไม่เจ็บหรอกนะ”

 

เดินลัดเลาะมาจนถึงประตูไม้คร่ำครึบานใหญ่ สภาพอึมครึมไม่น่าไว้วางใจ เชียนเดินเข้าไปเคาะประตูสองสามที รออยู่ครู่หนึ่ง ช่องเล็ก ๆ ที่เอาไว้ส่องม่านตาก็เลื่อนออก พร้อมกับดวงตาโต ๆ ของหญิงแก่น่าขนลุกชะเง้อเข้ามาใกล้ เป็นดวงตาเดียวกับที่เชียนเคยเห็นตอนที่พารินมา แต่หลังจากเปิดเข้าไปแล้ว เขาก็ไม่เห็นร่างของหญิงคนนั้น

 

“เจ้ามาทำอะไร”

“ข้าเชียน ลิเทรเซีย ข้าอยากพบอุซากะ”

อุซากะไม่ได้เชิญเจ้า กลับไปเสียเถอะ”

 

หล่อนปิดบานไม้ใส่หน้าอย่างแรงจนไคเซอร์แอบสะดุ้งเบา ๆ

 

“คนเมืองนี้ช่างหาญกล้านัก ปฏิเสธองค์รัชทายาทงั้นรึ?”

“อุซากะเป็นนักเวทย์ดึกดำบรรพ์”

“เดี๋ยวเจ้าว่าไงนะ?! นักเวทย์ดึกดำบรรพ์?!!

“ใช้แต่ปาก ข้านึกว่าหูเจ้าหนวกเสียแล้ว”

“อย่าด่าข้าระบายอารมณ์”

 

ถึงว่าคนดี ๆ ที่ไหนได้ยินคำว่า ลิเทรเซีย แล้วจะกล้าไล่ตะเพิดได้ ไม่ได้ยินคำว่านักเวทย์ดึกดำบรรพ์มานานจนนึกว่าไม่มีอยู่จริงแล้วเสียอีก ไหนจะตระกูลเทพอีก ลิเทียร์น่ามีสิ่งสำคัญตกหล่นไว้ทั่วแผ่นดิน มิน่าพวกพารันตะถึงตะเกียกตะกายอยากจะได้อำนาจจักรวรรดินัก

 

“เจ้ารู้จักกับอุซากะไม่ใช่หรือ งั้นแล้วทำไมถึงถูกปฏิเสธล่ะ”

 

เชียนไม่ได้ตอบ แต่ส่งสีหน้ารำคาญให้แทน เพราะถ้ารู้ก็คงไม่คิดจะมาตั้งแต่แรก ไลซีลล่ากับดิเซนเนเซียไม่ใช่ใกล้ ๆ ใครจะอยากมาให้ถูกไล่กลับไป แต่ถึงอย่างนั้นเชียนก็ทิ้งความทะนงตนเอาไว้ข้างหลัง ก่อนจะเคาะประตูไม้เก่าแก่นั่นอีกครั้ง แต่มันกลับไม่เปิดออกอย่างที่คิดเอาไว้

 

“ข้ามีเรื่องที่จะต้องพบอุซากะจริง ๆ”

“เกี่ยวกับริน”

 

กึก!

 

ไม่ใช่เสียงจากช่องเล็กเปิด แต่เป็นประตูบานใหญ่ที่ค่อย ๆ เคลื่อนออกจนเกิดเสียงเสียดสีกับพื้น ข้างในยังคงมืดทึบเช่นเดิม เชียนเห็นเงาคนนั่งอยู่ข้างใน ไม่ทันที่จะได้ก้าวเข้าไปหา เสียงของอุซากะก็ดังขัดขึ้นเสียก่อน

 

“กลับไปเสียเถอะท่านเชียน”

…!

“ข้าช่วยอะไรท่านไม่ได้หรอก”

“ทั้งที่ท่านรู้ว่ารินเป็นอะไรน่ะรึ?”

 

ใช้เล่ห์เหลี่ยมจากคำพูดเพื่อลองเชิงว่าอุซากะรู้อะไรบางอย่าง และเป็นอย่างที่คิดหลังจากที่ไฟในบ้านถูกจุด ใบหน้าของอุซากะก็ฉายชัดขึ้น แต่ทว่ามันกลับเป็นใบหน้าเรียบเฉย ไม่ทุกข์ร้อน และไม่สะทกสะท้าน

 

“ก็จริงที่ข้ารู้

“งั้นท่านก็ต้องรู้ว่ารินยังมีชีวิตอยู่”

“ใช่ ข้ารู้”

“สิ่งเดียวที่ข้าตรากตรำมาที่นี่ เพราะอยากให้ท่านไปดูอาการของรินแม้เพียงน้อยนิดเท่านั้น”

“ข้าไม่จำเป็นต้องไป

 

อุซากะส่ายหน้าช้า ๆ นัยน์ตาที่มองทอดมายังเชียนมีอะไรบางอย่างที่ต้องการจะบอก หากแต่ไม่สามารถฝืนชะตาได้ น้ำแข็งเย็น ไฟร้อน ร่างกายอุ่น ทุกอย่างล้วนเป็นไปตามลิขิตสวรรค์กำหนด แม้กระทั่งการมาที่นี่ของท่านชะตาก็ได้กำหนดเอาไว้แล้ว

 

“ก่อนจะกลับ ท่านแวะเอาดอกลาเวนเดอร์ที่ท่านปลูก ติดไม้ติดมือกลับไปด้วยเถิด กลิ่นหอมของมันคงช่วยทำให้ท่านใจเย็น และคิดอะไรให้ถี่ถ้วนกว่านี้ได้”

“อย่าต้องให้ข้าใช้กำลังบังคับเจ้าเลยนะอุซากะ”

“ท่านไม่ต้องทำเช่นนั้นหรอก กลับไปเสียเถอะ”

“รีบกลับไปให้ถึงก่อนตะวันเหนือหัวจะเป็นอันดี”

 

ลมเส้นหนึ่งพัดผ่านเส้นผมที่ปรกหน้าเบา ๆ รู้สึกตัวอีกทีเชียนกับไคเซอร์ก็ยืนอยู่หน้าประตูไม้บานเดิมเสียแล้ว เขายังคงไม่เข้าใจในสิ่งที่อุซากะต้องการจะสื่อทั้งหมด แต่มันค่อนข้างชัดเจนว่าเป็นลางดี ก่อนตะวันเหนือหัวที่ว่านั่นอาจจะหมายถึงรินก็เป็นได้ แต่ว่ามันวันไหนกันล่ะ

 

“นี่น่ะหรือนักเวทย์ดึกดำบรรพ์น่ากลัวเป็นบ้า”

“ไปกันได้แล้ว”

“จะเดินทางกันต่อรึ?”

“ไหนว่าอยากดื่มน้ำ”

“ใช่ข้าพูด แต่ฟ้ามืดขนาดนี้แล้ว เราจะไปหาน้ำได้จากที่ไหน”

 

ไคเซอร์รีบกระโดดขึ้นคร่อมม้า ควบเจ้าเพื่อนยากตามไปให้ทันเชียน ที่สั่งให้เขามาด้วยก็เพราะเอามาระบายอารมณ์ใช่หรือไม่ เพราะถ้าเป็นเซพาร์ เชียนน่าจะหมดอารมณ์ด่าตั้งแต่เห็นหน้าทื่อ ๆ ของมันแล้ว แต่ถึงอย่างนั้นไคเซอร์ก็เป็นถึงนักรบผู้เก่งกาจลำดับต้น ๆ แม้หน้าตาไร้พิษภัย และนิสัยสว่างเจิดจ้าจะสวนทางกันมากก็ตาม

 

เมื่อท้องฟ้าเริ่มมืดลง ความคึกคักของเมืองนี้ก็จะหายไปเหลือแต่กระแสลม และกองหิมะ พอถึงจุดที่ม้าไปต่อลำบาก เราก็ต้องใช้วิธีเดินลากเอา ฝ่าความหนาวเย็นของพายุประจำปีกระทั่งถึงบ้านพักตากอากาศ ที่ที่ไคเซอร์ และเซพาร์เคยมาเที่ยวเล่นบ่อย ๆ สมัยยังหนุ่ม

 

บ้านหลังนี้ยังคงเหมือนเดิมให้ความรู้สึกเหมือนครั้งที่เคยมาครั้งแรก มองจากด้านนอกดูอบอุ่นผิดกับเจ้าของบ้าน เมื่อคนด้านในรู้ว่ามีใครมา ไฟในบ้านก็เปิดต้อนรับทันที สาวใช้รีบวิ่งเอาผ้าเช็ดตัวมาให้ เพราะเราต่างก็เปียกซก แถมบ่าทั้งสองข้างยังมีกองหิมะเล็ก ๆ เกาะอยู่ด้วย

 

“ถวายบังคมเพคะท่านเชียน”

“เตรียมน้ำอุ่น ๆ ให้ที”

“เพคะ”

 

ไคเซอร์แทบจะทิ้งตัวลงนอนบนโซฟา ช่างเหนื่อยล้าเสียเหลือเกินสำหรับวันนี้ ไม่ทันจะได้ทำตามความคิด สาวใช้คนเดิมก็เดินออกมาพร้อมแก้วน้ำ เธอยื่นให้เจ้าของบ้าน ก่อนเชียนจะผายมือมาทางเขา ไคเซอร์ยิ้มขอบคุณเล็กน้อย สงสัยคงจะเป็นสาวใช้คนใหม่ เธอคงไม่รู้ว่าเขาเป็นใครล่ะมั้ง

 

“ให้หม่อมฉันเตรียมน้ำอาบให้เลยไหมเพคะ”

“อืม”

 

ระหว่างทางเราใช้เสบียงไปจนหมดเลยทำให้ไม่หิว ไคเซอร์เองก็ต้องการแค่น้ำอุ่น ๆ เพียงแก้วเดียว ให้อวัยวะภายในมันอุ่นขึ้นเท่านั้น เมื่อเห็นว่าไม่มีอะไร สาวใช้คนเดิมที่เพิ่งเดินออกมาหลังจากเตรียมน้ำอาบให้ ก็โค้งคำนับก่อนจะหายไปตามทางด้านใน

 

นาทีกว่าแล้วที่ร่างสูงเอาแต่ยืนมองเตียงที่เคยใช้นอนในวันนั้น เขารู้สึกว่ามันเพิ่งจะผ่านมาไม่เท่าไร แต่จริง ๆ แล้วผ่านมาไกลเกินกว่าจะนับวัน ภาพนั้นยังคงติดตรึงอยู่ในม้วนความทรงจำ รวมไปถึงตอนที่เด็กคนนั้นชนขาเตียงด้วย

 

“ฮึ”

 

เผลอหลุดขำออกมาแบบไม่รู้ตัว เขาคงจะเหนื่อยเกินไปเพราะภาพนั้นมันชัดเหลือเกิน เชียนเดินผ่านเตียงหลังใหญ่ เพื่อจะเข้าไปชำระล้างร่างกาย และความเมื่อยล้าสะสม มันเหมือนเขาพยายามทำให้ตัวเองเหนื่อยอ่อนอย่างถึงที่สุดในทุก ๆ วัน เพื่อที่วันนั้นจะได้นอนหลับไปได้อย่างง่ายดาย ซึ่งครั้งนี้เองก็เช่นกันเขาทำอะไรเกินตัว ออกเดินทางท่ามกลางหิมะ ระหว่างทางก็นอนพักแค่ไม่กี่ชั่วโมง ดั้นด้นมาให้ถึงไลซีลล่า เพื่อที่หวังว่าหลังจากอาบน้ำเสร็จเขาจะสลบไสลได้ทันที

 

แปดวันที่ผ่านมามันเป็นเช่นนี้มาตลอด

 

 














รุ่งเช้าของวันใหม่ก็ยังคงเหมือนเมื่อวาน

 

เชียนตื่นก่อนเวลาปกติ เขาเดินออกจากห้องไปด้วยชุดนอนไขว้ทับสีดำแต่งขอบทอง เวลาแบบนี้คนในบ้านคงยังไม่มีใครตื่น เขาสาวเท้าเดินตามทางมาช้า ๆ ผ่านห้องแต่ละห้องที่ไม่ค่อยได้ใช้ จนกระทั่งหยุดอยู่หน้าประตูบานหนึ่งที่ครั้งหนึ่งเคยเปิดออกไปหาใครสักคน

 

เขาเปิดมันออกช้า ๆ ระหว่างนั้นกลิ่นหอมอ่อน ๆ ก็ลอยเข้าจมูกมาตามสายลม เป็นกลิ่นของดอกไม้เพียงชนิดเดียวที่เขาเคยชอบมากที่สุด เขายังจำคำของอุซากะได้ขึ้นใจ แต่ก็ไม่คิดว่าตัวเองจะทำตามง่ายดายเช่นนี้

 

ร่างสูงเดินลงบันไดไปด้านล่าง เขาจ้องมองเหล่าดอกสีม่วงด้วยแววตาเรียบเฉย เชียนไม่มีทางรู้เลยว่า ที่อุซากะบอกให้นำติดไม้ติดมือตอนกลับไปดิเซนเนเซียแท้จริงแล้วเอาไปให้รินที่ฟื้น หรือรินที่จะหลับไปตลอดกาล

 

เขาไม่มีทางรู้เลย

 

มือหนากอบกำดอกลาเวนเดอร์ให้ได้ช่อหนึ่ง ก่อนจะดึงมันขึ้นมาจากพื้นดินที่เปื้อนไปด้วยหิมะสีขาว

 

“เดินทางปลอดภัยนะเพคะท่านเชียน ท่านองครักษ์”

 

ไคเซอร์โบกมือลา ก่อนจะควบม้าตามเชียนที่ไปไม่รอ ทั้งยังไม่ลาผู้ดูแลบ้านอีก แต่น่าแปลกใจนอกจากถุงเสบียงที่พ่วงไว้ข้างหนึ่งของหลังม้า แต่เชียนกับมีอีกถุงหนึ่งพ่วงไว้อีกข้าง ชายผิวแทนฉงนใจ ถ้ามันเป็นของที่เขารู้ได้ มันก็ไม่น่าจะปุบปับโผล่มาให้เขาเห็นนึกไม่ออกเลยว่าข้างในนั้นมีอะไรอยู่

 

“ดีนะที่วันนี้หิมะตกไม่หนักเท่าเมื่อวาน”

“เพราะมันยังเช้าอยู่ไงล่ะ”

“หรือที่เจ้าออกมาเช้าตรู่ขนาดนี้ เพราะอยากจะกลับให้ถึงก่อนเที่ยงตามคำของอุซากะใช่หรือไม่?”

ใช่”

 

คำตอบของเชียนที่ไคเซอร์ไม่ได้คาดคิดว่าจะได้ยินทำให้ไปต่อไม่ถูก น้ำเสียงเข้ม ๆ นั้นแสดงออกถึงความจริงใจทั้งหมดผ่านคำ ๆ เดียว ไคเซอร์ลอบยิ้มกริ่ม ในที่สุดสิ่งที่จักรพรรดินีเป็นกังวลมากถึงมากที่สุดก็ได้บรรลุผลสำเร็จแล้ว เชียนกำลังมีความรัก แถมตอนนี้ยังเจ็บเพราะความรักอีกด้วย

 

“เจ้ารู้ตัวไหมว่าเจ้าเปลี่ยนไปมาก”

หึ ข้ารู้ดีกว่าเจ้าเยอะ”

“ฮ่าฮ่าฮ่า แล้วทีนี้ใครจะไปเรือนกุหลาบกับข้ากันล่ะ”

“ลืมคู่หูของตัวเองไปแล้วเรอะ”

“ใคร? อ่าชิโอะน่ะรึ? จริงด้วย ข้าลืมไปเสียสนิทเลย”

“เจ้านั่นคงกำลังคร่ำครวญอยากจะกลับดิเซนเนเซียอยู่เป็นแน่”

“แต่ติดภาวะดินเสื่อมที่บาชูร่าสินะ ช่างน่าสงสารเสียจริง”

 

ถึงแม้องค์รัชทายาทลำดับที่สามจะเป็นหัวหลักในการดูแลเมืองผลิตผลอย่างบาชูร่า แต่จริง ๆ แล้ว อำนาจใหญ่อยู่ในมือขุนนางที่เป็นหัวหน้าฝ่ายการเกษตร ซึ่งคอยช่วยเหลือชิโอะอยู่ไม่ห่างมาตลอด ทั้งยังเจ้ากี้เจ้าการ เอาจริงเอาจัง ประจวบกับในตอนนี้เป็นฤดูหนาว หิมะที่ตกอยู่ตลอดทำให้การเกษตรบางส่วนได้รับความเสียหาย จึงจำเป็นต้องเร่งแก้ไข และติดตามความเป็นไปอย่างใกล้ชิด ดังนั้นต่อให้ชิโอะอยากกลับมาเยี่ยมรินอย่างไรก็กลับมาไม่ได้

 

ผ่านมาสองวันเหมือนกับตอนขาไป จักรพรรดินีโวยวายใหญ่ว่าทำไมไปไหนไม่บอกก่อน ลูกชายตัวเองหายออกจากบ้านไปถึงสี่วัน ถามเซพาร์องครักษ์หน้าตายก็ไม่ยอมตอบ ยืนนิ่งเป็นรูปปั้นหิน เมินเฉยทุกคำถาม และอารมณ์โมโหจากทุกคน เรื่องพิธีศพของรินก็เงียบหาย ไมล์พาลโกรธเธอไปอีกคนแล้ว  

 

“เชียน! นึกยังไงถึงได้ไปไลซีลล่าทั้ง ๆ ที่พายุเข้า เจ้าไม่ตายก่อนไปถึงงั้นรึ?!

“งั้นท่านแม่คงกำลังคุยกับวิญญาณอยู่”

“แม่โกรธลูกอยู่นะ ทำให้ทุกคนเขาเป็นห่วงเพราะการตัดสินใจบุ่มบ่ามไม่ใช่สิ่งที่เจ้าชายควรทำเลย”

“ขอโทษครับ”

 

ร่างสูงถอนหายใจแผ่วเบาก่อนจะโค้งคำนับ จักรพรรดินีมีสีหน้าเหนื่อยใจ แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ลูบหัวของเชียนอย่างอ่อนโยน ไม่มีแม้แต่ความโกรธตามที่ปากเธอว่าเลยสักนิด เชียนในสายตาเธอตอนนี้ดูเป็นมนุษย์ขึ้นเยอะ มีความห่วงใยผู้อื่นมีการลงมือทำทั้ง ๆ ที่ยังวางแผนไม่รอบคอบ เหมือนนิสัยของเด็กหนุ่มทั่วไปที่เธอหวังอยากจะเห็นมันจากเชียนสักครั้ง

 

“ตัวเปียกหมดแล้ว ไปจัดการตัวเองเสียไป”

“ครับท่านแม่”

 

เชียนเดินกลับไปที่ม้า เพื่อที่จะไปเอาถุงดอกลาเวนเดอร์ขึ้นไปด้วย แต่ดันเห็นไคเซอร์ทำตัวลับ ๆ ล่อ ๆ พยายามแหวกดูว่าข้างในคืออะไร เขาตีมือของมันอย่างแรงจนมันร้องเสียงหลงดังลั่น แล้วเดินหันหลังเข้าปราสาทไป ไม่สนเลยว่ามันจะก่นด่าอะไรนายตัวเองต่อหน้าทหารเฝ้ายามบ้าง

 

ก่อนจะตรงไปยังห้องตัวเอง เชียนแวะมายังห้องของรินก่อน ไม่ว่าจะพยายามรีบควบม้ามาให้ทันก่อนตะวันเหนือหัวตามที่อุซากะแค่ไหนเขาก็มาไม่ทันอยู่ดี

 

และรินเองก็ยังไม่ฟื้น

 

เชียนเอาลาเวนเดอร์ช่อนั้นออกมาจากกระเป๋าขนของ สภาพของมันเหี่ยวเฉาไปบ้างตามกาลเวลา แจกันข้างหัวเตียงว่างเปล่า เพราะเขาสั่งปิดห้องนี้เอาไว้ เลยไม่มีใครสามารถมาเปลี่ยนให้ได้ เขาใส่มันแทนที่เดิมไม่ให้มันว่างเหมือนอย่างเก่า และนั่งลงข้างเตียงเงียบ ๆ

 

สักพักกลิ่นของดอกไม้ก็โปรยความหอมออกมาจาง ๆ แต่ ณ วินาทีนั้นกลิ่นของมันทำให้เชียนสงบจิตสงบใจได้ พาลนึกถึงกลิ่นเดียวกับที่มันเคยอยู่บนเส้นผมนี้เส้นที่เขากำลังม้วนมันเล่นกับนิ้วอยู่

 

“นอนหลับนานเหลือเกิน”

“เจ้าไม่ได้ชงชาแรกให้ข้านานแค่ไหนแล้ว

 

เชียนทิ้งทวนไว้แค่นั้น ก่อนจะเดินออกจากห้องไป

 

 















เหมือนอย่างเคยที่เชียนมักจะมาที่ห้องนี้ทุก ๆ วันหลังจากแต่งตัวเสร็จในตอนเช้า เขามาเพื่อที่จะยืนยันว่ารินยังคงหายใจอยู่เพื่อที่เขาจะได้ใช้ชีวิตวันนี้ไปจนจบวัน นอกเหนือจากพิธีที่ไมล์เรียกร้อง ก็เห็นจะเป็นพิธีเฉลิมฉลองที่จักรวรรดิลิเทียร์น่าเอาชนะพารันตะได้ มันควรจะจัดตั้งแต่วันที่เชียนกลับดิเซนเนเซีย แต่เพราะเกิดเรื่องขึ้นก่อน เชียนจึงขอเลื่อนงานไปไม่มีกำหนด

 

เพราะเขาตั้งใจจะรอฉลองพร้อมกับริน

 

วันนี้เป็นเวรเฝ้าของไคเซอร์ เจ้านั่นส่งยิ้มเจิดจ้ามาให้ แต่คนได้รับกลับรู้สึกมืดมนน่าเกลียดอะไรเช่นนี้ พอรู้ว่าเพื่อนที่เป็นถึงแม่ทัพพ่วงด้วยลูกชายจักรพรรดิทำสีหน้าไม่ชอบใจส่งมาให้ ไคเซอร์ก็หัวเราะลั่น ยิ่งเชียนแสดงท่าทีรังเกียจมากเท่าไร ไคเซอร์จะยิ่งรู้สึกเหมือนตนชนะมากขึ้นเท่านั้น

 

เชียนเปิดประตูเข้าไปด้วยความรู้สึกว่างเปล่า ไม่ตื่นเต้นไม่คาดหวังไม่เรียกร้อง เพราะหลังจากที่เขามีทุกความรู้สึกนั่นตั้งแต่วันแรกจนถึงวันนี้เขาเหนื่อยล้าที่จะต้องรู้สึกถึงมันอีก ขอแค่เปิดประตูเข้าไป แล้วเห็นรินนอนหายใจอยู่เท่านั้นก็เพียงพอแล้ว

 

ทว่าไม่ใช่

 

ความโลภของมนุษย์มีมากกว่าที่จินตนาการเอาไว้เสียอีก เมื่อวันหนึ่งได้พบกับสิ่งที่ในชีวิตนี้ก็ไม่อาจได้รับจนรู้สึกเพียงพอ หรือสิ่งที่ต่อให้เข้ามาเติมเต็มแต่ก็ยังรู้สึกโหยหา สิ่ง ๆ นั้นแสนอันตราย เพราะมันหมายความว่าหัวใจทั้งดวงและร่างกายทั้งร่าง

 

“ขำเสียงดังเชียว มีอะไรตลกรึ?”

 

ได้ขึ้นตรงกับ สิ่งนั้น เสียแล้ว

 

“เจ้า

“ข้าเห็นท่านเป็นคนแรกอีกแล้ว”

 

รอยยิ้มไร้เดียงสาดั่งแสงอาทิตย์ยามเช้ามิอาจทำให้เชียนควบคุมสีหน้าตนเองได้ ราวกับหัวใจอันแข็งแกร่งของเชียนหยุดเต้น เมื่อดวงตาทั้งสองข้างมองเห็นร่างของคนที่ตนเฝ้าภาวนาให้ฟื้นอยู่ตลอดกำลังยิ้ม และมองมาทางเขา แม้มันจะเป็นยิ้มที่ดูเหนื่อยอ่อนเพราะร่างกายหลับไปนาน แต่เชียนกลับรู้สึกว่าถูกเติมเต็มจนแทบล้นทะลัก

 

“เอ่อ

 

รินอึกอัก ร่างเล็กไม่เคยเห็นสีหน้าเช่นนั้นของเชียนมาก่อน สีหน้าเจ็บปวดปนดีใจราวกับมองดูนกตัวน้อยที่เคยบินหนีไปกลับมา

 

บรรยากาศโดยรอบเงียบไปอยู่พักหนึ่ง เรามองตากันแต่ไม่มีใครพูดอะไรสักอย่าง กระทั่งเสียงฝีเท้าของเชียนดังทำลายความเงียบ ก่อนร่างสูงจะทิ้งตัวลงนั่งข้างเตียง เพราะอยากจะมองดูใบหน้าของรินให้ชัดเจนมากกว่านี้ เชียนดีใจแต่ก็กังวล เขากลัวว่าสิ่งที่เห็นอาจจะกำลังเป็นฝันรุ่งสาง

 

“เจ้าจริง ๆ น่ะรึ”

“ข้าหลับไปนานแค่ไหนกัน ท่านถึงได้มีสีหน้าเช่นนี้”

 

รินเอียงหน้าแนบฝ่ามือหนาที่ประคองข้างแก้มอย่างอ่อนโยน และแผ่วเบาราวกับกลัวว่ารินจะเจ็บ ความรู้สึกหลากหลายก่อตัวขึ้นท่ามกลางสองเรา พลันน้ำตาเม็ดหนึ่งได้ร่วงลงบนฝ่ามือหนารินเองก็กลัวว่าจะไม่ได้ตื่นขึ้นมาเห็นใบหน้านี้เช่นกัน ในระหว่างที่เขาหลับมีเรื่องราวมากมาย แต่พอได้เห็นหน้าของท่านเชียน รินก็ทำได้แค่ปล่อยน้ำตาที่ผสมความกลัวให้ไหลออกไปเงียบ ๆ

 

ขอบคุณที่ยังรอข้านะ”

 

ไม่ได้มีแค่รินที่รู้สึกอยากจะร้องไห้ เชียนเองก็รู้สึกถึงความสั่นไหวภายในใจได้เช่นกัน มันกระเพื่อมรุนแรง หากแต่รั้งมันเอาไว้อยู่ ร่างสูงกุมมือเล็ก ๆ ของริน เพื่อยืนยันให้แน่ใจอีกครั้งและอีกครั้งว่าตัวของรินกลับมาอุ่นกว่าตอนนั้นจริง ๆ

 

เขาเอามือข้างนั้นแนบที่หน้าผาก ซึ่งมันเป็นภาษากายของนักรบลิเทียร์น่าที่พร้อมจะปกป้อง และยอมตายเพื่อเจ้าของมือที่ตนแนบอยู่ เรื่องนี้รินรู้ดีเช่นนั้นร่างเล็กถึงได้ทำท่าจะร้องไห้อีกรอบ เพราะถ้ามันมาจากเชียน นั่นหมายความว่าชายเลือดเย็นที่ใครต่อใครต่างก็บอกว่าไร้หัวใจ บ้าเลือด และน่าหวาดกลัว กำลังจะยอมให้เจ้าของมือเล็กยืนอยู่ในตำแหน่งเดียวกับตน ซึ่งจริง ๆ แล้วความหมายคือต่ำกว่า เพราะต้องการให้เกียรติคนรัก แม้ในมือของนักรบจะถือดาบ แต่รินคิดว่าสำหรับเชียนแค่นี้มันก็มากเกินพอแล้ว

 

“ท่าน

“ถ้าเจ้าไม่ฟื้นข้าก็นึกไม่ออกแล้วว่าจะทำอย่างไร”

 

จรดริมฝีปากจุมพิตหลังมือขาวเนียนแผ่วเบา ใช้นิ้วโป้งเกลี่ยปุ่มกระดูกเล็กน่ารักสองสามทีอย่างเอ็นดู ก่อนจะจูบลงไปที่เดิมอีกครั้ง สิบวันที่ผ่านมาสอนเชียนหลายอย่าง มันทำให้เขาเข้าใจถึงคำว่า ล้ำค่า ไม่ใช่เงินทองหรืออำนาจ แต่เป็นดอกไม้ที่เขาได้รับเมื่อหลายเดือนก่อน

 

เขาจะไม่ยอมเสียมันไปอีกแล้ว ไม่มีอีกเป็นครั้งที่สอง หรือสาม หรือสี่จากนี้ไม่ว่าจะต้องแลกด้วยอะไร เขาจะไม่เอารินมาอยู่ในตัวเลือกดั่งที่เจ้าตัวเคยย้ำเตือนกับเขาบ่อย ๆ ลลิลดื้อจะต้องอยู่ภายใต้อาณัติของเขาตลอดไป

 

ไม่เพียงแต่ในฐานะดอกไม้ลลิล

 

“หากข้าเป็นได้แค่ผู้ครอบครองดอกไม้”

“ข้าก็อาจต้องพบเจอกับการหายไปของเจ้าอีก”

 

รินไม่ได้ขยับหนีใบหน้าคมเข้มที่ค่อย ๆ เคลื่อนเข้ามาใกล้ ร่างบางหลับตาลงในขณะที่สัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นร้อน ก่อนริมฝีปากที่ร้อนยิ่งกว่าจะประทับลงมา และกดให้แนบแน่นกว่าเดิม มันกลายเป็นจูบที่โหยหา และอ่อนหวานไปเสียตั้งแต่เมื่อไร ส่วนไหนของรินที่ยังคงเย็นอยู่ เชียนก็จะกดสัมผัสลงไปจนกระทั่งมันอุ่นขึ้นเรื่อย ๆ ร่างสูงจูบย้ำอย่างทะนุถนอม แล้วถอนออกอย่างอ้อยอิ่ง

 

“เพราะฉะนั้นข้าจะเป็นทั้งผู้ครอบครอง และผู้ถูกครอบครอง”

“มหมายความว่าอย่างไร”

“แต่งงานกับข้า”

!!!

 

ประโยคนั้นของเชียนทำเอารินอึ้งไปพักใหญ่ การจะก้าวไปถึงขั้นแต่งงานได้ถือว่าเป็นเรื่องเพ้อฝันของดอกไม้ลลิลซึ่งดอกไม้ทุกคนรู้ดี ผู้ครอบครองเพียงแค่ต้องการเสพสุขชั่วคราว และยามเบื่อ ไม่มีใครอยากจะเอาดอกไม้ลลิลขึ้นเป็นคู่ครอง ยิ่งกับขุนนางชั้นสูงยิ่งไม่มี เพราะเรารู้ว่าเบื้องหลังของทุ่งดอกไม้เคยเป็นลานดินมาก่อน

 

“รีบตอบเสียสิ แล้วข้าจะปรานี”

“นี่มันบังคับให้ข้าตอบตกลงมิใช่รึ?!

“หึบอกไว้ก่อน ข้าไม่อ่อนโยนกับเจ้าหรอกนะ”

“หมายถึงอะไรกันแน่เดี๋ยวสิ!

 

สีหน้าของเชียนเริ่มน่ากลัวขึ้นเรื่อย ๆ มันไม่น่าไว้ใจขึ้นตั้งแต่ตอนที่ร่างสูงหัวเราะในลำคอใส่รินแล้ว เชียนมักเป็นคนที่รินคาดเดาการกระทำหรือความคิดไม่ได้เลยสักอย่างและสักครั้งเดียว ขนาดสถานการณ์ที่รินหลับไปนานขนาดนั้น ตื่นขึ้นมาเขายังเอาแต่ใจได้ แทบไม่อยากรู้เลยว่าสิ่งที่เชียนพูดมันจะหมายถึงอะไร

 

นิ้วโป้งหนาที่เคยลูบหลังมือรินอย่างอ่อนโยนในตอนนี้กลับปาดริมฝีปากบางด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ นี่ลืมไปแล้วรึว่าเขาเพิ่งฟื้น หรือที่ทำแบบนี้เพราะมีจุดประสงค์? แต่อุซากะก็ไม่ได้บอกอะไรรินเลยนี่นา ถ้างั้นแล้วเชียนทำแบบนี้ต้องการอะไรกันแน่

 

“เร็วสิ ช้ากว่านี้เจ้าจะเหนื่อยนะ”

“รู้แล้ว ๆ ข้ายอมก็ได้!

“ยอมอะไรของเจ้า ข้าบังคับเจ้ารึ?”

“ฮึ่มแต่งงานไง” ร่างเล็กบึนปาก กล้าพูดนะว่าไม่ได้บังคับ

“แต่งงานอะไร หืม?”

“ข้าจะแต่งงานกับท่าน ตกลงแต่งงานกับท่าน แต่งงานกัน อื้อ!

 

รินประชดประชัน เพราะโมโหที่โดนหยอกเย้า แต่ไม่แคล้วโดนแกล้งอีกเหมือนเคย เชียนกดจูบลงบนปากกระจับ เพื่อเตือนเป็นนัย ๆ ว่าหลังจากนี้คือของจริง

 

คราใดที่เขาเคยหักห้ามวันใดที่เขาเคยปรารถนา

เพลานี้ทุกอย่างจะไม่หลบซ่อนอีกต่อไป

 

เชียนละเลียดชิมความหวานราวกับว่ามันจะเป็นครั้งสุดท้ายหากแต่นี่คือจุดเริ่มต้นต่างหาก รินทุบอกแกร่งเพราะเริ่มจะหายใจไม่ออก ร่างสูงเอาแต่แนบจูบไม่ยอมปล่อย แถมยังแกล้งเม้มกัดให้หัวใจรินเต้นรัว คำพูดสองแง่สองง่ามทำเอารินคิดไปต่าง ๆ นานา หัวสมองเริ่มขาวโพลนในยามที่ลิ้นร้อนแตะโดนริมฝีปาก รินนับหนึ่งถึงสามให้หลุดออกจากวังวนความเคลิบเคลิ้มนี้ ก่อนจะใช้วิธีเดิมในการทำให้เชียนถอนจูบออก นั่นคือบีบแก้มเขา!

 

“นี่เจ้า

“ก็ข้าตกลงแล้ว ใยท่านถึงแกล้งข้าอยู่ได้!

“ข้าไม่ได้แกล้งเจ้าสักหน่อย”

“แบบนี้ไม่ได้เรียกว่าแกล้งแล้วจะเรียกว่า—!

“ข้าแค่อยากจูบเจ้าเท่านั้นเอง”

 

นี่สินะความรู้สึกที่ท่านแม่อยากให้ลูกชายที่หนีไปจับดาบตั้งแต่วัยเยาว์ได้สัมผัส มันเป็นความรู้สึกที่แปลกประหลาดยิ่งนัก ไม่ใช่แค่หัวใจที่รู้สึกได้ร่างกายเองก็สั่นไหวไปพร้อม ๆ กันด้วย เพราะทุกครั้งที่ริมฝีปากแนบลงบนความอบอุ่นเขาจะยิ่งโหยหา และต้องการจะรุกล้ำมากกว่านี้ ซึ่งสิ่งแปลกใหม่ที่แสนชัดเจนนี้ มันทำให้เขามั่นใจเลยว่า

 

เชียนแห่งลิเทียร์น่าได้ค้นพบ สิ่งนั้น แล้ว



#ดอกไม้ลลิล

จบ










Talk (ยาวหน่อยนะคะ)

ไรท์เบียเองค่ะ ยินดีที่ได้พบกับทุกคนนะคะ

1- ปลื้มปิติกับตอนจบเรื่องนี้มากๆ เดินทางมาเกิน 1 ปีแล้ว นั่นคือสิ่งที่เราไม่เคยทำได้กับเรื่องไหนเลย5555555 ระยะทางยาวนานพอๆกับตอนๆนึง และตอนนี้ก็จบไปด้วย 28 หน้าเวิดเบาๆ เอาให้เต็มอิ่มไปเลย หวังว่าจะชอบกันนะคะ TT

2- จริงๆแล้วนี่เป็นเวอร์ชั่นจบสำหรับลงเว็บเท่านั้น จบจริงๆจะมีต่ออีกเป็นบทส่งท้าย ผู้ที่ซื้อหนังสือเท่านั้นจะได้อ่าน (หลังจากนี้จะเป็นบทหวานจริงๆแล้ว) หลายคนคงรอบทหวานของเรื่องนี้ ที่ก็พอจะมีบ้าง แต่ไม่เยอะเท่าไร ดังนั้นไปพบกันในรูปเล่มค่ะ ขายตรงค่ะ พรีจนถึง 7 สิงหาค่ะ ย้ำอีกรอบ กดย้อนไปตอนก่อนหน้าเพื่ออ่านรายละเอียดการพรี

3- โปสการ์ด 2 ใบแสนพรีเมี่ยมนั้น วาดโดย @88rinrinrin ซึ่งขอสปอยว่าสวยหยาดเยิ้ม สวยแบบไม่มีอะไรกั้น สวยแบบส้มไม่ยอมหยุด พรีเมี่ยมจนแบบ ใครลังเลแล้วตอนปิดพรีเพิ่งมาอยากได้ ร้องไห้แน่ๆ ซึ่งหน้าปกเองก็แสนจางดงามไม่แพ้กัน วาดโดย @Miintare นักวาดขาประจำที่เราเกาะติดไม่ยอมปล่อย วาดให้เรามาหลายเรื่องแล้วค่ะ อทิเช่น ฟิคเด็กส่งข้าว คอร์ดิโก้ พริ้มเพียงหวา ฮั่นแน่ ตกใจล่ะสิว่าเราเป็นคนแต่งหรอ

4- ยังเหลือปมอีกสามสี่ปมใช่มั้ยคะ คงจะหงุดหงิดเพราะไม่กระจ่างใช่มั้ยคะ กดซื้อค่ะ กดโอนเดี๋ยวน้ีค่ะ ทุกอย่างที่ยังคงเหลือไว้จะเฉลยในเล่มค่ะ รักคนอ่านทุกคนนะคะ แต่คนซื้อเล่มจะรักมากกว่านิดนุง >< เพราะเธอคือผู้ต่อกระเพาะของชั้นนนนน

5- ตัวอย่างสเปในเล่มจะตามมาทีหลัง หรือพูดให้ถูกก็คือ แต่งเสร็จเมื่อไร ลงเมื่อนั้นเลยจ้า เป็นกำลังใจให้กันด้วยนะ TT

6- หลังจากอ่านจบทั้งเนื้อเรื่องและทอร์คแล้ว ก่อนจากกันไป เราขอคอมเม้นท์จากผู้อ่านที่ติดตามเรื่องนี้ทุกท่าน ทิ้งความรักและความทรงจำของท่านไว้ เพื่อย้ำเตือนว่าเราเคยอยู่ด้วยกันมานานเป็นปี ทิ้งไว้ให้นักเขียนขี้เหงาคนนี้ได้กลับมาอ่านตอนหากำลังใจให้คนละ 1 เม้นด้วยเถิด จะบอกรัก จะพูดถึงเนื้อเรื่อง จะติ จะชม เราพร้อมน้อมรับไว้ทุกอย่าง เพราะความจริงใจจากทุกคนจะช่วยให้เราเก่งขึ้นค่ะ ! (แต่อย่าด่านะ เราใจบางมาก)

7- รักผู้อ่านที่น่ารักเสมอ ขอบคุณที่ติดตามมาจนถึงตอนจบ ขอบคุณที่สนับสนุน ขอบคุณที่เป็นนักอ่านของเรา

เจอกันใหม่ในเรื่องหน้า สำหรับวันนี้ สวัสดีค่ะ จุบุนะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 953 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,818 ความคิดเห็น

  1. #2818 CB[<3] (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 18 มกราคม 2564 / 12:17
    ขอบคุณไรท์มากๆค่ะที่สร้างพวกเขาขึ้นมา มันดีมากๆจนไม่รู้ว่าพูดว่ายังไงจริงๆ
    #2,818
    0
  2. #2804 m_lonita (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 3 มกราคม 2564 / 05:55
    อยากได้หนังสืออ่าา ยังมีเหลืออยุมั้ยคะไรท์ 🥺🥺🥺
    #2,804
    0
  3. #2801 lalalalemon (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2563 / 16:52
    ประทับใจมากเบย ขอบคุณมากนะคับღ'ᴗ'ღ
    #2,801
    0
  4. #2798 ์PhitchAnn (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2563 / 10:56
    ขอบคุณที่แต่งขึ้นมานะคะ เรารู้สึกอินกับความรู้สึกของทุกตัวละครในเรื่อง ขอบคุณมากๆค่ะ 🤍
    #2,798
    0
  5. #2796 Am-Again (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2563 / 23:16
    สงสัยค่ะ แล้วใครให้ส้ม แฮ่!!!
    #2,796
    0
  6. #2784 popcorn w/ sauce (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 3 กันยายน 2563 / 23:42
    แง ประทับใจมากก ขอบคุณที่เเต่งเรื่องดีๆให้อ่านนะคะ หดหู่ตามเชียนเลยตอนที่รอรินฟื้น
    #2,784
    0
  7. #2783 BEPBEP (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 1 กันยายน 2563 / 14:24
    ขอบคุณที่เเต่งเรื่องนี้ขึ้นมาให้อ่านค่ะ ปนะทับใจตั้งเเต่บทเเรกถึงบทสุดท้าย ขอบคุณมากจริงๆค่ะ
    #2,783
    0
  8. #2781 5A5Ilene (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 1 กันยายน 2563 / 02:08
    ละมุนตุ้นมากแม่ อิชั้นทราบแล้วเจ้าค่ะว่าท่านเซียนรักน้องรินมากแค่ไหน ก็ดูเอาสิ เทียวไปเทียวมา พยายามหาทางทำให้น้องฟื้น พอน้องฟื้นก็ขอน้องแต่งงานทันที ดูไม่ออกเลยค่ะ ว่ารักมากจนไม่อยากปล่อยให้เวลาเสียเปล่าไปอีกแล้ว

    ขอพักอวยพระเอก มาอวยคุณไรท์ก่อน คุณไรท์เขียนเก่งมากก พล็อตก็สนุก ภาษาก็ลื่นไหล ดูสิคะ อ่านเพลินจนลืมเวลาเลย เราแบบชื่นชมมากๆเลยนะคะ คุณไรท์สามารถเขียนเล่าจินตนาการให้คนอ่านอย่างเราเห็นภาพและอินตามตัวละครไปได้ ปรบมือให้รัวๆเลยค่ะ ขอบคุณที่เขียนนิยายสนุกๆแบบนี้มาให้เราอ่านนะคะ เราชอบเรื่องนี้มากๆเลย
    #2,781
    0
  9. #2763 Pbivvp (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2563 / 17:32
    นึกว่าจาไม่ฟื้นเสียแล้ว แง ขอบคุณคุณไรท์ที่แต่งนิยายเรื่องนี้ออกมานะคะ
    #2,763
    0
  10. #2742 Omma1991 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2563 / 23:25
    ฮื่อออ ตาบวมเลยยยยยยยย ดีมากกกกกกกก
    #2,742
    0
  11. #2741 pbcy (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2563 / 19:51
    แงงงงงงง สนุกมากเลยค่าไรท์ ภาษาสวยอ่านลื่นมากกกกกก พี่เชียน พี่เชียนขาาา ถึงขั้นขอน้องรินแต่งงาน เป็นฝันที่ไม่กล้าใันจริง ไอเริ้บบบบบบบบบ
    #2,741
    0
  12. #2729 Chwxa_ (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2563 / 21:31
    จบแล้วว ภาษาคุณไรท์ดีเหมือนเดิมเลยค่ะ ขอบคุณที่เขียนฟิคดีๆแบบนี้ให้อ่านนะคะ
    #2,729
    0
  13. #2722 BiimBybenchita (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2563 / 08:54

    จบแล้ว ขอบคุณไรท์ที่แต่งนิยายดีๆมาให้อ่าน ชอบมากๆเลย จะติดตามนิยายเรื่องต่อไปของไรท์นะคะ
    #2,722
    0
  14. #2721 Muay_TP (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2563 / 00:04
    จบดีค่ะ แต่ติดอยู่นิดนึง ตรงที่ว่ายังไม่แก้ปมว่าใครเป็นคนส่งส้ม3ผลให้น้อง หรือว่าเราอ่านข้ามไป? มันเป็นสงสัยค่ะ55555 เพราะนี่เดาไว้ว่าอาจจะเป็นเชียนส่งให้น้องรึป่าว ตอนแรกนึกว่าจะมีฉากหึงหวงลลิลซะอีกถ้าเกิดไม่ใช่เชียนส่งให้
    #2,721
    0
  15. #2715 ออมม่า (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2563 / 11:10

    ปรบมือจ้าาาา จบได้ดี

    #2,715
    0
  16. #2711 munkrishear (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2563 / 01:21
    แง้ จบแล้ววว เราชอบเรื่องนี้มากๆๆๆๆๆเลยค่ะ แต่ขอสารภาพค่ะ55555 แอบดองไว้มาสักพักนึงเลยเพราะตอนนั้นอ่านถึงตอนปัจจุบันแล้วแล้วเราก็ไม่ได้เข้ามาอ่านนิยายในเด็กดีอีกเลย จนเข้ามาเมื่อวาน เห็นว่าจบแล้วก็แบบ อมกกกกก ต้องอ่านทันที! ขอบคุณที่แต่งเรื่องดีๆแบบนี้มาให้อ่านนะคะ
    #2,711
    0
  17. #2677 jjthwan20 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2563 / 12:16
    รอคอยและก็ติดตามมานาน จนตอนจบคือไม่เคยรู้สึกว่ามีอะไรที่ไม่ดีเลยจริงๆค่ะ เรื่องนี้ดีมากๆ ทั้งในการบรรยาย ความรู้สึกของตัวละคร หรือคนเขียนผ่านตัวละคร ทุกอย่างที่ไรท์เขียนดีมากๆค่ะ เป็นอีกหนึ่งนิยายพีเรียดที่ชอบมากขึ้นหิ้ง ฮืออออ ขอบคุณสำหรับงานเขียนดีๆที่ไรท์ตั้งใจนะคะ
    #2,677
    0
  18. #2673 Bubblebube (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2563 / 22:22
    ขอบคุณนะคะ รักกกก
    #2,673
    0
  19. #2668 ayajung__ (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2563 / 03:18
    ชอบมากก จะคิดถึงเสมอค่ะ
    #2,668
    0
  20. #2667 :kpdtgv' (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2563 / 00:06
    yーy ขอบคุณที่เเต่งเรื่องนี้ออกมาให้อ่านนะคะ เป็นกำลังใจให้คุณไรท์เสมอนะคะ
    #2,667
    0
  21. #2662 butter_th (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2563 / 08:35
    ฮื่อ ดีใจมากๆเลยที่ได้เจอและได้อ่านเรื่องนี้รู้สึกผูกผันมากๆเหมือนได้เติบโตและเดินไปพร้อมกับไรท์เลยขอบคุณที่แต่งเรื่องดีๆแบบนี้ขึ้นมานะคะเป็นกำลังใจให้ตลอดเยยจะคอยติดตามตลอดไปคั้บตอนนี้คือนับวันรอเล่มแล้ว555,💌🖍️
    #2,662
    0
  22. #2661 plaitong (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2563 / 14:51
    แอแงงง

    ชอบมากเลย ขอบคุณที่แต่งเรื่องนี้มานะคะ
    #2,661
    0
  23. #2660 peenie28 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2563 / 22:26
    ดี ดีมากๆ รินแสนจะดื้อๆ เถียงฉอดๆ 55555 แต่ชอบมากเลยตอนจบใจน้วยไปหมดเลย 💕💕💕
    #2,660
    0
  24. #2659 LvEVQOktaU3Q1pR (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2563 / 12:34
    เราเป็นคนที่ไม่ชอบอ่านแฟนตาซีเลยแต่เรื่องนี้เปิดโลกมากๆแล้วเนื้อเรื่องไม่ยึดเยื้อ สนุกครบรสสมกับการอ่าน ขอบคุณไรท์ค่ะที่ทุ่มเทกับงานชิ้นนี้ประทับใจผู้อ่านแบบเรามากค่ะ เราหวังว่าเราจะได้เสพงานชิ้นใหม่ขอไรท์อีกนะคะ ขอบคุณค่า
    #2,659
    0
  25. #2658 benz_kanokrat (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2563 / 12:04
    แงงงชอบเรื่องนี้มากๆเลยค่ะ ขอบคุณที่แต่งฟิคดีๆแบบนี้ให้ได้อ่านนะคะ
    #2,658
    0