❀ ดอกไม้ลลิล | chanbaek

ตอนที่ 11 : ❀ ดอกไม้ลลิล : บทที่สิบเอ็ด

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,162
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 976 ครั้ง
    28 มี.ค. 63






11

ไลซีลล่า

 


 

เส้นทางป่าถูกรบกวนโดยเหล่าทหารม้าหลายสิบนายจนเกิดเสียงดังอึกทึก กองกำลังถูกสั่งการด้วยน้ำเสียงดุดันของท่านแม่ทัพผู้แสนเย็นชา แต่บัดนี้….ใบหน้าน่าเกรงขามนั้นมีแต่ความกังวลมากมายเสียจนเหล่าทหารจะจารึกไว้ในความทรงจำโดยพลการ

 

งานกลายเป็นสิ่งที่ถูกลดความสำคัญ ทั้งที่เป็นอันดับหนึ่งมาตลอด เชียนทิ้งที่ประชุมไว้ทันทีที่ทหารนายหนึ่งรายงานว่ารถม้าเปลี่ยนเส้นทาง อีกทั้งยังเคลื่อนที่ด้วยความเร็วผิดสังเกต

 

เมื่อไรกันที่เขาแสดงอารมณ์ออกมาได้อย่างตรงไปตรงมาเช่นนี้

 

ท่านแม่ทัพตะโกนสั่งให้ทหารแยกออกเป็นสามแถว เพื่อไล่ตามรถม้าโคลงเคลงให้ทัน ระหว่างที่ไล่ตามไปด้วยความเร็วสูงสุดของฝีเท้าม้าที่ขึ้นชื่อว่าวิ่งไวที่สุดในอาณาจักร แทบไม่รู้สึกตัวเลยว่าตัวเองนั้นลอบหยุดหายใจไปกี่คราแล้ว

 

มือแกร่งกำด้ามดาบเอาไว้แน่น บอกกับตัวเองว่าเมื่อไรที่หนอนบ่อนไส้ตัวนั้นมันอยู่ใต้เท้า เขาจะใช้ดาบเล่มนี้เฉือนคอมันขาดในคราเดียวเสีย หิมะเริ่มตกลงมาเล็กน้อย เปลี่ยนบรรยากาศโดยรอบให้หนาวเย็น รวมถึงพื้นที่จะทำให้กีบม้าบาดเจ็บ

 

และแล้วสิ่งที่ไม่อยากให้เกิดก็เกิดขึ้นจนได้ กลุ่มย่อยของเขาพลัดหลงกับรถม้าคนนั้น แต่ไม่ทันจะได้ตวัดเชือกหาทิศทางใหม่ เสียงราวกับบ้านไม้พังทลายก็ดังขึ้นไม่ใกล้ไม่ไกลนัก

 

“เสียงมาจากทางนั้น”

 

นักรบเปี่ยมประสบการณ์โชกโชน เพียงแค่ฟังเสียงก็สามารถระบุพิกัดได้อย่างแม่นยำ เชียนควบม้าไปยังจุดที่ได้ยินเสียง เขาเห็นรถม้าแตกเป็นเสี่ยง ๆ เพราะกระแทกเข้าอย่างจังกับต้นไม้ใหญ่ แต่ไร้คนบังคับ และผู้ที่อยู่ด้านใน

 

“ท่านรินไม่อยู่ในนี้พะย่ะค่ะ”

“ข้าจะไปหาทางนั้น ส่วนพวกเจ้าตามไปสมทบทหารนายอื่นที่ไล่ตามกบฏ”

“พะย่ะค่ะ”

 

เชียนกุมบังเหียนด้วยความร้อนใจจนมิลันธาไม่อาจทนรับความกดดันนี้ได้ ม้าตัวเมียร่างองอาจผุดยืนสองขา พลางร้องออกมาเสียงดังสนั่น ราวกับได้สติเชียนเบิกตาโพล่ง รับรู้ว่าไม่ได้มีตนคนเดียวที่ว้าวุ่นใจ เขานั่งนิ่งอยู่บนหลังม้าข้างกายมาหลายสนามรบอยู่ครู่หนึ่ง สงบเงียบเสียนึกว่าแอบหลับ

 

“ข้าดีใจที่เห็นเจ้าเย็นลง”

“บอกตามตรง ตั้งแต่เป็นเพื่อนกันมา ข้าไม่เห็นเจ้าร้อนใจและโผงผางเช่นนี้มานานมากแล้ว เป็นวาสนาข้าเสียจริงเชียว”

“เงียบ”

“หือ? เจ้าพูดว่าอะไรนะ?”

“หุบปาก”

“ข้าว่าตอนแรกมันสุภาพกว่านี้นะ”

 

ไคเซอร์ปิดปากสนิทตามที่เพื่อนสมัยเด็กกดเสียงต่ำใส่ เชียนเงี่ยหูฟังเสียงอะไรบางอย่างมาตั้งแต่เมื่อกี้ และพอได้ลองเงียบถึงได้ยินเสียงอะไรบางอย่างขึ้นมาจริง ๆ

 

“เสียงลมหายใจ”

“ข้าได้ยินเสียงขยับผ้า”

“ทางนั้น/ทางนั้น”

 

ราวกับซิทคอมย้อนยุค สองหนุ่มผู้สูงศักดิ์กลับชี้เส้นทางตรงข้ามกันเสียนี่

 

“แยกกันไปดู”

“พะย่ะค่ะ”

 

เชียนลงจากม้า ก่อนจะค่อย ๆ สาวเท้าเข้าไปใกล้ ๆ เสียงลมหายใจอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลเท่าไรนัก ทั้งยังอยู่ด้านหลังของพุ่มไม้ เขาเลยต้องใช้ทักษะการฟังมากเป็นพิเศษ

 

ยิ่งเข้าใกล้เสียงยิ่งชัดขึ้น เป็นเสียงลมหายใจเหนื่อยปนหวาดกลัวอยู่นัยที กลิ่นหอมอ่อน ๆ ลอยมาแตะที่จมูกแผ่วเบากลิ่นนั่นทำให้ความกังวลที่มีค่อย ๆ สลายหายไปทีละนิดทีละนิด

 

จนกระทั่งมีความรู้สึกใหม่เข้ามาแทน

 

พรึ่บ!!

 

เชียนแหวกพุ่มไม้ออก ภาพเบื้องหน้าปรากฏเป็นร่างของคนที่เขาตามหามาด้วยความร้อนรุ่มตั้งแต่เมื่อกี้ ใบหน้าหวานของรินเปื้อนไปด้วยเศษดิน และรอยเลือด เป็นเพราะรถม้าที่พลิกคว่ำ เลยทำให้ได้บาดแผลมาบางส่วน แม้จะโล่งใจอย่างไม่รู้ตัวแล้ว สิ่งหนึ่งที่ทำให้เชียนเป็นกังวลนั่นก็คือ

 

“ริน!

 

เจ้าของชื่อหันมั่วซั่ว ซ้ายที ขวาที ราวกับหาทิศทางของเสียงไม่ถูก เชียนขมวดคิ้วแน่น หรือจะได้รับบาดเจ็บที่ดวงตา ร่างสูงเดินย่ำ ๆ เข้าไปใกล้ พลางคว้าเข้าที่ไหล่เล็กให้เจ้าตัวหันมา ซึ่งเขาก็พบว่าดวงตาของรินไม่ได้มีเลือด หรือร่องรอยบาดแผลแต่อย่างใด

 

“ทท่านเชียน”

“ข้าเอง”

“ท่านเชียนท่านเชียน”

 

ร่างเล็กตกใจ และขวัญผวาเสียตัวอ่อนแรง ลำคอแห้งผาก พยายามจะพูดออกมาสักคำยังทำได้ยาก เมื่อรินได้สัมผัสกับฝ่ามือแกร่งที่ยื่นมาให้ หัวใจดวงน้อยทั้งดวงก็ยวบยาบ คว้าร่างสูงเข้ามาแทรกตัวกอดแนบแน่น

 

“ท่านเชียนข้ามองเห็นท่าน”

“ไม่ต้องร้อง”

“ฮึกท่านเชียน”

“ที่เจ้าพูดเมื่อกี้เจ้าหมายความว่าอย่างไร”

 

ความลับเพียงข้อเดียวที่รินอยู่กับมันอย่างยากลำบากมาตลอด ในวันนี้เขากลับพบว่าจริง ๆ แล้วตนเองก็มีโชคพอให้หลุดพ้นความทุกข์จากสิ่งนั้นไปได้บ้าง ร่างเล็กปาดน้ำตาล่วก ๆ ก่อนจะส่งยิ้มให้กับผู้ครอบครองของตนที่มีหลายความรู้สึกผสมปนเปกันอยู่

 

“นี่คือเหตุผลที่ข้าไม่สามารถใช้ชีวิตในฤดูหนาวได้”

 

รินผละออก ก่อนจะเผยดวงตาทั้งสองข้างให้เชียนได้เห็นชัด ๆ ว่าทุกครั้งที่หิมะตก นัยน์ตาสีสวยจะค่อย ๆ ขาวโพลนไปตามจำนวนเกล็ดหิมะที่ตกลงมาบนพื้นดิน และเมื่อไรที่พื้นดินถูกปกคลุมไปด้วยหิมะสีขาว นัยน์ตาทั้งสองข้างของเขาก็จะเฉกเช่นเดียวกัน

 

คำสาปร้ายแรงทำให้เขามองไม่เห็นสิ่งใดนอกจากสีขาว รินไม่ต่างจากคนตาบอดในทุก ๆ ฤดูเหมันต์ที่จะวนมาบรรจบกันทุกปี ถ้าเป็นในตำหนัก เขาสามารถเก็บตัวได้ เพราะชุฌารู้เรื่องนี้ เขาหลบซ่อนความแปลกประหลาดมานานหลายปี

 

จนกระทั่ง

เขาค้นพบว่าท่านผู้นี้คือคนเดียวที่ตาสองข้างนี้มองเห็น

 

ตาเจ้า”

“ข้าจะมองไม่เห็นสิ่งใดถ้าหิมะตกจนขาวไปทั่วทุกสารทิศ และมันเป็นอย่างนั้นมาตลอดหลายปี แต่ตอนนี้ข้าไม่เข้าใจว่าทำไมข้าถึงได้เห็นท่านชัดเช่นนี้”

 

รินรู้สึกอุ่นใจท่ามกลางอากาศหนาวเย็นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เชียนมีสีหน้าไม่เข้าใจหลังจากที่ได้ฟังคำอธิบายแปลกประหลาด หัวใจของรินเต้นแรงตั้งแต่เห็นใบหน้าของเชียนปรากฏเพียงหนึ่งเดียวบนพื้นหลังสีขาวสะอาด ราวกับประกายไฟแห่งความหวังที่เด็กน้อยพยายามตามหา

 

“ท่านเชียน!!!

 

เสียงตะโกนเรียกของไคเซอร์ดังมาแต่ไกล องครักษ์มือดีควบม้าเข้ามาด้วยความเร็วสูง ก่อนจะคว้าเอาบังเหียนของมิลันธาให้วิ่งมาด้วยกันจนประชิดตัวพวกเขา

 

“ทหารของเราไปติดกับพวกพารันตะเข้า! ตอนนี้พวกมันกระจายกำลังล้อมพวกเราอยู่ ท่านควรรีบหนีไปเสียตั้งแต่ตอนนี้!!

“ไม่ทันแล้ว”

 

เชียนได้ยินเสียงตบเท้าของม้าหลายสิบตัวกำลังมุ่งเข้ามา คว้าเอาบังเหียนที่มือไคเซอร์ และกระโดดขึ้นหลังม้าด้วยความคล่องแคล่ว จัดท่าทางเสร็จจึงยื่นมือลงมารับเอาตัวลลิลน้อยขึ้นไปนั่งซ้อนด้านหน้า ซึ่งรินทำได้ดีกว่าที่แล้วมา แม้ครั้งนี้จะมองไม่เห็นก็ตามที

 

“อีกไม่นานกำลังเสริมคงจะมาถึง ระหว่างนี้เจ้ากับข้าจะต้านพวกมันเอาไว้ก่อน!!

“รับทราบพะย่ะค่ะ!!

 

ไคเซอร์กระโดดหายไปจากหลังม้า ในจังหวะที่เชียนพามิลันธาวิ่งไปอีกทาง พลันเสียงกรีดร้องของทหารฝ่ายตรงข้าม และม้าของพวกมันก็ดังผสมกันเป็นทอด ๆ เชียนมีเพียงแค่ดาบ และตัวรินเป็นภาระ ส่วนพวกมันมีทั้งดาบ และธนูเหล็ก นอกจากจะต้องหลบคมดาบ มิลันธาก็ยังต้องคอยระวังลูกธนูความเร็วสูงอีกด้วย

 

“เร็วกว่านี้มิลันธา!!

“มิลันธาคงรับน้ำหนักมากเกินกว่าจะวิ่งได้เร็ว”

“ทำไม เจ้าจะบอกให้ข้าโยนเจ้าทิ้งงั้นรึ?!

“ถ้ามันจำเป็น ท่านก็ควรต้องทำเช่นนั้น”

“ไร้สาระ เจ้ากับข้ายังมีเรื่องที่ต้องคุยกันอีก!

 

ไม่ว่าจะไปทางไหน ก็โดนพวกมันดักหน้าไว้หมด มิลันธาหยุดกระทันหันจึงแผดเสียงพยศออกมา พลางฮึดฮัดราวกับมนุษย์ถูกขัดใจ พวกมันคงวางแผนมานานถึงได้ต้อนพวกเรารัดกุมเช่นนี้ เชียนกวาดสายตาประเมินจำนวนของพวกมันช้า ๆ ไม่เพียงแต่มีพวกที่อยู่บนหลังม้า ยังมีนักฆ่าฝีมือดีที่หลบอยู่ตามเงา ทั้งเขา และไคเซอร์ ไม่อาจเอาชนะพวกมันในตอนนี้ได้

 

“จับตัวลลิลที่อยู่กับองค์รัชทายาทไว้!!

“ส่วนองค์รัชทายาทนั้นฆ่าทิ้งซะ”

 

แม้จะมองไม่เห็น แต่หูสองข้างยังได้ยินชัดเจน รินได้ยินเสียงตวัดดาบ และเสียงดาบกระทบกันไปมาจนบาดแก้วหู พลันเสียงลมที่เหมือนจะพุ่งมาทางนี้ แต่จู่ ๆ ก็หายไป ความโกลาหลส่งผลให้รินปวดขมับ ถ้าหากดวงตาทั้งสองข้างใช้งานได้ เขาอาจจะเป็นลมไปแล้ว

 

“กำลังเสริมมาถึงแล้วพะย่ะค่ะ!!

 

เซพาร์ควบม้ามาตามหลัง หลังจากเกณฑ์กำลังพลมาช่วยกันต่อสู้ ตอนนี้ที่ประชุมในปราสาทกำลังลุกเป็นไฟ เหตุเพราะการบุกรุกของพารันตะทำให้จักรพรรดิโกรธเกรี้ยว ส่วนเสาหลักของจักรวรรดิเองก็ไม่อาจนิ่งเฉย แผ่นดินเริ่มร้อนระอุ

 

เพราะอีกไม่นานสงครามจะเกิดขึ้นแน่นอน

 

พวกมันไล่ต้อนทุกทาง จนไม่อาจฝ่าวงล้อมออกไปได้ พลันความคิดวูบหนึ่งลอยผ่านเข้ามา ไม่รอช้าร่างสูงคุมบังเหียนเปลี่ยนทิศทางทันที เจ้าพวกโง่เขลาต่างตกใจที่เชียนเห็นทางหนีทีไล่ กองกำลังส่วนหนึ่งของมันแยกตัวออกมาเพื่อไล่ตามเขา ซึ่งทำให้ทหารของเราจัดการงานได้ดีกว่าเดิม

 

“อ๊ากกกกกกกกกกกก”

 

เชียนสลัดพวกมันหลุด และมุ่งหน้าไปทางตอนเหนือของแผ่นดินลิเทียร์น่า เขาตกหลุมรักเมืองนี้ตั้งแต่แรกเห็น เมืองที่หิมะตกยาวนานถึงครึ่งปี ซึ่งในบางครั้งเช่นปีนี้ ไลซีลล่าเวียนมาบรรจบครบรอบทศวรรษ จึงทำให้มีหิมะตกยาวนานตลอดทั้งปี

 

“รเรากำลังจะไปที่ไหนหรือท่าน?”

“เจ้าหนาวรึ?”

“นิดหน่อย”

“อดทน ข้าจะพาเจ้าไปที่ไลซีลล่า”

“ไลซีลล่า?!

 

ได้ยินชื่อเมืองแปลกใหม่ถึงกับหูตาตื่น แม้จะเป็นยามคับขัน แต่รินก็ไม่เคยหยุดที่จะใฝ่รู้ หลังจากเชียนอนุญาตให้ใช้ห้องสมุดส่วนพระองค์ได้ รินก็ได้อ่านหนังสือมากมาย รวมถึงเรื่องราวเกี่ยวกับดินแดนนี้ด้วย เสียอย่างเดียวที่ตนไม่อาจชื่นชมความงามได้ด้วยตาของตัวเอง เพราะแบบนั้นรินเลยดูรูปมาอย่างอิ่มเอมเชียวล่ะ

 

“บอกไว้ก่อนว่าถ้าตาของเจ้าไม่สามารถมองสิ่งใดเห็น ข้าก็จะไม่อนุญาตให้เจ้าออกไปไหน”

เข้าใจแล้ว”

“หึ เข้าใจง่ายกว่าที่คิดนะ”

“ถ้าข้ารั้น คราวนี้ท่านได้โยนข้าทิ้งเป็นแน่”

“รู้แล้วก็นั่งเงียบ ๆ ซะ”

 


























ใช้เวลาเกือบวันกว่าจะเดินทางมาถึงไลซีลล่าได้ กองทัพทางตอนเหนือวิ่งตาตื่นออกมาต้อนรับองค์รัชทายาทลำดับที่สองกันวุ่นวายไปหมด แต่เพราะไม่ได้ต้องการมาอย่างเปิดเผย เชียนจึงปฏิเสธพิธีรีตองน่ารำคาญไป

 

“มีเหตุด่วนอันใดหรือท่านเชียน”

“ขออภัยที่ข้ามาโดยไม่ได้บอกล่วงหน้า”

 

เชียนกล่าวทักทายท่านเจ้าเมืองไลซีลล่า มีศักดิ์เป็นอาหลาน เพราะท่านเป็นเพื่อนสนิทกับท่านพ่อ รินได้ยินถึงยศถาบรรดาศักดิ์จึงรีบโค้งทำความเคารพ แต่เป็นเพราะดวงตาโง่เขลาที่มองไม่เห็น เลยโค้งไปคนละทางกับที่ท่านเจ้าเมืองยืนอยู่

 

“ทางนี้” เชียนจับรินหมุนตัวให้ถูกทิศด้วยมือข้างเดียว คนตัวเล็กรู้สึกขายหน้ากับการพบกันครั้งแรกเสียเหลือเกิน

“ฮ่า ๆ ๆ คนของเจ้าตลกดีนะเชียน”

“ข้าเกรงว่าจะไม่ใช่เช่นนั้น”

“เนื้อตัวท่านเต็มไปด้วยคราบเลือดและบาดแผล คนของท่านก็เช่นกัน ที่ดิเซนเนเซียเกิดอะไรขึ้นงั้นหรือ?”

“ไว้ข้าจะไปคุยกับท่านเรื่องนี้”

 

เชียนขอตัวแยกออกมาจากท่านเจ้าเมือง และขอให้ทหารทุกนายปิดปากเรื่องที่เชียนพักอยู่ที่นี่ อีกไม่นานสาน์สจากจักรวรรดิก็คงจะมาถึง เพราะฉะนั้นเขาควรจะพักให้เต็มที่ รวมถึงลลิลภายใต้อาณัติของเขาด้วย

 

“บันไดห้าขั้น”

“อ่าหนึ่งสองสามสี่ห้า!

“ยกเท้าเจ้าขึ้น”

“นี่เป็นบ้านท่านในไลซีลล่างั้นหรือ”

“ไม่ใช่ นี่คือคุก”

“อะไรนะ!?”

 

รินมองเห็นเชียนเพียงแค่คนเดียว เลยไม่รู้ว่าที่ท่านแม่ทัพคนนี้พูดนั้น มันเรื่องจริงหรือเรื่องเล่น เพราะถ้าให้เดาเอาจากสีหน้า บอกตามตรงว่ารินเดาไม่ออกเลยสักนิด แต่สิ่งหนึ่งที่ทำให้รินรู้ว่าเชียนแกล้ง นั่นก็คือสัมผัสอบอุ่นทันทีที่เข้ามาถึงในตัวบ้าน มันเป็นไม้ที่อุ่นมาก ๆ

 

“บ้านท่านอบอุ่นดีนะ”

“ถ้าข้างในบ้านยังหนาว คนก็ตายกันหมดสิ”

“ในเวลาแบบนี้ท่านยังกัดข้าได้ เหลือเชื่อ”

“หึ”

 

รินได้ยินเสียงฝีเท้าประมาณสองคน และได้ยินชัดขึ้นตอนที่สองคนนั้นเข้ามาใกล้ พวกเขากล่าวทักทายว่าตนเป็นแม่บ้านประจำที่นี่ ก่อนจะลงมือทำแผลให้ รินมองไม่เห็นแม้กระทั่งตัวเอง เขาเลยไม่รู้ว่ามีแผลบนตัวตรงไหนบ้าง แต่พอแม่บ้านทายาตรงนู้น ล้างแผลตรงนี้ เขาถึงได้รู้สึกเจ็บขึ้นมาทันใด

 

“เจ็บหรือเพคะ”

“ปเปล่าหรอก”

“หากท่านเจ็บ ได้โปรดบอกหม่อมฉันเถิดเพคะ”

“ข้าไม่โกหกพวกท่านหรอก”

 

สองสาวใช้มองหน้ากัน พวกเธอสงสัยว่าทำไมท่านเชียนถึงได้พาใครก็ไม่รู้มาที่บ้านพักหลังนี้ ทั้ง ๆ ที่เป็นคนหวงพื้นที่ส่วนตัวมากกว่าสิ่งใด ขนาดพวกเธอเป็นแม่บ้านคอยดูแล ยังไม่สามารถเข้าออกได้อย่างสบายใจเลย อีกอย่างพวกเธออยู่ในบ้านหลังนี้มาตั้งแต่สร้างเสร็จใหม่ ๆ ดังนั้นพวกเธอรู้ดีว่าท่านเชียนหวงที่นี่มากแค่ไหน

 

“ท่านง่วงหรือเพคะ”

!!

“เอ่อหม่อมฉันขออภัย ถ้าหากถามละลาบละล้วงมากเกินไปเพคะ”

“ไม่เป็นไร”

 

แม้กระนั้น รินก็ไม่พยายามเปิดเปลือกตาขึ้นให้พวกเธอหายสงสัยกันสักนิด เขาคอยแต่ตั้งใจฟังเสียงของเชียนมาตั้งแต่เมื่อครู่ หากแต่เงียบสนิทราวกับไม่ได้อยู่ในห้องนี้ ไปไหนของเขากันนะ

 

“ท่านเชียนสั่งให้พวกเราคอยดูแลท่านตลอดที่อยู่ที่นี่เพคะ หากต้องการให้หม่อมฉันทำอะไร ก็รับสั่งมาได้เลยเพคะ”

“พวกเราพักอยู่ห้องนั้นนะเพคะ”

“ออืม ขอบคุณพวกท่านมาก” รินอึกอัก เพราะไม่รู้ว่าทางนั้นมันทางไหน เลยได้แต่ตอบรับไปเฉย ๆ

 

พวกเธอสองคนเดินออกไปแล้ว รับรู้ได้เลยว่าในห้องนี้มีเพียงแค่เขาคนเดียวเท่านั้น เสียงเปลวไฟไหม้ถ่านดังเคล้าไปกับบรรยากาศอบอุ่นภายในบ้าน เขาได้กลิ่นหอมอ่อน ๆ ลอยมาเป็นระยะตั้งแต่ถึงบ้านหลังนี้แล้ว เป็นกลิ่นของดอกไม้ชนิดหนึ่ง ซึ่งจำได้ลาง ๆ ว่าชุฌาเคยบอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับมัน

 

“ทำแผลเสร็จแล้วรึ?”

“ท่านหายไปไหนมา”

“ข้าส่งนกพิราบไปให้ทางปราสาทได้รับรู้ว่าข้ากับเจ้าปลอดภัย”

 

บาดแผลบนร่างกายของเชียนก็ไม่ได้น้อยไปกว่าเขาเลยสักนิด เผลอ ๆ จะมีมากกว่าเสียด้วย รินออกปากให้แม่บ้านมาช่วยทำแผลให้ หากแต่เชียนห้ามไว้ เพราะท่านแม่ทัพผู้นี้ไม่ชอบให้ใครโดนตัว สุดท้ายรินเลยเอาชนะความถือตัวด้วยความดื้อรั้นที่มี อาสาทำแผลให้เองเสียเลย

 

“แน่ใจนะว่าเจ้ามองเห็น”

“ข้ามองเห็น”

 

ร่างเล็กสบสายตาเพื่อยืนยันว่ารินมองเห็นเชียนจริง ๆ ทั้งสีหน้าแววตาลำคอและไหล่กว้าง มองเห็นหมดแม้กระทั่งใยทองคำบนเนื้อผ้าที่ถักทอเป็นลวดลายสวยงาม รินไม่เคยคิดว่าผู้ที่ตนได้ตกหลุมรักจะเป็นสิ่งพิเศษถึงเพียงนี้

 

“ทำไมถึงเป็นข้า”

“ข้าก็ไม่รู้”

“เจ้าเป็นแบบนี้มาตั้งแต่เมื่อไร”

“ตอนที่ข้าอายุสิบหก หิมะก้อนหนึ่ง กับห้องที่ลึกที่สุดในตำหนักใหญ่”

 

ลลิลตัวน้อยวางฝ่ามือหนาไว้บนตัก รอยแผลบนมือข้างนั้นทำเอารินถึงกับลอบกลืนน้ำลาย มันเป็นรอยเฉือนแนวขวาง อาจจะไม่ลึกเท่าไร แต่ถ้ามาอยู่บนฝ่ามือเขาน่าจะเจ็บเอาการ

 

“ท่านได้แผลนี้มาจากไหนกัน”

“คงเป็นตอนที่รับลูกธนูล่ะมั้ง”

“ลูกธนู?!

 

ด้วยมือเปล่าน่ะรึ? รินอ้าปากตกใจกับความเก่งกาจ ที่ไม่คิดว่าจะเก่งได้ขนาดนี้ ว่าแต่ลูกธนูใช่เสียงลมที่พุ่งมาทางเขาในตอนนั้นหรือเปล่า ใช่แน่ ๆ ทั้งความเร็ว และเสียง คงเป็นลูกธนูดอกนั้นไม่ผิดแน่

 

“ท่านเจ็บมากหรือไม่”

“เจ้าจะทำแผลให้ข้าได้หรือยัง”

“ข้าก็ทำอยู่นี่ไง! ที่ข้าถามเพราะข้าเป็นห่วง!

 

ถามนู้น ถามนี่ก็โดนด่าตลอด ท่านเชียนนะท่านเชียน จอมเผด็จการของแท้เลยจริง ๆ รินงอปาก ก้มหน้าก้มตาจัดการบาดแผลเท่าที่จะสามารถทำได้ ถึงแม้แผลลักษณะนี้จะต้องได้รับการรักษาอย่างถูกวิธีจากแพทย์ แต่ตอนนี้สถานการณ์ในการปรากฏตัวของเราไม่สู้ดีนัก รินก็จะพยายามทำให้เต็มที่อย่างถึงที่สุดแล้วกัน

 

“คนเป็นห่วงที่ไหนเขาขู่ฟ่อ ๆ”

“ข้าไม่ได้ทำเสียหน่อย!

“เห็นไหม ต่างจากที่ข้าพูดตรงไหน”

 

รินอ้าปากพะงาบ ๆ เพราะเถียงไม่ออก เขายอมแพ้แล้ว ไม่ต่อปากต่อคำกับท่านเชียนน่ะดีที่สุด ทำอย่างไรเขาก็ไม่วันชนะ ถึงตานี้เขาจะชนะ สาบานได้เลยว่าตาหน้าเขาโดนหนักแน่ ๆ ดังนั้นยอมแพ้ซะตั้งแต่ตานี้เสียดีกว่า

 

“ข้าขอโทษที่ทำให้ท่านเดือดร้อน”

“ตั้งแต่ข้าได้เข้ามาเป็นลลิลของท่าน รอบตัวท่านก็ดูเหมือนจะอันตรายไปเสียหมด”

“รอบตัวข้าอันตรายมาตั้งนานแล้ว เจ้านั่นแหละที่เพิ่งมารู้เอาป่านนี้”

 

ผ้าพันแผลวนมาถึงรอบสุดท้าย รินกลัดมันเอาไว้เบา ๆ ก่อนจะประคองกุมมือหนา หวังจะถ่ายทอดความรู้สึกผิดทั้งหมดไปให้อีกคนรับรู้ และอภัยกลับมา

 

“เจ้ารู้หรอว่าที่โดนตามล่าเป็นเพราะอะไร”

“ข้าไม่รู้”

“ถ้าเจ้าไม่รู้ ก็อย่าได้เที่ยวพูดว่าตัวเจ้าเป็นภาระ”

แต่ข้าคิดว่ามันน่าจะเป็นเพราะตัวข้า”

 

ร่างบางสั่นเทิ้ม ดวงตาหวานที่มักจะเปล่งประกายความสดใส อยากรู้อยากเห็นไปเสียทุกอย่างเริ่มมีน้ำสีใสเอ่อล้น รินพยายามไม่ร้องไห้ แต่มันยากเหลือเกินที่ได้รู้ว่าตนเป็นคนที่นำปัญหามากมายเข้ามา แม้จะไม่รู้แน่ชัดว่าเป็นเพราะอะไรที่โดนตามล่า นับตั้งแต่ที่พวกมันรู้ถึงการมีตัวตนของเขา แต่หลังจากนั้นมันชัดเจนมาตลอดว่าพวกพารันตะต้องการตัวริน

 

“แม้การที่ข้าพูดว่าท่านช่วยข้าจากลูกธนูดอกนั้นเป็นการอวดดี แต่ข้าไม่อยากให้ท่านทำเช่นนั้นอีก”

“สิ่งนี้อวดดีกว่าอีกนะ หากเจ้าไม่รู้”

 

รินบีบมือหนาเบา ๆ หมายจะให้เขาเจ็บปวดแม้สักนิด ทั้งที่ใจจริงไม่อยากให้เขาต้องรู้สึกเจ็บใดใดเลย

 

“ข้าจริงจังอยู่นะ”

“แล้วข้าล้อเจ้าเล่นตอนไหน”

“ฟังข้านะท่านเชียน ยามคับขันที่ท่านต้องเลือกข้าจะไม่เป็นตัวเลือกของท่าน”

 

การที่ลลิลดอกหนึ่งจะตายจากไป มันไม่ได้ยิ่งใหญ่เท่ากับการตายของเชื้อพระวงศ์อยู่แล้ว รินคิดเผื่อไว้ในกรณีที่เราทั้งสองไม่อาจเลือกที่จะมีชีวิตอยู่ไปด้วยกันได้ เพราะแบบนั้นเขาจึงอยากตกลงเงื่อนไข และสร้างความเข้าใจไว้กับท่านเชียนก่อน แม้มันจะดูเป็นการอวดดีอย่างที่ท่านว่าก็ตาม

 

“ทำไมเจ้าถึงชอบพูดให้ข้าทิ้งเจ้านัก”

“เพราะข้าไม่อยากให้ท่านลำบาก”

“ที่เป็นอยู่ข้าก็ไม่ได้ลำบาก”

“แต่ท่านเคยสัญญาไว้กับข้าแล้วเรื่องนี้”

“เจ้าจะไม่หยุดพูดจริง ๆ ใช่ไหม”

 

จู่ ๆ น้ำเสียง และอารมณ์ของเชียนก็เปลี่ยนไป มันเริ่มร้อนขึ้นกว่าอุณหภูมิบ้านจนสัมผัสได้ รินถอยหนี หากแต่โซฟาไม้เช่นนี้จะทำให้เขาหนีไปไหนได้ แผ่นหลังบางแนบไปกับพนักพิง เขาโดนองค์รัชทายาทหน้าดุล็อคตัวเอาไว้เพราะอะไรก็ไม่รู้

 

“ข้าแค่อยากทำความเข้าใจกับท่าน”

“ซึ่งข้าบอกเจ้าแล้วว่าให้หยุดพูด”

“งั้นท่านก็ตอบตกลงมาก่อนสิ ตอบว่าเข้าใจแล้วก็อื้อ!

 

พื้นที่คับแคบทำให้ท่านนักรบทำอะไรได้สะดวกเสมอ ร่างสูงแนบริมฝีปากปราบพยศดอกไม้ลลิลตัวดื้อที่ไม่เคยจะฟังที่พูดบ้างเลย มือข้างที่เจ็บจับเข้าที่คางเล็ก บังคับให้ริมฝีปากอยู่ในตำแหน่งที่มันควรจะเป็น

 

นั่นก็คือทาบอยู่บนปากเขานั่นเอง

 

“อื้อ!

“ถ้าเจ้ายังไม่หยุดพูดอะไรไร้สาระอีก ข้าจะกัดปากเจ้าให้แดงเลยคอยดู”

“แล้วที่ท่านทำอยู่มันแตกต่างกันตร— อื้อ!

 

แค่อ้าปากจะเถียง รินก็ถูกบดขยี้โดยผู้ครอบครองแทบจะทันที จูบคราวนี้เป็นไปอย่างที่ท่านเชียนพูดจริง ๆ เขาโดนฟันคมกัดเบา ๆ ที่ริมฝีปากล่าง ก่อนจะค่อย ๆ ออกแรงหนักขึ้น จนกระทั่งรู้สึกเจ็บ ร่างเล็กทุบไหล่ร้องขอให้อีกฝ่ายหยุดกัด กว่าจะถอนจูบออกไป รินก็แทบขาดอากาศหายใจ

 

“ข้าเตือนเจ้าแล้วนะ”

“ท่านไม่ได้เตือน! ท่านขู่!

“งั้นรึ”

 

เชียนแนบริมฝีปากลงมาอีกครั้ง ฐานขู่ฟ่อ ๆ ใส่เขาไม่รู้จักจบจักสิ้น ตัวก็เล็ก บีบด้วยมือข้างเดียวก็แตกได้เป็นเสี่ยง ๆ แต่กลับไม่เกรงกลัวที่จะเถียงเขาคำไม่ตกฟาก

 

“นนี่ท่าน”

“ถ้าเจ้าไม่หยุดพูด ข้าก็จะไม่หยุดจูบเจ้าเช่นกัน”

 

ใบหน้าสวยเห่อร้อน ไม่เคยรู้สึกเขินขนาดนี้มาก่อน ตอนนั้นที่ห้องสมุด เขายังไม่รู้สึกเท่านี้เลย มือเล็กกำเสื้อไว้ที่ไหล่หนาทั้งสองข้าง รินไม่มีแรงมากพอที่จะผลักเชียนให้ผละออกไป หรืออันที่จริงคือเขาไม่สามารถผลักเชียนได้เลยต่างหาก

 

“รรู้แล้ว อื้อ!

 

ไม่รู้ว่าโดนไปรอบที่เท่าไร รู้แต่ว่าถ้าเปรียบรินเหมือนเทียนไข ตัวรินในตอนนี้คงเป็นในส่วนที่ละลายออกมาเพราะโดนไฟลน ลมหายใจแผ่วเบาทำให้รินรู้สึกวาบหวิวแปลก ๆ ภายในท้องว่างเปล่าเริ่มมวนเหมือนมีอะไรบินไปมาอยู่เต็มไปหมด ซึ่งนั่นอาจเป็นเพราะยังไม่ได้ทานข้าวเป็นแน่

 

สะดุ้งเฮือก และรู้สึกว่าขนแขนลุกชูชัน เมื่อจู่ ๆ ท่านเชียนก็แลบเลียริมฝีปากของเขาเบา ๆ ราวกับจะกลั่นแกล้งให้คนตัวเล็กหัวใจวายตายต่อหน้าต่อตาเสียอย่างนั้น รินไม่อาจทนกับอาการใจเต้นไม่เป็นส่ำได้นาน ร่างบางจึงตัดสินใจดึงแก้มทั้งสองข้างของเชียนให้ติดมือออกมามากที่สุด แม้ร่างสูงจะไม่มีเนื้อที่ข้างแก้มเลยก็ตาม แต่อย่างน้อยมันก็ได้ผลที่ทำให้เชียนถอนจูบออกไปได้

 

“นี่เจ้า”

“ไม่ต้องทำน้ำเสียงดุข้าเลย แค่คำว่าเข้าใจแล้วก็พูดไม่ได้หรืออย่างไรกัน”

“หึ ดีจำครานี้ไว้ให้ขึ้นใจด้วยล่ะ”

 

รินถอนหายใจสะบัดหน้าใส่ ใช่สิ อย่างตนน่ะหรอจะไปสู้อะไรท่านเชียนได้ ขนาดจูบ เขายังจูบโดยที่ไม่รู้สึกอะไรได้เลย หนำซ้ำยังแกล้งได้หน้าตาเฉยอีก มีแต่รินคนเดียวที่เอาแต่ตื่นเต้นจนหัวใจจะหลุดออกมาชักดิ้นชักงอเสียให้ได้

 

ไม่น่าตกหลุมรักท่านแม่ทัพผู้นี้เลยจริง ๆ



#ดอกไม้ลลิล









สวัสดีค่าทุกคน ไม่เจอกันนานมากจริงๆ

ในช่วงที่ต้องกักตัว เราก็จะพยายามแต่งบ่อยๆ จะได้ลงให้ทุกคนได้อ่านกันในเวลาว่างๆ

หรือเอาไว้ฮีลเวลาเหนื่อยล้าเนอะ หวังว่าฟิคเรื่องนี้จะช่วยได้


เรื่องเล่ม เราคิดๆไว้ ว่าถ้าหากสถานการณ์ยังไม่สู้ดี โควิดยังไม่หายไปหลังจากฟิคจบ

เราคงจะเปิดขายเป็น pdf ในแอพใดสักที่ แล้วหลังจากทุกอย่างกลับมาเป็นปกติ

เราก็จะทำเป็นเล่มหนังสือเหมือนอย่างเดิม เพราะส่วนตัว ถ้าได้ทำ ก็อยากทำเก็บไว้แบบฟูลออฟ


ขอบคุณทุกคนที่ให้ความร่วมมืองดออกจากบ้าน ป้องกันตัวเอง

เราเข้าใจว่ามันเป็นเรื่องที่ยาก เพราะทางบ้านเราก็ต้องขายของ

ไม่งั้นจะเอาอะไรกินกัน แต่งดเที่ยวก่อนเนอะ


เอาจริงๆ เราก็แอบนอยเกี่ยวกับจำนวนคนอ่านเรื่องนี้มาโดยตลอด

แต่พอได้เห็นนักอ่านคนเดิมๆคอยให้กำลังใจเราทุกครั้ง

ความรู้สึกไม่ดีก็หายไปหมดเลยค่ะ ที่เรายังแต่งอยู่ และแต่งเยอะเหมือนเดิม

เป็นเพราะมีนักอ่านเหล่านี้คอยอยู่อ่านของเราเสมอ นั่นแหละกำลังใจที่ดีมาก


อ่านให้สนุกนะคะ

ขอโทษที่ talk ยาวมากๆด้วย 555555555

รักคนอ่านทุกคนเสมอ จุ๊บๆๆ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 976 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,818 ความคิดเห็น

  1. #2815 TONWANJA (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 8 มกราคม 2564 / 01:20
    ตากลายเป็นสีขาวนี่หน้ากลัวไหมนะ ;-;
    #2,815
    0
  2. #2777 5A5Ilene (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 1 กันยายน 2563 / 00:15
    โถ่ หนูริน ตัวแค่นี้แต่ทำไมเก่งจังเลยลูกที่ต้องทนใองไม่ห็นทุกหน้าหนาวแบบนี้ ว่าแต่ว่าทำไมถึงมองเห็นท่านเชียนแค่คนเดียวกันนะ อันนี้น่าสงสัย และใช่ค่ะ อิชั้นขอแหวกความวุ่นวายมากรีณดกับโมเม้นพระ-นายหน่อย เป็นห่วงเขาแหละเนาะท่านเชียน กระวนกระวายขนาดนั้น ก็ยอมรับมาเถอะค่ะว่ามีใจ แล้วไหนจะระดมจูบน้องแบบนั้น น้องรินเสียหายนะคะ รับผิดชอบโดยด่วน
    #2,777
    0
  3. #2753 Kyss (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2563 / 12:50
    เปนเรื่องที่ดีมากภาษาดีมากแต่งงว่าทำไมคนอ่านน้อย แงงง ยังไงจะคอยรีวิวในทวิตให้นะคะ สู้นะคะ คนอ่านทุกคนรักคนเขียนมากๆค่ะ ้ห็นถึงความตั้งใจมากๆๆๆๆ เขียนยากมากเราเข้าใจเลยค่ะ
    #2,753
    0
  4. #2738 pbcy (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2563 / 17:03
    พี่เชียนไม่ได้จะจูบเพราะแค่อยากให้หยุดพูดหรอก ดูออก ไม่ใช่แน่ๆ กี้ดดดดดดดดด
    #2,738
    0
  5. #2726 Chwxa_ (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2563 / 12:48
    ท่านเชียนกินปากน้อง!
    #2,726
    0
  6. #2717 BiimBybenchita (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2563 / 17:23

    อย่ารังแกน้องงงง
    #2,717
    0
  7. #2698 munkrishear (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2563 / 00:59
    ท่านเชียน!ท่านช่างร้ายนักก
    #2,698
    0
  8. #2634 nanny7 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2563 / 08:48

    อยากร้องไห้จัง ตอนน้องบอกว่าไม่ใช่ตัวเลือก มันแบบบีบหัวใจอ่ะ

    แต่ขอบคุณไรท์มาก ที่จบตอนแบบนี้ มุแงๆๆๆ

    #2,634
    0
  9. #2467 iam1485 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2563 / 13:31
    จูบเก่งงงงง แหน๊
    #2,467
    0
  10. #2462 `CHANCHAN (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2563 / 16:44
    ร้ายกาจจจ หาเรื่องจะจูบน้อง ดูออก!! แอบสงสัยว่าทำไมน้องถึงเห็นพี่เชียนได้
    #2,462
    0
  11. #2451 pppeang (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2563 / 01:18
    ปากน้องช้ำหมดเเน้ว ไหนบอกไม่ชอบดอกไม้ลลิลไง !
    #2,451
    0
  12. #2450 moooo_ (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2563 / 02:56
    เอาจริงป่ะตอนอ่านทอล์คแล้วไรท์พูดถึงคำโปรยนี่ก็กดออกไปอ่านแล้วนั่งคิดสักพักว่าเออ อาจจะแบบตาบอดหรือป่าวพอคิดเสร็จก็เอ๊ะกับตัวเองว่าตาบอดต้องเห็นเป็นสีดำไม่ใช่หรอแล้วก็เลิกนึกถึงเรื่องตาบอดไป55555555 ชั้นอยากจะบ้า😂
    #2,450
    0
  13. #2433 Monieye Std (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2563 / 09:40
    ร้ายกาจจจจตจ น้องปากช้ำหมดแล้ว;-;
    #2,433
    0
  14. #2427 heyngne (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2563 / 06:37
    ฮืออออออผ่ป่ป่าปากสกสก มันครบรสมากๆเลยค่ะ มาหลุดขำตอนน้องรินดึงแก้มพี่เค้า โถ่ลูกกก น่าเอ็นดู55555555555
    #2,427
    0
  15. #2410 cheerchanbaek (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2563 / 22:18
    อมกกกกกกกก ปากกกกเรียวบางนุ่มนิ่มเหมือนเจลลี่ของหนูรินนนนน!!! โดนอีตาพี่เชียนมาย่ำยีจนช้ำหมดแล้ววว กรี๊ดดดดด ไม่ยอมมมมมมมมๆๆๆๆ หนูหวงงงงงงงง ฮิ่อออออ ฟินนนจังเลยยยยยยย ท่านเชียนน ท่านคือพระเอกกกกสุดหล่อขี่ม้าสีดำไปช่วยนายเอกสุดน่าสงสารรร กระซิกๆๆๆ ปลาทับใจจจจ ดีใจแทนรินที่มองเห็นท่านเชียน สำหรับคนที่แบบจู่ตาบอดมองอะไรขาวไปหมด อยู่มาวันนึง มองเห็นคนตัวเป็นขึ้นมาท่ามกลางสีขาว แถวคนนั้นยังเป็นคนใกล้ชิดดดสนิทสนมแบบนี้ เป็นชั้นร้องไห้เพราะค.ซาบซึ้งแล่ววว รินต้องกลายเป็นซัมติงงอิมพอร์แท้นนแน่ๆเบยยยย กี้ดดดดด ปมมาาา
    #2,410
    0
  16. #2395 raaadaaa (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2563 / 22:21
    ทำไมน้องมองไม่เห็นอ่าา
    #2,395
    0
  17. #2357 creamcsom (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2563 / 10:49
    จูบน้องแล้วมีใจเพิ่มขึ้นแน่ๆ! หลงแล้วๆๆๆๆ ก็น้องน่ารัก น้องมีเสน่ห์นี่นาาา จะหลงก็ไม่แปลกเลยน้าาท่านเชียนนน ไม่ต้องฟอร์มไปๆๆ แต่อื้อๆๆ หยวนให้ละกัน คนมันมาดนิ่งปากรว้ายอ่าเนอะะะะ

    ทำไมลูกเห็นท่านเชียนอ่ะ เทพต้องการอะไรรึเปล่าา! หรือเกี่ยวกับการปกครอง หรือเรื่องเนื้อคู่ หรือน้องชอบท่านเชียน รอติดตามต่อไปฮ้ะ มันต้องมีอะไรแน่ๆ แต่ส้มสามผลข้ายังมิลืม!!! ใผผผผผผผผผ!
    #2,357
    0
  18. #2278 PRAE.VV (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2563 / 19:26
    อ่อ มาจูบน้องน่ะ อย่ามาทำเล่นๆนะท่านเชียนนนนนนน
    #2,278
    0
  19. #2277 PRAE.VV (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2563 / 19:25
    เรื่องนี่น่าจะ(น่าจะจริงๆเพราะไม่แน่ใจ แหะๆ)อยากเก็บเล่ม หลังจากคว้าตัวนังเพลิงมา รอนะค้าบ คุณนักเขียนว่ายังไงเราก็ตามนั้นเล้ยยย~
    #2,277
    0
  20. #2264 popcorn w/ sauce (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2563 / 06:25
    รอน้องรินเสมอนะค้าบบ คุณไรท์สู้ๆๆๆ
    #2,264
    0
  21. #2243 ตัวมิ้งค์ (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2563 / 11:00
    สู้นะคะ เราชอบเรื่องนี้มากเลย
    #2,243
    0
  22. #2230 Non_Dek61 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2563 / 15:06
    แม่จิเป็นลมมมมม เขินมากกกกกกก
    #2,230
    0
  23. #2209 Bubblebube (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2563 / 22:52
    เห้อ ปาทับบจัยยยยสุดๆ
    #2,209
    0
  24. #2136 peachbeez (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2563 / 17:49
    สู้ๆนะคะพี่คนสวย!♡ จะเป็นกำลังใจให้ตลอดเลยนะคะ ฟิคเรื่องนี้สนุกมากๆๆเลย
    #2,136
    0
  25. #2114 Jay M (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 25 เมษายน 2563 / 02:48
    ไรท์จินตนาการสูงมากๆเลยค่ะ ยิ่งติดตามยิ่งดำเนินเรื่องได้ดี เห็นพัฒนาการของไรท์ในทุกๆตอนเลยคับ สู้ๆนะคะ 💗
    #2,114
    0