[EXO] นางสาวแบคฮยอน | CHANBAEK

ตอนที่ 6 : `Special Diary : บันทึกพิเศษจากปาร์ค ชานยอล

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 10,727
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 205 ครั้ง
    26 พ.ค. 58

 

            [บันทึกจากชานยอล]

สวัสดีครับไม่คิดว่าจะได้เจอกันเร็วขนาดนี้ ผมชื่อ ปาร์ค ชานยอล  งงใช่ป่ะละว่าผมรู้ได้ไง เหอะ ใครต่อใครก็บอกว่าผมน่ะพวกความรู้สึกไวบวกกับเซ้นต์ที่โคตรจะแรงและเร็วอย่างไอ้จงอินนะ ไม่มีอะไรหลอกพวกผมได้หรอก อ่อ ยกเว้นไอ้เทาไว้คน ไอ้บ้านั่นน่ะโคตรจะตรงข้ามเลย ทั้งโง่ ทั้งบื้อ แต่มันเป็นเพื่อนที่ดี ดีมากเลยแหละ

 

วันศุกร์ที่แล้วโซยอนลาหยุดเพื่อไปเยี่ยมแม่ที่บ้านเก่าไปกับพี่ชาย ผมรู้จักพี่แบคฮยอนนะ ผมก็ว่าเขาน่ารักดีด้วยแหละ ผมเคยส่องพี่เค้าในเฟซ โพสอะไรก็อย่างฮา เป็นคนที่ตลกจริงๆ

 

วันพฤหัสผมมาเช้ามาก และก็เห็นไอ้จงอินมันนั่งรออยู่ที่โต๊ะม้าหินอ่อนที่ประจำ ผมได้ยินเสียงผู้หญิงกรี๊ดกร๊าดกันเสียงดังอยู่ แต่น่าจะกรี๊ดที่เจอแมลงละมั้ง เพราะโต๊ะม้าพวกนี้มันอยู่ใต้ต้นไม้นี่นา(เค้ากรี๊ดแกย่ะ อย่าแกล้งโง่)

 

นาฬิกาบอกเวลา 7.15 นาที ยูอินยังไม่มามันน่าสงสัยยิ่งนัก พวกผมสามคนนั่งคุยกันอยู่ที่โต๊ะไปเรื่อยเปื่อย จนมีเสียงประกาศดังขึ้นให้เข้าแถวกลางสนาม

 

พวกผมเดินไปเข้าแถวที่ห้องปี 3 ห้อง 2 และเจอยูอินกับโซยอนยืนอยู่ ท่าทางโซยอนดูลอกแลกชอบกล แทบยังก้มหน้างุด ผมไม่ได้ทักหรอก เพราะนั่งไกลไม่ค่อยสะดวก

 

ครับ...กิจวัตประจำวันของผมคือแกล้งโซยอนกับยูอิน ฮ่าๆๆ ทำไมน่ะหรอ มันสนุกอ่ะสิ ได้ยินเสียงกรี๊ดกร๊าดแล้วมันรู้สึกคึกชอบกล

 

หญ้ารอบข้างถูกเด็ดและเอามาวางไว้ข้างหน้า โดยมีกำลังเสริมอย่างไอ้เทาคอยช่วยเด็ดให้ พวกผมทำงานเป็นทีมครับบบบบ เรื่องแบบนี้ขยิบตาเป็นอันรู้กัน

 

ปาครั้งที่ 1

 

โซยอนหันมาครับ ฮ่าๆๆ แต่ผมแกล้งทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ แล้วเธอก็หันหน้ากลับไป ผมปาไปเรื่อยๆเพราะไม่อยากฟังครูที่หน้าแถวกำลังพูดอะไรไร้สาระก็ไม่รู้

 

แต่มันคงทำให้เธอโกรธแล้วละครับ ...เพราะเธอหันขวับมาทันทีเลย

 

ปามาอยู่ได้ รู้มั้ยว่ามันรำคาญอ่ะ มึงใช่มั้ยที่ปา มึงไม่ต้องมาหัวเราะไอ้หน้าเขียว โตเป็นควายแล้วยังเล่นอะไรเป็นเด็กอยู่ได้ แมร่งเลอะมั้ย!!

 

อึ้งครับ ...เพราะผมไม่รู้ว่าโซยอนตอนนั้นเป็นพี่แบคฮยอน ตอนนั้นผมตึบครับ บอกได้คำเดียวว่าพูดอะไรไม่ออก

 

ดูเหมือนไอ้จงอินจะจับได้แล้วละ ตอนนั้นผมไม่ได้พูดอะไรออกไป อยู่ๆพี่แบคฮยอนในร่างโซยอนก็ทำตัวลุกลี้ลุกลนไปเองจนน่าสงสัย มาพูดว่าอยากเลียนแบบหนัง นั่นเรียกว่าแถครับ ใครๆก็ดูออก ผมไม่โง่นะครับ

 

เค้าขอโทษนะตัวเอง เค้าเบลอ

 

คำขอโทษของโซยอนที่ถูกใช้บ่อยๆมันทำให้ผมเกือบลดความสงสัยลง ถ้าหากผมไม่ไปได้ยินบทสนทนาที่ข้างตึก...หลังจากเลิกแถว

 

พี่ไปพูดคำหยาบแบบนั้นได้ไง!!

 

พี่?

 

ผมกับจงอินมองหน้ากันอย่างงงๆ ยูอินกับพี่แบคฮยอนคงไม่ได้สังเกตว่าพวกผมตามมา เพราะดูพี่ชายคนสวยจะหงุดหงิดน่าดู

 

ก็มันปามาทำไมละ นี่อย่าบอกนะว่าน้องฉันโดนแกล้งอย่างนี้ประจำอ่ะ

 

ไม่ใช่!! คืองี้นะ...พวกนั้นอ่ะ คือเพื่อนกลุ่มเรา คนที่นั่งข้างๆพี่คือ คิม จงอิน หรือที่ใครๆก็เรียกว่า ไค เป็นถึงประธานนักเรียนเลยนะ พี่ต้องเรียกไคว่า นีนี่ เพราะโซยอนชอบล้อจงอิน

 

ส่วนคนที่ปาหญ้าใส่พี่อ่ะ ชื่อปาร์ค ชานยอล รายนี้สนิทกับโซยอนมากที่สุด เป็นคู่จิ้นกัน ชานยอลชอบแกล้งโซยอน ที่ปาหญ้าก็เพราะแกล้งนั่นแหละ แต่โซยอนไม่เคยด่าชานยอลนะ แต่จะพูดว่า ชานยอลเลิกแกล้งซักทีเดี๋ยวไม่เลี้ยงไอติมนะแบบนี้

 

   ไอ้จงอินหัวเราะเบาๆ ผมกระแทกไหล่มันไปทีนึง นี่อย่าไปเชื่อเลยนะว่าถ้าผมโดนโซยอนพูดอย่างงี้แล้วจะหยุดอ่ะ โคตรไร้สาระ เลี้ยงไอติมเนี่ยนะ!?

 

ไม่ใช่เด็กแล้วเหอะ !

 

ผมกับจงอินหลบทันทีเมื่อยูอินกับโซยอนตัวปลอมคุยกันเสร็จแล้ว ส่งสัญญาณว่าเรื่องนี้มันต้องมีอะไรแน่ๆ

 

คาบแรก ที่จริงผมไม่ได้นั่งข้างโซยอนหรอก ผมนั่งข้างไอ้จงอินนู้น แต่เพราะผมอยากรู้อะไรหน่อย พอยูอินเดินจะมานั่ง ผมก็ดึงแขนมัน จากนั้นก็แทรกตัวลงนั่งข้างโซยอน(?) โดยมีไอ้จงอินลากแขนยูอินไปนั่งข้างมันแทน

 

สงสัยใช่ม่ะ ทำไมผมถึงจ้อง

 

เพราะโซยอนเคยโชว์ให้ดูว่ามีขี้แมลงวันหรือไฝเนี่ยละจำไม่ได้ละ อยู่ที่ต้นคอด้านซ้าย แต่ด้วยความที่ผมของคนข้างๆค่อนข้างยาว มันเลยทำให้ผมมองไม่เห็น และนั่นก็ทำให้ผมต้องจ้องไงละ ไม่ได้คิดพิศวาสนะ แค่มองไม่เห็นเฉยๆ

 

จังหวะหนึ่งที่คนข้างๆสะบัดผมให้ไปข้างหลัง เยสสสส! ชัดเจน มันไม่มีไฝหรือจุดดำๆอยู่ที่ข้างคอ ผมจำได้เพราะโซยอนเคยโชว์ให้ดู มันค่อนข้างชัดเจน ไม่สังเกตก็เห็น

 

ผมเริ่มมั่นใจ ...ว่าคนข้างๆไม่ใช่โซยอน

 

จะว่ามันเกินไป หรือมันเร็วไป หรือมันรวบรัดไป แต่ผมบอกไปแล้วไม่ใช่หรอ ผมน่ะ ...ความรู้สึกไว

 

ก่อนที่จะไปเรียนเต้นรำ ผมกับจงอินเดินมาด้วยกัน เทาหายไปไหนแล้วไม่รู้ ยูอินเดินไปกับโซยอนตัวปลอมที่ผมกำลังสงสัย ก็ยูอินตามติดซะขนาดนั้น ไม่ให้สงสัยได้ไง ปกติยูอินเดินกับเทา และโซยอนจะเดินกับผม ส่วนจงอินเดินคู่กับเงาของมัน

 

เอาละ เราเรียนกันใกล้จบแล้วนะ วันนี้จะเป็นคาบที่ปล่อยให้ทุกคนไปเรียนรู้และทบทวนท่าเต้นรำต่างๆที่สอนไป เพื่อเอามาสอบในสองอาทิตย์ถัดไป

 

เสียงครูประกาศดังขึ้นมา ผมนั่งอยู่ที่แถวโดยแบ่งกันหญิงชายบนสแตน หลังจากที่ครูปล่อยเรียบร้อยแล้ว ผมก็นั่งคุยกับไอ้จงอิน ส่วนไอเทาเดินหายไปอีกแล้ว(แมร่งอยู่ไม่ค่อยเป็นที่)

 

มึงว่ามันแปลกๆป่ะว่ะ ผมหันหน้าไปหาไอ้จงอินที่นั่งจิ้มโทรศัพท์อยู่ มันเงยหน้าขึ้นมองผมที่หันไปคุยกับมันด้วยเสียงที่ได้ยินกันสองคน ตอนนี้ทุกคนแยกย้ายกันไปหมดแล้ว

 

กูก็ว่าจะถามมึงเรื่องนี้อยู่เหมือนกัน กูรู้สึกว่าโซยอนแปลกๆไปว่ะ

 

คิดเหมือนกู

 

เอางี้ เดี๋ยวกูไปพิสูจน์เอง กูขอยืมคู่มึงหน่อยนะชานยอล

 

ได้เรื่องยังไงมาบอกด้วยอ่ะ เดี๋ยวกูยืนเสือกอยู่ห่างๆ

 

ว่าดังนั้นจงอินก็ลุกขึ้นเดินไปหาโซยอนที่นั่งหน้านิ่งบ้าง ยิ้มบ้าง และก็ทำหน้างงบ้าง สายตาจดจ้องไปที่ยูอินกับเทาที่เต้นรำหรือทะเลาะกันอยู่ตรงหน้า สงสัยคงไปลากยูอินให้มาช่วยสอนท่าใหม่แน่นอน ก็ไอ้นี่มันชอบโดดไปนอนอยู่เรื่อย

 

จงอินคุยอะไรกับโซยอนไม่รู้ ก่อนจะจูงกันมาเต้นรำข้างๆคู่ยูอิน ผมเลยเดินเนียนไปยืนอยู่ข้างๆ

 

เป็นอะไรไปน่ะโซยอน

 

เอ่อ คือ....เค้าลืมท่าไปแล้วน่ะ

 

ห้ะ? บ้าหรอ เธอเต้นท่านี้ได้ดีที่สุดเลยนะ งานเทศกาลคราวนั้นเราสองคนก็ไปแสดงโชว์มา

 

แสดงโชว์งานตอแหลบ้านมึงไง โอ๊ยยยย คนอะไรโกหกหน้าตาย

 

โซยอนยืนนิ่ง ผมไม่เห็นหน้า เพราะตอนนี้เธอหันหลังให้อยู่ จงอินส่งสายตาเจ้าเล่ห์มาหาผมหนึ่งที ชัดเลย งานเทศกาลบ้าอะไรละครับ ไม่มีงานอะไรทั้งนั้นแหละ

 

ผมเห็นโซยอนเต้นแบบเงอะๆงะ ถ้าเป็นตัวจริงนะ ไม่มีทางเต้นแบบนี้หรอก ก้าวทีขาแทบแหก โซยอนตัวจริงชอบอะไรที่มันเป็นผู้หญิงจะตาย

 

อ๊ะ สงสัยหรอว่าทำไมผมรู้เรื่องพวกนี้ดีจัง ฮ่าๆๆ คนทั้งแก๊งค์ผมมันก็รู้ทั้งนั้น พวกเราคบกันมานานครับ ตั้งแต่ม.ต้นปี 1 ได้มั้ง

 

ผมเห็นท่าทีเงอะงะแบบนั้นแล้วมันขัดใจ แกล้งซักหน่อยคงไม่เป็นไรมั้ง

 

ผมเดินเข้าไปสะกิดยูอินหลังจากนั้นก็จับมือของไอ้เทาแล้วก็เต้นรำกับมัน โดยที่มันเป็นฝ่ายหญิง แลดูมันตั้งใจกว่าเต้นเป็นผู้ชายซะอีก

 

ตลอดการเต้นรำ โยกซ้ายที ขวาที ผมก็จะยื่นขาออกไปสกัดขาของโซยอน เธอหันมาสองสามทีในทีแรกด้วยใบหน้าที่หงุดหงิด แต่คงพยายามระงับอารมณ์โกรธไว้ แล้วก็ค่อยๆเขยิบห่างคู่ผมกับไอ้เทาเรื่อยๆ ไอ้เทาดูเหมือนจะเข้าใจผม เมื่อผมเริ่มแกล้ง มันมีหน้าที่เป็นกำลังเสริม

 

ความรู้สึกที่มีคือ ผมรู้สึกว่าคนที่ผมแกล้งกำลังแผ่รังสีน่ากลัวออกมาจนผมสัมผัสได้ ไอ้จงอินส่งสัญญาณอันตรายมาให้ ผมเลยทำเพียงแค่สะกิดสองสามที

 

ชานยอลอย่าแกล้งเราสิ นีนี่ก็เห็นนิ ทำไมไม่ช่วยเรา

 

คนโดนแกล้งพูดจาน่ารักจนทำให้รู้สึกใจอ่อน แต่มันติดอยู่ที่ใบหน้าบึ้งตึงซึ่งขัดกับคำพูดโดยสิ้นเชิง

 

บอกแล้วไงว่าอย่าเรียกชื่อนี้

 

สงสัยจะทำการบ้านมาดี ไม่ดีได้ไงเพิ่งสอนเมื่อเช้านี้ เพราะพวกผมรู้มาก่อน ไม่งั้นก็คงไม่ติดใจอะไรหรอก

 

เทาได้ยินคำว่านีนี่ ถึงกับทำหน้าล้อเลียนคนโดนเรียกทันที ผมเอามือตบปากมันเบาๆ

 

ชานยอล มึงเลิกแกล้งโซยอนซักทีดิ้ มึงไม่เห็นหน้านางฟ้าของเรารึไงว่ะ คิ้วนี่จะตีกันอยู่แหละ

 

ผมมองหน้าคนตรงหน้าที่ทำหน้ายุ่งๆแล้วอดหมั่นเขี้ยวไม่ได้ คนตรงหน้าไม่ใช่โซยอน ผมรู้แค่นั้น ดังนั้นผมต้องรู้ให้ได้ว่าเขาเป็นใคร

 

ก็คิดถึงอ่ะ ไม่เจอตั้งหลายวัน ขอกอดหน่อยดิ

 

ผมพุ่งตัวไปกอดโซยอนเอาไว้โดยไม่รอคำอนุญาต เพราะการกระทำอันรวดเร็วทำให้คนโดนกอดตกใจจนทำอะไรไม่ถูก รู้สึกได้ถึงมือที่ตบเบาๆ แล้วค่อยเปลี่ยนมาตบแรงๆ จากนั้นผมก็ถูกผลักออก

 

เฮ้ย ปล่อยเลยนะ

 

ผมแกล้งทำหน้างงใส่ ก่อนจะอมยิ้มหวานส่งไปให้หวังทำให้คนโดนกอดว้าวุ่นใจ จากนั้นก็เดินไปสมทบกับไอ้จงอินที่ยืนอยู่

 

เป็นไง

 

แค่กลิ่นก็ไม่ใช่แล้วว่ะ แล้วผม...รู้สึกจะเป็นวิก

 

มึงรู้ได้ไงว่ะ

 

ก็วิกมันแลบ กูเห็นผมสีทองอยู่ข้างใน

 

จงอินยิ้มเจ้าเล่ห์มาให้ และก็หัวเราะหึๆเหมือนพวกตัวร้ายเค้าทำกัน

 

ไปลากตัวยูอินมา กูจะทำการสอบสวน ณ บัดเดี๋ยวนี้!!!’

 

.

.

 

ไม่รู้อะไรเป็นใจ โซยอนขอตัวกลับบ้านก่อนด้วยท่าทีรีบเร่ง ไม่โบกมือลาย้อยๆเหมือนที่ชอบทำ อะไรมันจะชัดเจนขนาดนั้น

 

ผมเป็นพวกรู้นิสัยเพื่อน เป็นคนเก็บรายละเอียดทุกอย่าง ไม่แปลกที่ผมจะรู้ทันทีที่ใครซักคนเปลี่ยนไป

 

ยูอินถูกกักตัวไว้ โดยมีผมกับจงอินล้อมโต๊ะเอาไว้ คงไม่ต้องบอกว่ามันแน่นหนาแค่ไหน เช็คตัวพวกผมด้วย

 

ยูอินทำหน้าเหรอหราอย่างไม่เข้าใจ ส่วนไอ้เทาก็ออกไปซื้อขนมขึ้นมากินบนห้อง มันทำอย่างนี้ประจำ มันก็อาจจะพลาดไปสำหรับวันนี้

 

มีอะไรจะบอกกับพวกเรามั้ยเพื่อนรัก ผมพูดด้วยน้ำเสียงยียวนเวลาจะกวนตีน จากนั้นก็เท้าแขนข้างนึงที่พนักพิงหลัง ก่อนมืออีกข้างจะเท้าสะเอวก้มลงมองต่ำ

 

อะ อะไรหรอ

 

หึๆ จงอินหัวเราะเบาๆ จะบอกมาดีๆหรือจะให้โทรไปหาโซยอน เลือกเอา

 

ยูอินจ้องหน้าจงอินเพื่อหยั่งเชิงอีกฝ่าย เมื่อเห็นว่าจงอินไม่ได้พูดล้อเล่น แถมยังยื่นโทรศัพท์ราคาแพงมาไว้ตรงหน้า โดยที่หน้าจอโชว์ชื่อ นางฟ้าโซยอนไว้อย่างชัดเจน

 

พวกแกรู้อะไรมา

 

รู้แค่ว่า ...โซยอนไม่ใช่โซยอนผมตอบ

 

ใช่

 

ใช่อะไร ผมหงุดหงิดเล็กๆ เอามือไปดึงจุกมันจนหน้าเงยไปตามแรงดึง โซยอนหันมาตีแขนผม ก่อนจะมองด้วยตาโตๆที่เหมือนจะจิกกัด

 

นี่~ ขอร้องละนะ อย่าทำแบบนี้ ฉันไม่อยากบอกพวกนาย ถ้าโซยอนรู้ ฉันแย่แน่ ยูอินพนมมือส่งสายตาอ้อนวอนไปที่จงอินที ผมที แต่ไม่รู้สึกสงสารหรอกนะ

 

บอกมา อยากโดนโซยอนทำโทษหรืออยากโดนพวกฉันทำโทษ เลือกเอา จงอินหลังจากที่เอาแต่มองดูผมกับยูอินเถียงกัน ก็พูดแทรกขึ้นมา ยูอินกลืนน้ำลายดังเอือก

 

คือ...โซยอนขอเอาไว้น่ะ แต่ๆๆๆ ถ้าฉันบอกพวกนาย สัญญาก่อนนะว่าจะไม่บอกใคร รวมถึง...คนที่เป็นโซยอนในตอนนี้ด้วย

 

จงอินเงยหน้ามองผมเพื่อถามความเห็น ผมยักไหล่เบาๆใส่ แน่นอน

 

คือ...โซยอนไปญี่ปุ่นน่ะ หนีไปเที่ยวกับคนที่รู้จักกันในเว็บหาคู่ เลยขอให้ฉันช่วยโกหกเพื่อให้ยัยนั่นได้ไปเที่ยว

 

“...”

 

โดยขอให้...พี่แบคฮยอน พี่ชายของโซยอนช่วยมาเรียนแทนน่ะ พี่เค้าเรียนอยู่มหาลัยแล้ว ตอนนี้อยู่ปี 2 ปิดเทอมพอดีด้วย

 

ผมสะดุ้งกับคำตอบเบาๆ จงอินดีดนิ้วเป่าะ เค้ารู้จักกับพี่แบคฮยอน แต่ไม่เคยเห็นตัวจริงหรอก เห็นผ่านจากโทรศัพท์ของพี่คยองซูน่ะ ก็ว่าทำไมมันคุ้นๆ

 

หน้าเหมือนกันอย่างกะแกะ

 

แล้วยัยนั่นไปนานแค่ไหน ผมถามขึ้น คงไม่ได้ปล่อยให้พี่ตัวเองมาเรียนใส่กระโปรงจนรู้เพศแล้วเกิดเปลี่ยนขึ้นมากะทันหันนะ

 

หลังจากโซยอนโทรมาบอกว่าพี่แบคฮยอนตกลง ฉันก็ถูกบังคับให้มาช่วยพี่แบคฮยอนเนี่ยแหละ

 

คิดอะไรอยู่ว่ะนั่น นึกยังไงหนีไปเที่ยวกับคนที่เพิ่งรู้จักกันผ่านทางเว็บด้วยนะ

 

นั่นสิ เฮ้อออออ...ทำไมพวกนายถึงรู้ไวจังฮะ? ทำไมไม่แกล้งโง่ต่อไปละ

 

จริงๆแกล้งโง่ก็ได้หรอก แต่มันขัดใจนิดๆอ่ะนะ อยากรู้ว่าเป็นใครด้วยแหละ ชานยอลตอบอย่างไม่ใส่ใจก่อนจะละหน้าไปทางประตูที่มีบุคคลหนึ่งกำลังเดินหอบขนมเต็มไม้เต็มมือเดินมาหา ชานยอลเดินไปหาเทาที่ส่งขนมมาให้ช่วยถือก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งเก้าอี้ข้างๆยูอิน

 

คุยไรกันหรอเทาหันไปถามยูอินที่นั่งมองหน้าจงอินเหมือนจะบอกว่าอย่าเพิ่งบอกเทา จงอินทำมือเป็นรูปโอเคก่อนจะเดินไปฉีกถุงขนมขึ้นมาหยิบกิน

 

ติวเรื่องเลขที่จะสอบพรุ่งนี้น่ะ

 

ตอแหล

 

ผมหลุดหัวเราะเบาๆ เห็นทีผมต้องไปตามสืบคนชื่อ แบคฮยอน ซะหน่อยแล้วสิ

 

.

.

 

ขากลับวันนี้ผมไปเดินห้างกับจงอิน ส่วนไอเทาสงสัยไปรอรับพี่ซูโฮที่หน้ามหาลัยละมั้ง ผมเดินหาของที่อยากได้ไปเรื่อยๆ ก่อนจะหยุดอยู่ที่ร้านเคสแฮนด์เมด

 

หนึ่งในนั้นเป็นเคสสีชมพูที่ทำให้นึกถึงคนคนหนึ่ง

 

เคสสีชมพูหวาน มีขีดสองขีดเหมือนตา และมีปากเหมือนตัวชีอด() มันคล้ายๆกับปากครอบครัวบยอนเลยนะ ฮ่าๆๆ และผมก็หยิบอันนั้นแหละมา

 

.

.

 

ผมกะจะทำเป็นว่าโซยอนอยากได้ในตอนนั้น พอผมเห็นก็เลยซื้อมา วันนี้เป็นวันศุกร์ ผมมานั่งข้างพี่แบคฮยอนในร่างโซยอนที่กำลังมองมาอย่างหวาดระแวง ผมไม่แกล้งหรอก ไม่สนิทแล้วมันแกล้งไม่ถนัด

 

ดูเหมือนคนข้างๆก็ละความสนใจจากผมไปแล้ว ผมก็เลยหยิบเอาเคสขึ้นมา ยื่นไปให้คนข้างๆที่นั่งหน้าตรงก่อนจะหันมาหา

 

อ่อ โซยอน...ฉันซื้อเคสที่เธอบอกว่าอยากได้มาให้ด้วยน่ะ

 

ห้ะ?’

 

  ‘เคสโทรศัพท์ที่ตอนนั้นบอกว่าอยากได้ไงละ

 

หน้าของพี่แบคฮยอนเอ๋อไปเลยแหะ แต่ขำแสดงออกไม่ได้ ต้องขำในใจ พี่แบคฮยอนมองเคสที่ผมยื่นให้อย่างลังเล ในหลักความเป็นจริง ถ้าไม่ใช่ตัวจริงจะบอกว่าจำได้แน่นอน

 

   ‘อ่า...จำได้แล้ว

 

โป๊ะเชะ!

 

จำได้แล้วใช่มั้ย อ่ะเอาไป ของฝาก ชอบป่ะ

 

ขอบใจที่ซื้อมาให้นะชานยอล ชานยอลความจำดีจัง

 

ผมยิ้มให้ ไม่ได้ยิ้มให้กับคำชมหรอกนะ ยิ้มให้กับคำโกหกของคนตรงหน้าต่างหาก ฮ่าๆๆ ถ้าคุณรู้ทุกอย่างแล้วแกล้งไม่รู้ คอยดูคนที่เค้าโกหกเราว่าจะเผยไต๋อะไรออกมาอีก แบบนี้มันสนุกจะตาย

 

จากนั้นพวกผมก็คุยกันเรื่องงานวันเกิดของไอ้เทา งานวันเกิดมันปีนี้คือวันพฤหัส ปกติพวกผมก็จะนัดกันไปเที่ยวกับมันอยู่แล้ว เที่ยวทั้งแก๊งค์นี่แหละ

 

เห็นโซยอนแอ๊บแบ๊วใสๆแลดูเหมือนไม่ดื่ม โลกสวยจัด แต่ข้างในตรงกันข้าม ยัยนี่น่ะ...เจ้าแม่เรื่องการดื่มเลย คอแข็งสุดๆ แต่ในมาตรฐานผู้หญิงอ่ะนะ

 

พี่แบคฮยอนนั่งนิ่ง สงสัยคงไม่รู้ว่าโซยอนดื่มเก่ง ก็เลยไม่กล้าพูดอะไรมากมาย ผมเห็นยูอินกระซิบกระซาบกันอยู่สองคน ผมไม่ได้ยินหรอก แต่จงอินน่ะ...ได้ยินชัดแจ๋ว

.

.

 

วันนี้เป็นวันเสาร์ ผมโดนไอ้จงอินลากมาเดินตลาดกันตั้งแต่หัวค่ำ โทรไปชวนไอ้เทาแล้วแต่โทรไม่ติด ส่วนยูอินก็คงอยู่กับแฟน เดี๋ยวนี้ติดแฟนมากกว่าเพื่อน เพื่อนผู้หญิงอีกคนด้วยสินะ สงสัยผมต้องงอแงเรียกร้องความสนใจบ้างแล้ว

 

เดี๋ยวกูไลน์ไปหาพี่คยองซูแปป

 

ผมมองมันอย่างสะอิดสะเอียน ทำไมคนรอบตัวมันมีแต่คนมีแฟนกันทั้งนั้น ถึงพี่คยองซูจะยังไม่ตอบตกลงเป็นแฟนกับมันก็เหอะ แต่ดูยังไงก็ได้กันชัวร์

 

ผมเคยเห็นพี่คยองซูครั้งนึงตอนผมไปนอนค้างบ้านไอ้จงอิน มันวิดีโอคอลกับพี่เขา และผมก็เห็นพอดี เคยเซ้าซี้ขอดูรูป พอเห็นรูปเท่านั้นแหละ อือหืออออ

 

แบบนี้มึงจะเมะหรือจะเคะดีเพื่อน

 

เสร็จหรือยัง หิวแล้ว

 

เยบบบบบ พี่คยองซูก็มาเดินตลาดพอดีเลยว่ะ ป่ะๆๆ

 

ผมโดนไอ้จงอินลากเข้าไปในมหาชนที่กำลังอัดกันยั้วเยี้ยจนรู้สึกอึดอัด ผมเดินมองซ้ายมองขวาหาของกินที่ผมโปรดปรานที่สุด ส่วนไอ้จงอินน่ะหรอ พี่คยองซูไง ของโปรดปรานของมัน

 

พี่!’

 

คนโดนเรียกหันมาตามเสียง คยองซูยืนกัดเคปญี่ปุ่นในปากอย่างตั้งอกตั้งใจ เมื่อได้เห็นหน้าคนเรียกก็ถึงกับอ้าปากเหวอตกใจ

 

ก็เพิ่งไลน์หากันแค่ไม่กี่นาทีเมื่อกี้ เจอกันเฉย

 

เจอแล้ว พี่นี่หาตัวง่ายจริงๆ

 

ไม่เจอกันนานเลยนะ หวัดดีชานยอล

 

ผมพยักหน้ายิ้มๆให้พี่คยองซูที่ทักมา จงอินทำหน้างอทันทีที่คยองซูย้ายสายตามาหาตัวเขา

 

พี่มากับใครอ่ะ

 

มากับแบคฮยอนน่ะ

 

หรอ พี่มาทำไมไม่ชวนผมบ้างละ

 

ทำหน้างอเหมือนตูดลิง หูยยยยย ไอ้ตุ๊ด! ทีงี้นะอ้อนเก่งจริ๊งงงง พี่คยองซูเอามือตบแก้มมันสองสามที ก่อนจะขยับตัวที่ทำให้ผมเห็นคนที่มาด้วยอย่างชัดๆ

 

พี่แบคฮยอนกำลังหน้าเหวออยู่

 

น่ารักจริงๆ ผมรู้สึกชอบพี่แบคฮยอนตอนที่ผมสั้นแบบนี้มากกว่า ผมสีน้ำตาลทองที่จงอินบอกว่าแลบออกมาตอนนั้นเป็นแบบนี้นี่เองหรอ

 

อยากจับจัง

 

ผมส่ายหัวเบาๆ ก่อนจะหันหน้าไปตามทางที่พี่แบคฮยอนเดินตัวปลิวทันทีที่จงอินออกปากชวนไปหาที่นั่ง

 

ร้านเนื้อ...?

 

โอเค วันนี้ผมคงต้องสระผมอีกครั้ง

 

เดินตามกันเข้าไปในร้านที่พี่แบคฮยอนนั่งรออยู่ก่อนแล้ว แต่อยู่ๆก็แลบลิ้นออกมาซะงั้น ฮ่าๆๆ คิดอะไรอยู่ละนั่น

 

ผมคุยกับจงอินและพี่คยองซูไปอย่างสนิทสนม มีแต่คนตรงหน้าผมนั่นแหละที่เอาแต่นั่งเงียบ แถมยังจ้องแล้วก็ทำปากเบ้ใส่ด้วย

 

  ‘พี่จ้องหน้าผมแล้วทำไมทำหน้าบึ้งละครับ

 

คนตัวเล็กยิ้มเจื่อนๆมาให้ ก่อนที่พนักงานจะเอาเมนูมาวางไว้ พี่แบคฮยอนก็หยิบมันอย่างรวดเร็ว กลัวใครแย่งกินหรือยังไง

 

มีการถกเถียงกันนิดหน่อยเรื่องจำนวนเนื้อที่จะสั่ง พี่คยองซูจะสั่ง 2 แต่พี่แบคฮยอนจะเอา 3 สุดท้ายก็สั่งสามที่

 

จงอินกับพี่คยองซูคุยกันอย่างกับโลกใบนี้มีแค่เราสองคน ผมอยากแกล้งคนตรงหน้าอีกแล้วครับ ฮ่าๆๆ

 

เอ่อ...นี่พี่ชายของโซยอนหรอครับพี่คยองซู

 

ผมเห็นพี่แบคฮยอนสะดุ้งเบาๆ

 

อ้อใช่ นี่ บยอน แบคฮยอน พี่ชายของโซยอนน่ะ

 

หวัดดีชานยอล หวัดดีจงอิน พี่แบคฮยอนยิ้มทักทายมาให้แถมยังเอ่ยชื่อถูกคนซะด้วย ผมรู้สึกขำกับอาการแบบนี้ของพี่แบคฮยอนจริงๆ

 

  ‘รู้จักชื่อพวกเราด้วยหรอครับ?’

 

  ‘ระ รู้จักสิ โซยอน...เล่าให้ฟังบ่อยๆน่ะ

 

อ้อ ถึงว่า...เพราะพวกผมไม่เคยเจอพี่นี่ครับ ก็งงว่ารู้จักได้ไง แถมยังทักถูกคนซะด้วย ไอ้จงอินก็เอาอีกคน

 

หลังจากคุยกันไม่นาน เนื้อสามที่ก็ถูกยกมาเสิร์ฟที่โต๊ะ ผมคีบเนื้อชิ้นหนึ่งไปวางไว้บนเตาย่างที่กำลังร้อนได้ที่ เสียงฉ่าของมันเพราะมาก หน้าของคนตรงข้ามก็...สวยมากเหมือนกัน

 

ผมคีบเนื้อที่สุกแล้วให้พี่แบคฮยอนอย่างเอาใจ เห็นอย่างนั้นคนตรงหน้าเลยแปลกใจนิดหน่อย แต่ก็ไม่ได้พูดอะไร ก่อนจะคีบเนื้อย่างจิ้มซอส แล้วก็ยัดมันเข้าปาก

 

รอยยิ้มหลังจากงับเนื้อย่างชิ้นที่ผมส่งไปให้ มันทำให้ผมรู้สึกดีมาก มันทำให้ผมย่างเนื้อให้พี่แบคฮยอนเรื่อยๆจนตัวเองลืมกิน

 

ดูเหมือนคนตรงหน้าจะมีสติแล้ว

 

อ่ะ ...นายก็กินมั่งนะ ไม่ต้องคีบมาให้แล้ว เดี๋ยวพี่กินเอง

 

อ๊า~ ผมไม่ได้ชอบพี่หรอกนะ ไม่ต้องมายิ้มเลยยยยย~

 

ผมยิ้ม อย่างไร้เหตุผล พอเป็นแบบนี้แล้ว...ผมอยากแกล้งอีกแล้วสิ

 

แล้วโซยอนไม่มาหรอครับ

 

พี่แบคฮยอนสะดุ้งอีกแล้ว ชอบจังแหะ

 

คือ...อึ่ก...โซยอนบ่นว่าปวดหัวน่ะ เลยไม่มา ...นอนอยู่บ้านน่ะ

 

หรอครับ งั้นผมขอโทรหาโซยอนแปปนะครับ

 

ทีนี้สะดุ้งหนักกว่าอีก โอ๊ยชอบ!

 

มะ ไม่ต้องโทรหรอกน่า โซยอนมันไม่เป็นอะไรหรอก ก็แค่ข้ออ้างน่ะ

 

งั้นหรอครับ ปกติผมก็โทรคุยกันบ่อยอยู่แล้วนะ ...ไม่โทรก็ได้ กินต่อดีกว่าครับ พี่เอาอีกมั้ย

 

ผมโกหกอีกแล้ว ใครจะโทรคุยกันทุกคืนละ ไม่ใช่แฟนซักหน่อย

ผมยิ้มอีกแล้วละ เห้ออออ บังคับตัวเองยากจัง

 

จากนั้นก็เดินออกมาจากร้านเนื้อย่าง คนอะไรยัดเนื้อย่างคนเดียวเพียวๆ 3 ที่ เพราะหลังจากนั้นก็สั่งมาเพิ่มอีกสอง กินเก่งจริงๆแหะ

 

ต้องขอบคุณที่ไอ้จงอินมาด้วย มันเลยต้องเดินคู่กับพี่คยองซู ไม่ต้องบอกยังไงมันก็ต้องเดินคู่กับพี่เค้าอยู่ดี ดังนั้นพี่แบคฮยอนเลยต้องเดินคู่กับผมละ

 

ตอนที่เดินคู่กันผมก็คุยกับพี่เค้าไปเรื่อยแหละ มีอยู่ตอนหนึ่งที่ผมแอบชมพี่เค้าด้วย แต่พี่เค้าไม่ได้ยินหรอก ฮ่าๆๆ เขินจัง

 

อยู่ๆก็มีพวกนักเลงเดินมาเบียดจนพี่แบคฮยอนตัวหมุนเซไปมาจนผมต้องคว้าตัวไว้ ผมมองไปอย่างไม่สบอารมณ์ ล้มไปจะทำยังไงว่ะ

 

แต่ผมคงต้องขอบคุณพี่นักเลงพวกนั้นแล้วแหละที่มาเดินชน ฮิฮิ

 

อยู่ๆจงอินก็โทรมาหลังจากผลัดหลงกันไปหลายนาที นัดแนะกันให้ไปเจอที่หน้าตลาด สบโอกาสแล้วสินะเนี่ย

 

อ๊ะๆ ผมไม่ชอบพี่เค้าหรอกครับ

 

ผมชวนพี่แบคฮยอนที่ทำหน้าหงุดหงิดที่พลัดหลงกับเพื่อนตัวเอง ผมพาเดินไปเรื่อยๆจนเจอร้านที่ผมชอบมากๆ

 

เอาชาเขียวสตรอเบอร์รี่ป็อปครับ

 

พนักงานส่งน้ำมาให้ แต่ผมไม่มีมือที่จะถือ เลยสะกิดพี่แบคฮยอนให้รับมาให้ ก่อนจะยื่นเงินไปให้ คนตรงหน้าอย่างกะแฟนเลยแหะ ถือน้ำให้แล้วก็เอาแต่มองตาแป๋ว

 

พี่ลองกินดูสิ

 

ผมชวนคนตรงหน้าให้ลองกินน้ำที่ผมชอบ ตอนแรกก็อิดออด แต่พอต้อนไปนานๆก็ยอมกิน

 

พี่แบคฮยอนดูดน้ำสีสตรอเบอร์รี่ และดูเหมือนลูกป็อปปิ้งจะไหลขึ้นหลอดไปด้วย คนตรงหน้าส่งสายตางงงวยไปให้ เพราะไม่รู้จะทำยังไงกับไอ้ลูกกลมๆที่เด้งไปมาในปาก

 

กัดสิครับ

 

น้ำสีแดงไหลย้อยลงที่มุมปาก ผมเอานิ้วโป้งปาดน้ำที่ไหลออกมา ก่อนจะใช้ลิ้นเลีย ไม่ลืมที่จะส่งสายตาเจ้าเล่ห์ไปอย่างรู้งาน

 

วันนี้ผมคงได้หลายคะแนนแล้วละครับ

 

.

.

 

หลังจากเดินเสร็จผมก็โบกมือลาทันทีเพราะพี่แบคฮยอนจะกลับบ้านแล้ว รายนั้นเดินเร็วมาก เป็นเพราะตัวเล็กด้วยหรอเปล่า สูงเท่าไหล่ผมเองนะเนี่ย

 

เดินไปไม่เท่าไหร่ รู้สึกว่าคนตัวเล็กตรงหน้าจะรู้ตัวแล้ว เลยหันมาทำหน้างงใส่ ผมตื้อจะเดินไปส่ง พี่แบคฮยอนทำหน้าขัดใจแต่ก็คงเลี่ยงไม่ได้ เลยยอมให้เดินไปส่ง เราเดินคุยกันไปเรื่อยๆเพราะผมไม่อยากกลับ และผมก็อยากรู้ด้วยว่าพี่เค้าพักอยู่ที่ไหน

 

เดินมาจนลืมดูข้างทาง เพราะเอาแต่มองหน้าด้านข้างของคนข้างๆอย่างใจลอย อยู่ๆก็มาหยุดอยู่ที่คอนโดของ....โซยอน? นี่พักที่เดียวกันหรอกหรอ ทำไมผมไม่รู้เลยแหะ

 

อ้า! เพราะเมื่อวานพี่เค้ากลับบ้านไปก่อนเลยไม่ทันฟังหัวหน้าห้องนัดทำงาน ผมเลยเสแสร้งว่าจะไปหาโซยอนที่ห้อง เอาจริงๆก็ไลน์หากันก็ได้

 

แต่ก็คงมาไม่ได้หรอก ก็อยู่ญี่ปุ่นนี่นะ

 

เมื่อวานโซยอนกลับบ้านเร็วน่ะ เลยไม่ทันรู้

 

ไม่ต้องไปหาหรอก ฝากพี่มาก็ได้ เดี๋ยวไปบอกให้

 

ผมยิ้มในใจ ผมรู้หรอกน่าว่าคนตรงหน้าคิดอะไร ขืนผมขึ้นไปหาแผนก็แตกหมดสิ

 

ผมอธิบายเกี่ยวกับงานพรุ่งนี้ที่คนตรงหน้าต้องปลอมตัวไปทำ จากนั้นเค้าก็ไล่ผมกลับ แย่จัง ผมยังอยากอยู่ต่อ

 

ก่อนจากกัน พี่แบคฮยอนสัญญากับผมว่าจะเอาเงินค่าเนื้อย่างไปคืนให้ จริงๆไม่ต้องคืนก็ได้นะ ผมรวย ฮ่าๆๆ แต่ถ้ายินดีจะคืนก็ยินดีรับไว้เช่นกัน

 

.

.

 

วันอาทิตย์

จะบอกว่าผมสะเพร่าหรือยังไงดีเนี่ย ผมลืมนัดเวลา แล้วยังงี้จะมากี่โมงละเนี่ยยยยยย ผมเลื่อนโทรศัพท์กดหาเบอร์ของพี่แบคฮยอนไปอย่างลืมตัว จากนั้นก็เก็บโทรศัพท์ลงใส่กระเป๋าทันที

 

ผมไม่มีเบอร์พี่แบคฮยอน

 

ผมตะโกนเรียกยูอินที่เพิ่งเดินถือของเข้ามาได้จังหวะพอดี จากนั้นก็ขอโทรศัพท์ มันมีเบอร์พี่แบคฮยอนพอดี จากนั้นผมก็ต่อสาย และยูอินก็ขอตัวเอาของไปเก็บก่อน

 

คนในสายทำเสียงงัวเงียน่าขำ สงสัยคงเพิ่งตื่นแน่ๆ

 

ตอนนี้อยู่ไหนแล้วน่ะ ฉันกำลังรอเธออยู่หน้าโรงเรียนนะ

 

( เอ่อ...รอเค้าทำไมอ่ะ แล้วนี่ใคร )

 

ชานยอล ....ก็เมื่อวานฝากพี่แบคฮยอนไปบอกเธอแล้วไง แล้วนี่เปลี่ยนเบอร์หรอกหรอ เบอร์เก่าโทรไม่ติดอ่ะ แล้วจะมาได้หรือยังเนี่ย

 

( อ่า จำได้ละ เดี๋ยวจะรีบไปนะ )

 

โอเคๆ จะรออยู่หน้าโรงเรียนนะ

 

( จ้า )

 

ผมยืนรออยู่หน้าโรงเรียนอย่างช่วยไม่ได้ เพราะผมคิดว่าพี่แบคฮยอนไม่น่ารู้หรอกว่าพวกผมทำงานกันตรงไหน เพราะงั้นผมถึงจำเป็นต้องรอ

 

ไอ้เทามาวุ่นวายกับผม เราสองคนง้องแง้งกันไปมา ส่วนไอ้จงอินช่วยทำงานอยู่ ผมยังไม่ได้เดินเข้าไปเลย มาถึงผมก็โทรหาพี่แบคฮยอนทันทีเนี่ยแหละ

 

รอนานมากกว่า 30 นาที ผมไม่เข้าใจว่าทำอะไรนานเสียจริง ไอ้เทากินขนม ไอติม น้ำ หมดไปแล้วเกือบ 3 ชุด มันยืนบ่นง้องแง้งอย่างที่มันเป็น จากนั้นมันก็ต่อสายโทรหาพี่แบคฮยอนอีกรอบ

 

ดูเหมือนคนในสายจะไม่อยากให้รอ แต่ผมคงทำให้ไม่ได้ ไอ้เทาคุยโทรศัพท์อยู่ ท่าทางจีบไม้จีบมือน่าหมั่นไส้ ถ้ามันมาบอกว่ามันเป็นตุ๊ดเมื่อไหร่ ผมเลิกคบอ่ะ

 

เฮ้ย ไอ้ชานยอล มึงให้กูรอทำไมว่ะ

 

มึงเอาโทรศัพท์มานี่ผมทำหน้ายุ่ง พูดอะไรไม่เข้าเรื่อง

 

เอ่า ไอสัสกูไม่ให้ด่าไว้ตรงนั้น จากนั้นก็หันไปคุยโทรศัพท์ต่อ

 

มันวางสายแล้วโยนโทรศัพท์มาให้ผม ผมเบิ้ดกะโหลกมันไปทีหนึ่ง ถ้ารับไม่ได้มึงซวย

 

รอต่ออีก 10 นาที

 

ภาพของคนตัวเล็กตรงหน้าก้าวขาสั้นๆด้วยความกว้างเกินมนุษย์ สงสัยคงรีบมากจริงๆ วันนี้แตกต่างจากเมื่อวานเลยแหะ เมื่อวานนี้น่ารักกว่า แต่วันนี้ก็ดูน่ารักไปอีกแบบนะ

 

แต่ผมชอบแบบเมื่อวานมากกว่า

 

มาซักทีนะย่ะหล่อน ช้าเป็นเต่าเลยนะ

 

รีบหรอ รีบทำไมไม่มารอตั้งแต่เมื่อวาน

 

โอ๊ยปาก!

 

ผมนึกหมั่นไส้กับคำพูดของคนตรงหน้า มันดูขัดกับโซยอนจริงๆนะ เพราะยัยนั่นไม่พูดอะไรแบบนี้แน่ๆ ไอ้เทาทำท่าจะตบปากของพี่แบคฮยอน ถ้ามันตบจริงก็กะว่าจะไปช่วยตบอยู่

 

ตบด้วยปากน่ะนะ

 

ทั้งสองคนเดินไปคู่กัน ทิ้งให้ผมเดินตามหลัง อยู่ๆก็นึกหมั่นไส้คนตรงข้าง และมือมันก็ไปผลักมันซะงั้น

 

ไอ้เทาจิกกัดผมพอสมควร ถ้ามันรู้ว่านี่ไม่ใช่โซยอนมันจะทำหน้ายังไงว่ะตอนนี้

 

อ่ะนี่ เงินที่พี่แบคฮยอนฝากมาคืน

 

อ่า งั้นหรอ กะว่าจะไม่เอาแล้วเชียว

 

จะบ้าหรอ ตั้งเยอะนะ รวยมาจากไหนกัน

 

รู้ได้ไงว่าเยอะ

 

พอผมพูดจบอยู่ๆก็สะดุดทั้งๆที่ตรงนั้นเป็นพื้นปูนปูเรียบ ไร้ก้อนหินใดใดทั้งปวง

 

มือของคนข้างๆจับแขนผมเอาไว้เพื่อพยุงตัวเองไม่ได้ล้มลงไป ผมสังเกตเห็นสร้อยข้อมือที่พี่แบคฮยอนซื้อเมื่อวาน และผมคิดว่าผมจำไม่ผิด

 

ผมแกล้งถามคนข้างๆ พี่เค้าสะดุ้งอีกแล้วเวลาโดนจับได้ ฮ่าๆๆ เพราะอย่างงี้ไงผมถึงอยากจะแกล้ง

 

 

 

 

 

 

 

 

หลังจากนั้นผมก็แยกย้ายจากพี่แบคฮยอนไป เพราะยูอินลากไปแล้ว ผมเดินไปหาไอ้จงอินที่กำลังนั่งดูดน้ำอยู่ข้างๆกับไอ้เทาที่กำลังนั่งแหกปากร้องเพลง

 

เทา มึงไปซื้อผ้าเย็นมาทีดิ๊

 

ไม่

 

สัส ใช้ไม่ได้ใช่ม่ะจงอินกดเสียงต่ำ ผมมองสถานการณ์ตรงหน้าด้วยสีหน้าแปลกใจ ก่อนจะจับพิรุธของไอ้จงอินได้

 

มันจะคุยกับผม ...แบบสองต่อสอง

 

เฮ้ย! คิดอะไรอยู่น่ะ อย่าคิดลึกสิครับ

 

ไปเลยไอเชี่ยเทา งานก็ไม่ทำเอาแต่แดกขนมอยู่ได้ ไปๆไปซื้อผ้าเย็นให้คนอื่นๆที่เค้าทำงานกันผมเสริม

 

เออๆ ไอ้พวกชั่ว

 

มันลุกไปแล้ว ผมเดินไปนั่งข้างๆไอ้จงอินแทนที่เทาที่เพิ่งเดินออกไป

 

กูว่า...มึงควรบอกพี่เค้าได้แล้วนะ

 

เฮ้ย! เร็วไปป่ะว่ะ กำลังสนุก

 

ถ้าพี่เค้ามารู้ทีหลังว่าเรารู้มาก่อนแล้ว แล้วแกล้งว่าไม่รู้ อันไหนแย่กว่ากัน

 

แย่พอๆกัน

 

สัส เรื่องอื่นอ่ะฉลาด ทีเรื่องนี้อ่ะโง่นักนะ

 

ผมโดนเสยหัวไปหนึ่งที

 

ถ้าพี่เค้ารู้เอาทีหลังว่าเราแกล้งพี่เค้าว่าเราไม่รู้ทั้งๆที่รู้ทั้งหมด ทำเป็นโง่ หลอกซ้อนหลอก พี่เค้า มึงคิดว่าพี่เค้าจะรู้สึกยังไง

 

ยังไง

 

ไม่มีใครรู้สึกดีที่ถูกหลอก แต่ก็จะรู้สึกแย่ทันทีที่รู้ว่าคนที่เราหลอกก็หลอกเราอยู่

 

หมายควายว่าไง

 

หมายความว่า... ถ้ามึงไม่บอกพี่เค้า มึงจะซวย กูรู้ว่ามึงเล็งพี่เค้าไว้อยู่ ถ้าหากมารู้ทีหลัง คะแนนมึงจะลด...ฮวบ!!’

 

ตะโกนหาพ่อง ไอสัสกูละตกใจ

 

ไอ้เทาเดินมาขัดจังหวะพอดี ผมนึกเสียดายเพราะคงต้องจบเรื่องที่คุยกับไอ้จงอินเพียงเท่านี้

 

มันก็จริงของมันนะ ถ้าผมยังคงหลอกต่อไปว่าผมไม่รู้ แล้วถ้าเกิดเราสองคนกำลังไปได้ดี แล้วอยู่ๆก็เกิดเหตุการณ์ในนิยายหรือละครที่ผมพบเจอบ่อยๆที่แบบอยู่ๆก็เสนอหน้ามาแอบฟังคนเขาคุยกันหน้าตาเฉย โดยที่คนที่คุยลับหลังเสือกไม่ได้ยินเสียงฝีเท้าซักแอะ พอฟังจบก็ร้องไห้แงๆวิ่งออกจากห้องไป

 

โนวววว ผมไม่เอาแบบนั้นนะ

 

ผมลุกเดินออกจากตรงนั้นทันทีโดยมีไอ้เทาคอยกระแหนะกระแหนว่าทิ้งเพื่อนอยู่ตลอด ผมเดินผ่านโต๊ะที่พวกผู้หญิงกำลังนั่งร้อยดอกไม้กันอยู่

 

ชานยอลนา~

 

ผมหันไปตามเสียงเรียก พวกผู้หญิงพวกนี้อยู่กันมาก็จะ 3 ปี ยังจะมากรี๊ดกร๊าดผมกันอีก

 

ว่า?

 

นี่ ....นายทะเลาะอะไรกับโซยอนหรือเปล่าน่ะ

 

หือ? เปล่านี่ ทำไมหรอ

 

ผมงง เมื่อเช้าก็ยังดีๆอยู่เลยนี่นา

 

ก็พอฉันถามเรื่องที่นายแกล้งคบกันเมื่อตอนม.ต้น อยู่ๆก็โกรธขึ้นมาซะงั้น เรียกก็ไม่หัน

 

หา? เรื่องที่แกล้งคบกัน แล้วจะกุประเด็นมาทำไมว้า!!

 

นั่นไม่ใช่โซยอนนะเว้ยยยยย!! (ใครจะรู้ละย่ะ)

 

แล้วเธอถามไปว่าไง

 

ผมทำหน้าเครียด มันคงไม่ดีถ้าคนนั้นเข้าใจผมผิด

 

ผมสาบานเลยว่าไม่ได้คิดอะไรกับโซยอนเกินเพื่อน ตอนนั้นที่แกล้งคบกันก็เพราะมีรุ่นพี่มาจีบโซยอนเยอะ ด้วยความเป็นเพื่อนสนิทกันก็เลยช่วยแกล้งเป็นแฟนให้ แบบไม้กันหมาเท่านั้นเอง

 

อย่าเครียดเซ้~ นี่แสดงว่าทะเลาะกันจริงๆสินะ ทำไมหรอ จะกลับมาคบกันจริงๆหรอ

 

ไร้สาระ เมื่อกี้พวกเธอบอกว่าโซยอนเดินไปไหนนะ

 

เดินไปหลังตึกอ่ะ

 

ผมเดินไปที่หลังตึกทันที โดยไม่ได้ฟังเสียงตะโกนเรียกก่นด่าที่อยู่ๆก็เดินหนีมาซะดื้อๆ ใครจะไปแคร์กันละ คนที่ผมแคร์น่ะ ...คือคนที่อยู่หลังตึกต่างหาก

 

แต่ผมไม่ได้ชอบพี่เค้าหรอกนะ

 

บรรยากาศข้างหลังค่อนข้างเงียบ เพราะเป็นที่ลับตาคน ไม่มีใครเห็นเรา ไม่ค่อยมีใครมาใช้ก๊อกน้ำที่หลังตึกนี้เท่าไหร่ ผมมองเห็นพี่แบคฮยอนที่อยู่ในชุดเดรสสีเหลืองหวานแหววตรงหน้าแล้วนึกใจสั่น มันดูสวยมาก และน่ารักมากในคราวเดียวกัน

 

ผมเดินเข้าไปใกล้คนที่กำลังเปิดน้ำทิ้งไว้ ตาก็ดูเหมอลอยชอบกล

 

เป็นอะไรไปน่ะโซยอน

 

บอกตามตรงว่าผมไม่อยากเรียกชื่อนี้เลยแหะ

 

อยากเรียกชื่อแบคฮยอนมากกว่าอีก

 

คนตรงหน้าตอบผมว่าเปล่า แต่ดูยังไงก็ไม่เปล่าแน่นอน ผมถอนหายใจเบาๆ กำลังคิดว่าจะบอกความจริงไปดีมั้ย แล้วจะพูดว่ายังไงดีละ

 

โอ๊ยยยยย

 

นี่ ฉันรู้แล้วนะ

 

ไอ้ชานยอลลลลลลล มึงพูดอะไรออกไปฟร่ะ!!!!

 

คนตัวเล็กสะดุ้งอีกแล้ว

 

ผมแกล้งอมยิ้มน้อยๆส่งไปให้คนตรงหน้าหวั่นไหวเล่น ทำหน้าเจ้าเล่ห์แบบที่ชอบทำ มันน่าจะทำให้คนที่เมื่อกี้สะดุ้งไขว้เขวได้ดี

 

ระ รู้อะไร

 

น้ำเสียงประหม่าแบบนั้นฟังแล้วรู้สึกดีชะมัด

 

แล้วคิดว่าฉันรู้อะไรละ?’

 

ผมกำลังรอให้คนตรงหน้าบอกผมเอง แต่ดูยังไงก็ใจแข็งไม่เบา เพราะไม่ยอมบอกเลย ทั้งๆที่ผมก็บอกอยู่ว่าผมรู้เรื่องแล้ว ยังจะถามย้ำให้ผมบอกกลับอีก ผมไม่บอกหรอก

 

อย่ามาเล่นลิ้น รู้อะไรก็พูดมา

 

ผมหัวเราะในลำคอเบาๆที่สายตาคนตรงหน้าลอกแลกไปมาอย่างหาคำตอบที่ดีที่สุดในการตอบคำถาม

 

ผมโน้มตัวเข้าไปใกล้ ได้ยินเสียงตกใจเฮือกใหญ่ของคนตรงหน้า มือสองข้างวางลงที่ขอบอ่างเพื่อที่จะได้ย่อตัวลงมามองหน้าให้ชัดๆ แต่เพราะคนตัวเล็กเอาแต่ก้มหน้า มันทำให้ผมมองไม่เห็นอะไรเลยนอกจากหน้าม้าจากวิกผมปลอม

 

ผมแกล้งเอาลมหายใจไปเป่าที่หูขวาเบาๆอย่างจงใจ คนโดนสะดุ้งเล็กน้อยเพราะต้องการข่มใจเอาไว้ รู้สึกผิดเลยแหะ

 

จะบอกความจริงกับผมได้หรือยังครับ

 

เงียบ ผมเปลี่ยนสรรพนามให้เลยนะเนี่ย ผมยิ้มออกมาเล็กน้อย ดูเหมือนจะยังไม่บอกง่ายๆ สุดท้ายผมคงต้องเรียกชื่อที่อยากเรียกออกมาจริงๆซักทีสินะ

 

...พี่แบคฮยอน

 

คนโดนโอบตกใจอย่างแรง ผมผละออกจากตัวหอมๆของคนตรงหน้า บอกตรงๆว่ามันหอมมาก ขนาดไม่ตั้งใจดมยังได้กลิ่นเลย

 

ดูเหมือนว่าผมคงต้องเว้นระยะห่างไว้ซักนิด รอพี่เค้าพร้อมเมื่อไหร่ ค่อยไปเซ้าซี้เอาคำตอบละกัน ไม่ก็รอจนกว่าเจ้าตัวจะมาบอกความจริง

 

ผมทิ้งพี่แบคฮยอนเอาไว้ที่หลังตึก เดินผิวปากอารมณ์ดีที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เดินมากอดคอจงอินที่เดินทำหน้าเหนื่อยๆมาทางผม ก่อนที่ผมจะลากมันไปพร้อมกับเดินไปลากคอไอเทาให้มาเดินด้วยกัน

 

กูบอกไปแล้วนะ

 

ผมกระซิบบอกที่ข้างหูไอ้จงอินเบาๆ ไอ้เทากำลังโทรศัพท์กับรุ่นพี่ที่มันจีบอยู่

 

รอเวลาหน่อย คนที่พยายามมากๆแล้วถูกทำลายความตั้งใจ มักจะโกรธได้ง่ายๆ

 

เอ้าไอสัส ตอนนั้นทำไมไม่เสือกบอกกู

 

ก็นึกว่ามึงจะคิดเองได้

 

เฮ้ออออ ทำไมผมถึงคิดไม่ได้ก็ไม่รู้ ผมพราดหรอเนี่ยยยยย ตายแล้ว ถ้าพี่แบคฮยอนไม่คุยกับผมเลยละ แง!!

 

ผมมองหน้าไอ้จงอินอย่างขัดใจ คิ้วยุ่งพันกันอย่างห้ามไม่ได้ ก่อนจะเอามือผลักหัวไอ้จงอินหนึ่งที ตามด้วยเตะก้นไอ้เทาที่ทำหน้าอารมณ์ดีจนนึกหมั่นไส้มาซะดื้อๆ

 

เฮ้อ...ทำไมพอเป็นเรื่องของคนที่ชื่อแบคฮยอนแล้วมันคิดอะไรไม่ออกทุกที

 

[จบบันทึก]

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Talk : ขอบคุณทุกคนที่หลงเข้ามาอ่านแล้วมือลั่นกดเฟบไปอย่างไม่ตั้งใจหรือด้วยความตั้งใจทั้งสิ้น ขอบคุณที่อ่านฟิคเราพูดได้เท่านี้จากความรู้สึกคนแต่ง มันเป็นก้าวๆเล็กที่เราเดินผ่านมาแล้ว มันทำให้รู้สึกดีมากๆ ตอนนี้มาเร็วเพราะจะตอบแทนที่ทุกคนทำให้เรากรี๊ดกร๊าดคนเดียวได้ตอนเห็นยอดแฟนคลับ ถ้าฟิคเรื่องนี้สนุกก็อย่าลืมบอกเพื่อนๆหรือแนะนำให้คนรู้จักได้ลองอ่านดูนะคะ เปิดใจหน่อยนะค้า~ ต่อจากนี้จะพยายามปรับปรุงเรื่องการเขียนให้ดียิ่งๆขึ้น เม้นเจิมกันหน่อยนะคะ ขอบคุณทุกคนมากๆที่เม้นให้ทุกตอน โหวตให้ด้วย เขินนนนน~ พอกันตอนหน้านะคะ วันอาทิตย์ขอสปอยว่าใจเต้นตึกตัก รออ่านด้วยน้ะ

ฟิคนางสาวแบคฮยอน  #นสแบคฮยอน

 

 

©
t
h
e
m
y
b
u
t
t
e
r
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 205 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,494 ความคิดเห็น

  1. #1464 ChungWila (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 3 เมษายน 2563 / 23:19
    ชอบอ่าสา ชอบที่ชัลยอลไม่ได้ชอบโซฮยอนด้วยดีๆ
    #1,464
    0
  2. #1422 R-E-N-E (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2561 / 20:36
    อิปาร์คมันร้ายยยยย
    #1,422
    0
  3. #1418 Wilnot (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2561 / 07:47
    ย้ำจังว่าไม่ชอบอ่ะ5555
    #1,418
    0
  4. #1415 neay60 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2561 / 23:45
    ไม่ชอบเลยเนอะ ไม่ชอบเลยยยยย แล้วไอที่ชมเค้าน่ารักๆอ่ะ เอ๊ะ หรือว่าไม่ชอบ แต่รักอ่ะ 5555
    #1,415
    0
  5. #1400 GXB-7127 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2561 / 01:24
    แต่ผมไม่ชอบพี่เค้าหรอกนะ รอบที่5ละมั้ง ย้ำจริงย้ำจัง แต่การกระทำสวนทางกะคำพูดไปหมดอ่ะ สตินะชานยอล5555
    #1,400
    0
  6. #1377 11507416p (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2560 / 15:41
    น่อวววว
    #1,377
    0
  7. #1357 baekhyunOnly (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 27 กันยายน 2560 / 17:44
    อ๋อววววววววววววว
    #1,357
    0
  8. #1330 Jammie-Lee (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2560 / 00:34
    รู้ตั้งแต่วันแรกๆ ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
    #1,330
    0
  9. #1290 ㅊㅎㅂ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2560 / 04:12
    โหรู้ตั้งแต่วันแรกที่ปลอมตัว จะเก่งอะไรเบอร์นี้555555555555
    #1,290
    0
  10. #1276 Suxxigar (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 14 เมษายน 2560 / 12:03
    อ๊ายย ฟินน
    #1,276
    0
  11. #1268 AnymousEiei (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 30 มีนาคม 2560 / 21:21
    จ้าไม่ได้ชอบเลยจ้า
    #1,268
    0
  12. #1263 Pia_Anderson (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 30 มีนาคม 2560 / 03:43
    นี่ก็ย้ำจั๊ง! ผมไม่ได้ชอบพี่เขานะ จร้าเชื่อจ้า5555555
    #1,263
    0
  13. #1232 ❤ Willis ❤ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2560 / 19:20
    นี่นึกว่าชานยอลรู้แค่คนเดียวนะเนี่ยจงอินก็รู้อีกคนด้วย แต่ชานยอลชอบพี่แบคฮยอนใช่ไหมล่ะ~ ><

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 15 กุมภาพันธ์ 2560 / 19:29
    #1,232
    0
  14. #1200 KyuMin_Pumpkin (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 26 มกราคม 2560 / 19:32
    อ่ออออ. ที่แท้ก็รู้มาแต่แรกแล้วงี้..
    #1,200
    0
  15. #1184 baconjelly2 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 22 มกราคม 2560 / 22:05
    มองบนกับคำว่าไม่ได้ชอบของชานยอล
    #1,184
    0
  16. #1172 pim pimmi (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 22 มกราคม 2560 / 16:35
    ไม่ชอบจริง? ><
    #1,172
    0
  17. #1154 qqxr_ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 17 มกราคม 2560 / 13:18
    ไม่ชอบหร๊อ
    #1,154
    0
  18. #1142 ริปไทด์ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 7 มกราคม 2560 / 10:54
    โอ้ย ชานยอล แกมันโง่
    #1,142
    0
  19. #1125 riddle_girl (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2559 / 13:45
    เกลียดตรง แต่ผมไม่ได้ชอบพี่เขาหรอกนะ เหรอชานยอลเหรอ
    #1,125
    0
  20. #1105 Kannika Tankam (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2559 / 00:21
    รุ้กันแล้วอ่าา พี่แบคไม่เนียนน้องเลยจับได้อะจ้
    #1,105
    0
  21. #1070 phakh (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2559 / 13:20
    สรุปจงอินฉลาดสุด จับพิรุจได้คนแรก
    #1,070
    0
  22. #1023 Title Thanatporn (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 25 เมษายน 2559 / 10:16
    พี่ชานชอบพูดจังว่าไม่ชอบ ปากแข็งนี่หว่า
    #1,023
    0
  23. #999 Kewii_CB (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 9 เมษายน 2559 / 00:02
    อย่ามาพูดว่าไม่ชอบแบคฮยอนไปหน่อยเลยชานยอลคนปากไม่ตรงกับจรัยยยยย
    #999
    0
  24. #958 KYU_KYU (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 30 มีนาคม 2559 / 14:43
    เปรไงต่อละทีนี้
    #958
    0
  25. #844 BACON_BAEK (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2558 / 21:18
    ที่แท้ก็เล็งพี่เขาไว้นี่เอง
    #844
    0