[EXO] นางสาวแบคฮยอน | CHANBAEK

ตอนที่ 4 : `ตอนที่ 4 : ชาเขียวสตรอเบอร์รี่ป็อป

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 11,778
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 229 ครั้ง
    24 พ.ค. 58

 

          แสงจากหลอดไฟเล็กๆนับร้อยยาวเรียงรายกันไปเป็นแนวยาว กลิ่นหอมของอาหารหลายพันชนิดตลบอบอวนตลอดสองข้างทาง ผู้คนหลั่งไหลเข้ามาจนเต็มทางเดินและเกิดแถวเดินมากกว่า 4 แถว เสียงพ่อค้าแม่ค้าตะโกนเรียกลูกค้าอย่างไม่มีใครยอมใคร คู่รักหนุ่มสาวที่พร้อมใจกันใส่เสื้อคู่เดินกระหนุงกระหนิงกินไอติมกันสวีทหวานจนออกนอกหน้า

 

บรรยากาศตอนเย็นหกโมงที่มีความชื้นนิดหน่อยในวันนี้ทำให้รู้สึกดีและปลอดโปร่ง

 

            คยองซูชวนแบคฮยอนมาเดินตลาดทางเท้าที่อยู่ไกลถัดจากซอยคอนโดสองบล็อก ก่อนจะพาร่างกายเบียดดันจนสามารถไปยืนอยู่ที่ร้านเคปญี่ปุ่นได้ ร้านที่คยองซูอยากกิน

 

            “มึงเอาป่ะ”

 

            “เอา”

 

            ร่างเล็กทั้งสองคนพากันไหลไปตามกระแสฝูงชนที่เดินกันไปมาตั้งแต่ 4 โมงและไม่มีท่าทีว่าคนจะน้อยลง แบคฮยอนเดินผ่านร้านที่สนใจไปแล้วห้าร้าน เพราะไม่สามารถเดินเบียดเข้าไปดูได้

 

            สร้อยข้อมือ... แบคฮยอนจับคอเสื้อของคยองซูให้หยุดเดินก่อนที่จะเดินหายไปไกลและจะหลงกันได้ ยืนมองกำไลข้อมือสแตนเลสสีเงินสวยงามที่สะท้อนแสงไฟอยู่ตรงหน้าด้วยตาวาว แบคฮยอนชอบอะไรแบบนี้ อะไรที่ดูอ่อนแอแต่น่าดึงดูด

 

            “อันนี้สวยป่ะว่ะ”

 

            “ไม่” คยองซูปฏิเสธทันทีที่แบคฮยอนหยิบสร้อยข้อมือที่ลักษณะคล้ายโซ่ พอเห็นว่าเพื่อนไม่พอใจ ก็เลื่อนมือไปหาอันอื่น

 

            สร้อยข้อมือ... รอบข้างพันกันเป็นโซ่ที่มีลักษณะสีเหลี่ยม และมีหน้าเส้นที่เป็นสี่เหลี่ยมยาวจนกินพื้นที่ข้อแขนด้านหน้า แบคฮยอนมองดูที่ข้อมือตัวเองและหมุนมันไปมา ก่อนจะหันไปหาคยองซูที่อยู่ขะ...ข้างๆ

 

            ชานยอล กับ จงอิน !!

            มาได้ไงว่ะ !!

 

            เพราะอาการตกใจเลยทำให้แบคฮยอนหน้าเหวอไปอย่างเก็บไม่อยู่ แต่จงอินกับชานยอลไม่ได้รู้ว่าแบคฮยอนอยู่ตรงนี้ถ้า...เพื่อนตัวดีของเค้าไม่ทักขึ้นมาซะก่อน

 

            “มากับแบคฮยอนน่ะ”

 

            “หรอ พี่มาทำไมไม่ชวนผมบ้างละ” จงอินทำหน้างอ หวังให้คนที่อ้อนรู้สึกเอ็นดู คยองซูตีแก้มจงอินเบาๆก่อนจะหันมาหาแบคฮยอนที่...

 

            เหวอแดก

 

            “เอ่อ...”

 

            “โทษทีว่ะ กูลืม” คยองซูหันหน้ามากระซิบแบคฮยอนที่กำลังจ้องหน้าซะอย่างกะถลกหนังออกมาซะให้ได้

 

            “ไปหาที่นั่งกันดีกว่าครับ ตรงนี้คนเยอะ”

 

            ฟิ้ววววว ~

 

            แบคฮยอนเดินตัวปลิวไปพร้อมกับกำไลข้อมือที่จ่ายเงินเรียบร้อยแล้ว คิดว่าจะหนีกลับบ้านซะเลย แต่เจอหน้ากันจังๆแบบนี้จะหลบออกไปก็ดูจะมีพิรุธมากเกิน ดังนั้นก็เผชิญหน้ากันไปเลย กลัวอะไรฟร่ะ!

 

            จับไม่ได้หรอก จับไม่ได้หรอก จับไม่ได้หรอก แบร่

 

            เพราะความคิดที่แสนตื่นเต้นทำให้แบคฮยอนเผลอแลบลิ้นออกมาด้วย ชานยอลที่มองเห็นพอดีเลยหัวเราะขำๆเล็กน้อย แต่แบคฮยอนไม่ได้สังเกต

 

            ทั้งสี่คนลงนั่งกันที่โต๊ะในร้านเนื้อย่างที่แบคฮยอนเดินตัวลอยเข้ามาเพราะจมูกรับรู้ถึงกลิ่นของสวรรค์ หนุ่มม.ปลายสองคนนั่งตรงข้ามกับเขาและคยองซู แบคฮยอนนั่งชิดริมใน และมีชานยอลนั่งอยู่ตรงข้าม

 

            เพราะวันนี้เป็นวันเสาร์เลยทำให้เขาเห็นชานยอลและจงอินอยู่ในชุดไปรเวทธรรมดาที่โคตรจะหล่อมาก ชานยอลใส่เสื้อเชิตสีดำคลุมทับด้วยสเวตเตอร์สีน้ำเงินเข้มและกางเกงยีนสีดำกับรองเท้าผ้าใบ ที่บอกได้คำเดียวว่าหล่อสุดๆ สาวๆนี่กรี๊ดและมองกันใหญ่

 

            จงอินใส่เสื้อกันหนาวแขนยาวสีน้ำตาลลายหมีบราวน์และใส่กางเกงยีนสีสนิม เพิ่มความชิคที่หัวด้วยหมวกไหมพรมสีดำ บอกได้คำเดียวว่าฮอตกว่าใส่ชุดนักเรียนม.ปลายเยอะ

 

            มองสำรวจเสื้อผ้าของหนุ่มทั้งสองคนที่นั่งตรงข้ามอย่างพอใจ ก่อนจะวนสายตามาที่ตัวเอง อืม... เสื้อแขนยาวสีขาวสกรีนคำว่า Soul mate และกางเกงวอร์มสีดำ ถึงจะแต่งตัวคล้ายจงอิน แต่ฟิลมันคนละอย่างกันเลย เหอะ คนหล่อแต่งยังไงก็หล่อสินะ

 

            “พี่จ้องหน้าผมแล้วทำไมทำหน้าบึ้งละครับ”

 

            ชานยอลพูดเรียกสติแบคฮยอนที่เอาแต่จ้องคนตรงหน้าและเผลอด่าไปในใจ แบคฮยอนมองหน้าชานยอลก่อนจะยิ้มเจื่อนให้ ก่อนจะก้มหน้ามองเมนูที่ถูกส่งมาจากคยองซู

 

            “เอาเนื้อสองที่ครับ”

 

            “สามสิ”

 

            “เยอะไปมั้ง”

 

            “สาม”

 

            แบคฮยอนที่เถียงกับคยองซูเรื่องจำนวนเนื้อที่จะสั่งมากิน สองมันจะไปพออะไร แบคฮยอนคนที่ชอบกินเนื้อย่างกับอะไรดีเนี่ยนะ ต้องสามสิ

 

            ดูเหมือนจะต้องสั่งสามที่ คยองซูรวบรวมเมนูส่งกลับคืนพนักงาน

 

            “ผมไม่ได้เจอพี่ตั้งหลายวันแนะ”

 

            “ก็ได้เจอแล้วนี่ไง”

 

            “เอ่อ...นี่พี่ชายของโซยอนหรอครับพี่คยองซู” ชานยอลเอ่ยถามคำถามที่ทำให้แบคฮยอนสะอึก คยองซูที่ดูไม่ค่อยสะทบสะท้านกับการเจอกันของชานยอลและแบคฮยอน ทำเอาแบคฮยอนรู้สึกขัดใจเป็นอย่างมาก แทนที่จะช่วยกันกันชานยอลออกห่างแบคฮยอน แต่ดันทำเหมือนไม่มีอะไรเกินขึ้นซะได้

 

            ใจเย็นๆ จับไม่ได้หรอก จับไม่ได้หรอก จับไม่ได้หรอก

 

            แค่ทำเป็นแบคฮยอนเหมือนที่เป็น

 

            “อ้อใช่ นี่ บยอน แบคฮยอน พี่ชายของโซยอนน่ะ”

 

            “หวัดดีชานยอล หวัดดีจงอิน” แบคฮยอนส่งยิ้มทักทายอย่างเป็นมิตร ชานยอลทำหน้างงนิดหน่อย ก่อนจะหันหน้าไปสบตากับจงอินและหันหน้ามาทางแบคฮยอนอีกครั้ง

 

            “รู้จักชื่อพวกเราด้วยหรอครับ?”

 

            เอ่อะ

 

            “ระ รู้จักสิ โซยอน...เล่าให้ฟังบ่อยๆน่ะ”

 

            “อ้อ ถึงว่า...เพราะพวกผมไม่เคยเจอพี่นี่ครับ ก็งงว่ารู้จักได้ไง แถมยังทักถูกคนซะด้วย” จงอินพูดหยอกล้อกับแบคฮยอนที่ส่งยิ้มแหยะไปให้ ก่อนจะหัวเราะกันกับคยองซูและชานยอล คงเป็นแบคฮยอนคนเดียวนั่นแหละที่ขำไม่ออก

 

            “ว่าแต่... คยองซูกับจงอินไปรู้จักกันได้ไงหรอ” แบคฮยอนถามคยองซูที่นั่งคุยกับจงอินยังกับโลกนี้มีกันแค่สองคน

 

            แบคฮยอนไม่เคยรู้ว่าคยองซูรู้จักกับใครอื่นอีกนอกจากเขาและเพื่อนในคณะ แต่จงอินกลับเป็นเด็กม.ปลายที่ไม่น่าจะมีเวลามาเจอหรือมาเดินสวนกันด้วยซ้ำ

 

            “พ่อแม่เรารู้จักกันน่ะ รู้จักกันหลายปีที่แล้วที่กูกลับบ้านแม่ บ้านของพ่อกับแม่จงอินก็อยู่ที่หมู่บ้านเดียวกันกับกูอ่ะ”

 

            “ระ...หรอ ทำไมมึงไม่เป็นบอกกูเลยอ่ะ”

 

            “เพราะไม่ค่อยได้เจอ เจอกันแค่ตอนปิดเทอมมหาลัย ตอนจงอินหยุดสอบแค่ไม่กี่วันเอง”

 

            “เพราะพี่ไม่ค่อยมาที่โซลด้วยไง เลยไม่เจอผม”

 

            “ทีหลังจะมาบ่อยๆละกันนะ”

 

            แหวะ... อดไม่ได้ที่จะทำท่าเบะปากใส่มัน รอไม่นานนักเนื้อสีชมพูสดก็ถูกยกมาวางไว้ที่โต๊ะ ก่อนจะเตรียมเตาเพื่อย่างเนื้อ

 

            ฉ่า~

 

            กลิ่นเนื้อกระทบหน้าเตาทำให้แบคฮยอนรู้สึกดีจนยิ้มออกมาอย่างห้ามไม่ได้ เป็นนิสัยเล็กๆของแบคฮยอนที่ชอบยิ้มเวลาเห็นของที่ถูกใจ สี่มือช่วยกันคีบเนื้อลงบนเตาย่างที่กำลังจะอัดแน่นไปด้วยเนื้อสีชมพูวววววว ที่แบคฮยอนโปรดปรานมากที่สุด

 

            เนื้อย่างสุกกำลังดี... ถูกวางไว้ที่จานแบคฮยอน ...โดยชานยอล

 

            “กินสิครับ ผมเห็นพี่ยิ้มกริ่มมาตั้งแต่เมื่อกี้แล้ว”

 

            ชานยอลยิ้มให้ก่อนจะหันไปสนใจเนื้อย่างบนเตาแทน

 

            เอ๋อแดก

 

            แบคฮยอนกะพริบตาปริบๆไล่ความมึนออกไป ก่อนจะหยิบตะเกียบขึ้นมาคีบเนื้อย่างที่คนตรงหน้าส่งมาให้ จิ้มกับน้ำจิ้มแล้วเอาเข้าปาก.... อ้า~ รสชาตินี้ไงละ

 

            ความอร่อยของเนื้อย่างทำให้แบคฮยอนหลับตาเคี้ยวไปโดยไม่รู้ตัว รอยยิ้มปรากฏลงบนหน้าแบคฮยอนอีกครั้ง ราวกับกำลังแอคติ้งโฆษณาเนื้อย่างอยู่

 

            ชานยอลคอยมองแบคฮยอนเป็นระยะๆตั้งแต่ตอนที่กินเนื้อเข้าไปชิ้นแรก ตามด้วยชิ้นที่สอง ที่สาม สี่ ห้า หก โดยเขาเองเป็นคนย่างให้และคีบไปวางไว้ในจาน โดยที่ตัวเองได้แตะแค่ไม่กี่ชิ้น ก็ไม่รู้ทำไมถึงทำแบบนี้เหมือนกัน แต่พอเห็นพี่ชายเพื่อนสนิทยิ้มหวานซะโลกเยิ้มมันเลยทำให้เขาอยากจะย่างเนื้อแบบนี้ให้เรื่อยๆ

 

            “อ่ะ ...นายก็กินมั่งนะ ไม่ต้องคีบมาให้แล้ว เดี๋ยวพี่กินเอง”

 

            ชานยอลยิ้ม... เพราะแบคฮยอนคีบเนื้อมาวางไว้ในจานของชานยอลก่อนที่เจ้าตัวจะหันไปย่างเนื้อต่อ

 

            “แล้วโซยอนไม่มาหรอครับ”

 

            แบคฮยอนสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อชานยอลพูดถึงน้องสาวที่อยู่ญี่ปุ่นของเขา แบคฮยอนหันหน้ามาหาชานยอลช้าๆ ก่อนจะเอาเนื้อเข้าปากเพื่อถ่วงเวลาว่าจะตอบอะไรไปดี

 

            “คือ...อึ่ก...โซยอนบ่นว่าปวดหัวน่ะ เลยไม่มา ...นอนอยู่บ้านน่ะ”

 

            “หรอครับ งั้นผมขอโทรหาโซยอนแปปนะครับ”

 

            โทรหา!! ถ้าโทรหาก็ติดเบอร์โซยอนที่อยู่ญี่ปุ่นน่ะสิ แบคฮยอนเห็นท่าว่าชานยอลโทรหาแน่ๆเลยเอื้อมมือไปรั้งโทรศัพท์ของคนตรงหน้าเอาไว้ เรียกความแปลกใจบนใบหน้าของชานยอลได้เป็นอย่างดี

 

            “มะ ไม่ต้องโทรหรอกน่า โซยอนมันไม่เป็นอะไรหรอก ก็แค่ข้ออ้างน่ะ”

 

            “งั้นหรอครับ ปกติผมก็โทรคุยกันบ่อยอยู่แล้วนะ ...ไม่โทรก็ได้ กินต่อดีกว่าครับ พี่เอาอีกมั้ย”

 

            ชานยอลลดโทรศัพท์ลงก่อนจะหย่อนมันลงในกระเป๋ากางเกง แบคฮยอนถอนหายใจออกมาเบาๆอย่างลืมตัว

 

.

.

 

            ฮ้า~ อิ่มจังงงงง

 

          ข้าวเย็นวันนี้จบลงที่เนื้อย่างห้าที่ จากตอนแรกสามที เพราะมันไม่พอท้องของแบคฮยอนน่ะสิ อิอิ

 

            ชานยอลอาสาจ่ายค่าเนื้อย่างให้เอง ตอนแรกก็เถียงกันอยู่เหมือนกัน แต่พอแบคฮยอนคว้ากระเป๋าตังออกมา ก็พบว่ามันไม่พอจ่าย.... ไม่พอมากๆด้วย เพราะเหตุนี้ชานยอลเลยต้องจ่ายแทน

 

            สี่คน สองคู่เดินไปเรื่อยๆ แน่นอนว่าคยองซูคู่กับจงอิน แล้วแบคฮยอนจะเดินคู่กับใครละ

 

            “แต่พี่กับโซยอนเนี่ย หน้าตาเหมือนกันเด๊ะเลยนะครับ ยังกะถอดแบบกันออกมา”

 

            ชานยอลโน้มหน้าลงมาคุยกับคนตัวเล็กที่อยู่ข้างๆจนแบคฮยอนตกใจเล็กน้อย

 

            “งั้นหรอ ใครๆก็ว่าอย่างงั้นแหละ”

 

            “แต่พี่น่ารักกว่า”

 

            “ห้ะ? อะไรนะ?”

 

            เพราะเสียงเพลงที่เปิดดังมาจากร้านขายเพลงข้างๆดังมากจนแบคฮยอนไม่ได้ยินที่ชานยอลพูด เลยหันไปหา แต่ชานยอลกลับยิ้มแล้วส่ายหน้ามาให้

 

            ทางทางซ้ายที่แบคฮยอนเดินอยู่มันเป็นทางไปและทางขวาเป็นทางเดินกลับออกจากตลาด เพราะถ้าเดินไปจนสุดทางมันเป็นทางตัน ตลาดเลยมีรูปคล้ายตัวยู แต่กลับมีกลุ่มขาโจ๋เดินสวนทางกับทางที่แบคฮยอนเดินอยู่ซะได้ เดินเบียดกระแทกผู้คนอย่างไม่มีความเกรงใจ ชนแบคฮยอนจนเซไปเกือบจะล้ม ...ถ้าไม่ได้มือชานยอลมาช่วยไว้

 

            จะว่าน้ำเน่าก็เหอะ แต่ใจมันเต้นจริงๆ

 

            “ขอบใจ”

 

            “เดินอะไรไม่มองเลยเนอะ ถ้าพี่ล้มขึ้นมาจะทำยังไง” ชานยอลหันไปมองข้างหลังด้วยสีหน้าไม่สบอารมณ์ ก่อนจะช่วยพยุงแบคฮยอนให้ยืนอยู่กับที่ได้ แค่นี้ก็เบียดกันจนไม่มีที่จะหายใจแล้ว

 

            “อ้าว ไอจงอินหาย”

 

            “คยองซูด้วย”

 

            เพราะไอ้พวกขาโจ๋มะกี้นะสินะ ที่ทำให้แบคฮยอนพลัดหลงกับคยองซู

 

แม่เว้ยยยยย !!

 

 

 

 

            ทางด้านคยองซูกับจงอิน

            เดินดีๆกันหน่อยไม่ได้หรือไงว่ะ เฮ้อออออ เป็นเพราะพวกนักเลงเมื่อกี้มาเบียดคยองซูและจงอิน จนเค้าทั้งสองต้องยืนเบียดกันจนแถบจะกอดกันกลมดิ๊กกันแล้วอยู่

 

            เพราะใกล้กันมากเกินไป คยองซูไม่อยากให้จงอินได้ยินเสียงหัวใจเต้นของตัวเอง

 

            เขารู้ว่าจงอินเป็นเด็กที่ฉลาด เซ้นต์แรง รู้ดีจนติดจะรู้มากด้วยซ้ำ ตอนเจอกันที่บ้านแม่เมื่อหลายปีก่อน จงอินก็มาทักทายเค้าและพูดกับเค้าอย่างกะคนวัยเดียวกัน ทั้งที่เค้ากับจงอินห่างกันตั้งสองปี

 

            พ่อแม่ของจงอินเป็นเจ้าของธุรกิจอหังสาริมทรัพย์ เป็นเจ้าของหมู่บ้านที่พ่อกับแม่คยองซูซื้อที่อยู่ พ่อแม่ของคยองซูทำกิจการเกี่ยวกับการรักษาความปลอดภัย และได้มีการจับมือกันระหว่างสองบ้านนี้

 

            จงอินเป็นเด็กขี้อ้อน และขี้งอแงเวลาอยากได้อะไรจากเขา มันทำให้คยองซูรู้สึกดีที่มีใครซักคนต้องการ ...ไม่สิ...

 

            รู้สึกดีที่จงอินต้องการต่างหาก

 

            “พี่ครับ... เราพลัดหลงกับพี่แบคฮยอนและชานยอลแล้วครับ เอาไงดี”

 

            คยองซูดึงสติกลับมาเพราะหน้าจงอินที่โน้มเข้ามาใกล้มากจนคยองซูต้องถอยห่าง แต่คงจะไม่ได้ เพราะมันไม่สามารถถอยไปได้มากกว่านี้ ไม่งั้นคงได้สบอกคนข้างหลังแล้วละ

 

            “จงอินเอาโทรศัพท์มาหรือเปล่าละ”

 

            “เอามาครับ จะให้ผมโทรหาหรอ”

 

            “อือ โทรบอกว่าเจอกันที่ทางเข้า”

 

            “โอเคครับ”

 

            สองเท้าคยองซูเดินนำหน้าไปทีละนิด ละนิด โดยที่มีจงอินซ้อนอยู่ข้างหลัง และเดินคุยโทรศัพท์ตามมา

 

            “พี่อยากกินอะไรมั้ย”

 

            “สายไหม”

 

            “ฮ่าๆๆๆ ไม่เปลี่ยนไปเลยนะครับ”

 

            คยองซูเดินนำไปที่ร้านตามมาด้วยจงอินที่ยืนอยู่ด้านหลังจนอกชนกับหลังของเขา บรรยากาศที่ใครหลายๆคนบอกว่าเย็นกำลังดี กลับทำให้คยองซูส่ายหน้า เพราะตอนนี้มันโคตรจะร้อน ...ร้อนเพราะลม

 

            ลมหายใจของจงอิน

 

            “ไม้นึงครับ”

 

            “500 วอนครับ”

 

            จ่ายไม่ทัน ...เพราะจงอินควักเงินแล้วยื่นไปจ่ายให้เรียบร้อยแล้ว ความรู้สึกเหมือนถูกกอดเลย ...ใจเย็นๆๆๆ

 

            “ทีหลังไม่ต้องจ่ายให้นะ เดี๋ยวพี่จ่ายเอง”

 

            คยองซูทำหน้างอใส่จงอินที่เอาแต่ใจตัวเอง คอยจ่ายเงินให้อยู่เรื่อยเลย ถ้าชานยอลไม่มากินด้วยกันที่ร้านเนื้อ ป่านนี้จงอินก็เป็นคนจ่ายไปแล้ว

 

            “ก็ผมอยากซื้อให้นี่นา กินๆเข้าไปอย่าบ่นมากน่า”

 

            จงอินยิ้มตาหยี ฉีกสายไหมมาแล้วยัดเข้าไปในปากของคยองซูที่กำลังอ้าปากจะด่าเขา จงอินหัวเราะชอบใจที่เห็นคยองซูเคี้ยวแก้มตุ้ยพร้อมกับขมวดคิ้วไปด้วย

 

            มีใครบอกพวกเขาหรือยังนะ ...ว่าภาพของพวกเขาตอนนี้

 

            ...เหมือนแฟนกันเลย

 

 

 

 

            “เออได้ โอเคๆ” ชานยอลลดโทรศัพท์ลงหลังจากจงอินโทรมาตอนที่ทั้งคู่พลัดหลงกัน

 

            “ว่าไงบ้าง”

 

            “พี่คยองซูบอกว่าให้เจอกันหน้าทางเข้า”

 

            “ชิ... หนีไปสวีทกันละสิ”

 

            แบคฮยอนหงุดหงิด คิ้วผูกกันเป็นปมจนคนข้างๆอดยิ้มไม่ได้ ไม่ว่าแบคฮยอนจะทำอะไรมันก็ดูน่าขำสำหรับชานยอลไปจนหมด พี่ชายของเพื่อนสาวคนสนิทของเขาทำไมน่ารักแบบนี้ก็ไม่รู้

 

            “ไปเดินเล่นกันเถอะๆๆ”

 

            ชานยอลดันไหล่แบคฮยอนให้ไปข้างหน้า คนโดนดันทำหน้าเหวอเพราตกใจ แบคฮยอนพยายามเอี้ยวตัวให้หลุดจากการถูกเกาะกุมที่ไหล่ทั้งสองข้างโดยมือของชานยอล แต่ดูเหมือนจะไม่ยอมปล่อยง่ายๆด้วยสิ

 

            แบคฮยอนคิดว่าชานยอลคงคิดว่าเขาเป็นพี่ชายโซยอนและไม่ติดใจอะไรมากมาย เพราะชานยอลไม่ได้แสดงท่าทีสงสัยอะไรในตัวเขาออกมา และแบคฮยอนก็ไม่ได้ทำตัวพิรุธ...มั้งนะ

 

            “ผมอยากกินน้ำอ่ะ”

 

            ชานยอลดันไหล่ที่ตัวเองจับอยู่ทั้งสองข้างของแบคฮยอน ไปที่หน้าร้านน้ำคล้ายกับร้านน้ำในห้าง เมนูก็เช่นกัน

 

            “เอาชาเขียวสตรอเบอร์รี่ป็อปครับ”

 

            น้ำสีแดงแก้วใหญ่ที่มีลูกอะไรกลมๆสีแดงอยู่ใต้ล่างถูกส่งมาให้ชานยอล แต่ชานยอลสะกิดให้แบคฮยอนรับแทน ก่อนที่ตัวเองจะหยิบกระเป๋าตังจ่ายเงิน

 

            “พี่ลองกินดูสิ”

 

            “ไม่อ่ะ”

 

            “ทำไมละ กินได้นะ อร่อยออก ผมชอบมากอ่ะ”

 

            แบคฮยอนมองหน้าชานยอลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะยกแก้วขึ้นดูดน้ำพร้อมกับลูกกลมๆสีแดงที่ไหลขึ้นไปในหลอด

 

            “กัดสิครับ”

 

            แบคฮยอนพยายามกัดลูกสีแดงในปาก แต่เพราะมันลื่นมากเลยพยายามกัดจนหน้ายู่ยี่ไปหมด

 

เป๊าะ! ของเหลวสีแดงไหลออกมาจากลูกป็อปปิ้ง มันไหลลงมาเรื่อยๆที่มุมปากแบคฮยอนโดยที่เจ้าตัวไม่รู้เรื่อง รสชาติมัน...ดีมาก...จน...เผลอยิ้มออกมา

 

  “อุ๊ อร่อยอ่ะ” แบคฮยอนยิ้มตาหยีจนลืมตัว ชานยอลมองคนตรงหน้าที่กำลังส่งยิ้มสุดน่ารักมาให้ น่ารักจนคนข้างๆทั้งข้างหน้าข้างหลังที่เห็น...ยิ้มตาม

 

“เลอะแล้วครับ”

 

ชานยอลเอื้อมมือไปที่หน้าแบคฮยอน ใช้นิ้วโป้งปาดของเหลวสีแดงที่ไหลอยู่ที่มุมปากอย่างกะคนที่เพิ่งกินเลือดมา

 

“อร่อยดีนะครับ เอามากินมั่งสิ”

 

นิ้วโป้งที่ปาดน้ำออกจากมุมปากแบคฮยอนถูกลิ้นเรียวของคนตรงหน้าปาดเข้าปากไปหน้าตาเฉย

 

“อะ...เอาไปสิ”

 

ก้มหน้างุด... เดินไปไม่รอคนที่มาด้วยกัน ไม่ไหวแล้ว แบคฮยอนไม่กล่ามองหน้าชานยอลเลย เพราะอะไรน่ะหรอ

 

เลียเสร็จแล้วยิ้มให้เนี่ยนะ

 

โฮ่กกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

 

.

.

 

            หน้าทางเข้าที่คยองซูเป็นคนนัดตอนที่พลัดหลงกัน คยองซูกับจงอินนั่งรอแบคฮยอนกับชานยอลมานานมากแล้ว ดีที่จงอินไม่รีบกลับ และตั้งใจที่จะนั่งรอเป็นเพื่อน

 

            “พี่อยู่ที่นี่อีกนานมั้ยครับ”

 

            “ก็อยู่นี่แหละ ไม่ได้ไปไหนหรอก ไม่อยากกลับบ้านแม่น่ะ”

 

            “งั้นพี่ก็มา...”

 

            “เฮ้ออออออ กว่าจะออกมาได้ คนเยอะชิบหายเลยว่ะ” ชานยอลเดินมากับแบคฮยอน ตัดขำที่จงอินพูดจะชวนคยองซูไปเที่ยวด้วยกันอย่างไม่ได้ตั้งใจ ก่อนที่จงอินจะลอบถอนหายใจเบาๆ

 

            “กลับกันเหอะ ง่วงละ”

 

            “โอเค กลับละนะ” แบคฮยอนโบกมือลา ก่อนจะเดินเพื่อที่จะกลับบ้าน

 

            แต่มีใครเดินมาด้วย

 

            “ตามมาทำไม ไม่กลับบ้านหรอ”

 

            ยิ้มมมมมม

 

            มึงจะยิ้มอะไรนักหนา ทีอยู่ที่โรงเรียนเอาแต่จ้อง

ไม่เห็นพูดมากแบบนี้เลย

 

            ชานยอลยิ้มให้เป็นคำตอบ ก่อนจะเร่งฝีเท้าเดินตีคู่มาที่ข้างๆแบคฮยอน คนตัวเล็กมองอย่างไม่เข้าใจ

 

            “เดี๋ยวผมเดินไปส่ง”

 

            “เฮ้ยยยย ไม่ต้องหรอก กลับเองได้ บ้านอยู่แค่นี้”

 

            “พอดีว่าผมจะไปหาโซยอนด้วยน่ะ”

 

            ไปหามันทำมายยยยยยยยยย

 

            “เอ่อ ไปหาทำไมหรอ”

 

            แบคฮยอนกับชานยอลเดินคุยกันมาเรื่อยๆเพราะเจ้าตัวยืนยันว่าจะเดินไปส่งให้ได้ แม้จะขัดไปหลายสิบรอบ

 

            “เมื่อวานโซยอนกลับบ้านเร็วน่ะ เลยไม่ทันรู้”

 

            “ไม่ต้องไปหาหรอก ฝากพี่มาก็ได้ เดี๋ยวไปบอกให้”

 

            ขืนไปเจอแผนก็แตกพอดีน่ะสิ

 

            ชานยอลมองหน้าแบคฮยอนชั่วอึดใจก่อนที่เจ้าตัวจะอ้าปากพูดต่อ

 

            “เพราะงานกีฬาใกล้เข้ามาแล้ว ห้องเราก็เลยจะจัดการงานตั้งแต่เนิ่นๆ โซยอนกลับบ้านไปก่อนเลยไม่รู้ว่าต้องมาทำงานวัน....พรุ่งนี้”

 

            “ห้ะ! พรุ่งนี้”

 

            “ครับ พี่ตกใจอะไร”

 

            ลืมตัว

 

            เดินมาเรื่อยๆก็มาถึงหน้าคอนโดของแบคฮยอนซะแล้ว ทำไมไวจัง แบคฮยอนหยุดยืนหน้าคอนโดก่อนจะหันหน้าคุยกับชานยอลที่เดินมาส่ง

 

            “ขอบคุณที่เดินมาส่งนะ เดี๋ยวเรื่องโซยอนจะบอกให้ละกัน ดึกแล้ว กลับบ้านไปได้แล้ว”

 

            “ดึกตรงไหนครับ ทุ่มครึ่งเอง” ชานยอลหัวเราะ

 

            “นั่นแหละ ไปละ อ่อ...เดี๋ยวพรุ่งนี้จะเอาเงินไปคืนนะ”

 

            “หือ?”

 

            “เงินค่าเนื้อย่างวันนี้น่ะ” แบคฮยอนอธิบายที่ชานยอลเอาแต่ทำหน้างงตรงหน้า

 

            “อ้อ ไม่ต้องหรอกครับ ..แต่ถ้าพี่อยากคืนก็...ยินดีครับ”

 

            “โอเค ไปละ ขอบคุณที่มาส่ง”

 

            “ครับ บาย”

 

            แบคฮยอนโบกมือลาชานยอลพอเป็นพิธี ก่อนจะเดินขึ้นห้องไปอย่างด่วนจี๋

 

            ชานยอลไม่เอะใจอะไรเลย ไม่นึกสงสัยอะไรเลยด้วยซ้ำ เพราะไม่รู้

 

            หรือแกล้งไม่รู้...










Talk : มาแล้ววววว ขอบอกไว้ก่อนตอนหลังอาจจะไม่ฮาแต่จะมาหวานแทน ชอบแบบหวานกันหรือเปล่าคะ เพราะจะแต่งให้สวีทแบบหวานเฟ่อร์เลย เม้นเจิมกันหน่อยนะคะ #นสแบคฮยอน ขอบคุณที่ติดตามนะคะ ชอบก็อย่าลืมเฟบไว้นะคะ บุ่ยยยย~

©
t
h
e
m
y
b
u
t
t
e
r

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 229 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,494 ความคิดเห็น

  1. #1489 Non_Dek61 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 25 เมษายน 2563 / 21:49
    น่าจะสงสัยตั้งแต่กอดตอนแรกแล้วมั้ง
    #1,489
    0
  2. #1447 Tangkwa Maneewan (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2562 / 23:02
    น่าสงสัยยย
    #1,447
    0
  3. #1425 BHBBH (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2561 / 14:56
    เวง สรุปรู้รึป่ะ!
    #1,425
    0
  4. #1413 neay60 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2561 / 23:04
    แกล้งไม่รู้แน่(มั้ง555) แต่ไอที่พี่น่ารักกว่า อิอิ เขินแทน
    #1,413
    0
  5. #1398 GXB-7127 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2561 / 00:47
    ชานยอลรู้แน่ๆ แต่เขินอ่าาา แต่พี่น่ารักกว่า นี่แบบ แทบปาโทรศัพท์ทิ้ง เขินแทนมากบ่องตงง มันแบบกสยำยำไนำนกน
    #1,398
    0
  6. #1393 POWEROFMONEY (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2561 / 00:22
    ยอลรู้อยู่แล้วแหละ
    #1,393
    0
  7. #1391 jjnatbaek (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 17 มกราคม 2561 / 17:13
    แกล้งแน่ๆ
    #1,391
    0
  8. #1382 imfade (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 1 มกราคม 2561 / 17:30
    แกล้งไม่รู้แน่ๆอ่ะ
    #1,382
    0
  9. #1375 11507416p (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2560 / 15:23
    รู้แน่ๆ
    #1,375
    0
  10. #1362 Fahpichsineef (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2560 / 22:46
    รู้ชัวววร์
    #1,362
    0
  11. #1328 Jammie-Lee (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2560 / 00:19
    ต้องแกล้งทำเป็นไม่รู้สินะ (ชานยอลไม่ได้กล่าว) ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆ
    #1,328
    0
  12. #1288 ㅊㅎㅂ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2560 / 03:37
    นี่คิดว่าขานยอลรู้อะแต่แกล้งทำเป็นไม่รู้
    #1,288
    0
  13. #1266 AnymousEiei (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 30 มีนาคม 2560 / 20:33
    ต้องรู้แน่ๆ
    #1,266
    0
  14. #1230 ❤ Willis ❤ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2560 / 16:47
    ชานยอลต้องรู้แล้วแน่ๆเลยแต่แค่แกล้งทำเป็นไม่รู้ ใช่มะ ><

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 15 กุมภาพันธ์ 2560 / 16:49
    #1,230
    0
  15. #1170 pim pimmi (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 22 มกราคม 2560 / 15:52
    นี่ว่ารู้555555
    #1,170
    0
  16. #1152 qqxr_ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 17 มกราคม 2560 / 12:45
    รู้แน่ๆ5555555
    #1,152
    0
  17. #1148 supannipa (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 17 มกราคม 2560 / 10:11
    ร้ายไม่เบานะชานยอลลล
    #1,148
    0
  18. #1140 ริปไทด์ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 มกราคม 2560 / 10:32
    ชานยอลมันร้ายนะคะ
    #1,140
    0
  19. #1123 riddle_girl (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2559 / 12:39
    ชานรู้แล้วแน่ๆ -คนเจ้าเล่ห์
    #1,123
    0
  20. #1119 mees$ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2559 / 21:58
    งื้อออออ น่ารัก
    #1,119
    0
  21. #1068 phakh (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2559 / 03:07
    แกล้งไม่รู้อะดิ
    #1,068
    0
  22. #1059 myyy_____ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2559 / 18:38
    ชานยอลรู้แล้วแน่ๆ ละแบคแบบบอกว่าเด๋วพรุ่งนี้เอาเงินไปคืน 55555555555 โอยตายยยย
    #1,059
    0
  23. #1046 Pinkuplatong (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2559 / 16:03
    ชานคือแกล้งไม่รุล่ะสิ โอยสงสารแบค. โดนจับได้ละเนี่ย
    #1,046
    0
  24. #1021 Title Thanatporn (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 25 เมษายน 2559 / 09:52
    อีพี่ชานแกล้งไม่รู้ชัวร์
    #1,021
    0
  25. #997 Kewii_CB (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 8 เมษายน 2559 / 23:22
    ชานยอลรู้แล้วแน่ๆแบบไม่ต้องสงสัย555
    #997
    0