#พริ้มเพียงหวา | chanbaek

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 236,302 Views

  • 8,232 Comments

  • 13,662 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    11,032

    Overall
    236,302

ตอนที่ 9 : พริ้มเพียงหวา : ตอนที่ ๘

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 20865
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2469 ครั้ง
    16 พ.ย. 61






8

 



ชั่วโมงโฮมรูมที่ไม่ได้โฮมรูมนั้นช่างน่าเบื่อ ห้องห้าอาจารย์ติดธุระก็เลยต้องทิ้งคาบนี้ เป็นเหตุให้ยี่หวา ซาน และจอมทัพ พากันอพยกมานอนเล่นที่ห้องพักในชมรม นอนไปได้ไม่นานนัก เทคก็เปิดประตูเข้ามาจ๊ะเอ๋หลังจากอ้างกับที่ปรึกษาว่าต้องมาเตรียมตัวแข่ง ซึ่งจริง ๆ แล้วแข่งสี่โมงครึ่งนู้น

 

กลายเป็นว่าห้องขนาดกลางที่มีของเขิงเต็มทุกมุมอัดแน่นไปด้วยเด็กหนุ่มหน้าตาดี แถมยังฮอตระเบิดระเบ้อ ดีกรีไม่แพ้รุ่นพี่ปีก่อน ๆ เลยสักนิดเดียว จอมทัพยึดโซฟาตัวยาว ทิ้งร่างกายที่ยาวไปทุกส่วนนอนเอกเขนกเต็มพื้นที่ เก้าอี้ไม้เดี่ยวข้างกันถูกจับจองโดยยี่หวา นั่นเท่ากับว่าไม่มีพื้นที่ให้นั่งตรงไหนได้อีกนอกจากพื้นและขอบหน้าต่าง

 

“ไอ้เหี้ยจอม มึงเขยิบให้คนอื่นเขานั่งมั่งดิ๊”

“มึงก็นั่งข้างล่างไปนั่นแหละ จะขึ้นมาเบียดกูทำไมวะ”

“พื้นกระเบื้องมันเย็นมั้ยไอ้สัส”

“คำตอบคือเย็น”

“กูไม่ได้ถาม!!”

 

ป้าบเข้าที่หน้าขา ไม่วายโดนหน้าขาข้างนั้นกระแทกหัว ซานลูบหัวปอย ๆ พยายามแย่งหมอนอิงจากแขนของจอมทัพ นอกจากนอนกินพื้นที่แล้วยังยึดของนู้นนี่ไว้หมดอีกต่างหาก ไอ้ห่านี่จ่ายเงินสร้างห้องนี้หรือไง พอโดนเอาตีนยันก็ยอมแพ้ เลื้อยตัวลงนอนกับพื้นกระเบื้องตามเดิม

 

ถึงแม้วันนี้จะเป็นวันแข่งสายวันแรก แต่ก็ไม่ได้ดูกระตือรือร้นกันเท่าไร งานโอเบงปีนี้มีรายชื่อทีมวอลเล่ย์บอลในเครือของโรงเรียนละแวกนี้ส่งเข้ามาทั้งหมด 5 แห่งนับรวมโรงเรียนอซ เพิ่มมาหนึ่ง ซึ่งก็เรียกความตื่นเต้นได้ไม่น้อย

 

“วันนี้แข่งกี่ทีม?”

“สอง มีเรากับไอโซระ”

“พวกนั้นแข่งกับใครวะ”

“รู้สึกจะชื่อเวอร์เบน่า ทีมใหม่…กำลังดัง” เทคตอบซานขณะที่นั่งล้วงขนมกรุบกรอบอยู่บนขอบหน้าต่าง แอบกินขนมไร้ประโยชน์ทั้งที่โค้ชห้ามนักห้ามหนา แต่ถ้าโค้ชไม่เห็น ไอ้หวาไม่ว่า เขาก็สัญญาว่าจะทำต่อไป

 

ซานผงกหัวขึ้นจากพื้น สะกิดขาของหวาที่นั่งเล่นโทรศัพท์เงียบ ๆ ขอดูตารางแข่งขัน คงเป็นมันคนเดียวล่ะมั้งที่ไม่หือไม่อือกับตารางแข่งเหมือนคนอื่นเขาเลย โค้ชเอาตารางนี้มาให้ตั้งแต่สองวันก่อน ถ้าวันนี้ไม่มีแข่งแม่งก็ไม่รู้เรื่อง รับแผ่นกระดาษที่คนส่งให้ทำหน้าอยากจะต่อย ก่อนจะไล่สายตาอ่านรายชื่อที่ทีมคาลันโชต้องเจอในวันนี้

 

“ชนะแหง บลูเลทมันกระจอก”

“ปากดีจริงตอนอยู่นอกสนาม”

“ความจริงปะวะ ปีที่แล้วก็แพ้เรียบ”

“เขาอาจจะฟอร์มทีมมาใหม่ก็ได้”

“มึงดูจากคุณกัปตันก่อนเลย ว่าไงไอ้หวา…มึงลงปะ?”

 

ประโยคคำถามของซานไม่ต่างอะไรจากกลุ่มควันรถ นอกจากจะน่ารำคาญแล้วยังไม่มีประโยชน์อีกต่างหาก ยี่หวาเมินซานเต็มรูปแบบ แต่ยังไงก็รู้อยู่แล้วว่ามันคงไม่ลงแน่นอน เอาไว้เจอกับทีมไอโซระที่เป็นคู่แข่งตลอดกาลเมื่อไร วันนั้นแหละที่จะเห็นเหงื่อของมัน

 

ถึงงานโอเบงปีที่แล้วเราจะเป็นแชมป์…แต่ก็ไม่สามารถพูดได้เต็มปากว่าปีนี้จะเป็นเหมือนปีที่แล้ว ทีมที่คาลันโชเจอในรอบชิงคือทีมไอโซระ จำได้เลยว่าเล่นกันเหงื่อแตกพลั่กเพราะฝ่ายนั้นก็ไม่ใช่เล่น ๆ ฝีมือสูสีกัน เรียกได้ว่าแทบกระอักเลือด กว่าจะจบแมทช์ได้ลากไปถึงสามสิบแปดแต้ม

 

ถ้าคาลันโชคือหมาป่า…ไอโซระก็ไม่ต่างอะไรจากเสือจากัวร์

 

ยังมีทีมอื่น ๆ ที่โด่งดังมาจากปีที่แล้ว พนันได้เลยว่าต้องฟอร์มทีมมาเป็นอย่างดี อย่างทีมคอสมอส ถึงแม้จะเอาชนะคาลันโชไม่ได้เลยสักแมทช์ แต่ก็ไม่ง่ายเลยที่จะจบเซ็ตเร็ว ทีมบลูเลทที่ไอ้ซานล้อว่าเล่นไม่ดีก็ไม่เคยปล่อยแต้มห่างมากเกินไป ไหนจะทีมใหม่อย่างเวอร์เบน่า ที่มีผู้เล่นฝีมือดีไปผุดดอกทีมนั้นหมดจนน่าแปลกใจ รวมไปถึงไอโซระที่สลับกันเป็นที่หนึ่งที่สองกับทีมพวกเขาอยู่ตลอด ไม่ปล่อยให้นำได้นาน

 

ไม่ว่าทีมไหนก็เหมาะที่จะเป็นตัวต่อยอดให้กับคาลันโชทั้งนั้น

 

“พวกไอ้มุกยังไม่มาเลย เมื่อไรจะได้คุยเรื่องบริการ”

“มันมาก็นู้นอ่ะ…แข่งพอดี”

“ตลกละ สรุปโค้ชไม่ว่างไปคุมจริงดิ”

 

จอมทัพปรือตาถาม

 

“เออ”

“แล้วมึงจะลงมั้ย?”

“กูลงแล้วใครคุม”

“ยาคุม”

 

ขายาว ๆ ของเพื่อนสนิทผิวขาวลอยไปเตะเข้าที่หน้าท้องคนกวนตีนทันทีโดยไม่ต้องถึงมือยี่หวา จอมทัพเด้งตัวลุก หมายจะกระทืบไอ้เพื่อนสารเลวให้ร้องจุกไม่ต่างจากเขา ไล่กวดมันจนเปิดช่องว่างที่โซฟา สุดท้ายก็โดนมันขึ้นมานั่งเบียดด้วย

 

พลันเสียงของประตูบานเลื่อนก็ดังขึ้น…

 

“เอ่อ…”

“…ผิดห้องแล้วปะ” ซานแทรกขึ้นมาในความเงียบ

“นายมาทำอะไร?” ตามมาด้วยเสียงของเทค

“คือเรา…จะมาซักผ้า”

 

มนุษย์ตัวเล็กที่สุดในห้องนี้และส่วนสูงไม่เคยเพิ่มเลยตั้งแต่ขึ้นมอสอง เดินก้มหน้ากำมือด้วยความประหม่าจากการโดนจ้อง ยกเว้นยี่หวาที่แหงนหน้าพิงพนักพักสายตาไปแล้ว พอเห็นผู้มาใหม่เดินหายเข้าไปในห้องซักผ้า …ก็เหมือนเข็มนาฬิกาได้กลับมาเดินใหม่

 

“คือไรวะไอ้หวา? ทำไมมึงปล่อยให้มันเดินเข้ามาง่าย ๆ”

“ว่าง ๆ เดินไปเช็คตารางทำความสะอาดบ้างก็ดี”

“ทำไม มันมีเหี้ยไร”

“…”

 

ซานหันไปหาจอมทัพเมื่อยี่หวาไม่ตอบ

 

“กูก็ไม่รู้”

“แล้วมึงอยากรู้มั้ย”

“แล้วแต่มึง”

“กูอยาก!”

 

ว่าจบก็พากันเดินจูงมือออกไป ห้องกลับมาเงียบตามที่ยี่หวาคาดหวังอีกครั้ง นอกจากเทคแล้วที่เหลือก็เป็นสายพันธุ์พูดมากกันทั้งหมด ขนาดไอ้มุกที่ดูใจเย็นยังพูดมากเวลาอยู่ด้วยกันเลย

 

ยี่หวาลืมตาขึ้นมาเมื่อได้ยินเสียงเปิดประตู ร่างสูงเอียงหน้ามองใบหน้าที่โผล่พ้นจากขอบประตูเล็กน้อยและรอให้อีกฝ่ายเอ่ยปากพูด พริ้มอ้ำอึ้งอยู่ครู่หนึ่งเพราะใบหน้าด้านข้างของหวาสวยเสียจนเกือบลืมความเป็นตัวเอง แต่ก็ต้องดึงสติกลับมาอย่างไว เขาไม่อยากทำให้ร่างสูงหงุดหงิด

 

“เราหาน้ำยาปรับผ้านุ่มไม่เจอ…”

 

พูดไปก็แอบมองเทคไป เขารู้สึกสบายใจเมื่อเห็นเทค อาจจะเพราะเหตุการณ์ในครั้งนั้นที่เทคยื่นมือเข้ามาช่วย เลยอาจจะทำให้พริ้มรู้สึกว่าปลอดภัยถ้าได้อยู่ข้าง ๆ ทั้งหมดนี้พริ้มอาจจะรู้สึกไปเองก็ได้ เพราะหลังจากนั้นพริ้มก็ไม่เคยคุยกับเทคอีกเลย แม้จะเป็นตอนที่เข้ามาอยู่ในชมรมนี้ได้สองวันแล้วก็ตาม

 

ยี่หวาพยักหน้ารับก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เขาชอบขาของหวามาก มันเป็นสามเหลี่ยมที่กว้างและเวลาเดินก็เร็วมาก ๆ อีกด้วย เป็นเพราะขาที่ยาวและสมส่วน เวลากระโดดมันเลยให้ไลน์ของขาที่สวยสุด ๆ บางทีก็คิดนะว่าตัวเองชอบหวามากไปหรือเปล่า แต่เอาเข้าจริง…

 

พริ้มที่ไม่ชอบหวา…ก็ไม่น่าจะมีอยู่บนโลก

 

ครั้งก่อนพริ้มเห็นน้ำยาปรับผ้านุ่มวางคู่กับผงซักฟอกในตะกร้าข้างกันกับตัวเครื่อง แต่วันนี้ตั้งใจมาทำตามหน้าที่…น้ำยาถุงนั้นกลับไม่อยู่แล้ว เดินหาเองอยู่ครู่หนึ่ง แต่ไม่ว่าหายังไงก็หาไม่เจอ สุดท้ายเลยต้องรวบรวมความกล้ายื่นหน้าออกไปถาม…แล้วก็ต้องมาจมกับความประหม่าที่อยู่กันสองต่อสองกับยี่หวาอีก พริ้มยืนเกร็งเมื่อร่างสูงเปิดตู้เล็ก ๆ ที่อยู่สูงกว่าพริ้มหลายเท่า แต่กลับยี่หวาแทบไม่ต้องเขย่ง น้ำยาปรับผ้านุ่มสามสี่ถุงและผงซักฟอกปรากฏออกมาเต็มตาทันทีที่เปิดตู้นั้นออก

 

คนตัวสูงหยิบลงมาหนึ่งถุงแล้วยื่นให้

 

“ถ้าในนี้หมด…ก็บอกแล้วกัน”

“ขอบคุณนะ”

 

จัดการตัดปากถุงแล้วเทลงไปในช่องน้ำยาปรับผ้านุ่มด้วยความเกร็งทั่วร่างกาย ทำอะไรก็ลำบาก ขนาดหายใจยังลำบาก สาเหตุสำคัญที่ทำให้พริ้มเป็นแบบนี้นั่นก็คือ กัปตันทีมหน้าดุที่ยืนมองเขาไม่ยอมออกไปจากห้องนี้สักทีนี่ล่ะ …ยิ่งมีคนจ้อง หัวสมองก็ยิ่งเดินช้า การเก็บถุงน้ำยาที่ตัดปากแล้วไม่ใช่เรื่องยาก…แต่พริ้มกลับนึกไม่ออกว่าต้องทำอะไรต่อไป เขากลายเป็นคนโง่เพียงชั่วพริบตา…กับอีแค่วางไว้ในตะกร้าก็ยังคิดไม่ทัน

 

มีสติหน่อยสิพริ้ม…

 

“เก็บไว้ไหนหรอ”

 

หวาชี้ไปยังตะกร้าที่พริ้มเคยเห็นมันวางอยู่

 

“แผลเป็นยังไงบ้าง?”

 

เสียงของหวาดังขึ้นแทนเสียงของก้นถุงกระทบพื้นตะกร้า คำถามเรียบง่ายที่เจ้าตัวไม่ได้ใส่อารมณ์หรือน้ำเสียงแสดงความเป็นห่วงเป็นใย…แต่กลับทำให้หัวใจพริ้มเต้นแรงจนต้องก้มหน้าแดง ๆ หนี ผ้าก็อซที่แปะไว้บนหัวเข่าทั้งสองข้างกลายเป็นจุดยึดสายตาของพริ้มในทันใด ร่างเล็กตอบกลับอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงติดขัด

 

“ก็…ดีขึ้นบ้างแล้ว”

“วิ่งยังไงให้ล้ม?”

“…”

“รู้ไม่ใช่หรอว่าต้องซ้อม”

“ข…ขอโทษ”

“เลิกพูดคำขอโทษพร่ำเพรื่อ มันน่ารำคาญ”

 

พริ้มแปลกใจนิดหน่อยที่น้ำเสียงของยี่หวาไม่ได้ติดรำคาญอย่างที่พูด เขาไม่ได้รู้สึกว่าตัวเองโดนดุ ถ้าโดนดุหรืออีกฝ่ายกำลังรำคาญ น้ำเสียงที่ใช้จะหนักและกดต่ำกว่านี้ …ที่รู้ว่ามันต่างกันก็เพราะได้ยินบ่อย ๆ น่ะสิ พริ้มหันกลับมาสนใจงานที่ตัวเองทำค้างไว้ต่อ แล้วก็ต้องยืนเงียบอีกครั้งเพราะเขา…

 

“ใช้ไม่เป็น?”

“มันไม่เหมือนกับที่บ้านน่ะ”

 

คนตัวเล็กได้ยินเสียงถอนหายใจเบา ๆ จากทางด้านบน ยี่หวาคงจะเริ่มรำคาญตามที่ได้พูดไว้ก่อนหน้านั้นแล้วแน่ ๆ ร่างสูงเดินเข้ามาใกล้จนไหล่ของเราแทบจะซ้อนกัน พริ้มไม่กล้าขยับตัวเมื่อกลิ่นน้ำหอมลอยเข้าจมูกมาอ่อน ๆ ชวนให้ใจเต้นในห้องซักผ้าที่มีกลิ่นน้ำยาปรับผ้านุ่มฟุ้งกระจาย

 

รูปธรรมในตัวยี่หวาก็ไม่ปรานีเขาเลย…

 

“นายแค่กดตรงนี้”

 

หูของเขาต้องแดงมากแน่ ๆ เพราะมันโดนลมหายใจของยี่หวาเข้าเต็ม ๆ แผงควบคุมบนตัวเครื่องไม่ได้ใหญ่มาก แถมยังมีตัวของเขายืนคั่นอยู่อีก เลยทำให้ยี่หวาต้องโน้มเข้ามาใกล้กว่าเดิมถึงจะมองเห็น กัปตันทีมอธิบายส่ง ๆ ก่อนจะจิ้มลงไปบนปุ่มโดยไม่รอให้พริ้มได้ตั้งสติ รู้ตัวอีกทียี่หวาก็กำลังจะเดินออกจากห้องไปแล้ว

 

“เสร็จแล้วก็รีบออกมาซ้อม”

“อ…โอเค”

 

 









กว่าจะมากันครบก็ปาไปเกือบจะสี่โมง เหตุเพราะสมาชิกที่อยู่ห้องแปดติดภารกิจทำเวร พวกมันมาช้าเสมอถ้าต้องทำความสะอาดห้อง ไม่ใช่เพราะหัวหน้าเข้มงวดมาก หรือที่ปรึกษามาคอยคุม แต่เป็นเพราะไอ้มุกมันรักความสะอาดมาก แม้แต่ฝุ่นก้อนเล็ก ๆ ก็ห้ามเหลือทิ้งไว้ ทั้งเช็ด ทั้งขัด จนเนยกับผ้าถึงกับยกมือไหว้ ว่าถ้ามึงไม่รีบไปตอนนี้ ไอ้หวาได้ใช้มึงทำความสะอาดทั้งโรงยิมแน่

 

ทั้งสนามฮือฮาเมื่อเหล่านักกีฬาเดินออกมาจากห้องพัก เสื้อแข่งสายปีนี้เป็นสีเทาตัดเส้นดำ เบอร์ประจำตัวติดไว้เด่นหราที่หน้าและหลังเสื้อ นักเรียนที่เข้ามานั่งเล่นในสนามด้วยความบังเอิญต่างก็ยกโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายรูปด้านหลังเสื้อของยี่หวาเก็บไว้ แล้วก็ไม่ลืมที่จะเอาลงในไอจีพร้อมใส่แคปชั่นมโนว่าเป็นแฟนเสริมเข้าไปด้วย

 

Akirah T. เบอร์ 9

 

พริ้มแอบมองแผ่นหลังของยี่หวาที่มีชื่อและเลขแปะอยู่ เสื้อดีไซน์ออกมาสวยไม่ใช่น้อย ดึงความเป็นผู้ชายออกมาได้ดีกับสีเทา แค่เห็นก็รู้สึกได้เลยว่าต้องเก่งมากแน่ ๆ

 

บอลลอยมากระแทกไหล่จนหลุดจากภวังค์ พริ้มส่งยิ้มขอโทษคู่ซ้อมที่ยี่หวาชี้เลือกมาให้ ผู้ชายคนนี้ชื่อ ขม เป็นผู้ชายตัวสูงกว่าพริ้มนิดหน่อย หน้าตาดูใจดี เวลายิ้มทีตาก็กลายเป็นเส้นตรง ขมเปลี่ยนเป็นเสื้อแข่งสายตั้งแต่แรกแล้ว เพราะเป็นถึงตัวสำรองอันดับต้นที่ยี่หวาเล็งไว้ เห็นว่าวันนี้ก็จะได้ลงเล่นด้วยเหมือนกัน

 

“พริ้มมม!!

“หวัดดีผ้า”

“กูกำลังจะไปแข่ง ไปด้วยกันมั้ย”

“ไป…ได้หรอ?”

“ได้ดิ”

 

ผ้าจูงมือพริ้มไปยังกลุ่มก้อนสีเทา พอได้ยืนข้าง ๆ กับทุกคนแล้ว พริ้มก็ดูตัวเล็กขึ้นมาทันตา ถอยออกมาอยู่หลังของผ้า หลบสายตาของเพื่อนในทีมที่พุ่งตรงมายังเขา ซานเลิกคิ้วแปลกใจพร้อมกับคำว่าอีกแล้วหรอในรูปแบบของลมร้อน ๆ ที่พ่นออกมา

 

มีแต่เรื่องให้ไม่เข้าใจจนซานเสือกไม่ทัน ไหนจะไอ้หวาที่เอาเบ๊ไอ้เท็ดเข้าชมรมกลางคัน แถมยังไม่บอกพวกเขาก่อนอีกต่างหาก ก่อนหน้านั้นก็เดินตัวปลิวเข้าห้องพักนักกีฬาได้อย่างง่ายดายโดยที่ไอ้หวาไม่ปริปากดุสักคำ ตอนนี้ก็อีก… ไอ้ผ้าเดินจูงมือเหมือนสนิทกันตั้งแต่ชาติที่แล้ว ขนาดไอ้เนยแม่งยังไม่เคยจูงเลย

 

“กูอยากพาเพื่อนไปด้วย”

“ใครอนุญาต”

“เอ้า ไหนมึงบอกให้ช่วยกันหาคนบริการไง”

“ไม่ใช่คนนี้”

 

ผ้าเท้าเอวเอาเรื่องเมื่อยี่หวายืนกรานว่าไม่ให้ไป

 

“ตัวสำรองต้องเตรียมลงเล่น เหลือกู ไอ้เนย มีไอ้เทคบ้างประปราย แต่มึงก็รู้ว่าพวกกูไม่ทำแน่ ๆ แล้วนี่ก็เพื่อนกู ไว้ใจได้…เอาไปด้วย”

“เอ่อ…ผ้า ไม่เป็นไร เราไม่ไปก็ได้”

 

หวาครุ่นคิดกับตัวเองเงียบ ๆ และพบว่าจริงของมัน เขาต้องคุมทีม คงไม่มีเวลาบริการจุกจิกให้ ตาต้องมองสนาม มือจับปากกาก็ต้องเขียน ถึงพวกมันจะไม่ได้แข่งแล้วต้องนั่งเฉย ๆ อยู่ข้างสนาม แต่เชื่อเถอะว่ามันจะนั่งเฉย ๆ ได้เป็นอย่างดีแน่ ๆ ถ้าจะมอบงานแบบนี้ให้พวกมันทำ แมทช์นี้เขากะจะให้ตัวสำรองลงเล่นบ้างตามคำสั่งโค้ชที่ไม่ว่างไปคุมเองในวันนี้ มีเด่น ๆ อยู่สามตัวที่พอจะเป็นรุ่นต่อไปหลังพวกเขาจบได้ ก็เลยจะให้ลงเล่นจนหมด สลับกับผลัดเปลี่ยนเอาพวกตัวจริงลงไปแก้เกม เพราะมุกยังไม่เคยเล่นกับตัวสำรองจริงจัง

 

“ชื่อพริ้มใช่มั้ย?”

“ช…ใช่”

 

จู่ ๆ เทคก็ถามขึ้น

 

“นายอยากไปมั้ยล่ะ?”

“…”

“แต่ไปแล้วต้องทำงานนะ”



80%








(ต่อ)


โรงเรียนเอกชนของทีมไอโซระอยู่ห่างจากโรงเรียนอซกว่าสิบกิโล ถูกใช้เป็นสนามในรอบการแข่งสาย รถบัสของชมรมพามาจอดที่ข้างโรงยิม มันใหญ่โต…กว้างขวาง…สมกับค่าเทอมเสียจริง งานโอเบงก็เคยจัดที่นี่ แล้วทำไว้ดีมากจนอยากจะให้จัดที่นี่ตลอดไป เพราะแบบนั้นเลยเผลอสร้างความกดดันให้กับโรงเรียนในเครือที่ต้องจัดงานต่อในปีถัดไปอย่างไม่รู้ตัว

 

พริ้มออกแรงยกถังคูลเลอร์ที่มีน้ำแข็งกับน้ำขวดแช่อยู่ข้างใน มันค่อนข้างหนัก… หนักเกินกว่าที่มนุษย์ตัวเล็กอย่างพริ้มจะยกให้มันลอยได้ ยี่หวาอนุญาตให้พริ้มมาด้วยได้ แต่การมาของเขาต้องทำประโยชน์ตามที่ยี่หวาย้ำเตือนคนในทีมบ่อย ๆ เขาต้องบริการน้ำ ผ้าเย็น และอื่น ๆ ขึ้นอยู่กับความต้องการของนักกีฬา ซึ่งงานนี้พริ้มมั่นใจมาก เขาจะเป็นแขนและขาให้ทุกคนเอง

 

“ยกไหวมั้ย?”

“อ่า…เทค”

“นายไปเอาบอลแล้วกัน อันนี้ฉันถือเอง”

“…จะดีหรอ”

“แล้วนายยกมันได้มั้ยล่ะ”

 

เทคพูดไว้แค่นั้นก่อนจะยืดตัวขึ้นพร้อมคูลเลอร์ขนาดกลางที่ลอยเหนือพื้น ยกมันได้ง่ายดาย ไม่เหมือนกับพริ้มที่ออกทั้งแรง ทั้งเสียงก็ไม่ขยับ ย้ายตัวเองไปหาตาข่ายที่เก็บลูกวอลเล่ย์หลายสิบลูก ลากมันลงมาจากรถโดยมีคนอื่น ๆ รออยู่ พริ้มทำหน้าไม่ถูก ได้แต่หันหน้าหนีเพราะเขาไม่ชินที่เห็นคนรอ ผ้ายื่นมือออกมาช่วยรับ เป็นจังหวะเดียวกับที่ซานส่ายหัว

 

“ดูท่าจะไม่ได้ช่วยอะไรเท่าไรนะ”

“เอาน่า มึงก็ไม่ได้คิดจะช่วยนี่”

 

เทคสวนซานทันที นอกจากจะไม่ช่วยอะไรสักอย่างแล้วยังพูดจาไม่ดีกับคนที่เขาช่วยเต็มที่ เห็นทีเขาต้องจัดการนิสัยเสีย ๆ ของไอ้ซานมันสักหน่อยแล้ว เราพากันเข้ามานั่งในสนาม เพราะนี่ยังไม่ใช่เวลาเลิกเรียน เลยมีนักเรียนของที่นี่เข้ามาดูกันเต็มไปหมด นักเรียนของโรงเรียนเราเองก็มา โรงเรียนของทีมอื่น ๆ ก็มาด้วยเช่นกัน

 

แมทช์นี้แข่งทั้งหมดสองทีม ทีมคาลันโชเจอกับทีมบลูเลท ส่วนเจ้าของสนามอย่างไอโซระเจอกับทีมดาวรุ่งที่ชื่อเวอร์เบน่า แมทช์ของทีมไอโซระเหมือนจะแข่งไปก่อนหน้านั้นไม่นาน เพราะเพิ่งเห็นพวกมันเดินออกมาจากสนามเมื่อกี้นี่เอง ยี่หวาเดินแตกแถวไปคุยกับเพื่อนในทีมนั้น ถึงแม้เราจะเป็นคู่แข่งกันในสนาม แต่นอกสนามเราเป็นเพื่อนกัน

 

“ไง”

“อ้าว กัปตันทีมคาลันโชเดินมาทักถึงที่ รู้สึกแมทช์หน้าก็น่าจะชนะแฮะ”

“ฝันไปเถอะ”

“เจอกับบลูเลทใช่ปะ พวกนั้นฟอร์มดีกว่าปีก่อนอยู่นะ”

“แล้วทีมใหม่เป็นยังไงบ้าง”

 

ยี่หวาลองเชิงถาม และเพื่อนของเขาที่เป็นกัปตันทีมเหมือนกันก็ตอบออกมาอย่างไม่ปิดบัง หมอนี่ชื่อ ศูนย์ มีขี้แมลงวันเล็ก ๆ ที่ใต้ตาข้างขวา หน้าตาเจ้าเล่ห์และชอบมัดผมเวลาแข่ง ตอนแรกก็แอบสงสัยว่าทำไมโรงเรียนมันให้ไว้ผมยาวได้ แต่พอคิดไปคิดมา…ก็คิดออกว่ามันไม่ใช่เรื่องที่เขาจะต้องเอามาใส่ใจ

 

“เก่งดี มีคนหนึ่งดีกรีทีมชาติ มือตบตำแหน่งเดียวกับมึง บล็อกแน่นชิบหาย กูตีติดบล็อกแม่งไปสามสี่รอบได้” ศูนย์สะบัดข้อมือตัวเอง

“คนไหน?”

“เบอร์หก ตัวสูง ๆ หัวสีทอง”

“ขอบใจ”

 

ยี่หวากำลังจะหมุนตัว

 

“เดี๋ยว ทำไมมึงใส่กางเกงวอร์มกับเสื้อแข่งวะ”

“กูไม่ได้ลง กูมาเป็นโค้ช”

“จริงดิ? กะว่าจะมาส่องมึงสักหน่อย อดเลย”

 

ร่างสูงเดินกลับเข้ามาที่สนามพลางจดยิก ๆ ลงสมุด ยี่หวาพกแว่นส่วนตัวมาใส่แทนคอนแทคเลนส์ที่จะใช้เฉพาะเวลาลงสนามเท่านั้น ถ้าไม่ได้ลงเล่นเหมือนวันนี้ เขาก็จะเลือกใส่แว่นเพื่อเพิ่มความมั่นใจว่าเขาจะมองเห็นได้โดยไม่ต้องเสียเวลาหยอดตา

 

และดวงตาของยี่หวาที่อยู่ภายใต้แว่นสีเงินก็เป็นฉนวนจุดสีบนหน้าของพริ้มได้เป็นอย่างดี

 

พริ้มผงกหน้าขึ้น ๆ ลง ๆ เอาผ้าเย็นใส่คูลเลอร์ที ตาก็ลอบมองยี่หวาที คนตัวสูงในลุคใส่แว่นดูน่าเกรงขามราวกับเป็นโค้ชตัวจริงเสียงจริง ไม่ได้หมายความว่าหวาหน้าแก่นะ แต่แค่ดูโตและมีรังสีความเป็นผู้นำมากขึ้นเฉย ๆ …ซึ่งนั่นดีต่อตาของพริ้มมาก เขาอยากเป็นมนุษย์ล่องหนที่จะได้มองยี่หวาอย่างสบายใจ ไม่ต้องมีใครมาส่งสายตาล้อเลียนพฤติกรรมเขา…เหมือนอย่างตอนนี้

 

“มองบ่อยจังเลยอ่ะ”

“อะ…อะไร”

“มึงอ่ะพริ้ม มอง…” ผ้าเม้มปากพลางเหล่ตาไปทาง…ยี่หวา

“เปล่านะ ก็แค่…”

“แค่?”

 

ผ้ายื่นหน้าเข้ามาใกล้ ไล่ต้อนเพื่อนตัวเล็กให้หลังติดกำแพง

 

“อย่าเอาหน้ามาใกล้นักสิ”

“ฮ่า ๆ ดูง่ายจริง ๆ”

 

แกล้งมดตัวน้อยจนพอใจแล้วก็เดินหนีไป กลายเป็นว่าเก้าอี้ข้างสนามของทีมคาลันโชเหลือเพียงแค่เขาที่กำลังเอาผ้าเย็นแช่กับยี่หวาที่กำลังจดอะไรสักอย่างลงกระดาษอยู่สองคน ระยะทางห่างกันแค่เพียงแค่เก้าอี้หนึ่งตัว ยี่หวาดูนิ่งกว่าตอนอยู่ที่ชมรมเยอะเลย หรือเพราะต้องเป็นคนคุมทีมด้วยล่ะมั้ง ก็เลยต้องมีสมาธิมากกว่าเดิม

 

ในคูลเลอร์สีน้ำเงินเข้มมีน้ำเปล่าทั้งหมดหนึ่งโหล ผ้าเย็นสิบแผ่น สปอนเซอร์ แล้วก็ลูกอม เอ๊ะ…ลูกอมหรอ?

 

“ของไอ้ซาน”

 

มุกเดินเข้ามานั่งเก้าอี้ตัวข้าง ๆ แล้วคลายความสงสัยของพริ้ม

 

“อ๋อ…”

“ลัคกี้ไอเทม กินแล้วตาแตก”

“จริงหรอ”

“ลองดูปะล่ะ?”

“ไม่เอาดีกว่า”

 

ใครจะกล้ายุ่งของของคนอื่นกัน แล้วยิ่งซานที่ดูท่าจะไม่ชอบพริ้มที่เป็นตัวพริ้มและพริ้มที่เป็นมาสคอต ก็ยิ่งไม่กล้าเฉียดใกล้เข้าไปใหญ่ เพราะไม่ว่าเราจะหวังดีมากแค่ไหน แต่คนที่เขาไม่ชอบ ยังไงเขาก็ไม่เปิดใจให้เราหรอก

 

กรรมการเป่านกหวีดเคลียร์สนามเพื่อเริ่มการแข่งขัน เรียกโค้ชของแต่ละทีมเข้าไปเพื่อส่งใบรายชื่อนักกีฬา ช่องกัปตีนทีม ช่องตัวสำรอง และช่องของโค้ช ทั้งสามช่องล้วนเป็นชื่อเดียวกันนั่นก็คือ นายอคิราห์ ธาราเดชากุล แปลกใจนิดหน่อยที่คนคนเดียวควบทั้งสามตำแหน่ง แต่ก็มองผ่านไปเพราะไม่มีอะไรผิดกติกา

 

การแข่งขันเริ่มแล้วเมื่อผู้ประกาศเริ่มพูดชื่อนักกีฬาทีละคน และคนคนนั้นก็เดินลงสนามด้วยท่าประจำตัว เสียงกรี๊ดของทีมคาลันโชดังกว่ามาก เพราะใคร ๆ ก็อยากเห็นทีมนี้แข่ง แต่สิ่งที่ฮือฮาที่สุดก็คงไม่พ้นโค้ชหน้าเด็ก…ที่ทุกคนรู้จักกันในนามกัปตันยี่หวา แต่วันนี้กลับยืนในตำแหน่งโค้ชเสียได้ แถมยังใส่แว่นอีกต่าง ถามเลยว่าใครได้กำไร…ก็เด็กนักเรียนของที่นี่ไง

 

ทีมคาลันโชกอดคอกันเป็นวงกลม ก่อนจะตะโกนเรียกขวัญกำลังใจด้วยคำที่ใช้มาตลอดว่า

WE ARE ONE !!

 

เซ็ตแรกเริ่มไปได้ด้วยดีและเป็นอย่างที่ซานคิดไว้ พวกบลูเลทฟอร์มดีก็จริงแต่ก็ยังสู้พวกเขาไม่ได้ ขนาดเอาไอ้เนย ไอ้เทค ไอ้ผ้า ออกไปนั่งเล่นข้างนอกตลอดทั้งเซ็ตก็ยังทำแต้มได้สบาย ๆ ไม่ใช่แค่พวกนั้นไม่เก่ง แต่เป็นเพราะพวกเราเองก็ซ้อมทุกวันจนเก่งขึ้นเหมือนกัน ดังนั้นเซ็ตแรกนี้เลยปิดเกมได้แบบสบายบรื้อ

 

เมื่อจบเซ็ตใดเซ็ตหนึ่ง ทั้งทีมก็ต้องย้ายไปยังที่นั่งของสนามอีกฝั่ง สลับไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะจบแมทช์ พริ้มแจกจ่ายน้ำให้ทุกคนทันทีที่ลากคูลเลอร์มาได้สำเร็จ เทคลอบหัวเราะที่พริ้มทำท่าเหมือนไม่อยากให้เขาช่วย รู้สึกได้เลยว่าผู้ชายคนนี้ดื้อเงียบ เพราะไม่ว่าตัวเองจะตกอยู่ในที่นั่งลำบากแค่ไหนก็ไม่เคยร้องขอใครให้เข้าไปช่วย

 

“เล่นดีแล้ว แต่อย่าประมาท”

“ครับโค้ช!!

“ใครโค้ชมึง”

“อ้าว”

 

โดนตอกด้วยหน้านิ่ง ๆ ของไอ้หวาแล้วก็ไปไม่ถูก

 

“พริ้ม กูขอผ้าเย็นหน่อย”

“แปปหนึ่งนะ”

“ขอผ้าแห้งมาซับเหงื่อด้วยดิ”

“ผ้าแห้งหรอ…ไม่มีอ่ะ”

 

จอมทัพแอบขำในใจ มันจะไปมีได้ยังไงในเมื่อผ้าเย็นเนี่ยแหละที่เอาไว้ซับ

 

“งั้นเอาเสื้อมึงซับเหงื่อกูแทนได้ปะ”

“เอ่อ…ได้สิ”

“เฮ้ย! กูล้อเล่น”

 

แล้วก็หันไปหัวเราะกับคนอื่นเพราะพริ้มเดินเข้ามาหาจริง ๆ คนตัวเล็กเกาหัวแก้เก้อ พออยู่ในสนามแล้วเลือดสูบฉีดได้ดีมาก ทุกคนหลุดเรียกชื่อเขา แถมยังแทนตัวเองด้วยคำสนิทสนมเสียจนพริ้มตามไม่ทัน อย่างจอมทัพที่รู้ว่าพริ้มเข้าชมรมมาก็แทบไม่คุยด้วยเลย แตกต่างกับตอนที่พริ้มใส่ชุดมาสคอตมาก ๆ เมื่อไรที่เดินออกมาจากห้องพัก จอมทัพคือคนแรกที่เดินเข้ามาจูงแขนเขาไปเล่นด้วย

 

“ถึงฝ่ายนั้นจะทำแต้มเสียเองบ่อย บอลรุกก็ไม่หนัก แต่เกมบล็อกเขาทำได้ดีมาก ขม…มึงเปลี่ยนมาเล่นบอลเร็วบ้าง ฝั่งนั้นเขาดูเกมมึงออกหมดแล้ว อย่าให้เขารู้ว่ามึงถนัดอะไร”

“ครับ”

“ซานเสิร์ฟเสียไปสองลูก รู้หรือยังว่าเป็นเพราะอะไร?”

“กูยืนผิดฝั่ง”

“เออ รู้แล้วก็เปลี่ยนซะ”

 

เสียงของหวาชัดเจนและหนักแน่น คอยแนะนำคนในทีมด้วยความจริงใจอย่างเต็มที่ คนที่อยู่นอกสนามจะเห็นภาพรวมของเกมว่าควรเล่นยังไง แก้ปัญหาที่จุดไหน แล้วใครต้องปรับปรุง ซึ่งยี่หวาเลือกที่จะบอกทุกคนโดยไม่แคร์ว่าถ้าถูกตำหนิแล้วจะรู้สึกเฟลหรือไม่ แต่เพราะมันสำคัญต่อตัวเองและชัยชนะของทีม

 

การฟังเพื่อยอมรับและเปลี่ยนมัน…คือสิ่งที่ยี่หวาหวังว่ามันจะเกิดขึ้น

 

“โอเค เกมนี้ไม่ยาก อย่าให้ทีมนั้นได้เซ็ต ไม่งั้นเราจะเหนื่อย”

“ได้เลย”

“เล่นเหมือนที่ซ้อม ห้ามประมาทล่ะ”

“สู้โว้ย!

 

พริ้มยื่นน้ำให้หวา ในตอนที่นักกีฬาเดินลงสนามไปเช็คตำแหน่ง ร่างสูงเปิดฝาแล้วยกมันดื่ม เสียงอึก ๆ กับน้ำที่หายไปเกือบครึ่งขวดทำให้รอยยิ้มของพริ้มผุดขึ้นจาง ๆ อย่างน้อยยี่หวาก็รับขวดน้ำจากเขา… โค้ชเฉพาะกิจคืนขวดน้ำแล้วเดินกลับไปนั่งที่เก้าอี้ตัวแรก จากนั้นก็เงยหน้าขึ้นมาชี้นิ้วเรียกเขาให้เข้ามานั่งที่เก้าอี้…ตัวถัดไป

 

นั่งได้หรอ…?

 

ถึงแม้จะทำเหมือนไม่เห็น…แต่เขาก็มองอยู่ตลอด ใบหน้าขาวที่เผยแต่มุมข้างเพราะเอาแต่ทำตัวให้ยุ่ง เอาผ้าเย็นแช่ เช็คขวดน้ำไม่ให้สลับกันกิน ไหนจะคอยเดินไปนวดไหล่ให้ไอ้ผ้าที่ชอบเรียกเด็กบริการให้ไปเล่นด้วย แววตาของยี่หวาเปลี่ยนไปยามที่ได้มองอีกฝ่ายตั้งใจทำหน้าที่ของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นเวรห้องหรือเวรในชมรม ถึงจะยุ่งมากแค่ไหนก็ไม่เคยทิ้งขว้างงานตัวเองเลยในแต่ละวัน

 

ในจุดนั้นนั่นแหละที่เริ่มทำให้ยี่หวารู้สึกว่าคิดถูกที่พามา

 

“พักบ้างก็ได้”

 

พริ้มยิ้มกับตัวเองน้อย ๆ ที่ทำให้อีกคนพอใจได้

 

“เราอยากมีประโยชน์…”

“…”

“เหมือนที่ยี่หวาบอกให้มี”

 

แม้ใบหน้าจะหมกหมุ่นอยู่กับการจดบันทึก…

แต่รอยยิ้มที่มุมปากกลับว่างเสียจนขยับไม่หยุด



100%

#พริ้มเพียงหวา

8/9/18









เราปูเรื่องมานานมากจริง ๆ จนอาจจะทำให้หลายคนเบื่อ แต่ไม่ปูก็ไม่ได้อีกนั่นแหละนะ5555

เอาใจช่วยน้องปูพริ้มด้วยน้า ว่าจะเปลี่ยนความคิดยี่หวาได้มากแค่ไหน อย่างน้อยตอนนี้ก็ได้ไปอีกหนึ่ง ชื่อทีมทุกทีม มาจากชื่อดอกไม้ทั้งหมด ถ้าอยากรู้ว่าเป็นดอกอะไรบ้าง ลองเสิร์ชดูนะคะ สวยทุกชนิด

ปล. ฝากเรื่องการใช้คำเพื่อเม้นท์ฟิคนิดนึงนะคะ ถ้าต้องการให้เราปรับปรุง บอกได้เลย ด้วยคำดี ๆ ที่แสดงถึงความจริงใจ ถ้าคำไหนที่พอเป็นคุณอ่านแล้วมันรู้สึกไม่ดี ยังไงรบกวนเลี่ยงที่จะใช้นะคะ เราใจบาง

ถ้าชอบก็อย่าลืม กดเลิฟ กดแชร์ กดเม้นท์ ติดแท็กให้น้องพริ้มทีนะค้าบ 

ขอบคุณมากค่าที่อ่านพริ้มเพียงหวา นายอคิราห์เป็นของฉัน

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2.469K ครั้ง

354 ความคิดเห็น

  1. #8202 colmegeegee (@colmegeegee) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2562 / 23:51
    ขอบคุณกัปตันโค้ชพี่หวาที่เอ็นดูน้องนะคะ
    #8202
    0
  2. #8088 om_kanokrat (@kanokrat123) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2562 / 19:09
    อบอุ่นนอ่ะไม่พูดมากกกคูลๆเว่ออ
    #8088
    0
  3. #8061 pcy921 (@chanchanchan) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2562 / 02:41
    แงงงงน้องพริ้มน่ารักกก
    #8061
    0
  4. #8028 pppeang (@pppeang) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 22 เมษายน 2562 / 13:28
    เขินปย.ที่ยี่หวาบอกพักบ้างก็ได้ มันเเบบ ฟหกด่าสว. เขินม๊าก น้องพริ้มก็น่าเอ็นดูเหลือเกิน อยากหอมหัวน้อง เเง้(((´♡‿♡`+)))。
    #8028
    0
  5. #8008 Maylovechanbaek (@Maylovechanbaek) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 20 เมษายน 2562 / 22:21
    ยี่หวานี่จริงๆก็เอ็นดูน้องช้ะ
    #8008
    0
  6. #7990 TooinloveToletgo (@TooinloveToletgo) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 20 เมษายน 2562 / 03:06
    ได้แต่ตั้งคำถาม แต่ไม่กล้าถามเทอสักครั้ง
    #7990
    0
  7. #7944 PINKLAND (@pinkyariss) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 17 เมษายน 2562 / 14:50
    หวายิ้ม แงงงงงง
    #7944
    0
  8. #7902 CBforever (@CBforever) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 15 เมษายน 2562 / 04:19
    อร้ายยยยยยยยยยย หวายิ้มมมมมม งือออออออออออออ เพื่อนๆหวาดีกับพริ้มมากๆเลยอ่ะ ถึงซานกับจอมจะไม่เท่าไหร่ก็เหอะ
    #7902
    0
  9. #7458 Ohsenn (@Nanest1a) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 22 มีนาคม 2562 / 19:31
    ด๊อกกก เขิ๊นนนม๊ากกมากกกก
    #7458
    0
  10. #7430 janxz_ (@janxz_) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 12 มีนาคม 2562 / 08:51
    เขินแงงง
    #7430
    0
  11. #7421 PoMai 보먕 (@PapoMaiko) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 10 มีนาคม 2562 / 22:02
    ปกติจะเบื่อถ้าเรื่องเนิบๆนะคะ. แต่เรื่องนี้ทำไมเรารู้สึกค่อยเป็นค่อยไปน่ารักมากเลย._. มันค่อยๆเข้าใจว่าตัวละครเป็นยังไง เขียนภาษาดีเลยค่ะ
    #7421
    0
  12. #7248 dtuanq (@cchodongda) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 6 มีนาคม 2562 / 01:20
    แน๊ แอบยิ้ม แน๊ๆๆๆๆๆๆ ลูกเราน่ารักน้อววววววว ทำเปงเย็นชาๆๆๆๆ
    #7248
    0
  13. #6659 MONAHT_ADUS (@darat5708) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2562 / 00:55
    พี่หวาอย่างเท่
    #6659
    0
  14. #6607 Mammy Sentereza (@mam3714) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2562 / 11:41
    ไม่น่าเบื่อเลยค่ะ รู้สึกสนุกดี รู้สึกว่าพวกเค้าค่อยๆ ใกล้กันขึ้นเรื่อยๆ//////
    #6607
    0
  15. #6256 ฟองฟู่ (@rainb0wmidnight) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 25 มกราคม 2562 / 21:26
    ไม่รู้ว่าใครเคยหาไว้รึยังนะ แต่เราอยากรู้จริงๆ
    Kalanchoe - กุหลาบหิน
    Ixora - ดอกเข็ม
    Verbena - ดอกเวอร์บีน่า ชื่อตรงตัวเลย
    ส่วนบลูเลทเราไม่แน่ใจว่าคือดอกอะไร ที่ใกล้เคียงสุดที่เราหาเจอนะ bullet wood ที่แปลว่าดอกพิกุลอะ แต่มันต้องเขียนไทยเป็น บุลเล็ท สิ แงง หาไม่เจออะวานไรท์ช่วยเฉลยที pls ;-;
    #6256
    0
  16. #6219 เห่ว (@jane6033) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 22 มกราคม 2562 / 17:50
    ขอบคุณที่เอ็นดูน้องพริ้ม ลูกแม่เก่งมากเลย ฮืออออออ ทุกอย่างมันจะต้องดีขึ้นนะพริ้ม อดทนลูก😭😭
    #6219
    0
  17. #6209 bemysunshine (@DBK1802) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 22 มกราคม 2562 / 01:24
    ความสดใสของน้องจะเจาะกำแพงพี่เองจ้า ให้กำลังใจน้องด้วยน้า ขอให้มีแต่คนรักคนหลงมีแต่เพื่อนที่ดีน้า ฮื่อออ ขอบคุณพิที่เอ็นดูน้องนะจ๊ะ
    #6209
    0
  18. #6167 Far_juneeee (@Far_juneeee) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 20 มกราคม 2562 / 00:34
    มีย้งมียิ้มมมมโอ้ยยย
    #6167
    0
  19. #6144 เบค่อนน้อย exo (@exo_xoxo) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 19 มกราคม 2562 / 09:30
    พริ้มน่ารักกก
    #6144
    0
  20. #5806 bbhrrpcy (@bbhrrpcy) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 15 มกราคม 2562 / 20:03
    ชอบที่ไรท์ปูเรื่องแบบนี้นะคะ มันทำให้เราอินในเรื่องมากๆจริงๆㅠㅠ
    #5806
    0
  21. #5767 Me_onyourmind (@Me_onyourmind) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 13 มกราคม 2562 / 22:51
    โง้ยยยย ยี่หวาาา ใจสั่นไปหมดดด น้องพริ้มนี่จะขนาดไหน ฮือออ
    #5767
    0
  22. #5744 fernarc (@fernarc) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 13 มกราคม 2562 / 17:12
    น้องพริ้มรู้กก น่ารักจังเลยยยยย
    #5744
    0
  23. #5281 mamypoko_c (@mamypoko_c) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2561 / 15:42
    เขิงงงงงงงงง
    #5281
    0
  24. #5256 Bbbbole (@teea) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2561 / 23:59
    เขินนน พริ้มน่ารักจังเลยย
    #5256
    0
  25. #5237 nabbiebs_ (@nabbiebs) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2561 / 12:42

    พริ้มมมมมมมมม น้อนนนนนนนน
    #5237
    0