#พริ้มเพียงหวา | chanbaek

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 176,263 Views

  • 6,964 Comments

  • 12,201 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    16,557

    Overall
    176,263

ตอนที่ 9 : พริ้มเพียงหวา : ตอนที่ ๘

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 17539
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2191 ครั้ง
    16 พ.ย. 61






8

 



ชั่วโมงโฮมรูมที่ไม่ได้โฮมรูมนั้นช่างน่าเบื่อ ห้องห้าอาจารย์ติดธุระก็เลยต้องทิ้งคาบนี้ เป็นเหตุให้ยี่หวา ซาน และจอมทัพ พากันอพยกมานอนเล่นที่ห้องพักในชมรม นอนไปได้ไม่นานนัก เทคก็เปิดประตูเข้ามาจ๊ะเอ๋หลังจากอ้างกับที่ปรึกษาว่าต้องมาเตรียมตัวแข่ง ซึ่งจริง ๆ แล้วแข่งสี่โมงครึ่งนู้น

 

กลายเป็นว่าห้องขนาดกลางที่มีของเขิงเต็มทุกมุมอัดแน่นไปด้วยเด็กหนุ่มหน้าตาดี แถมยังฮอตระเบิดระเบ้อ ดีกรีไม่แพ้รุ่นพี่ปีก่อน ๆ เลยสักนิดเดียว จอมทัพยึดโซฟาตัวยาว ทิ้งร่างกายที่ยาวไปทุกส่วนนอนเอกเขนกเต็มพื้นที่ เก้าอี้ไม้เดี่ยวข้างกันถูกจับจองโดยยี่หวา นั่นเท่ากับว่าไม่มีพื้นที่ให้นั่งตรงไหนได้อีกนอกจากพื้นและขอบหน้าต่าง

 

“ไอ้เหี้ยจอม มึงเขยิบให้คนอื่นเขานั่งมั่งดิ๊”

“มึงก็นั่งข้างล่างไปนั่นแหละ จะขึ้นมาเบียดกูทำไมวะ”

“พื้นกระเบื้องมันเย็นมั้ยไอ้สัส”

“คำตอบคือเย็น”

“กูไม่ได้ถาม!!”

 

ป้าบเข้าที่หน้าขา ไม่วายโดนหน้าขาข้างนั้นกระแทกหัว ซานลูบหัวปอย ๆ พยายามแย่งหมอนอิงจากแขนของจอมทัพ นอกจากนอนกินพื้นที่แล้วยังยึดของนู้นนี่ไว้หมดอีกต่างหาก ไอ้ห่านี่จ่ายเงินสร้างห้องนี้หรือไง พอโดนเอาตีนยันก็ยอมแพ้ เลื้อยตัวลงนอนกับพื้นกระเบื้องตามเดิม

 

ถึงแม้วันนี้จะเป็นวันแข่งสายวันแรก แต่ก็ไม่ได้ดูกระตือรือร้นกันเท่าไร งานโอเบงปีนี้มีรายชื่อทีมวอลเล่ย์บอลในเครือของโรงเรียนละแวกนี้ส่งเข้ามาทั้งหมด 5 แห่งนับรวมโรงเรียนอซ เพิ่มมาหนึ่ง ซึ่งก็เรียกความตื่นเต้นได้ไม่น้อย

 

“วันนี้แข่งกี่ทีม?”

“สอง มีเรากับไอโซระ”

“พวกนั้นแข่งกับใครวะ”

“รู้สึกจะชื่อเวอร์เบน่า ทีมใหม่…กำลังดัง” เทคตอบซานขณะที่นั่งล้วงขนมกรุบกรอบอยู่บนขอบหน้าต่าง แอบกินขนมไร้ประโยชน์ทั้งที่โค้ชห้ามนักห้ามหนา แต่ถ้าโค้ชไม่เห็น ไอ้หวาไม่ว่า เขาก็สัญญาว่าจะทำต่อไป

 

ซานผงกหัวขึ้นจากพื้น สะกิดขาของหวาที่นั่งเล่นโทรศัพท์เงียบ ๆ ขอดูตารางแข่งขัน คงเป็นมันคนเดียวล่ะมั้งที่ไม่หือไม่อือกับตารางแข่งเหมือนคนอื่นเขาเลย โค้ชเอาตารางนี้มาให้ตั้งแต่สองวันก่อน ถ้าวันนี้ไม่มีแข่งแม่งก็ไม่รู้เรื่อง รับแผ่นกระดาษที่คนส่งให้ทำหน้าอยากจะต่อย ก่อนจะไล่สายตาอ่านรายชื่อที่ทีมคาลันโชต้องเจอในวันนี้

 

“ชนะแหง บลูเลทมันกระจอก”

“ปากดีจริงตอนอยู่นอกสนาม”

“ความจริงปะวะ ปีที่แล้วก็แพ้เรียบ”

“เขาอาจจะฟอร์มทีมมาใหม่ก็ได้”

“มึงดูจากคุณกัปตันก่อนเลย ว่าไงไอ้หวา…มึงลงปะ?”

 

ประโยคคำถามของซานไม่ต่างอะไรจากกลุ่มควันรถ นอกจากจะน่ารำคาญแล้วยังไม่มีประโยชน์อีกต่างหาก ยี่หวาเมินซานเต็มรูปแบบ แต่ยังไงก็รู้อยู่แล้วว่ามันคงไม่ลงแน่นอน เอาไว้เจอกับทีมไอโซระที่เป็นคู่แข่งตลอดกาลเมื่อไร วันนั้นแหละที่จะเห็นเหงื่อของมัน

 

ถึงงานโอเบงปีที่แล้วเราจะเป็นแชมป์…แต่ก็ไม่สามารถพูดได้เต็มปากว่าปีนี้จะเป็นเหมือนปีที่แล้ว ทีมที่คาลันโชเจอในรอบชิงคือทีมไอโซระ จำได้เลยว่าเล่นกันเหงื่อแตกพลั่กเพราะฝ่ายนั้นก็ไม่ใช่เล่น ๆ ฝีมือสูสีกัน เรียกได้ว่าแทบกระอักเลือด กว่าจะจบแมทช์ได้ลากไปถึงสามสิบแปดแต้ม

 

ถ้าคาลันโชคือหมาป่า…ไอโซระก็ไม่ต่างอะไรจากเสือจากัวร์

 

ยังมีทีมอื่น ๆ ที่โด่งดังมาจากปีที่แล้ว พนันได้เลยว่าต้องฟอร์มทีมมาเป็นอย่างดี อย่างทีมคอสมอส ถึงแม้จะเอาชนะคาลันโชไม่ได้เลยสักแมทช์ แต่ก็ไม่ง่ายเลยที่จะจบเซ็ตเร็ว ทีมบลูเลทที่ไอ้ซานล้อว่าเล่นไม่ดีก็ไม่เคยปล่อยแต้มห่างมากเกินไป ไหนจะทีมใหม่อย่างเวอร์เบน่า ที่มีผู้เล่นฝีมือดีไปผุดดอกทีมนั้นหมดจนน่าแปลกใจ รวมไปถึงไอโซระที่สลับกันเป็นที่หนึ่งที่สองกับทีมพวกเขาอยู่ตลอด ไม่ปล่อยให้นำได้นาน

 

ไม่ว่าทีมไหนก็เหมาะที่จะเป็นตัวต่อยอดให้กับคาลันโชทั้งนั้น

 

“พวกไอ้มุกยังไม่มาเลย เมื่อไรจะได้คุยเรื่องบริการ”

“มันมาก็นู้นอ่ะ…แข่งพอดี”

“ตลกละ สรุปโค้ชไม่ว่างไปคุมจริงดิ”

 

จอมทัพปรือตาถาม

 

“เออ”

“แล้วมึงจะลงมั้ย?”

“กูลงแล้วใครคุม”

“ยาคุม”

 

ขายาว ๆ ของเพื่อนสนิทผิวขาวลอยไปเตะเข้าที่หน้าท้องคนกวนตีนทันทีโดยไม่ต้องถึงมือยี่หวา จอมทัพเด้งตัวลุก หมายจะกระทืบไอ้เพื่อนสารเลวให้ร้องจุกไม่ต่างจากเขา ไล่กวดมันจนเปิดช่องว่างที่โซฟา สุดท้ายก็โดนมันขึ้นมานั่งเบียดด้วย

 

พลันเสียงของประตูบานเลื่อนก็ดังขึ้น…

 

“เอ่อ…”

“…ผิดห้องแล้วปะ” ซานแทรกขึ้นมาในความเงียบ

“นายมาทำอะไร?” ตามมาด้วยเสียงของเทค

“คือเรา…จะมาซักผ้า”

 

มนุษย์ตัวเล็กที่สุดในห้องนี้และส่วนสูงไม่เคยเพิ่มเลยตั้งแต่ขึ้นมอสอง เดินก้มหน้ากำมือด้วยความประหม่าจากการโดนจ้อง ยกเว้นยี่หวาที่แหงนหน้าพิงพนักพักสายตาไปแล้ว พอเห็นผู้มาใหม่เดินหายเข้าไปในห้องซักผ้า …ก็เหมือนเข็มนาฬิกาได้กลับมาเดินใหม่

 

“คือไรวะไอ้หวา? ทำไมมึงปล่อยให้มันเดินเข้ามาง่าย ๆ”

“ว่าง ๆ เดินไปเช็คตารางทำความสะอาดบ้างก็ดี”

“ทำไม มันมีเหี้ยไร”

“…”

 

ซานหันไปหาจอมทัพเมื่อยี่หวาไม่ตอบ

 

“กูก็ไม่รู้”

“แล้วมึงอยากรู้มั้ย”

“แล้วแต่มึง”

“กูอยาก!”

 

ว่าจบก็พากันเดินจูงมือออกไป ห้องกลับมาเงียบตามที่ยี่หวาคาดหวังอีกครั้ง นอกจากเทคแล้วที่เหลือก็เป็นสายพันธุ์พูดมากกันทั้งหมด ขนาดไอ้มุกที่ดูใจเย็นยังพูดมากเวลาอยู่ด้วยกันเลย

 

ยี่หวาลืมตาขึ้นมาเมื่อได้ยินเสียงเปิดประตู ร่างสูงเอียงหน้ามองใบหน้าที่โผล่พ้นจากขอบประตูเล็กน้อยและรอให้อีกฝ่ายเอ่ยปากพูด พริ้มอ้ำอึ้งอยู่ครู่หนึ่งเพราะใบหน้าด้านข้างของหวาสวยเสียจนเกือบลืมความเป็นตัวเอง แต่ก็ต้องดึงสติกลับมาอย่างไว เขาไม่อยากทำให้ร่างสูงหงุดหงิด

 

“เราหาน้ำยาปรับผ้านุ่มไม่เจอ…”

 

พูดไปก็แอบมองเทคไป เขารู้สึกสบายใจเมื่อเห็นเทค อาจจะเพราะเหตุการณ์ในครั้งนั้นที่เทคยื่นมือเข้ามาช่วย เลยอาจจะทำให้พริ้มรู้สึกว่าปลอดภัยถ้าได้อยู่ข้าง ๆ ทั้งหมดนี้พริ้มอาจจะรู้สึกไปเองก็ได้ เพราะหลังจากนั้นพริ้มก็ไม่เคยคุยกับเทคอีกเลย แม้จะเป็นตอนที่เข้ามาอยู่ในชมรมนี้ได้สองวันแล้วก็ตาม

 

ยี่หวาพยักหน้ารับก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เขาชอบขาของหวามาก มันเป็นสามเหลี่ยมที่กว้างและเวลาเดินก็เร็วมาก ๆ อีกด้วย เป็นเพราะขาที่ยาวและสมส่วน เวลากระโดดมันเลยให้ไลน์ของขาที่สวยสุด ๆ บางทีก็คิดนะว่าตัวเองชอบหวามากไปหรือเปล่า แต่เอาเข้าจริง…

 

พริ้มที่ไม่ชอบหวา…ก็ไม่น่าจะมีอยู่บนโลก

 

ครั้งก่อนพริ้มเห็นน้ำยาปรับผ้านุ่มวางคู่กับผงซักฟอกในตะกร้าข้างกันกับตัวเครื่อง แต่วันนี้ตั้งใจมาทำตามหน้าที่…น้ำยาถุงนั้นกลับไม่อยู่แล้ว เดินหาเองอยู่ครู่หนึ่ง แต่ไม่ว่าหายังไงก็หาไม่เจอ สุดท้ายเลยต้องรวบรวมความกล้ายื่นหน้าออกไปถาม…แล้วก็ต้องมาจมกับความประหม่าที่อยู่กันสองต่อสองกับยี่หวาอีก พริ้มยืนเกร็งเมื่อร่างสูงเปิดตู้เล็ก ๆ ที่อยู่สูงกว่าพริ้มหลายเท่า แต่กลับยี่หวาแทบไม่ต้องเขย่ง น้ำยาปรับผ้านุ่มสามสี่ถุงและผงซักฟอกปรากฏออกมาเต็มตาทันทีที่เปิดตู้นั้นออก

 

คนตัวสูงหยิบลงมาหนึ่งถุงแล้วยื่นให้

 

“ถ้าในนี้หมด…ก็บอกแล้วกัน”

“ขอบคุณนะ”

 

จัดการตัดปากถุงแล้วเทลงไปในช่องน้ำยาปรับผ้านุ่มด้วยความเกร็งทั่วร่างกาย ทำอะไรก็ลำบาก ขนาดหายใจยังลำบาก สาเหตุสำคัญที่ทำให้พริ้มเป็นแบบนี้นั่นก็คือ กัปตันทีมหน้าดุที่ยืนมองเขาไม่ยอมออกไปจากห้องนี้สักทีนี่ล่ะ …ยิ่งมีคนจ้อง หัวสมองก็ยิ่งเดินช้า การเก็บถุงน้ำยาที่ตัดปากแล้วไม่ใช่เรื่องยาก…แต่พริ้มกลับนึกไม่ออกว่าต้องทำอะไรต่อไป เขากลายเป็นคนโง่เพียงชั่วพริบตา…กับอีแค่วางไว้ในตะกร้าก็ยังคิดไม่ทัน

 

มีสติหน่อยสิพริ้ม…

 

“เก็บไว้ไหนหรอ”

 

หวาชี้ไปยังตะกร้าที่พริ้มเคยเห็นมันวางอยู่

 

“แผลเป็นยังไงบ้าง?”

 

เสียงของหวาดังขึ้นแทนเสียงของก้นถุงกระทบพื้นตะกร้า คำถามเรียบง่ายที่เจ้าตัวไม่ได้ใส่อารมณ์หรือน้ำเสียงแสดงความเป็นห่วงเป็นใย…แต่กลับทำให้หัวใจพริ้มเต้นแรงจนต้องก้มหน้าแดง ๆ หนี ผ้าก็อซที่แปะไว้บนหัวเข่าทั้งสองข้างกลายเป็นจุดยึดสายตาของพริ้มในทันใด ร่างเล็กตอบกลับอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงติดขัด

 

“ก็…ดีขึ้นบ้างแล้ว”

“วิ่งยังไงให้ล้ม?”

“…”

“รู้ไม่ใช่หรอว่าต้องซ้อม”

“ข…ขอโทษ”

“เลิกพูดคำขอโทษพร่ำเพรื่อ มันน่ารำคาญ”

 

พริ้มแปลกใจนิดหน่อยที่น้ำเสียงของยี่หวาไม่ได้ติดรำคาญอย่างที่พูด เขาไม่ได้รู้สึกว่าตัวเองโดนดุ ถ้าโดนดุหรืออีกฝ่ายกำลังรำคาญ น้ำเสียงที่ใช้จะหนักและกดต่ำกว่านี้ …ที่รู้ว่ามันต่างกันก็เพราะได้ยินบ่อย ๆ น่ะสิ พริ้มหันกลับมาสนใจงานที่ตัวเองทำค้างไว้ต่อ แล้วก็ต้องยืนเงียบอีกครั้งเพราะเขา…

 

“ใช้ไม่เป็น?”

“มันไม่เหมือนกับที่บ้านน่ะ”

 

คนตัวเล็กได้ยินเสียงถอนหายใจเบา ๆ จากทางด้านบน ยี่หวาคงจะเริ่มรำคาญตามที่ได้พูดไว้ก่อนหน้านั้นแล้วแน่ ๆ ร่างสูงเดินเข้ามาใกล้จนไหล่ของเราแทบจะซ้อนกัน พริ้มไม่กล้าขยับตัวเมื่อกลิ่นน้ำหอมลอยเข้าจมูกมาอ่อน ๆ ชวนให้ใจเต้นในห้องซักผ้าที่มีกลิ่นน้ำยาปรับผ้านุ่มฟุ้งกระจาย

 

รูปธรรมในตัวยี่หวาก็ไม่ปรานีเขาเลย…

 

“นายแค่กดตรงนี้”

 

หูของเขาต้องแดงมากแน่ ๆ เพราะมันโดนลมหายใจของยี่หวาเข้าเต็ม ๆ แผงควบคุมบนตัวเครื่องไม่ได้ใหญ่มาก แถมยังมีตัวของเขายืนคั่นอยู่อีก เลยทำให้ยี่หวาต้องโน้มเข้ามาใกล้กว่าเดิมถึงจะมองเห็น กัปตันทีมอธิบายส่ง ๆ ก่อนจะจิ้มลงไปบนปุ่มโดยไม่รอให้พริ้มได้ตั้งสติ รู้ตัวอีกทียี่หวาก็กำลังจะเดินออกจากห้องไปแล้ว

 

“เสร็จแล้วก็รีบออกมาซ้อม”

“อ…โอเค”

 

 









กว่าจะมากันครบก็ปาไปเกือบจะสี่โมง เหตุเพราะสมาชิกที่อยู่ห้องแปดติดภารกิจทำเวร พวกมันมาช้าเสมอถ้าต้องทำความสะอาดห้อง ไม่ใช่เพราะหัวหน้าเข้มงวดมาก หรือที่ปรึกษามาคอยคุม แต่เป็นเพราะไอ้มุกมันรักความสะอาดมาก แม้แต่ฝุ่นก้อนเล็ก ๆ ก็ห้ามเหลือทิ้งไว้ ทั้งเช็ด ทั้งขัด จนเนยกับผ้าถึงกับยกมือไหว้ ว่าถ้ามึงไม่รีบไปตอนนี้ ไอ้หวาได้ใช้มึงทำความสะอาดทั้งโรงยิมแน่

 

ทั้งสนามฮือฮาเมื่อเหล่านักกีฬาเดินออกมาจากห้องพัก เสื้อแข่งสายปีนี้เป็นสีเทาตัดเส้นดำ เบอร์ประจำตัวติดไว้เด่นหราที่หน้าและหลังเสื้อ นักเรียนที่เข้ามานั่งเล่นในสนามด้วยความบังเอิญต่างก็ยกโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายรูปด้านหลังเสื้อของยี่หวาเก็บไว้ แล้วก็ไม่ลืมที่จะเอาลงในไอจีพร้อมใส่แคปชั่นมโนว่าเป็นแฟนเสริมเข้าไปด้วย

 

Akirah T. เบอร์ 9

 

พริ้มแอบมองแผ่นหลังของยี่หวาที่มีชื่อและเลขแปะอยู่ เสื้อดีไซน์ออกมาสวยไม่ใช่น้อย ดึงความเป็นผู้ชายออกมาได้ดีกับสีเทา แค่เห็นก็รู้สึกได้เลยว่าต้องเก่งมากแน่ ๆ

 

บอลลอยมากระแทกไหล่จนหลุดจากภวังค์ พริ้มส่งยิ้มขอโทษคู่ซ้อมที่ยี่หวาชี้เลือกมาให้ ผู้ชายคนนี้ชื่อ ขม เป็นผู้ชายตัวสูงกว่าพริ้มนิดหน่อย หน้าตาดูใจดี เวลายิ้มทีตาก็กลายเป็นเส้นตรง ขมเปลี่ยนเป็นเสื้อแข่งสายตั้งแต่แรกแล้ว เพราะเป็นถึงตัวสำรองอันดับต้นที่ยี่หวาเล็งไว้ เห็นว่าวันนี้ก็จะได้ลงเล่นด้วยเหมือนกัน

 

“พริ้มมม!!

“หวัดดีผ้า”

“กูกำลังจะไปแข่ง ไปด้วยกันมั้ย”

“ไป…ได้หรอ?”

“ได้ดิ”

 

ผ้าจูงมือพริ้มไปยังกลุ่มก้อนสีเทา พอได้ยืนข้าง ๆ กับทุกคนแล้ว พริ้มก็ดูตัวเล็กขึ้นมาทันตา ถอยออกมาอยู่หลังของผ้า หลบสายตาของเพื่อนในทีมที่พุ่งตรงมายังเขา ซานเลิกคิ้วแปลกใจพร้อมกับคำว่าอีกแล้วหรอในรูปแบบของลมร้อน ๆ ที่พ่นออกมา

 

มีแต่เรื่องให้ไม่เข้าใจจนซานเสือกไม่ทัน ไหนจะไอ้หวาที่เอาเบ๊ไอ้เท็ดเข้าชมรมกลางคัน แถมยังไม่บอกพวกเขาก่อนอีกต่างหาก ก่อนหน้านั้นก็เดินตัวปลิวเข้าห้องพักนักกีฬาได้อย่างง่ายดายโดยที่ไอ้หวาไม่ปริปากดุสักคำ ตอนนี้ก็อีก… ไอ้ผ้าเดินจูงมือเหมือนสนิทกันตั้งแต่ชาติที่แล้ว ขนาดไอ้เนยแม่งยังไม่เคยจูงเลย

 

“กูอยากพาเพื่อนไปด้วย”

“ใครอนุญาต”

“เอ้า ไหนมึงบอกให้ช่วยกันหาคนบริการไง”

“ไม่ใช่คนนี้”

 

ผ้าเท้าเอวเอาเรื่องเมื่อยี่หวายืนกรานว่าไม่ให้ไป

 

“ตัวสำรองต้องเตรียมลงเล่น เหลือกู ไอ้เนย มีไอ้เทคบ้างประปราย แต่มึงก็รู้ว่าพวกกูไม่ทำแน่ ๆ แล้วนี่ก็เพื่อนกู ไว้ใจได้…เอาไปด้วย”

“เอ่อ…ผ้า ไม่เป็นไร เราไม่ไปก็ได้”

 

หวาครุ่นคิดกับตัวเองเงียบ ๆ และพบว่าจริงของมัน เขาต้องคุมทีม คงไม่มีเวลาบริการจุกจิกให้ ตาต้องมองสนาม มือจับปากกาก็ต้องเขียน ถึงพวกมันจะไม่ได้แข่งแล้วต้องนั่งเฉย ๆ อยู่ข้างสนาม แต่เชื่อเถอะว่ามันจะนั่งเฉย ๆ ได้เป็นอย่างดีแน่ ๆ ถ้าจะมอบงานแบบนี้ให้พวกมันทำ แมทช์นี้เขากะจะให้ตัวสำรองลงเล่นบ้างตามคำสั่งโค้ชที่ไม่ว่างไปคุมเองในวันนี้ มีเด่น ๆ อยู่สามตัวที่พอจะเป็นรุ่นต่อไปหลังพวกเขาจบได้ ก็เลยจะให้ลงเล่นจนหมด สลับกับผลัดเปลี่ยนเอาพวกตัวจริงลงไปแก้เกม เพราะมุกยังไม่เคยเล่นกับตัวสำรองจริงจัง

 

“ชื่อพริ้มใช่มั้ย?”

“ช…ใช่”

 

จู่ ๆ เทคก็ถามขึ้น

 

“นายอยากไปมั้ยล่ะ?”

“…”

“แต่ไปแล้วต้องทำงานนะ”



80%








(ต่อ)


โรงเรียนเอกชนของทีมไอโซระอยู่ห่างจากโรงเรียนอซกว่าสิบกิโล ถูกใช้เป็นสนามในรอบการแข่งสาย รถบัสของชมรมพามาจอดที่ข้างโรงยิม มันใหญ่โต…กว้างขวาง…สมกับค่าเทอมเสียจริง งานโอเบงก็เคยจัดที่นี่ แล้วทำไว้ดีมากจนอยากจะให้จัดที่นี่ตลอดไป เพราะแบบนั้นเลยเผลอสร้างความกดดันให้กับโรงเรียนในเครือที่ต้องจัดงานต่อในปีถัดไปอย่างไม่รู้ตัว

 

พริ้มออกแรงยกถังคูลเลอร์ที่มีน้ำแข็งกับน้ำขวดแช่อยู่ข้างใน มันค่อนข้างหนัก… หนักเกินกว่าที่มนุษย์ตัวเล็กอย่างพริ้มจะยกให้มันลอยได้ ยี่หวาอนุญาตให้พริ้มมาด้วยได้ แต่การมาของเขาต้องทำประโยชน์ตามที่ยี่หวาย้ำเตือนคนในทีมบ่อย ๆ เขาต้องบริการน้ำ ผ้าเย็น และอื่น ๆ ขึ้นอยู่กับความต้องการของนักกีฬา ซึ่งงานนี้พริ้มมั่นใจมาก เขาจะเป็นแขนและขาให้ทุกคนเอง

 

“ยกไหวมั้ย?”

“อ่า…เทค”

“นายไปเอาบอลแล้วกัน อันนี้ฉันถือเอง”

“…จะดีหรอ”

“แล้วนายยกมันได้มั้ยล่ะ”

 

เทคพูดไว้แค่นั้นก่อนจะยืดตัวขึ้นพร้อมคูลเลอร์ขนาดกลางที่ลอยเหนือพื้น ยกมันได้ง่ายดาย ไม่เหมือนกับพริ้มที่ออกทั้งแรง ทั้งเสียงก็ไม่ขยับ ย้ายตัวเองไปหาตาข่ายที่เก็บลูกวอลเล่ย์หลายสิบลูก ลากมันลงมาจากรถโดยมีคนอื่น ๆ รออยู่ พริ้มทำหน้าไม่ถูก ได้แต่หันหน้าหนีเพราะเขาไม่ชินที่เห็นคนรอ ผ้ายื่นมือออกมาช่วยรับ เป็นจังหวะเดียวกับที่ซานส่ายหัว

 

“ดูท่าจะไม่ได้ช่วยอะไรเท่าไรนะ”

“เอาน่า มึงก็ไม่ได้คิดจะช่วยนี่”

 

เทคสวนซานทันที นอกจากจะไม่ช่วยอะไรสักอย่างแล้วยังพูดจาไม่ดีกับคนที่เขาช่วยเต็มที่ เห็นทีเขาต้องจัดการนิสัยเสีย ๆ ของไอ้ซานมันสักหน่อยแล้ว เราพากันเข้ามานั่งในสนาม เพราะนี่ยังไม่ใช่เวลาเลิกเรียน เลยมีนักเรียนของที่นี่เข้ามาดูกันเต็มไปหมด นักเรียนของโรงเรียนเราเองก็มา โรงเรียนของทีมอื่น ๆ ก็มาด้วยเช่นกัน

 

แมทช์นี้แข่งทั้งหมดสองทีม ทีมคาลันโชเจอกับทีมบลูเลท ส่วนเจ้าของสนามอย่างไอโซระเจอกับทีมดาวรุ่งที่ชื่อเวอร์เบน่า แมทช์ของทีมไอโซระเหมือนจะแข่งไปก่อนหน้านั้นไม่นาน เพราะเพิ่งเห็นพวกมันเดินออกมาจากสนามเมื่อกี้นี่เอง ยี่หวาเดินแตกแถวไปคุยกับเพื่อนในทีมนั้น ถึงแม้เราจะเป็นคู่แข่งกันในสนาม แต่นอกสนามเราเป็นเพื่อนกัน

 

“ไง”

“อ้าว กัปตันทีมคาลันโชเดินมาทักถึงที่ รู้สึกแมทช์หน้าก็น่าจะชนะแฮะ”

“ฝันไปเถอะ”

“เจอกับบลูเลทใช่ปะ พวกนั้นฟอร์มดีกว่าปีก่อนอยู่นะ”

“แล้วทีมใหม่เป็นยังไงบ้าง”

 

ยี่หวาลองเชิงถาม และเพื่อนของเขาที่เป็นกัปตันทีมเหมือนกันก็ตอบออกมาอย่างไม่ปิดบัง หมอนี่ชื่อ ศูนย์ มีขี้แมลงวันเล็ก ๆ ที่ใต้ตาข้างขวา หน้าตาเจ้าเล่ห์และชอบมัดผมเวลาแข่ง ตอนแรกก็แอบสงสัยว่าทำไมโรงเรียนมันให้ไว้ผมยาวได้ แต่พอคิดไปคิดมา…ก็คิดออกว่ามันไม่ใช่เรื่องที่เขาจะต้องเอามาใส่ใจ

 

“เก่งดี มีคนหนึ่งดีกรีทีมชาติ มือตบตำแหน่งเดียวกับมึง บล็อกแน่นชิบหาย กูตีติดบล็อกแม่งไปสามสี่รอบได้” ศูนย์สะบัดข้อมือตัวเอง

“คนไหน?”

“เบอร์หก ตัวสูง ๆ หัวสีทอง”

“ขอบใจ”

 

ยี่หวากำลังจะหมุนตัว

 

“เดี๋ยว ทำไมมึงใส่กางเกงวอร์มกับเสื้อแข่งวะ”

“กูไม่ได้ลง กูมาเป็นโค้ช”

“จริงดิ? กะว่าจะมาส่องมึงสักหน่อย อดเลย”

 

ร่างสูงเดินกลับเข้ามาที่สนามพลางจดยิก ๆ ลงสมุด ยี่หวาพกแว่นส่วนตัวมาใส่แทนคอนแทคเลนส์ที่จะใช้เฉพาะเวลาลงสนามเท่านั้น ถ้าไม่ได้ลงเล่นเหมือนวันนี้ เขาก็จะเลือกใส่แว่นเพื่อเพิ่มความมั่นใจว่าเขาจะมองเห็นได้โดยไม่ต้องเสียเวลาหยอดตา

 

และดวงตาของยี่หวาที่อยู่ภายใต้แว่นสีเงินก็เป็นฉนวนจุดสีบนหน้าของพริ้มได้เป็นอย่างดี

 

พริ้มผงกหน้าขึ้น ๆ ลง ๆ เอาผ้าเย็นใส่คูลเลอร์ที ตาก็ลอบมองยี่หวาที คนตัวสูงในลุคใส่แว่นดูน่าเกรงขามราวกับเป็นโค้ชตัวจริงเสียงจริง ไม่ได้หมายความว่าหวาหน้าแก่นะ แต่แค่ดูโตและมีรังสีความเป็นผู้นำมากขึ้นเฉย ๆ …ซึ่งนั่นดีต่อตาของพริ้มมาก เขาอยากเป็นมนุษย์ล่องหนที่จะได้มองยี่หวาอย่างสบายใจ ไม่ต้องมีใครมาส่งสายตาล้อเลียนพฤติกรรมเขา…เหมือนอย่างตอนนี้

 

“มองบ่อยจังเลยอ่ะ”

“อะ…อะไร”

“มึงอ่ะพริ้ม มอง…” ผ้าเม้มปากพลางเหล่ตาไปทาง…ยี่หวา

“เปล่านะ ก็แค่…”

“แค่?”

 

ผ้ายื่นหน้าเข้ามาใกล้ ไล่ต้อนเพื่อนตัวเล็กให้หลังติดกำแพง

 

“อย่าเอาหน้ามาใกล้นักสิ”

“ฮ่า ๆ ดูง่ายจริง ๆ”

 

แกล้งมดตัวน้อยจนพอใจแล้วก็เดินหนีไป กลายเป็นว่าเก้าอี้ข้างสนามของทีมคาลันโชเหลือเพียงแค่เขาที่กำลังเอาผ้าเย็นแช่กับยี่หวาที่กำลังจดอะไรสักอย่างลงกระดาษอยู่สองคน ระยะทางห่างกันแค่เพียงแค่เก้าอี้หนึ่งตัว ยี่หวาดูนิ่งกว่าตอนอยู่ที่ชมรมเยอะเลย หรือเพราะต้องเป็นคนคุมทีมด้วยล่ะมั้ง ก็เลยต้องมีสมาธิมากกว่าเดิม

 

ในคูลเลอร์สีน้ำเงินเข้มมีน้ำเปล่าทั้งหมดหนึ่งโหล ผ้าเย็นสิบแผ่น สปอนเซอร์ แล้วก็ลูกอม เอ๊ะ…ลูกอมหรอ?

 

“ของไอ้ซาน”

 

มุกเดินเข้ามานั่งเก้าอี้ตัวข้าง ๆ แล้วคลายความสงสัยของพริ้ม

 

“อ๋อ…”

“ลัคกี้ไอเทม กินแล้วตาแตก”

“จริงหรอ”

“ลองดูปะล่ะ?”

“ไม่เอาดีกว่า”

 

ใครจะกล้ายุ่งของของคนอื่นกัน แล้วยิ่งซานที่ดูท่าจะไม่ชอบพริ้มที่เป็นตัวพริ้มและพริ้มที่เป็นมาสคอต ก็ยิ่งไม่กล้าเฉียดใกล้เข้าไปใหญ่ เพราะไม่ว่าเราจะหวังดีมากแค่ไหน แต่คนที่เขาไม่ชอบ ยังไงเขาก็ไม่เปิดใจให้เราหรอก

 

กรรมการเป่านกหวีดเคลียร์สนามเพื่อเริ่มการแข่งขัน เรียกโค้ชของแต่ละทีมเข้าไปเพื่อส่งใบรายชื่อนักกีฬา ช่องกัปตีนทีม ช่องตัวสำรอง และช่องของโค้ช ทั้งสามช่องล้วนเป็นชื่อเดียวกันนั่นก็คือ นายอคิราห์ ธาราเดชากุล แปลกใจนิดหน่อยที่คนคนเดียวควบทั้งสามตำแหน่ง แต่ก็มองผ่านไปเพราะไม่มีอะไรผิดกติกา

 

การแข่งขันเริ่มแล้วเมื่อผู้ประกาศเริ่มพูดชื่อนักกีฬาทีละคน และคนคนนั้นก็เดินลงสนามด้วยท่าประจำตัว เสียงกรี๊ดของทีมคาลันโชดังกว่ามาก เพราะใคร ๆ ก็อยากเห็นทีมนี้แข่ง แต่สิ่งที่ฮือฮาที่สุดก็คงไม่พ้นโค้ชหน้าเด็ก…ที่ทุกคนรู้จักกันในนามกัปตันยี่หวา แต่วันนี้กลับยืนในตำแหน่งโค้ชเสียได้ แถมยังใส่แว่นอีกต่าง ถามเลยว่าใครได้กำไร…ก็เด็กนักเรียนของที่นี่ไง

 

ทีมคาลันโชกอดคอกันเป็นวงกลม ก่อนจะตะโกนเรียกขวัญกำลังใจด้วยคำที่ใช้มาตลอดว่า

WE ARE ONE !!

 

เซ็ตแรกเริ่มไปได้ด้วยดีและเป็นอย่างที่ซานคิดไว้ พวกบลูเลทฟอร์มดีก็จริงแต่ก็ยังสู้พวกเขาไม่ได้ ขนาดเอาไอ้เนย ไอ้เทค ไอ้ผ้า ออกไปนั่งเล่นข้างนอกตลอดทั้งเซ็ตก็ยังทำแต้มได้สบาย ๆ ไม่ใช่แค่พวกนั้นไม่เก่ง แต่เป็นเพราะพวกเราเองก็ซ้อมทุกวันจนเก่งขึ้นเหมือนกัน ดังนั้นเซ็ตแรกนี้เลยปิดเกมได้แบบสบายบรื้อ

 

เมื่อจบเซ็ตใดเซ็ตหนึ่ง ทั้งทีมก็ต้องย้ายไปยังที่นั่งของสนามอีกฝั่ง สลับไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะจบแมทช์ พริ้มแจกจ่ายน้ำให้ทุกคนทันทีที่ลากคูลเลอร์มาได้สำเร็จ เทคลอบหัวเราะที่พริ้มทำท่าเหมือนไม่อยากให้เขาช่วย รู้สึกได้เลยว่าผู้ชายคนนี้ดื้อเงียบ เพราะไม่ว่าตัวเองจะตกอยู่ในที่นั่งลำบากแค่ไหนก็ไม่เคยร้องขอใครให้เข้าไปช่วย

 

“เล่นดีแล้ว แต่อย่าประมาท”

“ครับโค้ช!!

“ใครโค้ชมึง”

“อ้าว”

 

โดนตอกด้วยหน้านิ่ง ๆ ของไอ้หวาแล้วก็ไปไม่ถูก

 

“พริ้ม กูขอผ้าเย็นหน่อย”

“แปปหนึ่งนะ”

“ขอผ้าแห้งมาซับเหงื่อด้วยดิ”

“ผ้าแห้งหรอ…ไม่มีอ่ะ”

 

จอมทัพแอบขำในใจ มันจะไปมีได้ยังไงในเมื่อผ้าเย็นเนี่ยแหละที่เอาไว้ซับ

 

“งั้นเอาเสื้อมึงซับเหงื่อกูแทนได้ปะ”

“เอ่อ…ได้สิ”

“เฮ้ย! กูล้อเล่น”

 

แล้วก็หันไปหัวเราะกับคนอื่นเพราะพริ้มเดินเข้ามาหาจริง ๆ คนตัวเล็กเกาหัวแก้เก้อ พออยู่ในสนามแล้วเลือดสูบฉีดได้ดีมาก ทุกคนหลุดเรียกชื่อเขา แถมยังแทนตัวเองด้วยคำสนิทสนมเสียจนพริ้มตามไม่ทัน อย่างจอมทัพที่รู้ว่าพริ้มเข้าชมรมมาก็แทบไม่คุยด้วยเลย แตกต่างกับตอนที่พริ้มใส่ชุดมาสคอตมาก ๆ เมื่อไรที่เดินออกมาจากห้องพัก จอมทัพคือคนแรกที่เดินเข้ามาจูงแขนเขาไปเล่นด้วย

 

“ถึงฝ่ายนั้นจะทำแต้มเสียเองบ่อย บอลรุกก็ไม่หนัก แต่เกมบล็อกเขาทำได้ดีมาก ขม…มึงเปลี่ยนมาเล่นบอลเร็วบ้าง ฝั่งนั้นเขาดูเกมมึงออกหมดแล้ว อย่าให้เขารู้ว่ามึงถนัดอะไร”

“ครับ”

“ซานเสิร์ฟเสียไปสองลูก รู้หรือยังว่าเป็นเพราะอะไร?”

“กูยืนผิดฝั่ง”

“เออ รู้แล้วก็เปลี่ยนซะ”

 

เสียงของหวาชัดเจนและหนักแน่น คอยแนะนำคนในทีมด้วยความจริงใจอย่างเต็มที่ คนที่อยู่นอกสนามจะเห็นภาพรวมของเกมว่าควรเล่นยังไง แก้ปัญหาที่จุดไหน แล้วใครต้องปรับปรุง ซึ่งยี่หวาเลือกที่จะบอกทุกคนโดยไม่แคร์ว่าถ้าถูกตำหนิแล้วจะรู้สึกเฟลหรือไม่ แต่เพราะมันสำคัญต่อตัวเองและชัยชนะของทีม

 

การฟังเพื่อยอมรับและเปลี่ยนมัน…คือสิ่งที่ยี่หวาหวังว่ามันจะเกิดขึ้น

 

“โอเค เกมนี้ไม่ยาก อย่าให้ทีมนั้นได้เซ็ต ไม่งั้นเราจะเหนื่อย”

“ได้เลย”

“เล่นเหมือนที่ซ้อม ห้ามประมาทล่ะ”

“สู้โว้ย!

 

พริ้มยื่นน้ำให้หวา ในตอนที่นักกีฬาเดินลงสนามไปเช็คตำแหน่ง ร่างสูงเปิดฝาแล้วยกมันดื่ม เสียงอึก ๆ กับน้ำที่หายไปเกือบครึ่งขวดทำให้รอยยิ้มของพริ้มผุดขึ้นจาง ๆ อย่างน้อยยี่หวาก็รับขวดน้ำจากเขา… โค้ชเฉพาะกิจคืนขวดน้ำแล้วเดินกลับไปนั่งที่เก้าอี้ตัวแรก จากนั้นก็เงยหน้าขึ้นมาชี้นิ้วเรียกเขาให้เข้ามานั่งที่เก้าอี้…ตัวถัดไป

 

นั่งได้หรอ…?

 

ถึงแม้จะทำเหมือนไม่เห็น…แต่เขาก็มองอยู่ตลอด ใบหน้าขาวที่เผยแต่มุมข้างเพราะเอาแต่ทำตัวให้ยุ่ง เอาผ้าเย็นแช่ เช็คขวดน้ำไม่ให้สลับกันกิน ไหนจะคอยเดินไปนวดไหล่ให้ไอ้ผ้าที่ชอบเรียกเด็กบริการให้ไปเล่นด้วย แววตาของยี่หวาเปลี่ยนไปยามที่ได้มองอีกฝ่ายตั้งใจทำหน้าที่ของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นเวรห้องหรือเวรในชมรม ถึงจะยุ่งมากแค่ไหนก็ไม่เคยทิ้งขว้างงานตัวเองเลยในแต่ละวัน

 

ในจุดนั้นนั่นแหละที่เริ่มทำให้ยี่หวารู้สึกว่าคิดถูกที่พามา

 

“พักบ้างก็ได้”

 

พริ้มยิ้มกับตัวเองน้อย ๆ ที่ทำให้อีกคนพอใจได้

 

“เราอยากมีประโยชน์…”

“…”

“เหมือนที่ยี่หวาบอกให้มี”

 

แม้ใบหน้าจะหมกหมุ่นอยู่กับการจดบันทึก…

แต่รอยยิ้มที่มุมปากกลับว่างเสียจนขยับไม่หยุด



100%

#พริ้มเพียงหวา

8/9/18









เราปูเรื่องมานานมากจริง ๆ จนอาจจะทำให้หลายคนเบื่อ แต่ไม่ปูก็ไม่ได้อีกนั่นแหละนะ5555

เอาใจช่วยน้องปูพริ้มด้วยน้า ว่าจะเปลี่ยนความคิดยี่หวาได้มากแค่ไหน อย่างน้อยตอนนี้ก็ได้ไปอีกหนึ่ง ชื่อทีมทุกทีม มาจากชื่อดอกไม้ทั้งหมด ถ้าอยากรู้ว่าเป็นดอกอะไรบ้าง ลองเสิร์ชดูนะคะ สวยทุกชนิด

ปล. ฝากเรื่องการใช้คำเพื่อเม้นท์ฟิคนิดนึงนะคะ ถ้าต้องการให้เราปรับปรุง บอกได้เลย ด้วยคำดี ๆ ที่แสดงถึงความจริงใจ ถ้าคำไหนที่พอเป็นคุณอ่านแล้วมันรู้สึกไม่ดี ยังไงรบกวนเลี่ยงที่จะใช้นะคะ เราใจบาง

ถ้าชอบก็อย่าลืม กดเลิฟ กดแชร์ กดเม้นท์ ติดแท็กให้น้องพริ้มทีนะค้าบ 

ขอบคุณมากค่าที่อ่านพริ้มเพียงหวา นายอคิราห์เป็นของฉัน

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2.191K ครั้ง

342 ความคิดเห็น

  1. #6659 MONAHT_ADUS (@darat5708) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2562 / 00:55
    พี่หวาอย่างเท่
    #6659
    0
  2. #6607 Mammy Sentereza (@mam3714) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2562 / 11:41
    ไม่น่าเบื่อเลยค่ะ รู้สึกสนุกดี รู้สึกว่าพวกเค้าค่อยๆ ใกล้กันขึ้นเรื่อยๆ//////
    #6607
    0
  3. #6256 ฟองฟู่ (@rainb0wmidnight) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 25 มกราคม 2562 / 21:26
    ไม่รู้ว่าใครเคยหาไว้รึยังนะ แต่เราอยากรู้จริงๆ
    Kalanchoe - กุหลาบหิน
    Ixora - ดอกเข็ม
    Verbena - ดอกเวอร์บีน่า ชื่อตรงตัวเลย
    ส่วนบลูเลทเราไม่แน่ใจว่าคือดอกอะไร ที่ใกล้เคียงสุดที่เราหาเจอนะ bullet wood ที่แปลว่าดอกพิกุลอะ แต่มันต้องเขียนไทยเป็น บุลเล็ท สิ แงง หาไม่เจออะวานไรท์ช่วยเฉลยที pls ;-;
    #6256
    0
  4. #6219 เห่ว (@jane6033) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 22 มกราคม 2562 / 17:50
    ขอบคุณที่เอ็นดูน้องพริ้ม ลูกแม่เก่งมากเลย ฮืออออออ ทุกอย่างมันจะต้องดีขึ้นนะพริ้ม อดทนลูก😭😭
    #6219
    0
  5. #6209 bemysunshine (@DBK1802) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 22 มกราคม 2562 / 01:24
    ความสดใสของน้องจะเจาะกำแพงพี่เองจ้า ให้กำลังใจน้องด้วยน้า ขอให้มีแต่คนรักคนหลงมีแต่เพื่อนที่ดีน้า ฮื่อออ ขอบคุณพิที่เอ็นดูน้องนะจ๊ะ
    #6209
    0
  6. #6167 Far_juneeee (@Far_juneeee) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 20 มกราคม 2562 / 00:34
    มีย้งมียิ้มมมมโอ้ยยย
    #6167
    0
  7. #6144 เบค่อนน้อย exo (@exo_xoxo) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 19 มกราคม 2562 / 09:30
    พริ้มน่ารักกก
    #6144
    0
  8. #5806 bbhrrpcy (@bbhrrpcy) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 15 มกราคม 2562 / 20:03
    ชอบที่ไรท์ปูเรื่องแบบนี้นะคะ มันทำให้เราอินในเรื่องมากๆจริงๆㅠㅠ
    #5806
    0
  9. #5767 Me_onyourmind (@Me_onyourmind) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 13 มกราคม 2562 / 22:51
    โง้ยยยย ยี่หวาาา ใจสั่นไปหมดดด น้องพริ้มนี่จะขนาดไหน ฮือออ
    #5767
    0
  10. #5744 fernarc (@fernarc) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 13 มกราคม 2562 / 17:12
    น้องพริ้มรู้กก น่ารักจังเลยยยยย
    #5744
    0
  11. #5281 mamypoko_c (@mamypoko_c) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2561 / 15:42
    เขิงงงงงงงงง
    #5281
    0
  12. #5256 Bbbbole (@teea) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2561 / 23:59
    เขินนน พริ้มน่ารักจังเลยย
    #5256
    0
  13. #5237 nabbiebs_ (@nabbiebs) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2561 / 12:42

    พริ้มมมมมมมมม น้อนนนนนนนน
    #5237
    0
  14. #5228 Oh Saseum. (@lovely_exo) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2561 / 23:44
    เราเป็นคนชอบดอกไม้ ชอบการวางเรื่องของคุณนะไรท์ ดูมีอะไรๆดี เรารักฟิคเรื่องนี้และตื่นมารอแจ้งเตือนทุกวัน ให้ตายเถอะ อันนี้อ่านรอบที่3แล้วนะ
    #5228
    0
  15. วันที่ 21 ธันวาคม 2561 / 15:53
    เริ่มแล้วๆๆๆ มาๆๆๆ ฮืออออ เขินนนน เขินอะไรไม่รู้ เขินนนนน
    #5209
    0
  16. #5182 krissyichan00 (@krissyichan00) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2561 / 22:20
    ไรท์แต่งดีมาก ชื่นใจเบาๆที่พริ้มเริ่มมีเพื่อน
    #5182
    0
  17. #5175 EsllfaFa (@EsllfaFa) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2561 / 17:06
    ดีใจที่พริ้มีเพื่อน มีสังคม
    #5175
    0
  18. #5170 HunAunSun (@Som_KNK) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2561 / 00:48
    เจ้าพริ้มมม
    #5170
    0
  19. #4840 Greenteass (@greentea000) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2561 / 21:10
    เราจับจุดได้อย่างนึงที่ไม่แน่ใจว่าไรท์วางไว้หรือมันบังเอิญก็คือมุมมองของคนอื่นที่มีต่อพริ้ม ภาษาอังกฤษเรียกว่า Prejudice คือการตัดสินคนอื่นก่อนที่จะรู้จักเสียอีก เหมือนคนในชมรมอ่ะ พอรู้ว่าเป็นพริ้ม ปฏิกิริยาก็จะเป็นแบบนึง แต่พอเป็นปู ที่ไม่รู้ว่าข้างในเป็นใคร ก็จะมีปฏิกิริยาอีกแบบนึง ทั้งที่เป็นคนเดียวกัน แต่การรีแอคชั่นกลับออกมาคนละแบบ แบบแรกคือการมี Bias และ Prejudice อย่างที่สองคือไม่มีอะไรเลย เป็น objective เพราะไม่รู้ว่าคนข้างในคือใคร ซึ่งเนี่ย เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริงๆในสังคมอ่ะ 555555 ไรท์ถ่ายทอดออกมาได้ดีมากๆเลยนะ แบบ เราเคยอยากเขียนเรื่องแนวๆนี้แหละ แต่มันยากใช้ได้ มันไม่ง่ายที่จะทำให้คนอ่านซึมซับและเข้าใจตัวตน เหตุผล จุด twist ที่มี supporter แต่ไรท์ทำได้ค่อนข้างดีเลย เราอิน และรู้สึกเติบโตตามไปกับตัวละคร นี่อ่านแค่บทที่แปดเองนะเนี่ย5555555
    #4840
    0
  20. #4393 ๋J__N__T___ (@jigsaw2048) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2561 / 19:18
    พริ้มให้ความรู้สึกเหมือนเป็นลูกเลย น่าร้ากกก
    #4393
    0
  21. #4379 heykiki (@kmxiioxe_) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2561 / 15:04
    น้องงงงงง น่ารักน่าเอ็นดู จนทุกคนในทีมเอ็นดูหมดละเนี่ย ไม่เว้นแม้แต่ผู้ชายมี่นิ่งเหมือนหินผาอย่างยี่หวา แงงงงงงงงง แงงแงแงแง ส่วนซานอะ ทำมาเป็นนะ อย่าให้เห็นว่าเอ็นดูน้องเชียว
    #4379
    0
  22. #4281 nitaaa__ (@danita_pearl) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2561 / 12:43
    ทำไมพริ้มน่ารักขนาดนี้ โดนแกล้งได้ไงเยอะแยะ สงสารน้องงงง
    #4281
    0
  23. #4269 Maayuniiboo (@moomilkwg) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2561 / 23:56
    น้องน่ารักที่สุด แง้
    #4269
    0
  24. #4251 889461 (@pppploy__) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2561 / 16:05
    เจ้าพริ้มมมมม โคตรน่ารักเลย
    #4251
    0
  25. #2948 จีวอนชิ':) (@view1410) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2561 / 19:51
    ต้องรอให้เข้ากันมากกว่านี้อ่ะเนอะ ซานถึงจะดีด้วยได้
    #2948
    0