#พริ้มเพียงหวา | chanbaek

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 178,365 Views

  • 6,998 Comments

  • 12,280 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    18,659

    Overall
    178,365

ตอนที่ 7 : พริ้มเพียงหวา : ตอนที่ ๖

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1861 ครั้ง
    30 ส.ค. 61





6




รถบัสคันเดิมวิ่งผ่านป้ายเหมือนอย่างทุกครั้งตามคำสั่งของขาใหญ่บนนั้น เขาเคยนึกอยากลองยืนนิ่ง ๆ ให้รถบัสมันผ่านไปดูบ้างแต่ก็กลัวผลลัพธ์ที่อาจจะออกมาตรงกันข้ามอยู่ดี ด้านหลังลุงคนขับที่ทำหน้าหนักใจส่งมาเป็นเท็ดดี้ที่ยิ้มระรื่น

 

หัวเราะเยาะมนุษย์ขี้แพ้ในสายตาพวกเขา

 

พริ้มอึดอัดยามที่ต้องเดินผ่านพวกเพื่อน ๆ ที่นั่งอยู่ก่อนหน้าแล้ว เขาเดินกอดกระเป๋า เอาคางแนบชิดอกหลบสายตาของทุกคนที่มองเขาเป็นเหมือนตัวปัญหา ใบหน้าขาวติดจะหม่นหมองในเช้าวันนี้เบิกตาโตเล็กน้อยเมื่อเห็นใครบางคนนั่งอยู่ตรงที่ประจำของเขา

 

พริ้มรู้จักคนนี้

 

“หวัดดี”

“เอ่อหวัดดี”

 

ค่อย ๆ หย่อนตัวนั่งด้านข้างลิบบอโร่ฝีมือดีของทีมคาลันโช เมื่อปีก่อนในงานโอเบง ผ้าได้รางวัลลิบบอโร่ดีเด่นเนื่องจากเก็บลูกที่ออกนอกสนามได้เกินสิบครั้ง เก่งสุด ๆ ไปเลยล่ะ ริมฝีปากเล็กลอบยิ้ม ภายในใจตื่นเต้นราวกับมีผู้คนมาเดินขบวนพาเหรดบนถนนเส้นเลือดแดง เขาออกอาการมากไปมั้ยนะ ไม่บ่อยเลยที่จะเจอผ้าบนรถบัสเวลานี้

 

“เหม็นชะมัด ใครไม่ซักถุงเท้าวะ!

…!

“ปกติขึ้นคันนี้หรอ?”

“อื้อใช่”

“นั่งตรงไหนอ่ะ”

 

นิ้วเล็กชี้ไปยังคนถาม

 

“ถามจริง? โคตรเหม็นอับ ไม่ได้ล้างรถกี่ปีแล้ววะ แกไม่เหม็นหรือไง”

“ก็เหม็น แต่เราชินแล้ว”

“คนบ้าที่ไหนจะไปชินวะ ตลกละ” ผ้าแค่นหัวเราะ

 

พริ้มไม่รู้ว่าผ้าหัวเราะอะไรแต่ก็ทำตาม

 

ผ้าเป็นคนตัวเล็กเท่า ๆ พริ้มเลย ส่วนสูงเราเรียกได้ว่าใกล้เคียง ห่างกันไม่กี่เซ็นเท่านั้น แต่เมื่อมองผ้าแล้วพริ้มกลับรู้สึกว่าตัวเองด้อยกว่าหลายเท่า ไม่มีอะไรที่พริ้มสู้ได้เลยสักอย่าง เพราะอย่างนั้นตลอดการเดินทางบนรถบัสคันใหญ่นี้ พริ้มได้แต่ลอบมองคนด้านข้างมองท่านั่งที่ดูสบายใจอย่างที่พริ้มไม่เคยทำมาก่อนในตอนที่เขานั่งอยู่ตรงนั้น

 

อยากทำแต่ก็ไม่เคยทำได้

 

“นี่

!!

 

แรงสะกิดเบา ๆ เกิดขึ้นที่ไหล่เล็ก พริ้มสะดุ้งโหยงทำเอาผ้าเองก็ตกใจเหมือนกัน ผ้าหลุดขำ ใบหน้าพริ้มตอนที่ตกใจอย่างกับลูกแมวหลงทาง แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่ควรสะดุ้งแรงขนาดนี้ ทำเหมือนกับว่ารอบ ๆ ตัวมีแต่คนที่ไม่น่าไว้ใจ

 

“ตกใจอะไรขนาดนั้น”

“ขขอโทษ”

“ขอโทษเรื่องไรอ่ะ”

“ขอโทษที่ตกใจ”

อะไรวะ”

 

งงชิบเป๋ง นี่เขากำลังคุยกับคนใช่มั้ยวะ?

 

“เราผ้า ผ้าเฉย ๆ ผ้าแบบไม่ระบุประเภท อยู่ห้องแปด แกอ่ะ?”

“เอ่อ” คนที่ไม่เคยโดนถามอะไรแบบนี้มานานมากแล้วชะงักกึก หัวสมองกำลังสั่งการอะไรบางอย่างที่พริ้มไม่รู้เรื่อง เขากำลังงงว่าผ้าต้องการจะถามอะไรกันแน่ ชื่อหรือห้อง

“ให้เดา รุ่นน้องปะ?”

“เอ่อเราอยู่มอหกห้องสี่”

“จริงอ่ะ?! หน้าโคตรเด็ก

“ก็เราเป็นเด็ก”

“งั้นก็แสดงว่าเพื่อนกัน พูดกันเองได้อ่ะสิ”

“ดได้สิ”

 

พริ้มลอบยิ้ม

 

“มึงชื่อไร”

พริ้ม”

“พริ้ม? พริ้มไร? หลับตาพริ้ม พริ้มใจ หรือพริ้มจัง”

“พริ้มเฉย ๆ ไม่ระบุประเภท”

“เชี่ย โดนใจว่ะ นึกว่าจะเป็นคนเงียบ ๆ กวนตีนเหมือนกันนะเรา”

 

ผ้าเอาไหล่มากระแซะพริ้มเบา ๆ เป็นเชิงหยอกล้อ เขาไม่เคยนึกว่าจะได้คุยกับผ้าเลย ภายนอกผ้าเป็นคนหน้าเหวี่ยง อ้าปากทีไรคิ้วก็จะขมวดทุกที ผ้าอยู่ห้องเดียวกับเนย ผู้ชายตัวขาว ๆ ตาจะตี่ ๆ เวลายิ้ม ไปไหนมาไหนก็จะเห็นเนยเดินกับผ้าเสมอ เขาก็เลยไม่เคยคิดว่าจะได้คุยกัน

 

“ไอ้ผ้า! อย่าไปยุ่งกับเสนียด เดี๋ยวเสื้อมึงจะหมองเอานะเว้ย!

“ดูดิ นั่งใกล้มึงแปปเดียว ใต้ตามึงดำเลยว่ะไอ้สัส ฮ่า ๆๆ”

“มานั่งข้างกูมั้ยเพื่อน นั่งข้างเบ๊ เดี๋ยวมึงโดนราศีเบ๊เกาะเอานะเว้ย ก๊ากกกกก!

 

และสิ่งที่พริ้มไม่อยากเจอก็เกิดขึ้น

 

เท็ดดี้กับเพื่อนอีกสองสามคนตะโกนข้ามหัวคนอื่น ๆ ด้วยถ้อยคำที่พริ้มได้ยินเป็นประจำ แต่กับผ้าเขาไม่อยากให้อีกคนเจอเหมือนเขา การอยู่ภายใต้ใครอีกคนมันไม่เคยหายใจได้สะดวก ไม่มีใครอยากอยู่ล่างสุดของห่วงโซ่ทุเรศ ๆ นี้ เพื่อนที่นั่งด้านหน้าเริ่มหันมามอง บางคนก็ปิดปากซุบซิบในทางลบ บางคนก็ยิ้มเย้ยเห็นด้วยกับเท็ดดี้

 

เขาคุยกับคนอื่นบ้างไม่ได้เลยหรอ

 

“หุบปากสกปรกของมึงไปไอ้เช็ดขี้ เหม็นเปรี้ยว!

“อ้าวไอ้เหี้ยผ้า!! ปากดีนักนะมึง!!

“พวกกูอุตส่าห์เตือนดี ๆ นะโว้ย มึงไม่รู้จักเฮียเพลิงอ่อ”

“รู้จัก แต่พี่เพลิงเขารู้จักมึงมั้ยถามงี้ดีกว่า”

“ไอ้เหี้ยนี่ปากดีเกินไปละ!!

 

เท็ดดี้ทำท่าเหมือนจะพุ่งเข้ามา เช่นเดียวกับผ้าที่ลุกขึ้นด่าเท็ดดี้ปาว ๆ ไม่มีความเกรงกลัวเลยสักนิด ขนาดเอาพี่เพลิงมาขู่(เท็ดดี้ชอบพูดว่าตัวเองมีพี่เพลิงเป็นแบ็ค)ผ้าก็ยังตะคอกด่าคอเป็นเอ็น พริ้มจับแขนเล็กแต่มีกล้ามเนื้อแน่นไปหมดของผ้าเบา ๆ อยากห้ามเหลือเกินแต่ก็ไม่กล้าทำด้วยความมั่นใจ ไม่เคยเห็นใครพูดกับเท็ดดี้แบบนี้มาก่อน เขางงไปหมดแล้ว

 

“กูปากดีมานานแล้ว ขอบใจที่ชม”

“คิดว่าอยู่กับไอ้หวาแล้วจะทำเบ่งก็ได้หรอมึงอ่ะ ไอ้ควายเอ้ย!

“เหมือนมึงแหละไอ้หมีควาย”

“ขอกูชกปากแม่งหน่อยเหอะ!!

“มึงมาดิ!!!

 

บนรถเริ่มวุ่นวายมากกว่าเดิมเมื่อผ้าข้ามตัวพริ้มออกไปยังเลนกลาง แทนที่เท็ดดี้จะพุ่งเข้ามาเหมือนอย่างเมื่อกี้ แต่ก็ทำเพียงแค่ชี้หน้า ขยับปากด่าคำหยาบคายเท่านั้น ผ้าชูนิ้วกลางใส่ เกลียดคนกร่างไปทั่วแต่พอเอาเข้าจริงก็ไม่กล้าสู้ขึ้นมา ไม่ต้องถึงมือไอ้หวา เขาก็มั่นใจว่าล้มไอ้ลูกโป่งยักษ์นี้ได้ ไม่รู้ว่าคนทั้งโรงเรียนจะไปกลัวอะไรมันนักหนา เจาะด้วยตีนก็แตกแล้ว

 

“ฝากไว้ก่อนเถอะไอ้พริ้ม!

“เกี่ยวเหี้ยไรกับเพื่อนกู”

 

ไม่เคยคิดว่าคำคำหนึ่งของคนที่มองเห็นเรา

จะมีผลต่อจิตใจอันอ่อนแอและบอบบช้ำมากกว่าที่เราคิด

 

พริ้มนิ่งงันราวกับถูกแช่แข็ง แม้ผ้าจะข้ามมานั่งที่เดิมแล้วก็ยังไม่รู้สึกตัว ดวงตาเล็กสั่นไหวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน กระเป๋าที่หน้าขาถูกรัดแน่นขึ้นก่อนใบหน้าของพริ้มจะแนบลงไป ปฏิกิริยาแปลก ๆ เรียกความสนใจของผ้าที่สบถด่าหมีควายตัวโตให้หันมาหา

 

เพื่อนใหม่ของผ้ากำลังร้องไห้ในขณะที่ริมปีปากเหยียดยิ้ม

 

“เฮ้ยเป็นไรวะ กูสะบัดศอกโดนมึงหรอ

“ฮึกเปล่า เปล่าเลยเราแค่ฮือ”

“ใจเย็น”

 

ผ้าลูบหลังพริ้มเบา ๆ มันสั่นสะท้านไปตามเสียงอื้ออึงในลำคอ ถึงแม้จะไม่ได้ยินเสียงร้องแต่เขากลับรับรู้ว่าอีกคนร้องหนักมาก ไม่ใช่เรื่องผิดปกติอะไรที่ผู้ชายอย่างเราจะร้องไห้ เพื่อน ๆ ในทีมคาลันโชก็เคยร้องกันมาแล้วทั้งนั้น แต่เขาไม่เคยจับไหล่ใครแล้วสั่นแรงมากเท่านี้มาก่อน

 

แรงจนเกือบจะทำให้ร้องไห้ตาม

 

“ฮึกฮึก”

 

คนตัวเล็กสูดน้ำมูกแรง ๆ สองสามที หยิบเอากระดาษทิชชู่ออกมาจากกระเป๋า ดึงมาสองแผ่น จับมันพับเป็นสี่เหลี่ยมแล้วเช็ดเบาๆ ใต้จมูกตัวเอง จากนั้นก็หลุดขำ ท่าทางเหมือนคนบ้า ร้องไห้ไปขำไป โดยที่ผ้าได้แต่มองเพราะไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น

 

“โอเคแล้วใช่มั้ย”

“อื้อ”

“ร้องไห้เพราะไอ้เช็ดขี้หรอ ให้กูด่ามันอีกรอบมั้ย”

“ไม่ ๆ เราแค่ดีใจ

?”

“ที่ผ้าพูดว่าเราเป็นเพื่อน”

 

แววตาขอบคุณส่งมาพร้อมกับคำพูดใสซื่อถ้าหากตั้งใจฟังดี ๆ จะรู้ว่ามันแฝงด้วยความเจ็บปวดเต็มไปหมด ผ้าเคอะเขิน อย่ามองเขาเหมือนฮีโร่อะไรเทือก ๆ นั้นจะได้มั้ย กระแอมเบา ๆ กับตัวเอง ก่อนจะเอานิ้วปาดจมูกพลางเสมองออกไปนอกหน้าต่าง

 

“ใคร ๆ ก็เป็นเพื่อนกูได้ทั้งนั้นแหละ”

“ยกเว้นไอ้หมีควายนั่น”

ดีจังที่เช้าวันนี้มีอะไรดี ๆ ให้พริ้มได้ขอบคุณ

อื้ม”

แม้จะเป็นการขอบคุณด้วยน้ำตา

“ขอบคุณนะ

แต่เขาก็ไม่ได้รู้สึกเสียใจเลย

 

 














วันนี้ชมรมเชียร์ก็มาที่สนามอีกเช่นเคย

 

แต่ดูจริงจังกว่าทุกครั้งเพราะมีชมรมวอลเล่ย์นั่งล้อมวงกับพวกเธอด้วย แน่นอนว่าในนั้นจะต้องมีแคท เพราะเธอเป็นหัวหน้าหลีด พู่กันเองก็ต้องเข้าร่วมด้วยเพราะเป็นกัปตันทีมหญิง ถึงแม้จะเหม็นขี้หน้าสาวกระโปรงสั้นจุ๊ดจู๋มากแค่ไหน แต่เธอก็ต้องอดทนฟังเสียงแบ๊ว ๆ นี้ให้ได้

 

ยี่หวากับคนอื่น ๆ ที่เป็นตัวจริงก็อยู่ด้วย ยกเว้นจอมทัพที่ยืนเล่นกับมาสคอตปูส้มข้าง ๆ นะหมอนั่นน่ะไม่ได้ตั้งใจฟังเลยสักนิดเดียว กระดาษกิจกรรมที่ต้องยื่นให้กับสภาถูกวางไว้บนพื้น พร้อมกับปากกาแท่งหนึ่งลายกุ๊กกิ๊กตามประสาผู้หญิงสวย แต่หน้าที่เขียนดันเป็นยี่หวาไม่ใช่แคท เพราะแบบนั้นมันเลยขัดกับลุคไอ้หวาโคตร ๆ หน้านิ่งแต่ปากกาหัวแมว สีชมพูด้วยนะ สุด ๆ ไปเลยว่ะเพื่อน

 

“แคทว่าให้มีโชว์คั่นกลางตอนพักด้วยก็ดีนะ”

“โชว์ของหลีดหรอ เป็นแบบเต้นเพลงของไอดอลเกาหลีดีมั้ยอ่ะ?” ซานเสนอ

“ไม่รู้สิแคทไม่รู้ว่าจะเต้นได้มั้ย แต่จะลองดูนะ”

“เยี่ยม! ไอ้หวามึงเขียนไป”

 

แอบหงุดหงิดนิดหน่อยที่ต้องเป็นคนเขียน ยี่หวานั่งเขียนเงียบ ๆ มาสิบนาทีกว่าแล้ว เขาอยากไปซ้อมจะแย่ แต่โค้ชสั่งให้มาคิดโชว์เปิดร่วมกับทีมเชียร์ก่อน ความคิดดี ๆ ถูกเสนอมาเยอะแยะแต่ยี่หวาไม่ได้เขียนมันลงในแผ่นไปทั้งหมด เขาต้องเอามาพิจารณาว่ามันจะสามารถทำได้จริงหรือไม่ควบคู่ไปด้วย เพราะบางอย่างก็ดูเพ้อฝัน

 

“ตอนช่วงซ้อมก็ให้เอามาสคอตออกมาเดินเล่นมั้ย?” เทคพูดขึ้น

“อ่าเราต้องใช้มาสคอตด้วยสิเนอะ งั้นเอาปูส้มมาโชว์ร่วมกับหลีดด้วยดีมั้ย?” หนึ่งในทีมเชียร์เสนอ

“ก็ดีนะ แล้วเอาโชว์เสิร์ฟลูกมาต่อกันเลย”

“น่าสนใจ แบบเต้น ๆ แล้วก็ลงสนามมาเสิร์ฟโชว์ ว่าวแน่ ฮ่า ๆ”

 

ทั้งกลุ่มหัวเราะก่อนจะหันมองปูส้มที่กำลังสะบัดแขนออกจากการเกาะกุมของจอมทัพ

 

“นี่ ๆ พวกนาย

“หื้อ?”

 

เสียงกระซิบเบา ๆ จากสาวสวยเรียกให้ทุกคนโน้มใบหน้าลงมาในวง ยกเว้นยี่หวาที่ไม่ทำตาม มัวแต่จดด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ทะเลาะกับปากกาหรือยังไงก็ไม่รู้ พู่กันทำหน้าเบื่อหน่าย ลุกเดินไปนั่งข้าง ๆ ยี่หวาก่อนจะแย่งกระดาษมาเขียนแทน จะเริ่มปาร์ตี้แสบปากกันล่ะสิ ผู้หญิงพวกนี้ก็มักจะนินทาหรือพูดคุยเรื่องคนอื่นกันอยู่เสมอนั่นแหละ

 

“พวกนายรู้มั้ยว่าคนข้างในมาสคอตเป็นใคร”

“ไม่อ่ะ”

“อ้าว ทำไมล่ะ ปกติก็ต้องรู้ไม่ใช่หรอ”

“ร้านนี่น่าจะผิดปกติล่ะมั้ง เพราะเขามีกฎเข้มงวดมากว่าห้ามเปิดเผยไส้ในหมายถึงคนใส่อ่ะ ไม่งั้นจะโดนปรับสิบเท่า”

“บ้าน่า

 

พวกเธออุทานออกมาอย่างน่าเหลือเชื่อพลางกุมปาก

 

“เรื่องจริง มีแค่ไอ้หวาเท่านั้นที่รู้ว่าข้างในเป็นใคร”

“จริงหรอ ทำไมล่ะ?”

“เพราะมันเป็นคนไปเอามาสคอตมา”

 

พวกเธอเหลือบมองยี่หวาที่นั่งลูบหัวแมวสีสวาทเล่น แล้วก็ต้องเบ้ปากเมื่อเห็นพู่กันนั่งอยู่ข้าง ๆ ด้วยท่าทีสนิทสนม ยี่หวาโน้มหน้าลงมาดูเนื้อความในกระดาษ อ่านมันอยู่สักพักแล้วพยักหน้าเป็นคำตอบว่าถูกต้อง แคทไม่พอใจที่แวบหนึ่งพู่กันช้อนตาขึ้นมองพร้อมรอยยิ้มมุมปาก ระยะห่างของใบหน้ายี่หวากับไหล่พู่กันใกล้กันมากจนอยากจะลุกไปตบนางนั่นให้รู้แล้วรู้รอด

 

“เฮ้ย ๆ ไอ้หวา ให้มันน้อย ๆ หน่อย”

“ทีเผลอตลอดเลยนะมึงเนี่ย”

“มึงก็ช่วยเตือนมันหน่อยดิพู่ อายสายตาคนในชมรมบ้าง”

“ไอ้พวกบ้า!

 

เสียงโห่แซวยิ่งทำให้แคทหน้าหงิกเข้าไปใหญ่ เธอจ้องสองคนนั้นด้วยท่าทางที่แสดงออกอย่างชัดเจนว่าไม่พอใจ ก่อนหางตาจะเหลือบไปเห็นมาสคอตปูที่ก็มองมาทางนี้อยู่เหมือนกัน พู่กันโวยวายใส่พวกทีมชาย แตกต่างกับยี่หวาที่ไม่ได้พูดอะไรสักอย่าง แม้แต่สีหน้าก็ไม่ได้แสดงอาการอะไรใดใด

 

ไม่รู้เลยว่าที่เพื่อนแซวกันเป็นเรื่องจริงแค่ไหน

 

“หวา เขียนเสร็จแล้วหรอ?”

“อืม”

 

ร่างสูงยื่นปากกาสีหวานคืนให้เจ้าของ แต่เธอดันมือนั้นกลับไป

 

“ไม่ต้องคืนหรอก เราให้”

?”

“ก็ดูเหมาะกับหวามากเลย”

“ตรงไหน”

 

นิสัยเย็นชาของยี่หวาหนักแน่นขึ้นเมื่อพูดกับคนที่ไม่ได้รู้จัก มือหนายัดปากกาแท่งนั้นใส่มือของสาวเจ้า ก่อนจะเดินเอาใบไปให้โค้ชที่ห้องพัก ทุกคนแยกย้ายกันกลับไปทำหน้าที่ตามเดิม ยกเว้นแคทที่ยืนกำปากกาแท่งนั้นเอาไว้แน่น นึกแค้นใจรอยยิ้มร้ายของกัปตันหญิงไร้ความสามารถ ตั้งตนเป็นศัตรูทั้งที่หน้าตาก็ด้อยกว่าหลายเท่า ไม่เจียมตัวเลยจริง ๆ

 

การซ้อมของทีมวอลเล่ย์ก็เหมือนเฉกเช่นวันก่อน ๆ ที่ผ่านมา นักกีฬาตัวจริงลงสนามซ้อมลูกตบบ้าง ซ้อมรับลูกบ้าง ซ้อมลูกเสิร์ฟบ้าง วนไปวนมาจนเรียกได้ว่าน่าเบื่อสุด ๆ ชมรมเชียร์ก็ซ้อมท่า คิดท่า เตรียมโชว์ในงานโอเบงแล้วค่อยเอาไปเสนอยี่หวา แต่เหมือนรายนั้นจะโยนงานนี้ให้เพื่อนผิวขาวของตัวเองรับผิดชอบ

 

หกโมงกว่า ๆ เป็นเวลาเลิกซ้อมของพวกเด็กในชมรมทั่ว ๆ ไป แต่สำหรับตัวจริงและตัวสำรองยังต้องซ้อมกันต่ออีกจนถึงหนึ่งทุ่ม เลิกก่อนหรือเลิกหลังขึ้นอยู่กับยี่หวาล้วน ๆ รวมไปถึงปูส้มที่เดินแกว่งกล้ามปูไปมา ไม่ก็วิ่งไปรอบ ๆ หลบหนีการแกล้งของจอมทัพกับซาน มีบ้างที่เทคผสมโรงด้วย ผ้า เนย มุก เดินเข้าห้องอาบน้ำไปก่อนหน้านั้นแล้ว บ้านพวกมันอยู่ไกลก็เลยมักจะกลับก่อน

 

“เล่นลิงชิงบอลกันมะ”

“เอาดิ”

“เอาปูส้มมาเล่นด้วย เป็นปูชิงบอล”

 

ปูตัวบานส่ายไปมาหลาย ๆ ครั้ง ปฏิเสธเกมที่จะทำให้ตัวเองเหนื่อยตายอยู่ข้างใน

 

“ไม่อยากเล่นหรอ?”

 (ยังส่ายอยู่)

“เอาไงไอ้ซาน”

“กูอยากเล่น”

“ปูส้มว่าไง?”

 (ส่ายอีกรอบ)

“เขาไม่อยากเล่น งั้นกูไม่เล่น”

“เหี้ยไรวะไอ้จอม”

 

ซานโวยวายเมื่อเพื่อนสนิทไม่ตอบรับคำชวน ไม่เคยเลยที่ไอ้จอมจะไม่เอาด้วย เห็นช่วงนี้เล่นอยู่กับปูส้มตลอด ไม่คิดว่าจะสนิทถึงขั้นตามใจขนาดนี้ เห็นแล้วหมั่นไส้ไอ้ปูบ้านี่ชะมัด แย่งเพื่อนเขางั้นหรอ!

 

“มึงไปถามไอ้หวา ถ้ามันให้เล่น กูจะเล่น”

“ได้ ไอ้หวา!

 

เจ้าของชื่อหันมาตามเสียงเรียก ยี่หวากำลังโยนบอลให้ตัวสำรองขึ้นตบเป็นอันต้องหยุด เลิกคิ้วถามเพื่อนพลางดุทางสายตาว่าไม่เห็นหรือไงว่าเขากำลังทำอะไรอยู่ ซานหัวเราะแห้ง ๆ เพิ่งรู้ตัวว่าเผลอเรียกผิดจังหวะไปนิดหน่อย

 

“คือพวกกูอยากเล่นลิงชิงบอล เลยจะมาถามว่าเล่นได้มั้ย”

“ทำไมมึงไม่บอกไปด้วยว่าจะเอาปูส้มเป็นลิง!” จอมทัพตะโกนเสริม

 

และคำเสริมของมันทำเอายี่หวาขมวดคิ้ว

 

แววตาที่เดาไม่ได้ว่าคิดอะไรอยู่ มองผ่านไหล่ของซานไปยังปูส้มที่ยืนหันหลังให้ พลันภาพที่เขาเพิ่งเห็นในห้องพักมาสคอตก็แวบขึ้นมาในหัว ภาพของแผ่นหลังที่มีรอยฟกช้ำสีเขียวไม่ก็สีม่วงเป็นจุด ๆ กระจายอยู่เต็มไปหมด มีทั้งรอยใหม่ที่เพิ่งช้ำและรอยเก่าที่จางจนแทบมองไม่เห็น

 

“ไม่ได้”

 

มาสคอตตัวนั้นอยู่ในการดูแลของเขา เมื่อไรที่เขาได้รับการมอบหมายให้ทำอะไรสักอย่าง เขาก็จะทำมันให้เต็มที่แม้สิ่งนั้นจะเลือกปฏิเสธเขาก็ตาม ยี่หวาเมินซานที่โห่ร้องเสียใจมาทำหน้าที่ตัวเองต่อ จัดการความรู้สึกบางอย่างที่เกิดขึ้นหลังจากเห็นรอยช้ำนั่นไปเงียบ ๆ มันไม่ใช่สิ่งที่เขาควรจะไปใส่ใจ

 

ยี่หวาบอกกับตัวเองแบบนั้น

 

พอฟ้าเริ่มมืด ก็ถือเป็นเวลาที่ต้องไล่ทุกคนกลับบ้าน โรงเรียนไม่อนุญาตให้นักเรียนอยู่ในนี้เกินหนึ่งทุ่มครึ่ง ถ้าไม่มีกิจกรรมอะไร ห้องอาบน้ำของชมรมมีทั้งแบบแยกและรวม อำนวยความสะดวกให้กับนักกีฬาอย่างเต็มที่ เสียอย่างเดียวคือห้องอาบน้ำของชมรมวอลเล่ย์ไม่แยกเพศ ยี่หวาเลยต้องกำหนดช่วงเวลาในการอาบน้ำที่ไม่ซ้อนทับกัน ผู้หญิงจะได้อาบก่อน ผู้ชายจะได้อาบทีหลัง และห้ามอาบทับกัน ถ้าจับได้ว่าทำผิดกฎจะโดนไล่ออกจากชมรมทันที

 

ฝักบัวของห้องข้าง ๆ ดังขึ้นในตอนที่ยี่หวาเปิดประตูเข้าไป น่าจะเป็นจอมทัพหรือไม่ก็ซาน เพราะพวกเขาชอบอาบน้ำเวลานี้ ครั้งหนึ่งจอมทัพเคยโยนขวดสบู่ข้ามกำแพงให้ไอ้ซานยืมใช้ แต่ไม่รู้ไปทำอีท่าไหน ขวดดันตกใส่หัวมันเต็ม ๆ จนโนไปหลายวัน หลังจากนั้นมันก็ของบซื้อสบู่ทิ้งไว้ในห้องน้ำจะได้ไม่ต้องขอยืมไอ้จอมอีก

 

ยี่หวาจัดการกับตัวเองอยู่หลายนาที ข้างห้องคงเป็นไอ้ซานแน่เพราะมันอาบน้ำเร็ว เปลี่ยนเป็นชุดลำลองสบาย ๆ กับรองเท้าแตะไนกี้คู่โปรดที่เอาไว้เปลี่ยนกลับบ้าน เขาสะบัดผ้าขนหนูแล้วเอามันตากไว้ที่ราวฝั่งผู้ชาย หอบเอากระเป๋าสะพายใบใหญ่คาดอกพลางเดินขยี้หัวเปียกหมาด ๆ ออกมาด้านนอก

 

ในจังหวะที่กำลังปิดประตูความคิดที่เคยเข้าใจว่าคนข้างห้องน้ำเขาเป็นไอ้ซานถูกแทนที่ด้วยใบหน้าตกใจของผู้ชายตัวเล็กคนหนึ่งที่กำลังจะปิดประตูห้องพักมาสคอต เด็กคนนั้นสบตากับเขาด้วยใบหน้าตื่นกลัวเมื่อได้ยินเสียงใครสักคนเดินใกล้เข้ามา

 

“เสื้อซ้อมกูหมดแล้วว่ะ ยังไม่ได้ซักเลย มีให้ยืมสักตัวปะ”

“ไม่ให้เว้ย”

“อะไรวะ ขี้หวงชิบหาย แบ่ง ๆ กันดิ”

“มึงไปหาเอาในห้องโค้ชดิ เยอะแยะ”

 

แก๊ก!

 

เสียงล็อคของประตูห้องพักมาสคอตแทรกขึ้นมากลางบทสนทนาของคนในชมรมที่แวะกลับมาเอาของ พวกเขามองไปที่ประตูไม้สีฟ้าก่อนจะหันมามองตากันเหมือนรู้ว่าน่าจะมีอะไรสนุก ๆ อยู่หลังบานประตู เดินย่องไปใกล้ ๆ ห้องนั้นพลางแนบหูฟัง แต่ข้างในเงียบสนิท

 

ยี่หวาดันผู้ชายตัวเล็กคนนั้นเข้ามาในห้องทันทีที่ได้ยินเสียงฝีเท้าตัวสำรองสองคนเดินเข้ามาใกล้ ลงล็อคทันทีที่ปิดประตูแต่เสียงกลอนดันดังจนโดนจับได้เสียนี่ ร่างสูงหมุนตัวไปหาผู้ชายอีกคนที่พอเห็นเขาหันมาก็รีบหันหลังใส่ทันที

 

หางคิ้วของยี่หวากระตุก

 

“ไส้ในปะวะ?”

“อาจจะ”

“กูอยากรู้ว่ะว่าเป็นใคร”

“แอบดูมั้ยมึง”

มันล็อค”

 

ลูกบิดประตูดังก๊อกแก๊กแรง ๆ หลายทีก่อนจะเงียบไป

 

“มึงมีอะไรที่พอจะเสดาะกลอนได้ปะวะ”

“กูหาแปป

 

ริมฝีปากหนาเหยียดยิ้ม

 

เขาไม่มีปัญหาถ้าหากมันเสดาะกลอนเข้ามาได้ แล้วเห็นใบหน้าของไส้ในเข้าเต็มตา จากนั้นก็เอาไปบอกคนอื่น ๆ ว่าไส้ในหน้าตาเป็นยังไง แต่เขากล้ารับประกันเลยว่าจุดจบของเรื่องนี้ต้องไม่ใช่การที่โค้ชเสียค่าปรับสิบเท่าแน่ ๆ ไหล่เล็กเริ่มสั่นจนสังเกตเห็นได้ คงจะกังวลว่าถ้าหากพวกนั้นทำสำเร็จสินะ

 

“อยากให้ผมออกไปมั้ย?”

!!

“ถ้าไม่ก็หันมา”

 

คนตรงหน้าไม่มีทางเลือกหลังจากได้ยินเสียงกุกกักที่ลูกบิด ยอมจำนนหันหน้ามาหาผู้ดูแลอย่างถูกต้องตามสัญญา แต่ตัวเองกลับปิดกั้นความจริงที่ระบุไว้ในนั้น วินาทีที่ดวงตาคมของยี่หวาสะท้อนใบหน้าหวาดกลัวที่ไม่กล้าเงยขึ้นมาสบตา ประตูไม้สีฟ้าก็ถูกกระชากเปิดออกอย่างแรง

 

“เฮ้ย!!!

“กัปกัปกัปตัน!!!

“เออ กูเอง”

 

น้ำเสียงขุ่นเคืองเล่นเอาตัวสำรองสองคนถึงกับพูดไม่เป็นภาษา

 

“ผมไม่รู้ว่าพี่อยู่ไม่รู้จริง ๆ ครับ!

“ผมขอโทษครับพี่หวา!!

 

กัปตันทีมไม่พูดอะไรสักแอะ นอกจากใช้สายตาไล่พวกเด็กแสบที่บังอาจมาเสดาะกลอนประตู ดีที่เขาเปิดมันก่อน ไม่งั้นลูกบิดนี่ก็คงพังไปแล้ว มือหนาปิดประตูบานนั้นอีกรอบ ตามมาด้วยเสียงกดล็อคดังหนักแน่นกว่าตอนแรกที่คนตัวเล็กในห้องได้ยินเสียอีก

 

“อธิบายมา”

 

ร่างสูงเดินเข้ามาใกล้ ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งบนโต๊ะเหมือนกับครั้งก่อนที่ยี่หวามองอีกฝ่ายนั่งตรงนี้ แสดงท่าทีเป็นใหญ่ด้วยการกอดอก คาดคั้นเอาคำตอบจากคนที่เอาแต่ก้มหน้าคางชิดคอ ไม่ยอมพูดยอมจาตั้งแต่เมื่อกี้นี้แล้ว

 

“คือ

“เร็ว”

“ลุงกุนเป็นเพื่อนแม่ เราก็เลยช่วยลุงกุนทำงาน”

“หลายปีแล้วล่ะ ตั้งแต่เราเอ่ออยู่มอต้น”

 

ยี่หวาหลุบตามองมือสองข้างที่เล็กกว่ามือเขาหลายเท่า มันเกี่ยวกันไปมาราวกับคนกำลังสารภาพผิด น้ำเสียงก็แผ่วเบาจนแทบจะต้องเงี่ยหูฟัง ไหล่คู่นั้นจะสะดุ้งเบา ๆ ถ้าหากเขาขยับตัว ยี่หวาสัมผัสได้แต่ความกลัวที่ออกมาจากคนคนนี้

 

“เงยหน้า”

คือ”

“เงยหน้า”

 

เสียงทุ้มย้ำอีกครั้งจนปากสีชมพูอ่อน ๆ งอเป็นรูปสระอิ

 

ในที่สุดยี่หวาก็ได้เห็นใบหน้าเต็ม ๆ ของผู้ชายคนนี้เสียที รูปพรรณบนใบหน้าดูอ่อนหวานไม่ต่างจากเด็กผู้หญิง คิ้วบางได้รูปสอดรับกับเปลือกตาสองชั้นที่อยู่บนดวงตาเล็ก รูปทรงกลมข้างในเป็นสีน้ำตาลอ่อนที่ฉายใบหน้าเขาชัดเจนราวกับจอทีวี ใต้ตามีรอยคล้ำจาง ๆ เนื่องจากผิวที่ขาวซีดเกินไป

 

มองไม่เห็นจุดไหนที่ควรจะโดนกลั่นแกล้งเลยสักนิด หรืออาจจะเพราะทั้งหมดบนกรอบรูปไข่ใบนี้แหละที่ควรโดนกลั่นแกล้งมากที่สุด

 

“นาย

?!

“ชื่ออะไร”

 

ลอบถอนลมหายใจออกมาเบา ๆ เมื่อคิดว่ายี่หวาจำตัวเองไม่ได้

 

พริ้ม”

“ชื่อพริ้ม”

“ได้ยินแล้ว”

 

สะดุ้งอีกครั้งที่ยี่หวาทำเสียงเข้มใส่ พริ้มกุมมือตัวเองเอาไว้แน่น ไม่รู้เลยว่ายี่หวาคิดอะไรอยู่ จะเอายังไงต่อ แล้วจะจ้องเขาไปอีกนานแค่ไหน คนตัวเล็กได้แต่เสตามองไปรอบ ๆ ห้องแทนการสบตากับอีกฝ่าย รู้สึกมือไม้เก้ก้างทั้งที่กุมมันเอาไว้อยู่ ขาเริ่มสั่นจนต้องหาจังหวะย่ำไปมาให้รู้สึกตัวอยู่ตลอดเวลา

 

“มีอะไรให้ต้องปิดบังขนาดนั้น”

“เอ่อ” พริ้มเงยหน้าขึ้นสบตา แต่ก็ได้แค่แปปเดียว

“ฉันบอกนายแล้วไงว่าฉันเป็นผู้ดูแลมาสคอต”

“รเราแค่กลัว”

 

เสียงของพริ้มเบาหวิวเสมอมันไม่เคยดังเลยเมื่อถูกสายตาดุดันจดจ้อง

 

“มีชมรมหรือยัง?”

“เอ่อยังเลย”

“มาเข้าชมรมฉัน”

 

ตกใจรอบที่ล้าน ชมรมยี่หวาคนอยากเข้าเยอะจะตาย แต่ไม่ใช่ว่าใครก็จะสามารถเข้าได้ จริง ๆ แล้วคำว่า ชมรมวอลเล่ย์บอลกับทีมคาลันโช นั้นแยกออกจากกัน ตัวจริงกับตัวสำรองที่อยู่ในทีมไม่จำเป็นต้องมีชมรมเพราะต้องเล่นให้กับโรงเรียน ส่วนเด็กในชมรมทั่วไปจะถูกคัดโดยยี่หวา ที่เป็นทั้งกัปตันทีมชายและหัวหน้าชมรม ใบสมัครเกือบร้อยกว่าใบมีแค่ไม่ถึงสามสิบที่ยี่หวาจะเก็บไว้ ที่เหลือถ้าไม่ผ่านการทดสอบก็ต้องไปหาชมรมใหม่อยู่

 

แน่นอนว่าพริ้มน่าจะถูกตัดออกตั้งแต่คิดจะต่อแถวแล้ว รูปร่างเล็ก ๆ ที่เหมือนคนแคระแกนเอาไปใช้ประโยชน์อะไรไม่ได้ ยกเว้นผ้าที่เป็นลิบบอโร่ตัวเด่นของทีม อีกอย่างช่วงรับเด็กเข้าชมรมก็ผ่านมาหลายอาทิตย์แล้ว ถ้าอยู่ ๆ เขาโผล่ไป คงโดนหนักกว่าที่เป็นอยู่แน่ ๆ

 

“ไม่ได้หรอก”

“เพราะต้องทำเวร?”

 

รู้ได้ไง จริงด้วยสิ ยี่หวาเคยเห็นเราอยู่บนนั้นสองครั้งแล้วนี่นา

 

” คนตัวเล็กพยักหน้าเบา ๆ

“ทุกวัน?”

“อื้ม”

“ถ้าไม่ฝึกมันจากร่างกายจริง ๆ ของนาย ก็คงต้องใช้เวลาเป็นปีกว่าจะเล่นได้”

“และฉันจะไม่เสียเวลาให้นายเป็นปี ๆ แน่นอน เข้าใจที่พูดใช่มั้ย?”

 

กดเสียงต่ำอีกแล้ว

 

“กก็ได้”

“ดี เรื่องชมรมฉันจะจัดการให้เอง นายแค่เอาใบมาให้ฉันก็พอ”

เข้าใจแล้วครับ”

 

การเข้าใกล้ยี่หวาเป็นเหมือนดั่งแม่เหล็กในจิตใจของพริ้ม เขาไม่เคยอยากเข้าใกล้ยี่หวา แต่ในขณะเดียวกันก็อยากเดินเคียงข้างคุยเล่นเหมือนเพื่อนคนอื่น ๆ ทั่วไป หลาย ๆ ครั้งที่เขาได้แต่เพ้อฝันว่าตัวเองได้เป็นเพื่อนกับร่างสูงตรงหน้าแล้วก็ขำออกมาเมื่อนึกดี ๆ แล้วมันไม่มีทางเป็นไปได้เลย

 

พริ้มกับยี่หวาอยู่กันคนละโลกที่เราต่างก็ไม่เคยโคจรใกล้กันเลย

 

“ฉันชื่อยี่หวา”

“พรุ่งนี้มาซ้อมด้วย”



#พริ้มเพียงหวา










ได้คุยกันแล้วววววววววววววววววววววว

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.861K ครั้ง

299 ความคิดเห็น

  1. #6991 dewwiizodiac (@dewwiizodiac) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2562 / 20:41
    น้องมีเพื่อนแล้วววว
    #6991
    0
  2. #6657 MONAHT_ADUS (@darat5708) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2562 / 00:05
    กรี้ดต้องแต่น้องมีเพื่อนยันน้องได้คุยกะยี่หวา น่าร้ากกกกกก นังเท็ดดี้หมีควายปากน่าต่อยมาก
    #6657
    0
  3. #6606 treecha_ (@treecha_) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2562 / 09:48
    ยี่หวาาาา คนดี คุยกับน้องเยอะๆเลยนะ
    #6606
    0
  4. #6236 faaah92 (@fxol61) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 22 มกราคม 2562 / 23:25
    ฮือออดีใจผ้าแสนดีเหลือเกิน
    #6236
    0
  5. #6224 HOLICISM (@beladonna) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 22 มกราคม 2562 / 18:10
    ขนาดอ่านรอบสองยังใจเต้นแรงอ่ะ55555
    #6224
    0
  6. #6223 HOLICISM (@beladonna) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 22 มกราคม 2562 / 18:09
    ตอนคุยกับยี่หวาคือใจเต้นมาก ไม่เคยใจเต้นนายเอกพระเอกคุยกันขนาดนี้
    #6223
    0
  7. #6222 HOLICISM (@beladonna) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 22 มกราคม 2562 / 18:09
    อ่านจบไปนานแล้ว แต่ย้อนกลับมาอ่านอีกรอบ ดี ไม่มีอะไรจะอวยแล้วจ้า
    #6222
    0
  8. #6221 HOLICISM (@beladonna) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 22 มกราคม 2562 / 18:09
    สงสารพริ้มมาก ใจนีงก็เอ็นดูมากๆเช่นกัน
    #6221
    0
  9. #6217 เห่ว (@jane6033) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 22 มกราคม 2562 / 16:47
    น้ำตาไหลเลยอ่ะ ฉากที่คุยกับผ้าอ่ะ อินมาก บรรยายดีมาก ฮือออออ ฟิคเรื่องนี้ดีทุกอย่างเลย แอแงงงง
    #6217
    0
  10. #6207 bemysunshine (@DBK1802) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 22 มกราคม 2562 / 00:48
    เย้ ผู้ดูแลได้เจอไส้ในแล้วว ได้คุยกันด้วยย ฝากน้องด้วยจ้าพิจ๋า
    #6207
    0
  11. #6164 Far_juneeee (@Far_juneeee) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 19 มกราคม 2562 / 23:18
    โอ้ยยย พริ้มลูกทำไมน่าเอ็นดูขนาดนี้
    #6164
    0
  12. #6149 Pj_panggg (@Pj_panggg) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 19 มกราคม 2562 / 12:05
    อยากจะปกป้องพริ้มจริงๆเลย
    #6149
    0
  13. #6129 :kpdtgv' (@sayaka_000) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 19 มกราคม 2562 / 00:44
    น้ำตาจะไหล เหมือนได้ส่งลูกหน้าโรงเรียนอนุบาลㅠㅠ
    #6129
    0
  14. #5807 PNS_KSHY (@PNS_KSHY) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 15 มกราคม 2562 / 20:04
    กรี้ดดดดด เค้าได้คุยกันแล้ว ยี่หวาก็ไม่ได้ใจร้ายขนาดนั้นนี่นา
    #5807
    0
  15. #5762 Me_onyourmind (@Me_onyourmind) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 13 มกราคม 2562 / 21:14
    น้ำตาจะไหล ขอแชร์ ได้คุยแล้วววว ในที่สุดดดด ปลื้นปริ่มมากๆๆๆๆๆ ดีใจแทนน้องพริ้มเลย
    #5762
    0
  16. #5740 fernarc (@fernarc) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 13 มกราคม 2562 / 15:15
    ในที่สุดก็ได้คุยกันแล้ววว ฮือ ดีใจแทนน้องเลย
    #5740
    0
  17. #5560 KTm_ (@smohsehunniie) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 11 มกราคม 2562 / 23:07
    พริ้มสู้เค้าๆๆๆ
    #5560
    0
  18. #5314 uwyr_minmin (@uwyr_minmin) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 3 มกราคม 2562 / 15:30
    พริ้มสู้โว้ยยยยย
    #5314
    0
  19. #5292 ppxleu (@psatmart) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2561 / 21:55
    น้องพริ้มสู้เค้าลูก สักวันหนูต้แงได้เอาคืน!!!
    #5292
    0
  20. #5279 mamypoko_c (@mamypoko_c) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2561 / 14:30
    งื้อๆๆๆ สู้ๆ คุณปูๆๆ
    #5279
    0
  21. #5235 nabbiebs_ (@nabbiebs) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2561 / 09:58
    ตอนยี่หวาไม่ให้พริ้มมาเป็นปูชิงบอลคือแบบบบบบบบ ชั้นร๊ากยี่หวา~
    #5235
    0
  22. วันที่ 21 ธันวาคม 2561 / 13:57
    สักกกกกกกกกกกที!!! กี้ดกดกด
    #5203
    0
  23. #5169 EsHyun (@EsHyun) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2561 / 00:47
    คุยกันแล้ววววว
    #5169
    0
  24. #5165 HunAunSun (@Som_KNK) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2561 / 00:20
    เจ้าพริ้มมมม
    #5165
    0
  25. #5106 KEYYY_ (@frame0o0) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2561 / 14:36
    เหมือนจะร้องไห้เลยอ่ะ เพราะผ้ากับพริ้ม แงงง
    #5106
    0