นิยายแห่ง..ชีวิต..ธรรม..คำเตี่ยสอน..ตามรอยพ่อหลวง

ตอนที่ 2 : "ภาคการเรียนที่ ๑. เตี่ยสอนก๊กเฮง" บทเรียนที่ ๒ ขอทาน กับ ของเล่น

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 20
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    25 ธ.ค. 59

"ภาคการเรียนที่ ๑. เตี่ยสอนก๊กเฮง"

บทเรียนที่ ๒ คำสอนเตี่ยเรื่อง..ขอทาน กับ ของเล่น

     มีอยู่วันหนึ่ง ผมนั่งซ้อนท้ายจักยานเตี่ยไปตลาด ตอนนั้นเตี่ยพาปั่นจักรยานไปเล่นชิงช้าข้างๆโรงหนังปิรามิด ซึ่งเป็นโรงหนังในอำเภอบ้านไผ่ แล้วเตี่ยก็พาไปตลาดเพราะผมอยากได้ของเล่น พอไปถึงตลาดเตี่ยก็พาเดินไปร้านขายของเล่น ซึ่งระหว่างทางมีคนที่ดูยังหนุ่มแน่นนั่งขอทานอยู่ เสื้อผ้ามอมแมมนั่งบนพื้นที่สกปรก มีถุงกับข้าวเหมือนที่เขาทิ้งแล้วอยู่ข้างๆ เตี่ยก็ล้วงกระเป๋ากางเกงหยิบเอาถุงพลาสติกที่เตี่ยม้วนๆไว้มียางเส้นเขียวรัดถุงไว้อยู่ ข้างในถุงเก่าๆนั้นมีเงินเหรียญจำนวนหนึ่งและกระดาษที่เตี่ยมักจะเขียนภาษาจีนไว้ แล้วเตี่ยก็เทเหรียญ ๑ บาทมาให้ผมประมาณ 3-4 เหรียญ แล้วบอกให้ผมให้ทานขอทานคนนั้น ผมก็เอาเงินหยอดลงขันให้เขา ซึ่งระหว่างที่ผมหยอดเงินใส่ขันขอทานนั้นก็พอดีมีป้าผู้หญิงคนหนึ่งเดินผ่านมาพูดว่า "แขนขากะมีครบ ๓๒ แถมยังหนุ่มยังแน่นบ่ฮู้จักเฮ็ดงานมานั่งขอทานขอเงินเขา จักแม่นบ่อายเนาะ"
     แต่ผมก็ไม่คิดอะไรมากนักเพราะธรรมชาติของเด็กจะคิดน้อยจะรู้แต่สิ่งที่เห็นที่รับรู้ได้เฉพาะในปัจจุบันเป็นใหญ่เท่านั้น คำว่า ๓๒ ประการคืออะไรผมก็ยังไม่รู้เลยครับ 555





     จากนั้นเมื่อผมหยอดเงินแล้ว ขอทานก็ยกมือไหว้สาธุ เตี่ยก็พาผมเดินไปต่อถึงร้านขายของเล่น ผมก็เลือกของเล่นพอได้แล้วเตี่ยก็ถามเจ้าของร้านเป็นอาม่าแก่ๆคนหนึ่งเป็นภาษาจีนแต้จิ๋ว ประมาณว่า..อันนี้ราคาเท่าไหร่ อาม่าก็ตอบมาเป็นภาษาจีนแต้จิ๋วประมาณว่า ราคา ๑๐ บาท เตี่ยผมก็ล้วงถุงเงินออกมานับมีเงินอยู่ 8 บาท เงินไม่พอซื้อของเล่นชิ้นนั้น เตี่ยก็เลยพูดกับอาม่าเจ้าของร้านเป็นภาษาแต้จิ๋วเหมือนจะต่อราคา แต่อาม่าคนนั้นก็พูดเป็นภาษาจีนกลับมาเหมือนว่า ลดให้ไม่ได้ 

เตี่ยเลยหันกลับมาหาผมแล้วพูดว่า..
     "มีเงินไม่พอ เพราะเตี่ยเพิ่งเอาเงินให้ก๊กเฮงทำทานไปเมื่อสักครู่นี้ เอาอย่างอื่นที่ราคาถูกกว่าได้ไหม"

ผมก็ไม่ยอม..ร้องไห้จะเอาให้ได้ ผมพูดกับเตี่ยว่า
     "เตี่ยเอาเงินให้ขอทานไปทำไมก๊กเฮงเลยบ่ได้ของเล่นเลย บ่ฮู้ให้เขาไปเฮ็ดหยัง ในขันขอทานกะมีเงินตั้งหลายบาทแล้ว เตี่ยยังสิให้เขาไปอีก ตอนนั้นป้าคนข้างๆกะเว่าว่าเขามีมือมีตีนยังหนุ่มยังแน่นบ่ฮู้จักหาเฮ็ดงานแต่มาหาขอทานเอาเงินกิน"

แล้วผมก็ร้องไห้ดังลั่น !! ร้านขายของเล่น..





เตี่ยผมเลยจูงแขนผมขยับออกมา แล้วนั่งลูบหัวผมแล้วบอกว่า..

     "ก๊กเฮงเสี่ยงๆ ก๊กเฮงเสี่ยงฮ่อ.."รู้มั้ยคนที่เขามีครบ ๓๒ ประการ ที่เขาต้องมาขอทาน แล้วไปทำงานอย่างคนอื่นไม่ได้ เพราะอาจจะไม่มีคนรับเข้าทำงานเพราะเขาสกปรกก็ได้ หรือไม่มีความรู้ ไม่มีโอกาส นั่นก็เพราะวิบากกรรมของเขา"

     "เขามีวิบากกรรมที่จะต้องให้หาเงินด้วยการตากแดดตากลมเป็นวันๆ ลุกไปไหนก็ไม่ได้ ทนลำบากกลั้นขี้กลั้นเยี่ยวนั่งขอทาน คุ้ยขยะ นั่งเกือกนอนเกือกกับปฏิกูลสิ่งสกปรกทั้งขี้ทั้งเยี่ยว..เขาน่าสงสารกว่าเราเยอะ"

     "เพราะก๊กเฮงมีอาหารที่สะอาดให้กิน มีเครื่องใช้ที่ดีที่สะอาดกว่าเขาเยอะจึงมองไม่เห็น"

     "หากมองในมุมกลับกันนั้นก๊กเฮงเป็นคนที่ต้องไปนั่งขอทานในที่ๆสกปรกอย่างนั้น อับจนหนทาง ไม่มีเงินกินข้าว ต้องคุ้ยขยะหากิน ต้องอยู่ที่ๆสกปรกโสโครก แล้วเฮงอยากจะให้ใครให้เงินช่วยเหลือให้ก๊กเฮงได้มีอยู่มีกินบ้างมั้ยละ"

ผมก็พยักหน้าทั้งๆที่น้ำตาไหลพรากอยู่อย่างนั้น..





แล้ว เตี่ยก็พูดต่อว่า..
     "แล้วอย่างนี้ ก๊กเฮงสงสารเขาไหม เราให้เขาไปกินข้าว ส่วนของเล่นของก๊กเฮงซื้อเล่นเบื่อก็เลิกเล่นแล้วใช่มั้ย ก็อยากได้ของใหม่ต่ออีก ทีนี้บางอย่างก๊กเฮงซื้อของที่ไม่ต้องแพงก็ได้ เอาเท่าที่ซื้อได้ไม่ลำบากตน แล้วก็รู้จักแบ่งเงินช่วยเหลือคนอื่นให้เขาได้อยู่รอดนี่มีบุญเยอะนะ"

     "ก๊กเฮงควรดีใจนะ..ที่เงินแม้เพียงน้อยนิดของเฮงก็ยังต่อชีวิตผู้อื่นได้"

     "รู้ไหม..เมื่อก่อนตอนที่อาก๋ง อาม่า อาเจ็กตายนั้น เตี่ยอยู่คนเดียวหางานทำก็ลำบาก พอได้งานเมื่อทำงานแล้วก็ต้องรีบกลับบ้านทหารญี่ปุ่นมันห้ามอยู่เกินเวลามันบังคับ ซื้อบุหรี่ซื้อข้าวกินก็ลำบากมากๆ จะหาได้ก็ต้องไปเก็บเศษก้นบุหรี่ของพวกทหารญี่ปุ่นมาสูบ ข้าวไปซื้อไม่ได้ก็ต้องรอไปคอยเก็บเอาเศษอาหารที่มันกินทิ้งมากิน อยู่อย่างนั้นเป็นปีลำบากมาก"

     "ทีนี้พอมีคนสงสารมาอุปถัมป์แบ่งข้าวแบ่งน้ำให้กินก็จึงอยู่รอดจนมีก๊กเฮงเกิดมานี้แหละ ถ้าไม่มีคนอุปถัมป์เตี่ยตอนนั้น ก๊กเฮงก็ไม่ได้เกิดมาตอนนี้รู้ไหม"

     "ดังนั้นแบ่งให้เขาไปเราก็ไม่ได้อดอยากยังกินอิ่มท้อง เพียงแค่ของเล่นเราซื้อได้น้อยลงเท่านั้นเอง วันหลังก็ยังซื้อใหม่ได้ แต่คนนี้ไม่กินข้าวกินน้ำก็ต้องตายผลัดวันไม่ได้ ก๊กเฮงเข้าใจมั้ย"

     ผมก็พยักหน้าเข้าใจ เพราะด้วยคิดถึงตอนช่วงชีวิตที่เตี่ยเล่าให้ฟังก็เลยสงสารเขา และเริ่มยิ้มได้เพราะรู้สึกว่าช่วยชีวิตคนได้ด้วยเงิน 3-4 บาทนั้น จากนั้นผมก็จึงซื้อของเล่นที่มันได้กับเงินที่มี คือ ราคา ๕ บาท แค่สมัยนั้นเงิน ๕ บาทนี้กินข้าวได้ 1 จานเลยนะครับ

แล้วเตี่ยก็พาผมนั่งซ้อนท้ายจักรยานกลับบ้าน ระหว่างทาง เตี่ยก็สอนผมเพิ่มเติมว่า
     "ถ้าเราเป็นคนรู้จักให้ ไม่ขี้เหนียวเห็นแก่ตัว เราก็จะมีคนรักใคร่ มีเพื่อนเยอะ เทวดาก็รักษา.. คนดีนั้นตกน้ำไม่ไหล ตกไฟไม่ไหม้ จำไว้นะ

เตี่ยมักจะพาผมทำทานทั้งทำบุญหยอดตู้ที่วัด เอาเงินให้ขอทาน เอาอาหารให้หมา แมว และสอนผมไม่ให้ฆ่าสัตว์อยู่เสมอๆ





     จากวันนั้นเป็นต้นมาด้วยคำสอนนี้ ผมก็มักจะให้เงินขอทานประจำโดยไม่มีความติดใจข้องแวะว่าเขาจะหลอกเอาเงินหรือไม่ บ้างก็แบ่งปันเพื่อนๆผมเพราะเพื่อนผมนั้นเขาจนกว่าผมหลายคน ไม่ได้อยู่กับพ่อกับแม่ก็มี พ่อไปทำงานเลิกกันกับแม่ ทิ้งลูกไว้ให้อยู่บ้านกันลำพังซึ่งอายุแค่ 7 ขวบก็มี 5 ขวบก็มี เวลาผมไปหาเขา เขาก็จะนึ่งข้าวเหนียวแล้วก็จะไปเด็ดเอาใบแคและดอกแคที่บ้านเขาไปทอด แล้วเอาซอสภูเขาทองสีเขียวใส่ถ้วยมาจิ้มกินกับข้าวเหนียวและใบแคทอดด้วยกันกับผม ทั้งวันได้กินแค่นั้น แต่บางวันผมก็ขอไก่ย่างไม้ใหญ่ที่แม่ผมขายกับส้มตำ สักไม้บ้างสองไม้บ้างเอาใส่ถุงไปกินกันกับเพื่อนคนนั้นที่บ้านเขา แม่ผมก็ไม่ว่าอะไรเพราะรู้ว่าเขาก็ลำบากกว่าเรา ผมก็ทำอย่างนี้ตั้งแต่เด็กจนปัจจุบันนี้ครับ ด้วยการสั่งสอนปลูกฝังของเตี่ยผมครับ..


จบบทเรียนที่ ๒






3 ความคิดเห็น

  1. #1 redrose_lilac (@redrose_lilac) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2559 / 06:50
    เตี่ยฉลาดสอนลูกได้ดีหากพ่อทุกคนสอนลูกอย่างนี้ชาติคงเจริญ. ขอชมเชย
    #1
    1
    • #1-1 ngowlineage (@ngowlineage) (จากตอนที่ 2)
      19 ธันวาคม 2559 / 20:36
      ขอบพระคุณครับ
      #1-1