nextstep_10
ดู Blog ทั้งหมด

โลกร้อนทำป่าเสื่อมโทรม "ต้นไม้" อาจปล่อยคาร์บอนแทนดูดซับ

เขียนโดย nextstep_10
MattressMattressMattressesMattress DiscountersMattress SizesAir MattressMattress GiantMemory Foam MattressMattress ReviewsMattress WarehouseSerta MattressMattress FirmSealy MattressSimmons MattressTempurpedic MattressBest MattressMatressesBest Rated MattressFoam MattressFuton MattressLatex MattressMatressTwin MattressMattress RatingsCheap MattressesWaterbed MattressMemory Foam Mattress TopperMattress SaleMattress DimensionsDiscount MattressesAir MattressesCamping Air MattressHow To Buy A MattressSerta Mattress ReviewsMattress PadsMattress KingSimmons Beautyrest MattressMemory Foam MattressesRv MattressOrganic MattressSleep Number MattressSpring Air MattressCrib MattressMattress SizeMattress WorldMattress TopperMattress SalesSerta MattressesMattress ToppersMemory Foam Mattress PadBlogBlogBlogBlogBlogBlogBlogBlogBlogBlog

นักวิทย์เตือน ป่าจะไม่ช่วยแก้ปัญหาโลกร้อนได้อีกต่อไป ซ้ำยังจะเร่งเพิ่มคาร์บอนในบรรยากาศอีกหลายเท่า หากอุณภูมิโลกสูงขึ้นอีกแม้เพียง 2 องศา ยิ่งหนุนให้โลกร้อนขึ้น ส่งผลสะท้อนกลับสู่ป่าให้ยิ่งเสื่อมโทรมลงและโลกร้อนหนักกว่าเดิม ถ้ายังไม่รีบช่วยกันลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกเสียแต่ตอนนี้
       
       ใน การประชุมนานาชาติด้านป่าไม้ (UN Forum on Forests) ที่เริ่มขึ้นในมลรัฐนิวยอร์ก สหรัฐฯ เมื่อวันที่ 20 เม.ย.52 ที่ผ่านมา บีบีซีนิวส์รายงานว่าได้มีการเปิดเผยรายงานการวิจัยในที่ประชุมว่าในอนาคต อันใกล้นี้ป่าไม้ที่เคยเป็นแหล่งกักเก็บคาร์บอนมายาวนาน อาจสูญเสียศักยภาพตรงนี้ไป และยิ่งกว่านั้นยังจะเป็นต้นกำเนิดของคาร์บอนในชั้นบรรยากาศให้เพิ่มขึ้นอีก ด้วย
       
       รายงานผลการวิจัยของสมาพันธ์ป่าไม้นานาชาติ (The International Union of Forest Research Organizations: IUFRO) โดยนักวิทยาศาสตร์ผู้เชี่ยวชาญด้านป่าไม้ระดับโลก จำนวน 35 ราย ระบุว่าขณะนี้ป่าไม้อยู่ภายใต้อุณหภูมิของโลกที่ค่อยๆ เพิ่มสูงขึ้นอันเนื่องมาจากภาวะการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ หากอุณหภูมิเพิ่มขึ้นราว 2.5 องศาเซลเซียส ป่าอาจปลดปล่อยคาร์บอนจำนวนมหาศาลออกมาสู่บรรยากาศได้
       
       "โดยปรกติแล้วพวกเรามักคิดกันว่าป่าไม้จะเป็นตัวช่วยหยุดยั้งภาวะโลกร้อนได้ ทว่าในช่วงอีกไม่กี่สิบปีข้างหน้านี้ความเสียหายอันเกิดจากการชักนำของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ อาจทำให้ป่าปล่อยคาร์บอนออกมาจำนวนมาก และทำให้สถานการณ์ ตกอยู่ในภาวะที่เป็นตัวเร่งให้โลกร้อนขึ้นมากกว่าที่จะช่วยลดให้มันเกิดขึ้น ช้าลง" คำชี้แจงของศาสตราจารย์ริสโต เซพพาลา (Professor Risto Seppala) นักวิจัยสถาบันวิจัยป่าไม้ฟินแลนด์ (Finnish Forest Research Institute) หัวหน้าคณะผู้จัดทำรายงานวิจัยดังกล่าว
       
       ในการประชุม ระดับนานาชาติด้านภูมิอากาศ มักพุ่งเป้าไปที่การปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการทำลายพื้นที่ป่าเป็นอันดับ แรก แต่นักวิชาการหลายคนบอกว่าจากการศึกษาวิเคราะห์แล้ว เราควรจะพุ่งความสนใจไปที่ผลกระทบต่อพื้นที่ป่าอันเนื่องมาจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศด้วย
       
       แม้ ว่าการตัดไม้ทำลายป่า จะก่อให้เกิดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกออกมาราว 20% ของก๊าซเรือนกระจกที่เกิดจากกิจกรรมของมนุษย์ แต่ถ้าเป็นตอนนี้ ป่าที่เหลืออยู่ก็จะสามารถดูดซับคาร์บอนกลับคืนไปได้มากกว่าที่ปล่อยออกมาใน ตอนแรก
       
       ทว่าปัญหาคือสมดุลดังกล่าวนี้จะเกิดการเปลี่ยนแปลง เหตุเพราะโลกร้อนขึ้น และถ้าหากอุณหภูมิของโลกร้อนขึ้นถึง 2.5 องศาเซลเซียสเป็นต้นไป จะทำให้ป่าสูญเสียประสิทธิภาพในการดูดซับคาร์บอนกลับคืนโดยสิ้นเชิง หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งได้ว่า ณ ขณะนั้นระบบนิเวศน์ของป่าจะกลายเป็นแหล่งสำคัญอีกแห่งหนึ่งที่ปลดปล่อยคาร์บอนสู่บรรยากาศ
       
       ทั้ง นี้ อุณหภูมิที่เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งอาจประเมินได้จากระยะเวลายาวนานขึ้นของภัยแล้ง การแพร่ระบาดของแมลงหรือสัตว์รบกวน และภาวะตึงเครียดอื่นๆ ของสิ่งแวดล้อม จะเป็นตัวกระตุ้นสำคัญที่ทำให้ป่าไม้เสื่อมโทรมหรือถูกทำลายลง และทำให้เกิดความเสียหายสะท้อนกลับมาอีก
       
       เมื่อภาวะโลก ร้อนสร้างความเสียหายให้กับป่าไม้ ยิ่งทำให้คาร์บอนถูกปลดปล่อยออกมา ส่งผลให้ความร้อนบนโลกยิ่งทวีสูงขึ้น และในการประชุมครั้งนี้ สมาพันธ์ป่าไม้นานาชาติมีจุดประสงค์ต้องการส่งเสริมเรื่องการจัดการ การอนุรักษ์ และการพัฒนาป่าไม้ทุกชนิดอย่างยั่งยืน เพื่อให้ป่าไม้ช่วยดูดซับคาร์บอนในบรรยากาศให้น้อยลง ควบคู่ไปกับการลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกด้วยวิธีการอื่น.


ความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น