nextstep_10
ดู Blog ทั้งหมด

อยากเก่งเรื่องการเขียนเรียงความ(อังกฤษ) ทำไงดี?

เขียนโดย nextstep_10
Ymi JeansEcko JeansHint JeansQuiksilver JeansPaco JeansSkate JeansPlastic JeansGloria JeansPlastic By Gly JeansTight JeansTrue Religion JeansLee JeansSkinny JeansWrangler JeansBlue JeansHudson JeansApple Bottom JeansLevi JeansSeven JeansLucky Brand JeansLucky JeansLow Rise JeansNot Your Daughters JeansSexy JeansSilver JeansLong Jean SilverGirls In Tight JeansNot Your Daughter'S JeansLevis JeansCarhartt JeansDesigner JeansFlannel Lined JeansExtreme Low Rise JeansRipped JeansJoe'S JeansCarhart JeansCalvin Klein JeansMiss Me JeansDiesel JeansRed Monkey JeansSkin Tight JeansGuess JeansBill Blass JeansLei JeansTight Blue JeansFleece Lined JeansSpandex JeansTeen JeansCheap JeansHudson Jeans DiscountedWhite JeansCinch JeansPepe JeansArmani JeansG Star JeansWomens JeansMen'S JeansWholesale Jeans7 JeansPlus Size JeansMaternity JeansDkny JeansGirbaud JeansKids JeansMavi JeansJ Brand JeansDenim JeansGirls JeansWide Leg JeansDollhouse JeansStretch JeansLevel 99 JeansCambio JeansHigh Waisted JeansLrg JeansTag JeansPetite JeansBaby JeansAngels JeansDesigner Maternity JeansTall JeansMens Designer JeansFlared JeansSeven Maternity JeansBig And Tall JeansMens Stretch JeansColored JeansCropped JeansWhite Denim JeansMoschino JeansGrey JeansSkinny Leg JeansRocawear JeansDickies JeansSean John JeansPurple JeansLow Cut JeansRed JeansWomen JeansFashion JeansBlogBlogBlogBlogBlog
คำถาม อยากจะขอคำแนะนำว่าทำยังไงจึงจะเก่งภาษาอังกฤษได้ โดยเฉพาะการเขียน ช่วยแนะนำหน่อยนะครัย พอดีอยู่เมืองไทยขอบคุณครับ

ตอบ หวัดดีครับ -- ตอบเรื่องการเขียนนะครับ ผมแน่ใจว่าคุณจะต้องเคยอ่านเคยฟังวิธีฝึกมาหลายแง่หลายมุม แล้วแต่ละที่ก็แตกต่างกันไป แต่สำหรับผมเองผมฝึกแบบนี้ครับ


ข้อศูนย์เลย และสำคัญมากๆๆ คือต้องรักก่อนครับ ต้องรักที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ เรียนรู้ภาษาใหม่ๆ ถ้าไม่รักด่านแรก (คือข้อถัดจากนี้) ก็ไม่ผ่านหรือว่าผ่านไปได้ยากมากครับ ผมชอบวิธีที่ครูเคทเขียนในหนังสือเกี่ยวกับจุดนี้คือ สร้างแรงบันดาลใจก่อนว่าเราจะเรียนภาษาเพื่ออะไร เพื่อให้ได้งานที่ดีกว่า เพื่อพัฒนาตัวเอง เพื่อให้โก้เก๋ แล้วเก็บแรงบันดาลใจไว้ตลอดเวลาครับ

ข้อแรก เริ่มจากแกรมม่าร์และศัพท์ครับ ผมถือว่าเป็นหัวใจหลักในการเขียน แต่ไม่ได้หมายถึงว่าต้องรู้แกรมม่าร์แบบนักภาษาศาสตร์ (แต่แน่นอนถ้าได้ก็ดีครับ) ผมหมายถึงพอรู้ในระดับหนึ่ง (ม. ปลายเมืองไทย) และศัพท์ก็ควรรู้บ้าง ในระดับม. ปลายอีกเช่นกัน

แต่รู้แกรมม่าร์อย่างเดียว ให้ตายยังไงก็เขียนไม่ได้(ดี)ครับ ผมเจอปัญหานี้มาก่อน ผมเรียนแกรมม่าร์มา (จนสอบเอนท์ติด--ไม่ได้อวดนะครับ - -* ผมแค่จะบอกว่าแกรมม่าร์ต้องดีระดับหนึ่งเท่านั้น ถ้าอยากเขียนได้ดี) แต่พออาจารย์ให้เขียน ผมกลับเขียนไม่ออก แล้วยังเขียนผิดแกรมม่าร์อีกเยอะมาก

ที่เป็นแบบนี้เพราะว่า ระหว่างเขียนแกรมม่าร์ไม่ใช่เรื่องเดียวที่นักเขียนเป็นห่วง ดังนั้นนักเขียนอาจจะเสียสมาธิไปกับเรื่องอื่นๆ จนไม่ได้สนใจแกรมม่าร์เลย (นี่แหละครับสาเหตุที่ผมว่าทำไมแกรมม่าร์ต้องดี ถ้าแกรมม่าร์ดีแล้ว คุณก็ตัดความกังวลไปได้หนึ่งอย่างระหว่างเขียน เหมือนเวลาเราเขียนภาษาไทยครับ คุณไม่เคยกังวลว่าจะเขียนถูกหลักไวยกรณ์หรือเปล่า (เพราะว่าคุณมีความรู้เรื่องไวยกรณ์ไทยแล้ว) แต่สิ่งที่คุณกังวลคือ สิ่งที่คุณส่งให้คนอ่าน ดังนั้นในการเขียนอังกฤษเช่นกัน ฝึกแกรมม่าร์ให้แม่น เพื่อที่คุณจะได้ไปกังวลกับตัวสารที่คุณต้องการส่งให้คนอ่านครับ)

ข้อสอง อ่านเยอะๆ ครับ แต่อย่าอ่านเปล่า ต้องอ่านแบบนักเขียน นั่นคือ เวลาอ่านก็สังเกตว่าศัพท์ตัวไหนใช้ยังไง นักเขียนคนนี้จบย่อหน้ายังไง นักเขียนคนนี้เปลี่ยนเรื่องคุยระหว่างย่อหน้ายังไง เป็นต้น

ข้อสาม ไปเรียนครับ การเขียนเป็นเรื่องที่ฝึกได้ แต่หลังจากที่เราพอมีพื้นฐานมาแล้วเท่านั้น ถ้าเรายังไม่มีพื้นฐาน เราต้องเรียนเพื่อให้รู้ถึงเทคนิคต่างๆ และอีกอย่างการเรียนหมายถึง การมีคนตรวจงานเขียนให้ เรียนที่ไหน? ผมต้องบอกว่า “ต้องถามตัวคุณเองว่าคุณอยากเขียนได้แบบไหน?”

เขียนได้แบบสอบผ่าน -- ก็เรียนตามสถาบันกวดวิชาเพื่อเตรียมตัวสอบทั่วไป
เขียนได้แบบใช้งานได้จริง -- เรียนในที่ที่เข้าสอนให้ใช้งานได้จริงๆ (คือ ไม่ใช่พวกคอร์สเตรียมตัวสอบ)

ข้อสี่ ฝึกคิด งานเขียนที่ดี เกิดจากความคิดที่ดี นักเขียนต้องคิดเยอะครับ คิดแล้วต้องฝึกประมวล/สรุปความคิด เช่น เพื่อนคุณสามคนไปดูหนังมาเรื่องเดียวกัน แต่ว่าแต่ละคนมารีวิวให้คุณฟังต่างกันหมด แล้วผมถามคุณว่าไหนคุณบอกผมหน่อยดิว่า review หนังเรื่องนี้เป็นยังไง? สังเกตนะครับผมไม่ได้ถามคุณว่า "เพื่อนแต่ละคน review หนังยังไง" ทีนี้แหละครับ คุณต้องประมวลรีวิวทั้งสามออกมาเป็นเรื่องๆ เดียว (สาม เป็น หนึ่ง) นี่แหละครับ เป็นงานหนึ่งของนักเขียน

ข้อห้า ข้อนี้ดูเหมือนจะไกลตัว และเป็นอุดมคติไปหน่อย แต่ผมก็แนะนำทุกคนที่มาปรึกษาผมเสมอว่า ต้องอ่านทฤษฎีการเขียน (theory of composition) ผมเชื่อว่าตัวผมเองพัฒนาการเขียนได้ค่อนข้างเร็วกว่าคนอื่นก็เพราะว่าผมอ่าน ทฤษฎีการเขียน ทั้งๆ ที่ผมเริ่มเขียนเรียงความภาษาอังกฤษครั้งแรกเมื่อ 7 ปีก่อน (จริงๆ ครั้งแรกสุดเมื่อ 9 ก่อน แต่อย่าเรียกว่าเรียงความเลย เพราะว่าครั้งนั้นเขียนแค่ 10 ประโยค) ตอนนั้นถูกอาจารย์บอกว่าอย่าไปเรียนอะไรที่เกี่ยวกับการเขียนอีกนะ เพราะว่าจะทำให้ผมคะแนนตกได้ง่ายๆ แต่ 3 ปีหลังจากวันนั้น ผมก็ได้รับคำชมที่ทำให้รู้สึกว่าการเขียนผมดีขึ้นมากๆ แล้ว (คำชมจากอาจารย์ฝรั่ง ชมว่าดีกว่านักเรียนอเมริกันปี 2 ในห้องที่เหลืออีก 15 คน) ซึ่งผมว่าผลนี้มาจากการอ่านทฤษฎี เพราะมันทำให้ผมรู้ว่านักเขียนคิดหรือว่ามองโลกยังไง มองการเขียน (writing process) ยังไง เป็นต้นครับ

ข้อหก เป็นคำแนะนำจากพี่อีกคน บอกว่า ถ้าอยากเก่ง ก็ต้องเรียนเอกอังกฤษ ผมเห็นด้วยครับ แต่ก็รู้ว่าความชอบแต่ละคนไม่เหมือนกันแน่นอน แต่ถ้าคุณเรียนเอกอังกฤษอยู่แล้ว ก็ถือว่าเป็นโชคดีครับ

หมายเหตุ บทความนี้เผยแพร่ครั้งแรกทาง http://dialogueonwriting.blogspot.com/2006/11/eslcomposition.html

ความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น