Hey Stephen! เป็นเธอได้ไหม คนข้างๆ หัวใจฉัน

ตอนที่ 5 : #4 Scream

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 544
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    28 ก.ย. 55

4

Scream

 

            ตอนนี้ในหัวของฉันมีสองคำใหญ่ๆ ที่ทำยังไงก็คิดไม่ตกเสียที...

 

            คือคำว่า...ใคร กับ ทำไม

 

            ใคร...ทำเรื่องแบบนี้กับฉัน ทำเป็นแฮคเว็บ หลอกให้ฉันตามหา แล้วก็หายตัวไป

 

            ทำไม...ถึงทำแบบนั้น

 

            มันเป็นคำถามที่ยากนะ ยากซะยิ่งกว่าโจทย์ฟิสิกส์ของมิสซิสฟอกซ์ซะอีก

 

            “จงหาแรงทั้งหมดที่กระทำต่อวัตถุ A เมื่อมีวัตถุ C ตกลงมากระทบจากความสูง 50 เมตร โดยที่วัตถุ A มีปริมาตร 400 ลูกบาศก์นิ้วและพื้นมีแรงเสียดทานเท่ากับ 1...”

 

            “ฮ้าววว”

 

            ฉันหาวจนน้ำตาไหลแต่มิสซิสฟอกซ์ก็ไม่ได้สนใจอะไรฉันนักเพราะฉันไม่ใช่คนเดียวที่หาวแบบนั้น แต่คนที่สนใจไม่เลิกซะทีเห็นจะเป็น...

 

            “ฉันเห็นเธอจริงๆ นะจอร์ดี้” แอมเบอร์นั่นเอง หล่อนนั่งอยู่โต๊ะตัวด้านหลังฉัน ทำตัวเหมือนผีนิดๆ ด้วยการกระซิบพูดจาประหลาดๆ “ฉันเห็นเธอไปกับเขานะ”

 

            “เขานี่ใคร”

 

            ฉันถามอย่างเบื่อหน่ายแม้จะรู้อยู่แก่ใจ

 

            “มิสเตอร์จอห์นสัน...ครูสอนคอมพิวเตอร์ที่เพิ่งมาใหม่ของเราไง” แอมเบอร์ตอบแบบนั้น “เธอเป็นอะไรกับเขาเหรอ”

 

            “ไม่ได้เป็นอะไรกัน”

 

            ฉันบอกปัดแล้วแกล้งทำเป็นสนใจโจทย์ฟิสิกส์บนกระดานไวท์บอร์ดทั้งๆ ที่ไม่ได้เข้าหัวฉันเลย แอมเบอร์ทำเสียงจิ๊จ๊ะในลำคอเหมือนคนรู้ทัน

 

            “ฉันเห็นเธอจับมือกับเขาด้วยนะ จอร์ดี้...” แอมเบอร์พูดแล้วเอาดินสอจิ้มๆ ไหล่ฉันเหมือนพวกเรียกร้องความสนใจ “วันเสาร์ที่แล้วฉันก็เห็นเธอนั่งรถไปกับเขา”

 

            ฮะ...เฮ้ย

 

            “เธอเป็นสตอล์คเกอร์เหรอ”

 

            ฉันหันไปถามอย่างเหลือเชื่อ นี่ชีวิตของฉันจะโดนคุกคามมากเกินไปแล้วนะ

 

            แอมเบอร์ไม่ได้ตอบ หล่อนทำเป็นเมินคำถามของฉันแล้วส่งสายตาจิกๆ มาให้

 

            “เธอจะมานั่งเอ้อระเหยลอยชายไม่ได้นะจอร์ดี้...เธอนี่ไม่รู้อะไรเกี่ยวกับความรักเอาซะเลย” หล่อนยิ้มเหยียดๆ “ถึงเขาจะไม่ได้หล่อฮอตอะไร แต่เขาก็เป็นถึงอาจารย์เลยนะ พวกผู้ชายที่โตกว่ามักจะเห็นเราเป็นตัวเลือกเสมอล่ะรู้มั้ย”

 

            “ฉันไม่ได้ชอบเขาเฟ้ย”

 

ฉันพูดด้วยความสัตย์จริง แต่ตรรกะของแอมเบอร์ธรรมดาเสียที่ไหน หล่อนหัวเราะหึๆ ใส่ฉันแล้วพูดจาเหมือนจะมีลับลมคมใน

 

“เธอคอยดูแล้วกันจอร์ดี้ ถ้าเธอยังทื่อๆ แบบนี้ล่ะก็ เขาไม่มามองเธอหรอก”

 

ยัยแอมเบอร์ดูซีเรียสมากจริงๆ ฉันก็เลยได้แต่ถอนหายใจแล้วบอกไปว่า

 

“เอาไว้ถ้าฉันต้องการคำแนะนำ จะมาถามเธอแล้วกัน”

 

 

 

อันที่จริง บางทีอาจจะไม่แปลกที่แอมเบอร์สงสัยเรื่องของฉันกับสตีเฟน (ถึงมันจะอึ๋ยไปหน่อยก็เถอะนะ...) เพราะว่าช่วงนี้ฉันอยู่กับเขาค่อนข้างบ่อย แต่นั่นมันเพราะจำเป็นต่างหาก...

 

“จอร์ดี้ รอนานมั้ย”

 

สตีเฟนโผล่เข้ามาทักจากทางด้านหลัง ยังดูกระเซอะกระเซิงไม่ได้เรื่องไม่มีเปลี่ยน ฉันเบ้ปากแล้วตอบไปว่า

 

“นานมาก”

 

“ผมขอโทษ พอดีมีนักเรียนมาถามการบ้านเยอะน่ะ”

 

เขาพูดแบบนั้น แต่มองตาเขาแล้ว...ฉันว่าเขาไม่ได้รู้สึกผิดนักหรอก

 

ฉันโยนกระป๋องโค้กทิ้งไปแล้วเดินจากม้านั่งไปยังบริเวณที่รถของสตีเฟนจอดอยู่อย่างคุ้นเคยแล้วขึ้นไปนั่ง สตีเฟนตามฉันมา เข้ามาในรถ สตาร์ทรถ แต่ยังไม่ยอมออกรถไป

 

“เธอโกรธผมเหรอ”

 

เขาถาม ดูอารมณ์ดีจนฉันหงุดหงิด

 

“ไม่โกรธ” ฉันตอบ แต่หน้าบึ้ง “ออกรถได้แล้ว”

 

“โธ่ เด็กน้อยเอาแต่ใจ...”

 

เขาทำเป็นบ่นกับตัวเอง และนั่นทำให้ฉันฉุนกึก เตรียมจะต่อยเขาทันที แต่ดูเหมือนเขาจะรู้ทัน

 

“อ๊ะ อย่านะ ถ้าเธอต่อยผมแว่นแตก คราวนี้เธอต้องเป็นคนขับรถแทนด้วย...ควบคุมอารมณ์หน่อยสิ”

 

ฉันเลยได้แต่ฮึดฮัดอยู่คนเดียว เริ่มนึกถึงคำพูดของแอมเบอร์ขึ้นมาแบบไม่มีเหตุผล บ้าน่า ระหว่างฉันกับเขาไม่มีอะไรทั้งนั้นแหละ

 

รถแล่นไปเรื่อยๆ ถึงบ้านของเขาซึ่งครั้งนี้ฉันมาเป็นครั้งที่สองแล้ว หลังจากวันนั้นที่เราไปสำรวจเดลลาแวร์มาด้วยกัน ฉันก็นำของกลับมาด้วยหนึ่งสิ่ง นั่นก็คือคอมพิวเตอร์ในห้องทำงานนั่น อันเป็นหลักฐานจากที่เกิดเหตุชั้นดีที่จะสืบสาวหาตัวคนต้นเรื่องได้

 

ตอนแรกสตีเฟนก็ไม่ยอมให้ฉันจิ๊กเจ้าคอมนั่นออกมาหรอก แต่ฉันเคยยอมเขาซะที่ไหน กะอีแค่คอมตัวเดียวจะผิดกฎหมายสักแค่ไหนกัน สุดท้ายก็เป็นสตีเฟนที่ต้องช่วยฉันแบกเจ้าคอมนั่นออกมาจากบ้านหลังนั้น เอามันมาเก็บไว้ที่บ้านเขา และวันนี้แหละ เราจะมาค้นหาความลับในคอมเครื่องนั้นกัน

 

“บ้านนายนี่รกเสมอต้นเสมอปลายจริงๆ ไม่คิดจะทำความสะอาดบ้างรึไง”

 

ฉันบ่นทันทีที่เดินเข้าไป สตีเฟนกระโดดหลบกองสารพัดสิ่งอย่างชำนิชำนาญพลางตอบฉันว่า

 

“ถ้าไม่ชอบเธอจะจัดให้ผมก็ได้นะ...แต่ไม่เกินสามวันมันก็คงกลับมารกอย่างเดิมอยู่ดี”

 

“คนอะไร...ซกมก”

 

ฉันบ่นแล้วนั่งลงบนโซฟาที่สตีเฟนปัดฝุ่นให้ เขาไม่ตอบรับหรือปฏิเสธคำด่าของฉัน กลับยิ้มบางๆ แล้วบอกว่า

 

“รอแปปนึงนะ เดี๋ยวผมยกคอมนั่นลงมาดีกว่า...” เขาดูครุ่นคิด แล้วก็สรุปเอาเอง “เธอไม่ควรขึ้นไปข้างบน มันไม่ดี”

 

ที่จริงฉันก็อยากจะแย้งล่ะนะว่ามันแปลกๆ พิกลตั้งแต่ฉันไปไหนมาไหนกับเขาแล้ว แต่ก็นั่นแหละ เป็นฉันเองนี่ที่สั่งให้เขาพามา และถ้าเราไม่คิดอะไร มันก็ไม่แปลกเท่าไหร่หรอก...มั้ง

 

ไม่นานฉันก็ได้ยินเสียงดังโครมคราม เจ้าพวกข้าวของที่วางระเกะระบนบันไดก็ตกกระเด็นไม่เป็นทิศทาง (ใช่ พวกเขาวางของไว้บนบันได อันตรายสุดๆ ไปเลย) พร้อมสตีเฟนที่แบกเคส cpu อันเบอเริ่มลงมา ฉันสงสารเขานิดๆ เลยช่วยเคลียร์ทางให้ด้วยการเตะกองกล่องกระดาษออกไปให้พ้นๆ ทาง เรื่องเศร้าคือบ้านนี้ไม่มีโต๊ะ...หรืออาจจะมีแต่ไม่รู้อยู่ไหน ก็เลยต้องวาง cpu ลงบนตั้งหนังสือขนาดใหญ่แทน

 

“ผมจำได้ว่ามีจออยู่แถวๆ นี้” สตีเฟนพึมพำแล้วงมหาของที่พื้น อึดใจต่อมาก็เจอ “นี่ไง”

 

เขาขุดเอาจอ LCD ออกมาจากกองขยะ (ฉันว่าคำนี้แหละ เหมาะสมแล้ว) แล้วทำการปัดๆ มันนิดหน่อย เขาเสียบสายพ่วงอะไรไม่รู้วุ่นวาย

 

“มันจะเปิดได้จริงๆ เหรอสตีเฟน”

 

“เชื่อมือผมเถอะน่า ต่อให้มีแต่คอมพิวเตอร์มีแต่แรมอย่างเดียวผมยังเปิดได้เลย” เขาโม้ชัดๆ “เอาปลั๊กนี่ไปเสียบหน่อยสิ”

 

เขาสั่งโดยที่ไม่มองมา ปกติฉันไม่ใช่คนชอบถูกสั่งหรอกนะ แต่ก็ไม่อาจจะหาอะไรที่ตัวเองสามารถทำแล้วเกิดประโยชน์ไปมากกว่านี้ได้จึงยอมทำตามที่เขาว่าแต่โดยดี

 

ฉันนั่งข้างๆ สตีเฟนอยู่บนพรม สายตาก็จับจ้องไปที่จอรอมันโหลดขึ้นมา มันใช้เวลาไม่น้อยเลย แปลว่าคงมีข้อมูลอะไรน่าสนใจเหมือนกัน ระหว่างรอ ฉันก็นึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้

 

“คราวก่อนฉันเจอกล่องถุงยางในบ้านนาย...ของนายเหรอ”

 

“หืม” เขาดูแปลกใจที่ฉันถาม แต่น้อยกว่าที่ฉันคิดเอาไว้ “ถ้าเป็นกลิ่นสตอว์เบอร์รี่เป็นของเจฟ พี่ชายผมน่ะ...”

 

เขาตอบด้วยสีหน้าธรรมดาแต่หาได้มีความชัดเจนไม่ ฉันอ้าปากเตรียมจะถามต่อ

 

“แล้วถ้าช็อคโกแลตล่ะ...-

 

“อ๊ะ...มันโหลดเสร็จแล้วล่ะ” เขาพูดแบบนั้น เปลี่ยนเรื่องชัดๆ “มาดูกันเถอะว่าในนี้มีอะไรบ้าง”

 

ฉันคิดอยากจะถามเรื่องที่คาใจต่อ แต่ก็หุบปากไว้เพราะมันดูจู้จี้เกินไป เดี๋ยวเขาจะหาว่าฉันสนใจชีวิตส่วนตัวของเขา ซึ่งฉันเปล่า ฉันก็แค่อยากรู้เฉยๆ

 

สตีเฟนพิมพ์อะไรยึกยักในคอม แรกๆ ฉันก็ถามเขาอยู่หรอกว่าเขาทำอะไร แต่พอเขาอธิบาย ฉันก็ขี้เกียจฟัง ไปๆ มาๆ ก็เริ่มง่วง...

 

และหลับไปเมื่อไหร่ไม่รู้

 

“นี่...ตื่นได้แล้ว ผมเจออะไรบางอย่าง” เสียงของใครสักคนเหมือนดังมาจากที่ไกลๆ “จอร์ดี้...เฮ้...”

 

“อืมมม...”

 

ฉันสะลึมสะลือลืมตาขึ้นมา แล้วก็ต้องตกใจมากเมื่อรู้ตัวว่าตัวเองหลับไป และตกใจยิ่งกว่าเมื่อตื่นมาเห็นคางของสตีเฟน...

 

เอ่อ ฉันหมายถึงฉันนอนอยู่บนตักเขาน่ะ แล้วมุมที่ฉันลืมตาตื่นมาก็ตรงกับคางเขาพอดี

 

โป๊ก!

 

“โอ๊ย!

 

และเพราะฉันลุกขึ้นนั่งเร็วเกินไป หัวก็เลยโขกกันคางของเขา มันเจ็บจนต้องร้องออกมา ฉันกุมหัวไป ร้องโอดโอยไป สตีเฟนก็กุมคางของตัวเองไป พูดอู้อี้ไปว่า

 

“เธอหลับแล้วพิงไหล่ผม ผมทำงานไม่สะดวกเลยให้เธอมานอนตักแทน” เขาดูเจ็บไม่แพ้ฉันเลย “แค่นี้ก็เป็นความผิดถึงกับต้องเอาหัวมาโขกคางผมเลยเหรอ”

 

“มันเป็นอุบัติเหตุเฟ้ย ดูไม่ออกเหรอยะ”

 

เราโอดโอยกันอยู่สักพัก หัวของฉันโคตรปวดเลย ถ้าหัวแตกนะ เรื่องใหญ่แน่ๆ ฉันจะให้เขารับผิดชอบ สตีเฟนเดินไปที่ตู้เย็น (ที่ดูเหมือนเพิ่งจะถูกขุดค้นพบ) แล้วเขาก็หยิบไอศครีมแท่งออกมาสองแท่ง ยื่นให้ฉันแท่งหนึ่ง...

 

“อ่ะ เอาไป”

 

“อะไร”

 

“ไอติมไง เธอเอาไปประคบหัวสิ มันจะได้ไม่ปูด”

 

ฉันก็เลยรับไอติมรสโคล่ามาแปะที่หัว เริ่มรู้สึกดีขึ้นเมื่อความเย็นช่วยบรรเทาความปวด สตีเฟนเองก็ทำอะไรคล้ายๆ กันกับคางของเขาอยู่พักหนึ่ง ก่อนที่จะเริ่มแกะพลาสติกออกแล้วกินไอติมหน้าตาเฉย

 

“ทำไมของนายเป็นรสช็อคโกแลต”

 

“ก็ผมชอบ” เขาตอบหน้าตาเฉย ก่อนจะเตือน “อ๊ะ อย่าเพิ่งแกะของเธอกินนะ หน้าผากเธอยังแดงอยู่เลย ระวังมันจะบวมขึ้นมา คราวนี้แหละเพื่อนได้ล้อทั้งโรงเรียนแน่”

 

“ใครกล้าล้อฉันก็จะต่อยหน้ามันให้ดู” ฉันพูดอย่างห้าวหาญ แล้วแกะไอติมกินอย่างไม่สนใจ ก่อนจะถามขึ้นมา “เออ นายปลุกฉันเพราะอะไรนะ นายเจออะไรในคอมเหรอ”

 

สายตาของสตีเฟนจ้องที่จอ ฉันก็เลยมองดูไปด้วยยามที่เขาอธิบายว่า

 

“นี่คือบัญชีธนาคารออนไลน์ของเจ้าของคอมเครื่องนี้ ดูจากชื่อล็อคอินแล้วดูเหมือนเขาจะชื่อ ไมเคิล แบรนด์...”

 

ฉันมองตาม จริงอย่างที่เขาว่า ในที่สุดเราก็ได้รู้ว่าใครเป็นคนเริ่มเรื่องนี่ขึ้นมา แต่...

 

“ฉันไม่รู้จักเขา ไม่เคยได้ยินชื่อเขาเลย”

 

สตีเฟนกัดไอติม

 

“นั่นไม่สำคัญแล้วล่ะ เพราะดูสิ ผมเจออะไรอีก” เขาคลิกเมนูประวัติความเคลื่อนไหวในบัญชี “โดยปกติไมเคิลคนนี้น่าจะทำงานบริษัท มีเงินโอนมาจากบัญชีบริษัทเดิมๆ ตลอด ยกเว้นรายการล่าสุด...”

 

“ทำไม...”

 

“มีเงินจำนวนหนึ่งหมื่นดอลล่าร์โอนเข้ามาในบัญชีของเขา เป็นเงินจำนวนมากผิดปกติ แถมคนที่โอนเข้ามา...”

 

สตีเฟนคลิกรายการสุดท้ายให้ฉันดู แล้วชื่อบัญชีผู้โอนก็ปรากฏขึ้น...

 

“มิสเตอร์เจมส์ มอริอาร์ตี้...” ฉันอ่าน “นั่นมันตัวละครในเชอร์ล็อค โฮล์มส์ต่างหาก!

 

“เป็นธรรมดาที่จะใช้ชื่อบัญชีปลอม คนเราสามารถตั้งชื่อบัญชีเป็นอะไรก็ได้ อย่างพวกบริษัทก็สามารถใช้ชื่อบัญชีเป็นชื่อบริษัท หรือแม้แต่ร้านค้า...” สตีเฟนขยายความ แล้วขยับแว่น คราวนี้เขาไม่ได้หันไปมองจอคอม แต่หันมาหาฉัน “มันตีความได้ว่าการกระทำของเขาต้องเป็นความลับ...”

 

ฉันตาโต เกิดนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้

 

“ฉันขอดูประวัติการเข้าชมเว็บของหมอนี่หน่อย”

 

ฉันบอกเขา แล้วเขาก็คลิกให้ดู ในรายการนั้นมีชื่อเป็นพันๆ เลย มีประวัติการเข้าเว็บ holmesclub ของฉัน มีการค้นหาข้อมูลในกูเกิ้ล และในที่สุด ฉันก็เจอสิ่งที่ฉันต้องการจะเห็น...

 

            “สตีเฟน...” ฉันหันไปเรียกเขา “ฉันว่าฉันรู้แล้วว่าเงินนั่นมันโอนมาเพื่ออะไร ดูจากสภาพบ้าน และตู้เสื้อผ้าของอีตาไมเคิลคนนี้ที่ไม่มีอะไรหลงเหลืออยู่เลย...”

 

            “...”

 

            “มีใครบางคนให้เงินเขาเพื่อให้เขาออกนอกประเทศไป”

 

 

 

            ยังไงก็ตาม นอกจากเรื่องที่สรุปได้ว่าเจ้าแฮคเกอร์นั่นหายหัวไปไหนแล้วก็ไม่รู้ เราก็ไม่ได้เบาะแสอะไรอีก จากประวัติการเข้าชมเว็บ ฉันพบเว็บของสายการบินจำนวนมาก ที่ดูแล้วก็รู้ว่าคงเข้าไปเช็คเที่ยวบิน และเมื่อเข้าไปดูก็พบว่าเป็นสายการบินออกนอกประเทศด้วยกันทั้งสิ้น แต่มันค่อนข้างหลากหลายซะจนดูไม่ออกเลยว่าสุดท้ายแล้วเจ้าของคอมพิวเตอร์เลือกประเทศไหน

 

            สตีเฟนเห็นว่าเมื่อคนทำเรื่องนี้ออกนอกประเทศไปแล้วเรื่องก็น่าจะจบ แต่สำหรับฉันมันยัง อย่างที่เจ้ากระดาษนั่นเขียนทิ้งเอาไว้...นี่เป็นแค่การเริ่มต้นเท่านั้น

 

            “จอร์ดี้ที่รัก”

 

            ใครบางคนเรียกฉันทันทีที่ฉันก้าวข้ามธรณีประตูโรงเรียนเข้ามา เมื่อฉันหันไปมองก็เห็นแอมเบอร์ในชุดเชียร์ลีดเดอร์ประจำตัวยืนอยู่ข้างบานประตู ดูเหมือนเธอจะมาดักรอฉันอยู่แล้ว พร้อมด้วยพลพรรคเชียร์ลีดเดอร์ที่ถือพู่ปอมปอมกับชุดเสื้อผ้าเต็มมือจนแทบจะล้นหัวอีกสองคน

 

            “มีอะไร”

 

ฉันสังหรณ์ใจไม่ดีตั้งแต่ที่แอมเบอร์เรียกฉันเสียงหวานหยดแบบนั้น พนันได้เลยว่ายัยนี่ต้องมีอะไรมารบกวนฉันแน่นอน

 

แล้วก็ใช่จริงๆ

 

“ฉันขอยืมล็อกเกอร์ของเธอหน่อยสิ พอดีว่าของเต็มไปหมดเลยไม่มีที่เก็บ”

 

แอมเบอร์พูดด้วยท่าทางเว้าวอนแบบที่ฉันไม่เคยเห็น แต่ก็ไม่ได้ช่วยให้ฉันมีความปรานีอะไรมากขึ้นหรอกนะ

 

“แล้วห้องเก็บอุปกรณ์ของพวกเธอล่ะ”

 

“พวกชมรมฟุตบอลเอาไปใช้แล้ว พวกนั้นวางอุปกรณ์บ้าอะไรไม่รู้เต็มไปหมดเลย แถมเหม็นเหงื่ออีกต่างหาก แหยะ ถ้าฉันเอาของพวกฉันไปวางแล้วกลิ่นเหงื่อมันติดมาจะว่ายังไง”

 

ฉันอยากจะถามเหมือนกันนะว่าพวกเธอเหงื่อไม่ออกกันหรือยังไง

 

แต่สุดท้ายฉันก็เลยต้องยอม

 

“เอาเถอะ อยากทำอะไรก็ทำไป อย่ายุ่งกับของของฉันแล้วกัน”

 

“กรี๊ด เธอนี่น่ารักจริงๆ จอร์ดี้” แอมเบอร์พูดแบบนั้น แล้วเอื้อมมือมาหยิกแก้มฉันหนึ่งที โรคจิตชะมัด แล้วหล่อนก็หันไปสั่งคนข้างหลัง “ได้ยินแล้วใช่มั้ย เอาของไปเก็บสิ ล็อคเกอร์เบอร์ 43 นะ”

 

“เธอรู้เบอร์ล็อคเกอร์ฉันด้วยเหรอ”

 

ฉันขมวดคิ้วถามอย่างสงสัย แอมเบอร์หัวเราะโฮะๆ แบบมีชัย

 

“เธอควรจะซึ้งในมารยาทของฉันนะที่มาขอเธอก่อน เพราะที่จริงฉันเดินไปเปิดเองเลยก็ยังได้เพราะฉันรู้พาสเวิร์ดด้วยย่ะ” หล่อนตอบแบบไม่อาย “ฉันจะได้ยืมหนังสือเธอได้ไง”

 

...เอ่อ ถามฉันรึเปล่า

 

“นี่...แอมเบอร์ ใครให้เธอ...-

 

“ยังไงก็ตาม ขอบใจนะ ฉันไปล่ะ”

 

ยัยนั่นไม่สนใจฟังฉันเลย พูดแล้วเดินกระโดดดี๊ด๊าไปอย่างอารมณ์ดี ไม่รู้ว่าเป็นเพราะได้ล็อคเกอร์ไว้เก็บของแล้วหรือเพราะได้กวนอารมณ์ฉันกันแน่ ฉันได้แต่ถอนหายอย่างระอาก่อนที่จะเดินไปอีกทาง ตั้งใจว่าจะไปส่งการบ้านก่อน ทว่าเดินไปได้ไม่กี่ก้าว ฉันก็ได้ยินเสียงกรีดร้องดังมาจากโถงล็อคเกอร์

 

“กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด”

 

เสียงร้องด้วยความผวาสุดชีวิต นี่มันเรื่องอะไรกัน?!

 

 








------------------------------------->Talk
ไม่ได้มาอัพหลายวัน ด้วยความวุ่นวาย เพิ่งสอบ (กลางภาค) เสร็จจ้า 555
ชักอยากจะปิดเทอมเหมือนคนอื่นบ้าง แงๆ แต่งานเยอะมากตอนนี้ ใกล้ตายจ้าาา

เรื่องเริ่มจะเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ แล้ว เรื่องนี้เป็นเรื่องที่มีปมปริศนาไปทั้งเรื่องเลย 555 ความรักจะน้อยหน่อย ก็ไม่รู้จะถูกใจรึเปล่า (รู้แต่ว่าหลังจากนี้จะไม่แต่งแนวสืบสวนไปอีกนานนนน T___T รู้สึกว่าตัวเองเป็นคนที่กากเรื่องคลายปมมาก อันนี้พูดจริงๆ T_T) ยังไงก็ฝากด้วยน้า เล่มสุดท้ายของเซ็ตนี้แล้วจ้า (แปลว่าไม่แต่งเอเดรียนจ้ะ)

ทำไมถึงคิดว่าเป็นสตีเฟนที่แฮคเว็บจอร์ดี้ 5555 แปลกใจนักอ่าน อืมมมม ถ้าพล็อตเป็นแบบนั้นก็แอบน่าคิดเหมือนกันเนอะ (แต่แต่งไปแล้ว สายไปแล้ว 5555) 

ยังไงก็ขอบคุณทุกคอมเม้นที่ติดตามนะจ๊ะ รักมากๆ (กอดรอบวง)

ก่อนไป เอาอิมเมจจอร์ดี้มาให้ดูกัน 5555

...
.
.
Haylay Williams แห่ง Paramore นั่นเองงงง! ชอบสีผมเธอมาก 55555



เป็นความฝันมาตั้งแต่เด็ก (ไม่เด็กเท่าไหร่ 555 ประมาณม.ปลาย) ว่าอยากได้เธอคนนี้มาเป็นนางเอก เพราะแค่ดูหน้าก็ชอบแล้ว ดูเป็นคนแรงๆ แต่น่ารัก แบบห่ามๆ 555




รูปนี้สีผมเจิดมากกกกกก 5555 ชอบบบ อยากเห็นเวอร์ชั่นปกแล้วเนอะ คงจะเป็นสีที่แสบสันต์สะใจดี 5555

มีคนบอกว่า นางเอกนิยายเรื่องนี้นิสัยใต้ดินมาก 555 ทำเอานางเอกเรื่องก่อนๆ ดูเป็นพวกคุณหนูไฮโซหรูหราไปเลย 55555555 
ก็จริงนะ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ไม่ค่อยเกิร์ลลี่เท่าไหร่ (เกิร์ลลี่ เช่น แต่งตัว ทำผม ดูสวยๆ หวานๆ เพ้อฝันเยอะๆ) รู้สึกว่ามันแมนแบบที่ผู้ชายก็อ่านได้โดยที่ผื่นคงไม่ขึ้นอ่ะ 555 แต่ไม่รู้ว่าน้องๆผู้หญิงจะชอบกันมั้ย แอบกลัวนิดนึง

นิสัยนางเอกเรื่องนี้ จริงๆ แล้วมีอิทธิพลมาจากตัวละครนึงในนิยายที่ชอบเรื่องนึง ชื่อเรื่องว่า A long way down (มีเวอร์ชั่นแปลไทยชื่อเป็นอันตกลง ไปหาอ่านกันนะ มันแซบมากกกกกกก คนแปลแปลดีมากกกก) ของ Nick Hornby ตัวละครนั้นก็คือเจส เป็นเด็กสาววัยรุ่นแบบนี้แหละ แต่บ้ากว่า และเสียสติกว่ามาก (แบบที่ถ้าอยู่ในนิยาย jls คงโดนแบนเป็นแน่แท้ 55) เรารู้สึกว่าตัวละครแกร่งภายนอกแบบนี้มีเสน่ห์นะ เพราะว่าถึงภายนอกจะดูแรงๆ ไม่สนใจใคร แต่ก็เป็นคนที่ข้างในเปราะบางแล้วดูน่ารักมากๆ 5555 ก็ฝากไว้ในอ้อมใจด้วยแล้วกันจ้ะ

ไปแล้ว รักมากๆ ชุบุ

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

71 ความคิดเห็น

  1. #33 candy strawberry milk (@sweetsin) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2555 / 09:05
    ชอบช็อคโกแลตเหมือนกัน ♥

    ...ไม่ได้สื่อถึงอะไร แค่อยากบอก =P

    ปล.ไม่แต่งเอเดรียนงั้นรึ ชิส์ =3=
    #33
    0
  2. #32 White_Romeo (@misao-mauri-2846) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2555 / 21:16
    จบแบบว่า....เงิบบบ >o
    555+

    อยากเดาว่าเป็นแอมเบอร์แฮ็คนะ แต่อาจจะไม่ใช่ 555+

    รออ่านตอนหน้าอยู่ค่าา ;)
    #32
    0
  3. #31 MillLz (@omilzz) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 30 กันยายน 2555 / 23:12
    แอมเบอร์จะเอาล็อกเกอร์ไปเก็บของจริงๆป้ะเนี่ยย -..-

    หนูชอบนะ นางเอกนิสัยใต้ดิน 55555555
    ก้น่ารักไปอีกแบบ รู้สึกว่าเหมาะกับสตีเฟน (อ่าวว?)
    แบบไม่รู้อ้ะ ชอบบ 55555
    #31
    0
  4. #30 Sweet (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 30 กันยายน 2555 / 13:52
    ค้างเว่อร์อะพี่นานา 5555555

    แอมเบอร์น่าสงสัยจริงๆนะเนี่ยย
    #30
    0
  5. #29 JANZzii (@jancats) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 28 กันยายน 2555 / 17:56
    แอมเบอร์ดูน่าสงสัยดีนะ 5555
    ><, อยากเห็นแบบรูปเล่มแล้วง่ะ 
    #29
    0
  6. วันที่ 28 กันยายน 2555 / 16:43
    ถ้าสตีเฟนแฮ็คเว็บจอร์ดี้จริงๆ คงสนุก 55555
    อยากรู้ว่าในล็อคเกอร์จอร์ดี้มีอะไร -.,-
    #28
    0