Hey Stephen! เป็นเธอได้ไหม คนข้างๆ หัวใจฉัน

ตอนที่ 3 : #2 Catch me if you can

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 476
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    13 ก.ย. 55

2

Catch me if you can

 

 

            ตายแน่ ตายแน่ ตายแน่ ตายแน่ๆ เลย!

 

            ฉันนั่งคร่ำครวญในใจอยู่ตลอดคาบคอมพิวเตอร์ที่น่าสะพรึงกลัว ทำไมสตีเฟน เอ้ย มิสเตอร์จอห์นสัน (แหวะ ฉันเกลียดการเรียกเขาว่ามิสเตอร์จอห์นสันจัง) ถึงได้กลายเป็นสิ่งน่ากลัวสำหรับชีวิตฉันได้ล่ะเนี่ย แล้วทำไมจู่ๆ เขาถึงกลายมาเป็นอาจารย์วิชาคอมพิวเตอร์ได้นะ มันจะประหลาดเกินไปแล้ว

 

            แต่ก็พอมีความเป็นไปได้แหละ ไม่งั้นเขาจะมาเดินอยู่ข้างรั้วโรงเรียนได้ยังไง...ฉันเริ่มกลัวเรื่องวุ่นวายที่จะตามมาถ้าหากหมอนั่นเอาเรื่องที่ฉันโดดเรียน (แถมยังให้เขามาปลอมตัวเป็นผู้ปกครองให้) ไปฟ้องฝ่ายปกครอง มีหวังโดนเรียกผู้ปกครองแหง

 

            และนั่นแหละวันตายของฉัน ฮือ

 

            “ทุกคนครับ ช่วยเปิดโปรแกรม Visual Basic ขึ้นมาด้วย วันนี้เราจะเรียนเรื่องการเขียนโปรแกรมอย่างง่ายกัน...”

 

            เขาก็สอนของเขาไปเรื่อยๆ ฉันก็พยายามหดตัวลีบที่สุดเพื่อที่จะไม่ให้เขาสังเกตเห็น ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน ฉันก็แค่ไม่อยากเจอเขาน่ะ ตอนนี้ยังไม่พร้อมจะรับมือนี่นะ

 

            ฉันอยู่ที่โต๊ะคอมเครื่องหลังสุดของห้อง กำลังพยายามคิดวิธีที่จะโดดเรียนคาบนี้ออกไป ห้องคอมเป็นห้องกระจกที่มีประตูบานเลื่อนอยู่ด้านหน้า ถ้าฉันเดินออกไปยังไงเขาก็ต้องเห็นแน่นอน...และฉันก็จะไม่เสี่ยงโดนเขาเห็นหรอกนะ

 

            ในเมื่อฉันออกไปไหนไม่ได้ ฉันก็ไม่ค่อยมีกะจิตกะใจจะเรียนแล้วด้วย ก็เลยแอบเปิดเว็บเล่น รอเวลาให้คาบนี้จบลง ให้ตายสิ เขาเป็นครูเนี่ยนะ เป็นครูเลยเหรอ ยิ่งคิดยิ่งช็อค เห็นแอมเบอร์ทำหน้าสุดเซ็งเมื่อเห็นว่าเขาไม่ได้หล่อฮอตอย่างที่คิด ก็เป็นธรรมดาล่ะนะ สาวที่ไหนจะชอบเนิร์ดล่ะ

 

            ฉันนั่งกดๆ พิมพ์ๆ ตามที่สตีเฟน เอ้ย มิสเตอร์จอห์นสันสั่งไปแบบส่งๆ (โอย ฉันทำใจเรียกเขาว่ามิสเตอร์จอห์นสันไม่ได้จริงๆ อ่ะ ไม่เรียกละ เบื่อ) แล้วมือก็สลับกลับไปที่เว็บบอร์ดของตัวเองที่เจ้ากระทู้ตัวปัญหายังอยู่ ฉันกดปุ่ม Refresh เพื่อดูว่ามีใครมาตั้งกระทู้ใหม่หรือเปล่าจะได้เข้าไปตอบ ฉันหาวขณะที่รอเพราะเน็ตของโรงเรียนช้ามาก แต่พอหน้าเว็บโหลดขึ้นทั้งหมด ฉันก็ไม่อาจจะอยู่เฉยได้อีกต่อไป

 

            ความง่วงหายไปเป็นปลิดทิ้งเมื่อหน้าจอสีดำของเว็บ holmesclub.com โหลดขึ้นมา ข้อมูลต่างๆ ที่ฉันอัพเดทลงไปในเว็บล้วนหายไปหมดเกลี้ยง หายไปทั้งเว็บเลย เหลือเพียงข้อความสั้นๆ ข้อความเดียว

 

          CATCH ME IF YOU CAN :)

 

          (จับให้ได้สิถ้าเธอแน่จริง)

 

            ปัง!!!

 

ฉันทุบโต๊ะอย่างโมโห และดูเหมือนฉันจะทุบผิดจังหวะไปหน่อย มันเป็นจังหวะที่คนทั้งห้องเงียบพอดี ก็เลยทำให้ฉันกลายเป็นจุดสนใจของทุกคน แน่นอน รวมทั้งเขาด้วย

 

            “มีปัญหาอะไรหรือเปล่าครับคุณหมายเลขสามสิบสอง”

 

เขาเรียกฉันตามหมายเลขเครื่องคอมพิวเตอร์ ฉันรู้สึกขนลุกนิดๆ แบบที่ไม่รู้คิดไปเองหรือเปล่า เลยพยายามทำตัวหดลงไปอีกแล้วดัดเสียงตอบเขาไปว่า

 

“เปล่าค่า”

 

แหวะ ฉันเกลียดเสียงตัวเองแบบนี้จังอ่ะ แต่เพื่อไม่ให้เขาจับได้ ฉันก็ต้องแกล้งทำไป

 

เมื่อทุกอย่างตกอยู่ในความสงบ ฉันก็หันกลับมาจ้องที่หน้าจอเว็บอีกครั้ง...

 

หนอย...จะท้าทายกันมากเกินไปแล้วนะ

 

 

 

ทันทีที่ออดบอกเวลาเลิกดัง ฉันก็เผ่นออกมาจากห้องโดยไม่สนใจอะไรทั้งนั้น โชคดีที่คาบคอมพิวเตอร์เมื่อกี้เป็นคาบสุดท้ายพอดี ฉันก็เลยไม่ต้องโดดเรียนอีก ฉันจะต้องรีบไปตามหาเบาะแสของเจ้าแฮคเกอร์ตัวป่วนนั่น ถ้าปล่อยให้หยามกันง่ายๆ ก็ไม่ใช่ฉันน่ะสิ!

 

            “นี่จอร์ดี้ เธอทำหน้าทำตาให้มันดีๆ หน่อยได้มั้ย หน้าเธอเหมือนฆาตกรเลย ฉันเห็นแล้วหงุดหงิดน่ะ”

 

            ยัยแอมเบอร์เดินเข้ามากระแนะกระแหนฉัน ฉันเลยค้อนใส่อย่างไม่ชอบใจ ฆาตกรเหรอ ฉันจะฆ่าเธอเนี่ยแหละศพแรก แล้วตามด้วยไอ้เกรียนป่วนเว็บนั่น

 

            พูดแล้วแค้น ต้องรีบไปจัดการด่วน!

 

            “อย่ามากวนฉันน่ะ ตอนนี้ฉันรีบ”

 

ฉันบอกปัดเธอไปแบบนั้น แล้วหันหน้าหนี เก็บข้าวของใส่กระเป๋าเตรียมตัวกลับบ้าน

 

“เฮ้ยยย!” แอมเบอร์ร้องเสียงดังแถมผงะไป “ประหลาดมาก วันนี้จอร์ดี้ไม่ต่อล้อต่อเถียงกับฉัน”

 

            “เธอทำตัวปกติๆ บ้างได้มั้ย บางทีหนุ่มที่เธอเล็งอาจจะยอมหันมามองเธอบ้างก็ได้นะ”

 

            ฉันบ่น ไม่ใส่ใจนัก ปิดล็อคเกอร์แล้วเดินจากแอมเบอร์มา มันเป็นวันที่เหนื่อยชะมัดทั้งๆ ที่ฉันไม่ทันได้ทำอะไรเท่าไหร่เลย บนระเบียงมีแต่คน มันทำให้ฉันอึดอัด อยากกลับบ้านไปนอนจัง...ฉันคิดไปก็พิมพ์ข้อความหาแม่ไปว่า

 

แม่ วันนี้หนูจะกลับบ้านดึกนะ ถ้าแม่ก็จะไม่อยู่บ้านเหมือนกันให้เอากุญแจใส่ไว้ที่...-

 

            ปึ้ก!

 

“โอ๊ย!

 

            ข้อความของฉันขาดไปแค่นั้นเพราะฉันดันเดินชนกับใครบางคนจนล้มเซไปที่พื้นด้วยกันทั้งคู่

 

            ฉันกำลังจะโวย แต่ก็หุบปากฉับเพราะคนที่ฉันชนเป็นอาจารย์ และเป็นโจทก์ที่ฉันกำลังกังวลพอดี ใช่ สตีเฟน...คนนั้นนั่นแหละ

 

            เขามาทำด๋อยอะไรตรงนี้

 

            มือถือฉันตกพื้น ฉันก็เลยก้มลงไปเก็บเงียบๆ แต่แปลกใจที่เขาก้มลงมาด้วย ฉันพยายามไม่สนใจเขาแล้วคลานไปเก็บมือถือของตัวเองที่ไถลไปอยู่ใต้ล็อคเกอร์ ตอนนั้นเองที่เขาร้องขึ้นมา

 

            “อย่าเหยียบ!

 

            “หา”

 

            เพล้ง!

 

            มีอะไรบางอย่างอยู่ใต้รองเท้าสนีคเกอร์ของฉัน มองหน้าสตีเฟนแวบเดียวฉันก็รู้ได้ทันทีว่ามันคือ...

 

            “ให้ตายสิ...” เขาสบถออกมา “แว่นฉัน”

 

            ใช่...แว่นตาของเขานั่นเอง

 

            ทำไมคดีของฉันมันถึงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ไม่หยุดเลยล่ะ ฮือ

 

 

 

            “บอกไว้ก่อนนะว่าฉันไม่มีรถ ถ้านายอยากนั่งรถก็ต้องให้ฉันขับรถนายนะ”

 

            “เธอขับรถเป็นด้วยเหรอ”

 

            “ฉันอายุสิบแปดแล้วนะ แค่ขับรถเรื่องเด็กๆ น่า”

 

            ฉันผลักไหล่เขาแบบอารมณ์เสีย สตีเฟนเลยหัวเราะนิดๆ

 

“โอเค อ่ะกุญแจ”

 

            เขาล้วงกระเป๋าแล้วหยิบกุญแจให้ฉัน ฉันรับมาแต่ก็ยังขมวดคิ้วใส่

 

            “ยังจะไปกับฉันอีกเหรอ นายนี่ไม่มีเพื่อนร่วมงานคนอื่นเลยรึไง”

 

            “ก็ผมเพิ่งมาทำงานได้แค่ไม่กี่สัปดาห์ ยังไม่รู้จักใครเลย เธอเป็นคนทำแว่นพังนะ อย่าบ่นสิ” เขายิ้มเจ้าเล่ห์ ซึ่งมันทำให้ฉันหวั่นใจได้นิดๆ เมื่อไม่มีแว่นมาบดบังสายตาสีน้ำตาลของเขา “แล้วก็อย่าลืมสิว่าเธอกับผมเป็นญาติกันนะ ตามที่เธอโกหกเอาไว้ไงล่ะ”

 

            “เชอะ อย่าคิดจะมาแบล็คเมล์ฉันนะ ฉันต่อยนายตายแน่”

 

            ฉันพูดแล้วจูงมือเขาเดินไปที่ลานจอดรถ ไม่ใช่ว่าเกิดมีโมเมนต์โรแมนติกขึ้นมาหรืออะไรหรอกนะ แต่สตีเฟนมองอะไรไม่เห็นเลยเมื่อไม่มีแว่น...แบบว่าไม่เห็นเลยน่ะ ตอนแรกฉันปล่อยให้เขาเดินเอง แต่เขาก็ดันเดินชนประตูห้องธุรการเข้าให้ แถมพอชนไปแล้วยังไม่รู้อีกนะว่าตัวเองชนเข้ากับอะไรเพราะมองไม่เห็นจริงๆ

 

            อนาถมาก คนแบบนี้เนี่ยนะเป็นครูของฉัน ให้ทำใจเชื่อไม่ได้จริงๆ อ่ะ

 

            “วันนี้เธอไม่ส่งแบบฝึกหัดผมด้วยซ้ำ อย่ามาขู่ทำร้ายร่างกายสิ เดี๋ยวผมตกใจให้ F เธอนะ”

 

            มะ...หมอนี่

 

“นี่ ซาตานส่งนายมาทำลายชีวิตฉันใช่มั้ย บอกมานะ”

 

            เขาหัวเราะเสียงใส พอไม่มีแว่นคุณปู่นั่นแล้ว ฉันก็รู้สึกว่าผู้ชายคนนี้ก็ดูใช้ได้เหมือนกันนะ

 

            อ๊ะ นี่ฉันคิดอะไร...:( ไม่ดีเลย

 

            “รถของผมจอดอยู่ริมๆ น่ะ รถฟอร์ดสีดำ ทะเบียน...”

 

            ฉันมองหาตามที่เขาพูดแล้วก็เจอจึงลากเข้าไปที่รถนั่น มันเป็นรถที่ดูกลางเก่ากลางใหม่และโทรมไปด้วยฝุ่น คันเดียวกับที่เขาเคยใช้ไปส่งฉันตอนที่เราเจอกันครั้งแรกนั้นแหละ มันยังดูแย่เหมือนเดิม เขาเคยล้างรถบ้างมั้ยนะ แย่จริง

 

            มีนักเรียนมองเราเหมือนกัน แต่ฉันไม่ค่อยแคร์คนอื่นอยู่แล้ว และฉันก็ไม่คิดว่าสตีเฟนควรจะแคร์เท่าไหร่ ลำพังแค่มองทางให้รอดก่อนเถอะ ดูซิ นี่ฉันต้องเปิดประตูรถให้เขาด้วยนะ

 

            “นายนี่มัน...สายตาสั้นหรือตาบอดกันแน่นะ”

 

            ฉันบ่นขณะที่คาดเข็มขัดนิรภัยให้เขาเมื่อเห็นว่าเขาเสียบไม่ลงล็อคเสียที เขายิ้มบางๆ ตอนที่ฉันพูดแบบนั้นแล้วเปลี่ยนเรื่อง

 

            “บ้านพักผมอยู่แถววอลนัทสตรีทนะ ขับไปส่งที”

 

            “เห็นฉันเป็นแท็กซี่หรือไง นี่ถ้ารู้ว่าเหยียบแว่นนายแล้วชีวิตฉันจะหายนะขนาดนี้ยังไงฉันก็ไม่มีวันเหยียบแน่ๆ” ฉันบ่นไม่เลิก “ทั้งๆ ที่ฉันก็รีบแท้ๆ”

 

            “เธอกำลังจะไปไหนเหรอ”

 

            สตีเฟนถามขณะที่ฉันใช้สมาธิไปกับการออกรถ ฉันไม่ได้ขับรถบ่อยๆ หรอกนะ แต่มีใบขับขี่เพราะแอบไปสอบมา และทั้งๆ ที่ฉันสอบผ่านแล้ว แม่ก็ไม่ซื้อรถให้เสียที แม่อ้างว่าฉันชอบเถลไถล ซึ่งมันก็จริง...เฮ้อ

 

            “ตามจับแฮคเกอร์น่ะสิ” ฉันตอบอย่างโมโหเมื่อรถพ้นจากลานจอดรถออกมา “ยังจับไม่ได้เลย คราวนี้ถึงขั้นแฮคเว็บไซต์ฉันด้วยนะ”

 

            สถานที่ตั้งบ้านของเขาไม่ไกลจากบ้านฉันนัก ฉันก็เลยรู้ทางไป ฉันขับไปบนถนนเรื่อยๆ ในขณะที่เขาชวนฉันคุย

 

            “แล้วเธอรู้ที่อยู่ของเขาแล้วเหรอ”

 

            “ยัง” ฉันเบ้ปาก “ยากอะไรอย่างนี้นะ กะอีแค่ที่อยู่เนี่ย”

 

            “จริงๆ แล้ว ถ้าเธอโดนแฮค เธอไปแจ้งตำรวจก็ได้นะ แป๊บเดียวก็ได้รู้แล้ว”

 

สตีเฟนออกความเห็น ฉันก็เลยทำหน้าหงิก

 

“บ้าเหรอ ทำแบบนั้นก็เท่ากับว่าฉันไม่แน่จริงสิ!

 

พอพูดแบบนั้น สตีเฟนก็เลยหัวเราะ “งั้นพยายามเข้าแล้วกันนะครับคุณแฮคเกอร์”

 

“ไม่ใช่นะ ฉันเป็นนักสืบต่างหาก”

 

            ฉันเบะปากอย่างไม่ชอบใจ คราวนี้สตีเฟนนิ่งไปก่อนจะถาม “เธออยากเป็นนักสืบเหรอ”

 

            “อยากสิ” ฉันตอบทันที ราวกับว่าถ้าตอบช้ากว่านี้ความอยากเป็นนักสืบของฉันมันจะระเบิดแล้วหายไป “ฉันอยากเป็นนักสืบที่เก่งกาจยิ่งกว่าพ่อของฉัน คอยดู!

 

            “...”

 

สตีเฟนเงียบไปนาน นานซะจนฉันเกือบจะลืมเรื่องที่เราพูดกันไปแล้ว เขาพูดขึ้นมาอีกครั้งตอนที่รถติดไฟแดง

 

            “...นักสืบก็ต้องมีผู้ช่วยนี่นะ ผมช่วยเอามั้ยล่ะ”

 

 

 

            บ้านของสตีเฟนเป็นบ้านทาวน์เฮาส์เล็กๆ แบบที่ก่อด้วยอิฐสีแดงแล้วก็มีบันไดเล็กๆ สีขาวหน้าบ้าน มันดูแพงเหมือนกันนะ แถมอยู่กลางเมืองด้วย เขาบอกว่าเขาเช่าบ้านหลังนี้อยู่กับพี่ชาย มันเป็นบ้านที่บอกตรงๆ นะว่า...

 

            โคตรรกเลย!

 

            “แล้วพี่ชายนายไปไหนซะล่ะ”

 

            ฉันพูดไปเดินหลบกองอะไรสักอย่างที่ดูเหมือนลังใส่อาหาร บ้านนี้เคยทิ้งขยะบ้างมั้ยเนี่ย ซกมกอ่ะ ยี๊

 

            “พี่ชายผมไม่ค่อยอยู่บ้านอยู่แล้วเพราะเป็นวิศวกร แถมยังกำลังจะแต่งงาน ช่วงนี้เลยเร่งทำงานหนักเพื่อจะได้ลางานยาวๆ”

 

เขาตอบพลางคุ้ยอะไรอยู่ในลิ้นชักใต้ทีวี

 

            ที่น่ากลัวคือที่นี่คือที่เดียวที่สตีเฟนสามารถเดินได้โดยที่ไม่มีแว่นและไม่สะดุดเลย รกขนาดนี้ฉันไม่เข้าใจเลยว่าเขาทำได้ยังไง เขาหยิบแว่นตามาสวมได้สำเร็จ (ซึ่งแว่นนั่นหน้าตาคุณปู่หนักกว่าเดิมอีก...เป็นแว่นแบบที่แม้แต่คุณปู่ยังว่าเชยเลยอ่ะ) แล้วเขาก็หันมาบอกฉันว่า

 

            “เธอนั่งก่อนเลยก็ได้นะ นั่งตรงไหนก็ได้”

 

            “หึ พูดเหมือนมีที่ให้นั่งเยอะนักล่ะ”

 

ฉันบ่น เขาก็เลยเดินมาใกล้แล้วเลื่อนตู้ที่เหมือนตู้เสื้อผ้าใบใหญ่ออกไป แล้วโซฟาเก่าปอนตัวหนึ่งจึงปรากฏขึ้นต่อสายตา มันมีใยแมงมุมอยู่ด้วย สตีเฟนใช้แมกกาซีนเก่าๆ เล่มหนึ่งปัดโซฟาตัวนั้นให้ ฝุ่นคลุ้งไปทั่ว ฉันมองเขาทั้งไอทั้งจามจนจมูกแดงแล้วตลกชะมัด

 

“ฮัดชิ้ววว” เขายังคงจามอยู่ “คราวนี้ก็นั่งได้แล้วนะ”

 

“ฮ่าๆ ๆ นายนี่มัน...” ฉันหัวเราะไม่หยุด “ห่วยจริงๆ อ่ะ แพ้ฝุ่นแล้วยังจะปัดฝุ่นให้ฉันอีก”

 

แทนที่เขาจะโกรธ เขากลับยิ้มๆ แล้วบอกว่า

 

“เดี๋ยวผมไปห้องคอมหาที่อยู่ให้เธอนะ อยากดื่มอะไรก็หาได้เลย ในตู้เย็นมี” เขาพูดแล้วพยายามจะชี้ไปทางตู้เย็น...แต่ “เอ่อ...ผมทำตู้เย็นหายไปไหนแล้วก็ไม่รู้น่ะ ขอโทษที มันอยู่แถวนี้แหละ แต่ไม่รู้ตรงไหน”

 

ฉันหัวเราะก๊ากออกมาแบบอดไม่ได้จริงๆ ใช้เวลาอยู่นานก่อนที่ฉันจะเริ่มกลับเป็นปกติพอที่จะพูดได้

 

“ไปไหนก็ไปเถอะ เอายูสเซอร์เนมกับพาสเวิร์ดเข้าเว็บไซต์ฉันไปแล้วนี่” ฉันเดินไปนั่งที่โซฟาเน่านั่นแล้วพูดแบบนั้น “ส่วนตู้เย็น...เดี๋ยวฉันหาเองก็ได้”

 

เขายิ้มบางๆ แล้วเดินขึ้นบันไดไป พอเขาหายลับไป ฉันก็เริ่มจัดบ้านให้เขา...

 

ใช่ซะทีไหน ฉันไม่ใช่คนดีขนาดนั้น ฉันกำลังค้นข้าวของของเขาเล่นต่างหาก

 

ในบรรดากองสารพัดสิ่งที่เขาวางเกลื่อนเต็มพื้นไปหมด ฉันเจอกรอบรูปเล็กๆ ที่มีรูปของผู้ชายสามคน มีเด็กที่ดูเหมือนสตีเฟนอยู่ตรงนั้น เขาตัวเล็กที่สุดในบรรดาทุกคนแถมยังใส่ไอ้แว่นคุณปู่นั่นอยู่แม้กระทั่งตอนยังเป็นเด็ก ข้างๆ กันมีเด็กผู้ชายตัดผมสกินเฮดอยู่ด้วย เขาดูดีกว่าสตีเฟนนิดหน่อยนะ น่าจะเป็นพี่ชาย ด้านหลังสุดมีชายใส่แว่นที่ดูเหมือนเด็กชายทั้งสองคนผสมๆ กัน คงเป็นพ่อของสตีเฟน ฉันสังเกตว่าไม่มีแม่ของเขาอยู่ในภาพ...บางทีเธออาจจะเป็นคนที่ถ่ายภาพนี้กระมัง

 

ฉันเอากรอบรูปนั้นไปวางไว้บนทีวีที่ซึ่งเป็นที่ที่ฉันคิดว่ามันสมควรจะอยู่ แล้วค้นดูต่อ บ้านของสตีเฟนนี่หนังสือเยอะจริงๆ มีแต่หนังสืออยู่เต็มพื้นไปหมด แต่ไม่น่าอ่านเลยสักเล่ม ฉันเดินไปเดินมาแล้วเหยียบเจอกับอะไรบางอย่าง

 

ที่จริงฉันอาจจะมองผ่านเลยไปเลยก็ได้ เพราะด้วยสภาพบ้านแบบนี้ จะเหยียบอะไรบ้างก็ไม่แปลก แต่สิ่งที่อยู่ใต้เท้าฉันนั้นมันเป็นกล่องกระดาษขนาดสี่เหลี่ยมเล็กๆ...กล่องที่เขียนว่า

 

กลิ่นช็อคโกแลตแบบบางพิเศษ...

 

กรี๊ดดด นี่มันถุงยางอนามัยนี่นา

 

กล่องเปิดแล้วด้วย แต่ไม่มีถุงยางในนั้น แปลว่ามันถูกใช้ไปแล้ว คิดในแง่ดีอาจจะเป็นของพี่ชายเขา แต่คิดอีกแง่ก็อาจจะ...

 

บ้าน่า มันจะเป็นไปได้ยังไง! ถึงฉันจะคิดแบบนั้น แต่ตัวเองก็เริ่มขนลุก หรือว่าฉันจะตัดสินใจผิด มาบ้านเขาง่ายเกินไป อันที่จริงเขาก็แค่คนแปลกหน้า เราเคยเจอกันแค่สองครั้งเอง ถึงเขาจะเป็นอาจารย์สอนวิชาคอมพิวเตอร์ของฉันก็เถอะ แต่ก็นั่นแหละ นั่นคือสาเหตุที่มันดูอันตรายเลยนะ!

 

เขาหลอกฉันมาแน่ๆ! คนอะไรจะใจดีขนาดมาช่วยคนแปลกหน้าแบบฉัน! ถึงจะเป็นเนิร์ดก็เถอะ!

 

ภาพสิ่งเลวร้ายเข้ามาในหัวฉันมากมายจนฉันขยะแขยง ฉันฉวยเอากระเป๋าสะพายของตัวเองขึ้นมาทันที...เปล่า ไม่ได้เดินออกจากบ้าน แต่เดินขึ้นไปข้างบนชั้นสองต่างหาก ฉันจะอัดเขาให้น่วมเลยข้อหาที่หลอกฉัน มองหาแวบเดียวก็เจอห้องที่มีแสงสว่างลอดออกมา เขาต้องอยู่ห้องนั้นแหละ ฉันผลักเข้าไปทันที

 

ปัง!

 

“นี่!!! บอกฉันมาซิว่านี่มันอะไรกันแน่!!! ของนายสินะ!!! นายหลอกฉันมาที่นี่ใช่มั้ย!!! บังอาจมาก!!! ฉันจะกระทืบนายดะ...-

 

ประโยคของฉันถูกตัดด้วยคำพูดของเขา

 

“พอดีเลย!” เขาพูดพร้อมรอยยิ้ม หมุนเก้าอี้หันมามองหน้าฉัน “ผมเจอที่อยู่ของเขาแล้ว!!!

 

ฉันลืมเรื่องที่ตัวเองตั้งใจจะพูดชั่วขณะ “นายว่าไงนะ!

 

ก่อนที่จะรู้ตัวเสียอีก ฉันก้าวขาเข้าไปในห้องนั่น ห้องนี้เป็นห้องที่ดูไฮเทคสุดๆ ไปเลย ในห้องมีจอคอมอยู่สามจอ และซีพียูตัวใหญ่เบอเริ่มกว่าที่ฉันเคยเห็นทั่วไป โต๊ะขนาดใหญ่นั้นยังมีสายไฟและอุปกรณ์แปลกๆ พ่วงอยู่อีกมาก ทุกอย่างระโยงระยางกันมั่วไปหมดจนแค่มองก็เวียนหัว

 

สตีเฟนพิมพ์อะไรไม่รู้แกรกๆ บนคีย์บอร์ด เขาหันจอที่อยู่ซ้ายสุดมาให้ฉันดู

 

“ดูนะ ผมเจาะเข้าไปที่ Database ของ ISP ที่ Ip address ของเป้าหมายสังกัตอยู่เพื่อสืบค้นชื่อของบุคคลที่จดทะเบียนอินเตอร์เน็ตยูสเซอร์เนมนี้...และดูสิ ผมเจออะไร”

 

“...”

 

“ที่อยู่ของเขาอยู่ไม่ไกลเลย ในเดลลาแวร์นี่เอง”

 






----------------------------------->Talk
มา talk กันเถอะ 555 จากที่ลงคราวที่แล้วไม่ได้บอกอะไรไว้เลย คราวนี้จะมาชี้แจงแลถงไขกันจ้ะ
เรื่องแรก มีคนถามมาว่านี่ใช่สตีเฟนเดียวกะ T.G.I.F มั้ย คำตอบคือใช่จ้ะ สตีเฟนเดียวกัน แต่โตแล้วน้า 555 ก็จะมีความเป็นผู้ใหญ่ (เหรอ) มากขึ้นนิดนึง 555 ประมาณนั้น
และเรื่องนี้ออกเดือนพ.ย.จ้ะ ดังนั้นอาจจะอัพช้านิดนึงน้า T_T เดี๋ยวไม่มีจะอัพ ยังไงก็ฝากติดตามกันด้วยเน้อ
ขอบคุณทุกๆ กำลังใจมากๆ ได้เจอกันตอนหน้าจ้า




นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

71 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 22 กันยายน 2555 / 18:14
    หวังว่ามิสเตอร์สตีเฟนจะไม่ใช่คนแฮ็คเองนะ 5555
    #23
    0
  2. #21 White_Romeo (@misao-mauri-2846) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 21 กันยายน 2555 / 21:58
    สตีเฟนน่ารักอ่ะ >__< ///
    #21
    0
  3. #17 MillLz (@omilzz) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 18 กันยายน 2555 / 00:01
    "เดี๋ยวผมตกใจให้Fเธอนะ"
    เฮ้ยยย 5555555



    จอร์ดี้ลืมตัวว 555555
    #17
    0
  4. #14 reborn_mind (@reborn-mind) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 15 กันยายน 2555 / 20:27
    อัยย่ะ !! ใช่สตีเฟนจากT.G.I.F. ด้วย <3<3<3
    #14
    0
  5. #11 Patikan (@Patikan) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 14 กันยายน 2555 / 21:25
    จอร์ดี้เธอจะขึ้นไปกระทืบเขาไม่ใช่เหรอ เปลี่ยนอารมณ์ไวจริง ถ้าเป็นสตีเวนจากT.G.I.F นี่จะมีัตัวละครจากเรื่องนั้นโผล่มาบ้างมั้ย (คิดถึงชาร์ลี+เฟรด)
    #11
    0
  6. #10 รันรัณญ์ . (@runnyna) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 กันยายน 2555 / 14:47
    เงิ่มมมมม จอร์ดี้ แทนที่เธอจะอาละวาดนะ 55555555555555
    สวีเวนของพวกเรา (?) ไม่ใช่คนแบบนั้นหรอกน่า TOT!!!
    #10
    0