ชิงชัง [JAEYONG] omegaverse เมะ x เมะ

ตอนที่ 2 : ตอนที่ 2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 187
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 20 ครั้ง
    23 พ.ค. 63

ตอนที่2

#ชิงชังแจยง





แทยงเดินเข้าไปยังโรงยิมขนาดใหญ่เบื้องหน้า พบว่าเพื่อนร่วมชั้นเรียนกำลังนั่งเรียงกันอยู่เป็นแถว มองเห็นโดยองที่โบกมือให้ รีบปรับสีหน้าให้ปกติก่อนเดินเข้าไปนั่งลงข้างเพื่อนสนิท หันไปมองที่ประตูพบว่าแจฮยอนกำลังเดินตามเข้ามา ใครอีกคนหันสบตา แทยงเบือนหน้าหนี เพียงเห็นหน้าเขาก็นึกเกลียดจนไม่รู้ว่าจะเกลียดยังไงแล้ว รอมีโอกาสเอาคืนได้เมื่อไหร่ เขาจะทบทั้งต้นทั้งดอกเลยคอยดูเถอะ คนแบบแจฮยอนจะต้องคุกเข่ากอดขาอ้อนวอนเขาสักวัน

 

“วันแรกโหนบาร์ฆ่าเวลาไปก่อน แล้วเดี๋ยวพรุ่งนี้ค่อยเริ่มจริงจัง” อาจารย์ผู้สอนพูดขึ้น ขนาดครูยังหนีไม่พ้นอัลฟ่าหน้าขรึม

“แทยง”

“ครับ?”

 

“ออกมาทำตัวอย่างให้เพื่อนดูว่านับเซตยังไง” แทยงพยักหน้ารับ เขาลุกออกจากที่นั่ง รู้สึกเหนือกว่าเมื่อบุคคลที่อาจารย์ผู้สอนเลือกเป็นต้นแบบคือตัวเอง อย่างน้อยก็หยามหน้าแจฮยอนได้แล้วหนึ่งอย่าง ร่างกายเตรียมพร้อม เงยมองบาร์สูงที่ต้องกระโดดถึงจะคว้าจับถึง

...หมับ! .. แทยงกระโดดจับมัน เอาให้มั่นจนแน่ใจว่าได้ท่าที่เหมาะสม เขาเริ่มนับและยกตัวขึ้นลง สองขาที่ลอยหวืดอยู่บนพื้นต้องช่วยเกรงเพื่อลดอาการเหนื่อยของแขน อากาศค่อนข้างร้อน เหงื่อของเขาไหลซึมตามไรผม เนื้อตัวแทบจะเปียกโชก เพื่อนในห้องนั่งนิ่ง เฝ้ามองอย่างสนใจอย่างกับถูกต้องมนตร์ ขนาดโดยองเพื่อนสนิทยังเผลอกลืนน้ำลายอึกใหญ่ลงคอ เอาเข้าจริงพวกอัลฟ่าที่ภายนอกสวยน่ารักกว่าพวกโอเมก้าก็มีเยอะมาก เดินเกลื่อนโรงเรียนไปหมด แต่แทยงให้ความรู้สึกแตกต่าง ดูดึงดูดอย่างน่าประหลาด ถึงแม้ท้ายที่สุดแทยงจะหัวเราะและปล่อยมือลงจากบาร์ ยิ้มแห้งพร้อมบอกว่าแรงจะหมดแล้ว

 

“โอเค คนอื่นแยกย้ายไปทำเลย...นับเซตตามนี้ แล้วท้ายชั่วโมงมารายงานด้วยว่าได้กี่เซต” อาจารย์ออกคำสั่งหลังจากที่ทั้งห้องเงียบกันอยู่นาน อัลฟ่าหนุ่มทั้งหลายอย่างลุกขึ้นยืน จับจองบาร์แต่ละอันที่สามารถโหนด้วยกันได้สองคน

“มึงเล่นก่อนเลย กูขออู้ก่อน” โดยองขอผลัด แผ่ตัวนอนลงบนพื้นและมองแทยงที่เริ่มจริงจังต่อการฝึกอีกครั้ง เขามองเพื่อนสนิท แทยงนับว่าดูดีมากขนาดตัวเขายังต้องยอมรับ บอกไม่ถูกเหมือนกัน ออร่าไอ้พวกทรูอัลฟ่านี่มันรุนแรงเสียจริง ทำอะไรก็น่ามอง อย่างเช่นในตอนนี้ที่โดยองเผลอนั่งเหม่อไล่มองตั้งแต่เรียวขาขาว ลำคอระหงที่ชื้นด้วยเหงื่อ และปากอิ่มสีอ่อน บวกกับแผงขนตาที่ชัดเจนและงอนได้รูป หากตัดเรื่องทรงผม กลิ่นของอัลฟ่าบนตัวของแทยงที่ชัดเจนจนคลุ้ง และท่าทางแสนห้าวออกไป

 

คงต้องยอมรับว่าแทยงน่าลิ้มลองมากกว่าพวกโอเมก้าบางคนเสียอีก

โดยองลองหลับตา เขาสูดกลิ่นของแทยงที่ลอยอยู่ตามอากาศ

 

กลิ่นของอัลฟ่าชัดเจนมาก หากแต่ในครั้งนี้กลับมีกลิ่นหอมอ่อนของบางอย่างที่ลอยปนออกมา

มันแผ่วเบา แสนระเหยแทบไม่มีตัวตน หากแต่กลิ่นเพียงนิดของมันกลับเรียกความสนใจจากโดยองได้

 

“มูเก็ตโต้ ที่สวนหลังโรงเรียนเอาดอกมูเก็ตโต้มาลงใหม่เหรอ”

“อะไรของมึง” แทยงปล่อยมือออกจากบาร์ ย่อตัวพร้อมมองเพื่อนสนิทที่กำลังนั่งเหมือนคุยอยู่กับตัวเอง อากาศก็ยิ่งร้อนเขาโคตรหงุดหงิด คว้าขวดน้ำมากระดกเข้าปากพร้อมทิ้งตัวนั่งลงข้างโดยอง

 

“กูได้กลิ่นมูเก็ตโต้อ่ะ รู้จักไหม...ดอกไม้สีขาวอันเล็กๆ ที่ชอบอยู่ในงานแต่ง”

“อืมหอมดี เมื่อวานเห็นอาจารย์เอามาลงที่สวนแหละ” แทยงตอบไป ดูท่าทางโดยองจะชอบมันมากเพราะชวนแทยงให้พาไปดูด้วย นั่งคุยเรื่องไร้สาระกันต่ออีกพักใหญ่ถึงเวลาที่อาจารย์เรียกรวม แทยงกำลังหัวเราะอยู่กับโดยองก็ต้องหุบยิ้มลงเมื่อพบว่ามีใครบางคนกำลังจ้องมอง เขาหันไปสบตาแจฮยอน

 

ชูนิ้วกลางส่งให้มัน

แถมยังโคตรสะใจเมื่อพบว่าแจฮยอนไม่สามารถโต้ตอบอะไรคืนได้

 

“ไปกินข้าวกัน” โดยองร้องขึ้น คว้ากอดคอของแทยงหลังจากที่เปลี่ยนเสื้อผ้ากลับคืนสู่ชุดนักเรียนเรียบร้อย นั่งกินข้าวอยู่ด้วยกันสองคนพบว่าโต๊ะด้านข้างคือกลุ่มของแจมินไอ้หัวหน้าห้องตัวแสบ พวกนั้นทำเรื่องยุ่งกันอีกแล้ว คราวนี้โดยองส่ายหน้าเมื่อพบว่าแจมินแอบไปเด็ดดอกไม้จากสวนของโรงเรียนมา

 

“มึงไปขโมยดอกไม้เขามาหรอได้มิน” โดยองตะโกนท้วงข้ามโต๊ะ ทางหัวหน้าห้องรีบวิ่งเข้ามาปิดปาก

“อย่าเสียงดังดิเดี๋ยวอาจารย์ด่ากู”

“แล้วมึงไปเด็ดของเขามาทำไมเล่า”

 

“ก็มันหอมนี่หว่า มึงดูดิ...กูจะเอาไปปลูกที่บ้าน” ดอกไม้ที่แจมินกำลังอวดก็คือไอ้ดอกเมื่อเช้าที่โดยองได้กลิ่น ไม่แปลกที่พวกเขาจะหลงใหล ว่ายังไงดี มูเก็ตโต้หรือลิลลี่ออฟเดอะวัลเล่ย์ เป็นดอกไม้ในงานแต่ง ดอกเล็กสีขาวแต่กลิ่นกลับหอมชวนหลงใหล กลิ่นบริสุทธิ์แต่กลับเชื้อเชิญให้อยากแตะต้อง เย้ายวนให้อยากดอมดม ทั้งนี้ทั้งนั้นไอ้ดอกไม้นี้ยังถูกเอาไปทำเป็นน้ำหอมฟีโรโมนเลียนแบบของโอเมก้า ราคาแพงมากแบบหูฉีก นั่นเพราะในชีวิตจริงมีโอเมก้าแทบจะหนึ่งในล้านที่จะมีกลิ่นนี้เป็นกลิ่นประจำกาย

 

“เออแฟนไอ้แจฮยอน น้องเตนล์ๆ ...เขาลือกันว่า กลิ่นน้องก็เป็นกลิ่นดอกไม้เหมือนกัน ยิ่งตอนฮีทนะมึง..ฮึ่ม”

“กูว่ามึงหื่นแล้วหละไอ้แจมิน” โดยองหัวเราะ นับวันพวกมันยิ่งดูคลั่งรักเตนล์จนเกินหน้าเกินตา

“อิจฉาไอ้แจฮยอนมันเนอะ ได้เมียแต่ละคนนี่มีแต่แบบ...”

 

“มึงเลิกพูดถึงมันสักที ขอร้อง!” หากแต่แทยงตวาดขึ้นอีกครั้ง เจอแบบนี้แจมินยิ้มแห้ง ถ้าไม่รู้มาก่อนหน้าว่าไม่ถูกกันเขาก็คงจะอดคิดไม่ได้แล้วหละว่าแทยงกำลังหึงแจฮยอนอยู่ พูดเรื่องเตนล์กับแจฮยอนทีไรเห็นหัวร้อนตลอด กว่าจะกลับมานิ่งได้หน้าตาของแทยงก็บึ้งตึง โดยองส่ายหน้า แจมินก็ชอบกวนประสาท แทยงก็ยิ่งอารมณ์ติดไวเสียด้วย

“เออไอ้โดยอง”

“ว่า?” ถามทั้งมองหน้าแทยง

 

“พรุ่งนี้กูอาจไม่มาเรียนนะ มึงก็ไปกินข้าวกับพวกไอ้แจมินแล้วกัน”

“อ้าว มึงจะไปไหน”

“ก็หาหมอไง...บางทีแม่ง พออีกวันกูชอบป่วยอ่ะ” ได้ยินแบบนี้โดยองพยักหน้ารับ เขาชินแล้วกับการที่แทยงต้องหยุดเรียนเพราะเรื่องอาการป่วย บางครั้งโดยองก็แอบกลัวนะ กลัวว่ามันจะฆ่าตัวตาย กลัวว่าวันต่อมาจะไม่มีเพื่อนที่ชื่อแทยงอีกแล้ว...

 

................................

 

“รอบนี้หมอต้องเพิ่มความแรงของยาอีกแล้ว คุณพ่อกับคุณแม่โอเคไหมครับ”

“ครับ ผมไม่มีปัญหา”

“แต่ว่าตัวน้อง...”

 

“แค่รักษาเขาต่อไปก็พอ” แทยงได้ยินทุกประโยค เขานั่งอยู่ภายในห้องที่ถูกทำขึ้นเพื่อนรักษาตัวของเขาโดยเฉพาะ คุณหมอกำลังปรึกษาพ่อกับแม่ของแทยง คนตรงนี้นั่งมองพื้น น้ำตาของแทยงล่วงแหมะ

เขาเหมือนตัวปัญหา

เขาไม่อยากเป็นแบบนี้...

 

เข็มขนาดใหญ่จ่อติดที่แขนขาว กลิ่นแอลกอฮล์ถูกเช็ดลง ก่อนที่แทยงจะหลับตาแน่นเมื่ออาการเจ็บจี๊ดคือสิ่งที่ได้รับ มันปวดหนึบ ฤทธิ์ของยาแรงมากขึ้นทุกวัน หัวใจของเขาเต้นรัว หอบหนักจนหมอต้องพยุงให้ไปนอนลงบนเตียง แทยงกุมหัว เขาเหมือนคนระบมทุกส่วน มันทรมานมากกว่าที่คิด เขาอยากจะตายไปซะนี่คือความคิดในส่วนลึก

 

ฝ่ายคนเป็นแม่กำลังเฝ้ามอง เธอร้องไห้

ภาพของลูกชายที่อยู่ตรงหน้าสร้างความปวดหนึบ

 

....................

 

แจฮยอนกระวนกระวาย เดินวนไปมาในห้องอย่างคนไร้สมาธิ เขาไม่สบายใจอย่างบอกไม่ถูก ทั้งที่ไม่มีสาเหตุแต่ในหัวใจกลับรู้สึกเศร้าอย่างน่าประหลาด ชายร่างสูงถอนหายใจ หนังในหน้าจอทีวีไม่ได้น่าสนใจเลยด้วยซ้ำ แปลกเสียจนคนตัวเล็กในอ้อมแขนต้องเงยหน้ามอง มือเล็กจับสองแก้มเนียนของแจฮยอน

 

“พี่ครับ เป็นอะไรเหรอ” เตนล์ส่งเสียงถาม วันนี้ดูแจฮยอนไม่มีสมาธิเอาเสียเลย

“เหมือนไม่สบายนิดหน่อย แต่ไม่ได้เป็นอะไรมากหรอก”

“จริงหรอ ผมเป็นห่วงนะ”

 

“จริงสิครับ อย่าคิดมากเลย พี่ไม่ได้เป็นอะไรจริงๆ” แจฮยอนยิ้มให้ กระชับกอดคนในอ้อมแขนพลางสูดดมกลิ่นหอมประจำกายของใครอีกคน เขากดจูบลงบนกลีบปากอิ่ม เล็มเลียดูดดึงก่อนจะผละออกแล้วส่งยิ้มให้

“วันนี้พี่ขอกลับก่อนนะ ว่าจะกลับไปทำการบ้านต่อ”

“อะไรอ่า เพิ่งจะสองทุ่มเอง...แล้วไม่ค้างกับผมเหรอ” เตนล์ถามขึ้นอีก ทำหน้าหงอยพลางกระชับกอด ทางแจฮยอนทำเจ้าเล่ห์

 

“ค้างอะไร เราเลยช่วงฮีทมาแล้วนะ...หรือว่า....”

“บ้าสิ...แค่นอนกอดกันเฉยๆ ก็ได้นี่ คิดแต่เรื่องแบบนั้นตลอดเลยนะ” ดุไปงั้น แต่ถ้าแจฮยอนจะทำจริงมีหรือใครจะปฏิเสธได้

“ค้างไม่ได้จริงๆ ช่วงนี้งานที่โรงเรียนเยอะมาก” แจฮยอนพูดปลอบ กดจูบลงบนกลุ่มผมนุ่มก่อนจะผละตัวออก เขาเดินไปคว้ากุญแจรถ หยิบเสื้อโค๊ทตัวนอกมาสวมทับ เดินลงมาจากห้องชุดสุดหรูซึ่งเป็นที่พักของคนตัวเล็ก รถยนต์คันดำเงาจอดอยู่ชั้นใต้ดิน ตอนนี้เพิ่งจะสองทุ่ม แจฮยอนกลับเร็วจริงเพราะตามปกติเขามักจะขลุกอยู่กับเตนล์ทั้งคืน

 

ตลอดการขับรถดวงตาคู่คมมองเหม่อ

ในหัวของเขามีแต่ภาพของใครบางคนอยู่เต็มไปหมด

...ตั้งแต่ผ่านวันเกิดตอนอายุสิบแปดมา หลายครั้งที่แจฮยอนมักจะมีความรู้สึกบางอย่างแวบเข้ามาแบบไร้สาเหตุ

หรือว่าเขาล้อแทยงว่าบ้าบ่อยเกินไป จนตอนนี้กรรมตามทันจนจะกลายเป็นบ้าเอง...

 

................................

 

แทยงหยุดโรงเรียนไปหนึ่งวันตามที่ได้บอกโดยองไว้ ก่อนจะกลับมาอีกครั้งในวันที่ทางโรงเรียนมีนัดตรวจสุขภาพประจำปี ใบรับรองแพทย์แทบจะเป็นเหมือนพาสปอร์ตที่พวกเขาต้องพก พวกเราตรวจร่างกายกันบ่อยมาก นั่นเพื่อกันการกลายพันธ์ไปเป็นเพศสภาพอื่น ถึงแม้โอกาสจะเกิดขึ้นได้น้อย แต่บางครั้งก็มี ยิ่งกับพวกเด็กมอต้นยิ่งน่าห่วง พวกนั้นยังโตไม่เต็มวัย แต่สำหรับพวกชั้นปีสุดท้ายอย่างพวกเขาคือหายห่วง เข้าสิบแปดมาได้ ก็คือไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงแล้วหละ

 

โดยองเดินเข้าห้องตรวจไปแล้ว

ทางสะดวกสำหรับการจะเข้าไปปั่นประสาทแทยง

 

“ถ้าตรวจเจอว่าเป็นโอเมก้าขึ้นมาจะทำไงหละเนี่ย งี้ก็อดแข่งกับกูเลยสิ” แจฮยอนยียวน ทางคนฟังขมวดคิ้ว

“มึงน่ะสิ เอาไว้ล้อแม่มึงเถอะ”

“ทำเป็นอวดดี ไอ้เด็กโรคจิตขี้แย” คำด่าของแจฮยอนแรงอยู่แล้วแทยงไม่ได้ประหลาดใจ นอกเหนือไปกว่านั้นมาร์คและยูตะยังยืนคอยคุมต้นทางให้เพื่อกันอาจารย์อาจจะเข้ามาเจอ แทยงจ้องแจฮยอนนิ่ง

 

..ปึก..!

 

“โอ้ย!” กระทืบเท้าลงบนเท้าของแจฮยอนจนคนตัวสูงร้องลั่น เป็นจังหวะเดียวกับที่นายแพทย์ในห้องเรียก แทยงเดินหนีเข้าห้องแถมไม่ลืมจะแลบลิ้นเยาะเย้ย แจฮยอนแสนคับแค้น หันไปมองมาร์คและยูตะพบว่าสองคนนั้นหัวเราะคิกคัก

“สรุปพวกมึงอยู่ฝั่งใครกันแน่!” แจฮยอนหัวเสีย เขาเดินหงุดหงิดไปห้องน้ำเพราะแทยงเล่นซะรองเท้าเขาเปื้อน กว่าจะทำธุระเสร็จนานพอสมควร คงจะถึงคิวตรวจของเขาพอดีนั่นทำให้แจฮยอนรีบวิ่ง เขาลัดเข้าอีกทาง

 

แต่ระหว่างนี้ได้ยินเสียงแว่วออกมาจากในห้อง

ทางเส้นนี้คือเส้นที่ผ่านด้านหลังของห้องพยาบาล แจฮยอนหยุดเดิน เขาย่องไปที่ประตู มองลอดผ่านช่องเล็ก

 

...ก่อนคิ้วจะขมวด เมื่อพบว่าแทยงได้รับใบรับรองแพทย์ ทั้งที่ยังไม่ได้รับการเจาะเลือดไปตรวจเลยด้วยซ้ำ

และหมอคนนั้น ใช้สำลีปิดที่ต้นแขนของแทยง ทำเหมือนว่าเจาะเข็มเอาเลือดออกมาแล้ว ทั้งที่ยังไม่ได้ทำ...

 

แจฮยอนยิ้มมุมปาก ดูเหมือนจะมีเรื่องสนุกให้ได้แกล้งคนอีกแล้ว

 

# # # # # # #

อย่าทำลูกฉันน

 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 20 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

24 ความคิดเห็น

  1. #15 zzz49 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2563 / 11:09
    ยัยแจนอย่าร้ายกับน้องง
    #15
    0
  2. #12 Iiiiiii (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2563 / 07:44
    พึ่งมาอ่านสนุกมากกกกกทำไมฉันพึ่งเจอออ
    #12
    0
  3. #2 LuckyD88 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2563 / 23:07
    แจฮยอนนนน สงสารน้องบ้างงงง
    #2
    0