Rin no Kikan การกลับมาของริน (Yuri/NC)

ตอนที่ 34 : ตอนที่34 กระจายความช่วยเหลือ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 271
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 32 ครั้ง
    2 ก.พ. 62

ตอนที่34 กระจายความช่วยเหลือ




ผ่านมา5กิโล ฉันก็ยังไม่เจอใคร จริงๆอยากจะบินไปเลยแท้ๆ แต่ว่าก็กลัวเรื่องการตกหล่น ก็เลยต้องจำใจติดพื้น ซึ่งก็คือ มอเตอร์ไซค์ แน่นอนว่าฉันใช้เวทย์ครีเอทสร้างเสร็จ ก็ซดน้ำยาไปหนึ่งขวดเล็ก เนื่องจากเสียมานาไปเกือบ40เปอร์เซนต์เลยทีเดียว
“ไม่มีคนเลยแฮะ”เกลพูดมา ก็จริงนะ
“น่าจะงั้นล่ะ มันคงไม่ใช่ว่าชี้ไปทางไหนแล้วจะเจอ เอ๊ะ นั่นคนนิ”ฉันพูดพร้อมกับชี้ไปยังจุดๆนึง แต่ว่ากลับไปเจอเหมือนกับที่กำบัง พร้อมกับมีคนยืนคล้ายกับเฝ้ายามอยู่ เกลเลยเก็บมอเตอร์ไซด์เข้ากระเป๋ามิติ
“ดูท่าว่าดวงของเธอจะดีนะ”เกลพูดขึ้นมา ก่อนที่จะเดินไปที่จุดนั้น แน่นอนว่าฉันก็เดินตามไปด้วย พอเดินไปใกล้จะถึง เกลก็หลบหลังต้นไม้ต้นหนึ่งที่ใหญ่พอสมควร ก่อนที่จะพิงมัน ฉันเองก็ไปหลบที่เดียวกับเกล โดยที่ตัวของเราสองคนหันเข้าหากัน
“เธอคิดว่าพวกนั้นเป็นคนดีหรือเปล่า”อืม นั่นสินะ พอได้ฟังเกลถามมาแบบนี้ ก็เริ่มไม่ค่อยแน่ใจว่าควรเข้าไปดีหรือเปล่าเลยล่ะ แต่ก็นะ มามัวนั่งอยู่เฉยๆมันก็ไม่ใช่เรื่องดีหรอกมั้ง
“สวัสดีค่ะ ไม่ทราบว่ามีคนอยู่มั้ย”ฉันตัดสินใจเดินเข้าไปถาม อ๊ะ เริ่มมีคนออกมาแล้วแฮะ แต่ว่ามันดันเป็นผู้ชายทั้งหมดเลยเนี่ยสิ แถมยังมองมาด้วยแววตาน่ากลัวซะด้วย ไม่นะ
“อย่าทำให้คนของฉันกลัวนะ”เกลยืนข้างๆฉันก่อนที่จะพูดออกไปด้วยเสียงเรียบ ในมือของเกลไม่มีอะไร แต่ที่หลังของเกลมีเคียวอันเบอเริ่มห้อยอยู่
“น้องสาว เล่นมาหากันแบบนี้ สวรรค์คงส่งมาให้สินะ พอดีเลย พวกพี่กำลังเหงาใจ มาม๊ะมาหาพวกพี่เร็ว”ชายหนุ่มร่างท้วมคนหนึ่งในนั้นพูดขึ้นมา พร้อมกับใช้ปืน M4A1 ชี้มาที่ฉัน เห้อ ว่าล่ะว่าไม่ใช่คนดีจริงๆด้วย ลางสังหรณ์ไม่มีผิดจริงๆ
“ไปเอาตัวพวกมันมา”ชายผอมอีกคนพูดขึ้นมา ดูท่าทางคงจะเป็นหัวหน้าของที่นี่ เห้อ เกลหันมามองฉันราวกับจะถามว่า เอายังไงดี
“จัดการเลยแล้วกัน ขี้เกียจเสียเวลามาก จะต้องรีบจบเรื่องนี้ในหนึ่งอาทิตย์ให้ได้”ฉันพูดออกไป เกลพยักหน้ารับ ก่อนที่ประตูของที่กำบังแห่งนี้จะเปิดขึ้นมา พร้อมกับกลุ่มชายฉกรรจ์จำนวนนับสิบคนได้ แถมทุกคนยังมีปืนอยู่ในมือคนล่ะกระบอก เห้อ
‘แคนเซิลอนิเมชั่น ออลกัน’ฉันใช้สกิลด์เพื่อหยุดการเคลื่อนไหวของปืน ทำให้ต่อให้ยิงมา ก็ไม่มีผลอะไร เพราะไกไม่ลั่น เกลพอเห็นดังนั้น เลยพุ่งเข้าไปจัดการทำให้สลบ ผ่านไปไม่ถึง10นาที ก็เคลียร์ค่ายแห่งนี้ได้ทั้งค่ายแล้ว
“ครีเอท”ฉันตัดสินใจสร้างรถบรรทุก เพื่อขนคนพวกนี้ แน่นอนว่า ฉันจับฉีดยาเรียบร้อยแล้ว แถมยังมัดมือมัดเท้าไว้เพื่อไม่ให้ซนอีกด้วย
“หวังว่าจะเจอคนดีเร็วๆนะ”ฉันพูดก่อนจะขับรถไปตามทาง โดยมีเกลที่นั่งที่ข้างคนขับ




หลังจากขับรถมาได้สักพัก พวกชายข้างหลังก็ตื่นขึ้นมา ฉันรู้ได้จากกล้องที่ติดไว้ พวกนั้นพยายามที่จะทำลายตรงนั้น แต่ฉันก็ไม่ได้สนใจมาก เพราะว่ายังไงก็ทำอะไรไม่ได้อยู่แล้ว
“ริน ตรงนั้นมีคนอยู่”เกลพูดขึ้นมาหลังจากขับมาไกลถึงเกืองห้าสิบกิโลเมตร จริงด้วยแฮะ เพราะนี่เป็นตอนกลางคืน ปกติข้างทางจะมืดมาก แต่ตรงนั้นกลับเปิดสว่างเลย ฉันเลยขับรถบรรทุกไปจอดใกล้ๆกับตรงนั้นที่สุด ซึ่งสามารถจอดให้ใกล้ที่สุดได้เพียง200เมตร
“สวัสดีครับ ไม่ทราพว่ามีอะไรหรือเปล่าครับ”มีชายหนุ่มคนหนึ่ง หน้าตาค่อนข้างธรรมดา ตะโกนถามออกมาเมื่อฉันเดินไปถึง เมื่อเขาพบว่าฉันเป็นเพียงเด็กผู้หญิงธรรมดาๆ เขาก็ปล่อยมือจากบางอย่างที่เขาจับอยู่หลังกำแพงในมือข้างขวา คงไม่อยากให้ฉันเห็นล่ะมั้งว่าถือปืนอยู่ แต่ก็นะ การป้องกันตัวเองก็เป็นเรื่องธรรมดานิ
“หนูเป็นนักวิจัยอิสระค่ะ ตอนนี้กำลังเดินทางเพื่อกระจายตัวยาต้านเชื้อ”ฉันพูดออกไป ตอนแรกชายหนุ่มคนนั้นก็ยังงงๆ แต่สุดท้าย ด้วยความที่ฉันดูเป็นเด็กใสซื่อ(ล่ะมั้ง) ก็เลยเปิดประตูทางเข้าให้ฉัน ฉันเลยเดินเข้าไป ก่อนที่จะพบกับกลุ่มคน กลุ่มนี้ผู้หญิงเยอะแฮะ ชายสองหญิงสี่ แถมชายสองคน คนนึงผอม หน้าตาธรรมดา ส่วนอีกคน ลักษณะคล้ายๆโอตาคุเลย ส่วนผู้หญิงก็มีลุคสามแบบ ทั้งสาวตาดุ ผมสีม่วง สาวสวยธรรมชาติ ผมสีน้ำตาล และคุณหนู ผมสีบรอนซ์ทอง แต่ทั้งสามคนนี้ดูน่ารักมากเลย พวกเค้าพาฉันขึ้นมาชั้น2 เหนือประตูกำแพงที่ปิดอยู่
“คุณหนูมากับใครหรือเปล่าครับ”ชายหนุ่มลุคโอตาคุถามขึ้นมา ฉันมองด้วยแววตาไม่แสดงอาการอะไร แต่ก็ตอบกลับไปตามจริง
“ฉันมากับคู่หูของฉันหนึ่งคน แล้วก็มีคนที่ฉันคิดว่าน่าจะไม่ดี ตอนนี้อยู่หลังรถบรรทุกสิบกว่าคนได้”ฉันพูดออกมา ทำให้คนเหล่านั้นก็ได้แต่งง จนผู้ชายที่เปิดประตูให้ฉันพูดขึ้นมา
“หนูโอเคใช่มั้ย”โอเคสิยะ ช่างเถอะ พูดไปก็คงไม่เข้าใจ
“นี่คือยาต้านเชื้อไวรัสค่ะ ถ้าหากฉีดแล้ว ถึงโดนกัดก็จะไม่มีอาการติดเชื้อ หรือถ้าโดนกัดไปแล้ว ฉีดยานี้ภายในครึ่งชั่วโมง ยานี้จะช่วยฆ่าเชื้อในตัวค่ะ ใช้ได้เฉพาะกับคนที่ยังไม่ติดเชื้อ ถ้าเกิดติดเชื้อเกินครึ่งชั่วโมง ทำใจได้เลยว่าเค้าคงไม่รอดแล้ว”ฉันพูดอธิบายออกไป ทั้งหมดมีสีหน้าที่ไม่ค่อยเชื่อ แต่ฉันก็หยิบชุดเข็มฉีดยาพร้อมกับสำลี แอลกอฮอล์ และขวดยาต้านเชื้อไวรัสให้กับพวกนั้น ถึงจะไม่เชื่อแต่ก็ยอมรับแต่โดยดี
“ถ้าหากไม่มีอะไรแล้ว ฉันขอตัวก่อนนะคะ อ้อ ไม่สิ ฉันขอฝากคนไว้กับพวกคุณด้วยได้มั้ย ขอย้ำไว้ก่อนว่าพวกนี้เป็นคนที่นิสัยไม่ดี ดังนั้นห้ามปล่อยพวกเค้าเด็ดขาด”ฉันพูดออกมา ทั้งห้าคนทำหน้างงๆ แต่ฉันก็โดดลงมาจากกำแพง และพุ่งไปที่รถ ก่อนจะใช้เกลโยนคอนเทนเนอร์ไปไว้หน้ากำแพง
ตู้ม! เสียงดังค่อนข้างมาก ทำให้จุดๆนั้นเริ่มมีวีเลินโผล่ออกมา คนพวกนั้นยังอยู่ข้างในกำแพง แต่กลับมองมาที่คอนเทนเนอร์อย่างตกใจ
โฮ้ก! ฝูงวีเลินออกมาจำนวนค่อนข้างมาก ทำเอาคนที่อยู่ในคอนเทนเนอร์กรีดร้องออกมาด้วยความกลัว ทำตัวเป็นคนเลว แต่กลับกลัวความตาย แย่ชะมัด ฉันเลยพุ่งไปยืนข้างคอนเทนเนอร์ โดยให้เกลจัดการกับฝูงวีเลินในความมืด
“สปีดบูส”ฉันพูดเบาๆ ก่อนจะพุ่งเข้าหาดงวีเลิน ห้าคนที่มองฉันอยู่ตกใจ ผู้ชายสองคนที่ยกปืนมาเพื่อจะกำจัดวีเลิน แต่พอเห็นฉันพุ่งเข้าไปในดงก็หยุดยิง
ฉั่วะ ฉั่วะ ฉั่วะ! ฉันเล็งที่คอของวีเลิน ก่อนจะฟันจนคอขาดไปสามตัวในไม่กี่วินาที ก่อนจะพุ่งเข้าหาตัวอื่นต่อไป

Other history(อันนี้จะเป็นการอธิบายในมุมมองภาพรวม)
รินกำลังต่อสู้กับฝูงซอมบี้อยู่ ในขณะที่ห้าคนที่อยู่ในกำแพงกำลังตัดสินใจอะไรบางอย่าง
“เห้อ ฉันว่าเชื่อหนูคนนั้นเถอะ ดูไม่มีจุดประสงค์ร้ายต่อเราด้วย”สาวผมน้ำตาลพูดขึ้นมา โดยชายร่างผอมก็พยักหน้าเห็นด้วย
“แต่ฉันไม่ไว้ใจเลย แถมยังลากพวกวีเลินพวกนั้นมาอีก”สาวผมทองพูดขึ้นมา ทุกคนก็ทำท่า ทางครุ่นคิด
“แต่ว่า เราจะปล่อยให้ใครตายไม่ได้นะ”ชายร่างผอมพูดขึ้นมาบ้าง สาวผมม่วงนัยน์ตาดุดันที่เวียบๆตอนแรกเลยพูดขึ้นมา
“เอาเถอะ ยังไงก็ต้องลุยเท่านั้นล่ะ”สาวผมม่วงพูดก่อนจะเอามือไปจับด้ามดาบที่ยังอยู่ในปลอกของตนไว้
ทั้งหมดตัดสินใจเดินลงมาเปิดประตู และเดินออกมาเพื่อจะช่วยเหลือริน วีเลินเหลือประมาณเกือบสิบตัวได้เท่าที่เห็นจากตา แต่ไม่รู้ว่าจะมีมาเพิ่มอีกมั้ย



กลับมาโหมดรินอีกครั้ง
ดูเหมือนพวกนั้นจะเริ่มเชื่อฉันนิดหน่อยล่ะมั้ง จากการเข้ามาช่วยรับมือกับวีเลิน ถึงตอนนี้จะเหลือไม่กี่ตัวก็ตาม
ฉั่วะ ฉั่วะ! ฉันตะบันคอสองตัวสุดท้ายจนหมด นั่นสินะ พอจะคิดวิธีในการจัดการให้ไวที่สุดได้เฉยเลย
“ฝากคนในตู้นั้นด้วยนะ ย้ำว่าห้ามปล่อย ส่วนนี่ เสบียง”ฉันชี้ไปที่กระสอบข้าว ถังน้ำหลายแกลอน รวมถึงอาหารกระป๋องกลายหลายลัง พร้อมกับพูดออกไป ทำเอาทางนั้นมีสีหน้าตกใจอยู่พอสมควร ช่างมันเถอะ
“น่าจะทำให้อยู่ได้ถึงเดือนอยู่ ถ้าบริหารกันดีๆนะ อย่าลืม ห้ามปล่อยคนพวกนั้นเด็ดขาด เอาข้าวให้ได้ แต่อย่าปล่อยนะ”ฉันพูดออกไปก่อนที่จะเดินออกมาเลย
“อ้อ คนพวกนั้นฉีดยากันเชื้อแล้ว ไม่ต้องฉีดซ้ำนะ”




แอบลงก่อนไปสมัครงาน :3 ขอให้ผ่านเถอะ5555
ปล.ยังไม่ได้แต่งตอนเพิ่มเลย แต่ลงทิ้งไว้ก่อน555
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 32 ครั้ง

158 ความคิดเห็น

  1. #50 wxwmom001 (@wxwmom001) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2562 / 12:54
    วันนี้ncไหม่
    #50
    0