นิยาย Dek-D

ไม่พลาดทุกการอัปเดต
เพียงอ่านผ่านแอปนิยาย Dek-D

แอปที่จะทำให้คุณสามารถอ่านนิยายได้ทุกที่ ทุกเวลา พร้อมฟังก์ชันการใช้งานหลากหลาย รับรองสนุกไม่มีเบื่อ! ดาวน์โหลดฟรีได้แล้ว บน Android, iOS และ HUAWEI

คัดลอกลิงก์เเล้ว

[ONE SHORT:GFRIEND] Missing U (YUJU X UMJI)

โดย kwaRI-n

I wanna see you.I wanna touch you, hold you.You are my everything :(

ยอดวิวรวม

454

ยอดวิวเดือนนี้

1

ยอดวิวรวม


454

ความคิดเห็น


6

คนติดตาม


25
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  20 ม.ค. 61 / 23:42 น.
นิยาย [ONE SHORT:GFRIEND] Missing U (YUJU X UMJI)

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้



























ฟิคชั่ววูบที่ผุดขึ้นมาเหมือนดอกเห็ด
ซึ่งตอนนั้นกำลังฟังเพลงนี้และส่องโมเม้นยัยหนูกับลูกหมาอยู่
เลยทั้งยำทั้งเผากลายเป็นวันช็อตขึ้นมา
อาจมีงงบ้างไรบ้างนะคะ 55555 
h a s h

เนื้อเรื่อง อัปเดต 20 ม.ค. 61 / 23:42





ไม่อยากทำอะไรเลย


เป็นความคิดแรกหลังจากลืมตาตื่นขึ้นมา

 




ชเวยูจูนอนแกร่วบนเตียงควีนไซต์ที่มันกว้างใหญ่ผิดปกติ คงเป็นเพราะเขานอนคนเดียวล่ะมั้ง

 



ยูจูพลิกตะแคงหันไปด้านขวา ซึ่งเป็นที่ๆของใครคนนึงที่จากเค้าไปไกล

พอนึกถึงใครคนนั้น น้ำตาก็พาลไหลมาดื้อๆ

 ใครคนนั้นก็ชอบบอกว่าเขาขี้แย เขาแค่น้ำตาไหลง่ายต่างหากล่ะ

 

  

เสียงนาฬิกาปลุกที่ตั้งไว้ในโทรศัพท์ดังเตือนขึ้น แขนยาวๆยืดควานหาเครื่องมือสื่อสารประจำตัวแล้วกดปิดมัน

เมื่อได้ยินอะไรรบกวนสมอง ความรู้สึกบางอย่างก็เริ่มจางๆไป

 

ยูจูลุกขึ้นนั่งแล้วเสยผมไม่ให้มันปรกหน้าก่อนปาดคราบน้ำตาที่ติดหางตา ก็ไม่ได้ขี้แยขนาดนั้นสักหน่อย แค่ร้องไห้ทุกคืนเอง

โทรศัพท์มือถือที่เปิดไว้ทิ้งสามคืนติดปรากฏแบตเหลือไม่ถึงสิบเปอร์เซ็นต์ แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้เจ้าของสนใจเท่าโนติปฎิทินขึ้นบนหน้าจอบอกว่าวันนี้ต้องไปสำนักพิมพ์เพื่อส่งต้นฉบับ

 

เขาถอนหายใจอย่างอ่อนแรงผิดแผกจากคนสุขภาพดี เพราะเมสเสจที่คนๆนั้นส่งมาวันนั้นก็ไม่มีอีกเลย

แม้ไม่อยากไปไหนตามประสาคนติดบ้าน แต่ไปชมนกชมไม้บางก็ดี

 

อยู่ในนี้ก็มีแต่ความรู้สึกเดิมๆ

 

คิดถึงเธอ

 

 

 











 



 


            “หัวข้อคอลัมน์น่าสนใจดีนะคะ แต่อ่านแล้วมันดูจืดๆไปหน่อย คุณลองปรับคำหรือเพิ่มลูกเล่นขึ้นก็โอเคนะคะ
            “……” บอกตามตรงว่าตอนนี้นักเขียนตัวสูงไม่ได้สนใจฟังบก.จอมโหดพูดเลยแม้แต่น้อย ยูจูทำแค่นั่งจ้องต้นแคคตัสที่เริ่มออกดอกเล็กๆบนชั้นวางโต๊ะทำงานของหัวหน้า ต้องเรียกว่าเหม่อดีกว่า บก.คิมโซวอนอ่านเนื้อหางานก่อนเหลือบมองอีกฝ่ายที่เซื่องซึมผิดปกติ ซึ่งกำลังใจลอยไปที่ไหนแล้วไม่รู้ เธอขยับกรอบแว่นแล้วเรียกคนนั่งตรงข้าม
            “คุณชเวคะ
            “……”
            “คุณชเวยูจู!”
            “คะ คะ
            “……” ทั้งห้องตกอยู่ในอาการเดดแอร์ ยูจูเหงื่อตกเมื่อเห็นสายตาคมกริบเหมือนจะปาดคอเขาให้ได้

เข้าใจที่ฉันพูดมั้ยคะ?

อ่ะ...ค่ะ เข้าใจค่ะบก.สาวเข้าใจทันทีว่าอีกคน ไม่เข้าใจโชคดีที่ตอนนี้เธอกำลังอารมณ์ดีอยู่เลยไม่ต่อว่า
            “ดูท่าทางคุณจะใจลอยไปหน่อยนะคะ กลับไปพักผ่อนก่อนเถอะค่ะ พรุ่งนี้ค่อยมาใหม่
            “ค่ะยูจูเชื่อฟังแต่โดยดี เขาลุกขึ้นโค้งลาแล้วเดินออกจากห้อง
            “เดี๋ยวค่ะคุณชเวขณะกำลังเปิดประตู บก.สาวก็เรียกเขา
            “ไปโรงพยาบาลด้วยนะคะ ดูเหมือนคุณจะป่วย
            “อ่าค่ะ ขอบคุณนะคะที่เป็นห่วงโค้งให้อีกครั้งเป็นการขอบคุณ ทว่าที่บอกให้ไปตรวจคงไม่ไปหรอก

 


 ไข้ใจน่ะ ไม่มีทางหายง่ายๆ

 

 















 


            “เฮ้ออออออถอนหายใจยาวๆพลางใช้เท้าเตะใบไม้ที่เกลื่อนเต็มทางเดินในสวนสาธารณะใกล้ที่ทำงาน แล้วนั่งจุ้มปุ้กที่ม้านั่งตัวยาว

 



ไม่ดีเลยแฮะ...ปกติไม่เหม่อขณะฟังเจ้านายพูดเลยนี่นา

เพราะ เธออีกแล้วสินะ


 



อ้าว คุณยูจูนี่ขณะกำลังคิดถึงใครบางคน เสียงอันคุ้นเคยเรียกให้ยูจูหันไปหา
            “คุณชินบี?เพื่อนร่วมงานคนสนิทนามฮวังชินบียกผ้าขนหนูขึ้นซับเหงื่อก่อนนั่งลงข้างๆเขา
            “ลมอะไรหอบคนติดบ้านอย่างคุณมาที่นี่ล่ะคะ?
            “แหะๆ คงเป็นลมที่ชื่องานอ่ะค่ะ
            “อ้อใช่! คุณมาส่งต้นฉบับนี่นา
            “แล้วคุณล่ะคะ?เขาถามกลับ
            “ฉันมาวิ่งออกกำลังน่ะค่ะ กำลังจะกลับห้องแล้ว ยูจูพยักหน้าพร้อมส่งยิ้มน้อยๆ ท่าทางไม่ร่าเริงผิดวิสัยทำเอาชินบีแปลกใจ
            “เป็นอะไรรึเปล่าคะ?
            “เป็นมั้งคะ?
            “เอ๋?หญิงสาวทำหน้างง และเห็นอีกฝ่ายยกมือจับหน้าอกด้านซ้าย ชินบีถึงกับยกมือปิดปากด้วยความตกตะลึง
            โรคหัวใจ!”
          “!?!”















           

 

 

 

 

 

 

บอกเลยว่าเอาตัวรอดจากสาวเฮลตี้มันไม่ง่าย

 


หลังจากชินบีทายว่าเขาเป็นโรคหัวใจ ยูจูก็รู้ชะตากรรมตัวเองทันทีเพราะคุณเธอเป็นกูรูด้านเรื่องสุขภาพจึงพยายามแนะนำอาหารการกินและยาสมุนไพรต่างๆจนยูจูต้องเบรคแล้วบอกความจริงไปว่าเขาเป็นอะไร

 

 



สูญพลังงานกับการอธิบายให้เพื่อนสาวฟังจนรู้สึกหิว เลยนึกขึ้นได้ว่าไม่ได้กินข้าวเช้า

 

ก็เขาทำอาหารไม่เป็นนี่นา แถมคนทำให้ก็ไม่อยู่แล้วด้วย

 

พอคิดถึงกุ๊กประจำตัวก็กลับมาป่วยอีกครั้ง

 

เฮ้อ




 

ยินดีต้อนรับค่าเสียงหวานใสดังขึ้นเป็นปกติที่เขาเข้ามาในร้านนี้ ร้านอาหารของเพื่อนสนิทสมัยมหาลัยที่เขามักมาฝากท้องบ่อยๆ ช่วงสายไม่มีลูกค้า ยูจูเดินมานั่งโต๊ะติดกระจกที่ประจำแล้วฟุบลง
            “กินไรๆสนิทแค่ไหนก็ฟังคำพูดและท่าทางเป็นกันเองดู จองเยรินควงปากการออีกฝ่ายบอกเมนู
            “ไม่รู้ว่ะ อยากกินอะไรง่ายๆคำโลกแตกก็มาอีก รู้สึกตะหงิดใจเพราะทุกครั้งยูจูมักจะคิดเมนูมาจากบ้านเลย
            “น้ำเปล่าง่ายสุดละ ฟรีด้วย
            “………” ไร้คำด่าจากเพื่อนตัวสูง เยรินเลิกคิ้วอย่างงุนงง ปกติไม่เป็นแบบนี้นี่นา

เป็นไรวะเพื่อน
กูหิวข้าว
            แล้วมึงจะแดกอะไร
            อะไรง่ายๆ
            ข้าวไข่เจียวละกันสัดเยรินเขียนเมนูลวกๆแล้วเอาออเดอร์ไปให้ลูกมือ ก่อนเดินมานั่งกับเพื่อนสนิท
            เฮ้ยยย เป็นไรละเนี่ย เจ้านายด่าเหรอ?
            “………” นิ่งอีก เยรินหมดปัญญากับการเค้นหาคำตอบ เมื่อเจ้าตัวไม่ตอบก็อดเผือก แล้วเขาเพิ่งนึกอะไรได้


ออมจีไปไหนล่ะ?

 




 

 

ชเวยูจูมีปฎิกิริยาทันทีที่ได้ยินคำว่า ออมจี

 

เขาเด้งตัวขึ้นมามองหน้าเพื่อนสนิทจนอีกฝ่ายรู้สึกใจคอไม่ดี แล้วเริ่มเบ้ปากจะร้องไห้

 

แค่นั้นแหละ เยรินรู้เลยว่าเกิดอะไรขึ้น

 

 




            “โอเคเพื่อนฝูง กูไม่ได้พูดไรทั้งนั้น ลืมๆมันไปคนตัวเล็กลุกไปกอดพร้อมปิดหูเหมือนไม่ให้ได้ยินคำๆนั้น
            “เค เพื่อน แบบนั้นแหละ แหม...ร้องไห้เดี๋ยวไม่สวยนะมึงจับกลางศีรษะแล้วโยกไปมาเล็กน้อยเป็นการปลอบแบบฮาร์ดคอหน่อยๆ
            “……”
            “กูถามหน่อยได้มั้ย? ทำไมวะ?
            “เค้าไม่อยู่กับกูแล้วอ่ะมึง ทำไมต้องไปด้วยวะ กูไม่เข้าใจเลย ฮืออออออ

 


ไม่น่าเล้ยกู เยรินคิดในใจ

 


สุดท้าย ยูจูก็ร้องไห้จริงๆแถมพร่ำเพ้อเป็นเสียงอู้อี้ๆทำเอาเพื่อนสนิทแทบจับใจความไม่ได้

 


สรุปได้ว่า คิมออมจีซึ่งเป็นแฟนของไอ้ขี้แยนี่ลาจากไปอยู่ที่อื่น...แค่นั้น



            ทิชชู่หมดไปหลายกล่อง ดีที่มันวางกองไว้ให้โกยลงถังง่ายๆ



            “เสียใจด้วยนะเว้ย อย่าร้องๆพอยูจูหยุดร้องไห้ เพื่อนแสนดีก็เข้ามาปลอบอีกครั้ง
            “กูรักเค้าอ่ะมึง กะทันหันไป กูเตรียมใจไม่ทัน
            “คนผ่านมาแล้วผ่านไปมันก็งี้แหละ ลืมๆไปเดี๋ยวก็หาย
            “ฮือออออออออ
            “ถ้ามึงร้องไห้อีก กูไล่ไปหลังร้านจริงนะ ลูกค้ากูหายหมด
            “……” เออ ได้ผลกว่าอีก
            “แต่ไหนๆมึงก็ไม่มีคนคุมละเยรินกอดคอแล้วยื่นหน้ามากระซิบใกล้ๆเหมือนกลัวคนอื่นได้ยิน
            “สักก๊งป่ะ?
            ออมจีสั่งกูห้ามแดกเหล้า

 


เออ ยอมละ


 

ยูจูอยู่ร้านเพื่อนสนิทจนถึงเย็น ใช่ว่าจะนั่งว่างๆดูทีวีไป คนอยู่ไม่นิ่งเลยขอช่วยงานเพื่อนเลยไปรับจ๊อบล้างจาน(ตอนแรกจะช่วยเสิร์ฟอาหาร) เพราะเพื่อนตัวดีอ้างว่า หาไรทำยุ่งๆจะได้ลืมไวแหนะ

 

 










ยูจูเดินแกว่งถุงใส่กล่องข้าวที่เยรินทำให้เป็นมื้อเย็น ดวงตากลมโตกวาดชมกรุงโซลในเวลาหนึ่งทุ่มไม่ต่างจากกลางวันมากนัก คนก็พลุกพล่านเหมือนเดิม เพียงแค่มืดลงและมีแสงสีให้พอตื่นตาตื่นใจบ้าง

 


พี่!” เสียงหวานแหววเรียกเสียงดังจนยูจูต้องหยุดมามอง(รวมคนแถวนั้น) ปรากฏรถตู้ดัดแปลเป็นร้านขายไอศกรีมสีชมพูสะดุดตาและมีเจ้าของร้านตัวเล็กโบกมือทักทาย ยูจูจึงเดินเข้าไปหา

มาคนเดียวเหรอพี่?จองอึนฮาถาม
            “ก็เห็นอยู่คนเดียวนี่
            “อ้าว แล้ว...ยังถามไม่จบ พอเห็นพี่รหัสทำหน้าเป็นหมาหงอยเลยกลืนคำถามลงคอ
            “เอาน่าพี่ มันเป็นธรรมชาติของความรักพูดพลางกวักมือให้มานั่งบนเก้าอี้บาร์ ยูจูก็ทำตามที่บอก พอนั่งแล้วก็ฟุบลงบนบานหน้าต่างที่เปิดออกเป็นโต๊ะชั่วคราว
            “หาแฟนใหม่เลยพี่ ง่ายๆ
            “ไม่อ่ะ ให้ไปหมดแล้ว
            “โอ้โห รักจริงหวังแต่งนะเนี่ย
            “ก็ใช่สิ ใครจะเปลี่ยนแฟนบ่อยเหมือนแก
            “โห่ ทำไมต้องแซะน้องด้วยเนี่ย
            “……”
            “อ่ะนี่อึนฮาวางซอฟท์ครีมใส่แก้วพลาสติกใบเล็กพร้อมช้อนตัก
            “ไม่ได้สั่งนี่
            “เลี้ยงคำเดียวสั้นๆอาจทำให้คนฟังตาโต แต่นั่นใช้ไม่ได้กับรุ่นพี่ที่อยู่ด้วยกันมาตั้งสี่ปี ก็ยัยนี่มันงกเข้าเส้น
            “ไม่เชื่อเหรอ เลี้ยงจริงๆนะ ในโอกาสอกหักไง
            “มันดีตรงไหนวะได้ยินน้องรหัสยืนยันแบบนั้น ยูจูก็ยอมกินแต่โดยดี
            “แล้วไปไหนมาบ้างเนี่ยพี่น่ะ
            “ก็ที่ทำงาน สวน ร้านเยริน แล้วร้านแก
            “หูย ไปไหนคนเดียวก็ได้แล้วนี่ ปกติต้องมีเจ้าของพาจูงตลอด
            “ไม่ใช่หมา
            “ค่า แต่ตอนนี้พี่ทำหน้าเหมือนหมาโดนเจ้าของทิ้งมากพอเจ้าของร้านไอติมพูดจบ คนฟังก็คอตกพร้อมทิ้งแขนข้างที่จับช้อนเหมือนคนหมดแรง
            “พี่คะ กินของหวานก็ทำให้มันมีแรงหน่อยสิอึนฮาเอื้อมแขนสั้นๆมาตบบ่ารุ่นพี่
            “จะเสียใจจะร้องไห้ก็ร้องซะวันนี้นะคะ พรุ่งนี้ก็เริ่มต้นใหม่
            “ฮื่อ จะพยายาม

 


ไม่นานนัก แก้วพลาสติกก็เหลือแต่คราบหวาน ยูจูที่รู้สึกกระชุ่มกระชวยขึ้นบ้างจึงขอลากลับบ้าน




            “เดี๋ยวพี่เดินไปแค่สามก้าว น้องรหัสก็ยื่นไอศกรีมให้อีกครั้ง คราวนี้ใส่โคน ยูจูรับมา
            “ขอบใจ

 



 

อกหักแบบนี้ อย่างน้อยก็มีเรื่องดีๆบ้างแหละนะ




            “อันนี้เก็บตังค์

 



ถอนคำพูดด่วน

 

 

 

 

 

 

ดวงไฟดาวน์ไลท์สว่างแค่ที่ห้องนั่งเล่นห้องเดียว ยูจูวางถุงข้าวและทิชชู่ที่ห่อโคนไอศกรีมบนโต๊ะกระจกแล้วหย่อนตัวลงนั่งโซฟา

 

พอกลับมาอยู่ในโลกส่วนตัว ทุกอย่างก็กลับมาเป็นเหมือนเดิม

ห้องชุดที่มีใครอีกคนอยู่ด้วยเสมอ ตอนนี้มีแค่เขาอยู่คนเดียว

น้ำตาเจ้ากรรมก็ลงไหลมาดื้อๆ รู้ตัวอีกทีมันก็อาบเต็มสองแก้มแล้ว

 ออมจีเองก็ชอบบอกว่าเขาขี้แย เธอเป็นคนแรกที่ยูจูไม่โกรธและยอมให้เรียกแบบนี้

 

อ่า...บ้าจริงๆ ทำอะไรก็คิดถึงไปหมด แค่ร้องไห้ก็ยังคิดถึงเลย

 

แบบนี้จะลืมได้ลงยังไงล่ะ

 





 

 

ติ้งต่อง!



            ยูจูที่กำลังก้มหน้าซบหัวเข่าอยู่ต้องลุกขึ้นเมื่อได้ยินเสียงกดกริ่ง เขามองประตูห้องด้วยความไม่แน่ใจว่าเป็นห้องเขารึเปล่า

 


ติ้งต่อง!


            เสียงกริ่งดังอีกครั้ง มั่นใจแล้วว่าเป็นห้องเขาเองจึงลุกขึ้นไปเปิดประตูโดยเมินวีดีโอดอร์โฟนไปเลยเพราะยูจูคิดว่าอาจเป็นใครในสี่คนที่พบปะกันในวันนี้ก็ได้

 


บานประตูห้องเปิดออก แล้วเขาก็สตั้นทันที

 


คนตัวเล็กยืนอยู่หน้าห้องกระเป๋าเดินทางใบใหญ่กำลังส่งยิ้มกว้างให้


            ออมจี... ยูจูติดอ่างไปชั่วขณะ ปล่อยให้อีกฝ่ายเดินมาใกล้แล้วหยิกแก้มเขา
            “ก็ใช่ไงคะ งงอะไรกันคิมออมจียิ้มขำที่เห็นใบหน้าบื๊อๆของคนรักก่อนเดินเบี่ยงพร้อมลากกระเป๋าเข้ามาแล้วเปิดไฟให้สว่างทั้งห้อง ปล่อยให้คนตัวสูงมองตามพร้อมอ้าปากค้างอย่างไม่เชื่อสายตา

 



นี่ ออมจี แฟนของเขาจริงเหรอเนี่ย!?




            “ไปซื้อข้าวมากินเหรอคะ ร้านของเยรินนี่นาแฟนสาวถาม ไม่ได้คำตอบกลับมาหรอกเพราะมัวแต่ช็อกอยู่

 


เนื่องจากอีกคนไม่พูดไม่จาสักทีตั้งแต่เจอกันเลยหมดความอดทน ออมจีจึงย่างสุขุมมาหายูจูแล้วยกมือโอบรอบลำคอก่อนเขย่งหอมแก้มดังฟอด!
            “ออมจีอยู่นี่แล้วไงคะ คิดอะไรอยู่ ฮึ?ได้สัมผัสอันคุ้นเคยยูจูก็เริ่มรู้สึกตัว เขาก้มมองสบตาแล้วค่อยๆกอดเอวของอีกคน
            “แง้!!!~~ ออมจียาาาา~~~~” แล้วซบไหล่ร้องไห้ฟูมฟายลั่นห้องจนออมจีอดหัวเราะไม่ได้

 

แฟนเธอนี่มันจริงๆเลยนะ~

 



โอ๋ๆๆ ไม่ไปไหนหรอกค่ะชั่วโมงครึ่งผ่านไปกว่ายูจูจะหยุดร้องไห้ แล้วไม่ยอมปล่อยแฟนไปไหนเลยนะจนเสื้อออมจีเปียกไปหมด
            “คนขี้แย คิดถึงเค้ามั้ยคะ
            “คิดถึง คิดถึงมากๆเลย ฮือออ~~” ตอนนี้กลายเป็นยูจูอายุสามขวบที่เพิ่งเข้าสู่อ้อมอกมารดาอีกครั้ง

 

เพราะแฟนตัวเล็กเป็นตัวแทนของบริษัทที่ต้องไปสัมมนาที่จีนเป็นเวลาสามวัน แม้อดห่วงอีกฝ่ายไม่ได้เนื่องจากความเป็นเด็กแบบนี้แต่ออมจีจำเป็นต้องเลือกงานก่อน

 

ยูจูกับเธอเกิดปีเดียวกันแท้ๆแค่คนตัวโตเกิดก่อนเธอไปตั้งหลายเดือน แล้วไหงเธอกลายเป็นแม่ของอีกคนไปได้ล่ะ?

 


            “ก็หยุดร้องไห้ได้แล้วนะคะ เค้าอยู่ตรงนี้แล้วนะ
            “งือออคนตัวสูงพยักหน้าแต่ยังไม่ปล่อยอ้อมกอดและซบไหล่คนตัวเล็กกว่าอยู่

 

เราทั้งคู่เป็นเพื่อนร่วมคณะเดียวกัน นิสัยใจคอคนละขั้วจนไม่น่ารู้จักกันได้ ทว่าเพราะความน่ารักและความสดใสของยูจูทำให้เธอตกหลุมรักเข้าเต็มเปา ยูจูขี้งอแง มีความเป็นเด็กสูงก็จริง แต่เขาไม่เคยทำตัวให้เป็นภาระหรือทำให้เดือดร้อนเลย ที่สำคัญ...เชื่อฟังเธอดีมากกกกกยิ่งกว่าลูกหมาอีกมั้ง

 

เหงามั้ยคะ?
            “เหงาสิ เหงามากๆเลย ฮือออ
            “ทำไมไม่โทรหาล่ะคะ
            “ก็...ก็ เค้ากลัวไปกวนออมจีอ่า
            “โอ๋ๆ ไม่กวนหรอกนะคะ เค้าก็ไม่กล้าโทรเพราะกลัวยูจูปั่นต้นฉบับอยู่
            “งือคนตัวสูงกอดแน่นขึ้นอีกราวกับกลัวอีกคนหายไป

 

 “วันนี้ไปข้างนอกมาเหรอคะ? ไปหาใครเอ่ย?ไม่ได้จับผิดอะไร แต่ชวนอีกฝ่ายคุยต่างหาก
            “ปะ ไปหาเยริน อึนฮาแล้วก็บก.มาค่ะออมจีอมยิ้มที่เธอแบบครูถามเด็กอนุบาล อีกฝ่ายก็ตอบเหมือนเด็กอนุบาล ปกติของพวกเรานี่แหละ
            “งานเสร็จเรียบร้อยใช่มั้ยคะยูจูพยักหน้า
            “แล้วสามวันนี้กินอะไรคะคำถามนี้ทำเอาคนตัวสูงสตั้นอีกครั้ง
            “……” เขาไม่กล้าตอบเพราะกลัวอีกคนดุ
            “ยูจูคะออมจีเรียกเสียงเข้ม ยูจูช้อนตามองปะทะสายดาดุๆบอกว่า อย่าจะคิดโกหกเด็ดขาด ทำเอาเขาหัวหดกลับไปซบไหล่อีกครั้ง
            “ระ รามยอน
            “บอกแล้วไงคะว่าอย่ากินของกินแบบนี้บ่อยๆ
            “ตะ แต่เค้าใส่ผักด้วยนะ
            ยูจูไม่ชอบกินผักนี่คะงือ โดนจับได้เลย
            เค้าบอกยูจูแล้วนะคะว่าต้องฝึกทำอาหารด้วย เวลาเค้าไปไหนยูจูจะได้ไม่ลำบากไง
            ก็ไม่อร่อยเท่าที่ออมจีทำอ่ะ” 
            คนบ๊อง ถ้าไม่ดูแลตัวเองแบบนี้เค้าก็เป็นห่วงนะคะ
            ไม่ให้ไปแล้วนะ
            “…?”
            ไม่ให้ไปไหนเลยออมจียิ้มอย่างเอ็นดูก่อนจุ๊บกลางกระหม่อมของอีกคน
            เค้าไม่สัญญานะคะว่าจะไม่ไป
            ฮืออออ
            ถ้ายูจูยังไม่ดูแลตัวเองอีก เค้าจะไปทำงานที่ไกลๆแล้วไปนานๆเลยด้วย
            ง่าาา~า ไม่เอาอ่า อย่าทิ้งเค้านะ ฮืออออขู่ไปงั้นแหละ แต่อีกฝ่ายจะร้องไห้อีกรอบนี่สิ
            พรุ่งนี้ฝึกทำอาหารกันนะคะ ที่ทำงานให้หยุดตั้งหนึ่งอาทิตย์แหนะ ได้อยู่กับยูจูยาวๆเลยออมจีกล่าวพร้อมบีบแก้มอีกคน ยูจูพยักหน้ายิ้มดีใจแล้วกอดแน่นขึ้นอีก

 




ความเหี่ยวแห้งในสามวันที่ผ่านมา หายเป็นปลิดทิ้งเลย

 

แฟนของเขากลับมาแล้ว งื้อออ~~

 





            “เอ่อ ยูจูคะ เค้าจะไปอาบน้ำน่ะค่ะ ปล่อยเค้าก่อนนะคะ
            “ไม่เอา!”
            “ยูจูคะ ไม่ดื้อนะ
            “งั้นเค้าไปอยู่ในห้องน้ำด้วย
            “ไม่ได้ค่ะ!”
            “เค้ายังไม่ได้อาบน้ำเลยนะ
            “………”
            “………”
            “แค่อาบน้ำนะคะ ทำตัวให้ดีๆพูดจบออมจีหันหน้าแดงๆหนี ยูจูยิ้มกว้างแล้วโผเข้ากอดอีกครั้ง

 


แฟนของเค้าใจดีที่สุดเลย!






ผลงานอื่นๆ ของ kwaRI-n

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

6 ความคิดเห็น

  1. #6 Hnnn
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2563 / 13:32
    อ่านตอนเเรกไอเราก็นึกว่าเเบบเลิกกันไรงี้ เเต่ความจริงคือเเบบ อมก (ชอบตอนกินอะไรง่ายๆมากเลย ตลกมาก55555555555)
    #6
    0
  2. วันที่ 23 มกราคม 2561 / 21:44
    น่ารักกก ทีแรกนึกว่าจะต้องดราม่าแน่ๆ พอออมกลับมาเท่านั้นแหละ ... คือแบบ ขำ ไปแค่สามวันเหมือนทำตัวเหมือนเลิกกันเลย555 ยูจูงอแงเหมือนเด็กน่ารักกกก ออมจีก็เป็นแม่คนที่สอง ชอบๆ สุ้ๆนะค่ะไรท์
    #5
    0
  3. วันที่ 21 มกราคม 2561 / 21:38
    อ่านแล้ว ก็อุทานว่าน่ารักไม่หยุดเลยอ่ะค่ะ 
    เจ้าพิจูว เจ้าลูกหมาเอ้ย ขี้แยจริงๆเลย อ่านตอนแรกก็นึกว่าอกหัก เลิกกับน้องออม สุดท้ายน้องแค่ไปทำงาน 5555
    ชอบบทบาทของยอชินแต่ละคนด้วย ทุกอย่างในเรื่องลงตัวไปหมดเลย เป็นวันช็อตที่น่ารักมากๆเลยค่ะ งืออ 

    สุดท้าย นานๆทีจะมีฟิคยัยหนูกับจยูคนเด๋อ ขอบคุณไรท์มากเลยนะคะ ><



    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 21 มกราคม 2561 / 21:38
    #4
    0
  4. #3 Kawinnie (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 21 มกราคม 2561 / 09:57
    ว้อยยยย จยูววว~ นึกว่าอกหักเพราะเลิกกับออมจี ที่ไหนได้ แฟนไปแค่สามวันเอง งอแงได้น่ารักมากกกก เจ้าลูกหมาขี้แยเอ๊ยย 555555
    #3
    0
  5. วันที่ 21 มกราคม 2561 / 02:13
    อ่านๆมานี่นึกว่ายูจูโดนออมจีทิ้งที่ไหนได้.... ยูจูนะยูจู ขี้แงจริงๆเลย ชอบจังหวะการเขียนที่พายูจูไปเจอแต่ละคนจังเลยค่ะ :)
    #2
    0
  6. วันที่ 21 มกราคม 2561 / 00:33
    น่ารักมากนี่คิดว่าเลิกกันเหรอ555555โอ้ย-เด็กน้อยเอ้ยเป็นฟิคที่อ่านแล้วพูดคำว่าน่ารักสิ้นเปลืองมากคุณชเวน่ารักจริงๆ
    #1
    0