นิยาย Dek-D

ไม่พลาดทุกการอัปเดต
เพียงอ่านผ่านแอปนิยาย Dek-D

แอปที่จะทำให้คุณสามารถอ่านนิยายได้ทุกที่ ทุกเวลา พร้อมฟังก์ชันการใช้งานหลากหลาย รับรองสนุกไม่มีเบื่อ! ดาวน์โหลดฟรีได้แล้ว บน Android, iOS และ HUAWEI

คัดลอกลิงก์เเล้ว
นิยาย [ONE SHORT:GFRIEND] JEALOUS (YERIN X SINB)

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

 

 

 

 

คุณเคยเป็นสิ่งสำคัญของใครบางคนมั้ย

 

แน่นอนว่าทุกคนเป็นหมดแหละ

 

งั้นฉันจะถามต่ออีกว่า...

รู้สึกยังไงถ้า "ใครบางคน" ของคุณลืมไปแล้ว หรือว่ากำลังตีตัวออกห่าง

 

 

"เสียใจ"

"น้อยใจ"

"เศร้าใจ"

 

ใช่! ทุกคนเป็นแบบนั้น

ฉันเองก็เป็นแบบนั้นด้วย...

 

 

 

 

 

 

------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

*คำเตือน*

เป็นฟิคชั่ววูบค่ะ สั้นและงงแน่นอน 555555

 

 

 

 

 

 

 

 

t
b

เนื้อเรื่อง อัปเดต 6 ธ.ค. 59 / 22:02


 

 

 

ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไหร่...

ที่ฉันกลายเป็นคนขี้อิจฉาไปได้

 

 

 


            ย้อนกลับไปตอนถ่ายเอ็มวี navillera

            “เพลงนี้เธอกับอึนฮามีฉากเยอะมากอ่ะ” ลีดเดอร์ตัวสูงใช้กระดาษที่เขียนบทในมือฟาดเข้าไหล่ออนนี่คนที่สองของวง คนโดนฟาดเอียงตัวหลบพอดีพองาม
            “นั่นสิคะ ดูเหมือนว่าพี่สองคนจะเด่นสุดซะแล้ว” ออมจีพูดเสริมด้วยรอยยิ้ม
            “ฉันว่าเค้าพรีเซ็นอึนฮานะ ดูสิ ตัดผมสั้นน่ารักขึ้นเยอะ” ชเวยูจูก็หันไปเล่นกับเขา เธอเล่นผมอึนฮาจนเจ้าตัวโวยวาย สร้างเสียงหัวเราะให้กับทุกคน แม้แต่ฉันเอง

แต่คนที่อารมณ์ดีสุดคงเป็นคนที่ฉันจ้องมองอยู่

 

 

ถ้าไม่นับซีนที่ถ่ายด้วยกันทั้งวง

คู่พี่น้องสกุลจองมีฉากเซอร์วิสเยอะที่สุดอย่างที่เมมเบอร์ว่า

 


            “........” ฉันกำลังเข้าฉากสนามบาส ผู้กำกับกำลังบอกบทให้สองคนนั่นอยู่ ดูท่าทางแล้ว ให้อึนฮาและพี่เยรินนั่งกอดเข่าแล้วเอนตัวซบกับโต๊ะที่ตั้งคั่นกลาง ส่วนฉันยืนอีกฝั่งเพราะผู้กำกับบอกให้ฉันปาลูกบอลใส่ตุ๊กตาที่วางบนโต๊ะ ฉันรู้สึกว่าได้ยินเสียงพี่เยรินแว่วๆ
            “ไม่น่ามีโต๊ะมากั้นเลยเนอะ”

 

รู้สึกอยากปาใส่คนแทนจังค่ะ!!



            “เอ้าพร้อมนะ!” เสียงผู้กำกับผ่านโทรโข่ง ฉันสูดลมหายใจเข้าปอดเต็มที่เพื่อทำสมาธิ ทันทีที่ทีมงามเคาะสเลทและผู้กำกับตะโกนว่า
แอ็คชั่นฉันปาลูกบอลไปสุดแรง อีกคนที่นั่งพิงโต๊ะก็หลับตาลงราวกับกลัวโดนแทน เพราะตัวเป้าหมายมันไม่ไกลจึงเข้าเป้าได้ง่าย ตุ๊กตาที่นั่งโต๊ะอยู่ดีๆก็ล้มตกลงไป
            “คัท
!! เยี่ยมมาก พักก่อนนะแล้วเตรียมตัวไปอีกฉากนึงเลย” ทีมงานที่ถ่ายพวกฉันเก็บของเพื่อเปลี่ยนที่ถ่ายทำ ฉันยังไม่ไปเพราะรอสองคนนั่น หันกลับมามอง พี่เยรินลุกขึ้นแล้วปัดก้นตัวเอง ก่อนจะจับมือของอึนฮาแล้วฉุดให้ลุกขึ้นตาม...แถมปัดฝุ่นติดก้นให้อีก
            “หลอกแต๊ะอั๋งหนูป่ะเนี่ย” อึนฮาหัวเราะแบบเขินๆ
            “ฉันไม่บีบก้นเธอสักหน่อย”
            “ลามก
!” เสียงฟาดหลังลอยเข้าหูเสียงเบาเพราะฉันเดินเลี่ยงออกมาแล้ว

 

ฉันคิดผิดสินะที่ยืนรอพวกเธอ?

 

 

 



            “ดูแล้วเขินแทนเลยแฮะ” ยูจูกับออมจีกระซิบกันแค่สองคน แต่ไม่วาย ฉันก็ได้ยินอยู่ดี ตอนนี้เมมเบอร์สี่คนมองเมมเบอร์อีกสองที่กำลังเข้าฉากนั่งราวไม้พูดคุยกันสองคน ไม่รู้ว่าคุยอะไรกันหรอก แต่ภาพนั้นมันน่ารักจริงๆ

น่ารักจนฉันอดอิจฉาไม่ได้

            “คัท!” ผู้กำกับเดินเข้าไปหาทั้งคู่แล้วบอกบทเพิ่มเติม แล้วเริ่มการถ่ายทำอีกรอบ คราวนี้จองคนพี่ลงไปยองๆที่พื้น ส่วนอีกคนยกรองเท้าโรลเลอร์สเก็ตของตัวเองขึ้นมาวางบนตัก พี่เยรินหยิบสีเทียนแล้วเขียนอะไรบางอย่างลงไป ก่อนจะเงยหน้ามาสบตาอึนฮา ไม่รู้ว่าฉันคิดไปเองรึเปล่า จ้องตากันนานแฮะ
            ทันทีที่สิ้นเสียงคัท ทั้งคู่ผละแล้วหัวเราะลั่นด้วยความขวยเขิน เมมเบอร์ที่เหลือก็อดหัวเราะไม่ได้เช่นกัน
            “สยิวกิ้วบ้างป่ะเนี่ย”
            “มากอ่ะ ฮ่าๆๆๆๆ”

 

ดูมีความสุขจังนะ...

 

 

 

 


            “ผู้กำกับบอกหรือเธอตั้งใจเขียนเอง” พี่โซวอนถามขึ้นหลังจากดูมอนิเตอร์จบ
            “เค้าบอกให้วาดอะไรลงไปก็ได้ ฉันวาดขี้ใส่ไปก็กระไรอยู่นะ”
            “ทุเรศมาก ฮ่าๆๆๆๆๆๆ” ทุเรศจริงแหละ...แต่จำเป็นต้องวาดรูปหัวใจด้วยรึไง? ฉันพ่นลมอย่างหงุดหงิด หงุดหงิดตัวเองที่เป็นบ้า มัวคิดเรื่องอะไรก็ไม่รู้
            “อ๊ะ
!” ฉันสะดุ้งเพราะมีความเย็นเฉียบแตะเข้าที่แขน(ขอบคุณที่ไม่แตะหน้าไม่งั้นช่างเมคอัพด่ายับ) ขวดน้ำเย็นถูกยื่นจากหนึ่งในสองคนนั้น แถมเป็นคนที่เป็นต้นเหตุให้ฉันหงุดหงิดแบบนี้
            “กินน้ำหน่อยมั้ย เดี๋ยวเหนื่อยหรอก” ยิ้มบางๆของพี่เยรินไม่ทำให้ฉันใจอ่อนแต่อย่างใด
            “พี่กินเถอะค่ะ เพิ่งถ่ายเสร็จไม่ใช่เหรอ”
            “ฉันไม่หิว ให้เธอดีกว่า เธอชอบกินน้ำมากกว่าฉันนี่” แอบอมยิ้มที่พี่เขาจำรายละเอียดเล็กๆน้อยๆแบบนี้ได้ สุดท้ายก็ยอมแพ้ ฉันเอื้อมมือไปรับ ทว่า...
            “ออนนี่
~!!” เราทั้งคู่มองอึนฮาที่วิ่งมาหา
            “วิ่งมาแบบนี้เดี๋ยวก็เหนื่อยหรอก” พี่เยรินเอ่ยเสียงเรียบ
            “ก็เหนื่อยอ่ะค่ะ ขอน้ำหน่อยได้มั้ยคะ พี่โซวอนก็อยากกิน”
            “อ่ะ เอาไปสิ”

อ้าว!

            “ขอบคุณค่ะ” เพื่อนของฉันวิ่งไปอีกฝั่งนึง
            “เอ่อ โทษทีนะ แหะๆ” พี่เยรินหัวเราะแห้งๆก่อนจะเดินหนีไป


เอาน้ำให้คนอื่นไม่พอ

ปล่อยให้ฉันอยู่คนเดียวอี๊กกก!!!


           

 

.

.

.

.

.

 

 


            พวกเราคัมแบ็คแล้ว เป็นอย่างที่คิดไว้ งานเยอะขึ้นกว่าเดิมซะอีกแถมเยอะยิ่งกว่าตอน rough ซะอีก แต่เพราะเราชนะรางวัลจากรายการเพลงทำให้มีกำลังใจและฮึดสู้ขึ้นกว่าเดิม อีกทั้งรายการวาไรตี้ตามช่องต่างๆ อีเว้นท์แฟนไซน์ หรือถ่ายรายการทัวร์ยุโรปที่แสนตื่นเต้นและเปิดโลกของพวกเรากว้างขึ้นกว่าเดิม

 

แน่นอนว่ามันสนุกมาก

แต่สนุกมากเกินไปก็ไม่ดีนะ

 

 

เมื่อทำงานหนักต้องแลกกับเวลา พวกเราพักผ่อนกันน้อยมาก จนมักเน่ของเราป่วย ทางบริษัทเลยให้พวกเราออกงานกันเพียงแค่ห้าคน จนไม่นานนัก ฉันก็ป่วยอีกคนจนได้

 

ฉันรู้ว่าการที่ฉันเป็นลมบนเวทีสร้างความตกใจให้บัดดี้ทุกคนขนาดไหน

เมนชั่นถึงทวิตเตอร์หลักของวงแจ้งเตือนขึ้นเป็นร้อย

ฉันไม่รู้หรอกนะ แอดมินบอกน่ะ

 

 

แต่ที่ฉันดีใจคือ….

พี่เยรินเป็นคนแรกที่เข้ามาประคองตัวฉัน แม้เป็นห่วงฉันขนาดไหน

พี่เขาและเมมเบอร์ที่เหลือต้องทำงานกันต่อ

พอเลิกงานแล้วทุกคนก็รีบมาหาฉันที่โรงพยาบาลทันที

ถ้าตาไม่ฝาด ฉันเห็นว่าตาพี่เยรินดูบวมๆด้วย

 

ฉันคิดเข้าข้างตัวเองบ้างว่ายังเป็นคนสำคัญของพี่เขาอยู่


 

 

 

 

 

ในที่สุดพวกเราก็ได้หยุดยาวตามความเรียกร้องของแฟนๆ

แต่ไม่วายต้องไปซ้อมเต้นในบริษัทอีก แต่นั่นยังเรื่องเล็ก ยังไงก็มีเวลาพักผ่อนมากกว่า

            “นี่พวกเรา ทำน้ำส้มคั้นกินกันเถอะ” ยูจูเอ่ยขึ้นหลังจากพวกเรานั่งดูทีวีเงียบๆมาหลายชั่วโมง
            “จริงด้วย ส้มจะเน่าหมดแล้ว” อึนฮาก็เองเห็นด้วย
            “ฉันทำให้เองนะ” พี่เยรินเดินไปที่ครัว ดูส้มว่าเพียงพอกับการคั้นน้ำมั้ย
            “ขอฉันแก้วนึงนะ” เสียงของพี่โซวอนลอยออกมาจากห้องนอนออนนี่ไลน์ ลีดเดอร์ของเราเป็นคนติดทีวีน้อยสุดเพราะเธอคิดแท็บเล็ตมากกว่า
            “ก็มาช่วยกันสิคะ” ฉันอดแขวะไม่ได้ แหงล่ะ
! ชอบทำตัวเผด็จการนี่นา
            “ฉันรอกินดีกว่า” นั่นไง...
            “ขี้เกียจก็บอกเถอะค่ะ
!” หมั่นไส้ชะมัดคนอายุมากกว่าเนี่ย ฉันแอบเบ้ปาก แต่พี่เยรินคงเห็นเพราะฉันได้ยินเสียงหัวเราะ
            “บีบง่ายแบบนี้ไม่ใช่มีน้ำเยอะนะ มันเน่าแล้วต่างหาก” ไม่ได้หัวเราะเพราะฉัน แต่เพราะไปพูดตลกกับอึนฮา ดูๆแล้วเธอมาเป็นลูกมือของพี่เขา


ตัดหน้าฉันไปนิดเดียว

ควรโทษคุณพี่คิมโซจองดีมั้ยยยย


            “อึนฮา รายการของเธอมาแล้ว” เสียงสวรรค์ยูจูเรียกเพื่อนไลน์เดียวกัน ฉันรักเธอที่สุดก็วันนี้แหละ!
            “จริงเหรอ!?...แต่ฉันต้องช่วยพี่เยรินน่ะสิ”
            “ไม่เป็นไร เดี๋ยวฉันช่วยเอง”
            “แน่ใจนะ?” อึนฮามองอย่างงงๆและไม่ไว้ใจ เพราะฉันเป็นคนทำอาหารห่วยมาก แต่ฉันก็เคยหุงข้าวในรายการโชว์ทามมาแล้วนะ
!!
            “ไม่เป็นไรหรอกอึนฮา ให้ชินบีช่วยก็ได้” เมื่อคนเป็นพี่อนุญาต อึนฮาจึงไปรายการโปรดอย่างรวดเร็ว แล้วฉันก็เข้ามาแทนที่อย่างรวดเร็วเช่นกัน
            “นึกไงมาช่วยเนี่ย ปกติรอกินเหมือนพี่วอน”
            “ก็...ก็ฉันอยากช่วยบ้างแหละ จะได้ทำอาหารเป็นเหมือนพี่ไง” พี่เยรินเลิกคิ้วมองฉันแบบไม่เชื่อสุดๆ แต่ก็ไม่พูดอะไร ดูเธอจะตั้งใจกับการหั่นส้มมากกว่า
            “ลองหั่นดูสิ”

ว้อท!?

            “ถ้าอยากทำอาหารเป็น ต้องเริ่มทำอะไรที่ง่ายๆก่อนนะ” ฉันมองมีดที่ยื่นมาอย่างลังเล สุดท้ายก็จับมัน อีกข้างก็จับส้มลูกนึงที่วางบนเขียง ค่อยๆกดน้ำหนักลง
            “เดี๋ยวสิ ถ้าทำแบบนี้มันจะลื่นมาบาดมือเธอเอานะ”
            “อ่า
~ ยากจัง” ฉันโอดครวญ ก็มันยากจริงๆนี่นา พี่เยรินแย่งมีดไปจากฉันแล้วหั่นเป็นตัวอย่าง
            “ทำแบบนี้ อ่ะ ลองดู” ฉันรับมีดแล้วลงมือหั่นอีกครั้ง แต่ทันทีที่คมมีดสัมผัสเปลือกส้ม มือบางของอีกคนมาจับมือของฉันอีกที แถมตัวพี่เขายังยืนซ้อนหลังฉันอีก..

อยากเป็นลมอีกรอบ

            “ค่อยๆลงน้ำหนักที่ปลายมีดแบบนี้ มือที่จับส้มก็เก็บนิ้วโป้งด้วย” มือซ้ายของฉันที่จับส้มอยู่ถูกนิ้วโป้งของพี่เขาลูบเบาๆเหมือนสำรวจว่าเก็บนิ้วดีรึยัง แต่ฉันรู้สึกสยิวกิ้วไงไม่รู้แฮะ สุดท้ายฉันก็หั่นส้มได้ นานเหมือนกันแฮะกว่าจะได้ลูกนึง
            “หิวแล้วค่าาาา วันนี้จะได้กินมั้ยค้า” ยูจูแซวแล้วหันไปหัวเราะกับอึนฮา คิดว่าสองคนนั่นเห็นภาพชวนเขินยิ่งกว่าในเอ็มวีจึงแซวกัน
            “รอแป๊บนึงเด้
!!” ฉันจึงตะโกนกลับด้วยความเขิน แล้วหันกลับมาหั่นส้มต่อ
            “เธอหั่นนะ เดี๋ยวฉันจะคั้นเอง”
            “แต่ว่า...”
            “เธอหั่นดีแล้วล่ะ ทำแบบที่ทำตะกี้ ฝึกไว้จะได้คล่องมือ” เฮ้อ...

ถ้าบอกว่าให้พี่จับมือฉันหั่นเหมือนตะกี้

เขาจะยอมทำอีกมั้ยนะ

สุดท้ายหั่นๆจนหมด ถ้าบอกออกไปจริงกลัวพี่เขาไล่ไปดูทีวีแทน ตอนนี้ก็ทำแค่รอน้ำส้มที่พี่เยรินกำลังคั้นออกมา เมื่อเต็มแก้วแก้วนึงๆแล้วก็ใส่เกลือไปนิดหน่อยลดความเปรี้ยว
            “อึนฮา มาลองชิมหน่อย” ประโยคเชิญชวนนั่นทำเอาฉันนิ่งค้างไป ฉันไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าอึนฮามาหยุดตรงหน้าเมื่อไหร่ ไม่รู้ว่าทำไมพี่เขาต้องป้อนให้ด้วย

แล้วทำไมไม่ให้คนที่อยู่ใกล้สุดอย่างฉันชิมเป็นคนแรก

            “อร่อยแล้วค่ะ ไม่เข็ดฟันด้วย”
            “โอเค ถ้าเป็นเหยือกจะต้องใส่เกลือขนาดไหนกัน”
            “พี่ใส่ในแก้วนี้เท่าไหร่อ่ะคะ” ฉันไม่ได้ยินเสียงบทสนทนาไรนั่น รู้ตัวอีกทีฉันก็ขึ้นมานั่งบนเตียงของตัวเองแล้ว



อึนฮาอีกแล้วเหรอ

ทำไมต้องเป็นอึนฮาตลอดเลยล่ะ

น่าอิจฉา

น่าอิจฉาไปหมด....



            “.......” ฉันไม่สนใจว่าคนข้างนอกจะงุนงงแค่ไหนที่จู่ๆฉันเข้ามานอนแบบนี้ ไม่สนใจว่าเขาจะพูดคุยกันว่าอะไร หรือสองคนนั่นจะงุ้งงิ้งกันแค่ไหน
            “ชินบี มากินน้ำส้มเร็ว” เสียงทุ้มๆของยูจูเรียกฉัน
            “ฉันไม่หิวอ่ะ”
            “เป็นอะไรรึเปล่า?” เธอคงสงสัยเพราะฉันนอนหันหลังให้
            “ฉันรู้สึกไม่สบายนิดหน่อย”
            “อ่า งั้นพักผ่อนซะนะ” ได้ยินฉันบอกแบบนั้น เธอไม่ถามอะไรต่อ ตอนนี้ทุกคนต่างเซนซิทิฟเรื่องสุขภาพของมักเน่ไลน์กัน
            “ยูจู” ฉันเรียกเธอ เพราะได้ยินเสียงฝีเท้ากำลังก้าวออกจากห้อง
            “หืม?”
            “บอกด้วยนะว่าฉันไม่กินข้าวเย็น”

 

 


           

 

 

.

.

.

.

.

 

 

 

 


            “......” เวลาที่ควรนอนหลับฝันดีอย่างตีสอง แต่คนส่วนมากที่ไม่นอนมักจะมัวแต่จมกับเรื่องอื่น ฉันเองก็เป็นหนึ่งในนั้น

ฉันนั่งกอดเข่าบนพื้นมองรายการทีวีที่กำลังฉายอยู่ตอนนี้ มันค่อนข้างน่าเบื่อคงเป็นเพราะรายการสนุกๆมันจบไปตั้งแต่ก่อนเที่ยงคืนแล้ว อย่างซีรีส์ที่พวกเราติดกันงอมแงม พอจบแล้วก็แยกย้ายกันไปนอน คงมีฉันคนเดียวแหละที่ยังอยู่เพราะหลับก่อนใคร

แกร๊ก

!!” เสียงลูกบิดประตูดังขึ้น ด้านขวามือที่ฉันนั่งอยู่เป็นห้องนอนของทงแซงไลน์ แต่มันนิ่งสนิท งั้นต้องเป็นห้องฝั่งตรงข้าม
            “ไม่เปิดไฟเดี๋ยวสายตาก็เสียหรอก” ใช้เวลาไม่นานหรอกทั้งเสียงและขนาดตัว ฉันจึงรู้ทันทีว่าอีกคนคือ....

พี่เยริน?
 
            “หิวเหรอ ให้ฉันทำอะไรให้กินมั้ย?”
            “ไม่เป็นไรค่ะ”
            “ไม่นอนเหรอ? เดี๋ยวเป็นลมเหมือนตอนนั้นหรอก” ฉันมองอีกคนเดินไปกินน้ำที่ห้องครัวพลางถามไปด้วย
            “ฉันหายดีแล้วน่า”
            “ขอให้มันจริงเถอะเด็กดื้อ”
            “ไม่ดื้อสักหน่อย...” ฉันพูดเสียงอ่อย ใจอ่อนยวบยาบตั้งแต่พี่เขาเรียกฉันว่า
เด็กดื้อ แล้ว เกลียดตัวเอง
            “งั้นทำไมถึงหนีไปนอนล่ะ แถมไม่กินข้าวเย็นอีก?” พี่เยรินเดินมานั่งข้างฉัน
            “ฉันรู้สึกไม่สบายนิดหน่อยน่ะ” แสงทีวีส่องมาเพียงน้อยนิด ทำให้ทัศนียภาพการมองเห็นลดลง แต่ฉันสังเกตเห็นบางอย่างติดปากพี่เขา
            “อ่า จริงด้วยสิ...” พี่เยรินหยุดพูดกะทันหันเพราะริมฝีปากที่เปื้อนน้ำเปล่าถูกนิ้วเรียวของฉันเช็ดอย่างแผ่วเบา ฉันเองก็เพิ่งรู้ตัวว่าทำอะไรลงไปจึงชักมือกลับ
            “เป็นอะไรไป ช่วงนี้เธอไม่ค่อยพูดเลยนะ”
            “เปล่า ฉันไม่เป็นอะไร”
            “โกหกพี่ไม่ดีนะ”
            “.......” ฉันเงียบ ไม่ใช่เพราะถูกจับได้เพราะโกหกหรอก เป็นเพราะเสียงกระซิบใกล้หูนั่น ทำเอาใจฉันเต้นไม่เป็นจังหวะเลย
            “โอเค งั้นรีบนอนล่ะ”
            “เดี๋ยวสิคะ
!” รีบยื้ออีกคนที่กำลัง(แกล้ง)ไปนอน พี่เยรินมองแล้วยกยิ้มเหมือนรู้ทัน
            “อยู่กับฉันก่อนได้มั้ย?”
            “ทำไมจะไม่ได้ล่ะ?” พี่เยรินนั่งลงข้างฉันอีกรอบ
            “พรุ่งนี้ทำไรกินดีน้า
~” เชฟมือทองประจำวงถามขึ้น
            “ไม่รู้สิ แล้วแต่พี่เลยค่ะ”
            “อึนฮาบ่นว่าอยากกินพุลโกกินี่นา”

อึนฮาอีกแล้ว

รู้งี้บอกเมนูตั้งแต่แรกก็ดี

            “แล้วเธออยากกินอะไรล่ะ”
            “เอาอย่างที่อึนฮาอยากกินสิคะ”
            “ฉันถามเธออยู่นะ”
            “........”
            “ถ้าไม่ตอบฉันจะกินเธอแทนนะ” พี่เยรินเอาหน้ามาใกล้จนฉันรีบยกมือปิดหน้าพี่เขา
            “ฮ่าๆๆๆๆ” พี่เยรินออกห่างแล้วหัวเราะร่าเพราะแกล้งฉันสำเร็จ
            “เธอแปลกไปจริงๆนะชินบี ไข้ขึ้นรึเปล่า?” เอื้อมมือมาแตะๆหน้าผากไม่พอ ลามไปทั้งหน้าอีก เหมือนตรวจไข้แบบกวนๆ
            “นี่
!” มือที่แตะหน้าอยู่ดีๆเลื่อนไปจับท้ายทอย คนตรงหน้าเอียงคอเล็กน้อยก่อนจะเลื่อนหน้ามาใกล้ แล้วประกบปากทันที แน่นอนว่ามันเร็วมากจนไม่ทันตั้งตัว
            “
!!!” ฉันเบิกตากว้างด้วยความตกใจ แต่ไม่นานนักฉันก็หลับตาเพราะเคลิ้มไปกับรสจูบ มือทั้งสองข้างยกมือโอบรอบคอทำให้ตัวฉันเลื่อนขึ้นมานั่งตัก พี่เยรินจูบซับและดูดดุนริมฝีปากราวกับว่ามันเป็นขนมชิ้นโปรดของพี่เขา ฉันสะดุ้งเพราะรู้สึกความเย็นที่แตะริมฝีปาก ลิ้น?...ลิ้นงั้นเหรอ

บ้าจริง!

พี่เยรินใช้ลิ้นเป็นกับเขาด้วยเหรอ!?


            ฉันหลับตาปี๋เมื่อลิ้นนั่นจู่โจมไม่หยุด สุดท้ายฉันก็ใจอ่อน ยอมเปิดปากให้มันเข้ามา ทันทีที่อวัยวะทั้งสองสัมผัสกัน ฉันสะดุ้งสุดตัวอีกรอบเพราะไม่เคยได้รับสัมผัสแบบนี้
            “อือ” ครางแผ่วเบาอย่างพึงพอใจ ยอมให้ทำทุกอย่างตามที่พี่เขาอยากทำ ลิ้นของพี่เยรินเกี่ยวกระหวัดจนฉันรู้สึกว่าร่างกายตัวเองอ่อนระทวย มือที่กอดคอพี่เขาก็กอดแน่นขึ้นจนเราทั้งคู่แนบชิดกัน สุดท้ายพี่เยรินค่อยๆผละออก
            “......” เราทั้งคู่ไม่พูดอะไรกัน มีเพียงแค่ลมหายใจแรงๆและเสียงทีวีแค่นั้น ฉันเองก็หันหน้าหนีเพราะทนสายตาราวกับหมาป่าของพี่เขาไม่ได้ จนอีกคนจับคางให้ฉันหันมา
            “เป็นอะไรทำไมพูด หืม?”
            “......”
            “หรือให้ฉันจูบอีกรอบ”
            “นะ นี่
!” ห้ามไปเท่านั้น แต่คราวนี้ทำเพียงแค่จุ๊บที่ริมฝีปาก
            “คนบ้า
! บ้าชะมัด!” ฉันทุบไหล่พี่เขาด้วยความเขิน ไม่ต้องรู้ว่าหน้าตัวเองแดงขนาดไหน อาจจะแดงไปทั้งตัวแล้วมั้ง
            “สรุปเธอเป็นอะไร?”
            “ไม่เป็นไรซะหน่อย นี่
!” ฉันแว้ดลั่นพร้อมดึงมือที่เลื้อยเข้าเสื้อนอนอย่างเนียน
            “ถ้าไม่บอกฉันจะกินเธอจริงๆ เอามันตรงนี้แหละ” มองอีกคนเลียริมฝีปากอย่างหื่นกระหาย นะ นี่
! ใช่จองเยรินที่ฉันรู้จักมั้ยเนี่ย
            “โอเคๆ ฉันก็บอกได้” อุตส่าห์เบือนหน้าหนีก็ตามมาหอมแก้มฉันอีก
! อยากหนีก็ไม่ได้ ก็พี่เขาโอบเอวฉันซะแน่นเลยนี่นา ถึงอย่างนั้นเถอะ...ฉันก็ไม่ปล่อยมือจากคอพี่เขาหรอกนะ
            “พี่ชอบอึนฮาเหรอคะ?”
            “ทำไมถามงี้ล่ะ?”
            “ฉันอยากรู้นี่ ตอบมาสิ”
            “ฮื่อ ชอบ”

ชัดเจนแล้วนะ

            “เธอเป็นเพื่อนของอึนฮาไม่ใช่เหรอ รู้ใช่มั้ยล่ะว่าอึนฮาน่ารักขนาดไหน”
            “ฮื่อ” ก็จริง...เธอน่ารักจริงๆ
            “แล้วเรื่องของเธอล่ะ ที่ไม่พูดไม่จากับฉันแบบนี้เพราะอะไร”


ถ้าฉันบอกไปว่า ฉันอิจฉาอึนฮาที่ได้ใกล้ชิดกับพี่ล่ะ

พี่จะตอบฉันว่าไง


            “ชินบี” พี่เขาเรียกเพราะเห็นฉันเหม่อ ฉันหลุบตาต่ำลง
            “เธอไม่สบายรึเปล่า?” เธอประคองใบหน้าฉันให้สบตากัน ไม่ได้จูบเหมือนกับที่ทำตะกี้ สายตาห่วงใยที่มองมาทำเอาฉันใจอ่อนยวบยาบอีกรอบ
            “ฉัน ฉันแค่...” เธอปล่อยให้ฉันเป็นอิสระ แน่นอนว่าฉันก้มหน้าเหมือนเดิม
            “.........”
            “ฉันแค่อิจฉาแค่นั้นเอง” ในที่สุดฉันก็พูดออกไป
            “....?”
            “พี่ไม่ค่อยเล่นกับฉันเลย พี่เอาแต่คอยดูแลอึนฮา คำก็อึนฮา สองคำก็อึนฮา”
            “.....”
            “ฉันแค่... อยากสนิทกับพี่เหมือนเดิมแค่นั้นเอง” ทันทีที่จบประโยค ริมฝีปากฉันถูกจู่โจมอีกครั้ง คราวนี้รุนแรงกว่าที่ผ่านมาเล็กน้อย เพียงแต่ไม่ใช้ลิ้นแค่นั้นเอง
            “เธอเห็นฉันทำแบบนี้กับอึนฮามั้ย” ฉันนิ่งค้างไปก่อนส่ายหน้าเบาๆ
            “นั่นแหละคือคำตอบ”
            “....?”
            “ฉันชอบอึนฮาก็จริง แต่ฉันรักเธอมากกว่า”
            “.....
!!
            “แค่นี้ชัดเจนรึยัง?”
            “ยัง
!!
            “อ้าว”
           
“พี่มันเจ้าชู้สุดๆ เมื่อวันก่อนเพิ่งบอกรักเยวอนไปเลย ตะกี้ก็บอกรักพี่โซวอนอีก อย่าคิดว่าฉันไม่ได้ยินนะ แล้วจะให้ฉันเชื่อได้ไงล่ะห๊าาาา!!!!! ฉันบีบแก้มนั่นอ้วนๆก่อนดึงขึ้นดึงลง เป็นการทำร้ายร่างกายที่ปัญญาอ่อนสุดๆแล้วมั้ง
            “โอ๊ยๆๆ อั้นเอ่บอ๊ะ
!” พี่เยรินดึงมือฉันออกแล้วกุมไว้แน่นกลัวมันทำร้ายอีก
            “แล้วฉันจะทำยังไงล่ะ”
            “อยากทำอะไรก็ทำเลย ฉันจะไปนอนแล้ว” ลุกขึ้นหมายจะหนีอย่างรวดเร็ว แต่เร็วไม่ทันอีกคนที่ดึงมือฉันไปนั่งตักอีกรอบ
            “อื้อ
!” .....แถมจับจูบอีก
            “เธอบอกเองนะว่าอยากทำอะไรก็ทำเลย
            “มะ ไม่ใช่แบบนี้ซะหน่อย อื้อ
!

 

 

.

.

.

.

.

 

 


            หลังจากโดนจัดการจนหมดแรงแล้ว

เดี๋ยว!

อย่าคิดอะไรแบบนั้นนะ!!

ฉันกับพี่เยรินแค่จูบกันเฉยๆ


            “สรุปว่าเธอหึงฉันกับอึนฮางั้นเหรอ”
            “ไม่ได้หึงสักหน่อย แค่อิจฉา”
            “แบบนี้เรียก
หึง นะจ๊ะ”
            “อื้อ
! หึงก็หึง” ฉันจำใจยอมรับอย่างหมดหนทาง ส่วนคนพี่น่ะเหรอ ยิ้มร่าเหมือนถูกหวยก่อนจะกอดฉันแน่น
            “อึดอัดอ่ะ
!
            “หรือให้ฉันจูบ”
            “ย๊า
! ไม่ต้องเลยนะ!!
            “ให้ฉันทำอะไรระหว่างจูบกับจูบ”
            “มันก็เหมือนกันมั้ยล่ะ อื้อ
!อะ ไอ้บ้านี่!
            “ฉันบอกรักทุกคนบนโลกนะ แต่ฉันรักเธอที่สุด ชัดเจนมั้ย”
            “แต่พี่ต้องจูบฉันคนเดียวเท่านั้นนะ”
            “ว่าไงนะไม่ได้ยิน”
            “พี่ต้องจูบฉันคนเดียว เข้าใจมั้ย
!!!!
            “เฮ้ย! ดังไปแล้ว!” รีบตะครุบปากอย่างรวดเร็ว ตอนนี้ทุกคนกำลังนอนอยู่อาจจะได้ยิน แต่ฉันภาวนาให้ไม่ได้ยิน
            “นั่นแหละ เข้าใจมั้ย” ดึงมือพี่เขาออกแล้วถามย้ำอีกครั้ง
            “จ้าๆ เข้าใจแล้วจ้า”
            “อย่าให้ฉันรู้นะว่าไปจูบกับคนอื่น กัดลิ้นขาดแน่
!
            “จ้าๆ ไม่ทำหรอก” ดูอีกคนกำลังเหงื่อตก ฉันก็หลุดหัวเราะออกมา
            “งั้นนอนกันเถอะ ฉันง่วงแล้ว”
            “โอเค ฝันดีนะคะ” ไม่บอกเปล่า พี่เขาจูบฉันอีกรอบนึง คราวนี้เป็นจูบละมุนอ่อนหวาน ก่อนจะผละออกก็จุ๊บปากไปมุมปากส่งท้ายราวกับเสียดาย
            “ฝันดีค่ะ” แล้วเราทั้งคู่ก็แยกย้ายเข้าห้องตัวเองไป ฉันปีนบันไดขึ้นเตียงชั้นสอง แล้วล้มตัวนอน
            “เธอดูซีรีส์เสียงดังมากอ่ะชินบี” อึนฮาที่นอนเตียงชั้นสองเหมือนกันพึมพำด้วยความงัวเงีย หลังจากเธอสะดุ้งตื่นเพราะเสียงตะโกนนั่น
            “เอ่อ...ขอโทษทีนะ”
            “เสียงนางเอกเหมือนเธอเลยอ่ะ”

 

WTF…


           
            “พี่เยรินก็ดูด้วยเหรอ” อึนฮาเห็นอีกคนที่เข้าห้องตรงข้ามไป ถึงแวบๆแต่ก็จำได้
            “อะ อื้อ...”
            “ตื่นมาเปิดเรื่องนี้ให้ฉันดูด้วยนะ” เธอพูดอีกครั้งก่อนผล็อยหลับไป

 

 

แล้วฉันจะหาฉากนี้จากซีรีส์เรื่องไหนดีล่ะเนี่ยยยยยย!!!!!

 



 



จบเหอะ..

 

T
B

ผลงานอื่นๆ ของ kwaRI-n

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

10 ความคิดเห็น

  1. #10 Hnnn (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2563 / 19:54
    ชอบอ่ะ เเบบดีไปหมดเลยย
    #10
    0
  2. #9 T.O.O.N
    วันที่ 16 เมษายน 2560 / 10:12
    ทั้งน่ารัก ทั้งตลก55555
    #9
    0
  3. #8 wonderfullsone (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 17 มกราคม 2560 / 00:00
    เด็กขี้หึง ฮ่าาาาาาา อย่าอ้างว่าอิจฉาสิจ๊ะ อิอิ
    ชอบมากเลย #เขินตัวม้วน แต่งมาอีกนะจ๊ะ ^.^
    #8
    0
  4. วันที่ 18 ธันวาคม 2559 / 22:53
    น่ารักกกกอ้า
    #7
    0
  5. #6 RINB
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2559 / 17:35
    น่ารักมากอ่ะ -////- งื้อออชอบบ
    #6
    0
  6. วันที่ 14 พฤศจิกายน 2559 / 23:23
    ฮืออออ ฟินมากกกก ไรท์มาต่อได้มั้ยค่ะ อยากอ่านแบบนี้ แบบอิงชวิตจริงง งื้อออออ
    #5
    0
  7. #4 ออม-สิน (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2559 / 22:17
    กรี๊ดดดดดด ทำไมบี๋มันเคะแบบนี้ หงุดหงิดฮึดฮัดอยู่คนเดียว อิพี่ก็จูบเอา คือมั่นใจแล้วว่าวิธีนี้น้องหายงอนแน่ เออจริงน้องแพ้ราบคาบ ไม่ต้องรู้ว่าเราคบกันแบบไหน รู้แค่จะทำแบบนี้กับบีคนเดียว วรั้ยย เขินแทน น่ารักค่า เห็นว่ามีฟิคยอชิน รีบพุ่งมาอ่านเลย ขาดแคลนอย่างหนัก ไม่เข้าใจเหมือนกันทำไมเอ็มวีชงคู่ทูจอง จริงๆน่ารักดีแค่เราไม่ชิป5555 เรื่องนี้เยรินเอาเปรียบมากค่ะ ชอบไปทั่วบอกรักไปทั่ว เรื่องหน้าให้บี๋แก้แค้นมั่ง แกล้งอิพี่หนักๆไปเลย ถ้าคุณไรเตอร์เขียนอีกจะต้องตามมาอ่านแน่ๆค่า ขอบคุณมากนะคะ <3
    #4
    0
  8. #3 Nicha
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2559 / 16:27
    ฟินมากค่ะ 55555
    #3
    0
  9. วันที่ 14 พฤศจิกายน 2559 / 02:46
    5555+ สนุกจังคะไรท์ ..  มีต่อก็ดีนะคะ ชอบๆๆ
    #2
    0
  10. วันที่ 14 พฤศจิกายน 2559 / 02:45
    5555+ สนุกจังคะไรท์ ..  มีต่อก็ดีนะคะ ชอบๆๆ
    #1
    0