คืนค่าการตั้งค่าทั้งหมด
คุณแน่ใจว่าต้องการคืนค่าการตั้งค่าทั้งหมด ?
ลำดับตอนที่ #1 : INTRO
INTRO
ผมเชื่อว่ามนุษย์เกินพันล้านคนกลัวการ ‘ขึ้นคาน’
มองนาฬิกาข้อมือก่อนจะป้องปากหาวหวอดๆ นี่ก็ตีสองแล้วแต่ผมเพิ่งจะขับรถออกมาจากงานปาร์ตี้ปีใหม่ได้ไม่ไกลเท่าไหร่ ขยี้ตาแล้วมองวิวรอบข้างแต่สิ่งที่เห็นก็คือทะเลยามดึกแต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้ผมหายง่วงเลยแม้แต่นิดเดียว ภาพเตียงนอนกับหมอนกอดสุดที่รักมันกำลังลอยมาอยู่ตรงหน้าผม การเคาน์ดาวน์กับลูกหลานเหลนโหลนรหัสนี่เป็นอะไรที่เศร้าเกินกว่าจะบรรยายออกมาเป็นคำพูด ไม่รู้ว่ามันโสดกันตามกรรมพันธุ์สายรหัสหรือว่าพวกมันเกิดมาหน้าเหียกผมก็ไม่เข้าใจ
พวกคนไร้คู่ต่างนัดกันมาปาร์ตี้ที่นี่โดยใช้ของมึนเมาเป็นเพื่อนปลอบใจในยามค่ำคืนของวันสิ้นปี แต่ไม่ใช่แค่เจ้าเด็กพวกนั้นหรอกที่ต้องโสดฉลองรับปีใหม่เพราะนั่นมันก็รวมถึงตัวผมด้วยนั่นแหละ
อดอยากปากแห้งกับความรักมานานแค่ไหนแล้วล่ะ -_-
เออ...เท่าที่จำได้ก็ตั้งแต่หลังเรียนจบ หมกมุ่นกับการเป็นนักเขียนคอลัมเล็กๆ ให้กับนิตยาสารวัยรุ่นจนลืมว่าชีวิตผมมันอับเฉามากแค่ไหนที่ไม่มีคู่เหมือนอย่างคนอื่นเขา ตอนอยู่ห้องเฉยๆ มันก็ไม่เหงาหรอกครับมันมีงานให้ทำ แต่พอออกมาเที่ยวข้างนอกเห็นคู่รักเดินกุมมือเดินไปไหนด้วยกัน อิงแอบกันมันก็รู้สึกอิจฉา
ระหว่างทางผมก็ได้แต่คิดว่าถ้าผมออกมาเจอผู้คนบ้างบางทีอาจจะมีใครสักคนมาปิ๊งผมบ้างก็ได้ แต่ที่ผมไม่มีแฟนทั้งที่เพิ่งอายุยี่สิบหกนี่มันไม่ใช่เพราะนิสัยและหน้าตาของผมแน่นอน (มั่นใจขั้นสุด)
“โจคยูฮยอน มึงนะมึง”
ผมบ่นอุบอิบเมื่อนึกถึงหนังหน้าเพื่อนสนิทที่เรียนมาด้วยกันตั้งแต่มัธยม โดดเรียนก็โดดด้วยกัน นอนด้วยกันกินด้วยกันมาตลอด แต่คนมันจะเหี้ยน่ะนะครับ ทิ้งเพื่อนไปฉลองปีใหม่กับซีวอนได้ลงคอ ตอนมันสองคนจีบกันก็ให้ผมเป็นพ่อสื่อให้ มันจะไปไหนก็ต้องมีผมติดสอยห้อยตามไปตลอดเพราะเขิน ไม่รู้มันจะเขินห่าอะไรนักหนาได้กันมาตั้งกี่รอบแล้วก็ไม่รู้ แต่พอมันสองคนเริ่มอยู่ตัว (เรียกว่าหน้าด้านหน้าทนต่อกันและกันคงจะดีกว่า) ก็เฉดหัวผมทิ้งอย่างไร้เยื่อใย...
ตอนนี้มันสองคนคงนอนพลอดรักกันใต้ผ้าห่มอย่างมีความสุขสินะ... -_-
ผมจามเบาๆ ก่อนจะใช้นิ้วชี้ขยี้จมูกตัวเอง ตอนนี้หิมะก็ตก บรรยากาศข้างนอกคงหนาวจนทำให้ความอยากที่จะมีแฟนของผมเพิ่มขึ้นมาอีกเป็นเท่าตัว...พอมานึกอีกทีแล้วก็ชั่งใจว่าเป็นเพราะหน้าตาหรือเปล่าที่ทำให้ผมยังโสดอยู่ทุกวันนี้...ก็ดูสิครับแม้แต่ผู้หญิงยังไม่มองเลยแล้วประสาอะไรกับผู้ชายล่ะ
ก็ผู้ชายดีๆ มันมีแต่ในนิยายน่ะสิวะ - -
“เมื่อไหร่ฟ้าจะส่งคนดีๆ ลงมาให้อีฮยอกแจผู้นี้บ้าง......เฮ๊ย!!!”
โครม!!!!
เอี๊ยดดดดดดด...
ไวเท่าความคิด ผมเบิกตากว้างแล้วหักพวงมาลัยพร้อมกับเหยียบเบรคกระทันหันเมื่อมีอะไรบางอย่างตกลงมากระแทกกับฝากระโปรงรถอย่างแรงก่อนจะกระเด็นออกไปด้านข้าง...คุณได้ยินไม่ผิดหรอกครับ เสียงเบรกมาหลังเสียงปะทะจริงๆ ผมขับรถชนอะไรบางอย่างเหรอ? ไม่นะ...ผมเห็นกับตาว่ามันตกลงมาจากข้างบนแล้วค่อยชนรถผมน่ะ!
ผมกลืนน้ำลายลงอย่างฝืดคอ ตอนนี้มือทั้งสองข้างของผมยังวางอยู่ที่พวงมาลัย เบื้องหน้าคือกองหิมะที่ถูกกวาดไว้แล้วก่อนหน้านี้กับเสาไฟฟ้าที่อยู่ข้างหลังกองหิมะนั่น นับว่าโชคดีที่ผมไม่ได้พุ่งไปชนมันเข้าให้ ผมนั่งนิ่งไม่ขยับตัว ผมไม่กล้าแม้แต่จะกระพริบตา ไม่น่าฮยอกแจ...บางทีมันอาจจะเป็นกวางหรือสัตว์ป่าที่วิ่งข้ามถนน...ก็ได้มั้ง...
เหลือบมองกระจกมองหลังอย่างกล้าๆ กลัวๆ แล้วก็ต้องกลืนน้ำลายเอื้อกอีกครั้งเมื่อเห็นอะไรบางอย่างที่ผมเพิ่งชนไปเมื่อครู่นั้นกำลังนอนจมกองหิมะอยู่...และที่สำคัญคือ...
มันมีแขนโผล่ออกมาจากกองหิมะนั่นด้วย................ (กุมขมับ)
“ชิบหายแล้วมึง”
ผมรีบปลดเข็มขัดก่อนจะเปิดประตูรถแล้ววิ่งไปหาคนที่นอนจมกองหิมะอยู่ตรงนั้น ตอนนี้หิมะยังคงตกลงมาอย่างต่อเนื่อง มุมนี้ห่างจากเสาไฟจนทำให้มองอะไรไม่ค่อยเห็นนัก ผมเอามือถือออกมาเพื่อใช้เป็นแสงสว่างก่อนจะใช้มืออีกข้างตะกุยหิมะออก
“มึงตายแน่ฮยอกแจ มึงตายแน่ๆ T_T”
คุ้ยคิมะไปก็พูดกับตัวเองไป ยิ่งเห็นแขนปริศนาไล่ไปถึงหัวไหล่แล้วยิ่งอยากเป็นบ้า ดูจากมัดกล้ามคนที่นอนจมกองหิมะอยู่ท่าจะเป็นผู้ชาย เพียงครู่เดียวผมก็ต้องหงายหลังลงไปนั่งกับพื้นเมื่อเห็นร่างอีกฝ่ายชัดยิ่งขึ้น
คนจริงๆ ด้วย...
อีฮยอกแจ มึงขับรถชนคน!!!!!!!!!!!!! \T[]T/
จู่ๆ ภาพผมตอนใส่ชุดลายทางสีขาวดำก็ผุดขึ้นมา กุญแจมือที่ล็อคข้อมือผมอยู่ทั้งสองข้าง ภาพห้องขัง ภาพข้าวแดง ภาพนักโทษในคุก...มึงได้ไปอยู่ในนั้นแน่ๆ อีฮยอกแจ T_T
ผมทึ้งหัวตัวเองแล้วหันไปมองเขาอีกครั้ง ผมเห็นหน้าเขาไม่ชัดแต่ที่เห็นได้ชัดเจนคือร่างกายของเขานั้นเปลือยเปล่า พอตั้งสติได้ก็เลยลากคนไม่ได้สติออกมาแล้วถอดเสื้อโค้ทของตัวเองออกพร้อมกับคลุมตัวให้ ตอนนี้ผมต้องทำอะไรก่อน
เออใช่! ต้องดูก่อนว่าเขาตายหรือยัง?
พอเห็นว่าไม่มีเลือดไหลออกมาผมก็เอื้อมมือไปหวังจะตรวจชีพจรที่คอเขาแต่ไม่รู้เกิดแรงโน้มถ่วงห่าอะไรตัวผมถึงได้ทิ่มไปข้างหน้าจนมือเจ้ากรรมไปโดนไอ้นั่นของเขาเข้าให้ -_ -
“อืม...”
สัด...แม่งครางได้ด้วย
“นี่คุณ...ตายยังวะ?” ผมประคองอีกคนไว้แนบอกพร้อมกับตบแก้มเบาๆ แต่คนที่เพิ่งครางฮึมฮัมเพราะโดนจับปิกาจู้เสือกไม่ตอบอะไรกลับมา ไรของแม่งวะ หมดสติแต่เสือกครางได้นี่ไม่ธรรมดาแล้วนะผมว่า ผมถอนหายใจก่อนจะพยายามประคองหมอนี่ให้ลุกขึ้นอย่างทุลักทุเล ทุกฝีก้าวที่ย่ำเดินมันช่างลำบากเสียเหลือเกิน
เปิดประตูหลังแล้วยัดอีกฝ่ายเข้าไปข้างในแล้วอ้อมไปที่นั่งคนขับแต่ก็ต้องหยุดยืนอยู่ที่หน้ากระโปรงรถเมื่อเห็นรอยบุบขนาดมหึมาที่ทำให้ต้องผมใจร้าวประหนึ่งนักธุรกิจถูกฟ้องล้มละลาย ตั้งแต่ซื้อมายังไม่เคยขับเฉี่ยวหมาเลยสักครั้ง รอยขีดข่วนก็ไม่เคยมีแต่ว่า...
เดี๋ยว...ผมรู้สึกเหมือนมีใครบางคนกำลังมองผมอยู่?
ผมมองเข้าไปในรถก่อนจะผงะเล็กน้อยเมื่อใครคนหนึ่งที่สลบไม่ได้สติก่อนหน้านี้จู่ๆ เขาก็นั่งหัวโด่อยู่ที่เบาะหลังแถมจ้องมาตรงนี้อีกต่างหาก ผมเอียงคอไปทางขวาแล้วขมวดคิ้วแต่ที่เกรียนกว่านั้นคือหมอนี่นเสือกเอียงคอไปทางซ้ายตาม พอผมเอียงคอไปทางซ้ายเขาก็เอียงคอไปทางขวานั่นทำให้ผมเริ่มคิดหนัก
นี่กูโดนผีหลอกป่ะวะ..........
ผมรวบรวมความกล้าเดินกลับเข้าไปในรถแล้วปิดประตูเสียงดังก่อนจะหันไปมองหน้าผู้ชายที่นั่งเปลือยเปล่า พอเห็นสภาพแบบนั้นแล้วก็ขัดใจเลยเอื้อมไปดึงเสื้อโค้ทที่ผมเคยใส่ให้แต่ตอนนี้มันร่วงลงไปกองกับเบาะมาบังปิกาจู้เขาเอาไว้ เขามองการกระทำทุกอย่างของผมอย่างไม่ละสายตาแล้วจับมือผมเอาไว้
“...!!!”
ผมพยายามชักมือกลับแต่คนตรงหน้านั้นแรงเยอะกว่าผมมาก สีหน้าที่นิ่งเฉยนั่นทำให้ผมคาดเดาไม่ถูกเลยว่าไอ้มนุษย์ชีเปลือยนี่กำลังคิดอะไรอยู่
หรือว่า...มันจะโกรธที่ผมขับรถชนมัน?
“ปล่อย!” ผมใช้มืออีกข้างตีๆ มือเขาพร้อมกับพยายามชักมือกลับแต่ก็เหมือนเดิมครับ นั่นไม่มีผลอะไรเลยแม้แต่นิดเดียว เขายังคงจ้องหน้าผมอยู่อย่างนั้นโดยที่ไม่กระพริบตาเลย
“ผมไม่ได้ขับรถชนคุณนะ ถึงผมจะง่วงมากก็เถอะ แต่ผมไม่ได้หลับในจริงๆ สาบานได้เลย” ผมยังคงพยายามดึงมือกลับ ตอนนี้ข้อมือของผมคงแดงและเป็นรอยแล้วมั้งเนี่ย ผมสบตากับเขาพร้อมกับทำสีหน้าอ้อนวอน ถ้าเกิดเขาโกรธจนต่อยหน้าผมแล้วขโมยรถไปผมจะทำยังไง ผ่อนก็ยังไม่หมด นี่มันยังไม่พ้นคืนแรกของวันปีใหม่เลยนะ จะให้ผมซวยตั้งแต่ต้นปีเลยเหรอครับพระเจ้า..........
“ผมไม่ได้ขับรถชนคุณนะถึงผมจะง่วงมากก็เถอะแต่ผมไม่ได้หลับในจริงๆ สาบานได้เลย” เขารัวพูดประโยคนี้ติดกันด้วยน้ำเสียงโทนเดียวกันหมด ผมขมวดคิ้วมองเขางงๆ
กวนตีนหน้าตายเหรอครับสัด
“คุณก็ไม่ได้เจ็บตรงไหนไม่ใช่เหรอ เลือดก็ไม่เห็นออก” ผมจับแขน จับไหล่เขา แล้วนัยน์ตาคู่นั้นก็มองตามมือผมไปเรื่อยๆ จนกระทั่งมันหยุดที่ใบหน้าหล่อนั่นเขาถึงหันกลับมามองหน้าผมอีกครั้ง
ผมยอมรับเลยครับว่าถ้ามองชัดๆ แล้วไอ้หมอนี่แม่งโคตรหล่อเลย T_T
“เอางี้ เรามาตกลงเรื่องค่าเสียหายกันดีกว่านะมันจะได้ไม่เป็นเรื่องใหญ่โต” ผมยิ้มอย่างเป็นมิตรก่อนจะยิ้มค้างเมื่อเขาใช้มือข้างที่ว่างอยู่จับมืออีกข้างของผมไว้
คือตอนนี้ผมโดนจับข้อมือไว้ทั้งสองข้างแล้วครับ (กราบ)
“คุณอยากได้เงินไหม ผมมีนะแต่ต้องไปกดที่ ATM” ผมยิ้มสู้ ถ้าหมอนี่พูดอะไรบ้างผมคงรู้สึกดีกว่านี้.....................
“ATM?” เขาทวนประโยคนี้แล้วขมวดคิ้ว ผมพยักหน้ารัวๆ แล้วยิ้มกว้าง
“ใช่เลย ขับรถไปอีกหน่อยก็ถึงหน้ามินิมาร์ทแล้ว ตรงนั้นมีตู้ ATM ไปถึงปุ๊ป...ผมก็กดเงินให้คุณปั๊บเลย” ผมเริ่มเมื่อยเพราะต้องเอี้ยวตัวจากที่นั่งคนขับมาคุยกับหมอนี่แถมยังถูกกุมข้อมือเอาไว้อีกด้วย จะเอายังไงครับบอกมาเลย นี่เสนอเรื่องเงินให้ขนาดนี้ก็เอาไปเถอะ ผมไม่ได้รวยนะแต่ถ้าเขาเกิดติสแตกแจ้งความขึ้นมาผมต้องเสียหลายกว่านี้แน่
“นายเป็น ATM” เขาปล่อยมือผมข้างหนึ่งแล้วเอานิ้วหัวแม่มือจิ้มจมูกผมค้างเอาไว้ ผมมองปลายนิ้วมือนั่นก่อนจะเลื่อนขึ้นไปมองหน้าเขาอีกครั้ง
“ATM บ้าไรล่ะ”
“ATM บ้าไรล่ะ”
“เอ้า!” ผมขึ้นเสียงสูงเมื่ออีกฝ่ายชักจะกวนตีนผมเกินไปแล้ว จะเอายังไงทำไมไม่บอกวะ พอเอาเงินมาล่อก็ไม่สนใจอีก เดี๋ยวถีบลงรถให้ไปหนาวตายซะเลยนี่
ให้ผมเดานะ...ผมว่าไอ้หมอนี่คงเป็นชู้แล้วถูกผัวเขาวิ่งไล่ยิงหลังจากเห็นเมียตัวเองสมสู่อยู่กับไอ้บื้อนี่แน่ๆ ถึงได้วิ่งหนีเตลิดเปิดเปิงจนมาชนรถผม
“ตรงนี้เจ็บไหม?” ผมจับแขนที่มีมัดกล้ามนั่นก่อนที่เขาจะส่ายหน้าช้าๆ เออ...มันก็พูดภาษาคนรู้เรื่องนี่หว่า
“แล้วตรงนี้ล่ะ” ผมวางมือลงบนแผงอกเขา กระโปรงรถผมยับเยินขนาดนั้นก็ต้องถามกันบ้างล่ะ
“ไม่”
“ตรงนี้ไม่เจ็บ ตรงนี้ก็ไม่เจ็บ แล้วเจ็บตรงไหน?” ผมพยายามพูดช้าๆ บางทีไอ้หมอนี่อาจจะโดนรถชนจนความจำเสื่อมหรือสติแตกไปแล้วก็ได้
“ไม่เจ็บเลย” เขาตอบด้วยน้ำเสียงโทนเดียวกันอีกแล้ว ผมยิ้มกว้างก่อนจะวางมือลงบนบ่าเขา
“งั้นก็ไม่ต้องไปสถานีตำรวจหรือโรงพยาบาลแล้วสินะ”
“โรงพยาบาล?”
“ใช่ ถ้าคุณไม่เจ็บ คุณก็ไม่ต้องไปหาหมอ และในเมื่อคุณไม่ต้องไปหาหมอ คุณก็ไม่ต้องไปหาตำรวจไง” ผมยังคงยิ้มอย่างต่อเนื่องอย่างกับว่ามันจะช่วยอะไรได้ เอาวะ ในเมื่อหมอนี่ไม่เป็นอะไรผมจะยอมเป็นบ้าคุยกับคนบ้าบ้างแล้วกัน
“ไป”
“ห๊ะ -__-” ผมลดสีหน้าลงทันทีที่หมอนี่พูดจากลับกลอกไม่รู้เรื่อง จะเอายังไงกันแน่วะ ถามว่าปวดตรงไหนก็ไม่ปวด พอถามว่าจะเอาเงินไหมก็ไม่เอา
“ยานแม่”
“กวนตีนละ” ผมมองอีกฝ่ายก่อนจะทำหน้าเนือยแล้วชักมือข้างที่โดนกุมอยู่กลับมาแต่ก็ไม่ได้อยู่ดี
“ปล่อยสักทีสิวะ จะเอายังไงก็พูดมา หงุดหงิดแล้วนะเว้ย!”
“ยานแม่อยู่ไหน ติดต่อยานแม่ไม่ได้เลย”
“โอย กูจะบ้า...” ผมกุมขมับแล้วเอนหัวพิงกับที่นั่งคนขับ ผมว่ามันไม่ได้เป็นชู้กับคนแถวนี้หรอกครับ บางทีอาจจะเป็นคนบ้าที่หลุดออกมาจาก รพ.บ้า ก็ได้
“ยานแม่”
“ยานพ่องดิ” ผมมองคนตรงหน้าที่กำลังมองไปรอบๆ ข้าง ผมไปทิ้งแม่งไว้ที่ริมทะเลดีไหมเผื่อมันจะหายานแม่เจอ
“ต้องติดต่อยานแม่”
“เออ ติดต่อไปเหอะ ขอให้ติดไวๆ แล้วไสหัวออกไปจากรถกูสักที” ผมทำมือปัดๆ ทั้งที่มือข้างหนึ่งยังคงถูกกุมเอาไว้ กวนตีนแบบนี้ไม่ต้องสุภาพกับแม่งแล้วครับ
“....................”
ผมเบิกตากว้างเมื่อจู่ๆ ก็มีแสงสว่างออกมาจากตัวเขา ร่างกายเปลือยเปล่าตรงหน้าผมมันโปร่งใสจนมองเห็นอะไรที่อยู่ในนั้นเต็มไปหมดแต่มันไม่ใช่ตับ ไต ไส้พุง ของมนุษย์!
“อ...อะไรวะเนี่ย...” ผมเริ่มมือสั่นเมื่อสิ่งที่ผมกำลังเจออยู่ในตอนนี้มันพบได้แค่ในหนังกับละครเท่านั้น แสงสว่างจากร่างเขาค่อยๆ จางหายไปก่อนจะกลับสู่สภาพปกติ ใบหน้าที่เคยนิ่งเฉยมาตลอดกำลังกระตุกยิ้มมุมปาก
“ติดต่อได้แล้ว”
“.............................................”
“ได้เจอกันสักทีนะ...มนุษย์โลก”
จะว่าผีสางอวตานอะไรก็ไม่ใช่...
จะว่าผมง่วงจนมโนเรื่องนี้ขึ้นมาเองก็คงไม่ถูก...
ผู้ชายที่อยู่ตรงหน้าผมในตอนนี้...
เขา...คือ...
“เราคือสิ่งที่มนุษย์เรียกว่า ‘มนุษย์ต่างดาว’ ไงล่ะ”
TALK
นักวิชาการท่านหนึ่งเคยกล่าวไว้ว่า
‘พล๊อตชั่ววูบมักจะมาพร้อมกับการหายไปอย่างไร้ร่องรอยของไรเตอร์เสมอ’
/บาย
ความคิดเห็น