โรงเรียนแห่งการเรียนรู้และการต่อสู้พอนทัส

ตอนที่ 8 : เรียนวันแรก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,607
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 27 ครั้ง
    8 มี.ค. 50



เมื่อถึงยามเช้ามิคาเอลก็อาบน้ำแต่งตัวแล้วสวมเครื่องแบบนักเรียนของพอนทัส พลางหยิบตารางเรียนขึ้นมาดู แล้วจึงค่อยหยิบหนังสือเรียนเวทย์มนต์พื้นฐานที่จะต้องเรียนในวันนี้ไปด้วย


มิคาเอล ไปเรียนกันเถอะ” ราฟาเอลเดินมาทักทันทีที่เห็นมิคาเอลเดินออกมานอกบ้านพักพร้อมกับนิกส์

“อืม” มิคาเอลตอบเรียบๆพลางเดินเข้าไปรวมกลุ่มกับเพื่อนคนอื่นๆ

“วันนี้เรียนเวทย์มนต์ ไม่รู้ว่าจะยากรึเปล่านะ ฉันไม่เคยเรียนเวทย์มนต์มาก่อนซะด้วย และถ้าเกิดว่าชั้นใช้เวทย์มนต์ไม่ได้ล่ะ เขาจะไล่ฉันออกไหมเนี่ย” กีอาเอ่ยตอบพลางแสดงสีหน้ากลัดกลุ้มออกมาให้เพื่อนๆเห็น

“อย่าห่วงไปเลย เขาตรวจดูแล้วว่าพวกเรามีเวทย์มนต์ ไม่งั้นพวกเราก็คงสอบไม่ผ่านหรอก อย่าคิดมากเลยน่า” ฟีเรียสเอ่ยให้กำลังใจ ส่วนคนอื่นก็ทำหน้าฉงนออกมาทันที

“เขาตรวจยังไงกันล่ะ ฉันจำไม่เห็นได้เลย” ซีรอนเอ่ยถามเสียงสูง

“ก็ที่เขาให้จับลูกแก้วไง ลูกแก้วลูกนั้นจะเป็นตัววัดพลังเวทย์ในตัวของผู้เข้าสอบ” ฟีเรียสอธิบายอย่างผู้รู้

“นายรู้ได้ยังไงกัน” ราเฟย์ย่าเดินมายืนข้างๆฟีเรียสก่อนถาม

“ความลับ” ฟีเรียสตอบแบบอมภูมิ ส่วนคนฟังก็หน้างอง้ำทันที

“อะไรกัน แค่นี้ก็บอกไม่ได้ งกจริงๆ” ราเฟย์ย่าบ่นพลางเชิดหน้าไปอีกทาง แสดงให้รู้ว่าตอนนี้เธองอนแล้วนะ

“เอาน่า อย่าเถียงกันเลย พวกเรารีบๆไปกันเถอะ เดี๋ยวก็ไปสายหรอก” ซีรอนเอ่ยจบก็เดินนำออกไปทันที

“ช่วงเช้าคนเยอะจัง” ราเฟย์ย่าบ่นพลางกวาดสายตามองไปรอบๆโรงอาหาร ที่ตอนนี้คนนั่งจับจองที่นั่งกันจนเนืองแน่นไปหมด

“รีบไปซื้ออาหารมาดีกว่า เดี๋ยวจะขึ้นเรียนไม่ทันนะ” ราฟาเอลเอ่ยจบก็เดินแยกออกไปกับมิคาเอลทันที เมื่อคนอื่นๆเห็นดังนั้นก็แยกย้ายกันไปซื้ออาหารของตนเองบ้าง จนทั้งหมดซื้ออาหารเสร็จก็เดินมารวมกันทันที

“ไปนั่งโต๊ะนั้นกันเถอะ” ราเฟย์ย่าเอ่ยพลางชี้มือไปยังโต๊ะอาหารที่ตั้งอยู่ไม่ไกลจากจุดที่พวกเขายืนอยู่ตอนนี้มากนัก ทั้งกลุ่มเดินตรงไปยังโต๊ะนั้นทันที พอมาถึงก็เห็นว่ามีคนนั่งอยู่ที่โต๊ะนั้นอยู่แล้วสองคน

“ขอโทษค่ะ ที่ตรงนี้มีคนนั่งไหมคะ” ราเฟย์ย่าเอ่ยถามอย่างสุภาพ หญิงสาวที่นั่งก้มหน้าก้มตาทานอยู่นั้นเงยหน้าขึ้นมองผู้มาเยือนอย่างสงสัย ก่อนจะส่งยิ้มอย่างเป็นมิตรให้

“เชิญเลยค่ะ” หญิงสาวผมสีทองนัยน์ตาสีเขียวมรกต ใบหน้าสวยสดงดงามราวนางฟ้าเอ่ยชวนเสียงหวานพลางส่งยิ้มน้อยๆให้ผู้มาเยือน ส่วนหญิงสาวอีกคนก็งามไม่แพ้กันนั้นยังคงก้มหน้าก้มตากินอาหารอย่างปกติ ไม่สนใจผู้มาใหม่สักนิด ราเฟย์ย่านั่งลงข้างๆหญิงสาวที่เอ่ยชวน เพื่อนคนอื่นๆจึงนั่งตาม

“เธอชื่ออะไรหรอ ฉันชื่อราเฟย์ย่า ซาเฟอร์นิอัส” ราเฟย์ย่าชวนคุยหลังจากที่ตนทานอาหารเสร็จแล้ว

“รีอา ไกจีส จ๊ะ” หญิงสาวนามรีอาเอ่ยแนะนำตัวเองก่อนจะส่งรอยยิ้มสดใสไปให้เพื่อนใหม่

“ส่วนคนนั้นเป็นเพื่อนของฉันชื่อ ฟีบี เบรียรูส จ๊ะ” รีอาเอ่ยแนะนำเพื่อนสาวอีกคนให้คนอื่นๆรู้จัก ส่วนราเฟย์ย่าก็แนะนำเพื่อนคนอื่นๆให้เพื่อนใหม่ทั้งสองคนรู้จัก

หลังทานอาหารเสร็จทั้งแปดคนก็เดินตรงไปยังห้องเรียนวิชาแรกของตนทันที เพราะใกล้ถึงเวลาเข้าเรียนแล้ว


แค่เพียงพวกเขาทั้งแปดคนก้าวเท้าเข้ามาในโดมก็มีเสียงพูดคุยกระซิบกระซาบดังขึ้นทันที และตอนนี้สายตาของนักเรียนทุกคนก็จับจ้องมาที่กลุ่มของพวกเขาอย่างหลากหลายอารมณ์

พวกผู้หญิงมองมิคาเอลกับราฟาเอลกันตาหวานเยิ้ม แล้วก็ส่งสายตาอิจฉาไปให้สามสาวที่อยู่ในกลุ่มของพวกเขา ส่วนพวกผู้ชายก็มองสามสาวอย่างหลงใหลในความงามของพวกเธอ


“เอาล่ะนักเรียนทุกคน ยินดีที่ได้รู้จักนะ อาจารย์ชื่อ คริส มาสแตงค์ สอนวิชาเวทย์มนต์พื้นฐานนะ” ชายวัยกลางคนเอ่ยแนะนำตัวทันทีที่เข้ามาภายในห้องเรียนขนาดใหญ่ที่เรียกว่าโดม

ใครที่คิดจะใช้อัญมณีเป็นสื่อในการร่ายเวทย์ให้ลงมาด้านล่างเลย” อาจารย์คริสเอ่ยเสียงดังพลางกวาดสายตามองไปยังที่นั่งด้านบน ซึ่งตอนนี้ได้ถูกจับจองโดยเด็กนักเรียนปีหนึ่งทั้งสี่สิบสามคน


เมื่อนักเรียนทุกคนได้ฟังก็หันมามองหน้ากันเล็กน้อยก่อนที่จะค่อยๆลุกออกมาทีละคนสองคน โดยมีมิคาเอลกับราฟาเอลและก็รีอาเดินลงมาข้างล่างยังจุดที่อาจารย์คอยอยู่


“ทั้งหมดมีแค่นี้ใช่ไหม” อาจารย์คริสหันมาถามนักเรียนที่ยังคงนั่งอยู่ด้านบน เมื่อเห็นว่าไม่มีใครลุกออกมาอีกแล้วจึงหันมามองยังกลุ่มเด็กที่เดินลงมา สายตากวาดมองพลางนับจำนวนคนอย่างรวดเร็ว

“ทั้งหมดมีสิบเอ็ดคน หยิบอัญมณีของแต่ละคนออกมา” อาจารย์คริสสั่งจบก็หันไปยังเด็กที่เหลือ

“ส่วนพวกเธอคอยเดี๋ยวนะ” พอพูดจบก็หันมามองเด็กนักเรียนที่เริ่มหยิบอัญมณีออกมาถือไว้ สีหน้าแต่ละคนนั้นก็แสดงออกแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด มีทั้งมั่นใจ ตื่นเต้น กังวล และสงบนิ่ง

“อัญมณีพวกนี้จะช่วยทำหน้าที่เป็นสื่อกลางในการใช้เวทย์มนต์ ถ้าจะให้เข้าใจแบบง่ายๆก็เหมือนคฑานั่นแหล่ะ แต่แค่รูปร่างต่างกันและไม่ต้องร่ายเวทย์ก็สามารถใช้เวทย์ได้”

“การที่พวกเราจะใช้อัญมณีพวกนี้ต้องใช้จินตนาการ ความตั้งใจ และก็สมาธิเป็นอย่างมาก หากใครขาดสิ่งใดสิ่งหนึ่งไปก็ไม่สามารถที่จะใช้อัญมณีในการร่ายเวทย์ได้”

“เอาล่ะ งั้นพวกเรามาเริ่มเรียนกันเลยละกัน ทุกคนยื่นมือข้างที่ถืออัญมณีไว้ด้านหน้าตัวเองอย่างนี้นะ” อาจารย์คริสเอ่ยอธิบายพลางทำท่าทางประกอบ เมื่อนักเรียนทุกคนเห็นดังนั้นก็ทำตามทันที

“หลับตาลงแล้วตั้งสมาธิให้ดี ให้ทุกคนคิดว่าอัญมณีที่อยู่ตรงหน้านั้นสามารถลอยได้ ไม่ต้องรีบนะ ค่อยๆตั้งสมาธิให้ดี อย่าให้จิตใจวอกแวก เอาล่ะ หลังจากนั้นก็ค่อยๆลืมตาช้าๆนะ” อาจารย์คริสอธิบายพลางมองกวาดสายตามองนักเรียนทุกคน ที่ขณะที่เริ่มทำได้บ้างไม่ได้บ้าง


นักเรียนทุกคนค่อยๆลืมตาขึ้นช้าๆ ภาพตรงหน้าที่ปรากฎสามารถสร้างรอยยิ้มให้แต่ละคนได้ไม่มากก็น้อย จะมีแค่คนเดียวเท่านั้นที่ยังทำไม่ได้ ซึ่งก็คือรีอานั่นเอง หน้าสวยหวานงอง้ำอย่างขัดใจ คิ้วขมวดติดกันอย่างเห็นได้ชัด


“อาจารย์คะ ทำไมหนูยังทำไม่ได้เลยล่ะคะ” รีอายกมือถามเสียงเครียด เมื่ออาจารย์คริสได้ยินก็เดินมาดูใกล้ๆ

“ไหนลองทำใหม่ซิ” รีอาหลับตาแล้วตั้งสมาธิอีกครั้งก่อนจะค่อยๆลืมตา

“เธออย่ามัวแต่คิดเรื่องอื่นสิ ปล่อยจิตให้ว่าง นึกแต่ภาพทับทิมของเธอเข้าไว้ ลองอีกครั้งซิ” อาจารย์คริสกอดอกมองรีอาอย่างตั้งใจ

“นั่นแหล่ะ อย่างนั้น” อาจารย์คริสเอ่ยขึ้นเมื่อทับทิมของรีอาเริ่มลอยขึ้น รีอาลืมตาช้าๆพลางมองทับทิมของตนที่ตอนนี้ลอยอยู่ตรงหน้าตนนิ่งๆด้วยสีหน้าดีใจสุดๆ รอยยิ้มดีใจถูกส่งออกมาอย่างต่อเนื่อง

“เอาล่ะ งั้นเรามาเรียนกันต่อดีกว่านะ” อาจารย์คริสเอ่ยพลางเดินมายืนอยู่ข้างหน้ากลุ่มนักเรียน

“อัญมณีนั้นไม่ต้องร่ายเวทย์อะไรมากมายเหมือนคฑา แต่เพียงแค่เราใช้จิตอธิฐาน มีสมาธิให้มาก เราใช้จินตนาการว่าเราต้องการสิ่งใด แต่วิธีนี้จะยากกว่าการใช้คฑา ดูนะ” อาจารย์คริสเอ่ยจบก็เริ่มหลับตาลงอีกครั้ง แต่คราวนี้บรรยากาศรอบๆตัวพวกเขานั้นเริ่มเปลี่ยนแปลงไปอย่างเห็นได้ชัด สายลมบางเบาค่อยๆแผ่ขยายจนเป็นวงกว้างและรุนแรงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด พออาจารย์คริสลืมตาขึ้นลมพวกนั้นก็ยังคงอยู่

“เมื่อกี้นี้อาจารย์อธิฐานให้ลมพัดแรงขึ้นดังที่นักเรียนทุกคนเห็นอยู่ตอนนี้ ทุกคนลองแยกย้ายกันไปลองฝึกดูนะ ให้อยู่ภายในโดมนี้เท่านั้น ห้ามออกไปข้างนอกโดยที่ไม่ได้รับอนุญาตเด็ดขาด” อาจารย์คริสสั่งก่อนที่จะเดินไปทางกลุ่มพวกที่ใช้คฑา

“พวกเราไปลองฝึกแถวนั้นดีกว่านะ” รีอาเอ่ยพลางฉุดมิคาเอลกับราฟาเอลให้เดินไปด้วยกัน ทั้งสามคนมาหยุดยืนอยู่แถวๆที่นั่งด้านในของโดม ซึ่งปลูกพวกต้นไม้อยู่รอบๆ เป็นมุมที่ไม่ค่อยเด่นเท่าไหร่

“เอาล่ะนะ” รีอาเอ่ยพลางหลับตาลงต้งสมาธิ พอเวลาผ่านไปสักพักก็ค่อยๆลืมตาขึ้น

“อะไรอ่ะ ทำไมทำไม่ได้เนี่ย” รีอาเอ่ยอย่างหัวเสีย ใบหน้าสวยหวานงอง้ำอย่างขัดใจ

“ใจเย็นๆสิ เธอก็อย่าใจร้อน มีสมาธิหน่อย” ราฟาเอลเอ่ยแนะนำจนรีอาต้องหันไปค้อน

“พวกนายก็ทำไม่ได้เหมือนกันล่ะน่า อย่ามาทำเป็นเก่งไปหน่อยเลย” รีอาแหวทั้งสองหนุ่มอย่างหงุดหงิด

“ความอดทนต่ำ” มิคาเอลเอ่ยเสียงเรียบ กอดอกยืนมองรีอานิ่ง

ที่เขาพูดก็แค่อยากจะแหย่หญิงสาวตรงหน้าเล่นเท่านั้นเอง

นายว่าใคร” รีอาเอ่ยเสียงสูงพลางเดินมายืนเท้าสะเอวอยู่ข้างหน้ามิคาเอลอย่างหงุดหงิด ใบหน้าหวานติดสวยงอง้ำอย่างขัดใจ

“เปล่า” มิคาเอลเอ่ยตอบอย่างไม่รู้สึกอะไร สายตาก็มองการกระทำของหญิงสาวตรงหน้าเขาอย่างขำๆ

“นาย นาย โอ้ย ให้ตายสิ ฉันจะบ้าตาย” รีอาเอ่ยพลางโกรธจนหน้าดำหน้าแดง ราฟาเอลเมื่อเห็นท่าไม่ดีจึงรีบเอ่ยขัดขึ้นมา

“ใจเย็นๆน่า ลองทำดูใหม่เถอะ เดี๋ยวพวกฉันก็จะลองทำด้วยนะ” ราฟาเอลเอ่ยเสียงอ่อน รีอามองหน้าราฟาเอลสักครู่ก็ถอนหายใจออกมาเบาๆ

“เห็นแก่นายนะเนี่ย เอาเถอะ” รีอาเอ่ยจบก็เดินกลับไปยืนที่เดิม

“งั้นลองทำดูเลยละกัน” ราฟาเอลเอ่ยพลางหันไปมองหน้ามิคาเอลเป็นสัญญาณเริ่ม ทั้งสามคนหลับตาลง ฉับพลันต้นไม้บริเวณรอบๆก็เริ่มออกดอกออกผลกันทันทีตามความนึกคิดของราฟาเอล สายลมที่อยู่รอบๆก็ปรากฏอยู่บนมือของมิคาเอลเป็นก้อนวลกลม ส่วนรีอาก็ลืมตาขึ้นมาอย่างหงุดหงิดเมื่อคนอื่นทำได้แล้วส่วนตนยังทำไม่ได้

“อะไรกันเนี่ย ทำไมมันยากยังงี้นะ” รีอาเอ่ยพลางทรุดตัวนั่งบนเก้าอี้อย่างเซ็งๆ มิคาเอลกับราฟาเอลทำให้พลังต่างๆหายไปแล้วจึงลืมตามองเพื่อนสาวของตน

“เอาน่า เดี๋ยวพวกเราช่วยสอนให้เธอเองน่า” ราฟาเอลเอ่ยให้กำลังใจ

“อืม งั้นเดี๋ยวฉันลองดูใหม่ละกัน” รีอาเอ่ยจบก็ลงอธิฐานใหม่ เมื่อไม่มีอะไรเกิดขึ้นเริ่มทำให้กำลังใจหดหายลงไปทุกทีๆ พอหมดเวลาเรียนรีอาก็ยังคงทำไม่ได้เช่นเดิม ใบหน้าหวานเลยเคร่งเครียดผิดปกติเมื่อเวลาไปรวมกลุ่มกับเพื่อนคนอื่นๆ

“เป็นอะไรไปรีอา มีปัญหาอะไรรึป่าว” ฟีบีเดินเข้ามาถามเพื่อนสนิทของตนทันทีที่เจอหน้า

“เปล่าหรอก ไม่มีอะไร” รีอาเอ่ยตอบพลางส่งยิ้มออกมาให้เพื่อนๆหายห่วง แต่สิ่งที่ทำนั้นกลับตรงกันข้ามกับความรู้สึกจริงๆของตนเอง

“งั้นขอตัวกลับบ้านพักก่อนนะ” รีอาเอ่ยขอตัวพลางทำท่าจะเดินออกไปจากกลุ่มแต่ก็ถูกมิคาเอลดึงมือไว้

“ฉันไปด้วย” มิคาเอลพูดจบก็ออกเดินพลางดึงให้รีอาเดินตามไปด้วย เพื่อนๆทุกคนมองการกระทำของทั้งสองอย่างงงๆ ราฟาเอลก็เริ่มยิ้มบางๆที่มุมปากกับการกระทำของเพื่อนตนคราวนี้ ส่วนราเฟย์ย่าก็มองตามทั้งสองคนไปอย่างรู้สึกแปลกๆ


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 27 ครั้ง

666 ความคิดเห็น

  1. #633 นักอ่าน...lnwcool (@lnwcool) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2555 / 00:55
    อ่า...นางเอก?..ปัญหาหัวใจชัดๆ=_=
    #633
    0