โรงเรียนแห่งการเรียนรู้และการต่อสู้พอนทัส

ตอนที่ 6 : การเดินตลาด

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,966
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 29 ครั้ง
    25 เม.ย. 62





ถึงแม้ว่าเวลานี้จะเริ่มล่วงเลยไปถึงสิบโมงแล้วก็ตามแต่แสงแดดก็ยังคงไม่สามารถสร้างความร้อนให้กับบรรยากาศโดยรอบมากนัก แสงแดดอ่อนๆสาดส่องลงมาจากเบื้องบนทำให้ผู้คนรู้สึกสดชื่นและกระปี้กระเป่า ลมโชยพัดมาอ่อนๆทำให้ได้บรรยากาศดียิ่งขึ้น ซึ่งเวลานี้ช่างเหมาะกับการเดินเที่ยวอย่างมาก


มิคาเอลล่ะ” ราเฟย์ย่าถามถึงเพื่อนชายที่ทำให้ตนเองนอนฝันดีเมื่อคืน

“ไม่รู้สิ” กีอาและเพื่อนชายอีกสองคนตอบพลางมองไปรอบๆก่อนจะมาหยุดสายตาอยู่ที่ราฟาเอล

“ราฟาเอล มิคาเอลล่ะ” กีอาเอ่ยถามเมื่อราฟาเอลเดินมารวมกลุ่ม

“ยังไม่มาอีกหรอ นี่ได้เวลานัดแล้วนี่นา” ราฟาเอลเอ่ยพลางยกนาฬิกาข้อมือเรือนสวยขึ้นมาดู

“แล้วยังขาดใครอีกรึป่าว” ราฟาเอลเอ่ยถามเพื่อนสาวที่ยืนข้างๆตนเอง

“ขาดแค่มิคาเอลคนเดียว” ราเฟย์ย่าเอ่ยตอบ

“งั้นไปหาที่บ้านพักเถอะ” ราฟาเอลเอ่ยพลางเดินนำไปเป็นคนแรกเลย แล้วอีกสี่คนถึงค่อยเดินตาม พอราฟาเอลมาถึงก็เคาะประตูบ้านทันที


ก๊อก ก๊อก ก๊อก 


ทั้งห้าคนยืนคอยสักพักจึงได้ยินเสียงดังกุกกักๆมาจากข้างใน สักพักประตูก็ถูกเปิดออกมา


“มาทำไมกันแต่เช้าเลย” มิคาเอลเอ่ยพลางมองหน้าเพื่อนงงๆ ทั้งห้าคนมองมิคาเอลอึ้งๆ เพราะตอนนี้มิคาเอลมาดเงียบขรึมหายไปเหลือแต่มิคาเอลมาดขี้หงุดหงิด อีกทั้งตอนนี้มิคาเอลยังคงใส่ชุดนอนอยู่แล้วผมติดจะยุ่งนิดๆ ดูก็รู้ว่าเพิ่งตื่นนอนแน่ๆ

“นายยังไม่แต่งตัวอีกหรอ พวกเรานัดกันว่าจะออกไปซื้อของที่ตลาดด้วยกันตอน10โมงนะ” ทันทีที่กีอาพูดจบมิคาเอลก็ขมวดคิ้วทันที

“ไปทำไม ไม่อยากไป ให้ราฟาเอลไปแทนสิ” มิคาเอลพูดจบก็ทำท่าจะปิดประตูทันที แต่ถูกราเฟย์ย่าดันประตูไว้ทัน

“แต่มันเป็นของๆนายนะ” ราเฟย์ย่าแหวใส่มิคาเอลทันที

“อะไรกันนักกันหนา ตามใจ เข้ามาข้างในก่อนสิ” มิคาเอลถอนหายใจอย่างหงุดหงิดพลางเบี่ยงตัวหลบเพื่อให้เพื่อนๆเข้ามาข้างในบ้านพักของตน พอทั้งห้าคนเดินเข้ามาข้างในบ้านพักของมิคาเอลก็ต้องตาค้างทันที เพราะความแตกต่างของบ้านที่พวกเขาอยู่กับบ้านของมิคาเอลนั้นช่างแตกต่างกันมากมายนัก

“ทำไมบ้านของนายน่าอยู่ขนาดนี้เนี่ย ใหญ่และกว้างกว่าบ้านของชั้นตั้งเท่านึงแหน่ะ” ซีรอนเอ่ยพลางเดินดูรอบๆบ้าน

“พวกเครื่องเรือนก็มีแต่ของดีๆทั้งนั้น น่าอิจฉาจริงๆ” ซีรอนเอ่ยพลางจ้องไปที่โฮมเทียร์เตอร์อย่างหรูตรงห้องรับแขก

“หรอ” มิคาเอลตอบรับเรียบๆก่อนจะเดินเข้าห้องนอนของตนเอง โดยปล่อยให้เพื่อนๆนั่งรออยู่ข้างนอก

“ทำไมมิคาเอลเปลี่ยนไปขนาดนี้เนี่ย เมื่อวานยังเงียบๆอยู่แล้วไหงวันนี้ถึงดูขี้หงุดหงิดขนาดนี้” กีอาเอ่ยถามราฟาเอลงงๆ

“ไม่มีอะไรหรอก มิคาเอลแค่นอนไม่พอเท่านั้นเอง” ราฟาเอลบอกแบบรู้นิสัยผู้ที่เป็นทั้งเพื่อนและเจ้านายดี

“งั้นหรอ มิน่า นิสัยถึงไม่เหมือนเมื่อวานเลย” ฟีเรียสเอ่ยสนับสนุน

“อืม เห็นด้วย” ซีรอนเอ่ยสนับสนุน

“แต่พวกนายอย่าให้มิคาเอลโกรธละกัน ไม่งั้นจะหนาว” ราฟาเอลเอ่ยขึ้นเมื่อนึกถึงนิสัยเพื่อนของตนยามโกรธ

“ขนาดนั้นเชียวหรอ” ซีรอนเอ่ยถามอย่างไม่ค่อยอยากจะเชื่อ

“นายลองดูเดี๋ยวก็รู้เองล่ะ” ราฟาเอลเอ่ยจบซีรอนก็ยิ้มแหยๆออกมาก่อนที่จะส่ายหน้ารัวทันที

“เสร็จแล้ว” มิคาเอลเดินออกมาจากห้องนอนด้วยเสื้อลำลองแบบสบายๆ แต่สิ่งที่เพื่อนๆเห็นนั้น ราวกับว่ามิคาเอลหล่อราวกับเทพบุตรก็ไม่ปาน พวกเพื่อนๆได้แต่คิดเป็นเสียงเดียวกันว่า


ขนาดแต่งตัวแบบธรรมดาๆยังขนาดนี้ แล้วถ้าเกิดไปแต่งชุดแบบเท่ๆพวกสาวๆไม่ใจละลายไปหมดหรอเนี่ย


พวกนายมองอะไร” มิคาเอลถามเมื่อไม่เห็นเพื่อนพูดอะไรออกมา มัวแต่นั่งมองเขาตาไม่กระพริบ

“นายหล่อมากเลย” กีอาเอ่ยชมมิคาเอลตรงๆ

“อืม” มิคาเอลไม่กล่าวอะไรนอกจากตอบรับคำสั้นๆ

“ไปกันเถอะ เดี๋ยวจะเย็นซะก่อน” ราฟาเอลเอ่ยขึ้นพลางลุกขึ้นยืนทันทีทำให้เพื่อนคนอื่นค่อยๆลุกตามทันที ราเฟย์ย่ามองมิคาเอลตาไม่กระพริบตลอดระยะเวลาที่เดินทางมายังตลาด แล้วดูเหมือนคนถูกมองจะเริ่มรู้สึกตัวแล้วจึงต้องหันมาถาม

“เธอมองฉันทำไมกัน” มิคาเอลถามพลางมองจ้องเข้าไปในดวงตาของราเฟย์ย่าอย่างต้องการคำตอบ

“อะ..เอ่อ..คือ…ป่าวจ๊ะ..ไม่มีอะไรหรอก” ราเฟย์ย่าเอ่ยจบหน้าขึ้นสีแดงระเรื่อดูน่ารักน่าเอ็นดู

“หรอ” มิคาเอลไม่ติดใจอะไรมากนักยังคงเดินต่อไปอย่างไม่สนใจเพื่อนสาวสักเท่าไหร่

“ของที่ต้องซื้อมีอะไรบ้างนะ” ซีรอนเอ่ยถามเมื่อทั้งหกคนเดินเข้ามาในตลาดเมืองพอนทัสแล้ว

“คอยเดี๋ยวนะ” ราเฟย์ย่าเอ่ยพลางก้มลงหยิบใบรายการของที่ต้องซื้อออกมาเปิดดู


“ก็มีเครื่องแบบนักเรียนคนละ 4 ชุด

สัตว์เลี้ยงคู่หูคนละหนึ่งตัว

ดาบกับคฑา หรือจะใช้อัญมณีแทนคฑาก็ได้คนละหนึ่งอัน

ชุดเครื่องเขียน 1 ชุด

หนังสือเรียนทั้งหมด5วิชา

หนังสือเวทมนต์เบื้องต้น โดย ศาสตราจารย์ มัฟฟี่ ซาตีน่า

หนังสือสมุนไพร โดย ศาสตราจารย์ โคลิน คาเคตี้

หนังสือประวัติศาสตร์สมัยก่อน โดย ศาสตราจารย์ มิค เพกี

หนังสือภาษาน่ารู้ทั่วไป โดย ศาสตราจารย์ ฟิโนร่า จัสก้า

หนังสือฝึกดาบเบื้องต้น โดย ศาสตราจารย์ ครัส ฟาน

ทั้งหมดก็มีแค่นี้แหล่ะ” ราเฟย์ย่าเอ่ยจบก็หันมามองหน้าเพื่อนคนอื่นๆ


“งั้นไปซื้อเครื่องแบบก่อนละกัน” ราฟาเอลเอ่ยพลางชี้ไปยังร้านขายเครื่องแบบนักเรียนที่ตั้งอยู่ด้านหน้ากับที่ที่พวกเขายืนอยู่ขณะนี้ แล้วจึงเดินนำไปโดยที่เพื่อนคนอื่นๆก็เดินตามหลังไปติดๆ

“ต้องการตัดชุดนักเรียนของที่ไหนครับ” เจ้าของร้านเอ่ยถามเมื่อเห็นพวกเขาเดินเข้ามาภายในร้าน

“โรงเรียนพอนทัสครับ” ราฟาเอลบอก

“เชิญวัดตัวก่อนนะครับ แล้วต้องการคนละกี่ชุดล่ะครับ” เจ้าของร้านเอ่ยถามพลางกวักมือเรียกให้พนักงานมาวัดตัว

“4ชุดค่ะ” ราเฟย์ย่าเอ่ยตอบพลางยืนนิ่งๆให้พนักงานวัดตัว พลันสายตาเหลือบไปเห็นพนักงานสาวที่กำลังวัดตัวของมิคาเอลพอดี หญิงสาวคนนั้นหน้าแดงก่ำ มือที่วัดตัวของมิคาเอลนั้นสั่นอย่างเห็นได้ชัด ราเฟย์ย่ามองอย่างหงุดหงิดแต่ก็ไม่สามารถทำอะไรได้จึงได้แต่ยืนมองเงียบๆด้วยความไม่พอใจ

“อะ..เอ่อ…สะ…เสร็จ..แล้วค่ะ” พนักงานสาวที่วัดตัวมิคาเอลเอ่ยบอกพลางก้มหน้าหลบสายตาของมิคาเอลที่มองมาอย่างขัดเขินแล้วจึงรีบเดินไปรวมกลุ่มกับพนักงานคนอื่นๆทันที

“นายทำสาวใจเต้นจนแทบจะละลายไปหมดแล้วนะ” ซีรอนเดินมากอดคอมิคาเอลเมื่อเห็นท่าทางของพนักงานสาวคนนั้นแล้วเอ่ยอย่างล้อๆเพื่อนข้างตัวทันที แต่ว่าเพื่อนข้างตัวยังคงเงียบอยู่เหมือนเดิม

“นายก็พูดเกินไป” ราฟาเอลเดินมายืนข้างๆมิคาเอลทันทีที่วัดตัวเสร็จ

“นายเองก็ใช่ย่อยนี่ สาวคนเมื่อกี้มองนายตาไม่กระพริบเลยนะ” กีอาเอ่ยพร้อมกับเดินมาสมทบ

“ใช่ๆ พวกนายนี่ดูดีกันจริงๆเลยนะ” ฟีเรียสเอ่ยเห็นด้วยพลางเดินมายืนข้างๆกีอา ส่วนหญิงสาวเพียงคนเดียวก็ยืนฟังเงียบๆ ไม่เอ่ยอะไรออกมา

“พวกนายก็พูดเกินไป” ราฟาเอลเอ่ยปัดๆแบบไม่ใส่ใจก่อนจะเดินไปจ่ายตังค์ค่าชุดของตนเองและเจ้านายก่อนจะหันมาบอกเพื่อนคนอื่นๆ

“ไปกันเถอะ..” ราฟาเอลเอ่ยเรียกมิคาเอล เมื่อมิคาเอลเดินมาถึงก็ยื่นถุงใส่เครื่องแบบนักเรียนให้แล้วจึงเดินออกไปนอกร้านพร้อมกัน ปล่อยให้เพื่อนคนอื่นแยกย้ายกันไปจ่ายของตนเอง

“ไปหาอะไรทานกันก่อนดีไหม” กีอาเอ่ยถามเมื่อรู้สึกว่าท้องของตนเริ่มร้อง

“ก็ดี ช่วงเช้าพวกเรายังไม่ได้ทานอะไรกันเลยนี่นา”

“ไปทานที่ร้านนั้นกันเถอะ” ราเฟย์ย่าเอ่ยพลางชี้ไปยังร้านอาหารที่ตั้งอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากจุดที่พวกเธอยืนอยู่ในขณะนี้

“ยินดีต้อนรับค่ะ ทั้งหมดมากี่ท่านคะ” พนักงานสาวเอ่ยทักพวกมิคาเอลทันทีที่เดินเข้ามา

“6จ๊ะ” พนักงานสาวมองสำรวจลูกค้าที่เข้ามาใหม่จนกระทั่งสายตามาหยุดที่มิคาเอลกับราฟาเอล

“เอ่อ…คุณคะ” ราเฟย์ย่าเอ่ยเรียกเมื่อเห็นพนักงานยังคงยืนอยู่ที่เดิม

“ขอโทษค่ะ เชิญทางนี้เลยค่ะ” พนักงานสาวหน้าแดงระเรื่อก่อนที่จะเดินนำไปยังโต๊ะสำหรับ6คน

“นายเสน่ห์แรงอีกแล้วนะ” ซีรอนเอ่ยกระเซ้าเมื่อเห็นท่าทางเขินอายของพนักงานสาว

“คนหน้าตาดีก็อย่างนี้ล่ะ ดีจัง” กีอาเอ่ยพลางถอนหายใจออกมา

“พวกนายสั่งอาหารสิ” ราเฟย์ย่าเอ่ยขัดขึ้นเมื่อเห็นเพื่อนคนอื่นๆยังไม่เริ่มสั่งอาหารสักที

“คร้าบบบ” ซีรอนตอบยานครางพลางหยิบเมนูขึ้นมาสั่งอาหาร พอทุกคนสั่งเสร็จก็นั่งมองบรรยากาศรอบๆอย่างสงบ พออาหารมาเสริฟ์ก็ก้มหน้าก้มตากินทันที พอทานเสร็จทุกคนก็เรียกพนักงานมาเก็บเงินแล้วจึงค่อยออกไปเลือกซื้อของต่อให้เสร็จ

 


ไปดูดาบกันต่อเถอะ” ซีรอนเอ่ยแล้วเดินนำเข้าไปในร้านทันที ทั้งหกคนเดินดูดาบกันสักพักจึงค่อยเลือกดาบได้ แต่มิคาเอลกับราฟาเอลไม่ซื้อเพราะว่าพวกเขามีดาบอยู่ก่อนแล้ว

“ต่อไปก็ซื้อคฑาไม่งั้นก็อัญมณี” ราเฟย์ย่าเอ่ยพลางกวาดสายตาหาร้านขายของดังกล่าว

“นั่นไง ไปกันเถอะ” ฟีเรียสเอ่ยพลางเดินนำไปทันที พอทั้งหกคนเดินเข้ามาภายในร้านแสงสว่างก็สาดส่องออกมาจากคฑาและอัญมณีต่างๆทั่วทั้งร้าน ทำให้สายตาของคนในร้านมองมายังผู้ที่เข้ามาเยือนใหม่

“พวกเราไปซื้ออัญมณีนะ” ราฟาเอลเอ่ยพลางเดินแยกออกไปทางด้านอัญมณีกับมิคาเอล ส่วนอีกสี่คนก็เดินไปดูคฑา

“ท่าทางจะสนุกนะ ใช้อัญมณีแทนคฑา น่าสนใจๆ” ราฟาเอลเอ่ยพลางเดินดูอัญมณีอย่างสนใจ

“นั่นสิ ไม่เสียเที่ยวที่มา” มิคาเอลเอ่ยเห็นด้วยพลางกวาดตามองไปยังตู้เก็บอัญมณีต่างๆจนสายตาไปสะดุดกับเพชรเม็ดงามที่ตั้งอยู่ตรงกลางระหว่างทางที่พวกเขาทั้งสองคนเดิน มิคาเอลเดินเข้าไปดูใกล้ๆทันที สายตามองสำรวจเพชรเม็ดนี้อย่างถูกใจ

“นายว่าเพชรเม็ดนี้เป็นไง” มิคาเอลเอ่ยถามความเห็นของคนที่ยืนอยู่ข้างๆ

“ของดี” ราฟาเอลเอ่ยขึ้นเมื่อสำรวจเพชรที่เพื่อนสนใจ

“แล้วนายว่าไพลินเม็ดนี้ล่ะ” ราฟาเอลเอ่ยถามความเห็นของเพื่อนพลางชี้ไปยังไพลินที่ถูกวางอยู่ข้างๆเพชรที่เพื่อนของตนสนใจ

“คุณภาพดีไม่แพ้กัน” มิคาเอลเอ่ยพลางมองสำรวจไพลินทั่วๆ

“สนใจอัญมณีชนิดไหนครับ” ชายเจ้าของร้านเดินเข้ามาทักคนทั้งคู่ที่ยืนมองดูอัญมณีอยู่นานแล้ว

“พวกผมสนใจไพลินกับเพชรสองเม็ดนี้น่ะครับ” ราฟาเอลเอ่ยตอบพลางชี้ไปยังอัญมณีทั้งสองที่พวกตนสนใจอยู่

“อัญมณีทั้งสองชนิดนี้ถูกค้นพบที่เมืองควีน่า ซึ่งอยู่ภายในโบราณสถานร้างที่ไร้ชื่อ ดังนั้นอัญมณีทั้งสองนี้จึงไม่มีชื่อเรียก หากท่านทั้งสอคนต้องการจะซื้อ พวกท่านต้องทำให้อัญมณีที่ท่านสนใจเปล่งประกายออกมาทางเราจึงจะสามารถขายให้ท่านได้ เพราะบางท่านอาจซื้ออัญมณีที่ไม่คู่ควรไปจนถึงแก่ความตายก็มี” ชายเจ้าของร้านเอ่ยพลางมองพวกเขาทั้งสองอย่างสำรวจ

“ตกลง” มิคาเอลเอ่ยพลางชูมือขึ้นข้างหน้าเพชรเม็ดนั้น ฉับพลันแสงสีขาวก็สว่างออกมาให้เห็นกันทั่ว พอมิคาเอลลดมือลงแสงสว่างก็หายไปทันที เจ้าของร้านมองมิคาเอลตาค้าง

“คราวนี้ก็ตาผมสินะ” ราฟาเอลเอ่ยขึ้นแล้วก็ยกมือขึ้นมาบ้าง คราวนี้แสงสีขาวก็สว่างออกมากให้เห็นได้ชัด เจ้าของร้านมองทั้งสองคนตาค้างยิ่งกว่าเดิมก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า

“พวกท่านทั้งสองช่างมีพลังมากมายนัก ที่แล้วๆมาไม่มีใครสามารถทำได้มาก่อนเลย ไม่ว่าจะเป็นนักเวทย์ที่เก่งกาจสักเท่าไรก็ยังไม่สามารถทำให้ทั้งสองสิ่งนี้ส่องแสงออกมาได้ แต่ว่าพวกท่านทั้งสองกลับทำได้ ช่างน่าประทับใจยิ่งนัก” เจ้าของร้านเอ่ยชมพลางเปิดตู้แล้วหยิบอัญมณีทั้งสองชนิดออกมา

“ทั้งหมดเจ็ดหมื่นเซนนีครับ” เจ้าของร้านเอ่ยพลางยื่นกล่องใส่อัญมณีทั้งสองให้ราฟาเอล ราฟาเอลยื่นบัตรทองให้เจ้าของร้านรับไปรูดทันทีก่อนจะส่งคืนราฟาเอล

“ขอบคุณที่มาใช้บริการครับ” เจ้าของร้านเอ่ยพร้อมกับก้มหัวขอบคุณทั้งสองคน มิคาเอลกับราฟาเอลดินออกมารอคนอื่นๆนอกร้านจนกระทั่งเพื่อนๆอีกสี่คนเดินออกมา

“พวกนายเลือกช้ามาก” ราฟาเอลบ่นทันทีที่เห็นหน้าเพื่อน

“เอาน่า ของดีมันต้องใช้เวลาในการเลือกหน่อยสิ” กีอาเอ่ยพลางออกเดินไปยังร้านต่อไป

“ต่อไปซื้อหนังสือก่อนแล้วค่อยไปซื้อสัตว์เลี้ยง” ราเฟย์ย่าเอ่ยบอกเมื่อทั้งหมดเดินมาถึงร้านขายหนังสือที่ตั้งอยู่ข้างๆร้านขายสัตว์เลี้ยง

“ขอซื้อหนังสือในใบรายการนี้หกชุดครับ” ราฟาเอลเอ่ยพลางยื่นใบรายการให้เจ้าของร้าน เจ้าของร้านรับใบรายการไปดูแล้วจึงเดินเข้าไปหลังร้าน สักพักก็เดินกลับออกมาพร้อมกับถุงใส่หนังสือขนาดใหญ่หกถุง


ทั้งหกคนแยกกันไปจ่ายค่าหนังสือของตัวเอง เพื่อป้องกันไม่ให้เพื่อนๆคนอื่นสงสัยในความสัมพันธ์ของราฟาเอลกับมิคาเอลมากนัก มิคาเอลจึงบอกให้ราฟาเอลจ่ายเฉพาะค่าหนังสือส่วนของตัวเองเท่านั้น ส่วนมิคาเอลนั้นจะเป็นคนไปจ่ายส่วนของตนเองเอง



ทั้งหกคนเดินเข้าไปภายในร้านขายสัตว์เลี้ยงที่ตั้งอยู่ข้างๆร้านขายหนังสือ ภายในร้านนั้นมีขายสัตว์ต่างๆมากมาย ไม่ว่าจะเป็นสัตว์หายากหรือสัตว์เลี้ยงทั่วๆไป บรรยากาศภายในร้านนั้นดูอึมครึม แสงไฟสลัวๆทำให้ร้านนี้ดูลึกลับขึ้น เด็กหนุ่มสาวทั้งหกคนเดินเข้าไปข้างในร้านก่อนจะเดินแยกย้ายกันไปหาซื้อสัตว์เลี้ยงคู่กายของตน


“นายสนใจอะไรเป็นพิเศษรึเปล่า” ราฟาเอลเอ่ยถามเมื่อทั้งสองคนเดินเข้ามาข้างในร้านลึกพอสมควร

“มังกร ท่าทางองอาจน่าเกรงขามดี” มิคาเอลเอ่ยตอบพลางใช้สายตามองสำรวจลูกมังกรตัวเล็กสีฟ้า


กรงที่ใช้ขังมันเป็นกรงน้ำแข็งขนาดไม่ใหญ่มาก ลูกมังกรตัวนี้ถูกขังกรงแยกออกมาเพียงแค่ตัวเดียว ซึ่งกรงอื่นจะมีลูกมังกรอยู่รวมกันหลายๆตัว และกรงของพวกลูกมังกรตัวอื่นนั้นก็เป็นกรงที่ธรรมดาเหมือนกรงอื่น แต่ตัวนี้น่าจะมีอะไรที่พิเศษออกไปกว่าตัวอื่น

มิคาเอลใช้สายตาของตนมองสำรวจลูกมังกรตัวนี้อย่างพิจารณา ซึ่งลูกมังกรตัวนี้ก็มองมายังมิคาเอลเช่นกัน เมื่อมิคาเอลยืนคิดสักพักก่อนจะค่อยๆเดินเข้าไปใกล้ๆกรงของลูกมังกรตัวนี้อย่างช้าๆ แล้วจึงหยุดยืนที่หน้ากรง


เจ้าจะไปอยู่กับฉันไหม” มิคาเอลเอ่ยถามลูกมังกรพลางจ้องเข้าไปในตาของมัน ซึ่งมันก็เพียงแค่พยักหน้าเล็กน้อยเป็นการตอบตกลง ก่อนที่กรงน้ำแข็งนั้นจะค่อยๆละลายออกมากลายเป็นกรงเหล็กแบบทั่วๆไป


เมื่อเห็นดังนั้นมิคาเอลจึงเอื้อมมือไปเปิดประตูกรงให้ลูกมังกรตัวสีฟ้าเดินออกมานอกกรงได้สะดวก ซึ่งลูกมังกรตัวนั้นก็เดินออกมานอกกรงอย่างถือตัวนิดๆ ปีกเล็กๆสีฟ้าของมันนั้นกางออกอย่างองอาจ


ตาสีฟ้าดังเช่นตัวของมันนั้นจับจ้องมาที่มิคาเอลก่อนที่เบนไปมองราฟาเอลที่ยืนอยู่ข้างๆอย่างพิจารณา ลักษณะท่าทางของลูกมังกรตัวนี้นั้นบอกได้อย่างเดียวว่า ไม่ธรรมดาแน่นอน!!


โอ้ ลูกมังกรสมุทรตัวนี้ท่าทางจะสนใจท่านน่าดูเลยนะครับ” ชายแก่เจ้าของร้านเมื่อเห็นมิคาเอลเปิดประตูกรงให้ลูกมังกรออกมาก็ตั้งใจว่าจะร้องเตือน แต่ก็ต้องชะงักเมื่อเห็นว่าลูกมังกรน้อยตัวนี้ยอมเดินออกมาเอง และน้ำแข็งรอบๆกรงได้ถูกละลายเสียหมดแล้วจึงบอกได้อย่างเดียว ว่าลูกมังกรน้อยตัวนี้ยอมรับชายหนุ่มตรงหน้าแล้ว

“ข้าสนใจลูกมังกรสมุทรตัวนี้” มิคาเอลเอ่ยเรียบๆใบหน้ายังคงความเฉยชาไว้ดังเดิม

“เชิญท่านไปจ่ายเงินทางด้านนู้นได้เลยครับ” ชายแก่เจ้าของร้านเอ่ยบอกพลางชี้มือไปยังบริเวณแถวๆหน้าร้าน ซึ่งพนักงานกำลังคิดเงินให้ลูกค้าคนอื่นอยู่ เมื่อมิคาเอลเห็นดังนั้นจึงหันมามองราฟาเอลก่อนจะเอ่ยบอกสั้นๆ

“รอข้างนอก” พอสิ้นคำมิคาเอลก็อุ้มลูกมังกรสมุทรขึ้นมาแล้วจึงเดินไปยังทิศทางที่พนักงานเก็บเงินยืนอยู่

“แล้วท่านสนใจสัตว์ตัวไหนเป็นพิเศษบ้างรึยังครับ” ชายแก่เจ้าของร้านหันมาถามราฟาเอลเมื่อเห็นว่ามิคาเอลเดินไปจ่ายเงินแล้ว

“เอ่อ ไม่ทราบว่านกฟินิกส์ตัวนั้นยังไม่มีคนสนใจใช่ไหม” ราฟาเอลเอ่ยถามพลางชี้มือไปยังกรงนกขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ไม่ไกลจากจุดที่พวกเขายืนอยู่มากเท่าไหร่นัก

“ฟินิกส์ตัวนั้นเป็นฟินิกส์เพลิงที่หาได้ยากรองลงมาจากมังกรสมุทรตัวเมื่อกี้ที่เพื่อนของท่านได้ซื้อไป” ชายแก่เจ้าของร้านเอ่ยตอบพลางเดินนำไปยังกรงนกฟินิกส์กรงนั้น เมื่อเดินมาถึงราฟาเอลก็มองหานกฟินิกส์หนึ่งในสามตัวที่ท่าทางถูกใจเขามากที่สุด ระหว่างที่ยืนมอง ฟินิกส์ทั้งสามตัวก็มองผู้มาใหม่อย่างสงบ ท่าทางเรียบร้อยและน่าคบของราฟาเอลก็ถูกใจพวกมันอยู่ไม่น้อยเชียว

“ผมเลือกตัวที่อยู่ตรงกลางละกันครับ” ราฟาเอลเอ่ยขึ้นหลังจากที่เงียบไปนาน

“ครับ” ชายแก่เจ้าของร้านเปิดประตูกรงแล้วกวักมือเรียกให้นกฟินิกส์ตัวนั้นเดินออกมา ซึ่งมันก็เดินออกมาอย่างว่าง่าย สายตาของมันจับจ้องมองไปที่ราฟาเอลอย่างติดใจก่อนที่จะอ้าปากแหลมๆของมันออกแล้วเปล่งเสียงร้องออกมาเบาๆให้ราฟาเอลได้ยิน

“สวัสดี นายมาเป็นสัตว์เลี้ยงคู่หูของเราได้ไหม” ราฟาเอลเอ่ยถามเบาๆเมื่อนกตัวนั้นเดินมายืนใกล้ๆตนเอง

“ยินดีที่ข้าได้รับเกียรติ์นี้” เสียงแหลมๆของนกฟินิกส์ถูกเปล่งออกมาเป็นคำพูดเพื่อขานรับผู้ที่จะมาเป็นคู่หูหรือนายของตน

“ไปกันเถอะ เดี๋ยวไปจ่ายเงินแล้วจะได้กลับไปที่โรงเรียนเลย” ราฟาเอลเอ่ยพลางเดินนำไปก่อนปล่อยให้นกฟินิกส์บินตามมาข้างๆอย่างเชื่อฟัง และทันทีที่ราฟาเอลจ่ายเงินเสร็จก็เดินออกมาสมทบกับมิคาเอลที่ยืนคอยอยู่กับเพื่อนๆอีกสามคน

“นายเลือกนกฟินิกส์หรอ ตัวนี้สวยมากๆเลย” ราเฟย์ย่าเอ่ยพลางมองสำรวจนกฟินิกส์ของราฟาเอลด้วยแววตาชื่นชม

“นายสองคนเลือกแต่สุดยอดๆทั้งนั้นเลย” ฟีเรียสเอ่ยพลางมองไปยังลูกมังกรน้อยตัวสีฟ้าที่บินอยู่ข้างๆมิคาเอล

“นายก็เลือกดีเหมือนกันแหล่ะน่า” ราฟาเอลเอ่ยพลางมองไปข้างๆฟีเรียส ที่ตอนนี้มีหมาป่าขนสีเงินยืนอยู่ข้างๆอย่างสง่างาม

“ของชั้นเป็นเหยี่ยวป่าล่ะ” ราเฟย์ย่าเอ่ยพลางชูกรงขนาดใหญ่ไม่มากนักซึ่งข้างในนั้นใส่เหยี่ยวตัวผู้ขนสีน้ำตาลแดงอยู่ข้างใน ตาสีเหลืองของมันจ้องมองเพื่อนของผู้เป็นเจ้านายและสัตว์ตัวอื่นๆอย่างสนใจ

“กีอาเลือกเสือใช่ไหม ส่วนซีรอนท่าทางจะเป็นหมาป่านะ อ๊ะ นั่นไง ซีรอนเดินมาแล้ว” ราเฟย์ย่าเอ่ยพลางมองเพื่อนอีกคนที่เพิ่งเดินมาพร้อมกับหมาป่าขนสีดำสนิท

“ชุดเครื่องเขียนราเฟย์ย่าไปซื้อมาให้แล้ว นี่ไง” ฟีเรียสเอ่ยพลางส่งถุงใส่เครื่องเขียนให้เพื่อนคนอื่นๆจนครบทุกคน

“อย่างนี้ก็ครบแล้วใช่ไหม งั้นพวกเรากลับบ้านพักกันเถอะ” กีอาเอ่ยพลางเริ่มออกเดินนำกลับบ้านพัก เพราะท่าทางแต่ละคนเริ่มเหนื่อยล้าอย่างเห็นได้ชัด

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 29 ครั้ง

666 ความคิดเห็น

  1. #631 นักอ่าน...lnwcool (@lnwcool) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2555 / 00:46
    หยิ่งกับเจ้าของเด๋วก็โดนหรอกมังกรน้อย><
    #631
    0
  2. #593 นักอ่านเทพเจ้าค่ะ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 5 เมษายน 2554 / 22:10
    ทามมายมังกรมันหยิ่งจังเลยอ่าคะ
    #593
    0
  3. #571 ~*$ Step $*~ (@step4steps) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2553 / 16:59
    เค้ามีบัตรทองใช้กันด้วยหรอ 555
    #571
    0
  4. #564 นักล่าเงา (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 9 มีนาคม 2553 / 14:41
    หนุกๆ
    #564
    0