Fic naruto Change my Love รักนี้เปลี่ยนหัวใจชินชา

ตอนที่ 7 : Change my love 6: พาเจ้าหญิงกลับบ้าน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,880
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 60 ครั้ง
    18 ก.พ. 59

 

Chapter 6

 





Sakura talk

“...กุระ....ซากุระ....พี่ซากุระ”

น้ำเสียงเจื้อยแจ้วที่ดังขึ้นข้างหูพร้อมกับแรงเขย่าที่ต้นแขนทำให้ฉันพยามลืมตาขึ้นมาอย่างลำบาก รู้สึกระบมไปทั้งตัวแทบไม่อยากลืมตา แต่เสียงเล็กๆทำให้ฉันกัดฟันลุกขึ้นมานั่งโดยที่ไม่รู้จักเจียมสังขารตัวเอง ไม่ทันขาดคำร่างของฉันก็ล้มลงไปนอนราบกับเตียงอีกครั้งและถ้าไม่ติดว่ามีมือใครคอยประครองอยู่หัวฉันก็คงจะกระแทกขอบเตียงไปแล้ว

“...คู...มิ..โกะ” ดวงตาที่ยังพร่ามัวอยู่ทำให้ฉันคิดว่าต้องเป็นคูมิโกะแน่ๆ แต่พอเจ้าของอ้อมแขนเอ่ยขึ้นมา เสียงของเขาทำให้ฉันพยามขยับตัวหนีโดยอัตโนมัติถ้าไม่ติดว่าร่างสูงล็อคตัวฉันไว้แน่นขณะประครองให้ลงไปนอนอีกรอบ

 “อย่าเพิ่งลุกจักระเธอยังไม่ฟื้นตัวพอ”

ฉันจงใจเมินคนพูดแล้วหันไปยิ้มให้คูมิโกะที่มองฉันอย่างเป็นห่วงแทน ทำเป็นพูดดีไปเหอะ ฉันรู้หรอกว่าในใจหมอนี่คงเยาะเย้ยฉันอยู่

“พี่ซากุระ หนูไม่ได้ตั้งใจให้พี่บาดเจ็บ ทั้งหมดเป็นความผิดของหนูเอง”

แปะ

ฉันวางมือลงบนหัวเด็กน้อยเบาๆ ก่อนจะโยกหัวเธออย่างอ่อนโยน รอยยิ้มที่ส่งไปให้เธอเป็นเชิงบอกว่าไม่เป็นไร ฉันรู้ว่าคูมิโกะอ่านใจฉันได้และมันคงจะดีกว่าถ้าไม่ให้อุจิวะรู้ว่าคูมิโกะเป็นคนยุฉันให้หนีไป

 “อยู่นิ่งๆ อย่าขยับตัว” อิทาจิพูดขึ้นหลังจากฉันลืมไปเลยว่าเขายังมีตัวตนในห้องนี้อยู่ ซึ่งน้ำเสียงของหมอนี่ก็ทำให้ฉันชักรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาอีกรอบ “ฉันจะไปส่งเด็กนี่เอง เธอไม่ต้องไป”

“ไม่ ฉันจะไปส่งคูมิโกะ” ฉันขัดขึ้นเสียงดังพลางตวัดมองด้วยความไม่พอใจ

“หนูขอร้องพี่อย่าฝืนตัวเองเลย ให้พี่อิทาจิไปส่งหนูก็ได้ พี่เขาใจดีออก” ฉันหรี่ตามองคนตรงหน้าอย่างไม่อยากเชื่อว่าคูมิโกะจะเรียกอิทาจิอย่างสนิทสนมแถมยังเอ่ยปากบอกว่าเขาใจดีอีก

“พี่ไม่เป็นไรหรอกคูมิโกะ พี่ไม่ไว้ใจเขา พี่จะไปส่งเธอด้วย” ฉันพยามลุกอีกรอบแต่ไม่ทันไรมือหนาของคนที่โดนฉันกล่าวหาก็กดไหล่ฉันลงไปอีกครั้ง ครั้งนี้ฉันพยามฝืนสุดแรงแต่ท้ายที่สุดก็สู้กำลังเหนือมนุษย์ของเขาไม่ได้อยู่ดี

“ถ้าไม่อยากตายไวก็นอนซะ เรื่องเด็กฉันจัดการเอง”

“ยังไงฉันก็จะไป นายถือดียังไงมาสั่งฉัน!

 ฉันเหวี่ยงใส่เสียงห้วนจัดจ้องใบหน้าข้างเตียงราวกับจะฉีกเป็นชิ้นๆ อุจิวะถอนหายใจราวกับเขาเหนื่อยที่จะต่อปากกับฉันก่อนจะลุกออกไปเงียบๆ ทิ้งให้ฉันมองตามแผ่นหลังนั่นไป ในตอนนั้นเองมือเล็กเอื้อมมาจับมือฉันไปกุม

“หนูว่าพี่ไม่ควรพูดแบบนั้นกับพี่อิทาจิ ตั้งแต่เขาพาพี่กลับมาเขาแทบไม่ออกห่างจากพี่เลยนะ นี่ถ้าฉันไม่รู้จักพี่มาก่อนฉันคงต้องคิดว่าพี่อิทาจิแอบชอบพี่ซากุระอยู่แน่ๆ เลย”

“คูมิโกะ นั่นไม่ใช่....” ฉันพยามแย้งเมื่อสิ่งที่หลุดออกมาจากปากคูมิโกะเป็นเรื่องเกินวัยเธอ ทว่าสิ่งที่หลุดออกมาจากเธอกลับส่งผลให้ใจฉันเต้นผิดจังหวะ

“ดูก็รู้ว่าพี่อิทาจิเป็นห่วงพี่ซากุระจริงๆ ขนาดเด็กแบบหนูยังดูออกเลย”

“.........”

“หนูว่าพี่เขาเป็นคนดีนะ”

เข้าใจผิดแล้วคูมิโกะ....บางทีเขาอาจจะแค่ห่วงฉันในฐานะตัวประกันคนหนึ่งก็ได้ สำหรับเขาแล้วฉันมีประโยชน์มากพอที่เขาจะเก็บฉันไว้ต่อรองกับโคโนฮะ ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปี...ความดีที่คูมิโกะพูดถึงมันก็แค่ฉากบังหน้า เพราะไม่ว่ายังไง...อุจิวะ อิทาจิก็ขึ้นชื่อว่าเป็นผู้ชายที่เลือดเย็นและใจร้ายที่สุดสำหรับฉันอยู่ดี

 

 

“แฮกๆ” เสียงหอบจากคนตัวเล็กที่อยู่เบื้องหลังทำให้ฉันต้องชะลอความเร็วด้วยความเป็นห่วงก่อนจะกระโดดไปข้างๆ เธอ

“ไหวไหมคูมิโกะ” คูมิโกะส่ายหน้าพลางส่งยิ้มมาให้ แต่ทว่าเมื่อดูจากสภาพหน้าซีดๆ กับเสียงหอบที่ดังกว่าปกติทำให้ฉันต้องหยุดดูอาการของเธอ เพียงไม่นานอิทาจิที่นำหน้าเราไปไม่มากก็ปรากฏขึ้นที่ที่เรานั่งอยู่

อันที่จริงตอนแรกอิทาจิก็ห้ามฉันไม่ให้ออกมาอยู่หรอก แต่คิดเหรอว่าคนอย่างฉันจะเชื่อง่ายๆ L ฉันไม่มีวันปล่อยให้เด็กน้อยไร้เดียงสาตกอยู่ในเงื้อมือของอีตาเลือดเย็นนี่เด็ดขาดและก็ถือว่าโชคเข้าข้างฉันเนื่องจากพลังที่มากกว่าคนปกติบวกกับที่ฉันเป็นนินจาแพทย์ทำให้ร่างกายสามารถฟื้นตัวเร็วมากกว่าคนปกติหลายเท่า

“อุจิวะ พวกเราควรจะหยุดพักที่นี่สักคืน คูมิโกะดูท่าจะไม่ไหวแล้ว...”

“ไม่ มันเสียเวลาเกินไป”

“เอ๊ะ นายนิ!

ใจร้าย แค่นี้ก็เห็นแก่เด็กไม่ได้!

 จังหวะที่ฉันกำลังอ้าปากเพื่อที่จะต่อว่าคนตรงหน้า คนใจร้ายก็ทำสิ่งที่ฉันคาดไม่ถึงด้วยการย่อตัวตรงหน้าคูมิโกะพูดอะไรบางอย่างกับเธอ เพียงไม่นานรอยยิ้มกว้างของเด็กน้อยผุดขึ้นบนหน้า ก่อนที่ร่างเล็กๆ จะกระโดดขึ้นมาบนแผ่นหลังกว้างของอิทาจิอย่างเป็นสุข นัยน์ตาสีนิลเหลือบมองที่ฉันเล็กน้อยจากนั้นก็เริ่มเดินทางต่อโดยไม่สนใจฉันที่ยืนอึ้งอยู่ด้านหลัง

“ขี้เก๊ก....ใช่ว่าฉันจะมองนายดีขึ้นซะเมื่อไหร่” ฉันพึมพำเบาๆ ก่อนจะใช้เวลาไม่นานเพื่อเร่งสปีดให้ตามร่างสูงทัน ฉันเหลือบมองคูมิโกะที่อยู่บนหลังอิทาจิเป็นพักๆ ก่อนจะคลายความกังวลลงบ้างเมื่อมือเล็กโบกให้เพื่อบอกให้ฉันไม่ต้องกังวล ฉันคลี่ยิ้มอบอุ่นส่งกลับไปไม่ทันไรก็ต้องตีหน้ายักษ์อีกครั้งตอนที่อิทาจิหันมาพูดกับฉัน

“เราจะถึงแคว้นทากิภายในเย็นวันนี้ ระบบความปลอดภัยจะแน่นหนาขึ้นเรื่อยๆ ทางที่ดีอยู่ใกล้ๆฉันไว้” ฉันแค่นหัวเราะปรายตามองพ่อคนเก่งอย่างหมั่นไส้ คิดว่าตัวเองเก่งมากนักรึไงยะ! โธ่เอ๊ย ทำเป็นมาบอกให้ฉันอยู่ใกล้ๆ!!

เย็นไว้ซากุระ....ท่องไว้เพื่อคูมิโกะจังๆๆ ฮึ่ม อ้ากกกกกก! ฉันเกลียดหมอนี่!! L

 

18.20 น.

“ตื่นได้แล้ว บ้านเธออยู่ตรงไหน” เสียงทุ้มเอ่ยถามเด็กน้อยที่นอนน้ำลายยืดจนหลังอุจิวะผู้ยิ่งใหญ่แฉะไปหมด ภาพที่เห็นเล่นเอาฉันแทบจะกลั้นขำไว้ไม่อยู่ ฮ่าๆ ก็มันน่าสมน้ำหน้าจริงๆนิ อิทาจิไม่ได้พูดอะไรแต่สีหน้าที่ปรากฏอยู่กำลังแผ่รังสีอันตรายใส่ฉัน

“อือ....อยู่ที่เขตกลางของแคว้นรั้วน้ำเงิน” คูมิโกะสะลึมสะลือตอบท่าทางเธอคงจะเพลียมาทั้งวันถึงได้ฟุบลงบนหลังคนตัวโตทันทีที่ตอบเสร็จแต่ทว่าสิ่งที่หลุดออกมาจากปากเล็กอันไร้พิษสงเล่นเอาฉันกับอิทาจิหันมาสบตากันโดยไม่ได้นัดหมายทันที....

          งานเข้าแล้วไง!!

“แคว้นรั้วน้ำเงิน อย่าบอกนะว่า....”

อิทาจิชำเลืองมองใบหน้าที่หลับตาพริ้มสบายใจเฉิบบนหลังก่อนจะถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ “เรื่องใหญ่แน่คราวนี้”

เป็นครั้งแรกที่ฉันยอมรับว่าเห็นด้วยกับอิทาจิ ฉันมองดูคูมิโกะอย่างอ่อนใจก่อนจะสบเข้ากับสายตาอีกคู่ที่มองฉันอยู่ก่อนแล้วอย่างขอความคิดเห็น เรื่องใหญ่แล้วไหมยัยหนูเอ๋ย...

ก็คนที่จะสามารถอยู่เขตกลางของแคว้นแถมยังรั้วสีน้ำเงินได้.....ก็คือพวกราชวงศ์เท่านั้นน่ะสิ! ฉันยังเคยได้ยินมาว่าพวกเขามีรัชทายาทอยู่องค์หนึ่งคือเจ้าหญิงคูมิโกะ เพียงแต่ฉันนึกไม่ถึงว่าจะใช่คนๆเดียวกับยัยตัวเล็กที่นอนน้ำลายยืดไม่รู้ชะตากรรมอยู่บนหลังอาชญากรระดับ s อยู่ตรงนี้ เพราะงั้นถ้าพวกผู้ใหญ่ในวังรู้เข้า...ฉันกับอิทาจิคงไม่ได้อยู่ลืมตาอย่างมีความสุขบนโลกใบนี้อีกแน่นอน

 

“....ตกลงเรื่องมันเป็นยังไงกันแน่ครับท่านรุ่นห้า”

หลังจากฮาตาเกะ คาคาชิรายงานเรื่องภารกิจกับโฮคาเงะรุ่นห้าเรียบร้อยเสร็จสรรพ คำถามที่ดูเหมือนจะคาใจมานานก็ถูกเอ่ยขึ้นพาให้คนถูกถามหยุดมือที่กำลังอ่านเซ็นเอกสารพลางหมุนเก้าอี้ไปทางหน้าต่าง ดวงตาสีเกาลัดเหม่อมองท้องฟ้าสีส้มชมพระอาทิตย์ที่กำลังจะคล้อยขอบฟ้าอย่างเหม่อลอย เสียงของซึนาเดะแผ่วลงเมื่อเอ่ยถึงความลับของตระกูลอุจิวะ

“เรื่องคัมภีร์ของตระกูลอุจิวะที่นายพูดถึง...มันเกี่ยวข้องกับตระกูลฮารูโนะ”

“หมายความว่าไงครับ? ท่านจะบอกว่าสองตระกูลนี้เคยมีอะไรเกิดขึ้นกันมาก่อนเหรอครับ ตามที่ผมทราบอุจิวะกับฮารูโนะแทบไม่มีความเกี่ยวข้องใดๆ ไม่ว่าเรื่องอะไรก็ตาม”

ไม่แปลกหรอกที่คาคาชิจะไม่รู้เพราะมันเป็นถึงข้อมูลลับที่มีเพียงโฮคาเงะและหัวหน้าอันบุเท่านั้นที่รู้ แม้กระทั่งคนในสองตระกูลก็น้อยคนนักที่จะรู้เรื่องนี้ ซึนาเดะค่อยๆ หมุนกลับมาเผชิญหน้ากับคาคาชิที่มองเธออย่างไม่เข้าใจ “เข้าใจผิดแล้วคาคาชิ เกี่ยวสิ....ความรักยังไงล่ะ นายเองก็คงรู้ไม่มีสิ่งใดจะห้ามไม่ให้เกิดได้ แม้แต่ตัวเราเองก็ตาม”

“ตลอด 7 ปีที่นายเป็นครูเจ้าพวกนั้น นายเคยรู้ประวัติที่แท้จริงของตระกูลซากุระบ้างไหม” เจ้าของเรือนผมสีเทาอึ้งไป ที่ผ่านมาเขาไม่เคยใส่ใจรายละเอียดของตระกูลซากุระมากนัก ฮารูโนะไม่ใช่ตระกูลสำคัญในโคโนฮะเหมือนอุจิวะ ฮิวงะหรืออุซึมากิ

“นายอาจจะไม่เคยได้ยินเรื่องนี้ ตระกูลอุจิวะนั้นมีคัมภีร์โบราณที่เก่าแก่อยู่ฉบับหนึ่ง ตั้งแต่สมัยอุจิวะ มาดาระมันก็กลายเป็นคัมภีร์ที่นินจาตระกูลอุจิวะทุกคนต่างฆ่าฟันกันอย่างโหดร้ายเพื่อที่จะได้ครอบครองมัน....และสิ่งที่สำคัญที่สุด คัมภีร์นี้จะใช้ร่วมกับคาถาระดับลับของตระกูลฮารูโนะเท่านั้น เท่าที่ท่านรุ่นหนึ่งเคยเล่าให้ฉันฟังเมื่อนานมาแล้ว ท่านบอกว่าสิ่งนี้เกิดขึ้นได้ก็เพราะบรรพบุรุษของสองตระกูลนี้เคยมีความสัมพันธ์กัน โดยที่ฝ่ายชายเป็นคนของตระกูลอุจิวะ ส่วนฝ่ายหญิงเป็นคนของฮารูโนะ ความรักที่ไม่ควรจะเกิดกลับก่อขึ้นในใจของทั้งสองมากมายมหาศาลจนตีค่าไม่ได้ แต่ว่า...ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ไม่มีวันเป็นดั่งใจเพราะในเวลานั้นต่างฝ่ายต่างก็มีคู่หมั้นอยู่แล้ว แต่แม้เวลาจะผ่านไปมากน้อยเพียงใด...หัวใจของทั้งคู่ก็ยังคงมีให้กันไม่เคยเปลี่ยน” ท่าทีที่แปลกไปของซึนาเดะไม่รอดพ้นสายตาคนช่างสังเกตอย่างคาคาชิ

“ขอโทษที่ขัดนะครับ แต่ผมก็ไม่เห็นว่าเรื่องนี้จะเกี่ยวข้องกับคัมภีร์ที่ท่านบอกเลย”

ซึนาเดะไม่ตอบแต่ยังคงเล่าต่อถึงเรื่องราวใสมัยอดีตที่ไม่เคยมีผู้ใครรู้มาก่อน เรื่องราวความรักของผู้ยิ่งใหญ่ทั้งสองท่าน รักที่ยอมแลกได้ทุกอย่างแม้กระทั่ง.....ความตาย

“หลายปีผ่านไปต่างฝ่ายต่างมีครอบครัวเป็นของตัวเอง แต่แล้ววันหนึ่งเหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น อุจิวะคนนั้นได้รับบาดเจ็บจากเนตรวงแหวนอย่างสาหัส นายคงรู้เรื่องเกี่ยวกับเนตรนี้คาคาชิ ไม่ว่าจะเป็นใครมาจากไหนก็ไม่มีวันรักษาได้ แต่โชคดีที่ฮารูโนะคนนั้นเป็นหนึ่งในนินจาแพทย์ที่เก่งคนหนึ่งในประวัติศาสตร์ เธอคิดค้นทำพันธะสัญญาโดยเดิมพันด้วยเลือด ชีวิตและความรักที่ลึกซึ้งของทั้งคู่ ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้ชายที่เธอรักรอดจาดความตายได้ โดยสิ่งที่เป็นหัวใจหลักของคาถานี้คือคัมภีร์ที่เขียนด้วยรอยเลือดของชายผู้นั้นกับคาถาระดับลับของฮารูโนะซึ่งอาศัยการควบคุมพลังธาตุทั้งห้าให้สมดุล การร่ายคาถาจะใช้เวลาสามวันสามคืน....และผลของมันจะสำเร็จร้อยเปอร์เซ็นต์ เพียงแต่ว่า...เมื่อได้มาซึ่งสิ่งหนึ่งก็ต้องสูญเสียอีกสิ่งหนึ่งไป....นั่นก็คือความตาย” เล่ามาถึงจุดนี้ดวงตาของซึนาเดะก็เซื่องซึมลง

“อันที่จริงมันก็คล้ายๆกับคาถาย้ายชีวิตแหละ แต่ต่างกันตรงที่คาถานี้ทรงพลังกว่าและสามารถใช้รักษาคนตระกูลอุจิวะได้เท่านั้น”

“แล้วหลังจากนั้นล่ะครับ? เกิดอะไรขึ้นกับพวกเขา”

“หลังจากนั้นหญิงสาวคนนั้นก็ตาย....ก็ส่งผลให้อุจิวะกับฮารูโนะแตกหักกันโดยสิ้นเชิงน่ะสิ”

“เดี๋ยวก่อนนะครับท่านรุ่นห้า แบบนี้มันข้อมูลลับสุดยอดเลยไม่ใช่เหรอครับ!? ขนาดตัวผมเองยังไม่เคยแม้แต่จะได้ยินเลย...อีกอย่างทำไมท่านถึงรู้เรื่องพวกนี้” มันน่าแปลกว่าทำไมโฮคาเงะสาวผู้นี้ถึงได้รู้เรื่องละเอียดยังกับว่า.... คาคาชิจ้องเข้าไปในดวงตาสีน้ำตาลอ่อนอย่างแปลกใจ “ท่านเป็นใครกันแน่ ท่านซึนาเดะ”

“ฉันก็เป็นหลานท่านรุ่นหนึ่งน่ะสิ บางที....เรื่องบางอย่างที่นายยังไม่รู้เกี่ยวกับคนใกล้ตัวก็ยังมีอีกเยอะนะคาคาชิ”

“เฮ้อ...อาจจะจริง แต่เท่าที่ท่านเล่ามาผมก็ว่าไม่น่าจะมีปัญหาหรอกนะครับ เพราะท่านเองก็บอกว่าการร่ายคาถาต้องอาศัยทั้งเลือด ชีวิต และที่สำคัญความรัก เพราะงั้นผมคิดว่าซากุระไม่มีทางที่จะหลงรักอุจิวะ อิทาจิแน่ ” คาคาชิตอบอย่างมั่นใจ เขารู้จักซากุระดี แต่สิ่งที่โฮคาเงะสาวกำลังจะพูดต่อทำเอาความมั่นใจเขาเริ่มสั่นคลอน

“มันก็ไม่แน่หรอกคาคาชิ อย่าลืมว่าเรื่องของหัวใจไม่มีใครคาดเดาได้....แม้แต่เจ้าตัวเองก็ตาม”

คาคาชิลอบถอนหายใจเป็นครั้งที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้ของวัน วันนี้ท่านรุ่นห้าพูดจาแปลกๆ แถมยังมีข้อมูลลับสุดยอดมาเล่าให้เขาฟังอีก แค่นี้สมองอันชาญฉลาดของฉายานินจาก๊อบปี้อย่างเขาก็คงต้องใช้เวลาพอสมควรเพื่อเรียบเรียงเรื่องราวเหมือนกัน

“ผมหวังว่าซากุระจะไม่เป็นแบบนั้น....ขอบคุณสำหรับข้อมูลลับนะครับ ที่จริงก็อยากอยู่ฟังท่านเล่าต่อแต่พอดีนัดกับเจ้านารูโตะกับซาสึเกะไว้แล้ว”

“ตามสบายเถอะคาคาชิ ฉันเองก็จะไปนั่นกินโซจูสักขวดสองขวดพอดี”

“อย่าดื่มเยอะจนต้องให้คุณชิซึเนะมาลากกลับล่ะครับ ราตรีสวัสดิ์ครับ” คาคาชิเตือนด้วยความเป็นห่วงด้วยรู้ความสามารถในการมอมตัวเองเป็นเลิศของท่านโฮคาเงะ

เมื่อประตูห้องทำงานถูกปิดลง ซึนาเดะหลับตาลงอีกครั้งก่อนจะลืมตาอีกครั้งด้วยแววตาเศร้าหมองกว่าเดิมเมื่อคิดถึงอดีตของใครบางคนที่มีแต่ความเจ็บปวด

“ท่านปู่ฮาชิรามะ ท่านย่ายารินะ ขออย่าให้อดีตของพวกท่านทั้งสองต้องเกิดขึ้นซ้ำรอยอีกครั้งเลยนะคะ ไม่น่าเชื่อเนอะ...ท่านย่ายารินะว่าความรักจะทำให้คนเราเสียสละได้ถึงเพียงนี้ หวังว่า ท่านคงจะดีใจนะที่ท่านย่ายารินะทำให้ท่านถึงขนาดนี้....อุจิวะ อิซึนะ

 

 

          การเดินทางของเราครั้งนี้นับว่าลำบากไม่น้อยเพราะแคว้นทากิตั้งอยู่ใจกลางป่าทึบลึกจนแทบมองไม่เห็นแสงแดดเลยด้วยซ้ำแม้ตอนนี้จะเป็นเวลาเที่ยงก็ตาม ส่วนตัวหมู่บ้านจะซ่อนอยู่ข้างหลังน้ำตกและทางเข้าจะมีเพียงแค่ทางเดียวคือดำลอดอุโมงค์ใต้น้ำไป ไม่ต้องสงสัยว่าฉันรู้ข้อมูลพวกนี้ได้ไง ก็หลังจากที่ฉันเป็นอันบุข้อมูลลับหลายอย่างที่ได้มาฉันแอบไปค้นในห้องเก็บเอกสารลับของโคโนฮะทั้งนั้น

“ฮารูโนะทางด้านขวาสามนาฬิกา”

“ฉันรู้แล้วย่ะ ไม่จำเป็นต้องให้นายมาคอยเตือน” เป็นรอบที่สิบนับตั้งแต่เราเข้าแฝงตัวเข้ามาทางอุโมงค์ใต้น้ำ กองตรวจก็เพิ่งขึ้นหลายเท่าจนตาขี้เก๊กต้องคอยหันมาเตือนให้ฉันระวังทุกฝีก้าว เหอะ ดูถูกกันชะมัด เห็นฉันเป็นเกะนินมือใหม่รึไงยะ เมื่อไหร่ตานี่จะหัดเบิ่งขี้ตาดูซะมั่งว่าฉันคือ ฮารูโนะ ซากุระ อันบุที่เก่งกาจที่สุดในแคว้น! L

“ยาพรางจักระเราเหลืออีกแค่เม็ดเดียวเท่านั้น เร่งสปีดกว่านี้หน่อยได้ไหมฮารูโนะ”

กรี๊ดดดด! คิดแล้วก็ยิ่งหงุดหงิดหมั่นไส้คนตรงหน้า แต่แล้วเมื่อสายตาอันแหลมคมสบเข้ากับหินก้อนเล็กๆที่อยู่บนสะพาน ฉันก็กรีดยิ้มออกมาอย่างชั่วร้าย โดยไม่ลังเลขายาวๆเตรียมเล็งก่อนจะเตะมันเต็มแรงใส่คนตรงหน้าอย่างจงใจ

พลั๊ก!

 โอะ (.___.) โป๊ะเชะ! อ้อ ลืมบอกไปตอนนี้คูมิโกะกลับมาขี่หลังฉันแล้ว ฉันกับอุจิวะจะสลับกันแบกทุกสองชั่วโมง เพราะงั้นฉันจึงไม่ลังเลที่จะเตะหินอัดคนตรงหน้าแรงๆ แต่ว่า....

 “โอ๊ย! คิดจะหยุดก็หยุด เป็นบ้าอะ.....ว้าย!!!

            ฉันแว้ดใส่อิทาจิที่จู่ๆ ก็หยุดกะทันหันอยู่ตรงหน้าเราไม่ไกลพลอยทำให้ฉันที่ตามหลังมาเกือบหยุดไม่ทัน ฉันเพิ่งสังเกตเห็นความผิดปกติบนใบหน้านิ่งเรียบไม่ทันจะได้ถามออกไป ในตอนนั้นเสียงร้อนรนของคนตรงหน้าก็ดังขึ้น

“หลบเร็ว!!

ตู้มมม!!!!!

เพียงเสี้ยววินาทีอิทาจิก็เข้าประชิดถึงตัวฉันกับคูมิโกะพร้อมตวัดแขนโอบรอบตัวพวกเราซะจนมิดราวกับเขาพยายามจะปกป้องพวกเราจากแรงระเบิดที่ไม่มีท่าว่าจะหยุด คูมิโกะตกใจตื่นร้องเสียงดังลั่นจนฉันต้องกระซับเธอเข้ามากอดในอ้อมแขนให้แน่นขึ้นโดยมีวงแขนใหญ่คอยปกป้องพวกเราอยู่ด้านนอกอีกชั้น ไม่นานเสียงระเบิดที่ดังสนั่นก็เงียบลง แน่นอนว่าอิทาจิคงพาพวกเราหายตัวไปยังที่ไหนสักแห่งหนึ่งในป่านี้

“คูมิโกะเป็นอะไรมากไหม!?” สิ่งแรกที่ฉันทำเมื่อวงแขนกว้างคลายออกคือรีบวางคูมิโกะลงกับพื้นพลางสำรวจเนื้อตัวเธอ โชคดีที่ร่างเล็กไม่เป็นไรมาก เมื่อกี้มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ทำไมอยู่ดีๆถึงมีกับดักอยู่แถวนั้น ทั้งๆที่ฉันก็ว่าตัวเองรอบคอบมากที่สุดแล้วนะ เมื่อหาคำตอบไม่ได้จึงหันไปขอความเห็นจากคนที่น่าจะเข้าใจเหตุการณ์มากกว่าฉัน

“อุจิวะตะกี้มัน...”

“ฉันบอกให้ระวังทำไมไม่ฟัง!” ยังไม่ทันพูดอะไรร่างสูงตะคอกใส่ฉันอย่างโกรธจัด เสียงของเขาดูโกรธมากจนฉันถึงกับผงะ ฉันคิดจะโต้กลับไปแต่สายตากลับชะงักอยู่ที่ของเหลวสีแดงข้นที่ซึมออกมาตามชายเสื้อ ฉันรีบเงยหน้ามองคนตรงหน้าก็ยิ่งตกใจมากขึ้นไปอีกเมื่อใบหน้าที่เย็นชานั้นเต็มไปด้วยรอยแผลจากแรงระเบิด แถมตามตัวก็ดูเหมือนจะบาดเจ็บไม่ใช่น้อย

“หินที่เธอเตะมามันคือกับดัก คราวหน้าจะทำอะไรก็หัดคิดก่อนซะมั่ง”

ดูท่าที่นี่จะประมาทไม่ได้จริงๆ แค่ก้อนหินก้อนเล็กยังเป็นถึงแรงระเบิดอนุภาพมหาศาลขนาดนี้ บ้าเอ้ย...นี่ฉันเกือบทำให้คูมิโกะเป็นอันตรายอีกแล้วอีกแล้วใช่ไหม แล้วยังเกือบทำให้อิทาจิ.....ไม่ ก็ช่างหัวเขาสิ เขาจะบาดเจ็บก็เรื่องของเขา ฉันจะสนไปทำไม

“ป่านนี้พวกมันคงรู้ตัวแล้ว”

ถึงน้ำเสียงจะดูนิ่งเรียบแต่ทว่ารังสีอันตรายที่กระจายรอบๆ เดาไม่ยากเลยว่าผู้ชายตรงหน้าอยากหักคอฉันมากแค่ไหน ไม่นานก็ต้องเปลี่ยนความคิดเมื่อสบเข้ากับดวงตาสีแดงจ้องเข้ามาในตาฉันราวกับจะสื่ออะไรบางอย่างที่ตรงกันข้ามและเป็นไปไม่ได้สำหรับคนเลือดเย็นอย่างอุจิวะ อิทาจิ นั่นก็คือ....

....แววตาห่วงใย

แต่เพียงแค่แวบเดียวนัยน์ตาคมก็กลับมาเย็นชาเหมือนเดิม อิทาจิถอนหายใจพรืดใหญ่ราวกับกำลังสงบสติอารมณ์

“ทำไมฉันบอกอะไรเธอถึงไม่ฟังบ้าง...”

“........” ฉันหลุบตาต่ำหนีเนตรวงแหวนนั่นเงียบๆ ไม่ตอบโต้เหมือนเคยก็เพราะรู้ตัวว่างานนี้ฉันผิดเต็มๆ เสียงเล็กปนสะอื้นทำให้ฉันรู้สึกตัวถึงได้ปรับสีหน้าให้เป็นเหมือนเดิม

“พี่อิทาจิพอเถอะค่ะหนูขอร้อง พี่ซากุระเขาไม่ได้ตั้งใจ เป็นความผิดของหนูเอง อย่าว่าพี่ซากุระอีกเลยนะคะ” ร่างสูงเงียบไม่ได้พูดอะไรต่อเขามองมาทางฉันนิ่งๆ ก่อนที่จะเดินจากไปอีกฝั่งพร้อมกับกระโดดขึ้นไปนั่งบนต้นไม้ใหญ่คนเดียว

เฮ้อ เอาเข้าไป....ตาบ้านี่จะทำให้ฉันรู้สึกผิดยิ่งกว่าเดิมให้ได้เลยใช่ไหม คูมิโกะวิ่งมากอดขาฉันน้ำตานองหน้าจนฉันอดไม่ได้ที่จะย่อตัวลงดึงเธอมากอด

“ไม่ต้องร้องๆ พี่ไม่เป็นไรแล้ว ไม่ใช่ความผิดเธอหรอกนะคูมิโกะ พี่เองที่ประมาท”

“ฮึก นะ หนูขอโทษที่ไม่บอกความจริงว่าหนูเป็นใคร พะ เพราะถ้าหนูบอก....พี่อิทาจิคงไม่ยอมมาส่งหนูแน่” พูดไปก็สะอื้นไป มือของฉันลูบไปตามหัวเล็กๆ อย่างปลอบโยนพร้อมกับดันตัวเธอออกจากอ้อมกอดเล็กน้อย

“ใครว่าล่ะคูมิโกะ เธอคือน้องสาวพี่นะ ถ้าเขาไม่พามาพี่เองนี่แหละที่จะมาส่งเธอเอง”

“พะ พี่ซากุระ....ฮือๆ พี่เป็นพี่สาวที่เยี่ยมที่สุดไปเลย”

ฉันหัวเราะทันทีที่เห็นยัยหนูปล่อยโฮปากก็ชื่นชมฉันไม่ขาดสาย

ผ่านไปชั่วโมงกว่าๆ กว่าจะกล่อมคูมิโกะนอนได้ก็ปาไปหลายนาทีอยู่ ฉันถอดเสื้อคลุมตัวเองให้เด็กน้อยที่นอนหลับไม่รู้เรื่องรู้ราว ก่อนจะชายตามองร่างสูงที่นั่งอยู่ในเงามืดบนต้นไม้ ไม่ยอมขยับไปไหนนับตั้งแต่เขาเดินออกไป

ในความคิดของฉันควรจะบอกกับตัวเองว่า สมน้ำหน้าอยากเข้ามาช่วยฉันก่อนทำไม ทั้งๆที่ฉันควรจะสะใจด้วยซ้ำแต่ทำไมฉันถึงต้องรู้สึกผิดขนาดนี้นะ บ้าจริง อันที่จริงนี่มันก็เป็นความผิดของฉันเหมือนกัน ฉันคงจะใจร้ายเกินไปถ้าไม่ช่วยอะไรอุจิวะบ้าง ฉันใช้เวลาอยู่ประมาณสิบนาทีเพื่อทำเรื่องงี่เง่าอย่างรวบรวมความกล้าเพื่อคุยกับหมอนั่นจนในที่สุดการกระทำก็ไปก่อนความคิดเมื่อร่างกายกระโดดขึ้นไปหาอิทาจิที่นั่งไม่พูดไม่จา ดวงเนตรสีแดงปรายไปทางอื่นไม่แม้แต่จะมองหน้าฉัน ฉันรู้ว่าเขาแค่แกล้งทำเป็นไม่สนใจก็เท่านั้น

“อุจิวะ ฉันยอมรับว่าเมื่อกี้ฉันประมาทไปหน่อย”

“.......”

“แล้วก็....จะระวังตัวให้มากขึ้น” ฉันยังปากแข็งไม่ยอมเอ่ยคำว่าขอโทษ ส่วนเจ้าชายน้ำแข็งก็ยังคงนั่งนิ่งราวกับรูปปั้นไม่ขยับเขยื้อนเลยสักนิด

“........”

“ก็ได้ๆ ฉันขอโทษพอใจยัง” ฉันถอนหายใจพรืดใหญ่นี่ถ้ายังไม่ยอมหันมาตอบฉันจะไม่สนใจเขาจริงๆแล้วนะ

“อืม”

“แล้วเรื่องแผลนาย...ไม่เป็นไรใช่ไหม”

“...ฉันไม่เป็นไร”

“ไม่ต้องมาทำเป็นเก๊กหรอกน่า เจ็บก็บอกมาเถอะ ฉันรู้นะว่าตอนนี้จักระนายอยู่ในระหว่างการฟื้นฟู เพราะงั้นในระหว่างนี้ฉันจะรักษา....”

“ไม่ต้อง” เสียงห้วนจัดปฏิเสธกลับมาทำให้ฉันหน้าเสียไม่น้อย

 เออ คนบ้า พูดงี้ใช่ไหม ได้ สมน้ำหน้าเจ็บให้ตายๆไปเลยนะ!

“ได้ ขอโทษที่มารบกวน! งั้นฉันไปล่ะ”

ฟุ่บ

“....!!!....” จังหวะที่ฉันลุกขึ้นหนี ข้อมือก็เหมือนถูกฉุดกระชากจนเสียหลักไปทับตัวคนปากร้ายแล้งน้ำใจ ดวงตาของฉันจะเบิกกว้างมากขึ้นเมื่อรับรู้ถึงระยะใกล้ชิดเข้าขั้นอันตรายที่สามารถรู้สึกได้ถึงเสียงหัวใจที่กำลังเต้นรัวของฝ่ายตรงข้ามยิ่งส่งผลให้หัวใจเต้นแรงโดยไม่มีสาเหตุ อิทาจิมองหน้าฉันอยู่เงียบๆโดยไม่มีปฏิกิริยาอะไร จนฉันต้องตะกายยันตัวขึ้น

“ขอโทษ...เหมือนกัน” ฉันชะงักไปเมื่อคนอย่างเขาหลุดคำว่าขอโทษออกมาได้ ราวกับเห็นสิ่งแปลกประหลาดทำให้ฉันเผลอจ้องเขาตาค้างเป็นเวลานาน อิทาจิที่เห็นฉันจ้องเขาตาไม่กระพริบถอนหายใจแล้วดันฉันออกเบาๆ “แค่ขอโทษเธอต้องมองฉันจนหน้าเหวอะขนาดนั้นเลยหรือไง”

“ปะ เปล่าแค่สงสัยว่าถ้าเรื่องที่นายดึงน่ะไม่เป็นไรหรอก”

“ไม่ใช่ ฉันหมายถึงเรื่องที่ฉันขึ้นเสียงกับเธอฮารูโนะ”

“ก็บอกแล้วไงว่าไม่เป็นไร ฉันไม่ใช่คนคิดมากขนาดนั้นนะย่ะ” เมื่อเห็นว่าอิทาจิไม่คิดจะพูดอะไรต่อฉันก็ควรลงไปนอนเฝ้าคูมิโกะข้างล่างต่อดีกว่า ดีไม่ดีเผลอแวบเดียวหมาป่าอาจจะคาบยัยหนูนี่ไปเคี้ยวเล่นก็ได้ “ถ้าไม่มีอะไรงั้นฉันไป...”

“เดี๋ยวก่อน”

“...??

“จะรักษาให้ไม่ใช่เหรอ” อิทาจิเบนหน้าไปทางอื่นทำเป็นไม่สนใจ ถึงจะอยู่ในที่มืดฉันก็ดูออกว่าเขาแค่เสียภาพพจน์ที่ต้องกลับมาขอร้องฉันก็เท่านั้นเอง ทำให้ฉันอมยิ้มแล้วลงมือรักษาแผลที่ยังคงเปิดอยู่อย่างไม่รอช้า จักระสีเขียวเคลื่อนไปตามจุดบาดแผลต่างๆอย่างชำนาญ ความเจ็บแสบเนื่องจากแรงระเบิดจะค่อยๆหายไปทีละนิดจนเหลือแต่สะเก็ดแผลเล็กๆที่ต้องรอให้หายไปเอง

“ฮารูโนะ เธอรู้ใช่ไหมว่าเมื่อวานฉันเกือบพลาดท่าให้เธอ”

“เอ๋??” ฉันละสายตาจากบาดแผลแล้วมองใบหน้านิ่งเรียบของอิทาจิที่จู่ๆก็พูดเรื่องนี้ขึ้นมา วันนี้เขาพูดเรื่องชวนขนลุกให้ฉันถึงสองครั้งในชั่วโมงด้วยกัน ความรู้สึกเหมือนเขายอมเปิดใจที่จะคุยเรื่องนี้เล่นเอาฉันเริ่มตั้งตัวไม่ถูก T^T

“ที่จริงเธออาจจะชนะฉันด้วยซ้ำ ถ้าจักระเธอไม่หมดไปซะก่อน”

“นี่...ถ้าจะให้มาถ่อมตัวผลัดกันชมฉันไม่เอาด้วยหรอกนะ แต่ฉันต้องยอมรับเลยนายมันนินจาอัจฉริยะ” ฉันยิ้มเศร้าๆ ไม่รู้ว่าอิทาจิเข้าใจมันรึเปล่า เพียงแต่ฉันหวังเขาจะอ่านมันออก “ถ้าฉันชนะนายได้สักครั้งก็คงดี...”

“เธอชนะมานานแล้วเพียงแค่เธอไม่เคยรู้”

“ไม่มีความจำเป็นที่นายต้องมาพูดดีกับฉันหรอก....เพราะเราเป็นศัตรูกัน”

“นี่คือสิ่งที่เธอคิดใช่ไหม เธอต้องการให้มันเป็นแบบนั้น....”

หลายครั้งที่ฉันอยากจะหลุดปากถามว่าเขาจำฉันได้บ้างไหม เคยคิดถึงอดีตเมื่อสิบปีก่อนรึเปล่า ท้ายที่สุดฉันก็ไม่กล้าพอที่จะเอ่ยมันออกมา ความอ่อนแอที่ถูกผนึกไว้เกือบจะพังทลายลงยามเห็นดวงตาคู่นั้นที่มองฉันด้วยแววตาตัดพ้อ แต่มันเป็นไปไม่ได้ ฉันก็แค่ตาฝาดไปเท่านั้น

“ฉัน....ไม่ได้หมายความว่าแบบนั้น”

“ไปนอนซะ พรุ่งนี้เราต้องออกเดินทางแต่เช้าคืนนี้ฉันจะเฝ้ายามให้เอง”

ฉันยินดีที่จะยุติบทสนทนาอยู่แค่นี้จึงยอมกระโดดลงไปอุ้มคูมิโกะขึ้นมาบนต้นไม้ “คืนนี้ฉันจะเฝ้าเอง นายนอนพักเถอะ นายเองก็เสียจักระไปเยอะนิ” ฉันฝืนยิ้มบางๆ คำว่าคุณธรรมนี่แหละที่กระตุ้นจิตใต้สำนึกให้ฉันรู้ว่าอย่างน้อยก็ควรตอบแทนที่เขาช่วยฉันกับคูมิโกะไว้ไม่ว่าจะจำใจหรือเต็มใจก็ตาม

“....ถ้ามีอะไรผิดปกติเรียกฉันทันที” อิทาจิล้มนอนอย่างว่าง่าย คิดว่าเขาเองก็คงเหนื่อยไม่น้อย ไม่นานเสียงลมหายใจที่ดังสม่ำเสมอดังขึ้นเบาๆ แต่ที่ฉันยังสงสัยทำไมเขาไม่กลัวฉันจะใช้โอกาสนี้หนีกลับโคโนฮะหรือฉันอาจจะฆ่าเขาตอนนี้เลยก็ยังได้ ทั้งๆที่อยู่ในสถานการณ์เสียเปรียบแบบนี้กลับหลับตานอนอย่างสบายใจ

แต่ทว่าสิ่งที่แย่กว่าคือหัวใจฉันกลับไม่คิดที่จะทำร้ายเขาด้วยซ้ำ

อย่าลืมสิซากุระ...หน้าที่ต้องมาก่อนความรู้สึก!

 

 

___________________________________________________________________________________________________________

      
เอาแล้วไงคูมิโกะจังเปิดตัวตนทีงานงอกเลย อิทจี้กับหนูกุก็ชอบเหมือนมีความหลังกันมาก่อนมันยังไงกันแน่น้อ 

ตอนหน้าอิทาจิระเบิดอารมณ์ แต่สาเหตุเป็นเพราะอะไรต้องดูเอาเอง หุๆ


O W E N TM.
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 60 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

514 ความคิดเห็น

  1. #270 Love Asuita (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2559 / 13:33
    ชอบคู่นี้อ่าาา
    #270
    0
  2. #218 mhai (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2557 / 22:08
    สนุกค่ะ...ชอบบบบ
    #218
    0
  3. #164 ned1991 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2556 / 23:09
    ความเป็นมามันเป็นงี้เอง...อุจิวะ อิชืนะเหรอ

    หวังว่ามันคงจะไม่ช้ำรอยเดีมนะ

    อยากให้จบแบบHappy End มากกว่านะ

    ซากุระไปเตะก้อนหีนใส่อิทาจิทำไมO[]Oเกือบม่องทั้งสามคนเลยเห็นไหม
    #164
    0
  4. #145 เวลาที่ว่างเปล่า (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2556 / 11:10
    อิทาจิ ช่วยซากุระไว้อ่าา

    ทำไมเธอต้องไปเตะก้อนหินด้วยล่ะ เกือบม่องทั้งสามคน

    "ไหนบอกจะรักษาให้" เก๊กนะ เจ็บก็บอกดิ 55

    อัพอีกนะเคอะ น่าติดตามสุดยอด คู่นี่น่ารักมากมาย
    #145
    0
  5. #137 pookin (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2556 / 00:28
    อิทาจิเค้าเป็นห่วงน้า ซากุระ
    #137
    0
  6. #132 สมดุลตัวน้อย (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2556 / 15:23
    ยิ่งทำให้อยากรู้ความหลังอีกจัง
    อิทาจิเค้าเป็นห่วงเธอนะ ซากุระ
    อ่านตอนนี้แล้วชอบมาก
    #132
    0
  7. #125 ครุคริ (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2556 / 21:06
    ความเป็นมามันเป็นอย่างนี้นี่เอง....อิซึนะ

    อิทาจิรักเด็กล่ะสิ 55

    ก้อนหินเป็นเหตุเลยซากุระ

    ความอ่อนโยน และห่วงใย ที่มีให้เห็นแวบเดียว(ย้ำเเวบเดียว!!!)

    ชอบฉาก ปกป้อง ซากุและเด็กอ่า พี่ท่านเป็นคนดียิ่งนัก

    อิทาจิก็ไว้ใจซากุมากเลย ไม่กลัวซากุจะทำอันตรายด้วย

    อัพนะจ๊ะ
    #125
    0
  8. #122 saru (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2556 / 17:45
    อิทาจิน่าร๊ากกกกกกกกกก(เพ้ออยู่นเดียว555)

    อัพนะจ๊ะ
    #122
    0
  9. #117 ~ITaSari~ (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2556 / 17:59
    อิทาจิก็ใจดีเหมือนกันน้าาาาาาา
    ด่าไปในใจเรียบร้อยแล้ว ซากุระ ว่าซะอิทาจิไม่มีอะไรดีเลย 
    มีงอนด้วย 555
    ปากแข็งพอกัน ทั้งคู่เลยยยยยย
    รู้จักกันมาตอนเด็กๆหรอ  อยากรู้ๆ
    ชนะหัวใจนายล่ะสิ  ฮิ่ว~~
    แต่งเก่งมากเลยค่ะ  อ่านแล้วเห็นภาพเลย 
    ชอบสุดๆ ^^
    #117
    0
  10. #113 chrysalis_devil (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2556 / 23:24
    อ้ากกก ชอบเรื่องนี้จั
    เลยให้ตายสิ อัพอีกนะเราปลื้มคู่นี้มากกก
    #113
    0
  11. #112 Kam Sina !? (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2556 / 21:25
    ขอบคุณไรเตอร์น่ะค่ะ   ที่อัพสองตอนรวดเลย TT ดีใจมาก ๆ คู่นี้หาอ่านได้ยากมากก
    อย่าทิ้งฟิคนี้ไปเลยน่ะค่ะ เรื่องงี้สนุกมาก ๆ อีกอย่าง ไรเตอร์แต่งเก่งจังเลย
    --------------------------------------------------------------------------------------
    ซากุระ อิทาจิ เคยรู้จักกันตอนเด็ก มันเป็นยังไง อย่างไร อยากรู้จังเลย ทรมาณเล็ก ๆ
    ซากุระ บางครั้ง ความรู้สึกก็มาก่อนหน้าที่น่ะ แต่ไม่ควรเอามาปะปนกันมากเกินไป 
    มันจะทำให้วงจรชีวิต วุ้นวาย ว้าวุ้น
    --------------------------------------------
    มาอัพต่อน่ะค่ะ รอคอยอยู่น่ะ
    #112
    0