Fic naruto Change my Love รักนี้เปลี่ยนหัวใจชินชา

ตอนที่ 2 : Change my love 1: ลักพาตัว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,944
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 77 ครั้ง
    18 ก.พ. 59

 

Chapter 1


     
 


  



ก๊อกๆ

 เสียงเคาะประตูห้องโฮคาเงะดังขึ้นทำให้ทั้งคู่ต้องกลับมาใช้ท่าทางและคำศัพท์อย่างเป็นทางการเหมือนเดิม ซึนาเดะเองก็เริ่มเข้าโหมดโฮคาเงะสาวพร้อมกับชี้แจ้งภารกิจชิ้นสำคัญให้เหล่าหน่วยลับ

ฮารูโนะ ซากุระคือหัวหน้าอันบุแห่งแคว้นโคโนฮะที่มีชื่อเสียงและฝีมือเก่งกาจที่สุดในบรรดาอันบุของทุกแคว้น ไม่เพียงแต่ในเรื่องการแพทย์ เรื่องการต่อสู้เธอเองก็ไม่เป็นรองใครเหมือนกัน บางทีอาจจะเก่งจนเทียบระดับนินจาที่เก่งติดท็อปโลกนินจาเลยก็ว่าได้ เพราะเหตุนั้นชื่อเสียงของเธอจึงดังไปเกือบทั่วทุกแคว้นทั้งเรื่องฝีมือบวกกับหน้าตาสละสวยสมคำล่ำลือนั่นยิ่งทำให้เธอเป็นที่รู้จักและที่ต้องการของผู้นำแคว้นหลายๆ คน

“ไปทำภารกิจได้ โชคดีนะทุกคน ฮารูโนะขอให้ภารกิจครั้งนี้สำเร็จด้วยดีนะ”

“ค่ะ!/ครับ!

ซากุระไม่รอช้าที่จะรีบนำทีมของเธอมายังชายแดนของแคว้นอาเมะงากุเระกับโคโนฮะ เมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้านี้มีคนแจ้งมาว่าพวกนินจาอาเมะบางกลุ่มได้ลักลอบเข้ามาที่เขตโคโนฮะแล้วขโมยคัมภีร์สำคัญของหมู่บ้านไป ภารกิจก็คือนำคัมภีร์กลับมาให้ได้อย่างปลอดภัยและที่สำคัญ...ห้ามให้ใครเปิดคัมภีร์นี้ออกเด็ดขาด

“หัวหน้าครับ! พวกมันมาเต็มไปหมดเลย” หนึ่งในอันบุผู้เป็นเจ้าของเนตรสีขาวแห่งตระกูลฮิวงะทั้งยังเป็นมือขวาของเธอพูดขึ้น

“ใจเย็นโทรุ นายแยกไปทางทิศใต้คอยต้อนพวกมันไว้ เฮจิ ริกะพวกเธอแยกกันไปทางทิศตะวันออกกับทิศตะวันตกซะ ส่วนฉันจะไปทางทิศเหนือคนเดียว ถ้าเจอศัตรูเมื่อไหร่พยามจับเป็น ลากพวกมันไปให้คุณอิบิกิสืบสวนก่อนแต่ถ้าจำเป็นก็ฆ่าได้ แล้วก็อีกเรื่อง...อย่าลืมที่บอกไว้เกี่ยวกับคัมภีร์ล่ะ นำมันกลับมาให้ได้ จำไว้ว่าห้ามเปิดมันออกเด็ดขาด แยกได้!

 “ครับ/ค่ะ!

ห้าปีที่ผ่านมา...ซากุระไม่ใช่แค่ผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่อ่อนแอเหมือนเมื่อก่อนอีกต่อไปแล้ว ณ เวลานี้ไม่ว่าใครที่ได้รู้จักกับเธอล้วนต้องก้มหัวให้เธออย่างแน่นอนเพราะยามใดเมื่อร่างบางได้แสดงฝีมือจะไม่มีใครสามารถปฏิเสธความเก่งกาจนี้ได้เด็ดขาด แม้แต่อาจารย์ของเธอเองก็ตาม.....

ซากุระได้รับมอบหมายภารกิจระดับA มาแล้ว 180 กว่าครั้ง ระดับ S 10 ครั้งและที่สำคัญไม่เคยพลาดสักครั้ง ไม่งั้นวันนี้เธอคงไม่ได้เป็นถึง...หัวหน้าหน่วยลับสูงสุดแห่งโคโนฮะ

ร่างบางหายใจออกมายาวเหยียดเมื่อคิดได้ว่าวันนี้คงได้ยืดเส้นยืดสายกันอีกยกใหญ่ ก็แน่ล่ะภารกิจนี้เป็นถึงภารกิจระดับ s และที่สำคัญคัมภีร์ที่เจ้านินจาชั้นต่ำพวกนี้มันขโมยมาก็ดันเป็นคัมภีร์โบราณประจำตระกูลเธอซึ่งทรงพลังมากแต่ก็อันตรายด้วยเช่นกัน ซากุระเองก็ใช่ว่าจะไม่รู้ถึงพลังอันมหาศาลของมันถึงได้กำชับทุกคนว่าห้ามเปิดมันออกเด็ดขาด

 

อีกฝั่งทางทิศเหนือของป่าอาเมะงากุเระ....

“คุณอิทาจิครับ ออกมาทำภารกิจแถมยังใช้เนตรแบบนี้เดี๋ยวอาการก็กำเริบหรอกครับ หัวหน้าเองก็สั่งว่า.....”

“ฉันปกติดี เราควรรีบไปหาคัมภีร์นั่นก่อนที่จะมีใครขโมยมันไป”

“แต่คุณอิทาจิครับ....!

“คิซาเมะ” เสียงเข้มเป็นสัญญาณให้รู้ว่าคู่หูของเขาควรจะหยุดพูดได้แล้ว

“ขะ ขอโทษครับ”

อุจิวะ อิทาจิ ชายหนุ่มผู้เป็นเจ้าของเนตรวงแหวน นินจาถอนตัวแห่งหมู่บ้านโคโนฮะและเป็นลูกชายคนโตของตระกูลอุจิวะที่ปิดฉากตระกูลตัวเองอย่างน่าสะเทือนใจโดยไว้ชีวิตไว้แค่น้องชายเพียงคนเดียว...อุจิวะ ซาสึเกะ เพื่อให้ซาสึเกะสั่งสมความแค้นผลักดันให้แกร่งขึ้นก่อนที่สักวันพวกเขาจะได้มีโอกาสสู้กัน นอกจากนั้นอิทาจิยังเป็นนินจาคนหนึ่งที่มีฝีมือติดระดับต้นๆ ของโลกนินจาอีกต่างหาก แต่น่าเสียดาย...ที่ชื่อเสียงส่วนมากของเขาจะไปในทางลบซะมากกว่า

ตู้มมม!!!!’

“คุณอิทาจิครับเสียงนั่น....”

“ทางทิศเหนือห่างออกไป3กิโล”

ทั้งอิทาจิและคิซาเมะต่างตรงไปยังที่มาของเสียงคาดว่าน่าจะเป็นเสียงที่มาจากการต่อสู้แน่นอน....แต่ว่าจะเป็นระหว่างใครกับใครล่ะ

 

ทางทิศเหนือของป่าอาเมะงากุเระ

“ไงๆ อันบุสาวมาคนเดียวซะด้วยสิ คงอยากได้คัมภีร์นี่คืนสินะ”

“หึๆ คงจะสวยน่าดูถ้าถอดหน้ากากนั่นออกมา ว่าแต่ถ้าเธอสนใจไปสนุกกับเรา ฉันอาจจะเมตตาปล่อยเธอไปก็ได้นะคนสวย” นินจาอาเมะอีกคนพูดพร้อมกับมองซากุระด้วยสายตาหื่นกาม

“หึ สวะ เลิกพูดมากแล้วส่งคัมภีร์คืนมาซะ”

ซากุระเหยียดยิ้มที่มุมปากนิดๆอย่างรังเกียจ นินจาชั้นต่ำพวกนี้นอกจากจะดีแต่ปาก ฝีมือก็ยังเทียบไม่ได้กับนารูโตะสมัยก่อนเลยสักนิด พวกอาเมะแทบไม่ได้อยู่ในสายตาเธอแม้แต่น้อยแถมยังกล้ามากที่ดูถูกเธอ คงไม่รู้สินะ...ว่าสาวสวยที่อยู่ภายใต้หน้ากากนี้คือ ฮารูโนะ ซากุระหัวหน้าอันบุที่เก่งกาจที่สุดในแคว้นโคโนฮะ

“โว้วๆ ปากดีซะด้วยสิ ไหนดูสิว่าฝีมือจะเก่งจริงรึเปล่าคนสวย”

 “ไม่เกินสองนาที พวกนายได้ลงไปนอนดิ้นกับพื้นแน่”

“ปากดีนัก งั้นก็เข้ามาเลย!!

“อย่ามาร้องไห้ทีหลังละกัน”

 

2 นาทีผ่านไป

“อ้ากก!!!

และก็จริง....เพียงไม่กี่นาทีเธอก็ทำให้นินจาชั้นต่ำพวกนี้ลงไปนอนดิ้นกับพื้นได้สบายๆโดยแทบไม่เสียเหงื่อสักหยด บอกแล้วไงว่าพวกนี้ก็ดีแต่ปากแต่เอาเข้าจริงก็โง่ขั้นเทพ คิดเหรอว่าการขโมยของสำคัญแบบนี้โดยไม่ได้เตรียมตัวมาก่อนนับว่าเป็นการกระทำที่สิ้นคิดมาก มือเรียวปัดเศษฝุ่นออกเล็กน้อยก่อนจะก้มลงหยิบคัมภีร์ขึ้นมาเตรียมที่จะหันหลังเดินทางกลับแต่ทว่า...

 ตุ๊บ!

โดยไม่ทันได้ระวังหมัดหนักๆ พุ่งเข้าที่ท้องเธออย่างจังและนอกจากความแรงบวกกับจักระสกัดจุดที่ส่งตรงเข้าท้องน้อยเธอก็แรงพอที่จะทำให้ผู้หญิงฟุบลงได้ภายในครั้งเดียวจนคัมภีร์ที่เธอถืออยู่ร่วงลง ทันใดนั้นเองคัมภีร์ที่กะทบพื้นก็เปิดออก ตัวอักษรมากมายเรืองแสงขึ้นรอบตัวหญิงสาว ณ เสี้ยวนาทีนั้นแสงสีขาวบางอย่างที่พุ่งออกมาจากคัมภีร์ก็ตรงเข้าที่ท้องเธออย่างรุนแรงและค่อยๆหายไปในตัว โดยที่ระหว่างนั้นผลที่หญิงสาวได้รับคือเสียงกรี๊ดจากปากของร่างบางที่ดังลั่นด้วยความเจ็บปวด

ผู้มาเยือนใหม่สองคนถึงกับชะงักไปด้วยความตกใจโดยเฉพาะชายที่ชกท้องเธอไปเต็มๆ พวกเขายืนมองภาพตรงหน้านิ่งๆด้วยไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นจนในที่สุดแสงสีขาวก็ค่อยๆ จางลงพร้อมกับเสียงกรี๊ดสุดท้ายก่อนที่ซากุระจะสลบไปโดยไม่รู้ตัว

“คุณอิทาจิครับ อันบุคนนี้....เป็นผู้หญิง และยังคัมภีร์นั่นอีก....”

“อืม ฉันรู้แล้ว”

อิทาจิเองก็สงสัยตั้งแต่ตอนที่เขาชกท้องอันบุแปลกหน้าแล้ว ตัวเธอบอบบางเกินกว่าจะเป็นผู้ชาย ดวงตาเย็นชามองร่างบางกับคัมภีร์ที่ตกอยู่ไม่ไกลนิ่งๆ คัมภีร์ถูกเปิดออกแล้ว....ไม่มีใครรู้ว่าคัมภีร์นั่นมันเป็นคัมภีร์อะไรนอกจากโฮคาเงะและอาจจะเหล่าหน่วยลับบางคนที่รู้ว่าหลังจากเปิดมันออกมันอะไรเกิดขึ้นหรืออันตรายแค่ไหน....ซึ่งเธอคนนี้ก็ได้ลิ้มลองมันเข้าไปแล้ว

“เอ่อ...คุณอิทาจิครับ ผมว่าคุณน่าจะรู้จักอันบุคนนี้”

คิซาเมะเรียกอิทาจิมาดูหลังจากดึงหน้ากากที่ปกปิดใบหน้าหวานๆ ของเธอออก นัยน์ตาสีแดงเบิกโพลงทันทีที่เห็นหน้า ไม่ใช่แค่คิซาเมะที่รู้จักเธอแต่อาจจะเป็นทุกคนในโลกนินจาต่างหากที่รู้จักแม่สาวอันบุคนนี้เพียงแต่ว่า...

....เขาอาจเป็นคนหนึ่งที่รู้จักเธอดีมากๆซะด้วยสิ

“ฮารูโนะ ซากุระ ผมคิดว่าเธอคงมีประโยชน์กับเราไม่น้อยนะครับ หัวหน้าหน่วยลับคนเก่งของโคโนฮะ เพื่อนร่วมทีมของเจ้าจิ้งจอกเก้าหางกับน้องชายคุณ คาถานินจาแพทย์ที่เลื่องลือ....และที่สำคัญเธอน่าจะรักษาคุณอิทาจิได้นะครับ”

“ไม่ เราไม่ต้องการ ทิ้งเธอไว้นี่ซะ” ชายหนุ่มปฏิเสธเสียงแข็งทันทีไม่แม้แต่เสียเวลาคิดแล้วตั้งท่าเดินออกมา

“คุณอิทาจิครับถือว่าครั้งนี้ผมขอร้อง เธอจะเป็นประโยชน์ต่อเรามาก....ต่อคุณด้วย” การที่ได้ตัวแม่อันบุคนนี้มาก็ไม่ต่างกับคว้ายาวิเศษณ์ที่ลอยมาตกอยู่ตรงหน้าซึ่งจะปล่อยไปไม่ได้เด็ดขาด

“...........” ร่างสูงไม่ตอบอะไรแต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธประมานว่าอยากทำอะไรก็ทำไป มือหนาหยิบคัมภีร์ที่ตกอยู่ขึ้นมาใส่ในเสื้อพร้อมกับหายตัวไปยังรังลับแสงอุษาโดยปล่อยให้คู่หูของเขาได้แต่ยืนยิ้มด้วยความดีใจ

“ดูท่าว่าเราจะเจอแจ๊คพ็อตชิ้นใหญ่ซะแล้วสิ” คิซาเมะพูดพร้อมกับอุ้มร่างที่ไร้สติของอันบุสาวแบกขึ้นบ่าไป

ในตอนนั้นเองโทรุที่สังเกตเห็นความผิดปกติแล้วยังได้ยินเสียงร้องของหัวหน้าคนเก่งจึงรีบวกกลับมาดูและลางสังหรณ์เขาก็ไม่ผิดจริงๆเมื่อเขาเห็นเหตุการณ์ทุกอย่างจนถึงตอนที่หนึ่งในแสงอุษาตั้งท่าจะลักพาตัวซากุระไป สถานการณ์สองต่อหนึ่งแบบนี้เขารู้ตัวดีว่าเพียงตัวคนเดียวคงไม่อาจเอาชนะแสงอุษาได้ ถ้าเขาพรวดพราดเข้าไปช่วยอาจจะถูกฆ่าปิดปากแล้วก็คงไม่มีใครกลับไปรายงานที่หมู่บ้านได้อีก คงต้องไปแจ้งท่านโฮคาเงะให้เร็วที่สุดแล้วขอกำลังเสริมมาช่วยหัวหน้าให้ได้!

 

 

            ห้องกว้างที่ถูกเรียกว่าห้องทำงานของโฮคาเงะบัดนี้ได้กลายมาเป็นห้องเก็บเอกสารกองพะเนินที่ตั้งสูงตระหง่านท่วมหัว โดยมีหญิงสาววัยกลางคน(?)นั่งหัวปั่นอยู่ท่ามกลางเศษกระดาษพวกนี้อย่างเอาเป็นเอาตายพลางซดสาเกไปพร้อมๆกัน ไม่แปลกที่เธอจะเห็นเธองานยุ่งเพราะตั้งแต่ซึนาเดะรับตำแหน่งอันสูงส่งที่เรียกว่า โฮคาเงะ ก็ไม่มีวันไหนที่เธอจะได้อยู่อย่างสุขสงบหรือแอบชิ่งไปเข้าบ่อนได้สักวัน

ก๊อกๆ

“อะไรอีกวะ! อย่าบอกนะว่ายังมีเอกสารให้ฉันเซ็นอีก!?” ซึนาเดะโวยเสียงดังลั่นจนทำให้โจนินที่ไม่ทันจะก้าวเข้ามาแทบจะหดตัวเป็นลูกหอย

“มะ ไม่ใช่คร้าบท่านซึนาเดะคือมีแขกมาขอพบครับ T0T

 “ใคร? ให้เข้ามาได้ เร็วๆด้วยฉันจะได้กลับไปกินสาเกซักที โอ๊ย ฉันจะบ้าตายมีสักวันไหมที่ฉันจะได้ไปนั่งพนันสบายๆ เหมือนเมื่อก่อนบ้าง”

“อ่า...ครับๆT^T;; ท่านซึนาเดะอนุญาตแล้วครับ เชิญได้เลยครับ”

นินจาคนนั้นเปิดประตูแล้วหลีกให้บุคคลที่มาใหม่ได้เข้ามาแต่ดูท่าทางคำทักทายของคนมาใหม่จะทำให้เส้นประสาทเส้นสุดท้ายของโฮคาเงะสาวรุ่นป้าขาดผึงลงเป็นที่เรียบร้อย

“ฮ่าๆ แหมป้านี่นิสัยคนแก่ติดการพนันนี่ไม่เคยเปลี่ยนเลยนะฮะ”

“หน็อย นี่นายกล้าดียังไง.....!!!

ท่านรุ่นห้าที่กำลังนั่งปั่นงานหน้าดำหน้าแดงถึงกับเงยหน้าขึ้นเพื่อแว้ดคนที่ถูกเรียกว่าแขกด้วยอารมณ์ฉุนสุดขีด กล้าดียังไงมาเรียกเธอว่าป้า! ถ้าไม่ใช่เจ้านารูโตะนั่นใครก็ห้ามเรียกเธอทั้งนั้น! แต่จะว่าไปเสียงนี้มันก็คุ้นๆอยู่หรอกนะ คงไม่ใช่.....ไม่หรอกมั้งก็หมอนั่นไม่ได้ส่งข่าวมาเลยนิว่าจะกลับหมู่บ้าน

“.....นาย!!!!

“โห่ อะไรกันป้าไม่เจอกันแค่ 3 ปีลืมกันไปแล้วหรอฮะ ^^

“นารูโตะ!!!!!

ซึนาเดะเผลอลุกขึ้นยืนด้วยความตกใจจนเมื่อเธอตั้งสติได้จึงเริ่มคลี่ยิ้มบางๆ ออกมา....ตั้งแต่นารูโตะออกไปฝึกวิชาที่ภูเขาเมียวโบคุและพยามตามตัวซาสึเกะกลับมานี่ก็ปาเข้าไปห้าปีกว่าแล้วสินะ...

....ดูท่าเจ้าบ้านี่คงเก่งขึ้นเยอะเลย....ซึนาเดะคิดในใจพร้อมกับผายมือให้นารูโตะนั่งลง

“ว่าแต่ไหนโจนินคนตะกี้บอกว่าพวกนายมากันสองคนไม่ใช่เหรอ? แล้วอีกคนที่มากับนายใช่คาคาชิหรือเปล่า”

“เออใช่! ผมเกือบลืมเลย แหะๆ แต่ไม่ใช่ครูคาคาชิหรอกฮะป้า แต่รับรองป้าต้องอึ้งกว่านั้นแน่ เฮ้ ซาสึเกะเข้ามาได้แล้วโว้ย”

“อะ อะไรนะ?!!!” ซึนาเดะถึงกับตกใจลุกขึ้นตบโต๊ะอีกรอบก็เมื่อนารูโตะพูดชื่อคนที่เธอไม่คิดจะได้ยิน

“รู้แล้วน่าไอ้ซื่อบื้อ...สวัสดีครับท่านรุ่นห้า”

ซะ ซาสึเกะ....อุจิวะ ซาสึเกะ! นินจาถอนตัวของหมู่บ้านมายืนข้างหน้าเธอ!!!! เป็นไปได้ไง!!?? ทำไมหมอนี่ถึงยอมกลับมาล่ะทั้งๆ ที่ล่าสุดยังมีท่าทีจะถล่มหมู่บ้านโคโนฮะด้วยซ้ำ ไม่ได้การล่ะ....เจ้านารูโตะนี่มันงี่เง่าไม่เปลี่ยนจริงๆกล้าพาศัตรูเข้ามาถึงห้องโฮคาเงะ ถ้านี่เป็นแผนถล่มหมู่บ้านโดยการเปิดฉากที่

“ทำไมเธอถึง.....”

“ฮ่าๆ ป้าหุบๆปากหน่อยก็ได้ผมเห็นแมงวันเข้าไปขี้ได้สามตัวละ-0-เดี๋ยวผมเล่าให้ฟังเอง”

“ให้มันไวๆเลยนารูโตะ ไม่งั้นฉันจะหักคอนายแน่โทษฐานพาศัตรูบุกมาถึงห้องโฮคาเงะ”

           

 

          รังลับแสงอุษา

            “ว่าแต่เราจะเอาแม่อันบุคนนี้ไว้ที่ไหนดีล่ะครับ”

คิซาเมะถามพร้อมกับค่อยๆ วางร่างที่ยังสลบไว้บนโซฟา ถ้าใครคิดว่ารังลับแสงอุษาจะเก่าๆ โทรมๆ มีใยแมงมุมสกปรกโสโครกล่ะก็ลืมไปได้เลย! หลายคนอาจจะคาดไม่ถึงเลยว่าพวกอาชญากรระดับ S ทั้งหลายนี้จะรักความสะอาดและล้วนมีหัวคิดที่ทันสมัยไม่โบราณคร่ำครึ...คิดดูสิขนาดห้องนั่งเล่นยังมีโซฟาหนังชั้นดีบวกกับห้องอาหารที่ใหญ่โตสไตล์ญี่ปุ่นผสมตะวันตกเลย ส่วนเรื่องห้องนอนของแต่ละคนละก็ยิ่งไม่ต้องพูดถึง ทุกคนจะมีสไตล์ที่ต่างกันไปบ่งบอกถึงเอกลักษณ์เฉพาะตัว และแน่นอน....รสนิยมของอาชญากรพวกนี้ต้องยอมรับว่าดูดีใช่เล่น

“วางเธอไว้ตรงนั้น เดี๋ยวที่เหลือฉันจัดการเอง”

คิซาเมะเลิกคิ้วอย่างแปลกใจ คนอย่างอิทาจิเนี่ยนะออกปากว่าจะทำเองเพราะส่วนใหญ่ที่ได้รับภารกิจแบบนี้มาอิทาจิจะโบ้ยงานไปให้คิซาเมะทุกครั้ง แต่ดูท่าครั้งนี้แม่อันบุคนนี้คงจะมีอะไรที่พิเศษกว่าคนอื่นละมั้ง

“แล้วเรื่องคัมภีร์นั่น....”

“เดี๋ยวฉันจัดการเอง นายไปพักผ่อนเถอะ”

“ครับ งั้นผมของตัวไปฝึกดาบก่อนนะครับ ถ้ามีอะไรก็เรียกผมได้นะคุณอิทาจิ”

 พูดจบก็เดินออกไปทิ้งให้เหลือแต่อิทาจิกับร่างอันบุสาวที่ยังคงนอนสลบใสลอยู่บนโซฟา หน้ากากประจำตัวของเธอที่หลุดออกไปเผยให้เห็นใบหน้านวลขาวอมชมพูที่มีเสน่ห์เย้ายวน ริมฝีปากหยักได้รูปสีชมพูกุหลาบ ดวงตาที่ปิดสนิทล้อมไปด้วยขนตายาวงอนเป็นแพ น่าเสียดายที่เธอยังสลบอยู่ไม่งั้นคงได้เห็นดวงตาสีมรกตคู่สวยที่ดึงดูดทุกสายตาให้สะกดมอง

ดวงเนตรวงแหวนอันทรงพลังเผลอไล่สายตาไปตามใบหน้าเนียนนั้นอย่างลืมตัวเหมือนมีมนต์ที่สะกดสายตาเขาไว้ เช่นเดียวกับเมื่อหลายสิบปีก่อน...ความอ่อนหวานน่ารักของเด็กสาวคนนึง ซึ่งเขาจำได้ไม่มีวันลืมในวันที่เขาทรยศเธออย่างไร้หัวใจ

 “อืม....”

เสียงครางเบาๆ ของคนตัวเล็กทำให้เขาตื่นจากภวังค์ ก่อนหน้านี้ไม่กี่ชั่วโมงคิซาเมะได้ดูดจักระเธอออกไปครึ่งหนึ่งซึ่งก็พอที่จะไม่สามารถใช้วิชานินจาหรือคาถาอะไรได้ ไม่ว่ายังไงก็ตามจะประมาทไม่ได้เด็ดขาดเพราะเธอคนนี้ไม่ใช่แค่นินจากระจอกๆ ธรรมดาคนหนึ่งซะด้วยสิ

“อืม...อึก.....”

เสียงครางดังขึ้นอีกพร้อมกับการขยับตัวเล็กน้อยบ่งบอกว่าเธอกำลังจะตื่นในอีกไม่ช้านี้  อิทาจิค่อยๆ ช้อนร่างเล็กขึ้นมาในอ้อมแขนอันแข็งแกร่งก่อนจะตรงไปที่ห้องนอนของเขาแล้ววางเธอลงกับเตียงโดยไม่ลืมที่จะเก็บอาวุธและล็อกประตูทุกบาน เขารู้ซากุระเป็นนินจาที่ฉลาดไม่งั้นคงไม่เป็นถึงหัวหน้าอันบุได้ เมื่อแน่ใจว่าเขาไม่ได้ทิ้งอะไรที่พอจะเป็นอาวุธให้เธอร่างสูงก็คว้าผ้าขนหนูก่อนจะเดินเข้าห้องน้ำไป....

เสียงสายน้ำที่ดังลอดออกมาปลุกร่างบางที่หลับใหลอยู่ให้ปรือตาขึ้นช้าๆ อย่างลำบาก ก่อนที่นัยน์ตาสีมรกตจะเริ่มปรับโฟกัสพลางกวาดสายตาสำรวจไปทั่วห้อง “ที่นี่มัน......”

 ด้วยสัญชาติญาณความเป็นนินจาทำให้ซากุระรีบเด้งขึ้นมาจากเตียงก่อนจะร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดเมื่อเลิกเสื้อของเธอขึ้นมา รอยผนึกเล็กๆ ทำให้ร่างบางต้องถอยหายใจ เธอโดนมันเข้าไปแล้วสินะ แต่ช่างเถอะสิ่งแรกที่เธอควรจะทำตอนนี้คือหาทางไปจากที่นี่ให้ได้ก่อน!

มือเล็กเตรียมที่จะล้วงอาวุธในกระเป๋า แต่แล้วคิ้วบางก็ต้องขมวดกันเป็นปมอีกรอบเมื่อพวกนั้นเอาอาวุธของเธอไปไม่เหลือแม้แต่ชิ้นเดียว

“แย่ชะมัด พลาดได้ไงเนี่ย” ซากุระตบที่หน้าผากตัวเองเบาๆ ก่อนจะรู้สึกถึงอะไรที่หายไป

ให้ตายสิ ไอ้พวกนินจาชั้นต่ำ เอาของเธอไปไม่พอ ยังถือวิสาสะเอาที่คาดหน้าผากโคโนฮะของเธอไปอีก ไม่ได้การละที่นี่ต้องมีอาวุธที่เจ้าของห้องทิ้งไว้มั่งสิ เมื่อคิดได้ก็เริ่มลงมือหาทันที

สิบนาทีผ่านไป ร่างสูงก็เพิ่งนึกได้เหมือนกันว่าเขาลืมเก็บอาวุธที่เก็บไว้ใช้ในยามฉุกเฉินซึ่งซ่อนอยู่ใต้เตียง แต่นั่นก็คงสายไปแล้ว....เพราะเมื่อเขาเปิดประตูห้องน้ำออกมาร่างของอันบุสาวก็ได้หายไปจากเตียงซะแล้ว

ฟึ่บ

นัยน์ตาสีเเดงเบิกกว้างเล็กน้อยเมื่อรู้สึกได้ถึงวัตถุเย็นๆที่จ่ออยู่บนคอ

“คนที่จับฉันมาคือนายเองเหรอ....อุจิวะ อิทาจิ” ซากุระจ่อคุไนที่คออิทาจิและพร้อมที่จะกดมันลงบนเนื้อขาวๆนั้นทุกเมื่ออย่างไม่ปราณี แต่ทว่าน้ำเสียงกลับขาดห้วงเมื่อเห็นหน้าบุคคลที่จับตัวเธอมา ใบหน้านวลถึงกับขาวซีดลงทันทีแต่ไม่นานอันบุสาวคนสวยก็ซ่อนความรู้สึกอย่างว่องไวโดยที่มือยังจ่ออยู่ที่คอคนตัวโต

“ไม่น่าเชื่อ....ว่าคนอย่างอุจิวะจะพลาดเรื่องแค่นี้”  

ร่างสูงที่มีใบหน้าหล่อเหลาดวงตาสีแดงเนื่องจากเนตรวงแหวนอันทรงพลังคล้ายกับใครบางคนที่เธอรู้จักดีในอดีต จ้องเธอกลับดวงสายตาราบเรียบไม่มีแววตื่นกลัวที่ตนกำลังเป็นฝ่ายเสียเปรียบเลยสักนิด

 “ฮึ” อิทาจิขมวดคิ้วนิดๆ ด้วยความไม่พอใจ นี่เป็นครั้งแรกเลยนะเนี่ยที่เขาถูกสบประมาทด้วยคำพูดแบบนี้ ไม่สิ...ต้องบอกว่าครั้งที่สองถึงจะถูก แถมคนที่ดูถูกเขายังเป็นผู้หญิงคนเดิมซะด้วยสิ

เปลี่ยนไปนะ...ซากุระ

“เอาล่ะอุจิวะถ้าไม่อยากตายตอบฉันมาดีๆ นายจับฉันมาทำไมแล้วที่นี่ที่ไหน” ซากุระพยามบังคับเสียงไม่ให้สั่น สายตาคมที่มองตรงมาทำให้เธออยากจะร้องไห้จริงๆ ตอนแรกที่เขาเดินออกมาจากห้องน้ำเล่นเอาเธอแทบทรุดอยู่เหมือนกัน ไม่น่าเชื่อว่าผู้ชายที่เธอพยามลืมมาเกือบสิบปีจะกลับมาอยู่ตรงหน้าเธออีกครั้ง แต่ร่างบางก็พยามท่องไว้ว่าเธอไม่ใช่ซากุระคนเดิมอีกต่อไปแล้วและเขาก็ไม่ใช่อิทาจิคนเดิมอีกต่อไป คำสั่งสูงสุดของเธอคือจับตายพวกแสงอุษา และเธอจะไม่ให้ความรู้สึกส่วนตัวมาขัดขวางภารกิจเป็นอันขาด

ในเมื่อซากุระทำเหมือนไม่เคยรู้จักเขามาก่อน แถมยังไม่ได้เรียกชื่อจริงของเขาด้วยเพราะงั้นเขาเองก็ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องเรียกชื่อจริงเธอเหมือนกันและถึงทั้งคู่ไม่เคยรู้จักกัน ชื่อเสียงของแต่ละคนกินกันไม่ลงถึงแม้ว่าคนหนึ่งจะออกไปทางบวกส่วนอีกคนจะออกไปทางลบซะมากกว่าก็เถอะ

“แล้วทำไมฉันจะต้องตอบเธอ ฮารูโนะ”

“อย่าเล่นกับฉันนะอุจิวะ.....ตอบมา” ซากุระกดเสียงต่ำให้รู้ว่าเธอไม่มีเวลามาเล่นสงครามกวนประสาทกับเขา พลางกดคุไนให้ลึกขึ้นทำให้ของเหลวสีแดงเริ่มซึมออกมานิดๆ

“...แล้วถ้าฉันไม่ตอบ” อิทาจิหายตัวจากด้านหน้าก่อนจะเปลี่ยนมาเป็นคนคุมเกมโดยไม่ทันตั้งตัวคุไนคมๆก็หลุดออกมาจากข้อมือเนียนก่อนที่มันจะถูกจ่อบนคอขาวๆ ของเธอแทน “...เธอจะทำอะไรฉัน”

“เหอะ” อันบุสาวสบถออกมาเบาๆ

“ไม่นึกว่าคนอย่างฮารูโนะ....จะพลาดเรื่องแค่นี้” รอยยิ้มนิดๆ ปรากฏที่มุมปากอย่างสะใจที่ได้เอาคืน

“ไม่มีทาง!!” ซากุระหันหลังพร้อมกับเตะข้อมือข้างที่ถือคุไนในมืออิทาจิออก ขณะเตรียมที่จะรวบจักระตั๊นหน้าหล่อๆ นั่นให้ลงไปซบกับพื้น

“ตายซะ!!!

หมับ

“นะ นี่มันอะไรกัน! ทำไมนายถึงได้....!!?

อิทาจิรับหมัดได้สบายๆ โดยแทบไม่ต้องใช้เนตรหรือขยับตัวสักนิด นัยน์ตาสีมรกตถึงกับเบิกโพลงด้วยความตกใจ ใช่ว่าเธอจะไม่รู้ว่าอิทาจิเก่งแค่ไหนแต่ก็คงไม่เก่งถึงขนาดรับหมัดเธอได้ง่ายดายขนาดนี้ ถ้าคนปกติต่อให้เก่งแค่ไหนโดนหมัดเธอตรงๆแบบนี้อย่างน้อยไม่แขนหักก็กระเด็นไปหลายเมตรแต่นี้กลับ....

“ยังไม่รู้ตัวสินะ”

“นะ...นายทำอะไรฉัน!” มือบางพยามเร้นจักระออกมาแต่ดูเหมือนมันจะไม่ได้ผลเลยสักนิด

“ไม่ต้องพยายาม คิซาเมะดูดจักระเธอออกหมดแล้ว”

“อุจิวะนายมันเลวจริงๆ นายก็รู้ว่าถ้านินจาคนไหนไม่มีจักระอาจจะตายได้นะ!

อ้อ เธอลืมไป...คนอย่างอุจิวะ อิทาจิไม่เคยมีหัวใจอยู่แล้วนิ ถ้าใครจะเป็นจะตายมันก็คงไม่มีผลหรือสะทกสะท้านต่อหัวใจเขาสักเท่าไหร่สินะ...ขนาดพ่อ แม่ หรือแม้กระทั่งตระกูลของตัวเองเขาเองยังฆ่าได้ลงคอ!!

“หึ ดูไม่สมกับฮารูโนะที่เขาล่ำลือมาจริงๆ”

“หยุดดูถูกฉันเดี๋ยวนี้!

ซากุระเงื้อมือเพื่อจะต่อยอิทาจิอีก แต่คราวนี้เขากลับไม่ได้แค่รับมันไว้เฉยๆ ชายหนุ่มรวบเอวบางของหญิงสาวเข้ามาประชิดแล้วใช้มืออีกข้างล็อกมือเธอไว้ก่อนจะก้มลงมาจนรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ร่างกายที่เบียดเสียดอย่างใกล้ชิดทำให้อุณหภูมิในตัวหญิงสาวและชายหนุ่มต่างสูงขึ้นอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน โดยเฉพาะหญิงสาว...การกระทำของอิทาจิมันยิ่งทำให้เธอเกลียดเขามากขึ้นทุกที

“ปล่อยนะ! หูหนวกรึไงฉันบอกให้ปล่อย!

 “ฉันขอเตือนเธอไว้ก่อน อยู่เงียบๆ และอย่าพยามที่จะหนีไม่งั้น....ฉันจะจับเธอมัดไว้กับเตียงและคอยคุมตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง...แบบพิเศษ...อย่างนั้นดีไหม”

คำขู่ที่ดูจะส่อไปอีกทางทำให้หน้านวลค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีแดงระเรื่อจนซากุระต้องเบือนหน้าไปทางอื่นเพื่อรักษามาดของเธอ

“งั้นนายก็เอามืออันน่ารังเกียจของนายออกไปจากตัวฉันซะ” ซากุระพยามขยับตัวออกจากอ้อมแขนของชายหนุ่มด้วยความรังเกียจ เธอไม่ต้องการถูกเนื้อต้องตัวกับอาชญากรระดับ s เย็นชา สารเลว ทรยศ ไร้หัวใจอย่างเขา!

มือหนาค่อยๆ คลายออกเมื่อเห็นว่าเธอเริ่มสงบ แต่เมื่อร่างเล็กหลุดเป็นอิสระก็ รีบกระโดดออกห่างเขาไปยืนอีกมุมของห้องด้วยความขยะแขยงทันที

“ทีนี้นายก็ออกไปจากห้องนี้ได้แล้ว ฉันจะพักผ่อน”

“เธอมีสิทธิ์อะไรมาสั่ง”

“นี่นาย...!!

“อยากจะพักก็พักไปสิ ไม่ได้ว่าอะไร เพียงแต่ว่านี่มันห้องของฉัน จะออกหรือไม่ออกมันก็ไม่เกี่ยวกับเธอ”

“งั้นฉันจะไปห้องอื่น!

“เสียใจแต่ห้องอื่นเต็ม หรือว่าเธอ....” อิทาจิเลิกคิ้วน้อยๆ “....กลัวฉันลวนลาม??

ร่างบางถลึงตาใส่ชายหนุ่มตรงหน้าแต่ใบหน้านวลที่ขึ้นสีแล้วกลับแดงเถือกขึ้นไปอีก

หมอนี่คิดว่าเธอเป็นผู้หญิงแบบไหนกันวะ?

 เหอะหลงคิดผิดไปจริงๆ ว่าคนอย่างอุจิวะ อิทาจิผู้ชายที่แสนเย็นชาและเงียบขรึม (ตามที่ได้ยินมาในปัจจุบัน) จะแตกต่างจากผู้ชายคนอื่น แต่ความจริงแล้วหมอนี่ก็ไม่ต่างจากให้พวกผู้ชายโรคจิตทั่วไปจริงๆ

“เห็นแบบนี้มันก็ไม่แน่ไม่ใช่รึไง” ร่างบางหรี่ตาอย่างจับผิด “แล้วอีกอย่างมีความจำเป็นอะไรที่ฉันต้องไปนอนกับอาชญากรโรคจิตอย่างนาย อ้อ แต่ถ้ากลัวฉันจะหนีก็เลิกคิดได้เลย ลืมไปแล้วรึไงนายดูดจักระฉันไปหมดแล้ว อีกอย่าง...ฉันจำได้ว่าที่แสงอุษามีผู้หญิงอยู่หนึ่งคน นายควรจะให้ฉันไปนอนกับเธอ”

“ยัยนั่นไม่ชอบให้ใครมาวุ่นวาย อย่าทำตัวให้มีปัญหามาก”

“อุจิวะฉันเกลียดปากนายจริงๆ”

ไอ้โรคจิต! ฉันเกลียดนาย แล้วถ้าเกิดนายคึกแล้วมาฉวยโอกาสฉันจะทำไง ซากุระคิดในใจ

“พูดถึงเรื่องฉวยโอกาสบอกไว้ก่อน....” ดวงตาคมเหลือบมองหน้าอกหญิงสาวด้วยใบหน้านิ่งเหมือนรู้ทันเธอ

 “ฉัน-ไม่-สน-ไข่-ดาว

.........ไข่...ดาว........

.......ไข่.....ดาว.....

....ไข่....ดาว.....

....ไข่..ดาว...

“อะ ไอ้ทุเรศ! นายมันลามกที่สุด! หยาบคาย! ไม่มีความเป็นสุภาพบุรุษ!...ไอ้...!!

หญิงสาวด่ากลับขณะรีบเอามือปิดหน้าอกทันทีด้วยใบหน้าแดงจัด กล้ามากที่ดูถูกเรื่องขนาดหน้าอกของเธอ ใครๆ ก็รู้ว่าแม่หน่วยลับสาวสวยคนนี้มีเรือนร่างที่ฮอตและเพอร์เฟกแค่ไหน แล้วอีตาผู้ชายคนนี้เป็นใครมิทราบถึงได้กล้าวิจารณ์เธอออกมาได้ทุเรศแบบนั้น

“แฮกๆ เปลืองน้ำลายชะมัดเลยว่ะ เออ ไอ้โรคจิตจะเอายังไงก็เอาแต่ฉันไม่นอนร่วมเตียงกับนายเด็ดขาด”

“เป็นผู้หญิง”

“......”

“พูดจาได้ห่วยมาก”

“........”

อิทาจิพูดพร้อมส่ายหัวอย่างระอาก่อนจะทำท่าเดินออกไป ทำให้ซากุระแทบจะปรี๊ดแตกด้วยความเหลืออด พ่อก็ไม่ใช่ พี่ก็ไม่ใช่ เพื่อนก็ไม่ใช่ แฟนยิ่งไม่ใช่ใหญ่ มีสิทธิอะไรมาวุ่นวายกับคำพูดเธอมิทราบ!

ถ้าเป็นสมัยก่อนเธอคง....พอๆๆ เลิกนึกถึงเรื่องเมื่อสิบปีก่อนได้แล้วซากุระ ปัจจุบันคือปัจจุบัน อดีตคืออดีต เราไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้อีกแล้วนะ

ซากุระสะบัดหัวพยามไม่ให้เรื่องอดีตเข้ามากวนใจอีกก่อนจะเดินตามไปเรียกคนตรงหน้าห้วนๆอีกครั้ง

 “นี่นายเดี๋ยวก่อน! มาคุยกันให้รู้เรื่องก่อนสิ....อุ๊บ! อื้อๆ” มือหนาหันมาปิดปากเธออย่างเบื่อหน่าย

“เงียบซะ เดี๋ยวฉันจะพาเดินดูรอบๆ”

พูดจบก็เปลี่ยนมาคว้าข้อมือเธอแทนซึ่งตอนแรกหญิงสาวพยามสะบัดมันออกแต่ไม่นานเธอก็รู้ว่ามันไม่มีประโยชน์เพราะมือของหมอนี่เหนียวยิ่งกว่ากาวตราช้างร้อยเชือกซะอีก

“ไม่กลัวฉันหาทางแล้วหนีไปรึไง?

“ที่นี่ถูกลงคาถาไว้รอบๆ ถ้าไม่ใช่คนของแสงอุษาจะไม่สามารถออกจากที่นี่โดยไม่ได้รับอนุญาต”  

เพียงแค่ส่วนหนึ่งของที่นี่ซากุระก็แทบอึ้งเมื่อเห็นสไตล์การแต่งห้องของอาชญากรพวกนี้ นึกว่าพวกแสงอุษาจะเป็นพวกโหดร้าย กระหายเลือดเลือดและป่าเถื่อนซะอีก แต่ที่ไหนได้...แม้ว่าเธอไม่อยากยอมรับแต่ก็ต้องบอกว่าพวกนี้มีรสนิยมการตกแต่งที่ดีไม่ใช่น้อยเลยทีเดียว

“เธอกำลังคิดว่าฆาตกรใจโหดอย่างพวกฉันไม่น่ามีปัญญาตกแต่งห้องได้ถึงขนาดนี้ใช่ไหม”

“นายแอบอ่านใจฉัน!? อิทาจิยิ้มที่มุมปากกับท่าทางของเธอ           

“เปล่า แต่สีหน้าเธอมันฟ้อง”

มือหนาพาเธอเดินเข้ามาหยุดยังห้องสมุดเก่าแก่ซึ่งคอยรวบรวมคัมภีร์และหนังสือสำคัญเอาไว้ รอบๆ ห้องให้อารมณ์แบบโบราณ มีชั้นหนังสือใหญ่โตที่เรียงสูงท่วมหัว กลิ่นอายของความเก่าโชยอบอวลไปทั่ว ห้องนี้เป็นเพียงห้องเดียวที่คงความดั้งเดิมไว้จึงไม่แปลกที่จะมีหยากไย่และขี้ฝุ่นเกาะอยู่เต็มไปหมด

“นี่มันคัมภีร์หายากทั้งนั้นเลยนิ พวกนายไปหามาจากไหนกัน”

ซากุระเดินไปหยิบคัมภีร์สองสามม้วนมาเปิดดู นัยน์ตาสีมรกตเบิกกว้างเป็นประกายด้วยความสนใจ  ซากุระเป็นคนรักการอ่านมาตั้งแต่เด็กจนโต ยิ่งมาเจอคลังหนังสือใหญ่ๆ แบบนี้คงกระดี๊กระด๊าไปทั้งวัน ร่างสูงที่ยืนพิงผนังอย่างอิทาจิรู้เรื่องนี้ดี....เขาถึงเลือกที่จะพาเธอมาห้องนี้ก่อน

“นี่เป็นห้องสมุดของพวกเรา มีหนังสือสำคัญหลายๆ อย่างที่เธออาจจะจำเป็นต้องใช้มันในการรักษาคนอื่นๆ” อิทาจิพูดแล้วชี้ไปที่ประตูไม้แกะสลักเก่าๆ ด้านหลังอีกบาน “ส่วนนั่นเป็นห้องทดลองส่วนตัว สมาชิกทุกคนจะใช้ห้องนั้นการลองคาถาใหม่ๆ เธอสามารถใช้ห้องนั้นผสมตัวยาหรือทดลองอะไรก็ได้แต่ต้องอยู่ภายใต้การควบคุมของฉัน”

จริงสิ บางทีเธออาจจะหาข้ออ้างมาหมกอยู่ที่นี่ก่อนจะหนีก็เป็นแผนที่ไม่เลว จะได้ถือโอกาสขโมยคัมภีร์สำคัญๆ ไปให้โคโนฮะด้วย

หลังจากสำรวจห้องสมุดจนหมดทุกซอกทุกมุมอิทาจิก็ลากเธอมาที่ห้องนั่งเล่นรวมต่อ

“ส่วนนี่ก็ห้อง.....” พูดไม่ทันจบเสียงขัดของเพื่อนร่วมองค์กรตะโกนขึ้นมาจากโซฟาหนังตัวใหญ่

 “โย่ว อิทาจิวันนี้ภารกิจ.......พรู้ดดดดดดดดดด!!

หนุ่มหน้าหล่อผมสีเพลิงแดงที่นั่งดูดน้ำขณะหันไปทักอิทาจิถึงกับพ่นน้ำใส่หน้าคู่หูบ้าศิลปะตัวแสบที่นั่งอยู่ตรงข้ามพร้อมกับมองหน้าสาวสวยที่ยืนอยู่ข้างๆ ทายาทอุจิวะ ซากุระเองก็มองคนตรงหน้าด้วยสายตาแปลกใจเพราะเธอจำได้ว่าเธอฆ่าเขาไปแล้วนิ

“ยี้! รุ่นพี่พ่นน้ำใส่หน้าฉันทำไมฟระ น้ำลายเน่าชะมัดอืมม์ มันเป็นศิลปะที่สกปรกมากเลยนะรุ่นพี่”

“นะ นั่น.....”

“รุ่นพี่เป็นบ้าอะไรเนี่ย? มีอะไรอืมม์....เฮ้ย!!!

หนุ่มหล่อหน้าหวานอีกคนที่ถูกโปรยปรายไปด้วยอะไมเลสอันแสนหอมหวานเต็มหน้าถึงกับร้องออกมาด้วยความตกใจหลังจากหันหน้าไปตามทางที่ซาโซริชี้

“นี่ฮารูโนะ ซากุระ เพนยังไม่ได้บอกเหรอว่าจะมีนินจาแพทย์มาอยู่ด้วย?

“อะ เอ่อ...อิทาจิเรื่องนั้นน่ะฉันรู้แล้ว แต่แค่ไม่นึกว่าจะเป็นยัยนี่เท่านั้นแหละ เราเคยเจอกันครั้งสุดท้ายเมื่อ 3 ปีก่อนสินะ ฉันชื่อซาโซริเธอคงจำได้”

ซาโซริบอกขณะพยามชะเง้อคอมองอะไรบางอย่างระหว่างตัวอิทาจิและซากุระ ก่อนจะเผยยิ้มที่มุมปากอย่างเจ้าเล่ห์

“ใช่ๆ ตอนนั้นเจ้าเก้าหางก็อยู่ด้วยเจ็บใจชะมัดอืมม์....อ้อ ฉันเดอิดาระไม่รู้เธอจำได้ไหม”

ไม่ใช่แค่ซาโซริเท่านั้นขนาดไอ้เหลืองนี่ก็ยังมองพวกเขาสองคนด้วยใบหน้ากรุ่มกริ่ม จนคนถูกมองเริ่มรู้สึกแปลกๆกับสายตาที่มองมาตงิดๆ

“รุ่นพี่คิดอย่างฉันรึเปล่ามันคือศิลปะที่แปลกมากอืมม์”

“ฉันก็คิดงั้นเหมือนกันเพราะงี้ไงล่ะเราถึงได้เป็นคู่หูกัน แค่มองตาเราก็รู้ใจกันแล้ว”

คู่หูสุดเกรียนแห่งศิลป์ศาสตร์มองตากันอย่างเข้าใจพลางคว้ามือมากุมกันเหมือนคู่รักเกย์นรกที่พลัดพรากจากกันมาเนิ่นนาน จนคนที่ถูกมองทนไม่ไหวจึงต้องเอ่ยออกมา

“มีอะไร”

“เปล่าหรอก พวกเราก็แค่อยากรู้ว่า.....หวงน่าดูเลยล่ะสิ”

สิ่งที่ซาโซริชี้เล่นเอาอันบุสาวถึงกับหน้าแดงไม่รู้เพราะความโกรธคนปากเสียหรือคนที่ทำให้เธอต้องตกอยู่ในสภาพนี้กันแน่ ว่าแล้วก็รีบสะบัดมือออกจากการเกาะกุมของอิทาจิทันที

“หุๆ เล่นตัวอันตรายเลยนะอิทาจิอืมม์”

“อย่าแม้แต่จะคิด ฉันไม่ได้คิดสั้นขนาดเอาหมอนี่มาทำแฟนหรอนะ” ซากุระรีบพูดพลางเขม่นใส่ทั้งคู่จนเบ้าตาแทบหลุด

“ฉันไม่แทะไม้กระดาน” ส่วนอีกฝ่ายรู้ๆ กันอยู่ว่าปากร้ายลึก พูดน้อยแต่ด่าเจ็บฉิบหาย

“หุบปากนายไปเลยอุจิวะ!!

คำพูดของอิทาจิ ทำให้เพื่อนร่วมองกรอดไม่ได้ที่จะเลื่อนสายตาไปมองประเด็นที่พูดถึง จากนั้นก็....

พรู้ดดดดดดดดดดดดดดดด!!!!!!!

คราวนี้ไม่ใช่น้ำลายแต่เป็นน้ำสีแดงขุ่นค่อยๆ ไหลมาตามโพรงจมูกของทั้งคู่ชนิดว่าถ้าเลือดหมดตัวก็คงไม่แปลก

“โอ้ มาย ก็อด!!

 “อิทาจิมันตายด้านรึไงวะ” ซาโซริแอบกระซิบเบาๆ กับเดอิดาระที่พยามอั้นเลือดอย่างสุดชีวิตขณะหันมาพยักหน้ารัวอย่างเห็นด้วย

“นั่นดิ อืมม์มันคือศิลปะที่นุ่มนิ่มและน่าค้นหาอืมม์”

เดอิดาระกระซิบเบาๆ(ตามที่มันคิด) เล่นเอาบุคคลที่ถูกกล่าวถึงกับหน้าขึ้นสีอย่างบอกไม่ถูกไม่รู้ว่าอาย โกรธ หรือทั้งสองอย่าง  แต่ที่แน่ๆ เธอรอเวลาที่สองคนนี้สนทนาจบเมื่อไหร่....เวลาตายมันได้มาเยือนแน่

กร๊อบ!

“จะพล่ามกันอีกนานไหม”

“อ่ะๆ อย่าเพิ่งเข้าใจผิดสิพวกเราแค่..เอ่อแค่คิดว่า....ต่อจากนี้เราคงเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันนะ” ซาโซริรีบยกมือเป็นเชิงยอมแพ้แล้วโปรยยิ้มหวานละลายใจสาวที่ได้ผลเสมอให้ซากุระที่ยืนหน้าหงิกเตรียมปล่อยหมัดอยู่รอมร่อ

“ใช่ๆ อืมม์ที่นี่ก็ไม่ค่อยมีผู้หญิงซะด้วยมียัยโคนันอยู่คนเดียวแต่ป่านนี้ไปทำภารกิจกับหัวหน้าอีกหลายเดือนเลยกว่าจะกลับ จะมีผู้หญิงคอยสร้างสีสันมันก็ไม่เลวเหมือนกันนะอืมม์” เดอิดาระรีบเออออเห็นด้วยทันที

“ทำมาเป็นเปลี่ยนเรื่องนะยะ คราวนี้ถือว่าพวกนายโชคดีที่ฉันไม่มีจักระไม่งั้นฉันอัดพวกนายเละแน่”

“แหะๆ อย่าเครียดน่าซากุระพวกเราแค่ล้อเล่น”

“ช่ายๆ เออนิ เธอมานั่งดูทีวีกับพวกเราสิ เรื่องนี้เจ๋งเป็นบ้าเลยนะซากุระ ฆ่า ดิบ มหาบรรลัยเถื่อน! อืมม์” เดอิดาระตบที่นั่งข้างๆ โดยมีซาโซริกวักมือเรียกอย่างอารมณ์ดี ดูพวกเขาไม่ได้เกลียดหรือตั้งท่าเป็นศัตรูกับเธอเลยจนซากุระอดแปลกใจไม่ได้

“เดี๋ยวก่อนพวกนายไม่เกลียดฉันเหรอ? หลังจากการต่อสู้ครั้งนั้นเราควรจะเป็น...”

“ศัตรู” ซาโซริต่อให้แต่ก็ยังส่งยิ้มน้อยๆ ให้เธอ “ไม่เป็นไรหรอกน่าลืมๆ มันไปเหอะถึงตอนนั้นฉันจะเกือบตายเพราะเธอแต่ก็โชคดีตอนนี้ฉันก็ยังมีชีวิตอยู่ไม่ใช่เหรอ ยังไงต่อไปนี้เราก็คงต้องอยู่ด้วยกันไปอีกนานเพราะงั้นดีกันไว้ก็ไม่เสียหายนิ^^

“เชื่อสิ พวกเราไม่ทำร้ายเธอหรอกน่า แต่ถึงทำพวกเราก็คงสู้เธอไม่ได้” ซากุระหลุดขำออกมานิดๆ เมื่อเห็นเดอิดาระปรายตาดูถูกไปทางซาโซริ

“งั้นก็ฝากตัวด้วยนะ....ซาโซริ เดอิดาระ”

ทั้งคู่ยิ้มตอบเธอ อย่างน้อยความเครียดที่มีอยู่ก็หายไปทีละนิด เอาน่าตอนนี้เธอก็ได้เพื่อนใหม่แล้ว ถึงสองคนนี้จะเป็นคนของแสงอุษา แต่บางที.....ถ้าเรามองลึกๆ ลงไปพวกเขาก็ไม่ได้เลวร้ายมากนักหรอก....อาจจะเป็นเพราะชีวิตวัยเยาว์ของพวกเขาแต่ละคนมีแต่ความโหดร้ายผ่านเข้ามาและต้องแบกรับด้วยตัวเอง เมื่อโตขึ้นมาพวกเขาจึงได้เลือกเดินไปในทางที่ผิด.....

จนถูกเรียกว่า....อาชญากร

สารภาพตรงๆนะฉันรู้สึกถูกชะตากับสองคนนี้ยังไงไม่รู้สิ....

 “ยินดีต้องรับเข้าสู่แสงอุษานะยัยถึก^___^/

“.........”

“เอ่อ...ซากุระตะกี้เค้าแค่ล้อเล่นนะตัวเองอย่าทำหน้าอย่างนั้นสิ กะ กรี้ดดดดด!!!!! เดอิ๊จ๋าาาาาช่วยซาโซด้วยยยยยย!!!!@$! @&^%$#% ^!&%^(*)_!

 


O W E N TM.
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 77 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

514 ความคิดเห็น

  1. #486 _sasusaku_ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2560 / 21:16
    เดอิซาโซจงเจริญ!!!!!
    //เดอิซาโซ:ผิดแล้วโว้ย!!!!!
    #486
    0
  2. #433 Diary Me (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2559 / 16:29
    ซาโซ นายเปี๋ยวไป๋!!!
    #433
    0
  3. #264 Love Asuita (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2559 / 11:29
    ซาโซเดอิน่ารักกกก>///<
    #264
    0
  4. #222 3675 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 26 เมษายน 2558 / 17:49
    ชอบอ้าาาสสสส
    #222
    0
  5. #213 mhai (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2557 / 20:29
    สนุกค่ะ
    #213
    0
  6. #204 s y m b o l . (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2557 / 20:49
    อิทาจิปากร้ายลึกนายมันผู้ชายที่อ่านใจยากมากจริงๆ 55555+
    โถๆ ร้ายขนาดไม่แทะไม้กระดานและไม่กินไข่ดาวว และอย่าจับทำแฟนทีหลังนะพุดแบบนี้ หึหึ
    ซาสึเกะกลับมา อร๊างงงงงงงงงง ให้กำลังใจซาโซริกับเดอิเต็มที่ วายคู่นี้จงเจริญค่ะ 555
    ฉันหลงรักเธอเข้าให้แล้ว~ หลงรักลึกจมหัวปักหัวปรำค่ะ T^T

    #204
    0
  7. #159 ned1991 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2556 / 19:05
    เค้าจะเชียร์ทางไหนดีอ่ะ

    คนพี่หรืคนน้อง???เลือกไม่ถูกเลย

    อิทาจิปากจัดจริงฯฯ

    ซากุระไม่ใช่ไข่-ดาวชักหน่อยนะ
    #159
    0
  8. #141 `ปี้คริส? (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2556 / 01:18
    จะผิดมั้ยถ้าจะแอบเชียร์อุจิวะผู้น้อง5555 เกะ พาร์ทนี้แกดูแมนมากอ่ะ ตามซากุระกลับมาให้ได้นะ ซากุกับอิทจี้ทะเลาะกันตลอดเลย .. แม่ยกเพลีย55555
    #141
    0
  9. #106 Kam Sina !? (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2556 / 20:42
    แปลว่าซากุระเค้าเจออิทาจิตอนเด็ก ประมาณซัก 5-6 ขวบ สิน่ะ
    แบบว่าอิทาจิ อย่ามาตกหลุมรัก แม่หนูอกไข่ดาว ทีหลังก็แล้วกัน 5555+
    แต่จะว่าไป เดอิ ซาโซ พวกนายแอบเป็นเกย์ ป่ะเนี่ย 
    ซาโซริคงไม่มีสภาพที่ดีกลับมาแน่เลย -*- ดูจากเสียงที่ร้อง
    #106
    0
  10. #103 สุดย0ด (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2556 / 20:30
    ทำไมแอบเชียร์ซาโซซากุ 5555555
    #103
    0
  11. #101 Yaii Buab (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2556 / 20:16
    ซาสึเกะ!!!! พี่แกเค้าเป็นคนดีน้าาาา
    #101
    0
  12. #90 SilverWolf (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2556 / 20:05
    ไข่ดาวเนี่ยนะ!!~
    อิทาจิ ปากนายนี่มัน.....
    ปล.ซาโซรินายไม่เหลือซากแน่ 5555+
    #90
    0
  13. #87 ned1991 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2556 / 10:36
    ไม้กระดาน...อิทาจิด่าได้เจ็บมากกก

    แต่ว่าหุ่นชากุระนะช่อนรูบนะ

    sexyด้วย

    ไม่ใหย่ไม่เล็ก
    #87
    0
  14. #81 YoU (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 25 เมษายน 2556 / 19:26
    ไม้กระดาน....อืม~แรงง่ะ. -_-,,,
    #81
    0
  15. #73 มุคุ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 มีนาคม 2556 / 17:54
    สนุกมากๆ เเอบจิ้นซาโซเล้ว >//<
    #73
    0
  16. #69 Saisai zo RxL (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 มีนาคม 2556 / 12:53
    สนุกมากค่ะ
    #69
    0
  17. #63 mangchay (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2555 / 18:30
    แอบฮาา ^^
    #63
    0
  18. #56 mintty555 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2555 / 21:09
    อัพพพพพพพพพพ
    #56
    0
  19. #48 minuit (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2555 / 10:46
    555555555 ซาโซสมน้ำหน้า ^O^
    #48
    0
  20. #34 List (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2555 / 18:36
    555 ซากุระ...หลงรักเธอหนักกว่าเดิม
    #34
    0
  21. #10 รักแบบจริงใจ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2555 / 22:48
     อัพๆๆๆๆ
    #10
    0
  22. #7 poppppp..** (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2555 / 19:03
    ฮา ซาโซ กับ เดอิ 5555

    ไรต์แต่งเก่งงงงงง





    ซาสึเกะมาได้ไงงงงงง
    #7
    0
  23. #5 หนนย (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2555 / 18:32
    นายแรงกว่าที่ฉันคิด อิทาจิ

    คัมภีร์นั่นมีอะรายยยย สงสัยง่าาาา
    #5
    0
  24. #3 hanaka (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2555 / 18:18
    แต่งได้สนุกมากๆ ติดตามๆๆๆๆๆๆ

    อิทาจิปากแรงมาก 555
    #3
    0