Fic naruto Change my Love รักนี้เปลี่ยนหัวใจชินชา

ตอนที่ 17 : Change my love 16: เพราะฤทธิ์ยาหรือเพราะ...หัวใจสั่ง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,647
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 77 ครั้ง
    2 มิ.ย. 59

Chapter 16



              บ้าจริ! เหลือเวลาอีกไม่ถึงห้านาทีก็จะเที่ยงคืนแล้ว หมอนั่นมัวแต่ไปมุดหัวอยู่ที่ไหนกัน ทีตอนแรกตามติดฉันแจยิ่งกว่าเห็บหมาพอมาตอนนี้กลับหายไปไหนก็ไม่รู้ ฉันไล่ตามหามาห้าสิบกว่าห้องแล้วและข้างหน้าก็เป็นที่สุดท้ายถ้ายังไม่เจออีกก็แปลว่าเขาคงออกไปสมทบกับพวกฮิดันแล้ว


“ใจร้าย! คุณจะไล่จิโฮะจริงๆเหรอคะ จิโฮะแค่อยากดูแลคุณเท่านั้นเอง...ฮึก”


“ฉันบอกไปแล้วว่าไม่สนไง รีบลุกออกไปซะ”


น้ำเสียงเย็นชาแบบนี้ใช่เลย ฉันรีบผลักบานประตูเข้าไปอย่างลืมตัวก่อนจะพบว่าทั้งคู่อยู่ในสภาพน่าหวาดเสียว จิโฮะอยู่ในสภาพเสื้อผ้าหลุดลุ่ยน้ำตานองหน้าซึ่งดูก็รู้ว่าบีบชัดๆ ส่วนฝ่ายชายถูกกดอยู่ใต้ร่างสีหน้าบึ้งตึงพยามเบี่ยงหน้าหนีอกอูมๆ ที่กระแซะเข้ามาอย่างติดรำคาญ


“เอ่อ...”


“เข้ามาทำไมกัน!” จิโฮะตวาดด้วยสายตาไม่พอใจที่มีคนเข้าไปขัดจังหวะจนลืมแม้กระทั่งบทสาวน้อยเจ้าน้ำตาเมื่อครู่ไปสนิท ยิ่งเมื่อหล่อนเห็นว่าเป็นฉันนัยน์ตากลมโตซึ่งฉายแววหงุดหงิดยิ่งแข็งกระด้างหนักขึ้น “เธออีกแล้วเหรอฮารุ!


“รุ่นพี่ช่วยปล่อยตัวเขาก่อนได้ไหมคะ ฉันมีเรื่องอยากคุยกับเขานิดหน่อย” ฉันรีบตอบอย่างนอบน้อมไม่อยากมีปัญหากับเธอจนเรื่องบานปลายไปกว่านี้


“ฉันจองเขาก่อน เธอมีสิทธิ์อะไรมาแย่งลูกค้าฉันไม่ทราบ” จิโฮะตวัดแขนโอบรอบลำคอแกร่งอย่างหวงแหนจนฉันแอบไม่พอใจขึ้นมาบ้างเมื่อเห็นเธอแนบชิดกับอิทาจิแบบนั้น แต่ฉันจำต้องสลัดความคิดนั้นออกไปอย่างรวดเร็ว นี่ไม่ใช่เวลาจะมาคิดเรื่องไร้สาระ ฉันพยามมองข้ามการกระทำของจิโฮะขณะเดียวกันก็แอบสงสัญญาณมือให้อิทาจิรู้ว่าเราต้องไปกันแล้ว


อีกฝ่ายเหมือนจะเข้าใจสัญญาณที่ฉันส่งไปเพราะหลังจากนั้นเขาจับไหล่ของหญิงสาวที่นั่งทับบนตัวให้ออกห่างก่อนจะทำเอาจิโฮะหน้าแตกด้วยการเดินเข้ามาโอบฉันต่อหน้า ต่อให้รู้อยู่แก่ใจว่านี่คือการแสดงตบตาแต่ฤทธิ์ยานรกที่หลงเหลืออยู่ทำให้ฉันไวสัมผัสกว่าเดิมแถมใบหน้ายังร้อนเห่อยิ่งกว่าถูกไฟลวกเพียงเพราะถูกฝ่ามือร้อนแตะเข้าที่เอว “ฉันจองผู้หญิงคนนี้ไว้แต่แรกแล้ว โทษทีนะ”


“ดะ เดี๋ยวสิ...!


เจ้าของฝ่ามือไม่ได้ให้ความสนใจชิ้นเนื้อวาบหวิวตรงหน้าเลยสักนิดพลางดันฉันออกจากห้อง ฉันถูกเขาลากไปแบบมึนๆเนื่องจากอยู่ในสภาวะสติไม่เต็มร้อย ฉันชักสงสัยแล้วว่าปริมาณยาสลายที่ฉันกินเข้าไปจะไม่เพียงพอให้ร่างกายกลับมาเป็นปกติได้ภายในช่วงเวลาสั้นๆ


“เธอก้มหน้าทำไม”


“ปะ...เปล่า” ฉันพยามก้มหน้าซ่อนอาการไม่ให้อิทาจิสังเกตเห็นความผิดปกติบนใบหน้าแดงก่ำทว่ามันกลับทำให้เขาเข้าใจผิดไปใหญ่เพราะจู่ๆไอสังหารแผ่ออกมาจากคนข้างตัวจนฉันยังขนลุก


“กับไอ้เวรนั่น....ทำลงไปแล้วสินะ” อิทาจิพูดเสียงเย็นตรงกันข้ามกับดวงตาที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายโกรธจัดเหมือนตอนที่เขาอาละวาดในหมู่บ้านทาคิไม่มีผิด


“นายจะบ้ารึไง รีบเดินได้แล้ว” ฉันเห็นว่าเป็นคำถามไร้สาระเลยไม่อยากสนใจอะไรมากแต่ข้อมือกลับถูกกระชากไว้ให้หันไปเผชิญหน้ากับนัยน์ตาคมกริบที่จ้องฉันอย่างคาดคั้น


“รอยนั่น...” เขาเหลือบมองต้นคอกับแขนฉันด้วยสายตานิ่งสนิทแต่ฉันรู้ดีว่าเขาใกล้ระเบิดเต็มทีแล้ว “ไหนบอกดูแลตัวเองได้แล้วรอยแดงบนตัวเธอมาจากไหนเต็มไปหมด”  


ฉันอยากจะบอกเหลือเกินว่าไอ้รอยแดงเต็มตัวที่เห็นมันเป็นร่องรอยที่คิโดฝากไว้ก็จริงเพียงแต่เป็นรอยกระแทกที่หมอนั่นผลักฉันไปชนตู้ในห้องกับตอนถูกเข็มฉีดยาแทงตรงคอจนช้ำเท่านั้นเองไม่ใช่ร่องรอยอัปยศแบบที่เขาคิด แต่เมื่อเทียบกับการโดนอิทาจิจ้องหาเรื่องโดยไม่รู้สาเหตุตลอดอาทิตย์ที่ผ่านมามันทำให้ความอดทนฉันหมดลงในที่สุด


“เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับนาย”


“ไม่เกี่ยวหรือไม่กล้าบอกกันแน่”


“แล้วนายจะสนใจเรื่องฉันกับคิโดทำไม” ฉันย้อนโดยไม่หลบสายตา ตั้งแต่ฉันรู้ความจริงก็พยามคุยดีกับเขามาตลอดเลิกหาเรื่องกวนประสาททั้งยังยินดีรักษาอาการป่วนเรื้อรังให้ แต่ดูที่เขาพูดกับฉันแต่ละคำสิ กวนประสาทจ้องหาเรื่องเหน็บแหนมทุกคำพูดแถมยังงี่เง่าได้ใจขนาดนี้จะให้คิดยังไง! “จะบอกว่าในฐานะตัวประกันจากโคโนฮะฉันจำเป็นต้องรายงานทุกเรื่องให้นายรับรู้ถึงขั้นว่าร่างกายฉันจะสึกหรอยังไงด้วยใช่ไหม”


เหมือนร่างสูงพอจะรู้ตัวว่าตัวเองแสดงออกมากเกินไปเขาถึงได้มีท่าทีอึกอักและเลี่ยงด้วยการไม่อธิบายอะไรตามเคย “อยากคิดอะไรก็ตามใจ”


เขาทิ้งท้ายไว้แค่นั้นและยอมคลายมือออกก่อนเดินหนีไป ครั้งนี้กลับเป็นฉันที่ทนไม่ไหวแล้วตามไปคว้าคอเสื้ออุจิวะที่ผู้คนต่างเกรงกลัวดันเขาไปกระแทกติดผนังเพื่อให้หันมาคุยกันตรงๆ ไม่ใช่มีอะไรก็เงียบ ไม่ก็เดินหนีไปแบบนี้ !


ปึง!


“ทำอะไรของเธอ” อิทาจิก้มลงมองใบหน้าของเราจึงใกล้กันมากจนฉันรับรู้ถึงลมหายใจอุ่นๆตรงหน้าผาก ฉันฝืนร่างกายตัวเองให้เงยหน้าเผชิญดวงตาสีนิลคู่นั้นและบอกเขาออกไป


“ฉันไม่อยากคิดเองไงถึงได้ถาม!


“......”


“อิทาจิ” ฉันจงใจเรียกชื่อเขาชัดเจนเพื่อให้รู้ว่าฉันกำลังจะพูดเรื่องสำคัญ อิทาจิดูสับสนอยู่ชั่วครู่ก่อนที่ความเยือกเย็นอันเป็นเอกลักษณ์จะพังทลายลงเมื่อเจอประโยคถัดไปของฉัน “ทุกสิ่งที่นายพูดมามันทำให้ฉันคิดได้อย่างเดียวคือนาย...หึงฉัน”


“...!


“ถ้าไม่...นายกลับไปเป็นเหมือนเดิมซะ...ต่างคนต่างอยู่ในฐานะศัตรูกับตัวประกัน”


ฉันขอร้องตรงๆ ถ้าเขาไม่ได้ชอบฉันแต่ทำไปเพราะเหตุผลอื่นฉันจะได้ไม่ต้องคิดมากแบบนี้ ต่างคนต่างอยู่อะไรๆ มันคงจะง่ายกว่านี้เยอะ อิทาจิพ่นลมหายใจออกมาอย่างอ่อนล้าพลางยกมือลูบใบหน้าตัวเองเพื่อเรียกสติ


“ฟังนะ ฉันแค่....”


ตู้ม! โครมมม!


อิทาจิยังพูดไม่จบเสียงการต่อสู่ห่างออกไปไม่ไกลก็ดังขึ้นจนบทสนทนาระหว่างเราต้องหยุดไว้แค่นั้น ฉันกับอิทาจิมองหน้ากันโดยอัตโนมัติแทบไม่ต้องมีใครเตือนพวกเราสองคนรีบตรงดิ่งไปที่สะพานอย่างรวดเร็ว เสียงอาวุธกระทบกันดังขึ้นเรื่อยๆ ท่ามกลางเสียงร้องของแขกและหญิงสาวในนั้นที่ต่างวิ่งหนีกันเตลิด จังหวะที่เรากำลังจะโผล่พ้นจากมุมมืดจู่ๆ แขนหนาก็เหยียดมารั้งเอวฉันไว้แน่นพลางใช้นิ้วชี้แตะปากเป็นเชิงบอกให้เงียบ ฉันลองชะโงกหน้าดูจึงรู้ว่านินจาหลายฝ่ายที่ปะทะกันอยู่นั้นมีฮิดัน คาคุซึและคิซาเมะซึ่งรับหน้าที่แบกร่างไร้สติของคิโดอยู่บนหลัง ลูกน้องหมอนั่นดูท่าจะเอาจริงใช่เรื่องระดับว่าถ้าไม่ตายกันไปข้างก็คงไม่ปล่อยแสงอุษาไปง่ายๆ แน่


“ฉันว่าเราออกไปช่วยพวกเขาเถอะ พวกเขาคงรอเราอยู่” ฉันกระซิบถามคนข้างตัวเบาๆ ซึ่งเขาส่ายหน้าไม่เห็นด้วย


“เสี่ยงเกินไป สามคนนั้นอยู่บนตัวสะพานแล้วคงเอาตัวรอดได้ไม่ยาก แต่ถ้าพวกเราวิ่งไปตอนนี้ประตูปิดลงเมื่อไหร่เราลำบากแน่” ฉันคำนวณคร่าวๆในใจ นินจาจากแคว้นไหนต่อไหนทยอยเข้าร่วมการต่อสู้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ครึ่งหนึ่งเป็นพวกเมาแล้วเลือดร้อน พอเห็นคนต่อยตีกันก็เลยเข้าไปแจมจนเกิดโกลาหลไปหมด ดูแล้วไม่มีทางที่เราจะฝ่าด่านคนกลุ่มนั้นไปยังสะพานได้ทันแน่นอน


“นายมีแผนอะไรดีๆ ไหม”


“เรารีบกลับไปที่เดิมก่อนเถอะ เกิดผู้หญิงคนนั้นสงสัยเธอขึ้นมาแล้วตามตัวไม่เจอเรื่องจะยิ่งยุ่งไปมากกว่านี้” อิทาจิบุ้ยสายตาไปที่ไอมิซึ่งยืนแว้ดๆ สั่งลูกน้องเธอให้ดึงพวกแขกที่เมาไม่มีสติโยนออกไป ฉันไม่เห็นทางเลือกอื่นนอกจากพยักหน้าตกลงเราจึงตัดสินใจย้อนกลับมาที่เดิมแล้วเลือกห้องที่ห่างไกลผู้คนมากที่สุดซึ่งมันคงไม่มีปัญหาอะไรถ้าหากว่า....


ตึกตักๆ


ฉันเริ่มรู้สึกร่างกายตัวเองชักมีอะไรไม่ชอบมาพากล ระหว่างอิทาจิเดินสำรวจรอบห้องเพื่อให้แน่ใจว่าเราไม่ได้ถูกจับตามองอยู่ฉันเลยถือโอกาสหลับตาใช้จักระตรวจอาการตัวเอง จริงอย่างที่คิด....ยานี้มีฤทธิ์แรงเกินกว่าที่จะใช้ยาสลายสารที่คิโดฉีดเข้ามาเม็ดเดียวหาย และที่แย่ไปกว่านั้นแม้แต่การรักษาภายในฉันยังทำไม่ได้เพราะจักระภายในชักเริ่มสับสนจนเสียการควบคุม


“เมื่อกี้ฉันพูดแรงไปหน่อย ขอโทษด้วยละกัน” จู่ๆอิทาจิก็เอ่ยทำลายความเงียบขึ้นมา


“อือ ช่างเถอะ” ฉันมัวแต่พะวงเรื่องตัวเองเลยไม่ได้สนใจจะฟัง สองมือควานหาเม็ดยาสีขาวไปด้วย หายไปไหนนะ เมื่อกี้เก็บไว้ในอกเสื้อนี่นา ในตอนนั้นเองอิทาจิทำท่าเหมือนจะเดินเข้ามานั่งข้างๆ ฉันสะดุ้งเฮือกกลัวว่าการอยู่ใกล้ผู้ชายที่มีเสน่ห์ยากจะต้านทานแบบนี้จะยิ่งมีแต่ทำให้อาการแย่ลง “ปะ....ไปนั่งที่อื่นเลย!


“ฉันขอโทษแล้วไง เมื่อกี้ไม่ได้ตั้งใจจริงๆ” เขาเอื้อมมือมาหมายจะแตะไหล่แต่ฉันกลับถอยหนีไปหลายก้าว ท่าทางปฏิเสธชัดเจนเล่นเอาแววตาคมเข้มดูวูบลง “เธอ....โกรธขนาดนั้นเลยเหรอ”


“ฉันไม่ได้โกรธจริงๆ แต่นายต้องเชื่อฉัน ออกไปก่อนเถอะ” ฉันพยามปรับเสียงให้อ่อนลง ไหนๆเขายอมขอโทษขนาดนี้แล้ว ฉันเลยไม่อยากให้เขาต้องมาเข้าใจผิดอีก


“ได้ แต่ฉันจะไปก็ต่อเมื่อเธอบอกเหตุผลมา”


“ไว้บอกพรุ่งนี้ได้ไหม” ฉันต่อรองเสียงอ่อย จะให้บอกตรงๆเนี่ยนะว่าโดนยาปลุกเซ็กซ์...น่าอายจะตาย!


“ถ้าอยากให้ฉันออกไปไวๆ ก็รีบบอก” คนตัวสูงกอดอกจ้องหน้าฉันนิ่งๆ ประมาณว่าถ้าไม่ยอมบอกก็อยู่มันไปแบบนี้แหละ


“คือ....”


พอเห็นสีหน้าลำบากใจของฉัน อิทาจิเลยจัดการกระตุ้นด้วยคำที่ฉันไม่คิดว่าจะออกมาจากปากผู้ชายหน้านิ่งได้เด็ดขาด 


“เอาไง ถ้าไม่ตอบคืนนี้เตรียมใจนอนด้วยกันได้เลย”


“นะ...นอนแบบไหน!?” ด้วยอารามตกใจฉันจึงเผลอถามออกไปตามที่ใจคิด พอเห็นรอยยิ้มเล็กๆตรงมุมปากอีกฝ่ายฉันถึงนึกได้ว่าตัวเองพูดอะไรโง่ๆออกไป


“เธออยากนอนแบบไหน ฉันโอเคหมดแหละ”


ยะ...ยังมีหน้ามาย้อนหน้าตายอีก!! นิสัยเสียที่สุด


“ไม่เอาแบบไหนทั้งนั้นแหละย่ะ ฉันบอกก็ได้แต่ช่วยหยุดกวนสักที” ฉันเตรียมจะเล่าเรื่องคิโดให้ฟังแต่สายตาเหลือบไปเห็นคนตรงหน้ามีอาการแปลกๆ ตั้งแต่เมื่อกี้แล้ว ทั้งที่อุณหภูมิห้องไม่ได้ร้อนขนาดนั้นเสื้อผ้าเขากลับโชกไปด้วยเหงื่อแถมใบหน้ายังแดงผิดปกติอีกต่างหาก “นี่...นายโอเคหรือเปล่า? หน้านายดูแดงแปลกๆนะ”


“ไม่ต้องมาเปลี่ยนเรื่อง ถ้าไม่ตอบฉันก็จะนั่งอยู่ที่นี่แหละ” เขาไม่ถามความเห็นฉันสักนิดพลางทรุดตัวลงนั่งใกล้ๆ ทำให้ระหว่างนั้นไหล่หนาสัมผัสกับต้นแขนฉันแค่ผิวๆ แต่ฉันกลับสะดุ้งรู้สึกเหมือนไฟลวกจนต้องร้องออกมา


“โอ๊ย!” ฉันถูต้นแขนตัวเองพลางเขยิบออกห่าง อิทาจิถึงกับงงหนักเข้าไปใหญ่ที่ฉันมีท่าทีขนาดนั้น “ตัวนายร้อนจี๋เลยรู้ตัวบ้างไหม”


            “จริงสิ...ฉันรู้สึกร้อนมาสักพักแล้ว” เขาคงรู้สึกได้แต่แค่ไม่แน่ใจว่าตัวเองเป็นอะไร คิ้วเข้มขมวดหากันแน่นก่อนจะมองฉันตรงๆ ตอนเอ่ยประโยคหลัง “...แถมยังใจเต้นแรงผิดปกติเวลาเธอมอง”


          ฉันคงใจเต้นแปลกๆหรือไม่ก็พูดไม่ออกไปแล้วที่เขาพูดอะไรตรงไปตรงมาแบบนั้น แต่ประเด็นคือสายตาคู่นั้นมันสื่อตรงเกินจนผิดปกติ....เพียงแค่นั้นฉันก็สัมผัสได้ถึงลางร้ายที่กำลังคืบคลานเข้ามา ให้ตายสิ ขออย่าให้เป็นแบบที่ฉันคิดเลยเถอะ อย่างน้อยถ้าอิทาจิไม่โดนไปด้วยฉันเองคงปลอดภัยระดับหนึ่งแต่ถ้าเรากินมันเข้าไปทั้งคู่.... 


“ช่วยบอกทีว่านายไม่ได้กินอะไรแปลกๆเข้าไป” ฉันชักไม่สบายใจเมื่อเห็นสีหน้าลำบากใจของคนตรงหน้าและก็ต้องฟันธงว่าเขาต้องไปพลาดท่าใครสักคนมาชัวร์ “ทำหน้าแบบนั้นคงไม่ใช่ว่า....” 


อิทาจินิ่วหน้าอย่างใช้ความคิด ไม่กี่วินาทีต่อมาสีหน้าสงบนิ่งมาตลอดมีอาการร้อนรนเหมือนนึกอะไรขึ้นได้ “ฉันจำได้...ตอนตามหาเธออยู่มีใครบางคนเอาเหล้าให้ฉันดื่ม ทีแรกฉันนึกว่ามันเป็นเหล้าธรรมดา...”


“นายคิดว่าในที่แบบนี้จะมีแต่เหล้าธรรมดาจริงๆเหรอ!” ฉันถลึงตาใส่ก่อนจะเอามือตบหน้าผากสุดจะทน ไม่อยากเลยเชื่อว่านินจาอัจฉริยะจะตามเรื่องพวกนี้ไม่ทันจริงๆ

 


อิทาจิไม่เคยนึกว่าคนอย่างเขาจะมาพลาดกับเรื่องแบบนี้สมองจึงรีบลงมือคิดหาทางออกระหว่างที่ตนยังมีสติ แต่จู่ๆร่างเล็กที่เขานึกว่าช็อกไปแล้วกลับเดินดุ่มๆ มาแตะแก้มเขาด้วยสายตาจริงจัง ดวงตาสีนิลเผลอผงะกับการจู่โจมโดยไม่ทันตั้งตัวของฝ่ามือนุ่มนิ่มที่สัมผัสเบาๆ เล่นเอาเลือดในกายสูบฉีดแรงจนรู้สึกได้ นอกจากซากุระจะไม่ช่วยแล้วยังกระตุ้นยาในร่างเขาให้ทำงานดีขึ้นเข้าไปอีก


“นายดื่มไปเยอะแค่ไหน ตอนนี้รู้สึกยังไงบ้าง” ว่าแล้วมือเล็กก็เลื่อนไปแตะบริเวณลำคอตามด้วยข้อมือเพื่อวัดชีพจรและเส้นจักระ เพียงแค่สัมผัสเล็กๆน้อยๆ มากพอจะทำให้อิทาจิเหงื่อตก


“ฮารูโนะ....เธอกำลังทำให้เรื่องมันแย่ลงนะ” เขากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากแต่ดูเหมือนเธอจะไม่ได้สนใจฟังด้วยซ้ำ 


“ยาพวกนี้มีผลต่ออวัยวะภายในของนาย มันจะกระตุ้นให้ร่างกายนายทำงานหนักขึ้น ฟังนะ ไม่ว่ายานี้จะส่งผลยังไง....นายห้ามต่อต้านมันเด็ดขาด ไม่งั้นอวัยวะภายในที่ถูกจักระต้านมากเข้าอาจทำให้เสี่ยงต่อการฉีกขาดได้”


“ไม่ให้ต้านแล้วทำไง” เธอคงไม่เสียสละตัวเองให้เขาหรอก...มั้ง


“ออกไปจากห้องนี้ซะ” ร่างบางตอบกลับมาทันควันทำให้เขาแอบนึกน้อยใจแต่ประโยคถัดมาเท่านั้นแหละ....


“ออกไปคว้าใครมาสักคนซะ ยัยจิโฮะก็ได้ รีบจัดการตัวเองให้เสร็จๆ แล้วพรุ่งนี้ห้ามตื่นสายด้วย”


“นี่เธอ....” เขาแทบไม่เชื่อหูว่าจะได้ยินคำพูดแบบนี้หลุดออกมาจากปากผู้หญิงตัวเล็กๆ จะให้เขาออกไปมีอะไรกับผู้หญิงคนอื่นทั้งๆที่เขาแสดงออกชัดเจนขนาดนั้นแล้วเนี่ยนะ....อิทาจิยกมือกุมขมับอย่างลำบากใจ “เธอไม่ได้เตรียมยาแก้เผื่อเหตุการณ์แบบนี้มาเลยเหรอ”


“ก็เตรียม แต่ว่า...” ซากุระแบยาเม็ดสุดท้ายที่เตรียมจะกินโชว์ให้ดู ทว่าจู่ๆ....


ฟุ่บ!


เจ้าของมือหนาไม่รอให้เธอพูดจบเขาคว้ามันไปจากมือบางพลางโยนเข้าปากตัวเองหน้าตาเฉย สีหน้าร้อนรนเมื่อคู่ดูผ่อนคลายลงบ้างเมื่อรู้ว่าตัวเองกำลังกลับเป็นปกติ ตรงกันข้ามกับอันบุสาวที่มีหน้าซีดตามลำดับ สำหรับการสลายยาปลุกเซ็กธรรมดาใช้แค่เม็ดเดียวก็เหลือเฟือ แต่ยาที่คิโดฉีดเข้ามาเรียกว่าระดับรุนแรงต้องใช้สามเม็ดถึงจะหายเป็นปกติ ซึ่ง...เม็ดแรกเธอให้ฮิดันไปแล้วเผื่อฉุกเฉิน....เม็ดที่สองก็เพิ่งกินไปก่อนหน้านี้ ส่วนเม็ดสุดท้าย...ลงไปอยู่ในกระเพาะคนตรงหน้าแล้วไง!


อิทาจิไม่มีทางรู้ว่าพายุโหมกระหน่ำของหญิงสาวกำลังมาเยือนถึงได้มีหน้ามาบอกทื่อๆ อีกว่า  “ปัญหาจบ”


“จบบ้านนายสิตาโง่!” ชายหนุ่มถึงกับอึ้งด้วยความคาดไม่ถึงว่านินจาอัจฉริยะอย่างเขาจะถูกสาวน้อยตัวเล็กๆ ด่าว่าโง่ เออ ให้มันรู้ซะมั่งว่าคนที่เก่งไปรอบด้านอย่างเขาก็มีวันที่สมองใช้การไม่ได้เหมือนกัน! “ท่าไม่ดีแล้ว นายต้องออกไปเดี๋ยวนี้เร็วเข้า ฉันจะแย่อยู่แล้ว!


“ทำไมเธอจะต้องแย่ด้วย เกิดอะไรขึ้น?” คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันแน่เมื่อได้ยินอย่างนั้น ซากุระยกมือตะครุบปากแทบไม่ทันหลังรู้ว่าตัวเองหลุดอะไรออกไปแต่เพราะสายตาคาดคั้นเธอจึงต้องยอมบอกความจริง


“ฉันโดนปริมาณเยอะกว่านายแถมมันยังเป็นยาที่คิโดปรุงขึ้นเองด้วย ถ้าฉันกินยาสลายไม่ครบสามเม็ดภายในชั่วโมงนี้ ร่างกายจะต้องทรมานเพราะไม่ได้ปลดปล่อยจนอาจถึงตายได้”


“แล้วทำไมเมื่อกี้ไม่บอก!


“นายมีเวลาให้ฉันบอกไหมล่ะ!” หญิงสาวขึ้นเสียงใส่บ้าง “นายเป็นผู้ชายไม่เสียหายถ้าจะนอนกับผู้หญิงสักคนให้มันจบๆไป แต่ฉันทำแบบนั้นได้ซะที่ไหน”


“แล้วเธอจะทำไง” อิทาจิหลับตาข่มอารมณ์ เขาไม่ได้ใจกว้างขนาดออกปากไล่ผู้หญิงที่ตัวเองสนใจไปนอนกอดผู้ชายคนอื่นได้หรอกนะ...เขารู้ตัวดีว่าตัวเองรู้สึกยังไงกับซากุระและจนถึงตอนนี้เขาไม่อาจปฏิเสธได้เลยว่าชอบกระต่ายน้อยตัวนี้เข้าให้แล้ว 



Sakura talks:


            ปึง!


จังหวะนั้นเองประตูถูกกระชากออกอย่างแรงเผยให้เห็นสีหน้าเขียวคล้ำของเจ้ไอมิยืนเท้าเอวมองฉันตาขวาง “มาอยู่นี่เอง! เกิดอะไรขึ้นกันแน่ตอนท่านคิโดถูกจับตัวไปเธอหายไปไหนมา ทำไมถึงมาอยู่กับแขกของจิโฮะได้”


“ฉะ...ฉันไม่รู้เหมือนกันค่ะ ตอนนั้นท่านคิโดหุนหันออกไปพอฉันจะตามไปก็ได้ยินเสียงข้างนอกเอะอะโวยวายกัน ฉันเองก็เกือบโดนลูกหลงไปด้วยถ้าไม่ได้แขกท่านนี้ช่วยเอาไว้” ฉันแกล้งตอบเสียงสั่นให้ดูเหมือนหวาดกลัว แต่จริงๆฉันรู้อยู่แล้วว่าหล่อนต้องตามหาฉันเป็นคนแรกเลยเตรียมรับมือเอาไว้แล้ว


“งั้นก็แล้วไป....” เธอดูคลายใจระดับหนึ่งแต่เธอยังลอบสังเกตท่าทางของฉันกับอิทาจิอยู่ไม่ห่าง ฉันเดาว่าฮิดันคงเปลี่ยนใบหน้ากลับมาเป็นอย่างเดิมแล้วไม่งั้นยัยเจ้นี่คงไม่ปล่อยน้องสาวจอมปลอมอย่างฉันไปง่ายๆแน่ “เธอตามฉันมาเร็ว ฉันจะให้เธอรับแขกท่านอื่นไปก่อน ส่วนคุณชายท่านนี้ของจิโฮะเขา”


“เดี๋ยว! ฉันพอใจผู้หญิงคนนี้ ให้เธออยู่ที่นี่แหละ” อิทาจิโพล่งดักขึ้นก่อนที่ไอมิจะพาฉันไปปล่อยในถ้ำเสือบ้าตัณหารายอื่น วงแขนหนารวบเข้าไปกอดถึงจะอึดอัดใจบ้างแต่ถ้าให้เลือกแล้วฉันขออยู่กับอิทาจิยังจะดีซะกว่า ฉันยอมอยู่นิ่งๆในวงแขนกว้างแต่หมอนี่รู้ตัวบ้างไหมนะว่ามือเขาเฉียดหน้าอกฉันไปแค่นิดเดียว!


“แต่ว่า....”


“ฉันช่วยผู้หญิงคนนี้ไว้ ให้เธอตอบแทนหน่อยจะเป็นอะไรไป”


“ก็ได้ค่ะ หากคุณชายว่าอย่างนั้น” ไอมิคงลังเลอยู่บ้างเพราะหากปล่อยอิทาจิให้ฉันก็เท่ากับว่าหักหน้าจิโฮะแต่คงเห็นแววตาเอาจริงของลูกค้ารายนี้เธอถึงได้ยอมแพ้ “พรุ่งนี้เธอหาคำอธิบายกับจิโฮะดีๆล่ะ ยัยหนูนั่นคงไม่ชอบใจแน่ที่เธอไปแย่งลูกค้า”


ฉันรับคำเสียงอ่อยจนไอมิถอนหายใจแล้วล่าถอยไป ทีนี้กลับมาที่เรื่องสำคัญกันต่อ....ฉันกระทุ้งศอกเบาๆเป็นการเตือนว่าเขากอดนานเกินไปแล้ว เจ้าของวงแขนยอมปล่อยโดยดีแถมยังขอโทษฉันอีก


“โทษที”


“นายออกไปได้แล้วล่ะ ฉันดูแลตัวเองได้” ฉันบอกไปแบบนั้นทั้งที่ในใจยังไม่รู้ว่าจะคุมสติอยู่ได้นานแค่ไหนหรือต่อให้คุมได้ร่างกายฉันคงต้องเสี่ยงทนรับความเจ็บปวดใช่เล่น


“สภาพแบบนี้อยู่คนเดียวได้ซะที่ไหนกัน” อิทาจิบ่นเสียงเครียด สีผิวของเขากลับมาเป็นเหมือนเดิมแล้ว ดูเหมือนยาที่กินไปจะใช้ได้ผลฉันเลยไม่ต้องมากังวลเรื่องเขาอีก


            “ถ้านายไม่ไว้ใจจะอยู่ในห้องนี้ก็ได้...แต่ไปนั่งมุมโน้นเลยนะห้ามใกล้ฉันเกินสามเมตรเด็ดขาด”


ท้ายที่สุดฉันจำต้องยอมแพ้ให้กับความดื้อรั้นของคนตรงหน้า อิทาจิไม่ได้ขัดอะไรนอกจากถอนหายใจหนักๆ แล้วยอมเดินไปนั่งฝั่งตรงข้ามแต่ยังคอยจับตาดูฉันไม่ห่าง ลึกๆแล้วฉันรู้สึกขอบคุณที่อย่างน้อยเขาไม่ได้ทิ้งฉันไป ในใจได้แต่ภาวนาขอให้ตัวเองผ่านพ้นคืนนี้ไปได้ด้วยเถอะ

 


            ผ่านไปสิบนาที...


            “ฮึ่ย น่าเจ็บใจชะมัด!


ฉันปาหมอนลงพื้นระบายความอัดอั้นตันใจ ตั้งแต่รับตำแหน่งหัวหน้าอันบุฉันไม่เคยต้องพลาดท่าด้วยเรื่องบ้าๆ พวกนี้มาก่อน แขนสองข้างยกขึ้นกอดตัวเองไว้แน่นกลัวว่าตัวเองจะเผลอแสดงท่าทีอะไรน่าอายออกไป ฉันรับรู้ได้จากจักระในร่างกำลังตีกันอย่างรุนแรงแล้วยังอวัยวะภายในที่บีบรัดแทบแตกเป็นเสี่ยงๆ หัวใจฉันเต้นถี่เกินระดับปกติไปนานแล้วซึ่งถือว่าอันตรายมากหากยังเป็นอย่างนี้ต่อไป ดีที่ฉันเป็นนินจาแพทย์เลยพอใช้จักระภายในต้านทานไว้ได้บ้างแต่ความทรมานแสนสาหัสที่แล่นขึ้นมาอีกระลอกส่งผลให้ฉันเผลอกัดริมฝีปากแน่นจนรับรู้ถึงกลิ่นคาวเลือด ทนหน่อยยัยซากุระอีกไม่กี่ชั่วโมงก็เช้าแล้ว


“ไหวไหม....เฮ้ย ฮารูโนะ!!” อิทาจิพุ่งเข้ามาหาอย่างตกใจเมื่อเห็นฉันกระอักเลือกออกมา แต่ฉันรีบยกมือห้ามและโบกมือไล่ให้เขาไปห่างๆ ทั้งที่รู้สึกเจ็บปวดไปหมด...


“ฉะ...ฉันไหว ถอยออกไปก่อน แค่กๆๆ”


“เธอโง่หรือเปล่า จะฝืนตัวเองทั้งที่รู้ว่าไม่ไหวเนี่ยนะ!


“ฉันไม่รู้จะทำไงแล้ว....” ฉันยอมรับอย่างเต็มปาก ตอนนี้สมองเริ่มตื้อจนตาลายไปหมด


            “พอกันที! ถ้าเธอไม่รู้ว่าจะต้องทำยังไง ฉันจะใช้แผนตัวเองแล้ว”


อิทาจิทนฉันมานานในที่สุดเขาก็เอ่ยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงราวกับตัดสินใจเด็ดขาด ฉันกำลังจะห้ามไม่ให้เขาเข้ามาใกล้มากไปกว่านี้แต่ร่างสูงกลับลุกขึ้นก้าวข้ามเส้นแบ่งเขตมาโดยไม่สนใจจะฟัง สีหน้าหมดความอดทนของเขาทำเอาฉันกลัวจนเผลอถดตัวหนีไปชิดผนัง ทว่าเพียงไม่กี่ก้าวร่างสูงก็ตามมาประชิดอย่างรวดเร็วก่อนจะใช้ท่อนแขนทั้งสองข้างกักฉันไว้ในวงแขนพลางโน้มหน้าลงใกล้จนได้กลิ่นหอมจางๆ เนื่องจากตอนนี้ฉันอ่อนไหวง่ายเป็นพิเศษพอได้กลิ่นกายเพศตรงข้ามมันยิ่งปลุกเร้าอาการหนักขึ้นไปใหญ่


            “นะ....นายอย่าแกล้งแบบนี้สิ...ฉัน....จะควบคุมตัวเองไม่ได้แล้วนะ”


            “ควบคุมไม่ได้ก็ไม่ต้อง” อิทาจิยกมือประครองแก้มทั้งสองข้างของฉันไว้พร้อมจ้องลึกเข้ามาในดวงตา “ฉันอยู่ตรงหน้าเธอแล้วไง จะทำอะไรก็ทำสิ”


            “ทำอะ.....อื้อๆ!!?” ฉันมีเวลาตีความประโยคนั้นได้ไม่นานริมฝีปากพลันรู้สึกถึงบางสิ่งนุ่มๆที่แนบลงมาแทนคำอธิบาย ฉันเบิกตากว้างแทบไม่อยากจะเชื่อว่าวิธีที่เขาว่าหมายถึงใช้ริมฝีปากเขาปิดปากฉันแบบนี้! อิทาจิใช้มือกดท้ายทอยฉันไว้ไม่ให้หนีส่วนมืออีกข้างก็จัดการล็อกเอวฉันไว้แน่นจนกระดิกไม่ได้ แต่ต่อให้เขาไม่จับไว้ฉันก็ยังตกใจจนไม่มีแรงจะดิ้นอยู่ดี


“ยะ....หยุดก่อน...อิทาจิ”


ฉันพยามใช้สติที่มีผลักคนตัวโตออกไปแต่ดูเหมือนมันจะไม่ได้ผลสักเท่าไหร่ นอกจากเขาจะใช้มือเดียวรวบข้อมือฉันไว้แล้วคิ้วเข้มยังขมวดเข้าหากันเหมือนฉันเป็นเด็กดื้อไม่ยอมฟังอะไรง่ายๆ


“เธอก็รู้ถ้าฉันไม่ทำแบบนี้มันจะทรมานมากขึ้นนะ”


“ชะ...ช่างมันสิ ฉันจะทรมานแล้วมันเกี่ยวอะไรกับนายด้วย”  


คำตอบฉันคงไม่เป็นที่พอใจสักเท่าไหร่ เจ้าของเสียงทุ้มปล่อยให้ริมฝีปากฉันได้เป็นอิสระเพียงไม่กี่วินาที เขากดริมฝีปากลงมาอีกครั้งซ้ำๆ ฉันรู้ว่าเขาไม่ได้พยามจะเอาเปรียบแต่แค่กำลังช่วยต่างหากเพราะขืนฉันฝืนทนต่อไปอีกนิดร่างการคงรับไม่ไหวจนอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้  


“เลิกเกร็งได้แล้ว ปล่อยตัวตามสบาย”


อิทาจิทาบน้ำหนักลงมาดันฉันติดผนัง เรียวปากชื้นเก็บเกี่ยวความหอมหวานจากฉันไม่รู้จักพอ ทีแรกเขาเพียงแค่สัมผัสเฉยๆไม่ได้ทำอะไรลึกซึ้ง ต่อมาเมื่อฉันเผลอริมฝีปากร้อนผ่าวถึงเริ่มขยับหนักหน่วงขึ้นเรื่อยๆ ไม่อยากเชื่อเลยว่าอุจิวะ อิทาจิ ผู้ชายสุดแสนจะเย็นชาจะเป็นคนๆเดียวกับที่จูบฉันอย่างดูดดื่มในตอนนี้ ฉันเผลอครางออกมาเมื่อรับรู้ถึงลิ้นอุ่นที่พยามสอดเข้ามาเกี่ยวพัน ขณะเดียวกันก็ทำตัวไม่ถูกเนื่องจากเพิ่งเคยรับมือกับเหตุการณ์แบบนี้ครั้งแรกมือจึงกำเสื้อเขาไว้แน่นไม่ให้ตัวเองละลายไปเสียก่อน


“อื้อ...”


“แบบนั้นแหละ...ไม่ต้องเกร็ง” อิทาจิบอกฉันด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน


ฉันแทบไม่รู้ตัวเลยว่าขึ้นมานั่งคร่อมบนตัวเขาเมื่อไหร่แต่ที่แน่ๆ มันกลับเปิดโอกาสให้อิทาจิเปลี่ยนมาวุ่นวายบริเวณซอกคอฉันแทนจากนั้นค่อยๆ เคลื่อนต่ำลงไปจนถึงเนินอก มือทั้งสองข้างลูบไล้ผิวกายฉันอย่างไม่ขาดตกบกพร่อง น่าอายที่ฉันต้องยอมรับว่าความเจ็บปวดบางส่วนเริ่มทุเลาลงบ้างแม้จะยังไม่จางหายไปหมด...มันได้ผล


บ้าจริง....ขืนปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไปมีหวังฉันคงต้องโอนอ่อนไปกับเขาไม่ช้าก็เร็วแน่ ถ้าสถานการณ์คืนนี้ผ่านไปทุกอย่างจะเลยเถิดเกินกว่าจะมานั่งเสียใจทีหลังได้ ระหว่างฉันกับเขาเป็นไปไม่ได้เด็ดขาดต่อให้ความรู้สึกลึกในใจของฉันจะเปลี่ยนไปแล้วก็ตาม....

 

“ไม่ อิทาจิ...เป็นนายไม่ได้”


คำพูดนั้นเล่นเอาการกระทำทุกอย่างหยุดชะงักไป เขายอมเคลื่อนหน้าออกห่างเล็กน้อยทำให้ฉันมองเห็นประกายความไม่พอใจในดวงตาเขาชัดเจน “ทำไมเป็นฉันไม่ได้”


“นายรู้อยู่แล้วว่าทำไมเราถึงทำแบบนี้ไม่ได้ ฉันตัดสินใจแล้ว....” ฉันพูดไปหอบไปด้วย “ฉันจะไปหาผู้ชายสักคนมา....”


ฉันหุบปากแทบไม่ทันเมื่อนัยน์ตาสีนิลวาวโรจน์อย่างเห็นได้ชัด อิทาจิจ้องลึกเข้ามาในดวงตาจริงจังเสียจนฉันต้องเป็นฝ่ายหลบแต่ติดที่ว่าเขาจับคางฉันไว้ไม่ให้เบือนหน้าหนี


“เธอรู้ไหมว่าทำไมฉันถึงสนใจนักว่าเธอจะทรมานหรือเปล่า”


ฉันไม่กล้านึกถึงเหตุผลอื่นเลยตอบไปเท่าที่คิดได้  “ ถ้านายเสียตัวประกันแบบฉันไป พวกนายก็จะไม่มีอะไรมาต่อรองกับนารูโตะ...”


“เลิกเอาเรื่องตัวประกันมาอ้างสักที เธอก็รู้ว่าฉันไม่ได้คิดแบบนั้น!” อิทาจิตวาดเสียงดังดูโกรธมากที่ฉันพูดออกไปแบบนั้น ฉันเตรียมจะอ้าปากเถียงแล้วถ้าไม่ติดว่าวินาทีนั้นเขากลับแสดงให้ฉันรับรู้ผ่านการกระทำด้วยการกดริมฝีปากลงมาแนบแน่นและลึกซึ้งราวกับพยามถ่ายทอดความรู้สึกทั้งหมดผ่านทางจูบนี้จนหมดสิ้น 


“ฉันเป็นห่วงเธอทุกครั้งเวลาเห็นเธอไม่สบายใจ รู้สึกเหมือนสูญเสียทุกอย่างตอนที่คิดว่าเธอโดนนินจาหมู่บ้านทาคิฆ่าตาย หรือแค่เธอพูดว่าจะให้ผู้ชายคนอื่นมาช่วยมันทำให้ฉันหึงจนแทบทนไม่ไหว" สายตาเย็นชาตรงหน้าดูอ่อนลง เขายกมือเกลี่ยปอยผมบนหน้าฉันออกไปก่อนจะแตะแก้มฉันอย่างอ่อนโยน


“นะ...นายรู้ตัวหรือเปล่าว่าพูดอะไรออกมา” ฉันเบิกตาโตไม่เชื่อในสิ่งที่ตัวเองเพิ่งได้ยิน


"ฉันไม่สนหรอกนะว่าเธอจะคิดว่าฉันเป็นศัตรูหรืออะไร แต่รู้ไว้เลยว่าตั้งแต่นี้ต่อไปฉันจะไม่ยอมทนมองเธอเจ็บปวดโดยไม่ทำอะไรแน่ๆ!” 


_________________________________________________________________________________________________

100%

กรี๊ดๆๆ ขอเม้นหน่อยเร็วๆ รู้สึกหลายคนคงอยากจับไรต์ไปถ่วงน้ำ เอาแต่กั๊กไว้ไม่ถึงช่วงพีคสักที 555-.,- ใจเย็นนะคับทุกท่าน ตอนหน้าเราจะได้ดูกันแล้วว่าพังพอนจะถอนพิษให้หนูกุยังไง ติดตามต่อไปนะค้า >0<! 



 
  CR.SQW
 
 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 77 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

514 ความคิดเห็น

  1. #478 โลลิค่อน (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2560 / 18:09
    ฟินนนนนน
    #478
    0
  2. #427 mintty555 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2559 / 21:26
    เขินนนนนนนนนนนน
    #427
    0
  3. #366 แต้ว (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2559 / 00:26
    ไรท์ทำไมใจร้ายเยียงนี้.....ลุ้นมาก...
    #366
    0
  4. #359 Yurina (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2559 / 08:25
    อื้อหือออออ >/////< ไรท์อย่ากั๊กไว้แบบนี้สิค่ะ

    มาต่อเลยคนดีของพี่ -.- //โดนไรท์โบก ฮ่ะๆๆๆๆๆ
    #359
    0
  5. #356 ~ITaSari~ (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2559 / 22:21
    อิทาจิ เลิกซึนแล้ววว บอกหมดเปลือกเลยยย 
    ตอนบอกเป็นนายไม่ได้ นี่ชะงักเลยไรต์ 555
    ตอนหน้านี่ต้องลุ้นหนักๆเลย อิทาจิจะทำยังไงนะ 
    อัพต่อน้าาาาา  
    ป.ล. ทุกวันนี้แทบจ้องหน้านิยายเด็กดี ติดเรื่องนี้จริงๆเลยค้า 555  พอเห็นเรื่องนี้ขึ้นมาดีใจมากเลย ขอบคุณไรต์มากนะค้าาาาา ^^
    #356
    0
  6. #355 Nese (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2559 / 21:08
    ลุ้นๆรีบมาต่อนะคะๆพอเห็นอัพก็แทบกรี๊ดลั่นบ้านเลย555+สู้ๆนะคะ~^_^
    #355
    0
  7. #354 Memoris S'Misa (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2559 / 19:55
    มันค้างคาไงไม่รู้กรี๊ดดดด รีบถอนพิษเร็วๆนะอิทาจิ >\\\\<
    #354
    0
  8. #353 &#1051;&#1102;&#1073;&#1086;&# (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2559 / 17:18
    สนุกมากเลยค่า มาต่อเร็วๆนะคะไรต์ ^^
    #353
    0
  9. #351 zayny12 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2559 / 12:28
    ไรต์จ๋าาาา ค้างนะเนี้ยยยยย
    มาต่อเร็วๆนะค้าาาาา??
    #351
    0
  10. #350 aomiiz_aomie (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2559 / 09:35
    ค้างงแล้วน้าาา555555 โอ้ยลุ้นตอนหน้าสุดดด
    #350
    0
  11. #349 &#1048;&#1074;&#1072;&#1085;&# (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2559 / 22:58
    รีบๆมาอัพนะคะไรต์ รอต่อไม่ไหวแล้วววว
    #349
    0
  12. #348 ~ITaSari~ (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2559 / 22:27
    ขำสองคนเถียงกัน 555
    ซากุระแย่จริงๆแล้ว ทำไงต่อละเนี่ย
    อัพน้าาาา  ค้างงงงงงงงอ้าาาาา 555
    #348
    0
  13. #347 Kad2545 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2559 / 21:04
    ต่อเร็วๆเลยค่าาาาา*:;*
    #347
    0
  14. #346 Memoris S'Misa (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2559 / 19:30
    ลุ้นนนนนมาก ลีลาจัง ปั่มปั้มสักที 555+
    #346
    0
  15. #345 แต้ว (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2559 / 10:42
    ค้างมากค่ะรีบมาต่อนะค่ะไรท์
    #345
    0
  16. #344 จันทิรารัตน์ (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2559 / 10:31
    อ่าาาา ค้างอ่าาา
    #344
    0
  17. #343 Yurina (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2559 / 09:18
    อั้ยยะ!!! ฮืออออออ -.- กำลังอ่านมันส์เลยอ่ะ

    มาต่อเลยนะคะ คุณณณณณณ
    #343
    0
  18. #342 zayny12 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2559 / 12:42
    อูยยยย ลุ้นสุดๆ555 รออ่านอยู่นะงับบบบ><;
    #342
    0
  19. #341 Yurina (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2559 / 20:59
    อิทาจิ พูดอะไรอะ่ลูก (-..-) เดี๋ยวก็ได้เรื่องหรอก ฮ่ะๆๆ หนูกุจะทำไงต่ออ่ะ อยากรู้ๆๆๆๆ
    #341
    0
  20. #338 Kad2545 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2559 / 18:46
    กุไปต่อม่ะออกเลย555
    #338
    0
  21. #337 RasikaPF (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2559 / 22:46
    จะมีทายาทมั๊ยน้าาาา ^[++++]^
    #337
    0
  22. #336 Love Asuita (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2559 / 22:28
    โอ๊ยยลุ้นๆสุดๆ
    #336
    0
  23. #335 aomiiz_aomie (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2559 / 21:27
    ลุ้นนน -...-55555
    #335
    0
  24. #334 ~ITaSari~ (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2559 / 21:02
    อิทาจิ พูดออกมาได้!! 
    คิดภาพ อิทาจิพูดออกมานี่ ซากุระคงช็อค 555
    ตอบไม่ตอบ สงสัยจะมีค่าเท่ากัน (เอะ...รึเปล่า)
    อัพต่อนะคะ ลุ้นนนนนนนนนนน
    #334
    0
  25. #333 จันทิรารัตน์ (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2559 / 20:24
    ซากุระบอกไปเลยยยยย ว่าเทอโดนยาปลุกเซ็กส์ ต่อค่ะๆๆๆ
    #333
    0