Fic naruto Change my Love รักนี้เปลี่ยนหัวใจชินชา

ตอนที่ 15 : Change my love 14: เรือนบุปผาจันทรา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 925
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 34 ครั้ง
    12 พ.ค. 59

Chapter 14

เรือนบุปผาจันทรา

 

 

“นี่แหละ เรือนบุปผาจันทราแหล่งรวมหญิงงามอันดับหนึ่งของแคว้น”

เสียงฮิดันปลุกหญิงสาวเพียงคนเดียวในกลุ่มให้หลุดออกจากภวังค์ ทว่าเมื่อกวาดตามองสภาพตรงหน้าแล้วสมาชิกในทีมต่างเต็มไปด้วยสีหน้าเหลือเชื่อไม่เว้นแม้กระทั่งอิทาจิ ใครจะไปคิดว่าหอนางโลมอันดับหนึ่งจะ...จะมีคนต้อนรับเป็นชายร่างถึกสองคนไว้หนวดเครารุงรังยืนกร่างกลางสะพานไม้เก่าๆ ใกล้พังเต็มที ส่วนอีกฝากของสะพานก็ไม่ได้มีอะไรนอกจากทุ่งหญ้าโล่งๆ ไร้เงาสิ่งมีชีวิต

“เรือนบุปผาเหี่ยวน่ะสิไอ้งั่ง! แกแน่ใจนะว่าพามาไม่ผิดที่” คาคุซึหันไปตบหัวด่าจนผู้ที่ขนานนามว่าตัวเองเป็นแขกประจำถึงกับหน้าตึง ไอ้หนอนตายด้านนี่กล้ามากถึงขั้นสงสัยในความเชี่ยวชาญด้านการแสวงหาแหล่งบันเทิงของเขา

“ก็เออดิ! ไม่ผิดแน่นอน ที่เป็นแบบนี้เพราะพวกมันใช้คาถาลวงตาบังไว้ทำให้มองไม่เห็นสภาพด้านใน แต่ยังไงก็ตตามเรายังเข้าตอนนี้ไม่ได้.....ใกล้จะได้เวลาแล้วสินะ” ประโยคหลังฮิดันเงยหน้ามองท้องฟ้าพร้อมพึมพำกับตัวเองเบาๆ

“ยังจะมาเงยหน้าชมวิวอีกไอ้นี่ แล้วทำไมเราต้องมานั่งเสียเวลาถ้ำมองไอ้หน้าลิงสองตัวนั่นด้วย ฆ่าทิ้งแล้วบุกเข้าไปก็สิ้นเรื่อง”

“นั่นสิครับ รอมาครึ่งวันแล้วยังไม่เห็นวี่แววของใครเลย....กะแล้วเชียวว่าต้องพึ่งพาไม่ได้” แม้คิซาเมะจะไม่ได้ชอบขี้หน้าทั้งสองมากนักแต่ครั้งนี้เขาอดเห็นด้วยกับคาคุซึไม่ได้จริงๆ หนุ่มนักดาบยกมือลูบปลอบอาวุธคู่กายที่ทำท่าฮึดฮัดอยากลุยเต็มทีเหมือนเจ้านายไม่มีผิด

“ไม่ใช่ว่ายังคิดแผนไม่ออกหรอกนะ ถึงได้หาเรื่องถ่วงเวลา” ไม่เว้นแม้แต่คนพูดน้อยอย่างอิทาจิยังไม่ค่อยอยากจะไว้ใจเจ้าหมอนี่เท่าไหร่  

“เฮ้ย นายก็เอากับเขาด้วยอ่อวะอิทาจิ -0-^

คนวางแผนหน้าหงิกเป็นตูด เพื่อนร่วมองค์กรกันแท้ๆ ไม่มีความไว้ใจกันบ้างเล้ย!

“พวกนายไม่เคยมาก็พูดได้ ฉันเคยเห็นระบบรักษาความปลอดภัยที่นี่แล้วยังอดทึ่งไม่ได้เลย คนข้างในก็พวกไอ้คิโดทั้งนั้น ถ้าฉันไปในฐานะแขกยังพอไหว แต่นี่เรามาทำภารกิจขืนฉันเสนอหน้าเข้าไปโทงๆเกิดพวกมันไหวตัวทันแล้วไม่ปล่อยให้เราออกมาจะทำไง”

“.......”

“ฉันว่าฮิดันพูดถูกนะ พวกนายหยุดโทษเขาได้แล้วน่า”

สามหนุ่มถึงกับหันขวับมาหาอันบุสาวที่นั่งเงียบมาตลอดกลับออกปากปกป้องคู่กัดช่างเป็นเรื่องที่เหนือความคาดหมาย ฮิดันเกือบยิ้มออกมาแล้วหากเธอไม่ต่อประโยคสุดท้ายจนจบ “คนที่มีสมองเป็นเมล็ดถั่วเน่า วันๆ ไม่คิดเรื่องเทพจาชินก็ผู้หญิง พวกนายนั่นแหละเพี้ยนหรือเปล่าถึงได้หวังพึ่งคนอย่างหมอนี่”

นอกจากสามหนุ่มที่เหลือจะไม่มีท่าทีโกรธแล้วยังแอบยิ้มสะใจซะด้วย เห็นแบบนั้นไฟในตัวชายหนุ่มผมสีควันบุหรี่ยิ่งโหมแรงจนอยากจะบีบคอยัยผู้หญิงปากหมาให้คามือ

“ยัยซากุระ ยัยปากหมา! ยัยคางคก!

“ฉันแค่พูดความจริง อย่ามาทำเป็นรับไม่ได้นายสมองถั่วเน่า”

“หน้าเธอมันหนากว่าคนปกติไง ด่าอะไรไปถึงไม่สะทกสะท้าน!

โอเค เขาผิดเอง ยัยปากรรไกรควรจะเป็นคนที่เขาไม่ควรคาดหวังอะไรมากที่สุด ระหว่างเขากำลังคิดหาคำเจ็บๆ สวนกลับไปหางตาดันเหลือบไปเห็นเหยื่อที่เขาถึงกับลงทุนมารอถึงสองชั่วโมง ฮิดันยกริมฝีปากโค้งเป็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์และก่อนที่ใครจะทันได้ถามอะไร ร่างสูงพุ่งตัวไปดักหน้านินจาทั้งสามโดยยามทั้งสองบนสะพานไม่ทันสังเกตเห็น แน่นอนนินจากระจอกย่อมไม่ใช้คู่ต่อสู้ของฮิดันผู้หล่อเหลาแห่งแสงอุษา  วินาทีที่เขากำลังปิดฉากนั้นเองซากุระเพิ่งจะตั้งสติได้พลันร้องเสียงหลงจนทำให้มือที่ถือคุไนต้องหยุดชะงัก

“ไม่ได้นะ!

“อะไรของเธออีก ทำอย่างกับไม่เคยเห็นเรื่องพรรคนี้ไปได้”

“ไม่ใช่แบบนั้น....เราไม่จำเป็นต้องฆ่าเขาก็ได้นิ นายเองคงไม่อยากมีปัญหากับหมู่บ้านอื่นเพราะเรื่องนี้หรอกใช่ไหม”

“ถ้าไม่ฆ่าแล้วเกิดมันลุกขึ้นมาโวยวายจนพวกมันรู้ตัวจะทำไง อีกอย่างฉันเป็นนินจาถอนตัวจะสนไปทำไมกับไอ้การมีเรื่องกับหมู่บ้านอื่น”

ฮิดันเลิกสนหญิงสาวก่อนจะเงื้อคุไนเล็งไปยังจุดสำคัญของร่างที่นอนสลบอยู่ ทว่าซากุระกลับไวกว่าเธอหยิบอะไรบางอย่างคล้ายเข็มฉีดยาก่อนจะปักเข้าที่ต้นคอของสองคนแรกตัดหน้าชายหนุ่มจากนั้นจึงลงมือทำแบบเดียวกันกับอีกคน ทุกคนมองการกระทำนั้นตาค้างแต่ร่างเล็กกลับไม่สนใจพลางโยนร่างทั้งสามขึ้นไปห้อยต่องแต่งบนต้นไม้

“ยานี่จะทำให้สลบไปสามวัน หวังว่าเราคงไม่ต้องใช้เวลาจบภารกิจนานขนาดนั้นใช่ไหม”

“......”

“.......”

“เฮ้อ จะเอาไงก็เอา พวกโหดเงียบแบบเธอนี่น่ากลัวชะมัด”

อันบุสาวคลี่ยิ้มพอใจก่อนจะกันไปสนใจสิ่งที่อยู่ในมือฮิดันแทน “ว่าแต่นายถืออะไรอยู่เห็นตั้งแต่เมื่อกี้แล้ว”

“สิ่งนี้แหละที่พวกเรารอคอย” ฮิดันชูป้ายไม้สีแดงธรรมดาสามแผ่นระบุชื่อและตราสมาชิกของนินจาที่ห้อยอนาจอยู่บนต้นไม้ชัดเจน ทุกคนยิ่งทำหน้าสงสัยเข้าไปใหญ่ เฮ้อ...ไม่ไหวๆ พวกบ้านนอกเข้ากรุงเป็นงี้กันทุกราย เพราะแบบนี้ชายหนุ่มผมสีควันบุหรี่จึงยืดอกอธิบายอย่างภูมิใจ “มันคือกุญแจสำคัญที่มีเพียงสมาชิกเท่านั้นจะมีได้ ถ้าไม่มีเจ้าป้ายนี้ต่อให้เงินหนาแค่ไหนก็ไม่สามารถข้ามสะพานไปได้เด็ดขาด พูดง่ายๆ ก็คือบัตรผ่านทาง ประตูจะเปิดเพียงแค่สองรอบเท่านั้นคือเที่ยงคืนและหกโมงเช้า ฉันไม่รู้ว่าพวกมันจะไหวตัวทันเมื่อไหร่ พวกข้างในส่วนมากก็เป็นคนของคิโด ถึงเวลานั้นจริงพวกมันคงไม่คิดจะปล่อยเราไปง่ายๆ จำไว้ว่าทุกอย่างต้องเสร็จภายในหกชั่วโมงเพราะต่อให้มีแผ่นป้ายพวกนายก็ต้องรออีกวันถึงจะออกมาได้”

“เหอะ ไม่คิดว่าสมองกากๆ ของแกจะรู้จักสังเกตเรื่องเล็กน้อยแบบนี้ด้วย”

“ลองฟังแผนฉันดูก่อนแล้วจะรู้ว่านั่นยังไม่ถึงครึ่งด้วยซ้ำ” เจ้าถิ่นกระหยิ่มกระหย่องจากนั้นจึงเริ่มปฏิบัติการแจกแจงแผนให้ทุกคนฟังเริ่มจากทายาทอุจิวะ “จากประสบการณ์สอนให้รู้ว่าแหล่งข้อมูลชั้นยอดไม่ได้อยู่ไกลตัวลูกผู้ชายอย่างเราเลย อิทาจิฉันอยากให้นายปลอมตัวเป็นลูกค้าตามฉันเข้าไปทีหลังพวกมันจะได้ไม่สงสัย คอยสืบข้อมูลจากสาวๆ ซะ จะใช้วิธีอะไรแล้วแต่นายเลย ลองถามดูว่าธุรกิจที่มันทำอยู่ตอนนี้คืบหน้าไปถึงไหนและถ้าเป็นไปได้ตามหาตัวมันให้เจอ หวังว่าหน้าตาหล่อๆ ที่น้อยกว่าฉันนิดนึงของนายคงใช้ล้วงข้อมูลไม่อยากหรอกใช่ไหม”

คนหน้านิ่งยักไหล่ราวกับว่าเรื่องนี้ไม่คณามือเขาหรอกจนแพทย์สาวต้องแอบกลอกตาเบาๆ ทว่าสีหน้าเล็กน้อยกลับไม่อาจรอดพ้นไปจากนัยน์ตาคมกริบที่คอยมองมาตลอดได้ เธอเพิ่งสังเกตว่าตัวเองถูกจ้องเขม็งจึงรู้สึกร้อนตัวขึ้นมา แต่ไม่ทันไรชายหนุ่มกลับทำเป็นไม่สนใจแถมยังเมินหน้าหนีไปทางอื่นราวกับเขาเอาจริงเรื่องที่จะไม่ยุ่งกับเธออีก แต่ไม่รู้นะว่าซากุระคิดมากไปเองหรือเปล่า....ท่าทางของเขาถึงได้ดูเหมือนกับคนกำลังงอนไม่มีผิด

อันที่จริงใช่ว่าซากุระจะไม่อยากหาโอกาสพูดกับอิทาจิ เพียงแต่ปัญหาคือฝ่ายนั้นกลับไม่ยอมเปิดโอกาสให้เธอเลยสักนิดเลยแถมยังทำเหมือนหลบหน้าอีก ยังไงก็ตามเรื่องปรับความเข้าใจคงต้องเอาไว้ทีหลังเพราะภารกิจครั้งนี้เกี่ยวพันถึงความมั่นคงของหมู่บ้านไม่น้อยเธอจะพลาดไม่ได้เด็ดขาด รวมทั้งเธอเองก็อยากเห็นหน้าไอ้คนชั่วไร้หัวใจแล้วจัดการให้สมกับความเลวของมัน ดวงตากลมโตฉายแววมุ่งมั่นโดยไม่สนว่าฮิดันจะมอบหมายภารกิจให้ใครอะไรยังไง แต่ที่แน่ๆ เธอจะต้องเป็นคนจัดการคิโดด้วยตัวเอง

“คิซาเมะนายเป็นคนที่มีจักระมากที่สุดคอยเฝ้าข้างนอกเผื่อมีใครออกมาช้าให้ถ่วงเวลาไว้แล้วทยอยจัดการลูกน้องคิโดที่จะตามมาสมทบซะ”

“ดีเหมือนกันครับ ช่วงนี้ผมไม่ได้ยืดเส้นยืดสายมานานแล้ว” คิซาเมะยิงฟังอันแหลมคมราวกับรอคอยเวลานี้มานาน ยิ่งนึกถึงตอนที่มีคนมาบอกว่าธุรกิจแถบชายฝั่งทะเลไปได้ไม่ดีนักเพราะโดนขายข้อมูลภายในจนคู่แข่งรู้หมดแถมยังโกยรายได้ไปกว่าครึ่ง แค่นั้นก็เพียงพอจะทำให้ดาบซาเมะฮาดะรับรู้ถึงความต้องการอยากจะไล่ฟันคอของนายตน

 ตบท้ายด้วยคู่หูปากร้าย เรื่องเงินๆทองๆ รายนี้ไม่เคยทำให้เขาผิดหวังเลยสักครั้ง “คาคุซึฉันขอมอบหน้าที่ถล่มท้องพระคลังของพวกมันให้นายเลย”

“ถ้าวันนี้ฉันนับเงินได้ไม่ถึงห้าล้านเยน เงินที่เหลือคิโดจะต้องจ่ายด้วยหัวของมัน”

“นั่นแหละที่ฉันอยากได้ยิน” ฮิดันยื่นแผ่นป้ายในมือตนให้คาคุซึกับอิทาจิคนละอัน “พวกนายจำเป็นต้องใช้เพื่อข้ามสะพานอย่าทำหายกันล่ะ ฉันจะเข้าไปพร้อมซากุระก่อน พวกเรามีเวลาแค่สามชั่วโมงหาตัวคิโดแล้วลากตัวมันออกมา ภารกิจจะสำเร็จหรือไม่ค่อยว่ากัน แต่พอเที่ยงคืนให้ออกมาเจอกันตรงอีกฝั่งของสะพาน อย่าลืมล่ะ”

ทุกคนพยักหน้ารับ เมื่อเห็นว่าสมาชิกพร้อมลุยแล้วฮิดันถึงเริ่มใช้คาถาแปลงร่างเป็นเด็กหนุ่มหน้าตาบ้านๆ โดยกวักมือให้อันบุสาวตามไปติดๆ นอกจากแววตาสีมรกตจะไม่มีแววตื่นตระหนกแล้วยังนิ่งเรียบชนิดว่าสถานที่ตรงหน้าเป็นแปลงดอกไม้....อิทาจิมองสีหน้าสบายๆนั่นแล้วเขายิ่งรู้สึกหงุดหงิดแปลกๆ ถึงเขาจะประกาศชัดแล้วว่าจะไม่ยุ่งทว่าในใจอดสงสัยไม่ได้จริงๆ ผู้หญิงคนนี้เคยรู้บ้างไหมว่าหน้าตาระดับเธอถือเป็นตัวล่อพวกบ้ากามชั้นยอด ใช่ เขายอมรับว่าซากุระเป็นผู้หญิงที่สวยมาก แต่มีหรืออันบุสาวผู้แสนจะมั่นใจในตัวเองคนนั้นจะไม่รู้ แต่ทั้งที่รู้อยู่แก่ใจก็ยังจะพาตัวเองเข้าไปเสี่ยง

ไม่...เขายอมไม่ได้เด็ดขาด! อย่างน้อยก็ในฐานะที่ตอนนี้เธอเป็นแพทย์ประจำตัวเขา

หมับ

“ทำไมต้องให้ฮารูโนะเข้าไปด้วย เธอรอตรงนี้กับคิซาเมะไปซะเข้าไปก็เกะกะเปล่าๆ” กว่าจะรู้ตัวเขาก็เข้าไปดึงแขนบอบบางไว้แล้ว

“อย่าเรื่องเยอะได้ป่าววะอิทาจิ นายจะกัดอะไรยัยนี่นักหนาเนี่ย อีกอย่างซากุระเป็นเหยื่อล่อที่ฉันตั้งใจจะใช้ตั้งแต่แรกอยู่แล้วซึ่งเธอเองก็โอเคกับแผนฉันแล้วด้วย” คราวนี้ฮิดันเริ่มไม่พอใจขึ้นมาบ้าง ต่อให้เป็นอิทาจิแล้วไงถ้ายังทำตัวเอาแต่ใจแบบนี้ลูกเดียวแผนคงไม่สำเร็จสักที

คิซาเมะกลืนน้ำลายเฮือกเมื่อรับรู้ถึงสัญญาณอันตรายจากคู่หูตน เขาไม่รู้หรอกนะว่าประโยคไหนที่ฮิดันกล่าวถึงทำให้คุณอิทาจิมีสีหน้าน่ากลัวขนาดนั้น ทางที่ดีควรรีบดักไว้ก่อนที่แผนจะล่มเพราะทั้งคู่ไม่เป็นท่า “ถ้าเรื่องเกะกะผมว่าคุณอิทาจิสบายใจได้ อย่าลืมสิว่าคุณซากุระเป็นถึงหัวหน้าอันบุเชียวนะครับ ถ้าเธอไม่มีฝีมือพอคงมาถึงจุดนี้ไม่ได้หรอก”

อิทาจิอึ้งได้ไม่นานสีหน้าก็กลับมาเฉยชา “พวกนายจะทำอะไรฉันไม่ว่า แต่ยังไงเธอต้องอยู่ที่นี่”

“อิทาจิ!!

“ฉันก็ไม่ได้อยากจะยุ่ง แต่นายชักเริ่มทำตัวไร้เหตุผลมากไปแล้วนะ” ครั้งนี้คาคุซึชักรำคาญขึ้นมาบ้าง แค่ทำภารกิจให้จบๆ ไปไอ้นินจาอัจฉริยะมันจะเกลียดขี้หน้าซากุระอะไรนักหนาวะ “ฉันว่าเธอเข้าไปพร้อมฮิดันนั่นแหละ ไม่ต้องไปสนใจอิทาจิมัน”

หลายคนเริ่มเห็นใจหญิงสาวขึ้นมาบ้าง ถึงจะเป็นศัตรูกันแต่การได้เธอเข้ามาช่วยแม้จะเป็นแค่การร่วมมือกันชั่วคราวพวกเขาก็รู้สึกขอบคุณไม่น้อย ซากุระไม่ได้โต้ตอบอะไรเพียงแต่วินาทีนั้นริมฝีปากบางเม้มเป็นเส้นตรงในหัวพลางคิดอะไรเงียบๆ ในตอนนั้นเองดวงตากลมโตเผลอสบตากับคู่กรณีเข้าโดยบังเอิญทว่าไม่ทันไรฝ่ายตรงข้ามกลับเบือนหนีอีกตามเคย ไม่แน่ใจว่าเธอเห็นอะไรในแววตานั้นเข้าเพราะนอกจากจะไม่โกรธแล้วริมฝีปากยังยกยิ้มบางๆ นัยน์ตาวิบวับคู่นั้นสร้างความประหลาดใจให้กับอิทาจิ ทีแรกเขานึกว่าซากุระจะเข้าข้างฮิดันแล้วเหวี่ยงที่เขาไม่ยอมให้เธอเข้าไป แต่นอกจากเธอพยามเม้มปากราวกับกลั้นขำแล้วแม่สาวพราวเสน่ห์ยังยื่นหน้าเข้ามาใกล้จนอุจิวะลืมคำพูดก่อนหน้านี้ไปหมดสิ้น เธอโน้มตัวกระซิบบางอย่างที่คนอื่นไม่ได้ยินเพียงแต่เห็นว่าสีหน้าอุจิวะผู้ยิ่งใหญ่ถึงขั้นแข็งค้างไปทันที

“.......!.”

“ทีนี้เข้าใจแล้วนะ” รอยยิ้มหวานที่ไม่ได้เห็นบ่อยนักกระแทกเข้าใส่ชายหนุ่มอย่างจัง

ซากุระเพิ่งรู้สึกว่าตัวเองอาจจะแสดงออกมากไปหน่อยจึงรีบปรับสีหน้ามาจริงจังแทนพลางรั้งฮิดันให้รีบออกเดินพร้อมกัน สมาชิกสองหนุ่มต่างพากันมองหน้าอย่างสงสัย พอจะถามอิทาจิว่าตะกี้เกิดอะไรขึ้นกลับเจอเจ้าของแผ่นหลังกว้างกำลังยืนหันหลังให้แทน

“คุณอิทาจิ?

“ไม่มีอะไร พวกนายรีบไปเตรียมตัวเถอะ อีกเดี๋ยวฉันจะตามพวกเขาไปเหมือนกัน” ร่างสูงตัดบทไม่ปล่อยให้ใครถามก่อนจะเดินเลี่ยงออกมาเล่นเอาทั้งสองถึงกับงงตาแตก ลับหลังดวงตาสีนิลหลับตาครุ่นคิดถึงประโยคเมื่อครู่ที่วนเวียนในหัวราวกับมันมีอะไรบางอย่างชวนให้เขาคิดไม่ตก

“...ฉันรู้ว่านายเป็นห่วง แต่ถ้าเราอยากปกป้องหมู่บ้านนายก็ต้องปล่อยให้ฉันไป”

 ซากุระไม่ได้หมายถึงเธอคนเดียวแต่กลับแทนตัวเองว่าเราอยากปกป้องหมู่บ้านทั้งที่รู้อยู่แล้วว่าเขาเคยทรยศโคโนฮะเนี่ยนะ ทว่าน่าแปลกสิ่งที่สะกิดอารมณ์เขากลับไม่ใช่คำพวกนั้น...แต่เป็นเพราะซากุระคิดว่าเขาอยากปกป้องหมู่บ้านจนถึงขั้นยอมให้เธอออกไปเสี่ยง ทำไมเธอไม่คิดบ้างว่าสำหรับเขา....ช่างเถอะ หรือเขาบ้าไปแล้วจริงๆ แค่คำพูดไม่กี่คำของเด็กสาวคิดจะปั่นหัวเขายังเร็วเกินไปหน่อยมั้ง เรื่องในคืนงานดอกไม้ไฟมันเป็นแค่เรื่องผิดพลาด สีหน้าสดใสของรอยยิ้มอบอุ่นบนดวงหน้าอ่อนโยนทำให้เขาลืมเป้าหมายที่แท้จริงไปจนหมดสิ้นเพราะไม่ว่ายังไงเป้าหมายในชีวิตนี้ของเขามีเพียงอย่างเดียวเท่านั้นคือ...

....นับถอยหลังรอวันตาย

 

 

 

ในบรรยากาศอันเงียบสงัดคนสองคนก้าวข้ามสะพานไม้เก่าๆ ไปยังอีกฝาก สิ่งที่ปรากฏอยู่เบื้อหน้าช่างดูแตกต่างกับบรรยากาศป่าช้าด้านนอกลิบลับ หลังตะวันลับขอบฟ้าเหล่านักท่องราตรีจากหลายแคว้นต่างมารวมตัวกันที่นี่ตามฮิดันพูดไว้ไม่มีผิด ด้วยความที่ทางขึ้นทำเลียนแบบบันไดสู่ยอดเขาตามสองข้างทางจึงมีสาวงามร่ายระบำดูแล้วไม่ต่างจากเหล่านางฟ้าล่องลอยไปมาบนสรวงสวรรค์ เสื้อผ้าที่สวมอยู่นั้นเป็นผ้าเนื้อบางแนบติดลำตัวเผยให้เห็นเรือนร่างอ่อนชรชวนล่อลวงผู้มาเยือนให้เคลิบเคลิ้มไปตามกัน 

ขนาดซากุระที่เป็นผู้หญิงด้วยกันยังอดชื่นชมความงามเหนือบรรยายของแต่ละคนไม่ได้ ดูก็รู้แล้วว่าต้องถูกคัดสรรมาอย่างดี มือขาวผ่องกระชับผ้าคลุมหน้าให้แน่นเผยให้เห็นแค่ดวงตา เพื่อความปลอดภัยซากุระต้องระวังไม่ให้ใครเห็นหน้าเพราะการที่เธอเกิดมาหน้าตาดีเข้าขั้นสาวงามได้สบายอาจเป็นเหตุให้เรื่องวุ่นวายก่อนจะทันได้เจอคิโดซะอีก ทั้งสองเดินมาตามทางหลักที่ประดับด้วยโคมแดงสลัวทอดยาวไปถึงตัวเรือนที่มีขนาดใหญ่เป็นพิเศษ ตลอดทางกลิ่นสาเกคลุ้งตลบอบอวลทำให้ซากุระต้องบังคับตัวเองไม่ให้เป็นลมไปซะก่อน

สาวสวยที่กำลังสวนกับทั้งคู่เมื่อเห็นเหยื่อหน้าใหม่อย่างฮิดันก็ไม่ลืมที่จะใช้มารยาสะบัดปลายผ้าไปแตะหน้าชายหนุ่มเบาๆ เพียงเท่านั้นกลิ่นหอมก็ฟุ้งกระจายออกมาแตะจมูกราวกับเชิญชวนให้ลอยตามเธอไป ไม่ต้องสงสัยเลยว่าพ่อเสือตัวฉกาจจะทำยังไง...ก็ลอยตามไปหน้าด้านๆไง!

ปึก!

“โอ๊ย! เจ็บนะยัยบ้า จะเล่นให้ซี่โครงหันเลยหรือไง แค่สำรวจลาดเลาไม่เห็นต้องลงมือเลย L

“มีสมาธิหน่อยสิ ให้ตายเถอะฉันน่าจะมากับอิทาจิ อย่างน้อยหมอนั่นคงไม่ถูกผู้หญิงทำให้เขวเหมือนนาย” ซากุระห้ามไม่ให้บ่นไม่ได้จริงๆ หลังจากใช้ศอกกระทุ้งฮิดันเต็มแรงเพื่อเรียกสติ คราบหนุ่มเจ้าสำราญถูกแปลงโฉมเป็นหนุ่มวัยใสหน้าบ้านๆ ทั้งนี้ก็เพื่อความไม่ประสาทเพราะส่วนใหญ่สาวที่นี่เคยเห็นหน้าฮิดันกันมาหมดแล้ว แต่ยังไงก็แค่ภาพลักษณ์ภายนอกเท่านั้นแหละ แววตาหื่นล้ำที่เปล่งประกายชัดเจนราวกับหมาป่ารอเวลาขย้ำลูกไม่ว่ามองยังไงก็ไม่เหมือนภาพเด็กหนุ่มผู้อ่อนต่อโลกอยู่ดี

 “เผื่อเธอจะลืมว่าฉันเป็นผู้ชาย มาถึงถิ่นตัวเองทั้งทีจะไม่ให้คิดออกนอกลู่นอกทางก็บ้าแล้...เดี๋ยวนะ เมื่อกี้ฉันได้ยินเธอเรียกชื่ออิทาจิ...?” ฮิดันหรี่ตาจับผิด หากเป็นเมื่อก่อนซากุระแทบไม่อยากมองหน้าหมอนั่นด้วยซ้ำ อีกอย่างตั้งแต่เมื่อกี้แล้วทำท่าลับๆล่อๆกระซิบกระซาบกันสองคน ทำตัวน่าสงสัยชะมัด

“ตะกี้ฉันพูดว่าอุนจิ น้ำหอมของแม่สาวคนนั้นคงทำให้นายเบลอแล้วล่ะ”

“เฮ้ เธอจะบอกว่ามากับขี้ยังดีกว่าฉันเชียวเรอะ -__-^^*

“โอ๊ะ หูนายก็ไม่ได้หนวกนิ”

“ฉันไม่ได้หูหนวกหรือเบลอตั้งแต่แรกแล้วเฟ้ย”

“จ้าๆ พ่อคนอมตะ”

ระหว่างที่ทั้งสองเดินเถียงกันมาตลอดทางเสียงแปดหลอดของใครบางคนก็หยุดการโต้วาทีของทั้งคู่ไว้ชั่วคราว

“เอ้า เชิญเลยจ้ะหนุ่มๆ วันนี้เรามีสาวงามให้ครบทุกคนไม่มีขาดเหลือแน่นอน โฮะๆ” เสียงหัวเราะอันแสบแก้วหูเป็นของหญิงวัยห้าสิบกว่าที่แต่งตัวจัดจ้านโบ๊ะหน้าหนาจนไม่เหลือคราบวัยที่แท้จริง ร่างท้วมผายมือเชิญลูกค้าที่เข้ามาใหม่โดยจัดสรรหญิงสาวให้แต่ละคนโดยไม่ขาดตกบกพร่อง ฮิดันจำได้ทันทีว่าเธอคือแม่เล้าผู้คุมกฎของที่นี่หรือที่ทุกคนรู้จักกันในชื่อ เจ้ไอมิ เขาส่งสัญญาณให้อันบุสาวที่บัดนี้มีฐานะเป็นน้องสาวเขาให้เตรียมตัวให้ดี

“เอ่อ...สวัสดีครับ ผมชื่อไคส่วนนี่น้องสาวผมเอง”

ไอมิหยุดการสนทนากับลูกค้าคนอื่นพลางปรายตามองสองพี่น้องในสภาพมอซออย่างรังเกียจ ต่อให้เด็กหนุ่มจะหน้าตาดีอยู่บ้างก็เถอะ

“มีอะไรไม่ทราบยะ เด็กอย่างพวกเธอเข้ามาได้ยังไงกัน”

“คือ...พ่อของผมเป็นแขกประจำที่นี่อยู่แล้ว เขาเพิ่งถูกนินจาจากโคโนฮะฆ่าตาย ผม...ไม่มีทางเลือกเลยอยากจะฝากน้องสาวไว้ที่นี่” ซากุระพยามห้ามไม่ให้กลอกตา ถึงอีตานี่จะบีบเสียงทำหน้าเวทนายังไงก็ยังไม่สามารถปกปิดแววตาเจ้าชู้ที่เอาแต่เหล่สาวๆในนั้นไม่ได้

“ฉันคิดว่าที่นี่เรามีคนพอแล้วล่ะ เด็กๆส่งแขก!” แม่เล้าไม่ได้สนใจจะสังเกตใบหน้าใต้ผ้าคลุมสักนิดพร้อมยังเอ่ยปากไล่อย่างไม่ไยดี ธุรกิจหล่อนกำลังไปได้สวยจะเอาเวลาว่างที่ไหนมานั่งสอนเด็กใหม่กัน แถมยังเป็นเด็กไม่มีประสบการณ์เอามาก็เกะกะเปล่าๆ

“แต่น้องผมสวยมากเลยนะ ถ้าพี่สาวไม่เชื่อจะลองดูก่อนก็ได้”

“สวยขนาดไหนฉันก็ไม่สนย่ะ อย่ามายืนขวางประตู หลีกไปๆ”

“ตามน้ำไปก่อนนะซากุระ” ฮิดันไม่มีทางเลือกโน้มตัวลงมากระซิบเบาๆ กับซากุระก่อนจะผลักเธอโดยไม่ส่งสัญญาณไปทางชายร่างท้วมที่กำลังสวนเข้ามา ร่างบางกระแทกเข้ากับคนๆนั้นเต็มแรงแต่ไม่รู้ทำไมฝ่ายกระเด็นถึงได้ฝ่ายชายที่อ้วนจ้ำม่ำไปได้ หญิงสาวนึกเข่นเขี้ยวฮิดันอยู่ในใจจะส่งเธอเข้าถ้ำเสือทั้งทีไม่มีบอกกันก่อนเลย!

“เฮ้ย อะไรวะ! ที่นี่สอนคนยังไงถึงได้ไม่รู้จักมารยาท”

“ขะ...ขอประทานโทษนะคะ” ซากุระแกล้งเอ่ยเสียงตะกุกตะกักพลางตัดสินใจงัดมารยาที่เธอไม่ใช้ออกมาลอง มือเรียวแกล้งกระตุกผ้าคลุมหน้าของตนลง หน้าตาอย่างเธอต่อให้ไม่ต้องแต่งอะไรก็นับว่ากินขาดสาวๆ ในนี้อยู่หลายคน มีหรือหลังจากเห็นดวงหน้าสวยสะพรั่งของเธอแล้วเขาจะใจร้ายไม่ให้อภัย ไม่ทันไรแขกร่างท้วม หน้าตาปรุประยิ่งกว่าหัวหน้ากลุ่มแสงอุษาก็รีบปรี่เข้ามาประครองให้ทั้งที่เธอไม่ได้เป็นอะไรสักนิด

“ตายแล้ว เกิดเรื่องอะไรขึ้นคะเนี่ย!?

“ไม่ต้องตกใจไปน่า แค่พรหมลิขิตบันดาลให้ฉันมาเจอกับนางฟ้าเท่านั้นเอง ตะกี้เธอถูกกระแทกคงจะเจ็บมากสินะ” ทั้งน้ำเสียงท่าทางต่างถูกดวงหน้าเนียนบริสุทธิ์สะกดความเถื่อนไว้ นัยน์ตาแพรวพราวกวาดมองเรือนร่างหญิงสาวปานจะกลืนกิน แม้ซากุระอยากจะยื่นมือออกไปควักลูกตาไอ้หื่นโยนให้เป็ดกินแค่ไหนเธอก็จำเป็นต้องระงับอารมณ์ไว้โดยพยามดึงออกจากการเกาะกุมอย่างแนบเนียนเพื่อไม่ให้ผิดสังเกต

“โธ่ๆ น่าเวทนาจริง” ปากบอกว่าสงสารแต่สายตากลับรีบสอดหาเจ้าของร่างบางที่เพิ่งถูกลูกค้าท่านนี้มองตาไม่กระพริบ ในหัวดีดรางลูกคิดคำนวณค่าตัวของสาวน้อยตรงหน้าอย่างว่องไว หากมีเด็กคนนี้หอนางโลมของเธอคงทำเงินเพิ่มได้ไม่น้อยเลย

“ขอโทษจริงๆนะคะคุณลุง คือหนูไม่ได้ตั้งใจจริงๆ”

“จุ๊ๆ อย่าเรียกลุงสิ เราอายุใกล้เคียงกัน เรียกพี่คุมะเฉยๆก็ได้” พี่บ้านป้าแกสิไอ้หมีควาย! อายุปาเข้าไปจะครึ่งร้อยแล้วยังเล่นได้เนอะ ซากุระแอบด่าในใจ

“จริงๆพี่ถูกชะตากับเธอมากเลยนะคนสวย คืนนี้สนใจจะอยู่เป็นเพื่อนเล่นพี่ไหม”

“คือจริงๆแล้ว....” หญิงสาวยังไม่ทันปฏิเสธแม่เล้าก็ขัดขึ้นมาพอดี

“ถ้าท่านลูกค้าอยากจะจองตัวแม่สาวน้อยคงต้องวันอื่นแล้วล่ะค่ะ คืนนี้มีแขกพิเศษท่านอื่นจองตัวเธอไว้แล้ว”

“เธอรู้ไหมว่าฉันเป็นใคร ถ้าเรื่องเงินบอกเลยว่าฉันจ่ายไม่อั้น!

“ท่านลูกค้าใจเย็นๆก่อนสิคะ แหม เดี๋ยวไอมิจะไปหาสาวคนใหม่ให้ เพียงแต่คนที่จองตัวสาวน้อยคนนี้ไว้คือท่านคิโดค่ะ”

คิโด!!?

ซากุระหันไปสบตากับฮิดันอย่างรู้กัน ดูเหมือนโชคจะเข้าข้างพวกเขามากเกินไปหน่อยแล้วมั้ง ยังไม่ทันได้เหวี่ยงแหปลาก็ลอยมาติดกับซะก่อน เพียงได้ยินชื่อคิโดสีหน้าของชายที่ทำเป็นกร่างก็หดลงเหลือสองนิ้ว หมอนั่นมีสีหน้าลนลานก่อนจะยอมตัดใจจากสาวงามแล้วเดินจากไปทางอื่นทันทีราวกับชื่อนี้มีทำให้ทุกคนต่างเกรงกลัว แม่เล้ากระตุกยิ้มพร้อมกับหันมาสนใจสองพี่น้องตรงหน้าแทน ท่าทางไร้เดียวสาแบบนั้นน่าจะหลอกง่ายเอาการแถมยังเป็นของสดด้วย

“ตกลง ฉันจะรับเธอเข้าทำงาน แต่อย่างที่บอกไปเมื่อกี้ฉันจะให้เธอเริ่มฝึกจากประสบการณ์จริงวันนี้เลย หวังว่าคงไม่ขัดข้องอะไรนะจ้ะ”

“ไม่เลยค่ะ ขอบคุณพี่สาวมากนะคะที่ช่วยเราไว้”

“ที่จริงพี่ชายเธอหน้าตาใช้ได้เหมือนกันนะ ฉันวางแผนจะเปิดหอนางโลมชายเดือนหน้า ถ้าสนใจจะมาสมัครงานก็ได้นะพ่อรูปหล่อ แต่ต้องให้พี่สาวคนนี้ลองแสกนก่อนนะ

แค่คิดว่าร่างอวบเหี่ยวๆ ของยัยป้าหน้างิ้วจะมาทาบอยู่บนตัวเขา ฮิดันแทบอยากจะอ้วกออกมาแล้วหนีไปเดี๋ยวนี้เลย ยิ่งเห็นสายตาแพรวพราวจากสาววัยแรกแย้มโลงเขายิ่งขนลุกเข้าไปใหญ่

“แฮะๆ คือว่าผมขอตัวดีกว่า ไว้ว่างๆ พี่จะมาเยี่ยมนะน้องสาว”

“เดี๋ยวสิพ่อหนุ่ม จะรีบไปไหนล่ะ” ฉันแอบเหงื่อตกนึกว่าหล่อนเกิดระแวงอะไรขึ้นมา แต่แล้วก็ต้องถอนหายใจโล่งอกเมื่อยัยป้าแค่เสนอค่าตอบแทนให้ฮิดัน “ไหนๆเอาของดีมาให้ทั้งที ฉันอนุญาตให้เธอเที่ยวเล่นในนี้ได้ตามสบายหนึ่งคืนละกัน”

ฮิดันพยักหน้ารับยิ้มๆ มีหรือซากุระจะดูไม่ออกว่าในใจหมอนี่คงกลายเป็นปลากระดี่ได้น้ำไปแล้ว ส่วนไอมินึกว่าหญิงสาวเงียบไปเพราะกำลังเศร้าที่ต้องจากพี่ชายถึงทำหน้าแบบนั้นจึงเข้ามาปลอบ

“ตายจริงแม่หนู ไม่ต้องร้องนะ มาไหนเจ้ขอดูหน้าหน่อยสิ....อืม ไม่เลวเลย” หล่อนทำทีเข้ามาตีสนิทพลางใช้สายตาสำรวจเรือนร่างของอีกฝ่ายไปด้วย ยิ่งมองใกล้ๆ ก็ยิ่งตื่นเต้นจนประกายเจ้าเล่ห์ในดวงตาปิดไม่มิด จากประสบการณ์การเป็นแม่เล้าใหญ่มาสิบกว่าปีสายตาย่อมแหลมคมเป็นธรรมดา หลังจากแสกนด้วยสายตาเพียงไม่กี่วินาที ไอมิมั่นใจว่าแม่หนูคนนี้ต้องกลายเป็นสินค้าเกรดเอในชั่วข้ามคืนแน่นอน ในเมื่อสาววัยแรกรุ่นหน้าตาสวยหมดจด สวนโค้งเย้ายวนมีแรงดึงดูด ผิวกายเนียนไร้ที่ติ หน้าตาใสซื่อเดินเข้ามาถึงถิ่นจะปล่อยไปง่ายๆก็ไม่ใช่เจ้ไอมิแห่งบุปผาจันทราแล้ว

 “รบกวนแนะนำด้วยนะคะ พอดีฉันเพิ่งเคยทำงานแบบนี้เลยยังไม่รู้งานเท่าไหร่”

“แน่นอนสิจ้ะ! มาๆ ดูสิเสื้อผ้าอะไรเนี่ย เดี๋ยวพี่สาวคนนี้จะพาไปเปลี่ยนเองนะจ้ะ รับรองสวยกินขาดทุกคนในนี้ อ้อ แล้วต่อไปก็เรียกพี่สาวว่าเจ้ไอมิละกันนะ”

ซากุระก้มหน้าเดินตามอย่างว่าง่าย แต่แท้จริงแล้วเธอกำลังซ่อนรอยยิ้มไว้ต่างหาก ยัยป้ามหาประลัยคิดว่าตัวเองดีดลูกคิดในใจเป็นคนเดียวหรือไง เธอแค่ต้องเล่นตามน้ำไปก่อน รับรองว่าจะทำให้เจ้ไอมิภูมิใจถึงขั้นลืมไม่ลงเลยทีเดียว!


___________________________________________________________________________________


งานนี้ฮิดันถึงกับให้ซากุระเป็นคนออกโรงเอง จะงานใหญ่แค่ไหนหนูซากุไม่เคยหวั่น จะมีก็แต่อาการแปลกๆของอิจจี้เนี่ยแหละที่ทำหัวใจเธอหวั่นแล้วหวั่นอีก (จะหวั่นไหวหรือหวั่นใจยังไม่รู้) ทำตัวไม่ชัดเจนแบบนี้สาวๆเขาปวดใจนะคะอิจจี้


ปล. ขอบคุณทุกคนที่ยังไม่ลืมฟิคเรื่องนี้นะ T_T ไรต์จะสู้ต่อไปค่ะ ขอกำลังใจหน่อยเร็ว

 
T
H
E
M
Y
B
 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 34 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

514 ความคิดเห็น

  1. #339 Yurina (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2559 / 20:17
    นานแล้วน่ะ ที่ไม่ได้เข้ามาอ่านเรื่องนี้ =w= ยังคงความสนุกเขั้มข้นเหมือนเคยเลยค่ะ!

    ขอบฮิดันในบทนี้จริ๊งๆ
    #339
    0
  2. #322 Love Asuita (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2559 / 20:00
    ฮิดันชั้นเชื่อว่าแกเชียวชาญเรื่องแบบนี้55555 อิทจี้นายหึงซากุระใช่มั้ยๆๆ><
    ไรท์กลับมาแล้วววว!!! ดีใจมากกกกก!!!
    #322
    0
  3. #321 PLOY (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2559 / 19:10
    เอาแล้วววๆ หนูกุนี่ 555 สู้ๆนะคะไรท์~~~~
    #321
    0
  4. #319 ~ITaSari~ (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2559 / 18:36
    ฮาฮิดัน อะไรจะเซียนขนาดนั้น 555 เป็นแกนนำเองอะไรเองด้วย
    ชอบที่อิทาจิเป็นห่วงซากุระ น่ารักมากๆเลย
    ขำที่ซากุระชนลูกค้ากระเด็น นั่นฮิดันผลักแรง หรือซากุระ ปฏิกิริยาแรง 555

    ไรต์อัพแล้ว  ดีใจมากเลย ฮูเล่~ 
    ติดตามอยู่เสมอนะคะ
    #319
    0
  5. #317 นักอ่านนิรนาม (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2559 / 10:48
    ซากุระะะะ สู้เขาน้าาาา แอบมุ้งมิ้งงเบาๆ
    #317
    0