Fic naruto Change my Love รักนี้เปลี่ยนหัวใจชินชา

ตอนที่ 10 : Change my love 9: เดตแรกกับศัตรู

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,510
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 52 ครั้ง
    18 ก.พ. 59

Chapter 9




การที่ฮารูโนะ ซากุระหัวหน้าหน่วยลับแห่งโคโนฮะต้องกลายมาเป็นตัวประกันแสงอุษายังไม่น่าอับอายเท่ากับการโดนหนึ่งในสมาชิกแห่งองค์กรจับมาเป็นคู่ควงไปงานดอกไม้ไฟในชุดยูกาตะเต็มยศ ฉันเดินลากชุดยูกาตะที่ได้รับจากอุจิวะอย่างหงุดหงิดมาหยุดอยู่ตรงหน้าพ่อคนไร้อารมณ์ที่ยืนกอดอกสำรวจลุคใหม่ของฉันตั้งแต่หัวจรดเท้า

 

อิทาจิอยู่ในชุดยูกาตะสีน้ำเงินเข้มขอบดำมีลายกิ่งไม้ประดับและทับด้วยผ้าคาดโอบิสีดำ แม้จะดูเรียบง่ายไม่มีอะไรโดดเด่นนักแต่เมื่อชุด เรียบๆมาอยู่บนตัวผู้ชายที่ หน้าตาไม่ธรรมดาอย่างร้ายกาจมันกลับยิ่งขับให้เขาดูมีเสน่ห์แถมยังน่าหลงใหลจนน่าหมั่นไส้สุดๆ

 

“ทำเวลาได้ดีนิ”

 

ฉันเบ้ปากด้วยใบหน้าที่ปราศจากเครื่องประทินโฉมพลางมองอิทาจิอย่างหมดอารมณ์ ผมสีชมพูอันแสนภาคภูมิใจที่กลายเป็นสีดำยาวจากคาถาปลอมตัวถูกรวบขึ้นด้วยปิ่นปักผมอันเล็กๆ ฉันไม่สามารถตัดใจถอดสร้อยเส้นสำคัญห่างจากตัวได้เล่นเปลี่ยนมาพันตรงข้อมือแทนดีที่เป็นเวลากลางคืนแล้วคนข้างตัวคงไม่สังเกตมากนัก

 

“นี่มันรนหาที่ตายชัดๆ” ฉันถอนหายใจเป็นรอบที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้ก่อนจะพูดเตือนสติเขาอีกครั้ง “นายประมาทเกินไปแล้ว คิดว่าปลอมตัวแค่นี้แล้วพวกนั้นจะไม่รู้รึไง”

 

“จะรู้ไม่รู้อันบุคนเก่งของโคโนฮะก็ได้เห็นกับตาแล้ว” อิทาจิเหยียดยิ้มมุมปากน้อยๆ สำหรับฉันมันเป็นรอยยิ้มของคนที่เชื่อว่าตัวเองควบคุมได้ทุกอย่างและเขาก็ทำได้จริงๆ พอเห็นฉันทำหน้าหมั่นไส้ซะเต็มประดาริมฝีปากก็หัวเราะเบาๆ จนสาวน้อยยันสาวระยะคานสุดท้ายที่เพิ่งด้านผ่านไปต่างเอี้ยวกลับมามองจนคอแทบหลุดทุกราย เหอะๆ รอให้รู้จักเขาก่อนเถอะแล้วพวกหล่อนจะเหล่ไม่ลง! L

 

อ้อ ลืมบอกไป อิทาจิเองก็ใช้คาถาปลอมตัวเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เขากลายเป็นชายหนุ่มคนเมื่อวานที่ขนาดฉันยังจำแทบไม่ได้และที่น่าตบที่สุดคือใบหน้าใหม่ของอีตานี่ก็ไม่ได้โดดเด่นน้อยไปกว่าใบหน้าเดิมเลยแม้แต่นิดเดียว ทุกสายตาของผู้คนที่เดินผ่านไปมาไม่มีครั้งไหนที่เขาจะไม่ตกอยู่ในหัวข้อสนทนา

 

“จะไปกันได้รึยัง” ฉันถามอย่างหงุดหงิดเมื่อเขาใช้สายตามองฉันเหมือนตัวตลก ใช่สิ ตอนนี้ฉันกลายเป็นสาวน้อยผมดำตาสีมรกตไปแล้วนิ แม้จะดูแปลกตาไปบ้างแต่ฉันคิดว่าผมสีนี้ช่วยขับใบหน้าฉันให้ดูโดดเด่นมากขึ้น เพราะงั้นการที่เขามามองฉันด้วยสายตาขบขันแบบนั้นมันค่อนข้างจะบั่นทอนความมั่นใจสาวฮอตเล็กน้อย =_=;

 

“เดี๋ยวก่อน” เขาล้วงมือไปหยิบบางอย่างในกระเป๋าก่อนจะนำมันมายัดใส่มือฉัน “เห็นว่ามันเข้ากับชุดเธอดี”

 

ฉันกำลังเงยหน้าขึ้นไปแยกเขี้ยวใส่เขาแต่พลันสายตากลับสะดุดเข้ากับวัตถุเล็กๆ ที่อยู่บนมือตัวเองฉันก็พูดไม่ออกเหมือนมีบางสิ่งจุกอยู่ในลำคอ  สิ่งที่อยู่บนมือฉันคือแหวนรูปดอกซากุระประดับไปด้วยคริสตัลสีชมพู แม้ดูแล้วราคาไม่ได้แพงมากแต่สิ่งที่ฉันติดใจมากกว่าคือความหมายที่อยู่ในนั้น....เมื่อสิบปีก่อนฉันเองก็เคยได้รับของคล้ายกันกับแหวนวงนี้

 

ตอนเด็กๆ ฉันมักจะชอบเก็บดอกซากุระมาทำเป็นมงกุฎ ใครบางคนเคยบอกว่าฉันเหมือนกับดอกซากุระที่กำลังจะพานสะพรั่งเป็นดอกไม้ที่สวยงามและอ่อนโยนแม้กระทั่งตอนนี้ฉันก็ยังจำสายตาอบอุ่นยามเขาคนนั้นมองมาที่ฉันได้....มันเหมือนกับสายตาของอุจิวะ อิทาจิที่กำลังมองฉันอยู่ไม่มีผิด

 

“ใส่สิ” เจ้าของเสียงทุ้มเร่งแต่สายตาแปลกๆที่ใช้มองทำให้ฉันลังเลที่จะยื่นมืออกไปรับ

 

“ฉันไม่....” อิทาจิไม่ปล่อยโอกาสให้ฉันปฏิเสธด้วยการดึงมือฉันไปจับแล้วจัดการสวมมันลงบนนิ้วนางข้างขวา แต่แล้วเขาก็ต้องชะงักมือเมื่อสังเกตเห็นวัตถุสีเงินที่พันอยู่กับข้อมือฉัน

 

“สร้อยเส้นนี้....” นัยน์ตาสีนิลไหวไปวูบหนึ่งพร้อมกับสัมผัสมันแผ่วเบาด้วยนิ้วเรียวเพียงแค่เสี้ยวนาทีดวงตาคู่นั้นก็กลับมาแข็งกระด้างเย็นชาเหมือนเดิม สิ่งที่เขาคิดจะพูดถูกแทนด้วยถ้อยคำที่ตั้งใจตัดเยื่อใยในอดีต  “ของเก่าๆ แบบนี้เธอควรจะทิ้งมันไปซะ”

 

ฉันไม่รู้ที่เขาพูดมันออกมาเพราะจำไม่ได้จริงๆหรือตั้งใจจะสื่อความหมายผ่านคำพูดนั้น แต่ฉันไม่คิดจะสนอีกต่อไปเมื่อก้มลงมองแหวนที่อยู่บนนิ้ว...บางสิ่งในอกข้างซ้ายกำลังเต้นรัวอย่างบ้าคลั่งเพียงเพราะสัมผัสจากอาชญากรตรงหน้าที่ลากผ่านมือฉันไปอย่างเชื่องช้า

 

หลังจากเมื่อวานที่เรามีปากเสียงกันฉันก็ไม่แน่ใจว่าเพราะรู้สึกผิดหรือไม่อยากให้ตัวประกันจัดการยากขึ้นเขาถึงเปลี่ยนมาทำตัวอ่อนโยนกับฉันมากขึ้น เขาลืมไปแล้วหรือไงว่าตอนนี้พวกเราอยู่ในฐานะอะไร คำว่าอาชญากรกับตัวประกันไม่ได้มีความหมายกับเขาเลยใช่ไหม ทั้งๆที่ฉันควรจะถอดมันออกแล้วปาใส่หน้าเขา....ฉันกลับยืนสัมผัสมันเบาๆ

 

“ไปกันเถอะ”

 

เสร็จเรียบร้อยอิทาจิก็ปล่อยมือฉันออกแล้วหมุนตัวออกเดินโดยไม่คิดจะรอฉันสักนิด ฉันควรนึกขอบคุณใช่ไหมที่พระเจ้าไม่ทำให้เขาเห็นใบหน้าฉันในเวลานี้ ไม่เอาน่าซากุระ เธอก็รู้ว่าตอนนี้สถานะของเขากับเธอไม่ใช่เรื่องที่จะเอาความรู้สึกส่วนตัวเข้ามาเกี่ยวข้องได้ อย่าลืมสิว่าเรายังมีภารกิจอยู่และเรื่องของในอดีตของฉันก็ควรลืมมันไปได้แล้ว

 

หลังจากเดินเข้ามาในงานร่วมสองชั่วโมงแล้วอีกไม่กี่นาทีก็จะถึงเวลาจุดดอกไม้ไฟ งานเทศกาลที่นี่ยิ่งใหญ่และครึกครื้นไม่แพ้ที่โคโนฮะเลย ตลอดทางเดินจะมีโคมไฟประดับไว้กับเสาสีแดงจนไปถึงริมแม่น้ำให้บรรยากาศโรแมนติกสุดๆ ชายหญิงหลายคู่มักจะแวะเข้าวัดขอพรกันตามประสาคู่รัก ฉันมองภาพรอบๆ อย่างสบายใจจนลืมตัวยิ้มออกมา ตามสองข้างทางก็จะมีร้านค้าเล็กๆ เรียงต่อกันเป็นแถบ มีทั้งร้านอาหาร ร้านขายของ ซุ้มกิจกรรมสนุกๆ ซึ่งแทบทุกร้านต่างก็มีผู้คนเดินเข้าออกตลอดเวลา

 

ตั้งแต่เข้างานมาฉันก็แวะแต่ร้านขนมจนสองมือเต็มไปด้วยถุงของกินเต็มไปหมด กะว่าจะเอาไปนั่งกินตอนเขาจุดพลุกัน พูดถึงอีตาอุจิวะหมอนั่นก็ยังคงเดินหน้าหล่อตามตูดฉันอย่างว่าง่ายผิดกับนิสัยคนปากร้ายอย่างเขา แต่ใครสนกันล่ะJ ถือซะว่าวันนี้เป็นวันของฉันละกัน จะว่าไปฉันก็ไม่ได้มาเที่ยวงานแบบนี้อีกเลยตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งเพราะมัวแต่คอยระวังศัตรูที่คิดจะโจมตีหมู่บ้านในช่วงเทศกาล ฉันเองยังแอบนึกเสียดายอยู่ในใจที่พลาดงานเจ๋งๆ แบบนี้ไปได้ตั้งหลายปี ฉันมัวแต่เพลินกับบรรยากาศในงานเผลอเดินมาจนถึงสวนด้านหลัง ผู้มาร่วมงานส่วนใหญ่เริ่มจัดการจองที่สำหรับดูดอกไม้ไฟจนน่าจะไม่มีที่เหลือพอให้ฉัน....อ้อ และเบ๊ชั่วคราวด้วย -3-

“คนเยอะชะมัด” คนที่เดินมายืนขนาบข้างพึมพำเบาๆ ฉันรู้ว่าอิทาจิเป็นคนที่ค่อนข้างรักสันโดษจึงไม่ค่อยชอบปะปนอยู่กับฝูงชนสักเท่าไหร่ อีกทั้งตอนนี้พวกเราเองก็กลายเป็นอาชญากรข้ามแคว้นไปแล้ว จะทำอะไรโจ่งแจ้งก็ไม่ได้

 

ฉันเหลือบไปเห็นต้นซากุระที่ตั้งอยู่ข้างริมทะเลสาบ ไอเดียแสนบรรเจิดก็พลันลอยเข้ามาในหัว โชคดีที่แถวนั้นไม่มีคน อาจเป็นเพราะด้านล่างเป็นหญ้าค่อนข้างรกจึงไม่มีที่ให้นั่งก็เป็นได้แต่สำหรับนินจาอย่างฉัน บนนั้นแหละเป็นจุดชมวิวที่สวยที่สุดแล้ว

 

“ไปนั่งบนต้นไม้กัน” ฉันชี้ไปที่ต้นซากุระแต่คนข้างๆ หันมามองฉันด้วยสายตาแปลกประหลาดและไม่ยอมเดินตามมา

 

“บนต้นไม้? ในชุดแบบนี้? คิดภาพดูสิผู้ชายที่เย็นชาและไม่ค่อยจะแสดงอารมณ์ออกทางใบหน้ามากกลับมองฉันด้วยสายตาเหลือเชื่อ

 

เอ่อ....ฉันควรจะภูมิใจรึเปล่าที่สามารถทำให้เขาแสดงอารมณ์ทางใบหน้าออกมาได้น่ะ

 

“แถวนั้นไม่มีคนแถมยังเป็นจุดที่เห็นพลุชัดที่สุดด้วย” ทีแรกฉันนึกว่าเขาจะตอกกลับมาแบบเจ็บๆ เช่นปัญญาอ่อนบ้าง ใครบอกจะชวนเธอมาดูพลุกันหรือไม่ก็สารพัดคำจิกกัด แต่นี่...กลับผิดคาดเมื่อเขาทำเพียงพยักหน้าตกลงง่ายๆ

 

“งั้นรอที่นี่แป๊ป” 

 

“อย่าบอกนะว่านายจะหนีไปดูที่อื่นแล้วทิ้งฉันไว้ตรงนี้” ฉันหรี่ตามองเขาอย่างระแวง เขาอาจจะมีแผนการในใจอย่างเช่นเรียกพวกนินจาทาคิมาลากคอฉันไปประหารในขณะที่เขาลัลล้ากลับรังแสงอุษาอย่างสบายๆ และพอฉันถามแบบนั้นออกไปเขาก็ยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย ท่าทางเจ้าเล่ห์แบบนี้ต้องมีอะไรชัวร์!

 

“ไม่ต้องห่วง เธอยังมีประโยชน์สำหรับฉันอีกเยอะ ฉันไม่ทิ้งเธอง่ายๆหรอก”

 

สรุปคือยังไงอิทาจิก็ไม่ยอมบอกว่าจะไปไหนแถมยังมีหน้ามากำชับให้รอเขาที่นี่ ฉันเลยต้องพยักหน้าอย่างไม่เต็มใจมากนัก ยังไงซะต่อให้ฉันหนีไปตอนนี้เรื่องก็รั้งแต่จะทำให้เรื่องวุ่นกว่าเดิม พวกทาคิเองก็ยังป้วนเปี้ยนอยู่แถวนี้ด้วยและที่สำคัญที่นี่ก็ไม่ได้ใกล้กับโคโนฮะเลยสักนิด ลำพังแค่จักระฉันที่เหลืออยู่คงไม่พอที่จะหนีหรือต่อสู้ได้ด้วยซ้ำ ฉันนั่งรอกระทั่งได้กลิ่นหอมๆ ลอยมาจากร้านขายดังโงะไม่ไกล ซื้อมากินฆ่าเวลาก็ไม่เลวเหมือนกันแฮะ อาจจะสักห้าหกไม้เผื่อหมอนั่นด้วย...

 

เอ๊ะ -*- แล้วฉันจะซื้อให้หมอนั่นทำไม

 

 “เฮ้ คนสวยมาคนเดียวเหรอครับ” ขณะที่ดังโงะไม้แรกกำลังลอยเข้าปากฉันอย่างหิวกระหายใครบางคนก็เดินเข้ามาขัดจังหวะการกินของฉัน พอเงยหน้าขึ้นมาเห็นหนุ่มต่างแคว้นทั้งสองกำลังส่งยิ้มแสดงความเป็นมิตรมาให้ปฏิกิริยาตอบโต้ของฉันคงเป็นอะไรไปไม่ได้นอกจากรีบหลุบตาลงทันที (.___. ;;)

 

ใช่ พวกเขาดูดีมากและฉันควรจะส่งยิ้มกลับแต่ฉันกลับเมินพ่อรูปหล่อหน้าใสแล้วหันมาสนใจดังโงะโง่ๆ แทน  สาบานเลยว่าฉันจะไม่ทำตัวน่าอับอายต่อหน้าคนหล่อแบบนี้แน่ถ้าบนผ้าคาดหน้าหน้าผากของพวกเขาไม่มีสัญลักษณ์ของหมู่บ้านทาคิอยู่!

 

ใจเย็น บางทีเขาอาจจะกำลังทักคนอื่นอยู่ก็ได้ แกล้งมองซ้ายขวาทำเป็นไม่ได้ยินเหมือนไม่รู้ว่าเขาพูดกับฉันอยู่

 

 (__’ ?) (? ‘__)....

 

“ผมหมายถึงเธอแหละคนสวย^^

 

เอ่อ แม่นั่นเหรอ? (/T___T)/ ฉันแกล้งชี้ไปที่สาวอวบที่เดินเลียไอติมอยู่ข้างๆ เท่านั้นแหละสองคนนั้นถึงกับหัวเราะก๊ากแล้วเดินเข้ามาชี้จนหน้าฉันแบบชัดเจนไร้ข้อโต้แย้ง

 

“มีอะไรรึเปล่าคะ?” ฉันพยามข่มอาการแล้วถามหยั่งเชิงไว้ก่อน พวกเขาอาจจะแค่มาถามอะไรนิดหน่อยก็ได้

 

“อ้อ ไม่ใช่ฉันหรอกแต่เพื่อนฉันน่ะมี” นินจาทาคิที่มีใบหน้ากวนประสาทเหล่ตาเจ้าเหล่ไปทางเพื่อนของเขาที่ยืนหลบอยู่ข้างๆ ด้วยใบหน้ากระอักกระอ่วนก่อนจะตวัดสายตาคาดโทษไปให้เพื่อนตัวเองจนโดนกระทุ้งศอกใส่กลับ “เอ้า จะพูดอะไรก็รีบพูดสิวะ มัวแต่อ้ำอึ้งเดี๋ยวสาวรำคาญนะโว้ย”

 

“พูดมากน่า....เอ่อ ไง พวกเราเพิ่งมาจากแคว้นทาคิเลยยังไม่ค่อยคุ้นกับที่นี่เท่าไหร่ เห็นเธอนั่งอยู่คนเดียวเลยไม่แน่ใจว่าใช่คนที่นี่หรือเปล่า”

 

“พอดีฉันเองก็มาจากที่อื่นเหมือนกัน ต้องขอโทษด้วยจริงๆนะคะ” ฉันยิ้มตอบอย่างสุภาพ อันที่จริงนี่เป็นโอกาสที่ดีที่จะหนีจากอิทาจิแต่ตอนนี้สถานการณ์มันเปลี่ยนไปแล้ว ฉันถูกตีตราให้เป็นตัวอันตรายถึงจะยังไม่ถึงขั้นอาชญากรระดับ s ก็ตาม ถึงอย่างนั้นฉันก็ไม่อยากประมาทด้วยการขอความช่วยเหลือจากคนในหมู่บ้านที่ฉันกับอิทาจิเพิ่งถล่มไปหรอกนะ

 

 “อ้าว แหะๆ นึกว่าคนที่นี่ซะอีก” เขายิ้มแก้เก้อพลางยกมือลูบท้ายทอยท่าทางประหม่าเล็กน้อย “ว่าแต่เธอชื่ออะไร อ่า...โทษที ฉันควรจะแนะนำตัวเองก่อนสินะ ฉันชื่อซุยจิ ส่วนหมอนี่ชื่อไคยินดีที่ได้รู้จัก”

 

ดูจากท่าทางแล้วคนพูดแล้วอยู่น่าจะวัยเดียวกับฉัน ฉันมองออกในปราดเดียวว่าจากสายตาของเขาดูสนใจฉันมากเกินกว่าที่จะหยุดอยู่แค่ถามชื่อเฉยๆ อ้อ ฉันเริ่มเข้าใจแล้ว จากท่าทางแล้วสองคนนี้คงไม่ได้มาจับฉันอย่างที่เข้าใจแต่พวกเขาตั้งใจจะมาจีบฉันมากกว่า คิก แต่จะว่าสองคนก็ไม่ถูก....

 

“เฮ้ ซุยจิ งั้นฉันแยกไปเดินในงานก่อนละกัน ไม่อยากเห็นฉากน้ำเน่าว่ะ ฮ่าๆ” นินจาทาคิอีกคนดูแล้วแก่กว่าฉันประมาณสองสามปีแอบขยิบตาให้ก่อนจะเดินปลีกออกไป คงเห็นว่านายหน้าหล่อนี่ตั้งท่าจะจีบฉันล่ะมั้งเลยไม่อยากเป็นกว้างขวางคอเพื่อน

 

“เออๆ รีบไปเลยไอ้แก่ วู้! -__-” หมอนี่โบกมือไล่พร้อมกับส่งท้ายด้วยถ้อยคำรักและห่วงใยพลอยทำให้ฉันหลุดขำออกมาเบาๆ และนั่นก็ทำให้เขากลับมาสนใจฉันต่อด้วยแววตาเป็นประกาย

 

“ขอโทษแทนหมอนั่นด้วย มันก็ปากพล่อยแบบนี้แหละ”

 

“อื้อ ไม่เป็นไร ว่าแต่นายมาจากหมู่บ้านทาคิสินะ” ฉันเห็นเขาท่าทีอัธยาศัยดีน่าจะพอคุยได้เลยกะว่าจะหลอกถามข้อมูลเกี่ยวกับเราว่ารู้มากน้อยแค่ไหน

 

“อ่าห้ะ มาปฏิบัติภารกิจน่ะ ลับสุดยอดซะด้วย>_^” เขายักคิ้วขยิบตาให้ ท่าทางเขาจะเป็นคนขี้เล่นไม่เบา มันทำให้ฉันอดนึกถึงนารูโตะไม่ได้ พูดถึงหมอนั่นฉันก็ไม่ได้เจอเขาตั้งหลายปีแล้วไม่รู้ป่านนี้จะเป็นไงบ้างนะ....

 

“คิก บอกฉันได้รึเปล่าเนี่ย” ในเมื่อตาอุจิวะยังไม่กลับมาฉันก็ขอหาเพื่อนคุยไปก่อนละกัน เป็นโอกาสล้วงข้อมูลไปด้วยว่าทางทาคิจะเอายังไงกับพวกเราต่อไป

 

“ได้แน่นอน! สำหรับสาวสวยไม่มีคำว่าความลับระหว่างเรา” เขาถือโอกาสนั่งลงข้างๆ แล้วยืนหน้าเข้ามากระซิบด้วยท่าทางจริงจังกับภารกิจเกินเหตุยิ่งทำให้เหมือนนารูโตะไม่มีผิด “ฉันว่าเธอน่าจะเคยได้ยินชื่อพวกแสงอุษามาบ้างใช่ไหม รู้แล้วเหยียบไว้ล่ะ ฉันถูกสั่งมาให้จับตายพวกมัน”

 

“จับตาย!?” ฉันเผลอแสดงสีหน้าตกใจเกินเหตุแต่โชคดีที่หมอนี่ไม่ใช่คนช่างสังเกตอะไรนัก ซุยจิยังพูดเรื่องถล่มหมู่บ้านต่อไปโดยไม่ทันเห็นสีหน้าที่เปลี่ยนไปของฉัน

 

“เมื่อสองวันก่อนจู่ๆ ก็เข้ามาถล่มหมู่บ้านเราซะเละแล้วก็หนีไปได้ น่าเจ็บใจชะมัด”

 

“แล้วมีใครเป็นอะไรมากหรือเปล่า...” จะไม่เป็นไรได้ไงก็อีตาอุจิวะเล่นปล่อยพลังเต็มที่ซะขนาดนั้นและคงจะเลวร้ายกว่านี้ถ้าฉันไม่เข้าไปหยุดไว้ก่อน  

 

“น้องสาวฉันเองก็พลอยโดนลูกหลงไปด้วย บาดเจ็บสาหัสเลยล่ะ....”

 

“........”

 

“อ่ะ! โทษทีๆ สงสัยจะน่าเบื่อไปหน่อยแฮะ เธอเงียบไปเลย” เขาถอยห่างออกไปส่งยิ้มให้ฉันหงอยๆ ฉันที่เพิ่งได้สติรีบยิ้มรับแล้วพูดกับเขาด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลง

 

“ไม่เลยๆ ฉันแค่....รู้สึกโกรธแทนนายเท่านั้น” ฉันซ่อนมือที่เผลอกำแน่นไว้แล้วปั้นรอยยิ้มฝืนๆ “แล้วน้องสาวนายเป็นไงมั่ง”

 

หน้าตาเขาดูสดใสขึ้นมาทันตาเมื่อเห็นฉันสนใจที่จะถามต่อ  “ตอนนี้ก็ดีขึ้นมากแล้วล่ะ ต้องขอบคุณโคโนฮะที่ส่งทีมแพทย์เก่งมาช่วยเราไว้”

 

“จริงสิ คุยมาตั้งนานฉันยังไม่รู้ชื่อเธอเลย” เขาโพล่งออกมาเหมือนเพิ่งนึกเรื่องสำคัญออก

 

“ฮา....” เพราะความรู้สึกที่เหมือนกับตอนอยู่กับนารูโตะทำให้ฉันคลายความระแวงจนเกือบพลาดด้วยการบอกชื่อจริงไปแล้ว แต่แล้วคำต่อมาก็ต้องหยุดอยู่ที่ริมฝีปากเมื่อมีมือปริศนาเอื้อมมาตะครุบปากฉันจากด้านหลังได้ทันเวลา แขนอีกข้างของชายปริศนาเอื้อมมากระชากตัวฉันให้ลุกขึ้นจนเซเข้าสู่วงแขนที่รอรับไว้ ไม่ต้องหันไปมองฉันก็เดาได้ทันทีว่าเป็นใคร คนที่กล้าใช้กำลังกับฉันโดยไม่เห็นว่าฉันเป็นผู้หญิงคงมีแต่อีตาอุจิวะคนเดียวเท่านั้นแหละ!

 

“ไม่จำเป็น”

 

“อิ...อุ๊บ!” อิทาจิปิดปากฉันไว้ก่อนที่ฉันจะพลาดอีกรอบด้วยการโพล่งชื่อเขาออกมา ฉันก้มลงมองวงแขนที่โอบเอวฉันไว้แน่นจากนั้นก็เงยหน้าไปถลึงตาแสดงความไม่พอใจใส่ การดิ้นให้หลุดจากอ้อมแขนคู่นี้ก็เหมือนกับดิ้นอยู่ในกรงเล็บเสือเพียงแต่สายตาเยือกเย็นที่กำลังหรี่มองฉันเหมือนเขากำลังโกรธทำให้ฉันเย็นวาบไปถึงสันหลัง ฉันหยุดดิ้นโดยอัตโนมัติเพียงแค่ยืนนิ่งๆปล่อยให้อิทาจิโอบรอบเอวฉันโดยไม่ขัดขืนจนฉันยังนึกแปลกใจตัวเองอยู่เหมือนกัน

 

“ขอโทษนะเรากำลังคุยกันอยู่ นายไม่ควรแสดงกิริยาแบบนั้นกับเธอ” ซุยจิดูค่อนข้างไม่พอใจที่จู่ๆอิทาจิเข้ามาแทรกหน้าตาเฉยแถมยังฉวยโอกาสทำตัวไม่เป็นสุภาพบุรุษกับฉันอีก

 

“กิริยาแบบนี้? ยัยนี่เป็นคนของฉัน ฉันมีสิทธิ์ทุกอย่างในตัวผู้หญิงของฉัน รู้แล้วก็ไสหัวไป....ไปได้แล้ว” ประโยคสุดท้ายเขาก็หันมากระชากแขนฉันให้เดินตามติดๆ ผู้หญิงของเขา...ถึงจะรู้ว่าเขาอาจจะพูดเพื่อไม่ให้ความแตก แต่ถ้อยคำแบบนั้นกลับทำให้กำแพงหัวใจของฉันเปราะลงไปทุกที

 

“แต่ฉันว่าดูเหมือนเธอไม่เต็มใจจะไปกับนาย” นินจาหนุ่มดูเอาเรื่องไม่แพ้กันยื้อข้อมือฉันอีกข้างไว้ เท่านั้นแหละจิตสังหารรุนแรงที่แผ่ออกมาจากคนที่จับต้นแขนฉันอยู่เล่นพาให้บรรยากาศรอบด้านดูมืดมนขึ้นมาทันตา ฉันรู้สึกได้ทันทีว่าธาตุแท้ของอุจิวะ อิทาจิแห่งแสงอุษาได้เผยออกมาแล้ว ซวยล่ะถ้าไม่รีบหยุดตอนนี้มีหวังที่นี่ได้กลายเป็นซากเหมือนหมู่บ้านทาคิแน่

 

“ปล่อย” สายตานิ่งสนิทปรายตามองมือที่จับฉันอยู่และคำพูดสั้นๆ ทว่ามีอำนาจเกินพอจะทำให้ซุยจิเหงื่อตก ขนาดฉันเองยังรู้สึกขนลุกแทนเลย หมอนี่เวลาเอาจริงน่ากลัวเป็นบ้า

 

“ฉันจะไม่ปล่อยจนกว่าเธอจะพูดเองว่าเธอมากับนาย” ฝ่ายตรงข้ามยังคงดึงดันไม่ยอมแพ้แม้ฉันจะแอบเห็นว่าเขาแอบตัวสั่นนิดๆแล้วก็เถอะ

 

สถานการณ์ชักจะบานปลายขึ้นเรื่อยๆ ถ้าดูจากแววตาที่ฟาดฟันกันอย่างไม่มีใครยอมใคร ซุยจิคงรู้สึกถึงความไม่ธรรมดาในตัวอิทาจิที่เหนือกว่าเขาอยู่มาก สายตาถึงได้เริ่มหวาดหวั่นแบบนั้น สงครามประสาทของทั้งคู่กดดันให้ฉันต้องพูดอะไรสักอย่างออกมา อันที่จริงฉันเองก็ใช่ว่าอยากจะไปกับอิทาจิแต่ฉันควรจะยุติเรื่องไว้เท่านี้ก่อนที่เรื่องจะใหญ่โตร้อนไปถึงตัวตนจริงๆของพวกเราก็อาจถูกเปิดเผย ฉันถอนหายใจอีกครั้งก่อนจะตอบเสียงอ่อย....

 

“อื้อ ฉันมากับเขาจริงๆ ต้องขอโทษแทนเพื่อนฉันด้วย” ฉันส่งยิ้มแหยๆให้ เขามองหน้าฉันนิ่งเพื่อดูท่าทีว่าฉันกำลังโดนข่มขู่รึเปล่า ฉันพยามยิ้มให้มากที่สุดแล้วค่อยๆ ดึงมือออกจากเขาแล้วไปควงแขนอิทาจิแทนเพื่อเป็นหลักฐานว่าฉันเต็มใจมากับเขาจริงๆ เท่านั้นแหละเขาดูหน้าเสียอย่างแรงที่รู้ตัวว่าตัวเองเป็นฝ่ายไปยุ่งกับคนมีเจ้าของเข้า โดยเฉพาะเมื่อเจอสายตาเยาะเย้ยของอิทาจิยิ่งทำให้เขาหน้าแดงก่ำด้วยความอับอายปนหงุดหงิดขึ้นไปอีก

 

“งั้นต้องขอโทษเธอด้วยละกัน” นินจาทาคิคนเดิมมองมาทางฉันพร้อมรอยยิ้มฝืดๆ ก่อนจะเป็นฝ่ายล่าถอยออกไป

 

“ซุยจิ! ฉันซากุระ ยินดีที่ได้รู้จักนะ”

 

ก่อนเขาจากไปฉันไม่ลืมที่จะบอกชื่อเป็นการตอบแทนที่เขาอุตส่าห์คิดจะช่วยฉัน ดูเหมือนเขาจะตกใจนิดๆ แต่ก็ยังหันมาส่งยิ้มแล้วโบกมือให้ แค่บอกชื่อแต่ไม่ได้บอกสกุลคงไม่มีปัญหาอะไรมากหรอกมั้ง

 

“เฮ้อ ค่อยยังชั่วหน่อย นึกว่านายจะมีปัญหากับหมอนั่นซะแล้ว” ทันทีที่เขาเดินจากไปเราก็ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องแสดงละครต่อทำให้ฉันตั้งท่าจะคลายมือออก ทว่าอิทาจิกลับเอื้อมมาจับมันไว้แล้ววางมันลงที่เดิมซึ่งนั่นทำให้ประหลาดใจสุดๆ “อะไรอีก เขาก็เดินไปนู้นแล้วไง...”

 

“เธอต่างหากที่คิดจะทำอะไรฮารูโนะ” น้ำเสียงเจือแววไม่พอใจถามกลับ “ไม่อยู่แค่แป๊บเดียวคิดจะควงศัตรูงั้นเลย?

 

ได้ข่าวว่าเขาเองก็เป็นศัตรูเหมือนกันไม่ใช่หรือไง L ฉันทำได้แค่ตอกกลับอยู่ในใจและยังไม่ทันได้เถียงเขาก็พูดต่ออีกหนึ่งประโยค

 

“จับไว้ซะ จะได้ไม่ต้องเสียเวลากับไอ้พวกเศษสวะอีก”

 

นายหมายความว่าไง?

 

“ถ่างตามองรอบๆ” อิทาจิถอนหายใจอย่างหงุดหงิดราวกับว่าสุดจะทนกับความซื่อบื้อของฉันเต็มที ฉันมองไปรอบๆตามที่เขาบอกก่อนจะร้องอ๋อในใจ สายตาเหล่าตัวผู้หลายสิบกำลังเหล่มาทางฉันด้วยแววตาคิดไม่ซื่ออย่างเห็นได้ชัด พวกนี้ไม่เหมือนกับนินจาทาคิคนเมื่อกี้หรอกนะที่ให้เกียรติ์ฉันแถมไอ้พวกหื่นนี่ไม่ใช่แค่มองเฉยๆน่ะสิ ทำอย่างกับมองทะลุยูกาตะหนาๆทะลวงเข้าไปถึงไหนต่อไหนจนฉันรู้สึกเหมือนถูกลวนลามยังไงก็ไม่รู้ อันที่จริงฉันก็อยากจะชกพื้นให้แตกเป็นเสี่ยงๆแล้วถีบไอ้พวกบ้านี่ลงหลุมไปตั้งแต่ลูกตาดำหยุดลงที่ฉันแล้ว ยังไงก็ตามมันคงเสี่ยงเกินไปถ้านินจาทาคิยังอยู่แถวนี้

 

“จะเลิกหว่านเสน่ห์ได้หรือยัง” ดูเหมือนตระกูลอุจิวะจะเป็นคนเข้าใจอะไรยากสินะ จะโทษก็ไปโทษไอ้หน้าหื่นพวกนั้นสิ มาทำเป็นอารมณ์แปรปรวนเหมือนผู้หญิงมีประจำเดือนอยู่ได้!-*-

 

“ก็ไปบอกให้ไอ้พวกนั้นเลิกจ้องฉันซะทีสิ แล้วนายจะมาอารมณ์เสียใส่ทำไมเนี่ย” แม้ว่าจะรำคาญกับพวกจิตอกุศลแต่จะทำไงได้นอกจากอดทนไว้ ขืนฉันไปเอาเรื่องพวกนั้นแล้วไปเตะตานินจาทาคิเข้าคงได้เป็นเรื่อง ระหว่างที่ฉันกำลังลำบากใจดวงตาพลันเบิกกว้างขึ้นมือที่กุมแขนฉันอยู่เลื่อนขึ้นมาโอบรอบบ่าไว้หลวมๆ ทีแรกว่าจะสลัดเจ้าของมือออกไปแต่ก็เปลี่ยนมาถอนหายใจอย่างช่วยไม่ได้ อยากทำอะไรก็ทำไปเถอะไม่งั้นชาตินี้เราคงไม่ได้ไปดูพลุแน่

 

“ฉันไม่ได้อารมณ์เสีย แต่ทีหลังอย่าทำอะไรเสี่ยงๆ แบบนี้อีก”

 

ฉันสุดแสนจะเหนื่อยล้าที่ต้องมาต่อล้อต่อเถียงกับเขาเลยแกล้งก้มหน้าหยิบถุงดังโงะขึ้นมาออกเดินไปที่ต้นซากุระโดยมีคู่เดตจำเป็นที่หน้าตาหล่อยิ่งกว่าเทพบุตรเดินดินเคียงข้างไปด้วย พูดตามตรงนะ ฉันว่าหมอนี่น่าจะเป็นตัวปัญหายิ่งกว่าฉันซะอีก ดูสายตาสาวๆ ทั่วงานก็รู้แล้วว่าอยากฟัดเขาแค่ไหน ก็ปลอมตัวซะเด่นแบบนี้ถ้าไม่มีใครเห็นว่าเขาเดินมากับฉันที่หน้าตากินขาดสาวๆในงาน (ไม่ค่อยชมตัวเอง) ก็คงไม่ลังเลที่จะเข้ามาทำความรู้จักแล้ว

 

“หืม มีอะไร” อิทาจิทักฉันด้วยความแปลกใจเมื่อจู่ๆ ฉันก็หยุดเดินกะทันหันเมื่อเรามาถึงต้นไม้ที่ว่า

 

“...นายขึ้นไปก่อนเลย ฉันกะว่าจะชื่นชมวิวข้างล่างนี่สักหน่อย” ฉันทำเป็นพูดกลบเกลื่อนแล้วเดินหามุมดีๆ พิงโคนต้นไม้

 

มันไม่ใช้เรื่องยากหากนินจาอย่างฉันจะขึ้นไปนั่งอยู่บนต้นไม้ระดับนี้แต่เพราความโง่เขลาของฉันพลันบังเกิดเมื่อฉันฉุกคิดอะไรขึ้นได้ ฉันใส่ยูกาตะนี่หว่าT0T;; คิ้วเข้มที่ขมวดจนเป็นปมกับท่าทางแปลกของฉันเปลี่ยนมาเป็นประกายเจ้าเล่ห์ก่อนที่เขาจะแค่นร้องอ้อออกมาคำนึงโดยไม่ลืมส่งสายตาเยาะเย้ยจนน่าตบให้ อิทาจิกระโดดขึ้นไปนั่งบนต้นไม้หน้าตาเฉยทั้งที่ฉันเป็นคนเสนอไอเดียนี้แท้ๆ แต่กลับโดนทิ้งให้ฉันจัดการกับไอ้ชุดงี่เง่านี่คนเดียว

 

เชอะ! ก็ไม่ได้คิดจะให้หมอนี่ช่วยอยู่แล้ว ฉันพยามถกชุดที่ลากพื้นขึ้น คิดไปคิดมามันคงจะเป็นภาพที่ทุเรศมากเนอะถ้ามือนึงฉันถกกระโปรงแล้วอีกมือถือถุงดังโงะกระโดดขึ้นไป ให้ตาย นี่ถ้าเป็นเวลาปกติฉันคงจะกระโดดขึ้นไปอย่างง่ายดายไปแล้ว

 

“ต้องการให้ช่วยไหมฮารูโนะ” เสียงนิ่งๆ ที่ฟังก็รู้ว่าจงใจดูถูกกึ่งสมเพชตะโกนขึ้นมาจากด้านบน ฉันหันไปแยกเขี้ยวใส่แล้วเชิดหน้าใส่อย่างไม่ไยดี

 

“เอาเวลาไปทรงตัวเป็นต้นไม้ให้ดีก่อนเถอะ ฉันจัดการของฉันเองได้!

 

สิบนาทีผ่านไป

 

ไม่มีความคืนหน้าเลยสักนิด ฉันยังคงทุลักทุเลอยู่ที่โคนต้นไม้ T__Tมองขึ้นไปก็เห็นอีตาบ้านอนเอนหลังมองจุดชมวิวที่ฉันอุตส่าห์คิดค้นอย่างไม่เดือดเนื้อร้อนใจ

 

“ต้องการให้ช่วยก็บอกนะ” เสียงจากด้านบนตะโกนลงมาโดยไม่แม้แต่จะชะเง้อมามอง ฉันกัดฟันข่มอารมณ์ที่เดือดพล่านไม่คิดจะตอบกลับก่อนจะทำใจนั่งมันซะตรงไอ้รากงี่เง่ารกๆนี่แหละ ให้มันรู้ซะมั่งว่าคนอย่างฮารูโนะก็มีศักดิ์ศรีเหมือนกัน!

 

“...เฮ้อ” จวบจนใกล้ถึงเวลาที่เขาจะฉลองเทศกาล ฉันจ้องมองท้องฟ้ายามค่ำที่กำลังนับถอยหลังยิงพลุขึ้นไป พวกคู่รักหลายคู่ทยอยกันมาจับจองที่นั่งมากขึ้น บรรยากาศดูสนุกสนานเป็นพิเศษ นานเท่าไหร่แล้วน้าที่ฉันไม่ได้มาสนุกแบบคนอื่นเขาแบบนี้ ฉันนั่งยิ้มพลางหยิบดังโงะที่ตั้งใจจะซื้อมาแบ่งคนขี้โกงนั่นยัดเข้าปากคนเดียวให้หมดเลยทว่าก่อนที่จะได้ทำตามที่คิด คนที่ทิ้งฉันไว้ข้างล่างก็มายืนอยู่ข้างหลังฉันเสียแล้ว

 

“ถ้าเธอไม่เหลือดังโงะไว้ฉันจะทิ้งเธอไว้ที่นี่แน่ ส่งมือมา”

 

“ใครบอกว่าฉันอยากได้ความช่วยเหลือจากนาย” ฉันทำเป็นเมินมือที่ส่งมาตรงหน้าแล้วจงใจหยิบดังโงะไม้ที่สามขึ้นมาเคี้ยวง่ำๆ ดี สมน้ำหน้าให้มันรู้ซะมั่งว่าการโดนคนอื่นทำสิ่งที่ตัวเองชอบต่อหน้ามันทรมานแค่ไหน หึๆ

 

“........” จ้องไม่กระพริบเลยล่ะสิ ยิ่งเขาเงียบฉันก็ยิ่งอยากจะแกล้งเขามากขึ้นเท่านั้นด้วยการงับไม้ที่สี่ด้วยสีหน้าเคลิ้มจัด

 

“อื้อหือ~ อร่อยจังเลย อ้า.....ว้าย!” ฉันเผลอหวีดร้องออกมาเมื่อจู่ๆ ปลายเท้าก็ลอยหวือขึ้นมาจากพื้น เนื่องจากฉันเจออะไรที่คาดไม่ถึงมาไม่รู้เท่าไหร่ทำให้ตั้งตัวได้เร็วเลยหันไปคาดโทษเจ้าของมือหนาที่ตีหน้าตายคิดเองเออเองออกมาได้หน้าตาเฉย

 

 “อยากให้ฉันอุ้มขนาดนั้นก็ไม่บอก”

 

“ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะอุจิวะ ไม่งั้นเราได้เห็นดีกันแน่ -___-*

 

“ทำไม เธอจะเอาไม้ดังโงะเสียบลูกตาฉันรึไง ก็เอาสิ น่าสนุกดี”

 

“อย่านึกว่าฉันไม่กล้านะ” ฉันแกล้งหรี่ตาใส่แล้วยื่นไม้เข้าไปใกล้ๆ โดยคาดไม่ถึงว่าอิทาจิจะยื่นหน้าเข้ามาประชิดจนฉันเผลอทำไม้ตก

 

“ฉันรู้ว่าเธอไม่กล้าแน่....กับฉันคนเดียว” เขาเหลือบมองไม้ที่นอนแน่นิ่งอยู่บนพื้นอย่างได้ใจ

 

“ถ้านายยื่นหน้ามากระซิบแบบนั้นอีกมันจะไม่จบแค่ไม่ดังโงะแน่ =__=;//////” ถึงจะบ่นไปอย่างนั้นแต่ฉันก็หยุดโวยวายปล่อยให้อิทาจิที่ส่งเสียงขำเบาๆในลำคอพาฉันขึ้นไปนั่งข้างบนด้วยกัน

 

“เธอแปลกดี” หลังจากเปิดศึกชิงดังโงะกันมาสักพักอิทาจิก็พูดขึ้นมาลอยๆ พอได้โอกาสฉันจึงหยิบดังโงะขึ้นมาซัดอีกไม้เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาก่อนค่อยถามกลับไป

 

“จะด่าฉันก็พูดออกมาเถอะ สัญญาว่าจะไม่ต่อยแต่จะเอาไม้แยงปากอย่างเดียว”

 

“ในความคิดเธอคงมีแต่ภาพฉันโดนเธอทารุณอยู่เต็มไปหมดเลยสินะ - -

 

“มันเป็นเรื่องปกติของศัตรู เมื่อมีโอกาสก็อย่าได้ลังเลที่จะกำจัดอีกฝ่าย” ฉันตอบตามความจริงจากนั้นก็ยกไม้ดังโงะเปล่าๆ มาชูให้เขาดู “เหมือนอย่างที่นายเผลอจนไม้สุดท้ายตกเป็นของฉันยังไงล่ะ

 

ฉันนึกว่าที่คนข้างๆเงียบไปก็เพราะพูดไม่ออกที่ดังโงะไม้สุดท้ายตกมาเป็นของฉันแต่ที่ไหนได้ สิ่งที่เห็นกลับเป็นไหล่หนาที่ยกกระเพื่อมพร้อมเสียงหัวเราะที่เล็ดออกมา -__-^

 

“นี่แหละที่ฉันว่าแปลก เอาแต่เข้าร้านขายอาหาร ดูเหมือนเธอจะไม่สนพวกของน่ารักๆแบบผู้หญิงทั่วไปเลยสักนิด” เขาหันมามองฉันก่อนจะใช้สายตามีเสน่ห์คู่นั้นกวาดมองตั้งแต่หัวจรดเท้าก่อนจะมาหยุดที่....

 

“นายอย่าทำให้ฉันผวาเหมือนฮิดันสิ” ฉันหน้าร้อนวูบทันทีเมื่อรู้ตัวว่าเขากำลังจ้องร่างกายท่อนบนของฉันอย่างเอาเป็นเอาตาย อย่าบอกนะว่าเขาไปกินดังโงะแล้วเกิดอารมณ์! ตายจริง แต่ฉันก็กินมันเข้าไปด้วยนิ

 

“แค่สงสัยว่าทำไมเธอไม่อ้วนก็เท่านั้น” อิทาจิส่ายหน้าเอือมระอา เขาละสายตาจากหน้าท้องแล้วเปลี่ยนไปมองท้องฟ้าเงียบๆแทน เป็นอีกครั้งที่ฉันได้เห็นใบหน้าครึ่งเสี้ยวของเขา...ไม่น่าเชื่อเลยว่าคนที่เติบโตมาจากหมู่บ้านเดียวกันอย่างพวกเราจะมีชีวิตที่แตกต่างกันขนาดนี้ สิ่งที่สะท้อนอยู่ตรงหน้าทำให้ฉันรู้สึกว่าตัวตนที่แท้จริงของเขากำลังหลบอยู่ในความว่างเปล่าเพียงรอเวลาปลดปล่อยแต่อีกด้านก็เต็มไปด้วยภาระที่หนักหนา เช่นเดียวกับท้องฟ้าที่มีหมู่ดาวซุกซ่อนอยู่กับพื้นโลกที่เต็มไปด้วยคนดีและคนชั่ว

 

“ฉันไม่มีเวลาจะมาทำตัวกุ๊กกิ๊กเหมือนผู้หญิงทั่วไปหรอก ทั้งงานรัดตัวอยู่ตลอดเวลาแถมทุกภารกิจก็อยู่นอกหมู่บ้านทั้งนั้นเพราะงั้นอาหารส่วนมากที่ได้กินระหว่างทำภารกิจก็มีแค่ปลาย่างไม่ก็อาหารกระป๋องถูกๆ แต่ถ้าโชคดีไม่มีภารกิจต่อเนื่องก็อาจจะได้กินอาหารดีๆในเรียวกัง”

 

“เส้นทางหัวหน้าอันบุมันลำบาก ฉันพอเข้าใจ”

 

“เอาเป็นว่าเรื่องของฉันไม่มีอะไรน่าสนใจมาก แล้วนายล่ะ ให้เดาอย่างพวกนายคงไม่มีใครสนใจมางานไร้สาระแบบนี้หรอกใช่ไหม” ฉันพยามชวนคุยไปเรื่อยเปื่อยพนันได้เลยว่าอาชญากรตัวเป้งแบบพวกเขาคงไม่มีใครมีอารมณ์อยากจะดูดอกไม้ไฟแน่แต่ผิดคาดเมื่ออิทาจิกระตุกยิ้มที่มุมปาก

 

“ใครว่าล่ะ...พวกเราไม่เคยพลาดงานดอกไม้ไฟที่อาเมะงากุเระทุกปี”

 

“นายคงหมายถึงเดอิดาระกับโทบิสินะ” ถ้าเป็นสองคนนี้ก็ยังมีสิทธิ์เป็นไปได้หน่อย

 

“เปล่า ทุกคนเลยต่างหาก” เขายักไหล่ราวกับมันไม่ใช่เรื่องน่าแปลกอะไรแต่สำหรับฉันถ้าเอาเรื่องนี้ไปขายฉันคงต้องรวยเละมากแน่ๆ ใครจะไปเชื่อว่าแสงอุษาจะมีอารมณ์สุนทรีย์แบบคนอื่นเขาด้วย “พวกเรามักจะแยกกันไปตามที่ๆคิดว่าเห็นดอกไม้ไฟชัดที่สุดและที่สำคัญจะต้องเป็นที่เงียบๆเท่านั้น มันเป็นช่วงเวลาที่เราจะได้ใช้ความคิดกับตัวเอง เรื่องราวที่พวกเราเสียใจกับมันและอยากกลับไปแก้ไขถ้าทำได้....”

 

เรื่องราวที่พวกเราเสียใจกับมันและอยากกลับไปแก้ไขถ้าทำได้....

 

ฉันสัมผัสได้ถึงความรู้สึกบางอย่างที่แฝงอยู่ในถ้อยคำของเขา ความอ้างว้างโดดเดี่ยว...เหมือนมีเพียงตัวเราที่อยู่บนโลก ใช่ ฉันเข้าใจดี....นั่นก็เพราะตัวฉันเองก็ไม่ต่างจากเขาเลยสักนิด แต่ฉันไม่อยากให้ความรู้สึกนั้นมาทำลายโอกาสดีๆแบบนี้ของเรา เวลาที่เราสองคนจะได้สงบศึกกันชั่วคราวและใช้มันให้คุ้มค่าก่อนที่จะต้องกลับไปเผชิญโลกแห่งความจริงและอิทาจิเองก็คงคิดเหมือนกัน

 

“ถ้างั้นปีนี้นายควรจะภูมิใจซะที่ได้มานั่งดูดอกไม้ไฟกับอันบุชื่อดังของโคโนฮะ”  

 

“ถือเป็นเกียรติ์อย่างยิ่งฮารูโนะ”

 

“คิก....” อิทาจิทำหน้าแปลกใจใส่เมื่อฉันยิ้มให้เขา

 

“เพิ่งเห็นเธอยิ้มจากใจครั้งแรกให้ฉันก็วันนี้แหละ”

 

“ถือเป็นคำขอบคุณสำหรับชุดกับแหวนละกัน J” ทำไมฉันจะไม่รู้ว่าชุดที่เขาอ้างว่ายืมมาจากคุณลุงเป็นของใหม่ อิทาจิถึงกับทำหน้าไม่ถูกเมื่อรู้ว่าฉันรู้ความจริงก่อนจะกระแอมกลบเกลื่อน

 

เราสองคนล้มตัวลงนอนบนกิ่งไม้อย่างนั้นนานเท่าไหร่ไม่รู้จนกระทั่งแสงสว่างจากพื้นดินถูกส่งขึ้นฟ้ากระจายออกเป็นดอกไม้ไฟหลากหลายสี เสียงดังที่ตามมาติดๆ ทำให้สาวๆหลายคนเผลอกรี๊ดออกมาแล้วถือโอกาสออดอ้อนเหล่าคู่ควงของตน ฉันมองภาพนั้นแล้วก็อดหัวเราะไม่ได้ พอจะหันไปสะกิดให้อิทาจิดูด้วยกันลมหายใจก็แทบสะดุดเมื่อนัยน์ตาสีนิลเข้ามาอยู่ใกล้ใบหน้าฉันตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ แต่ที่แย่ไปกว่านั้นอานุภาพของมันมีมากพอที่จะตรึงฉันไม่ให้ขยับไปไหน หัวใจสองดวงขยับไม่เป็นจังหวะราวกับจะเต้นแข่งกับพลุบนท้องฟ้า ไม่ใช่แค่เสียงเรียกร้องจากหัวใจฉันแต่หัวใจอีกดวงเองก็เต้นแรงขึ้นเช่นกัน ขณะเจ้าของหัวใจดวงนั้นขยับใบหน้าเข้ามาใกล้ เราทั้งสองประสานตากันลึกซึ้งยิ่งกว่าครั้งไหนโดยไม่มีใครหลบจนกระทั่งสัมผัสได้ถึงกลิ่นหอมจากร่างสูงและลมหายใจของกันและกัน ร่างกายฉันไม่ตอบสนองสักนิดว่าสิ่งที่ควรทำคือผลักเขาออกไปแรงๆแล้วตบสักฉาดเพราะว่าสิ่งที่ฉันทำคือการนอนนิ่งๆ เพื่อดูว่าเจ้าของริมฝีปากคู่นั้นจะกดลงมาเมื่อไหร่

 

เพียงแค่ไม่อีกไม่กี่นิ้วริมฝีปากเราก็จะแตะกัน....เสมือนการรอคอยอันเนิ่นนานกำลังจะสิ้นสุดในไม่ช้า...

 

ฉันหลับตาเตรียมตัวรับสัมผัสแปลกใหม่ทาบลงมา แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้นนอกจากลมหายใจอุ่นๆ ที่รดอยู่บนใบหน้าอย่างใกล้ชิด แม้จะไม่กล้าลืมตาเพราะกลัวว่าต้องปะทะกับนัยน์ตาสีนิลที่มีอานุภาพร้ายกาจแต่ก็ไม่อาจเก็บความสงสัยไว้ได้อีก ฉันกลั้นหายใจเตรียมพร้อมก่อนจะค่อยๆลืมตาขึ้นแล้วก็พบกับ...ดวงตาทรงพลังคู่นั้นที่มองเลยไปยังด้านหลัง =__=; เขาหยุดการเคลื่อนไหวไปชั่วขณะโดยที่ยังคร่อมอยู่บนตัวฉัน สายตาคมกริบไม่ได้มองมาที่ฉันอย่างที่คิดแต่กลับเพ่งไปยังที่ไหนสักแห่งในมุมมืดอีกด้านของสวน เวลานี้สมองฉันไม่คิดจะสนว่าเขาจะมองอะไรขอเพียงแค่หยุดริมฝีปากบางเฉียบที่เกือบจะทาบลงมาก็พอแล้ว

 

“มีคนกำลังมองมาทางนี้ นิ่งไว้”

 

ฉันกำลังอยู่ในสภาวะจิตใจไม่อยู่กับตัวอิทาจิเลยใช้สายตาบุ้ยไปยังเงาดำๆที่หลบซ่อนอยู่หลังพุ่มไม้ไม่ไกลจากเรา สิ่งแรกที่ผุดขึ้นมาในหัวคงคือพวกนินจาทาคิคงนึกระแวงเลยมาสังเกตการณ์ใกล้ๆ โดยไม่คิดเลยว่าความจริงที่กำลังจะปรากฏมันจะเลวร้ายกว่านั้น วินาทีที่พลุชุดสุดท้ายแตกออกเป็นสะเก็ดไฟบนท้องฟ้า แสงของมันสาดสะท้อนเข้ากับผ้าคาดหน้าผากสีเงินเผยให้สัญลักษณ์อันคุ้นเคยเรียกสติฉันกลับมาทันที ฉันไม่กล้าแม้แต่ขยับตัวนอกจากพยามเพ่งมองใบหน้าเจ้าของร่างที่ยืนในมุมมืด

 

“หมู่บ้านโคโนฮะ...เขาตามมาถึงนี่ได้ไง” การที่นินจาปริศนาจ้องมาทางเราสองคนทำให้ฉันเริ่มไม่แน่ใจว่าเขาอาจจะเห็นความใกล้ชิดระหว่างฉันกับอิทาจิซึ่งมันจะเป็นแบบนั้นไม่ได้เด็ดขาด ฉันจะปล่อยให้คนจากหมู่บ้านตัวเองเข้าใจผิดว่าตัวเองทรยศไปอยู่กับศัตรูได้ไง ทันใดนั้นความคิดบางอย่างก็พลันลอยเข้ามาในสมอง....

 

หรือว่านี่จะเป็นแผนของอิทาจิ!

 

งั้นท่าทีอ่อนโยนต่างๆ ที่เขามีต่อฉันก็เป็นเพียงแค่การแสดงเพื่อหลอกให้ฉันตายใจเหมือนที่เขาเคยพูดก่อนหน้านั้น....บางทีเขาก็ทำให้ฉันอดคิดไม่ได้ว่าเขาแคร์ฉันจริงๆ อย่างน้อยก็ในฐานะที่เราเคยรู้จักกันมาก่อน...

 

“นิ่งไว้ก่อน ดูเหมือนฝ่ายนั้นก็กำลังดูเชิงเราอยู่ แกล้งทำตัวเหมือนเราเป็นคู่รักกันซะ”

 

“นี่เป็นแผนของนายใช่ไหม”

 

ฉันดันร่างอิทาจิที่เขยิบมาชิดออกเต็มแรงโดยไม่สนว่าเขาจะแก้ตัวยังไง พอฉันเม้มปากแน่นสายตาแข็งกร้าวขึ้นมาฉับพลันอิทาจิถึงได้เลิกสนใจชายคนนั้นแล้วขมวดคิ้วใส่เหมือนไม่เข้าใจว่าฉันเกิดบ้าอะไรขึ้นมา

 

หึ เล่นละครเก่งดีนิ!

 

“ฟังนะ ฉันตั้งใจจะพาเธอมางานนี่อยู่แล้ว ส่วนที่เขามองมาที่พวกเราอาจเป็นเพราะจุดที่เรานั่งมันสูงเกินกว่าที่คนธรรมดาจะขึ้นมาได้ เขาอาจจะแค่สงสัยว่าเราเป็นนินจาจากไหนก็เท่านั้น”

 

“แล้วทำไมต้องเป็นคนจากโคโนฮะ” ฉันควบคุมเสียงไม่ให้สั่ง

 

 

“นายอาจจะทำเป็นลงทุนวางแผนซื้อใจฉันด้วยการพามาเที่ยวงานดอกไม้ไฟ ใจดีกับฉันแล้วสุดท้ายก็ทำให้คนจากโคโนฮะเห็นเราสองคน ถามจริงสถานการณ์ตอนนี้มันยังสาแก่ใจนายอีกหรือไงในเมื่อแคว้นทาคิถึงขั้นประกาศจับตายฉันแล้ว!

 

ก็ดี! สมใจนายแล้วนิ อีกไม่นานทั้งหมู่บ้านก็จะหาว่าฉันเป็นคนทรยศหันไปสวามิภักดิ์กับแสงอุษาแล้วฉันก็จะกลายเป็นนินจาถอนตัวแบบเขา

 

 

เจ้าของนัยน์ตาสีนิลตะลึงไปชั่วครู่ เขามองฉันพร้อมกับถามคำถามที่เขารู้อยู่แก่ใจ... “ฉันจะทำแบบนั้นไปทำไม”

 

“ถ้างั้นบอกฉันมาสิว่าการที่นายเกือบจะจูบฉันมันเพื่ออะไรกันถ้าไม่ใช่ให้คนจากหมู่บ้านไม่ไว้ใจฉัน นายเองก็เพิ่งบอกฉันเมื่อเช้าไม่ใช่เหรอว่าเรื่องในหมู่บ้านคูมิโกะนายก็แค่ทำดีเพื่อให้คนอื่นเข้าใจผิด”

 

ครั้งนี้ฉันจะไม่หลบสายตาของเขา ฉันแค่อยากเห็นคำตอบที่อยู่ในใจว่าเขาคิดอะไรอยู่กันแน่ สิ่งที่อยากจะถามฉันก็พูดไปหมดแล้วเหลือเพียงแค่คำตอบที่ฉันแทบไม่หวังว่าจะได้ยินจากปากเขา บางทีฉันก็อยากรู้ว่าตัวเองมีสิทธิที่จะคิดเข้าข้างตัวเองไหม

 

อย่างเช่นว่าเขาอาจจะ...รู้สึกอะไรบางอย่างที่เปลี่ยนไปจากเดิมเหมือนกับที่ฉันรู้สึก

 

“ตอบฉันมาสิ”

 

สุดท้ายอิทาจิก็เงียบไปซ้ำยังเบือนหน้าหนีราวกับไม่ปฏิเสธ ฉันทำได้เพียงแค่นหัวเราะอย่างเย็นชาทั้งที่ภายในใจปวดหนึบขึ้นมาโดยไม่มีสาเหตุ

 

“ฉันขอเถอะนะอุจิวะ....นายเลิกเอาความรู้สึกของฉันมาล้อเล่นแบบนี้สักที นายจะฆ่าฉันหรือจะทำอะไรฉันไม่สน แต่เรื่องที่เอาความรู้สึกของฉันมาแทงเล่นซ้ำๆแบบนี้มันไม่ไหวแล้วนะ....”

______________________________________________________________________________________


ใครกันช่างบังอาจมาขัดจังหวะ L อิทาจิทำไงดี หนูกุน้อยใจแล้วนะ

สปอยช่วงหน้า...

“ต่อให้หมอนั่นจะไม่ได้อยู่ตรงนั้น ฉันก็ตั้งใจจะจูบเธออยู่ดี”

“นาย....”

“มันไม่ใช่เพราะฉันอยากให้พวกเขาเข้าใจผิด....” อิทาจิไม่สนว่าซากุระจะพูดอะไรอีกพลางถือโอกาสก้มลงจุ๊บที่เรียวปากนุ่มอีกครั้ง สายตาแน่วแน่จ้องลึกเข้าไปในนัยน์ตาที่กำลังเบิกกว้างสั่นคลอนหัวใจดวงน้อยอย่างรุนแรง

 “แต่เพราะเธอคือผู้หญิงคนเดียวที่ฉันอยากจูบด้วยในตอนนี้”

ปล. ถ้าอยากให้อ่านให้ลงนิยายไวขึ้นอย่าลืมเม้นเยอะๆเป็นการกระตุ้นไรต์ด้วยนะ ฮ่าๆๆ

 

 

O W E N TM.
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 52 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

514 ความคิดเห็น

  1. #277 ~ITaSari~ (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2559 / 22:10
    ไรต์กลับมาแล้ววววว เย่!
    ตอนนี้ทำเอาเขินเลยยยยย
    ซากุระ ที่ระบายออกมานี่เหมือนบอกความรู้สึกทางอ้อมเลยนะเนี่ย 555
    สงสัย ใครขัดจังหวะ! เกือบแล้วนะรู้ไหม  อีกนิดเดียวเองงงงง
     
    ป.ล. ไรต์รู้ไหม พอแจ้งเตือนนิยายว่าไรต์อัพแล้ว นี่แทบวิ่งรอบบ้าน 555 ขอบคุณไรต์มากค้าา
    #277
    0
  2. #274 Love Asuita (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2559 / 14:17
    กรี๊ดดด!!!ฟินเว่อร์
    #274
    0
  3. #258 นับดาว (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2559 / 20:34
    กลับมาอัพนะค่ะยังรออยู่นะค่ะไรต์ที่น่ารัก
    #258
    0
  4. #234 AIKA (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 9 กันยายน 2558 / 16:32
    อัพเถอะๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ToT
    #234
    0
  5. #233 oil1175 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 3 กันยายน 2558 / 18:46
    อัพนะค่ะถึงปีละตอนก็จะตามอ่าน
    #233
    0
  6. #232 taolovejan25 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2558 / 04:31
    ไรท์ อัฟต่อให้จบที่เดียวเลยได้ป่ะ แบบว่ามันฟินนนนนนนนอ่ะ
    #232
    0
  7. #231 taolovejan25 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2558 / 04:31
    ไรท์ อัฟต่อให้จบที่เดียวเลยได้ป่ะ แบบว่ามันฟินนนนนนนนอ่ะ
    #231
    0
  8. #230 chrysalis_devil (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2558 / 19:20
    พังพอนหึงงงงงง มันน่าย้ากกกก มาอัพบ่อยๆจิ
    #230
    0
  9. #229 Yuri Yurina (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2558 / 13:44
    แหม.. อิทาจินี่ไม่ค่อยซึนเลยนะ
    กลัวความลับแตกจริงเหรอ ฮ่ะๆๆๆ หึงเขาก็บอกไปเลยดิ
    ซากุระเสน่ห์แรง อิทาจิก็ฮอตจริงๆ
    #229
    0
  10. #228 Yuri Yurina (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2558 / 13:43
    แหม.. อิทาจินี่ไม่ค่อยซึนเลยนะ
    กลัวความลับแตกจริงเหรอ ฮ่ะๆๆๆ หึงเขาก็บอกไปเลยดิ
    ซากุระเสน่ห์แรง อิทาจิก็ฮอตจริงๆ
    #228
    0
  11. #227 Love Asuita (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2558 / 13:05
    อ้อ! ลืมบอกไลท์สมกับที่รออ่านมานานมากค่ะ สนุก ฟิน สุโค้ยยยยย ><
    #227
    0
  12. #226 Love Asuita (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2558 / 13:01
    ไรท์ ทำอารมณ์ค้างงงงงง!!! มาอัพไวๆนะคะ รออ่านต่อมันค้างสุดๆๆๆๆเลยยยย T^T

    ป.ล.ฟินมากกกกก จะฟินมากกว่านี้ถ้าไรท์รีบมาอัพต่อถึงฉากนั้น~
    #226
    0
  13. #225 Yuri Yurina (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2558 / 11:01
    เม้นแรกประเดิมไว้ก่อน //ทั้งๆที่ยังไม่ได้อ่าน ฮ่ะๆๆ
     
    #225
    0