ข้าคือเหมยหลิน..บุรุษผู้อาภัพที่สุดในยุทธภพ![YAOI]

ตอนที่ 9 : ทิศที่ ๙ เหตุผลในอดีต[re]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,175
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 228 ครั้ง
    9 ต.ค. 61

ทิศที่ ๙ เหตุผลในอดีต









     กลางป่าแห่งหนึ่ง ในวันที่มีแสงแดดสดใส ต้นไม้นับพันไม่อาจบดบังแสงแดดทั้งหมดที่ส่องลงมาได้ บนพื้นจึงมีแสงบางส่วนเล็ดรอดลงมาเป็นจุดๆ

     ร่างของเด็กคนหนึ่งกำลังวิ่งมุ่งหน้าไปที่ลำธาร ด้วยวัยที่ยังเด็กจึงทำให้เขาซุกซนเป็นอย่างมาก เมื่อมาถึงลำธารเขาก็กระโจนลงไปทันที  ฝูงปลาในน้ำใสแตกกระจายอย่างวุ่นวาย โดยมีตัวต้นเหตุยืนหัวเราะพลางวิ่งไล่ปลาฝูงนั้น

   "หลินเอ๋อร์! ระวังจมน้ำนะ!"

   "ฮ่าๆ ท่านแม่ ข้าไม่จมน้ำหรอกน่า"

     ผู้มาใหม่คือสตรีนางหนึ่ง นางถือตะกร้าที่เต็มไปด้วยผลไม้ไปวางที่โขดหิน คอยมองบุตรชายของนางเล่นไล่จับกับฝูงปลาอย่างสนุกสนาน นางก็ยกยิ้มขึ้นพลางหยิบ*ผิงกั่ว[1]จากในตะกร้าขึ้นมากัด

*[1] ผิงกั่ว = แอปเปิ้ล

   "ท่านแม่ เมื่อไหร่ท่านพ่อจะพาข้าไปในเมืองอีก ข้าอยากไปหาของอร่อยๆกินที่นั่น"

   "หลินเอ๋อร์ เจ้าก็รู้ว่าของที่ขายในเมืองมันแพง"

   "แต่ข้าอยากกินนี่นา...ทุกวันนี้ข้ากินแต่เต้าหู้จนข้าจะกลายเป็นเต้าหู้อยู่แล้วนะ"

     เด็กชายตัวน้อยสลดไป ในขณะที่มารดาของเขากำลังจะเอ่ยปลอบก็ชะงักไปเพราะประโยคที่กล่าวถึงแกงจืดเต้าหู้ที่นางทำ

   "เต้าหู้ของข้ามันทำไม กินเข้าไปเยอะๆแล้วกลายเป็นเต้าหู้เลย ข้าจะเอาเจ้าไปทำแกงจืดเอง!"

     นางเริ่มวิ่งไล่เด็กน้อย โดยที่เหมยหลินก็วิ่งหนีอย่างสนุกสนาน ภาพตรงหน้าทำให้ผู้มาใหม่ได้แต่ยิ้มขำ นี่ภรรยาของเขากับลูกชายตัวดีกำลังเล่นไล่จับกันอยู่รึ

   "ฮ่าๆ อ๊ะ! ท่านพ่อ ช่วยข้าด้วย ท่านแม่จะจับข้าไปกินแล้ว!"

     ทันทีที่เห็นผุ้เป็นพ่อ เด็กน้อยก็วิ่งเข้าไปหา เขากระโดดเกาะพ่อของตนแน่น ชุดที่เปียกน้ำจากการวิ่งเล่นของเขาทำให้ชุดของชายที่กลายเป็นต้นไผ่ให้เขาเกาะเปียกไปซีกหนึ่ง ในขณะทีมารดาของเขาได้แต่ถอนหายใจอย่างระอาให้กับบุตรชายของตน

   "อะไรๆ นางจะกินเจ้างั้นรึ ดีเลย ข้าขอร่วมโต๊ะด้วยสิ!"

   "ท่านพ่อ!"

     คู่รักชายหญิงหัวเราะกันเบาๆโดยมีเหมยหลินโอดครวญใส่พ่อของตน สุดท้ายพวกเขาก็เดินทางกลับไปที่บ้านหลังเล็กกลางป่า และทานแกงจืด...เต้าหู้

     ครอบครัวของเหมยหลินไม่ใช่ครอบครัวที่ร่ำรวยอะไรมากนัก ท่านแม่ของเขาเป็นชาวบ้านธรรมดาที่หาของป่าไปขายเพื่อแลกกับเงิน ส่วนพ่อของเขานั้นเป็นจอมยุทธ์ที่เดินทางท่องยุทธภพมาหลายปี และได้ตกหลุมรักกับท่านแม่ของเขา จึงละทิ้งเส้นทางในยุทธภพมาอาศัยอยู่กับท่านแม่ของเขา ส่วนเหมยหลินนั้นก็ได้เรียนศิลปะการต่อสู้มาจากพ่อของเขา

     พวกเขาทานข้าวเย็นพลางคุยเรื่องต่างๆกัน ขณะที่เหมยหลินกำลังแอบตักผักในจานของตนใส่จานของพ่อที่กำลังคุยกับแม่ของเขาอยู่ แม่ของเขาก็ทำท่าเหมือนนึกอะไรได้ นางมองหน้าเขาและพูดขึ้นมา

   "จริงสิ หลินเอ๋อร์ วันพรุ่งนี้เป็นวันเกิดเจ้านี่ อยากได้อะไรเป็นของขวัญวันเกิดล่ะ?"

   "พรุ่งนี้วันเกิดข้า? จริงหรือท่านแม่"

   "อา...เผลอไม่นานหลินเอ๋อร์ก็อายุครบเก้าขวบปีแล้วรึนี่ เวลาผ่านไปเร็วจริงๆ"

     เหมยหลินไม่สนใจพ่อของตนที่เริ่มพรรณนาถึงความหลัง เรื่องน่าอายในสมัยเด็กของเขาถูกพ่นออกมาไม่หยุดหย่อน

   "ว่าแล้วก็นึกถึงตอนนั้นที่หลินเอ๋อร์เข้าไปในเมืองครั้งแรก..."

   "ท่านพ่อ! ไม่เอาเรื่องนั้นสิ!"

     เหมยหลินแทบจะเอามือไปอุดปากผู้เป็นพ่อเมื่อได้ยินว่าอีกคนจะเล่าเรื่องอะไร นั่นเป็นเรื่องที่น่าอายที่สุดในชีวิตเขาเลยนะ! เรื่องเมื่อตอนที่ท่านแม่จับเขาแต่งตัวด้วยชุดของท่านแม่ และท่านพ่อก็แอบพาเขาไปเที่ยวในเมือง และ...ให้ตายเถอะ มีเด็กผู้ชายคนหนึ่งมาสารภาพรักใส่เขา!

   "ฮ่าๆไม่เล่าแล้วก็ได้ หลินเอ๋อร์อยากกได้อะไรเป็นของขวัญล่ะ?"

   "ข้า...ข้าอยากไปซื้อของกินอร่อยๆในเมือง!"

     เขานึกถึงอาหารที่ท่านพ่อซื้อมาจากในเมืองเมื่อคราวที่แล้วก็อดน้ำลายไหลไม่ได้ รสชาติของอาหารแสนอร่อยพวกนั้นยังติดอยู่ที่ปลายลิ้นของเขาอยู่เลย แต่เมื่อใดก็ตามที่เขาขอให้ท่านพ่อท่านแม่ซื้ออาหารแสนอร่อยนั่นมา พวกเขาก็จะหาเรื่องมาปฏิเสธเสมอ ด้วยเพราะไม่อยากให้เหมยหลินไปเจอเรื่องอะไรในเมืองเข้า

   "แต่..."

   "แต่ท่านสัญญาแล้วว่าจะให้ของขวัญวันเกิดข้า..."

   "หลินเอ๋อร์ ถ้าไปในเมืองแล้วเจอพวกโจรเข้าล่ะ"

   "โธ่..ท่านแม่ ข้าไม่ได้ไปคนเดียวเสียหน่อย มีท่านพ่อกับท่านแม่ไปด้วยนะ"

     แม่ของเขาถอนหายใจอย่างระอา ส่วนพ่อของเขานั้นกลับหัวเราะอย่างร่าเริง อีกทั้งยังเอามือมาขยี้ผมของเขาจนยุ่งเป็นรังนก

   "เอาน่า หลินเอ๋อร์ต้องมีโอกาสไปเผชิญโลกบ้าง สักวันคงไม่เป็นไรหรอกน่า"

   "แต่ว่า...!"

   "ท่านแม่ เห็นแบบนี้ข้าก็ไม่ได้อ่อนแอนะ ท่านพ่อสอนวิทยายุทธ์ให้ข้าด้วยนะ!"

     นางทำท่าจะพูดอะไรอีก แต่สุดท้ายก็กลืนคำพูดเหล่านั้นลงไป ท่านแม่มองมาทางพวกเขา นางถอนหายใจและยกยิ้มขึ้น

   "พ่อลูกคู่นี้นี่...เอาเถอะ งั้นเก็บของเตรียมตัวให้เรียบร้อยด้วยล่ะ"

      เหมยหลินยิ้มกว้างพร้อมกระโดดกอดท่านพ่อและแม่ของตน เขาเชื่อว่าวันพรุ่งนี้จะต้องเป็นวันที่มีความสุขที่สุดในชีวิตเขาแน่นอน คืนนั้นเขารีบเข้านอนทันที เขาแทบจะรอให้ถึงวันพรุ่งนี้ไม่ไหวแล้ว!
.
.
.
.
.
   "ท่านพ่อ ขนมอบนี่อร่อยมากเลย! มีอีกไหม"

     ตอนนี้เขาอยู่ในเมืองกับท่านพ่อและท่าแม่ของเขา ในมือของเหมยหลินถือเศษกระดาษแผ่นหนึ่ง ก่อนหน้านี้มันคือกระดาษที่ห่อขนมอบมา แต่ตอนนี้มันคือเศษกระดาษโง่ๆแผ่นหนึ่ง

   "หลินเอ๋อร์ เจ้ากินเข้าไปเยอะแล้วนะ อย่างน้อยก็ควรพักก่อน"

   "ท่านแม่ ข้ายังไม่ได้ซื้อขนมจีบเลยนี่" เขากล่าวพลางชี้ไปที่ร้านขนมจีบด้านหน้า กลิ่นหอมของขนมจีบลอยมาตามลม เหมยหลินแทบจะพุ่งตัวไปซื้อขนมจีบร้านนั้นเดี๋ยวนี้ แต่ติดที่ว่า...

   "ไปนั่งพักกันตรงนั้นก่อนน่า" เจ้าของกระเป๋าเงินในครั้งนี้คือท่านแม่ของเขา ถึงเขาจะอยากซื้อแค่ไหนแต่ถ้าไม่มีเงินก็อดอยู่ดี เหมยหลินจึงได้แต่เดินตามแม่ของเขาต้อยๆไปนั่งที่ไต้ต้นไม้

   "มาแล้วๆขนมอบร้อนๆจากเตา"

   "ท่านพ่อ ข้าขอ!"

     เหมยหลินรับขนมอบมานั่งทานเงียบๆ เขามองไปที่แม่น้ำด้านหน้า ท้องฟ้าสีสดใสสะท้อนกับสายธารตรงหน้า เขากัดขนมอบเข้าไปอีกคำพลางมองนกกระจิบที่กระโดดหาอาหารอยู่บนพื้น เจ้านกตัวนั้นเงยหน้าขึ้นมามองเขาก่อนจะตีปีกบินหนีไป

     เขามองนกตัวนั้นบินออกไปแล้วเอนตัวพิงท่านพ่อที่นั่งอยู่ข้างๆกัดขนมอบในมืออย่างเอร็ดอร่อย ท่านแม่ของเขามองพวกเขาสองคนเงียบๆ สุดท้ายนางก็เดินไปซื้อขนมปังจากร้านใกล้ๆมา

   "หลินเอ๋อร์ เจ้าอยากลองให้อาหารปลาดูไหม?"

   "อยากขอรับท่านแม่!"

     ทั้งสามคนเดินไปขึ้นสะพานข้ามแม่น้ำ เหมยหหลินฉีกขนมปังในมือโยนลงไปในแม่น้ำอย่างสนุกสนาน ฝูงปลาในน้ำแย่งกันกินขนมปังอย่างหิวโหย พวกมันตีน้ำจนกระเด็นขึ้นมาเป็นบางครั้ง แต่เหมยหลินก็ยังหัวเราะร่า โยนขนมปังชิ้นใหญ่ในมือลงไปทั้งชิ้น ทำให้เหล่าปลาพากันแย่งกินจนน้ำกระจายขึ้นมาโดนหมยหลินเต็มๆ

     ผู้คนที่เดินผ่านมาพากันยิ้มตามเมื่อเห็นภาพครอบครัวสุขสันต์บนสะพาน เด็กน้อยยิ้มร่าทั้งที่แทบจะเปียกไปทั้งตัว พ่อของเด็กคนนั้นก็อุ้มลูกขึ้นมาให้พ้นจากน้ำที่กระเด็น แต่ก็ไม่ทันทำให้เปียกกันทั้งคู่ ส่วนแม่ของเด็กคนนั้นก็ยืนอยู่ด้านหลัง ในจุดที่นางยืนมีน้ำกระเด็นไปถึงแค่รองเท้าเท่านั้น

     หลังจากที่ให้อาหารปลาจนหมดแล้วพวกเขาก็ไปเดินเล่นในเมือง เหมยหลินเดินเที่ยวกับพ่อแม่ของเขาไปทั่วเมือง เข้าร้านนั้นออกร้านนี้ บางครั้งก็ได้ของเล็กๆน้อยๆติดมือออกมาจากร้านด้วย โดยเฉพาะร้านอาหารที่เจ้าของร้านเอ็นดูเด็กๆแบบเขา สุดท้ายเหมยหลินก็ได้ขนมติดมือมาเต็ม เมื่อเริ่มใกล้มืดพวกเขาจึงกลับไปที่กระท่อมของพวกเขา

     เมื่อพวกเขาเดินมาจนใกล้ถึงหน้าบ้าน กลับมีกลุ่มคนในชุดสีดำกลุ่มหนึ่งยืนอยู่ คนพวกนั้นกำลังค้นหาบางอย่างในบ้าน ประตู หน้าต่างถูกเปิดอ้า พื้นดินมีร่องรอยการขุด ข้าวของหลายอย่างถูกโยนออกมานอกบ้านเมื่อไม่ใช่ของที่ตามหา

   "เร็วเข้า รีบๆหาก่อนที่พวกมันจะกลับมา"

   "มันจะอยู่ที่นี่จริงๆเหรอ ข้าสัมผัสถึงมันไม่ได้เลยนะ"

     คนเหล่านั้นคุยกันได้ไม่นาน ท่านพ่อของเขาที่เดินตามมาก็พูดขึ้นมาเบาๆ "เจ้าพวกนั้น...ข้าวางมือจากยุทธภพมาหลายปีแล้ว พวกมันยังไม่ล้มเลิกอีกรึไงกัน" เขาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เยือกเย็น เหมยหลินมองพ่อของตนที่กำหมัดแน่นแล้วตกใจกลัว เขาเผลอถอยหลังไปหนึ่งก้าว และเส้นทางในป่าก็เต็มไปด้วยกิ่งไม้และใบไม้แห้ง เขาจึงเหยียบใบไม้ข้างหลังไปเต็มๆ

   "ใครอยู่ตรงนั้นน่ะ!!"

     คนที่ดูเหมือนจะเป็นหัวหน้าของพวกนั้นตะโกนออกมา แต่ก็ไม่มีใครตอบ เขาจึงสั่งให้ลูกน้องของตนเดินไปดูทางนั้น

     คนที่เดินมามองซ้ายขวาดูรอบๆแล้ว เขาก็ยังไม่เห็นอะไร เขาลองก้มมองลงไปที่พื้น สิ่งที่เห็นคือกิ่งไม้หักกับกองใบไม้ที่ถูกเหยียบจนเป็นหลุม ซึ่งมันคือหลักฐานว่าเคยมีคนอยู่ตรงนี้มาก่อน...

     ชายคนนี้นลองเงยหน้าขึ้น และภาพทั้งหมดก็ถูกตัดไปอย่างรวดเร็วโดยที่เขายังไม่ทันได้เห็นอะไรเลย

     ร่างสูงกระโดดลงมาจากบนต้นไม้ เขาถีบร่างของคนที่เพิ่งถูกฆ่าลงไปบนพื้นและสะบัดกระบี่ในมือ หัวหน้าของคนกลุ่มนั้นมองมาทางเขาและตะโกนเสียงดัง เรียกให้ลูกน้องคนอื่นๆหันมา

   "มันอยู่ทางนั้น!!"

   "จัดการ!!"

     สิ้นคำ กลุ่มคนเหล่านั้นก็พุ่งเข้ามาหมายจะจัดการพ่อของเหมยหลิน แต่ด้วยประสบการณ์ในยุทธภพที่มีมาหลายปี แม้จะถูกเว้นช่วงไปแต่ก็ยังมีฝีมือในระดับของยอดฝีมือ

     เหมยหลินนั่งอยู่บนต้นไม้ต้นนั้นโดยมีท่านแม่ของเขากอดอยู่ เขาพยายามปิดปากแน่นไม่ให้ส่งเสียงร้องออกไป ภาพคนถูกตัดคอเมื่อกี้ยังติดตาเขาอยู่เลย...

   "สมแล้วที่เป็นหวังเหอ อดีตยอดฝีมือผู้ผสานรวมเป็นหนึ่งกับกระบี่ แม้จะผ่านไปหลายปีแต่ฝีมือก็ไม่ได้ลดลงไปเลย"

   "หุบปากแล้วตอบข้ามา พวกเจ้ามาทำอะไรที่นี่!?"

     พ่อของเขาถีบตังเข้าไปฟันหัวหน้าของกลุ่มนั้น แต่อีกฝ่ายก็เอี้ยวตัวหลบทัน ปลายกระบี่ฟันเสื้อขาดเป็นทางยาว แต่ไม่โดนร่างกายของอีกฝ่ายเลย

     ในขณะที่พ่อของเหมยหลินกำลังต่อสู้กับหัวหน้าของพวกนั้นอยู่ เขาไม่ทันได้ระวังจึงทำให้คนที่อยู่ด้านหลังกระโดดมาฟัน เขาเอี้ยวตัวหลบจนพ้นจุดตายมาได้แต่หลบคมดาบนั่นไม่ได้ จึงโดนฟันเข้าไปที่ไหล่ข้างซ้าย

   "ท่านพ่อ!!" เหมยหลินลืมตัวตะโกนออกไป แม่ของเขารีบดึงเขากลับมา แต่ก็ไม่ทันเสียแล้ว คนพวกนั้นรู้แล้วว่ามีคนอยู่ตรงนี้

   "ลูกชายสินะ...เอาตัวมันมา!!"

   "ขอรับ!"

     ลูกน้องที่อยู่ใกล้ที่สุดสองคนพุ่งเข้ามาและจับตัวเหมยหลินกับแม่เอาไว้ พวกเขาถูกพาไปยืนหน้าบ้านโดยมีมีดจี้อยู่ที่คอของเหมยหลิน ส่วนแม่ของเขาก็ถูกจับเอาไว้ข้างๆนางตะโกนเรียกชื่อเขาไม่หยุด

   "อย่ายุ่งกับครอบครัวข้า!"

   "หึๆ อะไรกัน หวังเหอ หากเจ้ายอมตอบคำถามมาข้าอาจจะไว้ชีวิตพวกนั้นก็ได้"

     พ่อของเหมยหลินกัดฟันแน่น เขาเอ่ยเสียงต่ำ "คำถามอะไร" เขาถามขึ้นและลอบมองไปทางภรรยาของตนที่พยายามจะดิ้นให้หลุด ส่นเหมยหลินนนั้นได้แต่ยืนนิ่ง มองมีดที่จี้คอตนด้วยความหวาดกลัว

   "คำถามง่ายๆ เกี่ยวกับเครื่องรางสี่ทิ--"

   "มันไม่ได้อยู่กับข้า!" หวังเหอตอบกลับอย่างรวดเร็ว ระยะเวลาหลายปีมานี้เขาพยายามไม่ยุ่งเกี่ยวกับเรื่องในยุทธภพ แต่ก็ยังมีคนมาคอยตามรังควานด้วยเรื่องของ 'เครื่องรางสี่ทิศ' อยู่เสมอ

   "โกหก!! หากไม่ได้อยู่กับเจ้ามันจะอยู่กับใครได้!?" หัวหน้ากลุ่มยังไม่ยอม เขาตะโกนโต้ไป จากข่าวที่มีมา ไม่มีประวัติว่าเครื่องรางสี่ทิศถูกส่งต่อให้ใคร ชายหนุ่มมองหวังเหอด้วยสายตาครุ่นคิดก่อนจะเผยรอยยิ้มชั่วร้ายออกมา "ถ้างั้น ก็จัดการตัวประกันไปทีละคนจนกว่ามันจะยอมพูดความจริงออกมา"

   "เจ้า!?!"

   "เริ่มที่เจ้าเด็กนั่น" เขาชี้มาทางเหมยหลินที่ถูกจี้คออยู่ เด็กน้อยทำอะไรไม่ได้นอกจากพยายามดิ้น แต่ก็ต้องชะงักไปเมื่อรู้สึกถึงของแข็งเย็นเฉียบที่แตะที่คอ เขายืนตัวสั่นน้ำตารื้นอยู่ จะเอ่ยพูดอะไรก็ไม่มีเสียงออกมา

   "หลินเอ๋อร์!!" แม่ของเขามองเห็นภาพนั้นก็พยายามดิ้นให้หลุดจากคนที่จับกุมนางอยู่ แต่ด้วยเรี่ยวแรงของสตรีมีหรือจะสู้แรงบุรุษร่างกำยำ "อย่ายุ่งกับเขานะ!" นางตัดสินใจใช้ศอกกระทุ้งท้องคนด้านหลังและกระทืบเท้าของอีกฝ่ายเข้าอย่างจังจนสลัดหลุดได้

   "ปล่อยลูกชายข้าเดี๋ยวนี้!!" ชายที่จับเหมยหลินถูกนางชนเข้าจนเซไปชนกับขอบหน้าต่าง พ่อของเหมยหลินกระโจนเข้ามาหาลูกชายที่กำลังเสียขวัญโดยไม่ทันได้สังเกตุว่าคนที่ถูกผลักไปนั้นชนกับอะไรเข้า

   "ไฟ!! ไฟไหม้แล้ว!"

     ทันทีที่ได้ยินเสียง เหมยหลินก็เงยหน้าขึ้นไปมอง ขอบหน้าต่างของบ้านเขาถูกปกคลุมไปด้วยเปลวเพลิงโดยมีเชิงเทียนล้มอยู่เป็นหลักฐานสาเหตุของเปลวไฟตรงหน้าเขา เหมยหลินมองเปลวเพลิงนั้นด้วยความแปลกใจ เหมือนว่าพวกมันเลือกที่จะเข้าไปเผาไหม้คนพวกนั้นได้

   "หลินเอ๋อร์ฟังพ่อให้ดีนะ เจ้ารีบหนีไปกับแมาของเจ้า พ่อจะพยายามยื้อพวกมันให้เจ้า" เสียงเรียกเป็นตัวกระตุ้นให้เหมยหลินเลิกสนใจไฟเหล่านั้น พ่อของเขามองเข้ามาในดวงตาของเขา สายตาที่มองมานั้นเต็มไปด้วยความเด็ดขาดและแน่วแน่ คนร่างสูงส่งเขาให้กับมารดาของตนก่อนจะจับกระบี่เข้าไปจัดการคนที่พุ่งเข้ามาโจมตี

     สตรีเพียงหนึ่งเดียวในครอบครัวจูงมือบุตรชายวิ่งออกมาจากบ้านหลังเล็กที่ปกคลุมไปด้วยเปลวเพลิง เหมยหลินวิ่งตามแม่มาโดยที่ตาไม่มองทางข้างหน้า เขามองกลับไปที่บ้านที่เคยอบอุ่นหลังนั้น ร่างของผู้เป็นบิดากำลังจัดการกับพวกที่คิดจะตามมาอยู่

   "ท่านแม่....แล้วท่านพ่อล่ะ เหตุใดท่านพ่อไม่มากับเรา" เขาหันไปถามท่านแม่ที่วิ่งนำอยู่  แต่คำตอบที่ได้ก็มีเพียงรอยยิ้มบางๆและน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความกังวล "ไม่ต้องห่วงหรอกหลินเอ๋อร์ ท่านพ่อของเจ้าเก่งมานัก เขาจะต้องตามไปหาเราที่เมืองได้แน่"

     แม้จะรู้ว่าในคำพูดเหล่านั้นเต็มไปด้วยความไม่มั่นใจ แต่เหมยหลินก็ทำเพียงพยักหน้าและวิ่งต่อไป

   "หลินเอ๋อร์! ระวัง!" เหมยหลินได้ยินเสียงตะโกนดังมาจากด้านหลัง ยังไม่ทันได้หันกลับไปมาองเขาก็ถูกดึงไปข้างหลัง คมดาบถูกปักลงที่จุดที่เขาเคยยืนอยู่พอดี คนที่ดึงเขามาคือท่านแม่ทีไหวตัวทันว่ามีคนตามมา นางหยิบปิ่นปักผมออกมายืนตรงหน้าเขา "หลินเอ๋อร์ วิ่งตรงไปเรื่อยๆ ไปขอความช่วยเหลือมาจากในเมืองซะ" ทันทีที่พูดจบ นางก็ใช้ปิ่นในมือรับดาบที่ฟาดมา แทนที่ปิ่นนั่นจะหัก กลับเป็นดาบที่มีรอยร้าวเสียได้

   "แต่..."

   "ไม่มีแต่! รีบไปซะ อย่างน้อยแค่เจ้ารอดไปได้ก็พอ!"

     เหมยหลินกลืนคำพูดทั้งหมดลงไป เขามองท่านแม่ของตนที่ป้องกันไม่ให้คนๆนั้นตามมา เหมยหลินตัดสินใจวิ่งตรงไปเรื่อยๆ สะดุดล้มรากไม้บนพื้นจนเนื้อตัวมอมแมมไปหมด แต่เด็กน้อยก็ลุกขึ้นและวิ่งต่อไป บาดแผลถลอกเล็กน้อยตามร่างกายไม่ได้ทำให้เขาวิ่งช้าลงเลย

   "กรี๊ดดดด!!"

     เสียงกรีดร้องดังขึ้น ทำให้เขาเผลอหันไปมอง เขาได้แต่หวังว่ามันจะไม่เป็นเหมือนที่เขาคิด ร่างเล็กวิ่งต่อไปโดยที่สายจายังมองย้อนไปอยู่ เด็กน้อยที่ไม่ทันได้ระวังทางข้างหน้าจึงวิ่งตกลงไปในเหวเล็กๆที่มีแม่น้ำอยู่ที่ก้นเหว

     เด็กน้อยพยายามตะเกียกตะกายหาทางขึ้นฝั่ง แด่ทั้งสองข้างก็มีแต่กำแพงดินที่สูงเลยหัวเขา สายน้ำเชี่ยวกราดพัดร่างของเขาลงไปใต้น้ำครั้งแล้วครั้งเล่า เหมยหลินถูกสายธารพัดไปชนกับหินก้อนหนึ่งเข้าอย่างจัง เขาพยายามรวบรวมสติที่เหลือเอาไว้และใช้มันเกาะหินก้อนนั้นเอาไว้ก่อนที่ภาพทั้งหมดจะถูกตัดไป

.

.

.

.

.

     ที่ริมแม่น้ำในป่าลึกมีร่างของเด็กชายคนหนึ่งนอนอยู่ที่ท่อนไม้ใหญ่ที่พัดมาติดรากไม้ ร่างเล็กเต็มไปด้วยบาดแผลถลอกเล็กๆตามร่างกาย

   "อือ..." เหมยหลินค่อยๆลืมตาขึ้น ภาพตรงหน้าพร่ามัวจนแทบจะมองอะไรไม่ได้ เขาพยุงร่างของตนให้ลุกขึ้นนั่ง "อึก...!" ความเจ็บปวดแล่นเข้ามาตามส่วนต่างๆของร่างกาย ทันใดนั้นภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก็ไหลเข้ามาในหัว

   "จริงสิ ท่านพ่อ...ท่านแม่" เด็กน้อยลุกขึ้น เขาพยายามไม่สนใจความเจ็บปวดนั้น ร่างกายเขาแค่ถูกกระแทกเท่านั้น ไม่ได้กระดูกหักเสียหน่อย เด็กน้อยมองไปรอบๆตัว เขามองไปเห็นก้อนหินที่ฝั่งตรงข้าม...

   "หินนั่น....อ๊ะ!" ภาพเหตุการณ์ก่อนหน้าที่เขามาเล่นน้ำที่ลำธารแห่งนี้ฉายขึ้นมาในหัว ลำธารเล็กๆที่มีน้ำใสสะอาดนี่คือลำธารที่อยู่ไม่ไกลจากบ้านหลังเล็กของเขา เหมยหลินรีบวิ่งผ่านลำธารตื้นๆไปฝั่งตรงข้ามทันที

     ร่างเล็กข้ามฝั่งมาได้ก็ยิ่งแน่ใจมากขึ้นว่านี่คือที่ๆตนเพิ่งจะมาเมื่อไม่นานมานี้ ทางเดินเข้าไปในป่าที่ถูกถางหญ้ากันเขาหลงทาง เศษใบไม้แห้งตามพื้นถูกเหยียบจนแตกละเอียด เด็กน้อยรีบวิ่งไปทางบ้านของตนทันที

     พ้นเขตป่าลึกมาเขาก็เห็นบ้านหลังน้อยของตนอยู่กลายๆ เด็กน้อยวิ่งเข้าไปและหวังให้เรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นเป็นแค่ฝัน

   "ท่านพ่อ ท่านแม่!"

     แต่น่าเสียดายที่ความหวังอันริบหรี่นั้นเป็นได้แค่ความหวัง ทันทีที่เดินออกมาจากพุ่มไม้ ภาพตรงหน้าก็ปรากฎชัดในสายตาเขา บ้านหลังเล็กของเขา ตอนนี้ถูกเปลวไฟเผาผลาญจนเป็นรูไปหลายส่วน เหมยหลินเดินเข้าไปภายในบ้าน แสงแดดส่องลงมาจากหลังคาที่เป็นรู คานไม้ร่วงลงมาหักอยู่บนพื้นบ้าน ภายในตัวบ้านหลังน้อยตอนนี้รกไปหมด ข้าวของหลายอย่างถูกเผาไหม้ด้วนเปลวเพลิง

     เหมยหลินมองคราบเลือดบนพื้นนอกบ้านแล้วเกิดความกลัว เขายืนนิ่งอยู่ริมหน้าต่างและมองออกไปด้านนอก ทางที่เขากับแม่ใช้วิ่งหนีออกไปเมื่อคืน เขาเห็นร่างหนึ่งนอนอยู่ มันไกลมากจนเห็นร่างนั้นเป็นเหมือนก้อนหินกลางป่า แต่เขารู้...นั่นไม่ใช่ก้อนหิน มันคือร่างของคนๆหนึ่ง สัญชาตญาณบอกเขาว่านั่นคือร่างของมารดาของเขา....

     น้ำตาหยดหนึ่งไหลลงมาจากหางตา ไร้เสียงสะอื้นอย่างที่ควรจะมี เด็กน้อยยกมือขึ้นปาดน้ำตาออกไป เขาหันหน้ากลับมาและกวาดตามองไปในบ้าน ร่างเล็กก้าวข้ามคานไม้ผุพังบนพื้น เลื่อนประตูกระดาษตรงหน้าออก และก้าวเข้าไปในห้อง....ห้องนอนของพวกเขา....

     เหมยหลินค่อยๆเดินเข้าไปในห้อง เขาหยุดเดินเมื่อมองไปเห็นม้วนกระดาษแผ่นหนึ่ง มันคือกระดาษที่มีภาพวาดครอบครัวของเขาอยู่ ลายเส้นไม่ได้สวยงามอะไรมากนักเพราะเป็นภาพวาดของเด็ก แต่ในรูปยังดูออกว่าเป็นภาพครอบครัว

   "ท่านพ่อ..ท่านแม่...."

     น้ำตาที่พยายามกลั้นเอาไว้ไหลออกมาอีกครั้ง ร่างบางกอดม้วนกระดาษเข้ามาแนบอก มือข้างที่ไม่ได้ถือม้วนกระดาษปาดน้ำตาลวกๆ

     น้ำหมึกในกระดาษเลอะไปทั่วเมื่อถูกน้ำตาของเด็กน้อย แต่เขาก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรกับพวกมัน แม้ภาพบนกระดาษจะเลอะจนดูไม่รู้เรื่องแล้ว เขาก็ยังกอดมันเอาไว้แน่นจนแผ่นกระดาษยับยู่ยี่ไปหมด

     น้ำหมึกที่ซึมไปตามกระดาษซึมลงมาบนเสื้อ เหมยหลินปาดน้ำตาอีกครั้ง ในตอนนนี้ไม่มีหยดน้ำใสๆที่คอยบดบังจนภาพตรงหน้าพร่ามัวอีกแล้ว สิ่งที่อยู่ตรงหน้าเขาคือบานกระจกบานใหญ่อย่างที่ไม่ควรจะมีอยู่ในบ้านเก่าๆหลังนี้ ในกระจกบานนั้นสะท้อนภาพของเขาอย่างชัดเจน

     เด็กน้อยมองภาพสะท้อนในกระจกบานนั้น ภาพของตัวเขาที่นั่งคุกเข่าอยู่บนพื้น น้ำตาสีใสเปรอะเปื้อนเต็มใบหน้า กระดาษในในมือยับเช่นเดียวกับชุดของเขา เขามองใบหน้าของตนที่ถอดแบบมาจากแม่ถึงเจ็ดส่วนแล้วตระหนักขึ้นได้

เพราะข้า.....หากข้าไม่ขอออกไปในเมือง พวกมันจะไม่มีโอกาสได้เข้ามาที่นี่
เพราะข้า.....หากข้าไม่เผลอตะโกนออกไป พวกมันจะไม่รู้ว่าข้ากับท่านแม่อยู่ตรงนั้น
เพราะข้า.....หากข้าวิ่งได้เร็วกว่านี้ ท่านแม่ก็จะหนีไปกับข้าได้
เพราะข้า.....หากข้ามองทางข้างหน้า ข้าจะไปตามคนในเมืองมาช่วยได้
เพราะข้า.....ท่านพ่อ...ท่านแม่..เพราะข้าพวกเขาถึงต้องตาย
เพราะข้า..........เพราะข้า.......เรื่องทั้งหมดนี้...

ทั้งหมดเป็นเพราะข้า!!




     อา...บอกแล้ว อีสแต่งดราม่าไม่เก่ง นิยายสายดราม่าที่โดนสต๊อกไว้ในคลังสองสามเรื่องเลยไม่ได้ถูกเข็นออกมาเลย...ห่อมาม่าที่บ้านเป็นหมันแล้วค่ะ ถถถ เป็นคนเขียนดราม่าไม่ได้ ถึงเขียนก็ไปไม่สุด น้ำตาไม่ร่วงเผาะแผะๆเหมือนที่คนแต่งเก่งๆเค้าทำได้ แต่เรื่องที่เขียนออกมากับพล็อตในหัวดันเต็มไปด้วยมาม่า...

     เคยจำได้ว่ามีคนบ่นอยากวาร์ปไปอ่านน้องเหมยตอนโต....ไรท์ก็อยากค่ะ! อยากวาร์ปไปเขียนตอนโตใจจะขาดแล้ว!! แต่อดทนอีกนิดนะคนดี ไม่นาน Time Skip ที่เธอรอคอยจะมาถึงแล้ว
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 228 ครั้ง

132 ความคิดเห็น

  1. #117 ckchatchen42 (@ckchatchen42) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2562 / 12:33
    ถูกต้อง คนที่สมควรตายที่สุดก็ตือเจ้านะ เหมยหลิน เพราะเจ้าจริงๆ แล้ว-นิสัยที่เจ้าเป็นอยู่ และเป็นเหตุให้พ่อ- มันก็ยังเป็นสันดานของเจ้าอยู่นะ เสียพ่อแม่ไปแล้วแทนทีจะคิดได้ แต่ก็ยังเป็นแบบเดิมอยู่อีก
    #117
    0
  2. #87 Mizaukinaishi (@Mizaukinaishi) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 8 เมษายน 2562 / 02:04
    เหมยหลินตอนเด็กดูโง่จังครับ..
    #87
    0
  3. #65 C-Chinemon (@C-Chinemon) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2561 / 22:35
    เง้ออออ~ สงสาร...
    #65
    0
  4. #48 Solien (@Solien) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 24 เมษายน 2561 / 08:06
    รออยู่น้าาาาา //อยากวาปไปอ่านเหมยหลินตอนโตตต😂😂😂
    #48
    0
  5. #47 polar* (@khim-aroon) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 16 เมษายน 2561 / 13:03
    ติดตามค่าาาาา
    #47
    1
    • #47-1 (@neneoshiyalovely) (จากตอนที่ 9)
      17 เมษายน 2561 / 18:03
      ขอบคุณค่า กดติดตามแล้วอย่ามึนกดซ้ำนะ แบบนั้นไม่เอาน้า
      #47-1
  6. #46 C-Chinemon (@C-Chinemon) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 16 เมษายน 2561 / 07:43
    แลดูอาภัพจริงๆล่ะนะหลิงน้อย
    #46
    1
    • #46-1 (@neneoshiyalovely) (จากตอนที่ 9)
      17 เมษายน 2561 / 18:08
      อาภัพรึนั่น อืมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม... ก็เป็นไปได้
      #46-1
  7. #41 Orguzt (@morgaina) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 22 มีนาคม 2561 / 19:57
    นี่คือจุดเริ่มต้นของความโคตรอาภัพสินะคะ?
    #41
    1
  8. #40 ดิเดียร์ (@pdeer11) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 22 มีนาคม 2561 / 18:33
    นางฉลาดใช่มั้ย?
    #40
    1
  9. #39 C-Chinemon (@C-Chinemon) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 22 มีนาคม 2561 / 14:28
    รออีกครึ่งหนึ่งนะคะ
    #39
    1
  10. #38 bhuii2505 (@bhuii2505) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 22 มีนาคม 2561 / 13:52
    นางช่างแข็งแกร่ง
    #38
    1