{Alldami} || if i not what you think ||

ตอนที่ 2 : วุ่นวายกันทั้งวัน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 482
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 16 ครั้ง
    6 ม.ค. 61


   “ ไม่ไง!! บอกว่าไม่ก็คือไม่ไง!! ” เดเมี่ยนตะโกนเสียงดังใส่ดิ๊กแล้วดิ้นตัวไปมา แต่เหมือนยิ่งดื้นคนกอดจะยิ่งกอดแน่นขึ้น ซึ่งทำให้เดเมี่ยนตัวลอยจากพื้นเล็กน้อย

   เดเมี่ยนก็ยังคงไม่ยอมแพ้ เอามือตบหน้าดิ๊กบ้างหรือไม่ก็ทุบอกบ้าง ถามว่าดิ๊กเจ็บมั้ย? โคตรเจ็บเลย แต่การแกล้งน้องชายให้เขินจนหน้าแดงมันสนุกกว่ากันเยอะเลย


   “ >TT!< ปล่อยนะ อย่ามาแตะตัวผม! ” ฉันรู้สึกว่าตัวเองหน้าแดงมากจนแทบจะเป็นลม เกรสันคนบ้าก็กอดเอวอยู่ได้ ผู้ชายมาโอบเอวผู้หญิงแบบนี้เนี้ยนะ มันน่าอายมาก นี่คือเหตุผลที่ฉันไม่ชอบให้ใครมาแตะเนื้อต้องตัว รอบๆข้างก็มีแต่ผู้ชายอีกไม่แปลกที่พวกเค้าจะชอบคิดว่าฉันห่วงเนื้อห่วงตัว


   “ อ๊ะ! ” เกรสันกอดแน่นกว่าเดิมอีกแล้ว ฉันอยากจะแทรกแผ่นดินหนี “ พูดไม่รู้ฟังเลยนะ!! ” ฉันทั้งโมโหทั้งอายจนเผลอใช้เล็บข่วนหน้าเจ้าบ้าเกรสันไปอย่างไม่รู้ตัว


   “ โอ๊ย! เจ็บนะ ลิตเติ้ลดี ทำไมทำกับพี่ชายแบบนี้ล้าาา ” เกรสันว่าอย่างน้ำตาซึม เธอรับรู้ได้ถึงแรงกอดที่เผลอผ่อนแรงลงและอีกฝ่ายยังละมือที่โอบเอวข้างหนึ่งขึ้นมาจับหน้าซีกซ้ายที่โดนข่วน เป็นการเปิดโอกาสให้เดเมี่ยนดิ้นแรงๆจนหลุดจากการเกาะกุม

   แต่ยังไม่ทันจะออกตัววิ่งไปไหนไกล ดิ๊กก็ได้สติเร็วกว่า ขว้าตัวเดเมี่ยนจากด้านหลังมากอดเอวไว้อีกครั้งเหมือนเมื่อกี้ ต่างกันแค่เมื่อกี้เดเมี่ยนหันหน้ามาหาดิ๊กแต่ตอนนี้เดเมี่ยนหันหลังให้ดิ๊กแทน


   นั่นทำให้ฉันไม่สามารถโจมตีเกรสันได้อีกต่อไป แถมยังกอดแน่นกว่าเดิมอีกคงจะเข็ดจากเมื่อกี้เป็นแน่ ยังมีการเอาหน้ามาถูแก้มฉันอีกด้วยนะ


   “ ลิตเติ้ลดี~ ” เจ้าบ้าเกรสันครางเสียงอ่อนอยู่ข้างๆหูของฉัน แขนที่เริ่มโอบเอวแน่นขึ้นแต่ก็ไม่ได้รู้สึกอึดอัดจนหายใจไม่ออกอะไร


   “ … ” ขณะที่เดเมี่ยนกำลังใจเย็นลงหน่อย ใบหน้าก็เริ่มแดงน้อยลง ก็เงียบรอคำตอบจากดิ๊ก ดิ๊กเองก็รู้สึกว่าเป็นโอกาสของเค้าแล้วต้องรีบพูด


   “ ออกไปเที่ยวกันหน่อยเถอะน่าาาา วันนี้ฉันก็ไม่ได้มีงานให้ทำ เราก็ไม่ได้ไปไหนมาไหนกันบ่อยๆ พี่ชายคนนี้ก็อยากจะสร้างความสัมพันธ์กับน้องชายให้แน่นแฟ้นมากขึ้น ละก็อยากจะพาไปหลายทีเลยนะ และก็ๆ---แอ๊ก! ” ดิ๊กหยุดพูดเมื่อถูกหัวของเดเมี่ยนชนปากอย่างแรง


   “ หุบ-ปาก-ซะ ” เดเมี่ยนกล่าวอย่างรำคาญแล้วดิ้นตัวไปมาอีกครั้ง สุดท้ายดิ๊กก็ยอมปล่อยเดเมี่ยนออกจากอ้อมกอด


   เดเมี่ยนรีบเดินเว้นระยะห่างออกจากดิ๊กประมาณสามช่วงคนตัวใหญ่ๆได้ แล้วอยู่ดีๆไททัสก็วิ่งมาข้างหน้าเดเมี่ยนตั้งท่าจะกระโจนใส่ดิ๊กได้ทุกเมื่อ อัลเฟรดก็วิ่งตามมาติดๆโดยขู่ฟ่อๆอย่างน่ารักในสายตาของเดเมี่ยน


   “ โฮ่งๆ โฮ่งๆ กรรรรรรรร!!! ” ไททัสเห่าใส่เจ้าบ้าเกรสันแล้วยกเท้าขูดไปกับพื้น


   “ ม่าวววววววววววว!!!! ” อัลเฟรดโก่งตัว ห่างตั้งตรงแล้วขู่คำรามใส่เกรสันด้วยอีกตัว


   “ คิกคิก...เด็กดี... ” ฉันหลุดขำออกไปเบาๆ สัตว์เลี้ยงของเธอนี่น่ารักจริงๆ แม้จริงๆแล้วไททัสกับอัลเฟรดจะสู้เกรสันไม่ได้อยู่แล้วแถมท่าทางของพวกมันก็ดูน่ารักอีกด้วย เธาก็อดขำด้วยความเอ็นดูไม่ได้จริงๆ

   จะว่าไปก็คิดถึง แบท-คาวกับโกไลแอทเลย ลงไปหาบ้างดีกว่าแหะ “ ฮึฮึ ” คิดแล้วก็หลุดขำออกมาไม่ได้จริงๆ ยิ่งไททัสกับอัลเฟรดยังคงขู่คำรามเกรสันไม่เลิกก็เป็นภาพที่ตลกดี


   “ โอเคๆ ฉันไม่ได้จะจับตัวเจ้านายพวกแกไปทำมิดีมิร้ายอะไรซะหน่อย ห่วงเว่อร์ไปแล้ววว ” เจ้าบ้าเกรสันร้องอย่างเสียใจที่ถูกเหล่าสัตว์ของฉันรุมรังแก และยกมือขึ้นทั้งสองข้างยื้นไปข้างหน้าเหมือนจะบอกให้ไททัสและอัลเฟรดใจเย็นๆ


   “ ...จริงๆเมื่อกี้ก็ถือว่าทำมิดีมิร้ายนะ….. ” ฉันพึมพัมกับตัวเองเบาๆแล้วก้มตัวลงไปลูบหัวไททัสกับอัลเฟรด สัตว์ทั้งสองจึงหยุดขู่ใส่เกรสันแล้วนั่งลงให้ฉันลูบหัวของพวกมัน


   “ นายนี่มันเทวดาแห่งเหล่าสัตว์จริงๆ แต่ทำไมชอบทำตัวซาตานใส่คนอื่นตลอดเลย ” เกรสันเบะปากอย่างไม่พอใจแล้วเดินเข้ามาขยี้ผมของฉันจนยุ่งเป็นรังนก

   อัลเฟรดที่พอเห็นเจ้านายโดนรังแกก็กระโดดไปงับแขนข้างที่ดิ๊กใช้ลูบหัวของเดเมี่ยนอย่างเต็มแรง “ โอ๊ยยยย! ปล่อยนะอัลเฟรดดดด เจ็บๆ เจ้าแมวปิศาจจจ แง้! ” ดิ๊กพยายามดึงอัลเฟรด ออกจากแขนโดยพยายามไม่เขวี้ยงมันออกไปเสียก่อน เพราะถ้าทำแบบนั้นน้องชายสุดที่รักของเจ้าตัวคงงอนเจ้าตัวไปเดือนนึงเต็มแน่ๆ...หรือถ้าหนักกว่านั้นก็หลายเดือนหน่อย

   จนสุดท้ายอัลเฟรดก็ยอมปล่อยแขนของดิ๊กให้เป็นไท จนคนโดนกัดร้อง ‘ฮาเลลูยา’ อยู่ในใจดังๆ เดเมี่ยนที่นั่งมองมาตลอดก็เหมือนจะไม่ว่าอะไรแมวน้อยของเจ้าตัวเลย แถมเกาคางให้ด้วยซ้ำ ดิ๊กที่เห็นแบบนั้นก็อดน้อยใจเล็กน้อยไม่ได้

   ‘ คนเค้าอุตส่าห์มาชวนไปเที่ยวด้วยกันสนุกๆ แต่กลับทำแบบนี้เนี้ยนะ อยากงอนจริงๆเลย... ’ ดิ๊กคิดแล้วเบะปากไปด้วย ขณะนั้นก็ลูบแขนข้างที่โดนอัลเฟรดกัดไปด้วยเช่นกัน


   จู่ๆเดเมี่ยนก็ลุกขึ้นยืนแล้วเดินไปทางด้านหลังของดิ๊ก ดิ๊กที่กำลังนั่งน้อยใจอยู่เบาๆกับตัวเองก็ไม่ได้คิดสงสัยอะไร จนเจ้าตัวรู้สึกว่ามีอะไรมาสะกิดที่ไหล่ของตัวเองจึงหันหลังไปมอง


   “ หันมาดีๆ จะทำแผลให้... ” ดิ๊กมองเดเมี่ยนที่กำลังนั่งคุกเข่าโดยในมือถือกล่องประถมพยาบาลเอาไว้ ดิ๊กที่พอสังเกตุดูเดเมี่ยนดีๆอีกทีก็รู้สึกเหมือนตัวเองต้องมนตร์สะกด ไม่สามารถละสายตาไปจากเดเมี่ยนได้ เดเมี่ยนที่จับแขนของดิ๊กขึ้นมาแล้วค่อยๆเริ่มทำแผลอย่างเบามือ

   และดิ๊กรู้สึกได้ว่าเดเมี่ยนมีมือที่สากจากการฝึกฝนมามากมายแต่ก็ยังดูนุ่มไม่แข็งกระด้างเลย แพขนตายาวทำให้ดวงตาที่มองแขนของเค้าขณะทำแผลก็มองมาอย่างใส่ใจ ทำให้ดวงตานั้นดูน่ามองจนไม่อยากละสายตา ปากสีแดงน้ำตาลนั่นก็น่าจูบ…


   “ เสร็จแล้วเกรสัน แผลแค่นี้จะร้องอะไรนักหนา….มองอะไรน่ะ? หน้าผมมีอะไรติดรึไง? ” ฉันเงยหน้าขึ้นมองเกรสันหลังจากทำแผลเท่าแมวงับให้เสร็จ ก็เจอกับสายตาของเจ้าบ้าเกรสันกำลังมองฉัน และไม่ได้มองแบบปกติด้วย และก็ไม่รู้ว่ามองด้วยสายตาแบบไหนอีกเหมือนกัน

   “ เอ๊อะ! เปล่าๆ ไม่มีๆ แค่เหม่อน่ะ ” ดิ๊กหลุดจากภวังค์ทันที แล้วเอามือลูบท้ายทองของตัวเองอย่างประหม่า แต่สายตาก็ยังคงจ้องมองเดเมี่ยนอยู่ เพราะการละสายตาก็จะทำให้อีกฝ่ายรู้ได้ว่าเค้าโกหก ถึงเดเมี่ยนอาจจะไม่สักถามอะไรแต่เค้าก็ไม่อยากให้เดเมี่ยนมาคิดมาก…


   ‘ โอ้! พระเจ้า เมื่อกี้เค้าคิดอะไรออกไปน่ะ?! เค้าอยากจูบเดเมี่ยนหรอ? ไม่ๆ ดิ๊ก ท่องไว้ ดิ๊ก ท่องไว้ๆ ’

   เค้าคือน้องชายนาย

   เค้าคือน้องชายนาย

   เค้าคือน้องชายนาย


   เค้าคือน้องชายนาย


   เค้าไม่ใช่น้องสาว...เห้ย! ก็ไม่ได้อยู่ดีดิ!!




   ฉันสังเกตุมาสักพักแล้วว่าเจ้าบ้าเกรสันเริ่มเหม่ออีกแล้ว อาจจะคิดอะไรบ้าๆอยู่ถึงได้หน้าแดงแล้วก็ส่ายหัวไปมาหน่อยๆด้วย บอกตรงๆนะ เธอเองชักเริ่มจะหงุดหงิดจริงๆแล้วแม้จะแอบเป็นห่วงว่าไม่สบายหรือเปล่า แต่การที่เกรสันเดี๋ยวก็มาโอบมากอด เดี๋ยวก็มาแตะเนื้อต้องตัวโดยพลการ เดี๋ยวก็มานั่งเหม่อทำฉันเสียเวลา แบบนี้นะ...


   มันน่าหงุดหงิดมั้ยละ?!



   เพี้ยะ!!



   “ เกรสัน ถ้าอยากจะเหม่อก็ไปเหม่อที่อื่น อย่ามาทำผมเสียเวลา! ” ดิ๊กจับแก้มข้างซ้ายของตัวเองที่ถูกเดเมี่ยนตบไปอย่างแรง แล้วเจ้าตัวก็ฮึดฮัดเดินไปเก็บกล่องประถามพยาบาล


   ดิ๊กก็ได้แต่งนั่งเอ๋อจับแก้มตัวเอง เค้าทำอะไรผิดอีกเนี้ยยย แค่นั่งเหม่อก็ผิดหรอ?


   “ ถ้าไม่ว่าอะไรนะ ช่วยออกไปไกลๆ ผมจะฝึก นายทำผมเสียเวลา ” ฉันเดินมายืนกอดอกตรงหน้าเกรสันและแสดงสีหน้าอย่างชัดเจนว่าไม่พอใจ แล้วฉันก็หันหลังจะไปฝึกต่ออย่างที่ว่าจริงๆ


   “ เดี๋ยวๆ! ลิตเติ้ลดี! ยังไม่ตอบเลยนะว่าจะไปเที่ยวกับฉันมั้ย? ” เกรสันรีบลุกขึ้นยืนแล้วขว้าข้อมือของฉันไว้แน่น


   “ นี่ยังพูดไม่ชัดเจนอีกหรอ? ” ฉันหันหน้ามาหาเกรสัน แล้วเบะปากน้อยๆ


   “ อะไรชัดเจน? นายยังไม่ได้บอกอะไรเลยนะ ” ดิ๊กทำหน้าเควชชั่นมาร์กใส่ และโอ้! เมื่อกี้ลิตเติ้ลดีเบะปาก นั่นน่ารักดีทีเดียวในความคิดของเค้าอะนะ


   “ ‘ไม่ไง บอกว่าไม่ก็คือไม่ไง’ ชัดเจนรึยัง? ผมบอกนายตั้งแต่ตอนก่อนโดนอัลเฟรดกัดอีกนะ ” ฉันใช้แขนข้างที่ไม่โดนจับเท้าเอว พยายามจะไม่พูดว่าบอกแล้วตั้งแต่โดนกอด ฉันไม่อยากจะนึกถึงเท่าไหร่ ยิ่งนึกยิ่งอยากแทรกแผ่นดินหนีให้รู้แล้วรู้รอดไป


   “ โธ่! เดมิ นี่พี่ชายอุตส่าห์ขอคุณพ่อพาน้องชายตัวน้อยไปเที่ยวด้วยกันเลยนะ! ” ดิ๊กเริ่มทำสายตาลูกหมาใส่ ติดแค่ว่าหมาอะไรก้มหน้ามองเจ้านายแบบนี้ละ มันไม่ได้ดูน่าสงสารในสายตาเดเมี่ยนเลย แต่มันน่าหงุดหงิด หงุดหงิดที่เธอเตี้ยที่สุดในบ้านนี่แหละ!...


   “ ก็นั่นมันเรื่องของนายเกรสัน ไม่ใช่ของผม ” ฉันหันหน้าไปอีกทางแล้วสะบัดแขนออกจากมือของเจ้าบ้าเกรสัน


   “ โอ๊ยยยยยยย! ลิตเติ้ลดี~~~ ทำไมต้องทำกับพี่ชายแบบเน่~~~ นายอยู่นี่ไม่เบื่อบ้างหรอ? ” ดิ๊กเอามือขยี้ผมของตัวเองจนยุ่งเหมือนรังนก ก่อนจะเปลี่ยนไปเกาะแขนของเดเมี่ยนเอาไว้แล้วทำสายตาลูกหมาใส่อีกครั้ง

   “ .... ” เดเมี่ยนแอบหน้าแดงเล็กน้อย จริงๆเธอคิดว่าถ้าพูดไปแบบนั้นเกรสันจะเริ่มรำคาญเธอไปเองแล้วยอมปล่อยเธอให้ฝึกซ้อมอย่างสงบ แต่เจ้าตัวกลับยังตื้อเธอไม่เลิก แม้จะดูน่ารำคาญนิดๆแต่มันก็น่ารักและแอบดีใจอยู่หน่อยๆไม่ได้จริงๆ


   “ ...แล้ว...จะไปเที่ยวที่ไหนกันละ?.... ” ฉันพูดออกไปเบาๆ ยังคงไม่หันหน้าไปมองเกรสัน เหอะ! จะยอมไปด้วยก็ได้ อยู่ในนี้ก็ไม่ค่อยมีอะไรอย่างที่อีกฝ่ายว่าจริงๆนั้นแหละ...จะออกไปก็ไม่เห็นเป็นอะไร แล้วก็ไม่ใช่เพราะเกรสันเป็นคนมาชวนด้วย

   ดิ๊กรู้สึกว่าตัวเองหูฝาด แต่แน่นอนเค้าอยู่ใกล้พอที่จะได้ยินเสียงพูดเบาๆของเดเมี่ยนอยู่แล้ว อาา...น้องชายตัวเล็กของเค้าเป็นคนปากไม่ตรงกับใจเรื่องนี้เค้าเองก็รู้ดี...จริงๆต้องบอกว่าทุกคนในบ้านค้างคาวเองต่างก็รู้กันหมด ซึ่งมันน่ารักมาก หน้าแดงๆกับท่าทางดื่อรั้นนั้นมันเข้ากันได้บนใบหน้าของเดเมี่ยนจริงๆ

   “ ก็...แล้วแต่นายเลย ” ดิ๊กว่าอย่างร่าเริง เดเมี่ยนที่พอได้ยินคำตอบของดิ๊กก็หันมาแล้วเลิกคิ้วใส่ “ คือแบบ...ฉันไม่แน่ใจว่านายจะชอบที่ไหนบ้างน่ะ ก็เลย...เอ่อ...จะพาไปรอบๆเมือง นายชอบตรงไหนก็แวะ หรือฉันเห็นว่าที่ตรงไหนน่าสนุกก็จะแวะอะไรทำนองนี้...น่ะ ฮะฮะ ” ดิ๊กกล่าวด้วยท่าทางประหม่า มือก็อยู่ไม่สุขวนไปตรงนู้นทีตรงนี้ทีจนสุดท้ายกลายเป็นว่ามาวางอยู่บนท้ายทอยแทน

   “ ... ” เดเมี่ยนยกยิ้มนิดๆอย่างไม่รู้ตัว มันเป็นแค่บรรยายกาศที่เรียบง่ายกับบทสนทนาบ้าๆบอๆ แต่มันก็อบอุ่น

   เกรสันที่พูดด้วยท่าทางแบบนั้นและสิ่งที่อีกฝ่ายมักปฎิบัติต่อเธอ มันช่างอบอุ่นและรู้สึกดี...ก็ไม่มีใครสนใจเธอมาตั้งนานแล้วนี่น่า...





   ผัวะ!!


   “ อุ๊ก!!! ” ความรู้สึกเจ็บและจุกอย่างมากอัดแน่นเข้าเต็มท้องของเดเมี่ยน จนทำเธอแทบรู้สึกอยากจะอ้วกออกมา และเธอก็เริ่มหมดสติ ทุกอย่างพร่าเลือนขึ้นเรื่อยๆแต่ฉันก็ยังพอมองเห็น…


   มองเห็นดาบที่กำลังจะฟาดฟันลงมาที่ตัวฉันอย่างไร้ปราณี...


   แรงที่แทบจะไม่เหลืออีกแล้วยกมือทั้งสองข้างขึ้นแล้วจับปลายดาบนั่นเอาไว้ ดีที่ใส่ถุงมือไม่งั้นคงเจ็บตัวมากกว่านี้แน่ๆ


   ผัวะ!!


   เขาเตะใบหน้าซีกขวาของฉันอย่างแรงจนฉันล้มลงไปนอนกองกับพื้น


   ผัวะ!! ผัวะ!!


   เขาเตะเข้าที่ท้องของฉันถึงสองครั้งจนฉันอ้วกออกมา ฉันพยายามยกมือกุมท้องแม้จะไร้เรี่ยวแรง ทุกอย่างเริ่มพร่าเลือนมากขึ้นและฉันพยายามหายใจจนหอบ “ แฮ่กๆ แค่ก แค่ก... ”

   “ ช่างอ่อนแอยิ่งนักหลานข้า ถ้าถึงเวลาที่เจ้าต้องออกไปสู้จริงๆคงตายอย่างหมาข้างถนน ” ‘ เรซ อัล-กูล ’หรือท่านตาของฉันเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทรงอำนาจ แข็งแกร่งและเย็นชา

   ท่านตาค่อยๆก้มตัวลงมานั่งคุกเข่าตรงหน้าฉัน ยื้นใบหน้าเข้ามาใกล้แต่ไม่ใกล้พอที่จะเห็นใบหน้าของท่านอย่างชัดเจน แล้วท่านก็ยื้นมือออกมาข้างหนึ่งแล้วลูบใบหน้าของฉัน


   และฉันรู้ คนอย่างท่านตาไม่เคยเมตตาใคร...แม้แต่กับฉันเอง


   แล้วท่านตาก็ใช้มือนั้นบีบแก้มของฉัน ใช้แรงบังคับให้ลอยจากพื้นแล้วให้ยื้นหน้าไปใกล้ท่าน และคราวนี้ใกล้พอที่จะเห็นใบหน้าของท่านอย่างชัดเจน “ ครั้งต่อไปจะต้องทำให้ดีกว่านี้...ไม่งั้นก็ตาย เข้าใจมั้ย?! ” ท่านตาเอ่ยอย่างเย็นชาเช่นเดิม ฉันได้แต่พยักหน้า

  

   ตุบ!...


   แล้วท่านตาก็ปล่อยมือจากใบหน้าของฉัน ด้วยความไร้เรี่ยวแรงจึงล้มลงไปหัวชนกับพื้นหินเสียงดัง ดวงตาที่พร่าเลือนเห็นท่านเดินจากไปอย่างมั่นคงที่ไม่เคยแม้แต่จะเหลียวหลังหันกลับมามอง

   พวกนักฆ่าที่ยืนมองอยู่ตั้งแต่แรกเดินเข้ามาใกล้ฉัน เท่าที่ได้ยินแม้จะเริ่มไร้สติขึ้นเรื่อยๆก็ตาม พวกเค้าคนหนึ่งยกตัวฉันขึ้นอุ้มอย่างสบายๆ แล้วดวงตาของฉันก็ปิดลงอย่างอ่อนแรง แต่ฉันก็ยังคงรับรู้ ‘ทุกสิ่งทุกอย่าง’

  

   “ พวกเธอคิดว่ายัยเด็กนี้จะรอดมั้ย? ” เสียงของผู้หญิงคนหนึ่งดังขึ้นจากทางด้านขวา


   “ นายท่านเดเมี่ยนเก่งกว่าพวกเราทั้งหมด แต่ต่อหน้าท่าน เรซ อัล กูล ก็ยังห่างไกลนัก ” เสียงของผู้หญิงอีกคนกล่าวขึ้น ดังอยู่ใกล้ๆหู น่าจะเป็นคนที่อุ้มฉันอยู่


   “ นายท่าน เรซ อัล-กูล ช่างเยือกเย็นนัก ไม่คิดเลยว่าจะทำกับหลานสาวของตัวเองได้ขนาดนี้ ” เสียงของหญิงสาวอีกคนดังขึ้นจากทางด้านซ้าย


   “ ก่อนที่จะไปสงสารใครก็สงสารตัวเองก่อนดีกว่านะ พวกเราก็ไม่ต่างอะไรจากนายท่านเดเมี่ยนเลย แล้วก็นะ นายท่าน เรซ อัล-กูลน่ะ ก็เคยทำแบบนี้กับนายหญิงทาเลียมาก่อนเหมือนกัน ฉันว่าพวกเราไม่จำเป็นจะต้องแปลกใจอะไรอีกต่อไปแล้วละ ” เสียงของหญิงสาวที่อุ้มฉันเอ่ยขึ้น


   เสียงของพวกนักฆ่าสาวที่ถูกใช้ให้ดูแลฉันพวกเธอกำลังคุยกัน ทำให้ฉันนึกถึงคำพูดของท่านแม่


   ‘ เป็นผู้หญิงตระกูล อัล-กูล ต้องยืนด้วยลำแข้งของตัวเอง ’ เสียงของท่านดังอยู่ทุกครั้ง และเป็นคำสอนที่ฉันคิดว่าจริงที่สุด





   “ ลิตเติ้ลดี!! ” เสียงของเกรสันทำให้ฉันหลุดออกจากภวังค์และมันก็ทำให้เธอตกใจด้วยเช่นกัน แต่ปฎิกิริยาภายนอกของเดเมี่ยนนิ่งมากจนเจ้าตัวยังตกใจเองเลย


   “ มัวยืนเหม่ออะไรอยู่น่ะ ตกลงจะไปมั้ย? ถ้าถึงเที่ยงก่อนออกไปนี่พี่ชายโกรธจริงๆนะ ” เกรสันพองแก้มแล้วเท้าเอวมองมาที่เดเมี่ยน ในระยะที่‘ใกล้มากไปหน่อย’ ดิ๊กก็แอบงอนจริงๆนะ มาว่าเค้าเหม่อตัวเองก็เหม่อเหมือนกันแหละแม้มันจะอีกตั้งนานกว่าจะเที่ยงก็เถอะ (ตอนนี้เวลาใกล้จะ6โมงแล้ว)

   ดิ๊กก็อยากจะตีน้องชายของตัวเองอยู่เหมือนกันนะ แต่เค้าก็ไม่เคยทะเลาะกับเดเมี่ยนชนะเลยและดิ๊กก็ต้องเป็นฝ่ายง้อตลอด แล้วถามว่าเค้าต้องทำยังไงกับอารมณ์นี้ ง่ายๆ อยู่เฉยๆ...และง้อก่อน


   “ อืม... ” เดเมี่ยนหน้าแดงอีกครั้งแต่ก็พยักหน้าให้ดิ๊กแม้จะหันหน้าไปอีกทางก็ตาม เธอไม่ชอบให้ผู้ชายเข้าใกล้เท่าไหร่นั่นเป็นเหตุผลที่คนในลีค ออฟ แอสซาซิน ที่เข้าใกล้เธอได้จึงมีแต่ผู้หญิงเสียส่วนใหญ่แต่ยกเว้นถ้ามันเป็นเวลาปฎิบัติภารกิจก็จะมีทั้งชายและหญิงอยู่ด้วย

   คือเธอก็ไม่ได้เกลียดผู้ชายแต่การอยู่กับเพศตรงข้ามไม่ใช่เรื่องที่ดีนักกับผู้หญิงอย่างเธอ ถึงเธอจะทำตัวไม่สมหญิงแต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเธอจะไม่อยากเป็นเด็กผู้หญิงเสียหน่อย


   แต่เกรสันเป็นพี่ชาย...มันแตกต่างกันมั้ยนะ?


   “ เอาล่ะ ไปกันได้แล้วลิตเติ้ลดี หยุดเหม่อซะเพราะนายกำลังจะทำพวกเราเสียเวลานะ ฮะฮะ ” ฉันเงยหน้าขึ้นมองเจ้าบ้าเกรสัน เจ้าบ้าเกรสันพูดล้อสิ่งที่เธอเคยพูดออกไป

   และเพราะแบบนั้นดิ๊กจึงได้รอยฝ่ามือเด่นหราตรงแก้มข้างซ้ายไปอีกครั้ง ด้วยความที่ยังรู้สึกแสบๆกับรอยข่วนแผลเก่าอยู่พอโดนตบไปอีกทีก็แสบขึ้นแบบขั้นแอดวานซ์ไปเลยทีเดียว แต่ดิ๊กก็ทำเป็นไม่สนใจมันไปเลยหันไปสนใจคนตัวเล็กกว่าที่กำลังเบะปากใส่เค้าอยู่ ดิ๊กเองก็มีความคิดอยากจะแกล้งนะแต่พอละ เหนื่อยขอเล่นแบบเบาๆดีกว่า

   

   “ เฮ่!! ” จู่ๆเกรสันก็ขว้ามือของฉันไปแล้วพาวิ่งไปด้วยกัน อัลเฟรดกับไททัสที่นอนอยู่ก็ตื่นเพราะเสียงเท้าที่ดังสนั่น พอพวกมันเห็นผู้เป็นนายตัวเล็กวิ่งออกไปพวกมันจึงวิ่งตามบ้างด้วยความกระตือรือร้น

   วิ่งมาสักพักก็ถึงบนไดพาลงไปชั้นล่าง ตอนแรกเดเมี่ยนคิดว่าคนตัวโตกว่าจะหยุดลากเธอแล้วปล่อยให้เดินดีๆ แต่พอใกล้จะถึงบันได เกรสันก็ยังคงไม่หยุดวิ่งจนเธอตกใจจริงๆ


   แล้วในขณะนั้นเอง เดเมี่ยนก็รู้สึกว่าตัวของเธอลอยขึ้นจากพื้นพอหันไปมองก็เจอกับเจ้าบ้าเกรสันของเธอกำลังอุ้มเธอในท่าเจ้าสาวส่วนตัวเองนั่งสไลเดอร์ลงไปชั้นล่างตรงราวบันไดแทน ไททัสกับอัลเฟรดที่วิ่งตามมาติดๆก็วิ่งลงบันไดดีๆตามพวกเดเมี่ยนมาติดๆเหมือนกัน

   “ เจ้าบ้าเกรสัน!!! ทำบ้าอะไรน่ะ! ” เดเมี่ยนทุบอกของคนสูงกว่าอย่างไม่สบอารมณ์ ใบหน้าแดงจัด เกิดมาไม่เคยโดนผู้ชายอุ้มท่านี้เลยนะ

   ในขณะที่เดเมี่ยนกำลังโวยวายดิ๊กก็ทำเพียงแค่ขยิบตาส่งให้คนตัวเล็กกว่าอย่างหยอกๆเท่านั้น ไม่พูดอะไรออกมา พอใกล้จะสุดราวบนไดดิ๊กก็กระโดดตัวลงมาแล้วยื่นอย่างสง่างามโดยอุ้มเดเมี่ยนในท่าเจ้าสาวที่กำลังนวดขมับของตัวเองอยู่


   “ อะแฮ่ม! ” เสียงกระแอ่มไอดังมาจากด้านหลังของทั้งคู่ ดิ๊กที่กำลังวางเดเมี่ยนได้แต่ขนลุกซู่ ดิ๊กค่อยๆหันไปมองก็เจอกับอัลเฟรดยืนอยู่ข้างๆบันได มือไขว้หลังไว้เช่นเคยท่าทางสง่ายิ่งกว่าบรูซหลายเท่าซะอีก กำลังยืนมองสำรวจดิ๊กและเดเมี่ยนอย่างพินิจพิจารณา

   “ กระผมว่าท่านทั้งสองควรไปเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เหมาะสมกับที่ที่จะไป โดยเฉพาะนายน้อยเดเมี่ยน ท่านคงจะไม่ออกไปในสภาพนั้นใช่มั้ยครับ? ” อัลเฟรดกล่าวอย่างนิ่งๆแต่มีพลังงานอำนาจสูงเช่นเคย

   “ แหะๆ โอเคครับบบ mom~ ” ดิ๊กตอบกลับอย่างสนุกสนานแล้วลากเดเมี่ยนตามไปห้องแต่งตัวด้วย

   “ กระผมเตรียมเสื้อผ้าที่ท่านทั้งสองชอบใส่และคิดว่าเหมาะสมที่สุดไว้ให้แล้วนะครับ วางเอาไว้ในห้องถัดจากห้องอาบน้ำไปสองห้อง ” อัลเฟรดหันมาบอกพวกเราทั้งสอง พอดีกับไททัสและแมวอัลเฟรดลงมาพอพวกมันทำท่าจะตามเดเมี่ยนไปด้วยแต่ก็ถูกอัลเฟรดกันทางไว้เสียก่อนพวกมันทำท่าทางหงอยหย่อยๆก่อนจะหันหลังเดินขึ้นบันไดกลับไป...




   จนพวกเค้าทั้งคู่เดินมาถึงห้องแต่งตัวจำเป็น จริงๆมันก็แค่ห้องห้องหนึ่งในคฤหาสน์หลังนี้ที่ปล่อยว่างไม่ได้ทำอะไร ส่วนหนึ่งคือไม่รู้จะเอาไว้ใช้ทำอะไรกับเผื่อมีแขกมาเท่านั้น บางครั้งห้องนี้จึงเป็นห้องแต่งตัวเฉพาะกิจไปแล้วถ้ากำลังรีบหรือขี้เกียจจะเดินกลับไปห้องของตัวเอง

   และถึงแม้จะไม่ได้ใช้บ่อยๆ อัลเฟรดพ่อบ้านเพียงหนึ่งเดียวในคฤหาสน์หลังนี้ก็ยังคงทำงานของตนได้ดีเสมอ หลักฐานคือไม่ว่าจะเดินไปไหนก็ไร้ฝุ่นและทุกที่ก็สะอาดไปหมด


   “ ลิตเติ้ลดีเข้าไปแต่งตัวด้วยกันเลยมั้ย? ” เจ้าบ้าเกรสันเอ่ยถามด้วยใบหน้ายิ้มอย่างโง่ๆของเจ้าตัวกำลังส่งมาให้กับเธอ เดเมี่ยนได้แต่กลอกตาแล้วเดินไปพิงผนังตรงกำแพงใกล้ๆประตูห้องแต่งตัวเฉพาะกิจ

   “ ไม่! รีบเข้าไปแต่งตัวแล้วก็รีบออกมาซะ... ” เธอหันหน้าไปอีกทาง แอบได้ยินเสียงหัวเราะดังเบาๆลอยมา


   ปัง…


   เสียงประตูปิดลงเบาๆดังที่ข้างหูของเดเมี่ยน สิ่นเสียงปิดประตูฉันก็ทรุดลงไปกอดเข่ากับพื้นแล้วเอามือปิดหน้าที่แดงจัด ‘บ้าที่สุดเลย!! เจ้าบ้าเกรสันไปตายซะ!! ’ เธออยากจะกรี๊ดออกมาดังๆให้คฤหาสน์ถล่มให้ได้เลยจริงๆนะ เพราะเมื่อกี้ตอนที่เจ้าบ้าเกรสันพูดขึ้นมาว่า


   “ ลิตเติ้ลดีเข้าไปแต่งตัวด้วยกันเลยมั้ย? ”


   ทำให้เธอคิดถึงเรื่องน่าอายที่สุดตั้งแต่เกิดมา เป็นตอนที่ท่านพ่อหายไป เกรสันเป็นแบทแมนและเธอที่กลายเป็นโรบิ้น ตอนนั้นเจ้าโง่ทอดด์หรือเรดฮู้ดกับคู่หู่ของเค้า จับเธอกับเกรสันไปแก้ผ้า รอให้คนดูทางโทรทัศน์กดโหวตอะไรบ้าบอสักอย่าง

   ตอนนั้นเดเมี่ยนบอกได้เลยว่ามันน่าอายมาก ตอนนั้นเธอพึ่ง10ขวบเอง ก็รู้แหละว่าหน้าอกตัวเองมันเล็กมากไม่ต่างอะไรกับผู้ชาย แต่อายก็คืออาย! และเพราะเหตุการณ์นั้นทำให้เธอมักเขินกับเกรสันได้อย่างง่ายดายมาโดยตลอด

   “ อ๊า…>TT< ” เดเมี่ยนส่งเสียงครางในลำคออกมาเบาๆ มือทั้งสองข้างที่ตอนแรกปิดหน้าเอาไว้ค่อยๆเลื่อนลงมาลูบแก้มแดงๆของตนทั้งสองข้าง ยังรู้สึกได้ถึงอาการเขินอายออกมาอยู่ตลอดเวลา


   ตึก ตึก…


   เดเมี่ยนลุกขึ้นยืนทันทีหลังจากได้ยินเสียงฝีเท้าหนักๆของดิ๊กดังออกมาจากในห้อง ซึ่งพอดีกับดิ๊กที่เปิดประตูออกมา ใบหน้ายังคงประดับไปด้วยรอยยิ้มอยู่เช่นเคย

   “ เอ้า! เข้าไปแต่งตัวได้ละลิตเติ้ลดี ” ดิ๊กว่าอย่างร่าเริงแล้วขยี้ผมของเดเมี่ยนก่อนจะรีบผลักเข้าไปในห้องแต่งตัวเฉพาะกิจอย่างรวดเร็ว เดเมี่ยนที่ถูกจับผลักเข้ามาด้วยความเร็วและรู้สึกมึนหัวจากการถูกขยี้ผมจนแทบจะกลายเป็นรังนกได้ก็ไม่พอใจเล็กน้อยที่ถูกกระทำอุกอาจขนาดนี้ แต่ก็เริ่มขี้เกียจจะสนใจ ไว้ค่อยแก้แค้นที่หลังก็ได้

   เธอจึงหันไปมองชุดที่ถูกพับว่างอย่างเรียบร้อยบนเตียงนอน เดเมี่ยนเดินเข้าไปใกล้ๆแล้วหยิบขึ้นมาดู มันเป็นเสื้อคอเต่าสีดำกับกางเกงยีนส์สีเดียวกัน แถมด้วยเสื้อฮู้ดสีขาวอย่างเรียบๆเหมาะกับเธอ ตบท้ายด้วยรองเท้าผ้าใบสีขาวเช่นเดียวกัน

   เดเมี่ยนรู้สึกพอใจอยู่ลึกๆ เพ็นนิเวิร์ทมักเลือกอะไรที่เข้ากับเธอและรู้ได้เสมอว่าเธอจะชอบมัน เหมือนกับเค้ามักจะใส่ใจทุกๆคนอยู่เสมอด้วยท่าทางระเบียบจัด


   เดเมี่ยนเริ่มถอดเสื้อผ้าสำหรับฝึกซ้อมออกแล้วเปลี่ยนมาใส่ชุดที่เพ็นนิเวิร์ทเตรียมไว้ให้ และขณะที่กำลังจะเดินออกจากห้องแต่งตัวเฉพาะกิจนี้เอง เดเมี่ยนก็ต้องหยุดลงเมื่อเจอภาพสะท้อนของตัวเองในกระจกตรงโต๊ะเครื่องแป้ง

   “ >TT< ” ฉันส่งเสียงในลำคออย่างนึกรำคาญตัวเองก่อนจะเปิดประตูออกไปด้วยความแรงเล็กน้อย เกรสันที่รออยู่ข้างถึงกับสะดุ้งออกมาแล้วมองฉันด้วยสายตางงงวยและร้อยยิ้มเหยเก

   “ เป็นอะไรไปหรอ เดมิ? ” เกรสันคนบ้าถามฉันแล้วเดินเข้ามาแตะไหล่ ฉันทำเพียงแค่ส่ายหน้าไปเชิงบอกว่าไม่มีอะไร

   ...เดเมี่ยนไม่ตอบอะไรคนอีกคนแต่เริ่มสังเกตุดิ๊กตั้งแต่หัวจรดปลายเท้า ดิ๊กสวมเสื้อคลุมยาวสีกรมท่าและส่วนเสื้อด้านในเป็นเสื้อคอวีแบบผู้ชายสีฟ้าอ่อน เข้ากับกางเกงยีนสีขาวและร้องเท้าผ้าใบสีน้ำเงินเข้ม


   “ Okayyy...งั้นไปกันเลยนะ? ” เกรสันเลิกคิ้วถามฉันแล้วยิ้มแบบที่เจ้าตัวมักชอบทำ คงรู้แล้วว่าจะไม่ได้คำตอบที่เจ้าตัวถามไปเมื่อกี้


   “ >TT< จะไปได้รึยัง? มัวแต่ถามอยู่ได้ ” ฉันตอบกลับไปด้วยอารมณ์หงุดหงิดจากเมื่อครู่


   “ ครับบบ คร้าบบบบ เชิญองค์ชายน้อยตามคนขับรถคนนี้มาด้วยกันนะครับบบ ” เกรสันพูดประชดประชัดฉันอย่างปัญญาอ่อน


   “ >TT< ”


   “ แปลว่าตกลงสินะครับองค์ชายน้อย งั้นไปกันเล๊ยยยย! ”


   “ >TT<... ”





ณ ย้านละลายทรัพย์ใจกลางเมืองก็อธแธม


   ดิ๊กกำลังขี่มอเตอร์ไซค์ตัวเก่งสีดำมีลวดลายเป็นรูปนกสีฟ้าและสวมหมวกกันน็อคสีดำเช่นกัน พร้อมกันนั้นก็มีคนตัวเล็กกว่ากำลังซ้อนท้ายมมอเตอร์ไซค์ของตนนั้นก็คือเดเมี่ยน ที่สวมหมวกกันน็อคเหมือนกับดิ๊ก


   “ มีที่ที่อยากไปเป็นพิเศษมั้ย? องค์ชาย ” เจ้าบ้าเกรสันกล่าวอย่างติดตลกอีกครั้ง


   “ ไม่มี...นายอยากจะพาไปไหนก็ไปเลย ” ฉันตอบคำถามของเจ้าบ้าเกรสันอย่างหงุดหงิด


   “ โอเค! บอกมาแบบนี้เดี๋ยวพี่ชายจัดให้~ ” เจ้าบ้าเกรสันก็คือเจ้าบ้าเกรสัน ยังคงทำตัวบ้าอย่างเสมอต้นเสมอปลายตลอดไม่เคยเปลี่ยนแปลง


   “ >TT< ” ฉันกลอกตาแล้วส่งเสียงในลำคออย่างนึกรำคาญคนข้างหน้าตน แอบได้ยินเสียงหัวเราะดังแว่วมาเลยเอามือทุบหลังอีกฝ่ายไปแรงๆหนึ่งที เสียงร้องโอดครวญดังแว่วมาให้ได้ยินเบาๆทำเอาในใจนึกสะใจอยู่เล็กน้อยไม่ได้

   แล้วรถก็หักเลี้ยวโค้งอย่างฉุกละหุก เล่นทำเอาตกใจอยู่หน่อยๆจนเผลอกอดเอวของคนอายุมากกว่าไป พอรู้สึกตัวอีกทีก็รีบเปลี่ยนมาจับเสื้อแทน


   “ ทำบ้าอะไรของนายน่ะ? ” เดเมี่ยนถามด้วยอารมณ์ร้อนจนลมแทบจะออกหู


   “ ก็หักเลี้ยวไง ทำไมหรอ?...หึหึ ” คนอายุมากกว่าทำน้ำเสียงงงงวยไม่เข้าใจที่เดเมี่ยนถาม แต่สุดท้ายก็หลุดขำออกมาไม่ได้ ก็แหม่ อีกฝ่ายเล่นทุบหลังเค้าแบบนั้นเค้าก็ต้องเอาคืนหน่อยสิ

   จะว่าไป...เมื่อกี้เป็นอะไรที่เรียกว่าพวกเค้าสองคนใกล้ชิดกันมากเลยทีเดียว เดเมี่ยนกอดเอวเค้าและอกที่ชนกับหลังของเค้า มันนิ่มแปลกๆนะ...เฮ่ย!!! หยุดคิดเจ้าบ้าเกรสัน นายควรมียางอายบ้าง แล้วฉันจะมานั่งบนกับตัวเองทำไมวะเนี้ย มองถนนๆ!! สติๆ!!


   ระหว่างที่ดิ๊กกำลังทะเลาะกับศีลธรรมและความชั่วร้ายของตัวเองขณะขับรถอยู่นั้น คนที่เป็นต้นเหตุก็ไม่ได้รับรู้อะไร เอาแต่มองวิวรอบๆที่ผ่านไปด้วยความเร็วอย่างใจลอย จนคนที่รับหน้าที่เป็นคนขับรถจำเป็นหยุดรถมอเตอร์ไซค์ของตนลง

   เรียกความสนใจจากคนตัวเล็กให้หยุดเหม่อลอย เดเมี่ยนมองสถานที่ที่ดิ๊กพามา


   เป็นร้านเล็กๆท้ามกลางตึกสูงเสียส่วนใหญ่ บรรยายกาศร้านดูเรียบๆเย็น คือจัดต้นไม้ดอกไม้ค่อนข้างเยอะแต่ก็ไม่ได้รกตาอะไร มีที่นั่งด้านในร้านและนอกร้าน และคงจะเป็นร้านคาเฟ่แมวเท่าที่ดูจากชื่อร้าน…


   ‘ cute-cats cafe ❤ ’


   เดเมี่ยนตาเป็นประกายทันที เธอรักสัตว์มากและสัตว์ที่เธอค่อนข้างชอบมากเลยก็คือแมว ได้มาร้านคาเฟ่แมวแบบนี้มันเป็นสวรรค์บนดินเล็กๆของเธอเลยชัดๆ

   ขณะที่เดเมี่ยนกำลังฟินนาเล่กับบรรยายกาศสบายๆกับแมวที่เห็นตรงกระจกใสอยู่นั้น ก็ถูกคนข้างๆสะกิดหัวขัดอารมณ์เธอ จนความร้อนในร่างก็ไปรวมอยู่ที่ส่วนหัวเกือบทั้งหมด เดเมี่ยนจึงหันขวับไปหาดิ๊กด้วยใบหน้าไม่สบอารมณ์ “ อะไร? เกรสัน ”

   เจ้าบ้าเกรสันส่งยิ้มโง่ๆตอบกลับมา “ ชอบละซี่~ ” เจ้าบ้าเกรสันหัวเราะพร้อมกับขว้ามือของเดเมี่ยนให้เดินตามเข้าร้านไป ส่วนเดเมี่ยนที่ตอนแรกไม่พอใจอยู่แล้วก็ไม่พอใจเข้าไปใหญ่ที่อีกฝ่ายมาแตะเนื้อต้องตัวเธอ แต่ด้วยความอยากเข้าร้านนี้อยู่แล้วหัวเลยเย็นลงหน่อย


   “ ยินดีต้อนรับค่า~ ” เสียงประสานกันของพนักงานตอนรับที่อยู่ใกล้ประตูที่สุดพูดขึ้นพร้อมกัน

เกรสันยิ้มรับตามนิสัยและยังคงจับมือเธอไม่เลิก จะสะบัดก็ยิ่งจับแน่นขึ้นกว่าเดิมจนเธอเริ่มเบื่อเลยหันไปมองดูรอบๆร้านแทน

   บรรยายกาศข้างนอกว่าดีแล้ว ข้างในก็ดูดีไม่แพ้กัน ด้านนอกที่ตกแต่งด้วยโทนสีฟ้าสลับขาวเข้ากับต้นไม้สีเขียวกับดอกไม้หลากสีแล้ว ด้านในก็ตกแต่งด้วยโทนสีเขียวอ่อนสลับข่าว เฟอร์นิเจอร์ที่ใช้เป็นไม้สีน้ำตาลเข็มทำให้เห็นเด่นชัดเมื่อรอบๆตกแต่งด้วยสีเขียวและขาวอ่อน

   ชุดพนักงานก็ดูเรียบง่ายเข้ากับบรรยายกาศดี เป็นเสื้อเชิ้ตสีขาวกางเกงดำสวมผ้ากันเปื้อนสีน้ำตาลขอบดำกันทุกคน

   แต่ที่สำคัญกว่าที่ว่าไปทั้งหมด นั้นก็คือแมวนั้นเอง!! มีแมวหลากหลายสายพันธุ์มากและพวกมันก็ดูเชื่องและก็ชอบเล่นมากๆอีกด้วย


   ขณะที่ดเมี่ยนกำลังคิดอะไรเพลินๆดิ๊กก็จูงมือเดเมี่ยนไปนั่งที่โต๊ะตรงมุมร้านและติดกระจก ตรงนั้นมีแมวประมาณสี่ตัวนอนอยู่ใต้โต๊ะ เดเมี่ยนรีบสะบัดมือดิ๊กออกตอนที่อีกฝ่ายไม่ทันตั้งตัวพร้อมกับเดินไปอุ้มแมวตัวหนึ่งขึ้นมาแล้วก็นั่งลงตรงโต๊ะนั้น

   ดิ๊กที่โดนสะบัดมือแล้วถูกทิ้งไว้กลางทางก็ได้แต่ยิ้มอิจฉาแมวที่อยู่ในอ้อมกอดของเดเมี่ยน

‘ แหน๊ะ! โดนกอดไม่พอมีซุกอกด้วยนะ ’ ดิ๊กคิดแล้วกำมือแน่น

   แมวอีกสามตัวที่นอนอยู่ใต้โต๊ะก็เริ่มตื่นขึ้น แล้วก็กระโดดมาที่เก้าอี้ตัวยาวที่เดเมี่ยนนั่งอยู่ พวกมันเริ่มคลอเคลียเดเมี่ยนจนดิ๊กเริ่มจะอิจฉาพวกมันจริงๆแล้ว


   “ จะสั่งอะไรมั้ย? เดมิ ” เกรสันถามขณะนั่งลงที่นั่งตรงกันข้ามกับเดเมี่ยน พนักงานคนหนึ่งยืนรออยู่ข้างๆโต๊ะด้วยใบหน้ายิ้มๆ

   เดเมี่ยนมองใบเมนูบนโต๊ะ มีแต่ขนมเสียส่วนใหญ่ซึ่งดูจากภาพแล้วอ้วนแน่ๆ อาหารเช้าเธอก็ทานมาแล้วคงจะไม่สั่งอาหารมาทานอีก “ อืมม...งั้นเอา...อืม ขอนมปั่นหนึ่งแก้วละกัน ” ในที่สุดเธอก็เลือกได้ เลยหันมาสนใจแมวน้อยทั้งสี่ตัวที่กำลังร้องเมี๊ยวๆอย่างน่ารักกับเธอดีกว่า

   “ โธ่ เดมิ จะไม่ทานขนมหน่อยหรอ อุตส่าห์ออกมาตั้งไกลเลยน้าาา ” เจ้าบ้าเกรสันร้องเสียงอ่อยแล้วยู่ปาก...โตขนาดนี้แล้วยังทำตัวแบบนี้อีกนะ

   เดเมี่ยนกลอกตาพร้อมกับเอามือลูบหัวแมวที่กำลังซุกอกเธอ “ >TT< งั้นนายสั่งอะไรผมเอาตามนั้นก็ได้ ” เธอพูดอย่างตัดปัญหา

   แล้วอยู่ดีๆแมวที่ซุกอกของเธออยู่ ก็เอาหน้าออกมาแล้วใช้มือนุ่มๆสีชมพูเล็กน่ารักของมันตีหน้าอกของฉันไปมา ดูน่ารักมาก


   ดิ๊กที่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดรู้สึกเหมือนมีอะไรขาดดังขึ้นในสมอง แต่ก็ได้แต่กัดฟันทนจนรอยยิ้มเริ่มเหยเก ‘ ไอ้แมวลามก! มันต้องเป็นตัวผู้แน่ๆ! ’ ดิ๊กร้องในใจอย่างเดือดดาล

   “ เอิ่ม...คุณผู้ชายอีกคนจะสั่งอะไรมั้ยคะ? ” พนักงานสาวถามแล้วยิ้มแห้งๆให้ ดิ๊กจึงรีบหันขวับกลับมายิ้มหล่อใส่ให้ทันที

   “ งั้นผมขอมอคค่ากับเค้กสตรอเบอร์รี่สองที่ครับ ” ดิ๊กว่ายิ้มๆแต่ตาเหล่ไปมองแมวในอ้อมกอดของน้องชายตนด้วยดวงตาที่ลุกเป็นไฟ แมวอีกสามตัวที่ไม่ได้โดนกอดก็ขู่ฟ่อๆใส่ดิ๊ก เดเมี่ยนที่เห็นว่าขู่ใครก็ขำออกมา

   “ ดูเหมือนว่าผมจะเป็นเทวดาแห่งเหล่าสัตว์จริงๆนั้นแหละ ส่วนนายก็คงเป็นสิ่งมีชีวิตที่สัตว์ต่างๆพากันเกลียด ” เดเมี่ยนหัวเราะในลำคอจนดิ๊กรู้สึกหมั่นไส้ พนักงานยังแอบขำจนเธอรีบหนีไปส่งออเดอร์

   “ คร้าบบบบๆ องค์ชายยยยย ” ดิ๊กเบะปากแล้วหันไปจิกตาใส่พวกแมว เดเมี่ยนที่เห็นท่าทางของพี่ชายตนก็ได้แต่ส่ายหัวไปมา คนอะไร โตกว่าแต่นิสัยเด็กมาก พวกแมวก็ยังไม่ได้ไปทำอะไรให้เลย

   “ เดี๋ยวผมจะเอาซ่อมจิ้มตานายถ้ายังไม่เลิกมองพวกมันแบบนั้น ” เดเมี่ยนถือซ่อมทำท่าจะทำอย่างที่ว่าจริงๆ


   แล้วทั้งสองก็ทะเลาะกันไปมาบ้างเป็นพักๆแต่ก็ไม่ได้รบกวนใคร เสียงกระดิ่งประตูดังผ่านหูครั้งแล้วครั้งเล่าไปเรื่อยๆจนผ่านไปสักพักทั้งสองก็เลิกทะเลาะกันแล้วรออาหารมาเสริฟพร้อมกับเล่นพวกแมวไปด้วย แต่ดูเหมือนจะมีแค่เดเมี่ยนที่เป็นฝ่ายเล่นคนเดียวน่ะนะ

   จนอาหารยกมาเสริฟ ก่อนที่ทั้งสองจะหยิบซ่อมจิ้มเค้กทานกันอย่างสงบก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้นพอที่จะเรียกความสนใจจากทั้งสองได้


   “ ไงดิ๊กกี้เบิร์ท ไงไอ้เตี้ย ” ที่มาของเสียงชูนิ้วกลางทักทายทั้งสองอย่างไม่อายผู้คนในร้าน พร้อมกับเดินมาที่โต๊ะทั้งสองเรื่อยๆ ดิ๊กหัวเราะแห้งๆพอเห็นอีกฝ่าย ส่วนเดเมี่ยนก็เบะปากส่งไปให้

   อีกฝ่ายอยู่ในชุดฮู้ดสีแดงกับกางเกงยีนขาดๆของตน มักใส่เป็นชุดปกติยามที่ไม่ได้ใช้ชื่อ ‘เรดฮู้ด’ คนคนนั้นก็คือ ‘เจสัน ทอดด์’ นั้นเองและอีกฝ่ายก็นั่งลงตรงฝั่งของเดเมี่ยน เบียดให้เดเมี่ยนไปนั่งติดกระจกแล้วตนอยู่ด้านนอกแทน


   “ เฮ่! นายกำลังเสียมารยาทนะทอดด์ ” เดเมี่ยนหรี่ตาแล้วทำหน้าไม่พอใจ แต่แขนยังกอดแมวไว้อยู่

   “ พูดยังกับแกมีมารยาทมากเลยอะ ” เจสันมองหน้าเดเมี่ยนแล้วยิ้มเหยียดก่อนจะหันไปเรียกพนักงาน “ คาปูชิโน่แก้วกับบาเก็ตต์ ” พนักงานที่ยังไม่ทันจะเดินมาถึงก็รีบจดออเดอร์ แล้วรีบเดินออกไปทันที

   ดิ๊กมองแล้วก็ได้แต่ส่ายหัวยิ้มแห้งๆให้กับเจสัน เจสันก็คือเจสันละน้า

   “ แล้วววว นายมาทำอะไรที่นี่หรอ? เจย์เบิร์ท ” เกรสันถามเจ้าโง่ทอดด์โดยใช้ซ่อมชี้มาที่อีกฝ่ายด้วย ทอดด์ที่กำลังนั่งรออาหารของตนมาเสริฟด้วยท่าทางเบื่อๆก็ใช้นิ้วเขี่ยๆเล่นกับพวกแมวบางตัวที่หนีจากเดเมี่ยนไปหาเจ้าโง่ทอดด์แล้ว


   “ ก็แค่จะมากินอาหารเช้า ” ทอดด์กล่าวโดยไม่หันหน้าไปมองเกรสัน


   “ อาหารเช้าอะไรตอนเจ็ดโมง ” เดเมี่ยนบ่นอุบพร้อมกับตักเค้กเข้าปาก


   “ ยุ่ง ” เจ้าโง่ทอดด์ขึ้นเสียงเล็กน้อยแล้วเอามือมาขยี้หัวของเดเมี่ยน เธอเลยใช้เล็บจิกมืออีกฝ่ายให้หยุดขยี้ผมของเธอสักที


   “ โอ๊ย! ไว้เล็บทำมะเขืออะไร? คิดว่าตัวเองเป็นแมวหรอ? ” ทอดด์ยอมชักมือกลับแล้วลูบๆมือของตัวเองที่โดนเดเมี่ยนใช้เล็บจิกใส่


   “ ยุ่ง ” ฉันย้อนเจ้าโง่ทอดด์แล้วสะบัดหน้าหันมาสนใจเค้กกับนมปั่นของตัวเองดีกว่า


   “ ฮะฮะฮะฮะฮะ ” อยู่ดีๆเกรสันก็หัวเราะออกมาโดยเหมือนจะพยายามไม่ให้เสียงดังรบกวนใคร  พอดีกับพนักงานที่ยกออเดอร์ของทอดด์มาเสริฟ


   และแล้วพวกเราทั้งสามก็หยุดทะเลาะกันแล้วนั่งทานอาหารกันอย่างสงบ มีคุยเล่นถามสารทุกข์สุกดิบกันบ้างพร้อมกับเล่นพวกแมวไปด้วย ซึ่งเหมือนเกรสันจะไม่ค่อยอยากยุ่งกับพวกมันเท่าไหร่เลยมองดูเดเมี่ยนและทอดด์เล่นกับพวกแมวไปเงียบๆ

   จนพวกเราทานอาหารและคุยกันไปได้ประมาณเกือบสองชั่วโมงก็ลุกออกจากที่ไปจ่ายตังกัน และขณะที่พวกเราจะแยกกันทอดด์ก็เดินมาหาเธอ ส่วนเกรสันก็เดินไปรอที่รถมอเตอร์ไซค์ก่อนแล้ว


   “ อะไร? ” เธอถามทอดด์ออกไป เมื่อคนตัวโตกว่ารั้งเธอไว้


   “ ก็ป่าว...ไม่มีอะไรหรอก แค่กำลังคิดว่าแกโตถึงขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ ” เจสันขมวดคิ้วแล้วเพ่งพินิจมองเดเมี่ยน


   เจสันมักรู้สึกว่าตัวเองมีความสัมพันธ์กับคนตัวเล็กกว่าแตกต่างจากคนอื่นๆ คือเค้าเคยเห็นเดเมี่ยนตอนอีกฝ่ายอายุประมาณ4-5ขวบได้ เด็กผู้ชายตัวเล็กๆตากลมโตสีเขียวดูน่ารักนั่น ควรจะโตมาหล่อมากกว่า ไม่ใช่โตมาฉายแววความสวยสิ

   และจากที่เคยอยู่ด้วยกันกับอีกฝ่ายมาเกือบหนึ่งปี เจสันรู้ได้แน่ชัดว่าอีกฝ่ายเป็นคนมีเสน่ห์ ไม่ใช่หน้าตาอย่างเดียวหรอก เดเมี่ยนมีนิสัยที่มีเสน่ห์และขอบอกว่าตอนอีกฝ่ายยังเด็กๆแม้จะมีโหดไปบ้างแต่ก็ยังน่ารักและใสซื่อแบบเด็กๆ

   จนตอนนี้ก็ยังคงเหมือนเดิม ซึ่งตอนแรกที่เจสันได้พบกับเดเมี่ยนอีกครั้ง เจ้าตัวดูเปลี่ยนไปมากและเค้าเชื่อว่าเป็นเพราะทาเลียที่เปลี่ยนแปลงน้องชายของเค้าไปจนเจสันรู้สึกเกลียดทาเลียขึ้นมาบ้างจริงๆ แต่ต่อมาเจสันเองก็ได้รับรู้ว่าเดเมี่ยนไม่ได้เปลี่ยนไปเลย เดเมี่ยนยังคงเป็นเดเมี่ยน…น้องชายตัวเล็กที่ใสซื่อของเค้า

   และเจสันชอบความสัมพันธ์ระหว่างเค้าและเดเมี่ยนที่แตกต่างจากคนอื่นๆและเค้าจะรักษามันไว้ให้ดีเลยละ

   เดเมี่ยนถอนหายใจออกมาเบาๆ “ ผมก็ต้องโตน่ะสิ ทุกคนต่างก็เปลี่ยนแปลงกันไปหมด ” เธอกอดอก

   ถึงจะบอกไปแบบนั้น เจ้าโง่ทอดด์ก็ไม่ได้เปลี่ยนไปเลย ทอดด์ยังคงเป็นทอดด์อยู่เสมอและเดเมี่ยนรักเจสัน ทอดด์ พี่ชายของเธอ(แต่เธอจะไม่พูดมันออกไปหรอก)

   เจสันเป็นคนจากโลกภายนอกคนแรกที่เธอรู้จักและเค้าก็ทิ้งเธอไป นั้นเป็นอีกเหตุผลที่เธอไม่ค่อยอยากคุยดีๆกับอีกฝ่าย ไม่ใช่เพราะโกรธแค่เธอเสียใจก็เท่านั้นเอง

   “ แต่บางคนที่ไม่ได้เปลี่ยนไปเลยก็มีนะ ” ทอดด์ลูบหัวของเธอแล้วเดินไปที่มอเตอร์ไซค์ของตัวเอง และก่อนที่อีกฝ่ายจะขับรถจากไปก็หันมายกยิ้มแบบที่เจ้าตัวชอบทำมาให้เธอก่อนจะขี่มอเตอร์ไซค์จากไป


   เดเมี่ยนรู้สึกว่าตัวเองหน้าแดงเพราะความเขินอาย ก่อนจะหันหลังเดินไปหาเกรสันที่นั่งรอเธออยู่


   “ ลิตเติ้ลดี อยากไปที่ไหนอีกมั้ย? ” เกรสันถามพร้อมกับโยนหมวกกันน๊อคมาให้เธอ


   “ ไม่ล่ะ กลับบ้านกันเถอะ อีกประมาณสามชั่วโมงแขกก็จะมาหาผมแล้ว ถ้าไม่อยู่คงเสียมารยาทน่าดู ” เดเมี่ยนพูดด้วยท่าทีที่ไม่จริงจังเท่าไหร่ ก่อนจะขึ้นไปซ้อนท้ายของเจ้าของรถมอเตอร์ไซค์   

   “ ว้าาา เสียดายจัง...ว่าแต่ว่า ใครหรอที่จะมาหานายน่ะ? ” เกรสันถามฉันขณะเริ่มสตาร์ทรถมอเตอร์ไซค์

   “ ก็แค่ผู้ชายบ้าๆคนนึงน่ะ ” เดเมี่ยนพูดออกมาเบาๆ เกรสันที่เหมือนจะแอบบสงสัยแต่ก็ต้องทำหน้าที่คนขับรถที่ดีต่อไปเลยไม่ถามอะไรเธอให้มากความ


   แล้วทั้งสองคนก็กลับคฤหาสน์กันอย่างสงบ






















   เสียงรถมอเตอร์ไซค์ดังมาหยุดอยู่ที่หน้าคฤหาสน์ตระกูลเวย์น ร่างสองร่างที่นั่งค่อมรถอยู่ถอดหมวกกันน็อคออกแล้วลงมาจากยานพาหนะอันเล็กนั่น

   “ เกรสันไม่กลับไปที่บลัดเฮฟเว่นหรอ? ” เดเมี่ยนเอ่ยปากถามเกรสันหลังลงมาจากรถมอเตอร์ไซค์แล้ว

   “ ก็กะว่าจะกลับแหละแต่อยากอยู่ดูว่าใครมาหาน้องชายของฉันกันน้าาา ก็แค่นั้นเองงง ” เกรสันลากเสียงยาวอย่างยี้ยวนกวนประสาท เดเมี่ยนได้แต่เบะปากนิดๆแล้วมองบนหน่อยๆ


   “ >TT< ไม่ใช่เรื่องของนาย เกรสัน กลับไปเลยไป ” เดเมี่ยนโบกมือไล่เกรสัน คนที่จะมาหาเธอเป็นคนที่ไม่อยากให้ครอบครัวรู้จักเท่าไหร่หรอก...ไม่งั้นเธอคงต้องปวดหัวแน่ๆ


   “ อะไรกันลิตเติ้ลดี~ พี่ชายแค่อยากรู้เองนะ นี่ห่วงนะเนี้ย ” เกรสันยู่ปากทำหน้าอ้อนๆ ซึ่งเดเมี่ยนไม่หลงกลง่ายๆหรอก เลยยกมือตีเข้าไปหนึ่งที จนไปๆมาๆก็ฟาดมือใส่หลังรัวๆ


   “ โอ๊ยยยยๆ โอ๊ยๆๆๆๆ โอ๊ย! โอ๊ย! ” เกรสันเริ่มโอดครวญแต่เธอไม่ยอมหยุดตีหรอกนะ “ กลับไปเลยนะ! เจ้าบ้าเกรสัน ” เดเมี่ยนหยุดตีแล้วใช้นิ้วชี้ออกไปนอกคฤหาสน์ เกรสันทำสายตาลูกหมาอีกครั้งเธอจึงฟาดไปที่หลังอีกรอบ และคนอย่างเดเมี่ยนไม่เคยออมแรงหรอกนะ


   “ โอ๊ย! ลิตเติ้ลดี! ” เกรสันร้อง


   “ เกรสัน!! ” เดเมี่ยนร้องกลับ และมือยังคงชี้ไปที่ประตูคฤหาสน์


   “ ลิตเติ้ลดี!!! ” เกรสันร้องดังขึ้น


   “ เกรสัน!!!! ” เดเมี่ยนร้องดังขึ้นตามและมือที่ชี้ออกนอกประตูเริ่มกำแน่นทั้งสองข้าง


   “ อะแฮ่ม...พวกท่านทั้งสองควรจะรู้ไว้ว่าไม่ควรส่งเสียงดังแม้จะอยู่หน้าบ้านของพวกท่านเองก็ตามนะครับ มาสเตอร์ดิ๊กและนายน้อยเดเมี่ยน ” เหมือนเสียงประกาศิต ทั้งเกรสันและตัวเธอเองหยุดขึ้นเสียงใส่กัน

   เสียงที่ดูมีอายุแต่นุ่มนวลและสุภาพพร้อมกับสำเนียงอังกฤษจ๋าของเค้า จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก‘ อัลเฟรด เพ็นนิเวิร์ท ’ พ่อบ้านสุดแกร่งของพวกเรานั่นเอง

   แต่จะว่าไป เดเมี่ยนไม่ได้ยินเสียงเปิดประตูเลยทั้งๆที่เพ็นนิเวิร์ทก็ยืนอยู่หน้าประตูและประตูก็แง้มออกแสดงให้เห็นชัดเจนว่าอีกฝ่ายเดินออกมาจากประตู จะว่าเธอทะเลาะกับดิ๊กเสียงดังก็ไม่ใช่ ยังไงเธอก็ต้องได้ยินอยู่แล้ว…

   โอเค เพ็นนิเวิร์ทเค้าเก่งจริงๆ เดเมี่ยนไม่ขอเถียง


   “ แฮะๆ โอเค อัลฟรี่ ” เกรสันทำมือโอเค เดเมี่ยนเหล่ตามองอีกฝ่ายที่ยังคงไม่เดินไปไหนสักที

  “ ได้เพ็นนิเวิร์ท...และเกรสัน ผมจะไม่พูดซ้ำนะ ” เดเมี่ยนกอดอกแล้วขมวดคิ้วใส่อีกคนที่ยืนอยู่ข้างๆตน

   “ โอเคๆ ไปก็ได้ ” เกรสันยกมือยอมแพ้ก่อนจะกล่าวลาเพ็นนิเวิร์ทพอเป็นพิธีแล้วก็ขึ้นค่อมรถมอเตอร์ไซค์ขับจากไป เดเมี่ยนที่ยืนมองจนคนอีกคนขับออกนอกคฤหาสน์ไปแล้วก๋ถอนหายใจหน่อยๆ

   จะอยากเห็นหน้าค่าตาอะไรกับคนที่อยากจะมาเจอเธอกัน นี่แค่อยากทักทายหรืออยากรู้อยากเห็นกันแน่


   “ นายน้อยเดเมี่ยนครับ... ” เดเมี่ยนรู้สึกได้ถึงสัมผัสที่แตะไหล่ของตนจึงหันไปมองที่มาของคนที่แตะไหล่ของเธอ

   “ ... ” เดเมี่ยนมองเพ็นนิเวิร์ทด้วยสีหน้าสงสัยหน่อยๆเชิงบอกว่า มีอะไรจะบอกเค้าอย่างงั้นหรอ


   “ เหมือนว่า...แขกที่นัดนายน้อยเดเมี่ยนไว้ตอนเที่ยงจะมาก่อนเวลามากเลยล่ะครับ ” เพ็นนิเวิร์ทกล่าวด้วยท่าทางนิ่งๆแต่เน้นเสียงหนักตรงคำว่า‘มาก’ แสดงให้เห็นว่าเจ้าตัวไม่ค่อยจะพอใจกับความเสียมารยาทนี้


   “ เฮ่อ...จริงๆเลยนะ ” เธอถอนหายใจแล้วหลับตาลง เจ้าบ้าอีกคนนี่ก็ทำเธอประสาทเสียได้ตลอด


   “ เอาเป็นว่า ถ้านายน้อยเดเมี่ยนพร้อมที่จะพบแขกที่มาก่อนเวลา ก็เชิญไปพบได้เลยครับ แขกรออยู่ที่ห้องรับแขกแล้ว ” เพ็นนิเวิร์ทเดินไปเปิดประตูคฤหาสน์แล้วผายมือเข้าไปด้านใน

   “ อืม...ผมพร้อมแล้ว ” เดเมี่ยนเดินตามเข้าไปในตัวคฤหาสน์ เพ็นนิเวิร์ทจึงปิดประตูอย่างเบามือ “ จะรับอะไรมั้ยครับ? นายน้อยเดเมี่ยน ” เพ็นนิเวิร์ทถามขึ้นมาหลังจากปิดประตูไปไม่นาน


   “ ไม่ละ... ” เธอตอบสั้นๆส่งกลับไปแล้วเดินตรงไปที่ห้องรับแขก แต่ก่อนที่จะไปไกลกว่านี้ก็หันกลับมาหาบลัดเล่อร์ประจำบ้าน “ ถ้าผมอารมณ์เสียนิดหน่อยไม่ต้องห้ามผมนะ เพ็นนิเวิร์ท ” เดเมี่ยนว่าอย่างไม่จริงจังแล้วเดินไปจุดหมายที่ต้องการโดยไม่หันหลังกลับมาอีก


   “ ...เตรียมช่างซ่อมตอนนี้เลยดีมั้ยนะ…... ” อัลเฟรดพึมพัมกับตัวเองตามลำพังหลังจากมองนายน้อยของตนเดินไปสุดส้ายตา ก่อนจะส่ายหัวไปมาแล้วเดินเข้าห้องครัวไป













   เดเมี่ยนมาหยุดยืนอยู่หน้าประตูไม้สีเข้มเรียบๆที่ไม่มีอะไรมาก ด้านหลังประตูนี้ไปคือห้องรับแขกและแขกของเธอกำลังรออยู่ด้านใน…

   บุคคลผู้น่ารำคาญและโง่เง่าที่ชอบทำให้เธอปวดหัว แต่อีกฝ่ายก็เป็นคนที่เดเมี่ยนเองสามารถคุยด้วยได้ในหลายๆครั้งไม่ว่าจะตั้งแต่เด็กๆจนเธออายุ13แล้วก็ตาม แต่ความน่ารำคาญก็คือความน่ารำคาญ เธอไม่อยากจะเจออีกฝ่ายบ่อยนักตั้งแต่เขาปาไฟใส่เธอไปในครั้งนั้น


   คิดแล้วก็หงุดหงิดขึ้นมา ถ้าเจ้าบ้านั้นมาในเรื่องไม่เป็นเรื่องเดเมี่ยนคงได้ต่อยกลับไปเหมือนครั้งนั้นแน่ๆ

   เดเมี่ยนมองซ้ายแลขวา ตอนนี้ท่านพ่อไม่อยู่ เจ้าบ้าเกรสันก็กลับไปแล้ว อัลเฟรดก็น่าจะอยู่ในห้องครัว ซึ่งแปลว่าเดเมี่ยนจะสามารถคุยกับเจ้าบ้าข้างในได้โดยไม่ถูกกขัดจังหวะหรือรบกวน

   คิดได้ดังนั้นแล้วเธอก็หายใจอย่างควบคุมอารมณ์แล้วผลักประตูเข้าไปอย่างเบามือ...

   

   แอ๊ดดด~


   ปึ่ง...


   เดเมี่ยนปิดประตูอย่างเบามือแล้วมองรอบๆห้องรับแขก เธอไม่เห็นใครอยู่ในห้องเลย เดเมี่ยนจึงเดินไปยืนอยู่กลางห้องใกล้ๆโซฟาแล้วเริ่มกอดอกขมวดคิ้วแน่น

   “ นายจะออกมาดีๆหรือจะอยากเจ็บตัวก่อน? ” เดเมี่ยนกระทืบเท้าแรงๆแล้วกวาดสายตามองรอบๆห้อง ยังไม่เห็นใครเดินออกมา

   “ หนึ่ง... ” เดเมี่ยนเอ่ยเสียงเบาแล้วเริ่มตั้งท่าจะสู้ใครสักคน จนเธอได้ยินเสียงของหล่นบนพื้นดัง

   ตุบ!


   เธอหันไปมอง


   เงาดำนั่งอยู่บนพื้นในที่ที่แสงไปไม่ถึง เงานั้นยกมือขึ้นทำท่าเหมือนยอมแพ้อะไรสักอย่าง “ เฮ่ๆ ใจเย็น แกล้งนิดแกล้งหน่อยไม่ได้เลยนะ ” เสียงนั้นว่าอย่างเล่นๆไม่จริงจังก่อนจะเดินออกมาสู่แสงแดดที่ส่องผ่านเข้ามาในห้องรับแขกนี้

   “ ถ้ายังทำตัวน่ารำคาญแบบนี้อีกฉันจะต่อยนายเหมือนครั้งนั้น ” เดเมี่ยนกอดอก แล้วมองคนสูงกว่าตนค่อนข้างมากไปหน่อยด้วยสายตาไม่พอใจยิ่งกว่าเดิม ทำไมเธอไม่เจอใครเตี้ยกว่าเธอเลยสักคนนะ เดเมี่ยนคิดจนเส้นเลือดขึ้นหน้า


   คนสูงกว่าที่ยืนอยู่ตรงข้ามเดเมี่ยนเดินเข้ามาใกล้ๆเธอแล้วเท้าเอว ยกยิ้มมุมปากแบบที่เจ้าตัวชอบทำ “ เป็นผู้หญิงทั้งทีทำตัวน่ารักหน่อยไม่ได้รึไง? ” คนสูงกว่าและแก่กว่าจับผมบริเวณใกล้ๆหูของเดเมี่ยนแล้วใช้นิ้วหมุนมันไปมา

   คนโดนคุกคามกลอกตาแล้วปัดมือของคนตรงหน้าออกอย่างอารมณ์เสีย “ อย่ามาแตะ! ” เดเมี่ยนพูดแล้วเดินไปทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาสีแดง คนสูงกว่าทำเพียงแค่ยักไหล่แล้วเดินมานั่งฝั่งตรงข้ามแทน


   พอต่างฝ่ายต่างนั่งลงกันแล้วก็ไม่มีบทสนทนาเกิดขึ้นอีกเลยจนเกิดความเงียบขึ้นภายในห้อง เดเมี่ยนนั่งมองไปทางหน้าต่าง

   ส่วนแขกของเธอแค่ยิ้มยี่ยวนส่งมาให้อยู่ตลอดเวลาจนเดเมี่ยนเริ่มไม่พอใจ อีกคนกำลังทำเธอเสียเวลาชีวิตอยู่ชัดๆ


   “ ซุเรน... ” เดเมี่ยนเผยอปากขึ้นพูดชื่ออีกคนเสียงเบาด้วยเสียงของตัวเธอเองจริงๆพร้อมกับหันหน้ามามองอีกคนที่นั่งยิ้มให้เธออยู่ จนเดเมี่ยนอยากหยิบมีดเปิดจดหมายแทงปากอีกคนขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้

   “ อะไรครับ? ท่านหญิง?... ” คนที่นั่งโซฟาตรงข้ามยกยิ้มมุมปากขึ้นมา มือเท้าคางยื่นหน้าออกมาเล็กน้อย ‘ซุเรน ดรากา’ กำลังกวนประสาทเธอ


   “ จะทำฉันเสียเวลาไปถึงเมื่อไหร่กัน? อยากโดนต่อยรึไง? ” เดเมี่ยนถามอย่างไม่สบอารมณ์แล้วมองสำรวจอีกฝ่าย

   ซุเรนที่เธอเจอในตอนนั้น ตอนที่เธอจัดการเรื่องต่างๆในอดีตที่เธอเคยก่อไว้จนได้พบกับโกไลแอทอีกครั้ง

   ซุเรนในตอนนั้นไว้ผมยาวรกปิดใบหน้าผมยาวเลยบ่าไปหน่อยแล้ว กับคอบตาดำเหมือนคนไม่ได้นอน เล็บที่ไว้ยาวทำให้อีกฝ่ายดูขี้โรคอย่างแปลกๆ เอาง่ายๆคือสภาพตอนนั้นผีเน่ามาก

   แต่ตอนนี้ซุเรนค่อนข้างเปลี่ยนไปมากอยู่เหมือนกัน ผมตัดสั้นขึ้นมัดด้วยหนังยางเป็นหางม้าแต่ยังคงไว้ยาวระบ่าแบบที่เจ้าตัวชอบถ้ากะจากสายตา คอบตาก็ไม่ได้ดำเหมือนเมื่อก่อนแล้วและผิวเหมือนจะสีแทนขึ้นมากด้วยเหมือนกัน

   และสิ่งที่ไม่เคยเปลี่ยนไปเลยคือดวงตาสีเขียวที่เหมือนกับเดเมี่ยน ดวงตาของเราเหมือนกันรวมไปถึงแววตาของซุเรนที่เปลี่ยนไปจนเหมือนกับเดเมี่ยน

   เมื่อก่อนแววตาของซุเรนเย็นชาไม่ต่างจากเธอขัดกับนิสัยกวนประสาทของอีกฝ่ายมาก แต่ตอนนี้แววตาของอีกฝ่ายดูเข้ากันมากขึ้นกับนิสัยแล้ว


   “ ฉันว่าฉันไม่อยากโดนต่อยนะ ” ซุเรนยิ้มอย่างยี่ยวนกวนประสาท


   “ ก็พูดธุระของนายสักทีสิ ” เดเมี่ยนกอดอก ทำหน้าไม่พอใจ


   “ ฉันแค่อยากเจอเธอเองนะน้องสาว เธอเปลี่ยนไปมากจะตายไป ” ซุเรนว่าท่าทางสบายๆและมองเธออย่างสำรวจ


   “ หึ! ” เดเมี่ยนส่งเสียงอย่างประชดตอบกลับไป คนอย่างซุเรนน่ะหรอจะไม่มีเจตนาอย่างอื่นอีก ยิ่งไปอยู่ใต้บังคับบัญชาของท่านแม่…หมายถึง ทาเลีย อัล-กูล แล้วเธอยิ่งไม่ค่อยไว้ใจแม้อีกฝ่ายไม่คิดจะทำร้ายเธอก็ตาม

   “ ไม่ต้องมาปากหวาน ยังไงฉันก็จะต่อยนายอยู่ดี ” เธอเริ่มหักนิ้วดังกร๊อบแกร๊บ “ ถ้ายังไม่บอกเจตนาของนายสักที ” เดเมี่ยนหรี่ตาลง เธอเกลียดการทำอะไรเสียเวลา


   “ โอเคๆ ยอมแล้วๆ ฉันจะเข้าเรื่องจริงๆละ ” ซุเรนยกมือยอมแพ้


   “ ... ” เดเมี่ยนยืนกอดอกจ้องคนแก่กว่าด้วยสายตาไม่สบอารมณ์ใส่


   “ คือ เรื่องมันเป็นแบบนี้นะเดเมี่ยน ฉัน...เอ่ม เริ่ม...ออกห่างจากสมาพันธ์นักฆ่ามา...แล้ว….น่ะ... ” ซุเรนเอามือลูบท้ายทอยจนไปๆมาๆจะขยี้ผมของตัวเองแล้ว สายตาไม่จับจ้องที่คู่สนทนา ริมฝีปากเม้มแน่น ท่าทางน่าตลกในสายตาเดเมี่ยน

   เดเมี่ยนยกยิ้มมุกปาก นั้นดูเซ็กซี่นิดๆในสายตาของซุเรนยามสายตาเผลอหันมาเห็นพอดีและนั้นก็ทำให้ซุเรนเผลอมองเดเมี่ยนนานจนเหมือนสติหล่นหายไป จนมันกลับมาด้วยฝีมือของเดเมี่ยนที่ยื้นหน้าเข้ามาใกล้แล้วดีดนิ้วดังข้างๆหูของคนอายุเยอะกว่า...เดินมาตอนไหนกันเนี้ย!

   “ นายดูเหม่อๆและไม่ฟังฉัน เป็นอะไร เมาออกซิเจนรึไง? ” เดเมี่ยนเลิกคิ้วแล้วขยับตัวออกมาเพื่อเว้นระยะห่างกับฝ่ายตรงข้าม

   “ เปล่า...แล้วเธอจะพูดว่าอะไรนะ? ” ซุเรนมองดวงตาสีมรกตของเดเมี่ยนเหมือนถูกมนต์สะกดด้วยท่าทางประม่านิดๆ เพราะเค้ากำลังคิดว่าอาจจะถูกเดเมี่ยนชกให้เหมือนครั้งที่แล้วข้อหาไม่ฟังเจ้าตัว

   “ ฉันถามนายว่า อะไรทำให้นายออกมา และฉันควรจะเชื่อนายด้วยหรอ? ” เดเมี่ยนเท้าเอวแล้วขมวดคิ้วมองซุเรน เธอรู้จักซุเรนดี เขาไม่ใช่คนไม่ดีอะไรแค่น่ารำคาญไปหน่อยก็เท่านั้นเอง แต่นั่นก็ไม่ใช่เรื่องที่เธอควรจะวางใจ


   “ เหตุผลก็...ก็คงเหมือนเธอ เบื่อกับการฆ่าและอะไรหลายๆอย่าง ส่วนเรื่องเชื่อไม่เชื่อฉันพิสูจน์ให้เธอไม่ได้แหะ ” ซุเรนแบมือแสดงความจำนงให้กับน้องสาวของตน

   “ ... ” เดเมี่ยนขมวดคิ้วมองอีกคนในห้อง ไม่มีอะไรเชื่อถือได้เลยสักนิด “ เฮ่อ ” เธอถอนหายใจ ซุเรนก็คือซุเรน น่ารำคาญไม่เคยเปลี่ยนจนเธอคร้านจะสนใจแล้ว “ อยากทำอะไรก็ทำ แค่อย่ามายุ่งวุ่นวายกับคนในบ้านฉันก็พอ และไม่สร้างความวุ่นวายอีกด้วยล่ะ ” เธอชี้หน้าซุเรน


   “ คร้าบบบบ คุณหนู ” ซุเรนหยิบมือของเดเมี่ยนที่ชี้หน้าตนอยู่เมื่อกี้มาจูบบนหลังมือ เดเมี่ยนชักมือออกทันที


   “ และห้ามบอกใครเรื่องฉันเป็นผู้หญิงล่ะ ไม่ว่าใครก็ตาม ” เดเมี่ยนยกมือลูบมือข้างที่ถูกจูบพร้อมกับแก้มที่แดงนิดๆ


   “ พูดถึงใครๆ…” ซุเรนทำหน้านึก “อา ใช่ๆ มาย่าฝากความคิดถึงมาถึงเธอด้วย ”


   “ ห๊ะ? มาย่า นายจะเจอเธอได้ยังไง เธอน่าจะไปพักอยู่ที่ไกลเมืองนิหน่า ” เดเมี่ยนขมวดคิ้ว ไม่ใช่เธอหงุดหงิดอะไร ออกจะแอบดีใจนิดๆที่ซุเรนพูดถึงมาย่า ก็มาย่าเป็นเพื่อนผู้หญิงคนแรกและคนที่รู้ความลับของเธอเพียงคนเดียวนิหน่า แต่ที่หงุดหงิดน่ะคือ เจ้าโง่ซุเรนไปเจอกับมาย่าได้ยังไงต่างหาก


   “ ฮะฮะ ก็พอดีฉันไปเจอมาย่าเข้าตอนเดินเข้าเมือง...เจ็บตัวนิดหน่อยและนานกว่าจะยอมฟังฉันพูด…” ซุเรนถอนหายใจ เดเมี่ยนยิ้มขำใส่ “ ฉันก็คุยกับมาย่าสักพัก เธอก็เลยฝากบอกมาว่า ‘เธออยากเข้าเมืองมาทำธุระไม่ก็ซื้อของอะไรนิดหน่อยบวกกับอยากเจอเธอด้วยไงล่ะ เดเมี่ยน’ ”


   “ เจอฉัน? ” เดเมี่ยนทำหน้าสงสัย

   “ ใช่ บอกว่าจะมาหาเองเลยด้วยน่ะ และให้เธอรออยู่ที่นี้อย่าพึงไปไหนด้วย ” ซุเรนยักไหล่


   “ จะพาไปไหนอีกละ ” วันนี้ทั้งวันก็ถูกลากไปนู้นไปนี้ ถึงจะแอบดีใจอยู่ลึกๆที่มาย่าจะมา การมีเพื่อนสาวที่รู้ตัวตนของเธอจริงๆทำให้เธอหายเครียดได้มาก แต่พาไปไหนนี่สิ ที่เธอสงสัยน่ะ


   “ ไม่รู้สิ มาย่าบอกว่าให้ฉันหยุดถามได้แล้วก็เลยไม่ถามต่อน่ะ ” ซุเรนผายมือออก เดเมี่ยนเลิกคิ้วมอง


   “ อาหะ เข้าใจแล้ว...และเมื่อไหร่นายจะไปสักทีละ? ” เดเมี่ยนกอดอกมองคนที่หยิบขนมบนโต๊ะขึ้นมากินท่าทางสบายใจคนนั้น ตอนนี้เท้าของเดเมี่ยนสั่นยุกยิก


   “ เจ๊แกบอกว่าให้ฉันอยู่ด้วย...คงจะใช้งานฉันแน่ๆ ไม่ต้องสงสัย ” ซุเรนยักไหล่แล้วถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยๆ


    ซึ่งเธอต่างหากที่ควรเหนื่อยน่ะ…


    เดเมี่ยนตบหน้าผากตัวเองดัง ‘ แป๊ะ ’ แล้วเดินไปนั่งที่โซฟาอีกตัว

    

























----------------------------------------------------------------------------------------------------------------


♥♥ มุมเม้ามอย ♥♥


กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด แต่งพาร์ท2เสร็จแล้ว เย่ๆๆๆ!!! ที่นานเพราะตอนนี้รร.ไรท์เข้าช่วงกิจกรรม(ซึ่งมันชอบมาพร้อมกับงาน)และก็ไม่สบายค่ะ ซึ่งตอนนี้ได้ผ่านพ้นมาได้ด้วยดีแล้วล่ะค่ะ


ตอนแรกกะว่าจะวาดแฟนอาร์ตเองเหมือนครั้งก่อน(ภาพจากตอนที่แล้วเอามาจากในคอมิกส์เมื่อนานมาแล้ว) แต่ด้วยความที่ปล่อยยาวมานานเกินไป ไม่อยากให้รีดเดอร์รอนานจริงๆค่ะ เลยมาลงไว้ก่อน ถ้าภาพเสร็จจะเอามาลงทีหลังนะคะ ^^


และคนอื่นๆมีอะไรอยากจะเม้ากับตอนนี้มั้ยคะ? ไรท์สายเม้าค่ะอยากรู้ว่าทุกคนคิดยังไง ติได้ชมได้


**ใครพอรู้ประวัติทิมรีเบิร์ทบ้างมั้ยคะ? คือตกลงน้องหายไปยังไงกลับมายังไงอะค่ะ อ่านคอมิกส์ไม่ค่อยเข้าใจ(ไม่เก่งอิง)**

**เคยบอกไปยังอะอันนี้ คือช่วงที่แต่งอยู่นี้นะคะ เป็นช่วงที่เมี่ยนตั้งทีมTeem Titansมาได้สักพักแล้วค่ะ เริ่มๆสนิทกับคนในทีม**




  neko.


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 16 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

11 ความคิดเห็น

  1. #10 wandeepp22 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 16 มกราคม 2562 / 21:54

    โหยย เรามาอ่านช้าไปรึป่าว????????

    แต่ชอบนะคะสนุกดี คืออยากรู้ว่าน้องเมี่ยนตกลงเป็นชายหรือหญิงคะ สับสนมากค่ะ คือตอนน้องพูดแทนตัวว่าผม แต่ตอนน้องบรรยายมันเป็นฉัน คืองงค่ะ แต่ฟินมาก//แอบเชียร์พี่ดิ้กอยู่

    #10
    0
  2. #8 Baitoey_HB (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 20 มกราคม 2561 / 00:44
    พึ่งอ่านเสร็จวันนี้...กรี๊ดดด ตอนนี้น่ารักมากเลยค่ะ>♡<
    ขำพี่ดิ๊ก แม้กับแมวยังอิจฉา...
    ชอบเจสันนะมาแบบแบดๆทำคะแนนนิดหน่อยแล้วก็ไป(?) ปล.น้องเอ๊งเป็นผญไงเจย์
    ซูเรนก้เหมือนกันไปแต๊งอั๊งเค้า555 อยากเจอมาย่าเร็วๆจังเลยค่ะ อยากเห็นเพื่อนสาวเจอกัน*₩* //รอติดตามตอนต่อไปอยู่นะคะ สู้ๆค่า เป็นกำลังใจให้นร้าา
    #8
    1
    • #8-1 nekoStudio(จากตอนที่ 2)
      27 มกราคม 2561 / 18:50
      ขอบคุณมากๆเลยนะคะที่ติดตามอยู่ *ไรท์เข้าสู่กิจกรรมสอบ(และงานเยอะ)อีกแล้ว*
      #8-1
  3. #7 ..-+iiau..-+ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 4 มกราคม 2561 / 23:21
    ตอนนี้ยาวมาก มาครบเลยขาดทิมไปคนเดียว
    ดิ๊กคะ อย่าอิจฉาน้องเหมียวเลยค่ะ เป็นพี่ชายก็ได้คุยกับน้องไงเนอะ
    ทอร์ด น้องแกเป็นผู้หญิงงงง (อยากให้รู้ความจริงจังว่ารีแอคชันตอนนั้นจะเป็นยังไง) 
    ซูเรนก็มา น่อว ซูเรน คิดถึงนาง!!! 


    เป็นกำลังใจให้นะคะ
    #7
    1
    • #7-1 nekoStudio(จากตอนที่ 2)
      6 มกราคม 2561 / 20:58
      ทิมมี่ผู้ไม่มีบทหลายครั้ง 555555 //นี่ก็สงสารอยู่แต่มันยังแค่ไม่ถึงเวลา~

      รอดูรีแอคชันคนอื่นๆได้เลยค่ะ เพราะก็คิดไว้แล้วว่าจะไม่ให้เมี่ยนปกปิดตัวตนนานๆ

      ซุเรนต้องมาค่ะ DCลืมนางเราไม่ลืมมมมมมมมม


      *ขอบคุณค่าาา*
      #7-1
  4. #5 Yodtarn (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2560 / 21:59
    อ่านยาวสขใจมากกก ซุเรนนี้โดนใช้ไปถือของช๊อปปิ้งแน่นอน55555
    #5
    1
    • #5-1 nekoStudio(จากตอนที่ 2)
      27 ธันวาคม 2560 / 16:52
      ดีใจที่ได้อ่านกันแบบยาวๆนะคะ

      //ไม่ค่ะๆ...ไม่เหลือค่ะ โดนแน่นอน 555555555//
      #5-1
  5. #4 mintpoor (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2560 / 16:57
    รออ่านอยุ่นะ
    สู้ๆ
    #4
    1
    • #4-1 nekoStudio(จากตอนที่ 2)
      25 ธันวาคม 2560 / 17:21
      ขอบคุณนะคะ ^^ >3<
      #4-1