รักฉบับร้าย (สนพ.พิมพ์คำ)

ตอนที่ 13 : บทที่ ๓ : พิสูจน์ความบริสุทธิ์ (๑)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,368
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 109 ครั้ง
    2 ส.ค. 62

 


บทที่ ๓ พิสูจน์ความบริสุทธิ์ (๑)

โรงพยาบาลเป็นสถานที่ที่เขาเกลียดที่สุด แต่ทั้งๆ ที่เขาเกลียดมันที่สุด เขากลับต้องมาวนเวียนอยู่กับมันตลอดหลายปี มันก็เหมือนกับหลายๆ สิ่งในชีวิตของเขานั่นละ ทั้งๆ ที่เกลียดจนเข้ากระดูกดำ แต่เพื่อปกป้องสิ่งที่เขารักคนที่เขารัก เขาจึงต้องฝืนใจอยู่ใกล้สิ่งที่เขาเกลียด คนที่เขาเกลียดอยู่ตลอดเวลา เขาไม่สามารถตัดสิ่งเหล่านั้นออกจากวงจรชีวิตได้เลย

น่าขยะแขยงสิ้นดี ตัวเขาคนนี้น่ะ!

ชายหนุ่มขบกรามแน่นจนเป็นสันนูน ก้มลงมองฝ่ามือของตัวเองด้วยความรู้สึกสิ้นหวังและเกลียดชัง

เขาคือหน่อเนื้อเชื้อไขของความเลวทรามความเลวทรามที่แม้แต่นรกก็ยังขยาดไม่ต้อนรับ!

คนตัวโตนั่งนิ่งจมอยู่ในภวังค์ความทุกข์ของตัวเองเนิ่นนาน จนกระทั่งบานประตูในห้องเปิดออก นายแพทย์สูงวัยสวมเสื้อกาวน์ขาวสะอาดคนหนึ่งเดินเข้ามา เมื่อเห็นว่าใครนั่งรออยู่ เขาก็เลิกคิ้วอย่างมีคำถาม

“อ้าว คุณภีม สวัสดีครับ มีอะไรให้ผมรับใช้หรือเปล่า”

 “ผมมีเรื่องจะคุยกับหมอ”

พอได้ยินว่าอีกฝ่ายมีเรื่องจะคุยด้วย นายแพทย์ก็เดาหัวข้อสนทนานั้นได้อย่างไม่ยาก เพราะนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่พวกเขาถกเถียงกันเรื่องนี้ ภัสสรมารดาของภีม นอนป่วยไม่รู้สึกตัวมาสักพักแล้ว ภีมแวะมาหามารดาบ่อยครั้ง ทุกครั้งที่แวะมาก็จะมาถามเขาเรื่องวิธีการในการรักษามารดาที่ดีกว่านี้เสมอ ไม่เกี่ยงหากว่าต้องเสียเงินเสียทองไปมากเท่าไร ขอแค่มารดาฟื้นขึ้นมา

“เรื่องคุณแม่ของคุณใช่ไหมครับ” นายแพทย์หยั่งเชิง และเมื่อเห็นอีกฝ่ายพยักหน้า เขาก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่  “เราคุยกันเรื่องนี้กันหลายครั้งแล้วนี่ครับ อาการของคุณแม่คุณจะทรงตัวแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ ไม่มีวิธีการรักษาอื่นที่ดีกว่านี้ เราทำทุกอย่างที่เราสามารถทำได้ไปหมดแล้ว ผมเข้าใจความรู้สึกของคุณนะ แต่ตอนนี้เราทำอะไรไม่ได้ ทำได้แค่รอปาฏิหาริย์”

รอปาฏิหาริย์คำๆ นี้ก็เป็นอีกหนึ่งคำที่เขาเกลียดมันนัก หลายเดือนที่ผ่านมาเขายังรอมาไม่พออีกหรืออย่างไร

“รอปาฏิหาริย์เป็นคำอ้างสวยหรูของการปัดความรับผิดชอบ คนเป็นหมอควรพูดแบบนี้กับญาติคนไข้หรือ!

“ใจเย็นๆ ก่อนนะครับ” นายแพทย์พูดด้วยน้ำเสียงเบาลง แววตาที่เริ่มปะทุเดือดของภีมเป็นสิ่งที่เขาไม่อยากจะมองเลย ต่อให้เคยเห็นมาหลายครั้งแล้ว แต่ก็ยังทำใจให้ชินไม่ได้เสียที ผู้ชายคนนี้น่ากลัวมากจริงๆ “มันไม่ได้เป็นอย่างที่คุณเข้าใจ ผมไม่ได้จะปัดความรับผิดชอบอะไรทั้งนั้น ในฐานะแพทย์ผมทำหน้าที่รักษาคนไข้อย่างเต็มที่และดีที่สุดเสมอ แต่สำหรับเคสของคุณแม่คุณ...”

“ผมทราบแล้ว มันไม่ใช่การปัดความรับผิดชอบ แต่เพราะความรู้ความสามารถของหมอมีไม่พอเองสินะ ผมคงคาดหวังสูงไปหน่อย เต็มที่และดีที่สุดของหมอมันไม่เพียงพอให้คุณแม่ของผมฟื้นขึ้นมา”

คนมีความรู้ความสามารถไม่พอนิ่งอึ้ง มองคนตัวโตที่กำลังลุกจากที่นั่งเพราะได้ข้อสรุปบางอย่าง

“ผมจะย้ายคุณแม่ไปโรงพยาบาลอื่น”

“ย้ายหรือครับ แต่คุณทำอย่างนั้นไม่ได้...” นายแพทย์ทำท่าจะคัดค้าน ตั้งใจจะบอกว่า ไม่ว่าจะย้ายไปโรงพยาบาลใดผลลัพธ์ก็ล้วนมีค่าเท่ากัน เพราะเทคโนโลยีทางการแพทย์ ณ ปัจจุบันนี้ ทำได้อย่างดีที่สุดก็คือการออย่างที่เขาแนะนำไปแล้ว แต่ภีมดูจะไม่สนใจฟัง มองเขาด้วยสายตาคมกริบอันตราย พร้อมตวาดกลับ

“ผมไม่ได้มาขออนุญาตหมอ ผมกำลังสั่ง!

“คุณภีม...”

“จัดการเรื่องต่างๆ ที่จำเป็นเพื่อให้คุณแม่พร้อมสำหรับการย้ายโรงพยาบาลด้วย ผมจะมารับท่านไปโรงพยาบาลใหม่ในวันพรุ่งนี้!” ภีมสั่งการอย่างดุดันก่อนจะเดินออกมาจากห้อง โดยไม่รอการตอบรับหรือปฏิเสธใดๆ เพราะนั่นคือคำสั่ง



หลังจากออกมาจากห้องทำงานของนายแพทย์แล้ว ชายหนุ่มก็ตรงไปยังห้องพักของมารดา ภัสสรยังนอนแน่นิ่งอยู่บนเตียง สีหน้าซีดเซียว ดวงตาปิดสนิทไร้การรับรู้หรือตอบรับใดๆ นานเท่าใดแล้วนะที่เขาไม่ได้เห็นรอยยิ้มของแม่ เพราะผู้ชายคนนั้นแท้ๆ ผู้ชายคนนั้นพรากรอยยิ้มของแม่ไปจากเขา ทำให้แม่ต้องมีสภาพเช่นนี้ แต่เรื่องนี้ได้รับการสะสางแล้ว

เพราะคณินได้รับการชดใช้...สาสมกับความผิดที่เคยทำ!

เป็นคำกระซิบที่เขาพร่ำบอกมารดามาตลอดหนึ่งเดือนหลังการเสียชีวิตของคณิน เขาจะปลดแอกความทุกข์ของมารดาอีกเรื่องด้วยการทำให้เธอฟื้นกลับมายิ้มและพูดคุยกับเขาเช่นเดิม

ไม่เป็นไร....ไม่เป็นไรแล้ว เขาจะพาแม่ไปรักษาหมอที่ดีกว่านี้ เก่งกว่านี้ เขาเชื่อว่าแม่จะต้องกลับมาหาเขาในสักวัน

มือใหญ่เอื้อมมือออกไปอย่างโหยหายอย่างหมายจะเกาะกุมมือของมารดาเอาไว้ ทว่าก็ต้องชะงักกลางอากาศ เมื่อตระหนักได้ว่าตนไม่มีสิทธิ์ เพราะตัวเขามันน่าขยะแขยงเกินไป มีสายเลือดของผู้ที่ทำให้มารดาต้องมีสภาพน่าเวทนาเช่นนี้ไหลเวียนอยู่ครึ่งหนึ่งทีเดียว เป็นมาตั้งแต่เกิดและจะเป็นไปจนวันตาย

ภีมเก็บงำความรวดร้าวไว้ภายในอก ปล่อยมือตนทิ้งลงข้างตัวอย่างรังเกียจตัวเอง

“แล้วผมจะมาหาใหม่”

เขากระซิบลามารดา ก่อนจะเดินออกมาจากห้อง พ้นบานประตูนี้ออกไป เขาจะปล่อยให้ความเป็นตัวเองฉุดเขาให้ตกต่ำลงไม่ได้ เขาอ่อนแอไม่ได้

ต้องแกร่งกว่านี้...ต้องโหดร้ายกว่านี้

หากมิเช่นนั้นแล้ว เขาคงไม่อาจปกป้องสิ่งที่เขารักได้ และแม่ผู้น่าสงสารของเขาก็คงโดดเดี่ยวไร้ที่พึ่งเป็นแน่แท้

 

นวตา



แอบสงสารบอสเหมือนกันนะนี่ เบื้องหลังของปิศาจ อาจจะคือความโดดเดี่ยวก็ได้นะคะ ถึงต้องสร้างเกราะป้องกันขึ้นมา หนามากทีเดียว จะมีใครมาทำลายเกราะนี้ลงได้มั้ยน้าา อยากรู้จังเลย





ADD FAV มุกลายเพชร นิยายลำดับที่ 3 ในซีรีส์ดวงใจเพชร 
ตามไปที่นี่เลยค่า----> จิ้ม


ซีรีย์พรหมลิขิต
ซีรีส์ชุดดวงใจเพชร


บ่วงบริมาส



ฝากกดถูกใจเพจเพื่อพูดคุย ติดตามข่าวสารจากนักเขียน ร่วมกิจกรรม รวมถึงเล่นเกมชิงหนังสือและของรางวัลมากมาย ด้วยนะคะ



ทวิตเตอร์นวตา ไปกดติดตามกันได้ค่ะ ----> https://twitter.com/NavataWriter
อินสตราแกรมนวตา ----> https://www.instagram.com/navata.writer/

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 109 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

462 ความคิดเห็น

  1. #66 daynim (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2562 / 19:53
    งื้อออ สงสารบอส
    #66
    1
    • #66-1 น ว ต า(จากตอนที่ 13)
      3 สิงหาคม 2562 / 02:34
      บอสก็มีมุมนี้เหมือนกันเนอะ
      #66-1
  2. #65 น ว ต า (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2562 / 19:41

    มาส่งบอสตอนใหม่ค่า มาทำความเข้าใจบอสให้มากขึ้นกัน

    #65
    0
  3. #64 Babenat (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2562 / 15:00

    อะไรคะท่านประธานยังเคี้ยวหญ้าหยับๆ เป็นควายแก่อยู่เหรอคะ?

    #64
    1
    • #64-1 น ว ต า(จากตอนที่ 13)
      2 สิงหาคม 2562 / 16:11
      ทำไมพอบอกว่า เคี้ยวหญ้าหยับๆ...แล้วมันนึกภาพตอนเคี้ยวเอื้องออกเลยคะ 55555 ฮา โถววว บอส
      #64-1
  4. #63 daynim (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2562 / 10:23
    เจิมมมมมม
    #63
    1
    • #63-1 น ว ต า(จากตอนที่ 13)
      2 สิงหาคม 2562 / 16:10
      เดี๋ยวมาส่งตอนใหม่เน้อ
      #63-1