พงศาวดารเส้นทางแห่งพระเจ้า - [ Season V ] -

ตอนที่ 277 : Season 4 Ep.15 หงสา(Part.1)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9,760
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 186 ครั้ง
    11 มิ.ย. 60

Season 4 Ep.15

หงสา(Part.1)

 

 

“เจ้าตัวบัดซบ”เทพเซียนจำแลงกัดฟันกรอดพลางถลึงตาใส่ข้าอย่างดุดัน ก่อนจะเงื้อมือขึ้นแล้วฟาดลงในชั่วพริบตาพร้อมกับพลังปราณเซียนอันรุนแรงที่แผ่ขยายออกมารอบด้านราวกับวงน้ำกระเพื่อม โต๊ะเก้าอี้ที่ตั้งอยู่รอบด้านต่างแตกหักเสียหายกลายเป็นเศษซาก

ข้าพลิกมือใช้พลังดึงดูดลูกเต๋าสามลูกที่หล่นอยู่บนพื้นให้ลอยเข้าหาตัวอย่างรวดเร็วพร้อมกับกระโดดตีลังกาหลบ ข้ากระทืบเท้าทันทีที่ร่างถึงพื้นเพื่อเป็นการปลดปล่อยคลื่นพลังตอบโต้กลับ เทพเซียนจำแลง ทำให้เขาจำต้องถอยหลังกลับไปหลายก้าว ถึงกระนั้นสาวกของเทพมหาบรรพกาลปริศนาก็ไม่ได้ลดละที่จะเข้ามาต่อสู้พัวพัน ซื่งสิ่งนั้นทำให้ข้ารู้สึกประหลาดใจ

”การประมือเมื่อครู่น่าจะพิสูจน์แล้วว่าพลังเซียนของข้านั้นสูงส่งกว่า ขอท่านอย่าได้คิดหาเรื่องใส่ตัวให้ต้องลำบาก การเสียมารยาทเมื่อครู่สามารถชดใช้ได้ด้วยการตอบคำถามสักข้อสองข้อเท่านั้น ใยท่านต้องคิด.....”

เปรี้ยง!

ยังไม่ทันที่ข้าจะได้กล่าวจบสายฟ้าอันทรงพลังก็พุ่งออกมาจากฝ่ามือของเทพเซียนจำแลง สายฟ้าสายนี้หากข้าอยู่ในร่างเซียนมันคงไม่อาจทำอันตรายใด ทว่า ยามนี้ข้าอยู่กายเนื้อของหยางเยี่ย ร่างมนุษย์ไหนเลยจะทานอานุภาพของสายฟ้าจากเทพเซียนได้ เมื่อเขาไม่คิดจะรับไมตรีข้าคงไม่อาจเมตตา พลังดวงจิตเอกภพจึงถูกข้าขับเคลื่อนในทันที

ครืน!

พื้นอิฐสีเทาหม่นที่ปูลาดทำพื้นบ่อนถูกพลังของข้ากระชากขึ้นมาจนดูเหมือนกำแพงขนาดใหญ่ สายฟ้าสายนั้นจึงฟาดเข้าใส่กำแพงอิฐแทนที่จะเป็นตัวข้า ก้อนอิฐทั้งหลายจึงแตกออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยตามพลังทำลายที่ต้านรับเอาไว้ หากไม่ใช่ว่าพลังของดวงจิตเอกภพถูกลดทอนลงไปมากเมื่ออยู่ในโลกมนุษย์ ข้าใช้เพียงมือเดียวก็คงกำราบเขาได้เด็ดขาด

“ข้าหยิบยื่นไมตรีใยท่านไม่ยอมรับเอาไว้ ดูท่าคงจะรำคาญชีวิตมากแล้ว”ข้ากล่าวออกไปเพื่อหวังจะโยนหินถามทาง เพราะข้ารู้สึกว่าบางอย่างไม่ถูกต้อง

“ข้าฟู่ยี่อยู่มานานกว่าห้าหมื่นปีมีหรือจะหวั่นเกรงเสียงเห่าของเจ้า”เทพเซียนจำแลงกล่าวขึ้นด้วยเสียงอันดัง พร้อมกับทำท่าคล้ายกับคำนับฟ้า”เทพมหาบรรพกาลนายของข้าไม่เคยปล่อยให้หนอนแมลงที่มาบุกรุกรอดชีวิต เจ้าตัวบัดซบจงสำนักเสียใจที่คิดจะมาท้าทายอำนาจของนายข้า ชาติภพหน้าก็จงเจียมเนื้อเจียวตัวให้มากกว่านี้ จะได้ไม่ต้องกลายเป็นภูตผีก่อนวัยอันควร”

“ความหวังดีของท่านเจ้ามือข้าคงไม่กล้ารับ”กล่าวจบข้าก็พลิ้วกายทะยานตีลังกาถอยออกห่าง จากคำพูดของฟูยี่เมื่อครู่ทำให้ข้ามั่นใจแล้วว่าความผิดปกติที่สัมผัสได้คือสิ่งใด การที่เขายังคงพัวพันรุกไล่ไม่ลดละทั้งที่พลังฝีมืออ่อนด้อยกว่า ก็เพราะเทพมหาบรรพกาลลึกลับที่เป็นเจ้านายของเขาก็คงอยู่ ณ ที่แห่งนี้ด้วยเช่นกัน

หากเป็นเทพเซียนโดยทั่วไปไหนเลยข้าจะกลัวเกรง แต่เมื่อเป็นเทพรุ่นเดียวกันข้าย่อมต้องระแวดระวังเพราะในยามนี้ข้าสามารถแสดงพลังของดวงจิตเอกภพได้เพียง 1 ใน 10 ย่อมไม่อาจจะรับมือเทพมหาบรรพกาลด้วยกันแบบซึ่งๆหน้า คิดได้ดังนั้นข้าจึงแสร้งทำเป็นไม่รู้สร้อยสนกลในแล้วสู้ไปพลางถอยไปพลาง สายตาพยายามมองหาทางหนีทีไล่

“เหตุใดจึงเอาแต่ถอยหนี หรือวาจาอวดดีเมื่อครู่เป็นเพียงเสียงผายลม”ฟู่ยี่ร้องขึ้นพร้อมกับระดมซัดฝ่ามือแฝงพลังลมปราณเซียนออกมา

ตูม! เสียงระเบิดดังขึ้นพร้อมกับอิฐหินดินทรายที่ฟุ้งกระจายครั้งแล้วครั้งเล่า

บรรดาผีพนันทั้งหลายต่างแตกตื่นเมื่อได้ยินเสียงอึกทึกครึกโครม พวกเขาทั้งหมดต่างกรูกันไปยังเส้นทางที่ทอดยาวทางด้านหลังอย่างพร้อมเพรียงกัน ผิดวิสัยคนที่เผชิญหน้ากับเหตุการณ์วุ่นวาย ดูท่าบรรดาผีพนันเหล่านั้นคงได้รับการแนะนำมาเป็นอย่างดี เส้นทางที่กำลังมุ่งไปคงจะเป็นทางออกจากบ่อนพนันใต้ดินเป็นแน่

“เจ้ากำลังหวาดกลัวใช่หรือไม่ถึงได้เอาแต่เงียบเช่นนี้”ฟู่ยี่ร้องขึ้นด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน

“หมาจะกัดมันไม่เห่า ที่เอาแต่เห่าล้วนกัดไม่เป็น”ข้าบอกกล่าวพร้อมกับวาดมือเป็นวงกลม เพื่อระเบิดพลังปราณเซียนของดวงจิตเอกภพออกไป ประกายแสงสว่างวาบดุจดั่งแสงตะวันซึ่งสาดส่องในห้องมืด จนฟู่ยี่รับยกมือปกปิดดวงตาตามสัญชาติญาณ

เปิดโอกาสให้ข้าใช้ท่าร่างวายุมาศพลิ้วไหวเคลื่อนตัวจากมาอย่างรวดเร็ว เพื่อปะปนอยู่กับเหล่าผีพนันจากนั้นจึงได้กลบกลิ่นอายของดวงจิตเอกภพเพื่อป้องกันไม่ให้ฟู่ยี่ใช้วิชาเซียนตามหาตัวข้าพบ แล้วจึงเร่งรีบลัดเลาะผ่านฝูงชนเพื่อตรงไปยังทางออกในทันที เมื่อมาถึงก็พบว่าปากอุโมงค์มีรับแลกตั๋วเงินตั้งอยู่หลายร้าน

เหล่าผีพนันต่างรีบนำตั๋วไปเปลี่ยนเป็นเงินตำลึงกลับคืนมา ข้าเองก็ไม่รอช้ารีบแลกเงินคืนเหมือนกับคนอื่น เจ้าของร้านทำสีหน้าประหลาดใจที่เห็นตั๋วเงินจำนวนมากของข้าแต่เขาก็ไม่มีท่าทีจะถ่วงเวลาหรือบ่ายเบี่ยง คงเพราะได้รับการฝึกฝนมาเป็นอย่างดีและมีระเบียบวินัยในการทำงานที่ค่อนข้างสูง ไม่นานเงินจำนวน 2,240,000 ตำลึงที่บรรจุหีบก็ถูกนำมาวางบนโต๊ะตรงหน้า ข้ารวบพวกมันเข้าไว้ในแขนเสื้อจักรวาลก่อนจะปลีกตัวจากมาแล้วจึงใช้พู่กันหมื่นอักษรปลอมแปลงโฉมเสียใหม่ให้ดูเป็นคนธรรมดาสามัญไร้ซึ่งความโดดเด่น

เมื่อขึ้นมาถึงสวนด้านบนฟู่ยี่จึงตามมาถึง ด้วยรูปลักษณ์ที่เปลี่ยนไปและกลิ่นไอแห่งเซียนที่เหือดหาย ทำให้เขาไม่อาจทราบว่าข้าอยู่ที่ใดแม้จะเดินผ่านหน้าข้าไปมาหลายรอบเขาก็จับสัมผัสใดไม่ได้ ข้าพลิ้วกายทะยานตัวขึ้นไปบนต้นไม้แล้วเพ่งมองหาอสรพิษในสวน ก่อนจะตัดสินใจกลายร่างเป็นอสรพิษฟ้าขนาดเท่างูเขียวตัวน้อยกอดเกี้ยวอยู่บนกิ่งไม้

ความสามารถของเทพอสรพิษฟ้าเช่นข้ามีหลายอย่าง หนึ่งในนั้นคือการปล่อยกลิ่นที่คล้ายกับการเลียนแบบกลิ่นของอสรพิษตัวอื่น พี่ห้าได้สอนมันให้กับข้าเพื่อใช้สำหรับซ่อนตัวไม่ให้พี่หกหาพบ เพราะพี่หกชอบมาตามข้าที่กำลังเล่นสนุกอยู่กับพี่ห้าไปฝึกวิชาเซียนอยู่เป็นประจำ วิชาที่แม้แต่เทพสงครามยังไม่อาจหยั่งรู้ไหนเลยจะมีใครตรวจพบ

ฟู่ยี่ตรวจสอบผีพนันทุกคนอย่างละเอียดแต่ก็คว้าน้ำเหลว เขาแสดงความขุ่นเคืองออกมาอย่างเห็นได้ชัดเจนผู้คนพากันแตกตื่น ยังไม่ทันที่เทพเซียนจำแลงจะได้ทำอะไรก็ปรากฏพลังปราณเซียนอันทรงพลังสายหนึ่งตรงหน้าเขา ผู้มาใหม่แม้จะอยู่ในรูปโฉมของอิสตรีงามหยาดเยิ้ม แต่พลังของนางช่างดูคล้ายกับเทพเซียนในยุคบุกเบิกฟ้าดิน

ฐานะของนางย่อมต้องเป็นเทพมหาบรรพกาล!

“ไม่ใช่เทพแห่งเขาค้ำฟ้า”ข้าบ่นพึมพำด้วยภาษาอสรพิษ

“เกิดอะไรขึ้นหรือ?”สตรีผู้ทรงอำนาจเอ่ยถาม เสียงของนางนั้นทรงพลังอย่างยิ่งจนผู้คนพากันล้มตัวลงสลบไสลหมดสิ้น

“เรียนนายท่าน เมื่อสักครู่มีตัวบัดซบเข้ามาก่อกวนทั้งยังช่วงชิงตั๋วแลกเงินไปสองหมื่นกว่าใบขอรับ”ฟู่ยี่โยนเผือกร้อนให้ข้าแทบจะทันทีที่อ้าปาก

“แล้วไหนล่ะตัวบัดซบที่เจ้ากล่าวถึง?”นางถามต่อ ใบหน้างามไร้ซึ่งอารมณ์ความรู้สึก

“หนีไปได้ขอรับ”ฟู่ยี่ตอบด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก”มันไม่ใช่ตัวบัดซบธรรมดา พลังของมันนั้นร้ายกาจมาก บ่าวเชื่อว่ามันเป็นคนของเทพมหาบรรพกาลองค์ใดองค์หนึ่ง”

“ในรัศมี 100 ลี้มีเพียงข้าและเจ้าเฒ่าที่อยู่บนเขาค้ำฟ้า ตาแก่นั่นไม่ชอบสุงสิงกับใครเป็นเรื่องประหลาดหากมันจะหาคนมารับใช้ เทพมหาบรรพกาลอย่างพวกข้าไม่นิยมสั่งสมกำลังพล จะทำการสิ่งใดล้วนลงมือเองทั้งสิ้น สวรรค์แตกแยกเทพบิดรอำนาจถดถอย ข้าเชื่อว่ามันคงจะเป็นเทพพเนจรมากกว่า”

"แล้วจะทำเช่นใดดีขอรับ?"

"ตามข้ามา"นางบอกกล่าวก่อนจะหมุนกายหายไปจากสวน



ช่วงนี้มาช้าหน่อยนะครับ  งานหนักมาก แถมปวดฟันอีก T^T 

 แฟนเพจ คลิกเลยครับ


ยอดโดเนทสนับสนุน  คงเหลือ 5 Part

ตอนนี้นับเป็น Part (ปกติ) ประจำวันที่ 11 มิ.ย. 2560

ท่านที่สนใจที่จะสนับสนุนนักเขียน สอบถามวิธีโดเนทได้จากแฟนเพจนะครับ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 186 ครั้ง

12,349 ความคิดเห็น

  1. #10233 sing223 (@naj223) (จากตอนที่ 277)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2560 / 13:32
    ขอบคุณครับ
    #10233
    0
  2. #9478 JomMuD (@JomMuD) (จากตอนที่ 277)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2560 / 11:33
    ขอบคุณครับ
    #9478
    0
  3. #9477 อ้นคุง (จากตอนที่ 277)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2560 / 10:13
    ขอบคุณครับ สนุกมากๆ
    #9477
    0
  4. #9476 Thank You (จากตอนที่ 277)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2560 / 08:32
    ขอบคุณครับ

    ปวดฟันแล้วจะพาลไปปวดหัวอีก

    ขอให้หายไว ๆ ครับ
    #9476
    0
  5. #9475 กิ่งพฤกษาสวรรค์ (@wanakonth) (จากตอนที่ 277)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2560 / 06:22
    ขอบคุณครับ รอติดตามนะครับ
    #9475
    0
  6. #9474 panitin (@panitin) (จากตอนที่ 277)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2560 / 06:14
    รีบไปหาหมอฟันนะคะ ปวดฟันทรมานสุดๆ

    อยากรู้นางจะทำอะไร
    #9474
    0
  7. #9472 DARCH (@tentenkids) (จากตอนที่ 277)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2560 / 01:12
    หายไวๆ นะครับ กะลังสนุกเลยครับ
    #9472
    0