พงศาวดารเส้นทางแห่งพระเจ้า - [ Season V ] -

ตอนที่ 157 : ตอนพิเศษ Season 1 Ep.0 อารัมภบท (ฉบับรีไรท์ เชิญทัศนาเปรียบเทียบตามความพอใจ)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 13,471
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 187 ครั้ง
    22 ก.พ. 60


Season 1 Ep.0

อารัมภบท(ฉบับรีไรท์)

 

 

สิ่งแรกที่ข้าได้สัมผัสยามเมื่อลืมตาตื่น คือความเย็นยะเยือกของสายน้ำที่ซึมผ่านชั้นหินใต้ทะเลสาบ ลำคอที่แห้งผากและดวงตาที่ยังไม่ชินกับแสงสว่างทำให้ข้ารู้ตัวว่ายังมีชีวิตอยู่ ความมืดที่ปกคลุมถ้ำหินไม่ต่างอะไรกับยามราตรีที่มีพระจันทร์ลอยเด่นอยู่กลางท้องนภา เพราะทั่วทั้งถ้ำหินแห่งนี้ล้วนประดับไปด้วยมุกวิเศษประกายจันทร์อันงดงามเจิดจ้า ร่างกายของข้าเริ่มปรับสภาพให้เป็นปกติด้วยพลังเซียนเทพมหาบรรพกาลอันล้ำลึก ด้วยสภาพกึ่งอิ่มทิพย์ทำให้เทพอสรพิษฟ้าเช่นข้าสามารถดำรงอยู่ได้ แม้ปราศจากอาหารและน้ำหรือแม้กระทั่งอากาศ

ข้าโบกมือเบาๆก็บังเกิดเสียงดังครืน ประตูหินศิลาที่ปิดขังมานานก็พลันสั่นไหวและเคลื่อนตัวออก ข้าผุดกายลุกขึ้นยืนแล้วก้าวออกมาด้านนอก พริบตาที่เท้าข้างหนึ่งก้าวออกผ่านธรณีประตูก็บังเกิดประกายสีแดงสดใสแปดดวง พวกมันลอยออกมาจากหินที่ผนึกถ้ำพร้อมกับแทรกซึมเข้ามาในกายของข้า ความรู้สึกอ่อนโยนและคุ้นเคยช่างเหมือนกับครอบครัวที่ข้าเกือบจะลืมเลือนไปเพราะกาลเวลาที่ผ่านมาเนิ่นนาน 

ป่านนี้พวกเขาไปอยู่แห่งหนใดหนอ!?

หยาดน้ำใสๆพลันเอ่อคลอรอบดวงตาสองสีอันสวยงาม พริบตานั้นข้ารู้สึกใจหายอย่างน่าประหลาดราวกับมีใครมากระชากหัวใจออกไปจากอก”หรือว่าเกิดเคราะห์กรรมอันใดกับครอบครัวของข้า?” ไวเท่าความคิด ข้ารีบวิ่งห้อตะบึงออกไปจากสถานที่แห่งนั้นในทันที

ทั่วทั้งตำหนักเทพอสรพิษฟ้าอันกว้างใหญ่ไร้ซึ่งวี่แววของญาติมิตรคนใด สิ่งปลูกสร้างที่เคยเต็มไปด้วยเสียงอันไพเราะจากบทเพลงของพี่ห้า เสียงหัวเราะหยอกล้อกันของพี่สามพี่สี่ และถ้อยทำดุด่าแบบไม่จริงจังของพี่ใหญ่ที่มักจะบ่นพี่รองที่ชอบแกล้งน้องๆ มาบัดนี้มีแต่ความเงียบสงัดไร้ซึ่งสรรพสำเนียงของสรรพชีวิตใดๆ 1 ชั่วยามเต็มๆที่ข้าวิ่งวุ่นไปทั่วทุกหนแห่ง จนกระทั่งบัดนี้ข้ากำลังเดินราวกับเทพเซียนที่หมดอาลัยตายอยากเพราะต้องโทษประหาร จากการกระทำความผิดประการใดประการหนึ่ง ไม่ก็เหมือนคนที่คนรักตายจากไปจนหมดสิ้น

“ท่านพ่อท่านแม่ พวกท่านไปอยู่ที่ไหน?”ข้าเอ่ยถามด้วยเสียงเลื่อนลอย ราวกับเด็กน้อยที่ตื่นนอนขึ้นมาแล้วมองหาใครมิพบ หยาดน้ำใสๆไหลอาบสองแก้มพร้อมกับเสียงร่ำไห้ที่ดังกึกก้องไปทั่วทั้งตำหนักเทพอสรพิษอย่างไม่คิดอายใคร ข้าหวังว่าพี่หกจะเดินมาด้านหลังแล้วตบบ่าอย่างแผ่วเบาพลางยิ้มให้ ขณะที่กล่าวว่าเจ้าโตเป็นหนุ่มรูปงามขนาดนี้แล้วยังมาร่ำร้องเรียกหาท่านพ่อท่านแม่กับพี่ทั้งหกของเจ้าอยู่อีกหรือน้องรัก พี่หกต้องพูดแบบนั้นแล้วขยี้ผมข้าอย่างเอ็นดู ทว่าความจริงมักโหดร้าย ข้าเฝ้ารอพร้อมกับร้องไห้จนน้ำตาแทบเป็นสายเลือดอยู่เนิ่นนานนับสิบปี ทุกคนก็ยังไม่หวนกลับมายังตำหนักเทพอสรพิษแม้แต่คนเดียว

อนิจจา หรือทั้งเผ่าอสรพิษฟ้าจะเหลือข้าอยู่เพียงผู้เดียว?

ล่วงเข้าปีที่ 11 ข้าอินจื่อก็เริ่มทำใจยอมรับความจริงได้ ข้าผุดลุกขึ้นปาดน้ำตาให้เหือดแห้งก่อนจะใช้พลังเทพเซียนภายในร่างขจัดความเศร้าหมองทั้งหมดออกไป พร้อมพลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าให้สมฐานะของเทพอสรพิษฟ้า เผ่าพันธุ์ที่ได้ชื่อว่าเทพสงครามที่สง่างามที่สุดในสามโลก!

ข้านึกทบทวนทุกเรื่องราวระหว่างตรวจสอบวันเวลาที่พ้นผ่านด้วยวงจักรดาราของท่านพ่อ ”980,010 ปี!”ข้าอุทานด้วยความตกใจ ไม่น่าเชื่อเลยว่าเวลาจะผ่านมาเนิ่นนานถึงเพียงนี้ เหตุใดข้ายังคงอยู่แล้วครอบครัวของข้าใยจึงได้สูญสิ้นไปจากโลกพิภพ ข้าพยายามค้นหาคำตอบพร้อมกับนึกถึงอดีตนับตั้งแต่ที่ข้าถือกำเนิดขึ้นมาบนเอกภพแห่งนี้เมื่อราวหนึ่งล้านปีก่อน

980,010 ปี แล้วที่ข้าไม่เคยออกไปจากใต้ทะเลสาบ เทพมหาบรรพกาลที่พอจำได้บ้างเห็นจะมีเพียง พระพุทธองค์แห่งแดนสวรรค์ประจิมกับเทพมารดรเสวียนหนี่วา ผู้ปกครองสูงสุดของแดนสุขาวดีและแดนสวรรค์เก้าชั้นฟ้า หนึ่งล้านปีก่อนข้าเคยพบกับพวกท่านคราหนึ่ง เมื่อคราวที่ลืมตาดูโลกครั้งแรก ข้าหาได้กำเนิดออกมาจากฟองไข่เซียนสวรรค์ดังเช่นพี่น้องคนอื่น แต่เกิดแบบผุดขึ้นมาจากความว่างเปล่าโดยไร้ซึ่งบิดามารดา การถือกำเนิดของข้าทำให้ทั่วทั้งสามโลกสั่นไหวราวกับจะพังทลาย ท้องทะเลทั้ง 4 บ้าคลั่งมีคลื่นสูงซัดสาดแผ่นปฐพี พระแม่ธรณีเลื่อนลั่นสั่นไหวสะท้านไกลนับแสนลี้ อัสนีหมื่นพันสายฟาดกระหน่ำทั่วแดนสวรรค์เก้าชั้นฟ้า นับเป็นเหตุอัศจรรย์ซึ่งปรากฏขึ้นเพียงครั้งเดียว นับตั้งแต่ก่อกำเนิดฟ้าดิน!

พระพุทธองค์แห่งแดนสวรรค์ประจิมเสด็จมาปรากฏเหนือท้องฟ้ากลางดงดอกบัวเก้าสี ณ ทะเลตะวันออก ข้าที่พึ่งกำเนิดกำลังกึ่งนอนกึ่งนั่งอยู่ในดอกบัวใหญ่กลางทะเล ข้ากำลังเหม่อมองดูท่านที่ถูกปกคลุมด้วยรัศมีสีทอง พระพุทธองค์กล่าวกับข้าว่า ตัวข้านั้นถือกำเนิดจากกระแสธารแห่งอนุภาควิญญาณอันบริสุทธิ์ เป็นการเกิดแบบโอปปาติกะ เมื่อปรากฏขึ้นมาก็มีรูปลักษณ์เหมือนเด็กหนุ่มวัย 18 ปี พร้อมปราณตบะหนึ่งแสนปีเป็นพื้นฐาน ท่านบอกกล่าวว่าที่มาที่ไปของพลังตบะนี้น่าสงสัยนักข้าไม่ควรฝึกปรือหรือบ่มเพาะพลังโดยใช้มันเป็นพื้นฐานพลัง ที่สำคัญ คือตัวของข้านั้นมิใช่สิ่งมีชีวิตของโลกนี้และไม่มีวันเป็นอย่างเด็ดขาด กฎเกณฑ์และโชคชะตาใดจึงมิอาจร้อยรัดข้าเอาไว้ได้ และเมื่อเป็นเช่นนั้นลิขิตฟ้าที่เกี่ยวพันกับข้าย่อมไม่ก่อกำเนิด แม้พระพุทธองค์กับเจ้าแม่เสวียนหนี่วาก็ยังไม่อาจมองเห็นอนาคตของตัวข้า ด้วยรูปกายที่คล้ายกับอสรพิษฟ้า ข้าจึงกลายมาเป็นบุตรคนที่ 7แห่งมหาเทพเยี่ยซางเสิงแห่งเผ่าเทพอสรพิษฟ้า  1 ใน 7 เผ่าที่เกิดมาเป็นอันดับแรก ข้าได้รับการขนานนามว่า เยี่ยอินจื่อ ในตอนนั้นข้ายังไม่เข้าความหมายของคำพูดที่พระพุทธองค์ทิ้งท้ายเอาไว้ “โชคชะตาและลิขิตฟ้าไม่อาจเกี่ยวข้องกับข้า”

จนกระทั่งข้ามีอายุได้สองหมื่นปี...

จำได้ว่าครั้งนั้นข้ากำลังแหวกว่ายอยู่บนทะเลเมฆที่ขาวสะอาดอย่างสนุกสนาน หารู้ไม่ว่ารูปโฉมของข้าเกิดไปต้องตาต้องใจราชินีแห่งเผ่ามารเซียวเยว่อิง หลังการตามตื้อผูกสัมพันธ์นานถึงสามร้อยปี ในที่สุดนางก็เอ่ยปากขอความรักจากข้า แต่ถูกข้าปฏิเสธด้วยเหตุผลว่า เผ่าอสรพิษฟ้าถือเป็นเทพมหาบรรพกาล ย่อมไม่อาจจะแต่งงานอยู่กินกับเผ่าอื่นใดนอกเหนือจากเผ่าที่ปกครองเก้าสวรรค์ชั้นฟ้า ว่ากันว่ารักแรกล้วนตราตรึงในหัวใจของทุกชีวิต ไม่คิดว่าสาวงามนางนั้นจะชอบข้ามากถึงขนาดรวบรวมไพร่พลยกทัพเผ่ามารเปิดศึกกับเจ้าแม่เสวียนหนี่วาผู้เป็นพี่สาวฝาแฝด เพื่อจะได้ต้ปกครองสวรรค์สำหรับใช้สะพานเชื่อมสู่การแต่งงานกับข้า ก่อเกิดเป็นมหาสงครามครั้งแรกของสามโลก ซึ่งตามชะตาฟ้าลิขิตสงครามครั้งแรกจะเกิดจากบุตรของนางหาใช่ตัวนางไม่!

วินาทีนั้นข้าถึงประจักษ์ชัดว่า โชคชะตาและลิขิตฟ้าไม่อาจเกี่ยวข้องกับข้า หมายความว่าอย่างไร หากข้าเข้าไปพัวพันกับตัวละครในลิขิตแห่งฟ้า ทุกสิ่งอาจเปลี่ยนแปลงไปจากที่ควรจะเป็นตัวข้าไม่ใช่สิ่งมีชีวิตของโลกนี้และไม่มีวันใช่ ยิ่งผูกพันล้ำซึ้งมากเท่าไหร่ลิขิตฟ้าก็ยิ่งแปรปรวนจนไม่อาจแก้ไขให้กลับมาดังเดิม นับแต่นั้นข้าจึงขังตัวเองบำเพ็ญเพียรอย่างเคร่งครัดอยู่ใต้ทะเลสาบเพื่อความสงบสุขของทั้งสามโลกตลอดมา

กว่าจะรู้ตัวอีกที เวลาก็ผ่านไป 980,000 ปีแล้ว!

ทันทีที่ออกจากฌาน ข้าก็พบกับความจริงอันโหดร้าย ท่านพ่อท่านแม่และสมาชิกคนอื่นๆในครอบครัวของข้า ต่างพากันสิ้นอายุขัยกลับสู่กระแสธารแห่งอานุภาควิญญาณไปนานแล้ว เหลือเพียงข้าที่ยังมีชีวิตอยู่ในวังเทพอสรพิษฟ้าใต้ทะเลสาบตามลำพัง ข้าเฝ้าถามตัวเองว่าเพราะเหตุใดข้าจึงยังมีชีวิตอยู่ หรือเพราะข้ามีรูปกายที่แท้จริงแตกต่างจากเผ่าอสรพิษฟ้าคนอื่นที่ หรือเพราะข้าถือกำเนิดแบบผุดขึ้นแล้วโตทันที หาใช่กำเนิดจากของไข่เซียนสวรรค์เช่นคนอื่นๆ ข้าเฝ้าถามตัวเองเช่นนั้นเนิ่นนานนับร้อยปี จนกระทั่งข้าตระหนักถึงความผิดปกติบางอย่าง

“แล้วลูกหลานของเผ่าอสรพิษฟ้าเล่าพากันอพยพไปอยู่ ณ แห่งหนใด!?

ข้าจำได้ว่าก่อนที่ข้าจะเข้าสู่ฌาน ท่านพี่ทั้ง 6 ล้วนแต่งงานแล้วทั้งสิ้น ผ่านมา 980,000 ปี ย่อมมีลูกหลานนับร้อยพัน ไม่มีทางที่เผ่าอสรพิษฟ้าจะสาบสูญไปจากสามโลกโดยง่าย อีกอย่างวังเทพอสรพิษฟ้าใต้ทะเลสาบก็ยังคงสวยงามเหมือนกาลก่อน จะว่าทั้งเผ่าล่มสลายจากภัยธรรมชาติหรือถูกศัตรูผู้รุกรานก็ไม่น่าจะใช่ เพื่อสืบหาความจริงข้าจึงตัดสินใจคิดจะออกจากทะเลสาบไปสืบหาข่าวบนสวรรค์เก้าชั้นฟ้าโดยอาศัยความทรงจำเก่าแก่เป็นเครื่องนำทาง คิดได้ดังนั้นข้าก็เร่งรีบออกจากตำหนักเทพอสรพิษในทันที

ซ่า! เสียงน้ำแตกกระเซ็นยามเมื่อข้าโผล่พ้นผิวน้ำขึ้นมา

ความสวยงามของเกาะเทพอสรพิษฟ้ายังคงเหมือนเดิม นกกระจอกหางสีรุ้งนับพันต่างพากันบินเข้ามารุมล้อมข้า นกชนิดนี้พี่รองอุตส่าห์บากหน้าไปขอจากพระพุทธองค์ที่แดนสุขาวดีคู่หนึ่ง ด้วยหวังจะให้ข้ามีเพื่อนเล่นหลังจากที่สูญเสียอสรพิษครามทะเลใต้ไปตัวหนึ่ง ท่านพ่อได้ให้พรแก่มันว่าให้มีกำลังวังชาเข้มแข็งบินได้รวดเร็วและว่องไวยิ่งกว่าเทพเซียน ส่วนท่านแม่ก็ให้พรแก่มันว่าเจ้านกพวกนี้สามารถดมกลิ่นของเผ่าอสรพิษฟ้าไม่ว่าคนผู้นั้นจะอยู่ที่ใดในสามโลก เมื่อมีข่าวสารหรือเทียบเชิญใดท่านก็จะให้เจ้านกเหล่านี้นำพาไปส่งเสมอ

วันเวลาล่วงเลยมาถึงกาลสมัยนี้ ฝูงนกกระจอกหางรุ้งยังอยู่แต่เจ้านายของพวกมันกลับล้มหายตายจากไปจนหมดสิ้น อนิจจา ข้าเล่นกับพวกมันอยู่ชั่วครู่จึงตัดสินใจหมุนกายใช้พลังเทพเซียนกำหนดจิตเดินทาง มินานก็มาปรากฏ ณ สถานที่แปลกประหลาดแห่งหนึ่ง

แดนสวรรค์เปลี่ยนไปมากเหลือเกิน ไม่ทราบว่ามีประตูทางเข้าอันสูงตระหง่านเหนือฟ้าทิศทักษิณทั้งแต่เมื่อใด เทพเซียนทั้งหลายที่จะเข้าสู่แดนสวรรค์ต่างพากันมารวมตัวที่ประตูแห่งนี้ทั้งสิ้น ข้าแฝงตัวเข้าไปโดยเลียนแบบการแต่งกายของเซียนผู้น้อยคนหนึ่งที่ติดตามรับใช้เซียนอาวุโส พร้อมปรับเปลี่ยนโฉมหน้าให้ดูธรรมดาสามัญที่สุดด้วยเกรงประวัติศาสตร์จะซ้ำรอยเมื่อครั้งที่พบกับเซียวเยว่อิง วันนี้ตำหนักหลิงเซียวพรั่งพร้อมไปด้วยเทพเทียนมามาย ข้าลองเลียบเคียงถามจากเซียนเด็กที่ดูจะชอบการสนทนาผู้หนึ่ง มิคาดว่าเขาเป็นเซียนรับใช้ในตำหนักประวัติศาสตร์สวรรค์

“ท่านเซียนอยู่ตำหนักประวัติศาสตร์สวรรค์เช่นนั้นหรือช่างน่าเลื่อมใสนัก ดูท่าท่านจะเป็นผู้คงแก่เรียนและได้พำนักอยู่บนสวรรค์นี้มานานปีแล้วใช่หรือไม่ ผู้น้อยพึ่งบรรลุเป็นเซียนได้ไม่นานนัก ไม่ทราบว่าท่านเซียนผู้น่าเลื่อมใสพอจะบอกเล่าเรื่องราวตั้งแต่ครั้งปฐมยุคของสวรรค์ได้หรือไม่”

“สหายเซียนท่านนี้ช่างตาถึงยิ่งนัก ถามมาเถอะเราผู้พี่พร้อมจะไขข้อข้องให้กับท่านทุกสิ่ง”เซียนน้อยผู้นั้นยืดอกทำทีทรงภูมิ หารู้ไม่ว่าทุกสิ่งข้าแสร้งทำเพื่อหวังล้วงข้อมูลจากปากของเขา

ตามคำบอกเล่า มหาสงครามที่มีข้าเป็นปฐมเหตุจบลงหลังการเสียสละของเจ้าแม่เสวียนหนี่วา นางและน้องสาวฝาแฝดแตกดับไปพร้อมกัน ข้ารู้สึกใจหายยิ่งนักเพราะนางทั้งอ่อนโยนและดีกับข้าราวมารดา ส่วนเซียวเยว่อิงข้าก็รู้สึกผูกพันเพราะไปมาหาสู่กันนานกว่า 300 ปี เมื่อขาดผู้นำที่มีความเก่งกล้าสามารถ บุตรชายของเจ้าแม่เสวียนหนี่วานามว่าเสวียนกงเทียน ก็สืบทอดตำแหน่งผู้ปกครองสวรรค์ต่อจากมารดา อาศัยป้ายประกาศิตสวรรค์ปกครอง 4 ทะเล 5 ดินแดน ซึ่งปัจจุบันมีเพิ่มขึ้นมาจนกลายเป็น 4 ทะเล 10 ดินแดน มีการสถาปนาตำแหน่งเทียนจวิน(เง็กเซียนฮ่องเต้)เป็นครั้งแรก เขาลงมือจัดระเบียบสวรรค์ใหม่ทั้งหมดพร้อมตรากฎเกณฑ์ข้อบังคับมากมาย

เพื่อใช้ควบคุมดูแลความสงบเรียบร้อยของสามโลก น่าเสียดายที่อาการบาดเจ็บจากมหาสงครามไม่อาจรักษาให้หาย ทำให้เขาต้องกลับสู่กระแสธารแห่งอนุภาควิญญาณด้วยวัย 248,311 ปี ภายหลังจากที่ข้าเข้าฌานเพียงสามพันกว่าปีเท่านั้น ผู้บุตรเสวียนเทียนตี่ ขึ้นรับตำแหน่งเทียนจวินด้วยวัย 100,000 ปี เขาและพระชายาเอกต้องรับบททดสอบอันหนักหน่วงตามลิขิตฟ้า ภายใต้การปกครองด้วยคุณธรรมมุ่งเน้นสันติใช้หลักประนีประนอมของเขา สามโลกจึงได้พบกับความสงบสุขยาวนานถึง 500,000 ปี ระหว่างนั้นเทพยุคมหาบรรพกาล ต่างทยอยล้มหายตายจากกันไปทีละองค์สององค์ ทั้งที่มาจากการต่อสู้แก่งแย่งชิงดีชิงเด่นส่วนตัวและการพยายามผ่านด่านสวรรค์ทั้ง 9 ครั้งเพื่อเลื่อนสู่ขั้นที่สูงกว่าเดิม เผ่าอสรพิษฟ้าของข้าก็คงหนีไม่พ้นชะตากรรมนั้น

ท้ายที่สุด นอกจากพระพุทธองค์แห่งแดนฟ้าประจิมและตัวข้าแล้ว เทียนจวินเสวียนเทียนตี่ถือเป็นเทพมหาบรรพกาลองค์สุดท้ายที่ยังมีชีวิตอยู่บนโลก เมื่อเขาจำต้องกลับเข้าสู่กระแสธารแห่งอนุภาควิญญาณ หากข้าหมายจะครอบครองทั้งสามโลกผู้ที่มีความสามารถพอจะต้านทานข้าได้จึงเหลือเพียงหนึ่งเดียว แน่นอนว่าข้าไม่ใช่ผู้กระหายในอำนาจและเป็นเพราะข้ายึดถือคำสอนของบิดามารดายิ่งสิ่งใด ความคิดเหล่านั้นจึงไม่ไม่เคยอยู่หัวของข้าแม้เพียงชั่วขณะ

เมื่อเห็นว่าตัวข้ามีท่าทีสนอกสนใจการเล่าเรื่องราวต่างๆของเขา เซียนเด็กผู้นั้นจึงยิ่งชอบใจเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นในช่วง 980,000 ปีที่ผ่านมาเพิ่มเติมอีกมากมาย ข้ารับฟังและจดจำเพียงสิ่งที่ข้าคิดว่ามีประโยชน์และน่าสนใจ หลังการสิ้นอายุขัยของเทียนจวินเสวียนเทียนตี่ หลานชายของเขาเสวียนเยี่ยหัวก็ขึ้นรับตำแหน่งเทียนจวิน การปกครองของเขาไม่ต่างจากรุ่นก่อนนัก สิ่งที่เพิ่มเติมเข้ามาคือความเด็ดขาด ผู้กระทำความผิดไม่ว่าจะหนักเบาแค่ไหนย่อมได้รับโทษตามกฎสวรรค์ไม่มีข้อยกเว้น แม้บุตรชายเพียงคนเดียวก็ยังสั่งประหารได้

เพียงเพื่อธำรงไว้ซึ่งความศักดิสิทธิ์ของกฎแห่งสวรรค์!

เรื่องนี้ทำให้ข้านึกชื่นชมเขานัก นับเป็นเทพรุ่นหลังที่ทรงคุณธรรมยิ่ง น่าเสียดายที่เขาหมดอายุขัยไปเมื่อ 100,000 ปีก่อน หลังมีชีวิตอยู่บนโลกนาน 480,412 ปี ข้าจึงพลาดโอกาสที่จะได้คบหากับสหายต่างรุ่นผู้นี้ เทพที่สืบทอดตำแหน่งเทียนจวินองค์ต่อมา คือหลานชายเพียงคนเดียวของเขาเสวียนเทียนเหลย หรือก็คือผู้ปกครองสูงสุดของแดนสวรรค์องค์ปัจจุบัน ในสายตาของข้าเขาดูจะขาดความสูงส่งสง่างามผิดจากบรรพชน อย่างเจ้าแม่เสวียนหนี่วาและเทียนจวินสององค์แรก ที่ข้าเคยได้พบเจอเมื่อครั้งอดีตอยู่หลายส่วน เขามีอายุ 200,000 ปี จัดเป็นเทพรุ่นที่ 3 นับจากรุ่นแรกคือเทพมหาบรรพกาล,เทพบรรพกาล,เทพโบราณ และเทพเซียนปัจจุบัน ซึ่งในปัจจุบันเทพบรรพกาลเหลือเพียงพระโพธิสัตว์กวนอิม และมารฟ้าดึกดำบรรพ์ส่วนเทพโบราณรุ่นเดียวกับเทียนจวิน องค์ปัจจุบันเหลืออยู่เพียงหยิบมือเดียว ส่วนใหญ่ล้มหายตายจากไปในสงครามเทพมารครั้งที่ 2 เมื่อราว 80,000 ปีก่อน มูลเหตุสำคัญของสงครามไม่แน่ชัดนัก ที่รู้แน่ชัดคือมารฟ้าดึกดำบรรพ์ถูกขังไว้ในแหสวรรค์ไม่มีวันได้ผุดได้เกิด พระพุทธองค์แห่งฟ้าประจิมพลิกพระหัตถ์แหวกเมฆก่อเกิดประตูทักษิณเป็นทางเข้าทางเดียวของสวรรค์

ใครจะเข้าจะออก ต้องผ่านทางประตูฟ้าทักษิณแห่งนี้เท่านั้น!

เผ่ามารที่เหลือแตกพ่ายกระจัดกระจายกันไปคนละทิศละทาง บางส่วนรวมตัวก่อตั้งเผ่าขึ้นใหม่ที่แดนทมิฬทางตอนใต้ของลั่วเสินโจว บางส่วนที่ดวงจิตแตกซ่านก็กลายมาเป็นต้นกำเนิดปีศาจร้ายมากมายในโลกมนุษย์ลั่วเสินโจว เทพเซียนดับสูญไปเพราะสงครามครั้งนั้นมากมายยิ่งนักส่วนที่เหลืออยู่ ต่างได้รับการอวยยศเลื่อนขั้นบ้างถูกส่งไปดูแลที่ต่างๆทั่ว 4 มหาสมุทร 10 ดินแดน บรรดาเทพมารและเซียนปีศาจที่ถือกำเนิดหลังสงครามนั้น นับเป็นเทพมารรุ่นที่ 4 พลังปราณตบะเซียนถือได้ว่าห่างชั้นจากเทพเซียนและมารเมื่อสามรุ่นก่อนมากมายนัก ที่เหล่าเทพเซียนทั้งหลายมาพร้อมหน้ากันที่ตำหนักหลิงเซียวในวันนี้เพื่อร่วมอวยพรเทียนจวินในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ ทุกผู้ทุกนามต้องมาถวายพระพรเทียนจวินและเทียนโฮว่ พร้อมกับถือโอกาสพบปะสังสรรค์ระหว่างสหายเทพเซียนทั้งหลาย ฟังอยู่นานสองนานข้าก็ยังไม่ได้ข่าวเกี่ยวกับการล่มสลายของเผ่าอสรพิษฟ้า ข้าจึงจำต้องเปิดปากสอบถามออกไป

“สหายเซียนผู้ปราดเปรื่อง ข้าชื่นชมในความรอบรู้ของท่านนัก ข้ามีเรื่องสงสัยใครถามท่านสักประการหนึ่ง ไม่ทราบว่าผู้รอบรู้เช่นท่านพอจะให้ความกระจ่างแก่ข้าได้หรือไม่?”

เซียนเด็กผู้นั้นแสดงความยินดีจนออกนอกหน้า ทำให้เชื่อได้ว่าเขาไม่ค่อยได้รับคำชมบ่อยนัก เขาหัวเราะไม่กี่อึดใจก็กล่าวแก่ข้าว่า “สหายเซียนท่านนี้เกรงใจเกินไป พวกเราชาวสวรรค์ล้วนคนเองมีสิ่งใดอยากทราบก็ถามมาเถิด”

“ได้ยินว่าเมื่อนานมาแล้วมีเผ่าเทพมหาบรรพกาลที่ชื่ออสรพิษฟ้า เหตุใดพวกเขาจึงไร้ข่าวคราวไม่เห็นมีลูกหลานมาร่วมงานอวยพรเทียนจวิน” ข้าถามออกไป

“ท่านคงพึ่งบรรลุเป็นเซียนสินะถึงไม่ทราบว่า เผ่าอสรพิษฟ้าสาบสูญไปนานแล้ว ครั้งที่เกิดมหาสงครามเทพมารครั้งแรกมีการบันทึกว่า เทียนจวินองค์แรกกริ้วมากที่เผ่าอสรพิษฟ้าไม่ยอมเข้าร่วมสงคราม ทำให้เทพมารดรต้องสละชีวิตปกป้องสวรรค์ ท่านจึง...”

ไม่ยอมเข้าร่วมสงคราม ข้อกล่าวหาเช่นนี้มีขึ้นมาได้อย่างไร?

ข้าแทบจะถล่มสวรรค์ให้พังพินาศ เมื่อได้ยินว่าเทียนจวินเสวียนกงเทียนใช้พลังอำนาจของประกาศิตสวรรค์สาปแช่งเผ่าอสรพิษฟ้าไม่ให้มีทายาทสืบสกุล ทำให้พี่ทั้ง 6 ของข้าไม่อาจให้กำเนิดบุตรธิดาจนทั้งเผ่าต้องล่มสลายไปในที่สุด พวกเราชาวเผ่าอสรพิษฟ้าให้สัตย์สาบานแล้วว่าจะไม่เข้าร่วมกับฝ่ายใดในการทำสงคราม ซึ่งทั้งเจ้าแม่เสวียนหนี่วาและพระพุทธองค์ก็ยอมรับและเห็นดีด้วย เพราะเผ่าของพวกข้าได้ชื่อว่าเก่งกาจเรื่องสงครามยิ่งเผ่าใดในสามโลก ทั้งอย่างนั้นเจ้าเทียนจวินผู้นั้นกลับหาเรื่องลงโทษพวกเราโดยการยกข้ออ้างอันไร้สาระขึ้นมา

คงเพราะวันเจ็บแค้นที่ถูกพี่หกของข้าเอาชนะอย่างราบคาบในกระบวนท่าเดียว!

“ดีมาดีตอบ ร้ายมาข้าย่อมทวงคืน”ข้าตั้งสัตย์ปฏิญาณด้วยความคิดแก้แค้นตามธรรมชาติของผู้ที่สูญเสียครอบครัวทั้งหมดเพราะความอยุติธรรม ข้าได้ทำการสอบถามเรื่องราวต่างๆพร้อมทั้งติดสินบนด้วยของกำนัลหายากที่หยิบติดมือมาเพื่อการนี้โดยเฉพาะ คำถามส่วนมากล้วนเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับผู้สืบสายเลือดของเทียนจวินและเทพองค์สำคัญของแดนสวรรค์

เนื่องจากเผ่าอสรพิษฟ้าเคยให้ทำมั่นว่าจะไม่รุกรานแดนสวรรค์ในนามและศักดิ์ของเผ่า ข้าในฐานะสมาชิกเผ่าย่อมไม่อาจฝืนคำสัตย์ของท่านพ่อ หาไม่แดนสวรรค์คงพินาศในมือข้าไปแล้ว ข้ากับเซียนเด็กผู้นั้นเดินคุยกันออกมานอกตำหนัก เนื่องจากเทียนจวินให้เทพเซียนทั้งหลายพักผ่อนกันตามสบาย เขาได้แนะนำให้ข้าได้รู้จักเทพเซียนทั้งหลายโดยการชี้มือบอกแล้วกล่าวชื่อพร้อมหน้าที่อย่างลับๆ จนข้าพบกับเทพผู้ลิขิตชะตากรรมของมนุษย์ ข้าใช้เศษเสี้ยวของพลังปราณตบะหนึ่งล้านหนึ่งแสนปี คัดลอกหนังสือบันทึกชะตากรรมทั้งหมด ทั้งอดีต ปัจจุบัน และที่มาถึงในอนาคต พร้อมกับปลีกตัวจากไป อย่างไรข้าก็ต้องลงมือแก้แค้น ในเมื่อถล่มสวรรค์ตรงๆไม่ได้ข้าก็จะใช้ชีวิตอยู่ในโลกมนุษย์หาเรื่องสนุกทำพร้อมกับแก้เผ็ดสวรรค์ไปด้วยในตัว ด้วยพลังของข้าทันที่ที่มีชะตากรรมใหม่บันทึกลงในหนังสือ มันก็จะปรากฏข้อความในหนังสือฉบับคัดลอกของข้าด้วย จากนั้นจึงล่ำลาเซียนน้อยผู้นั้นเพื่อตรงกลับสู่เกาะเทพอสรพิษฟ้า

ข้าใช้เวลาเนิ่นนานในการอ่านบันทึกเหล่านั้นอย่างละเอียด ท่ามกลางฝูงนกกระจองหางรุ้งทุกวันตื่นเข้ามาต้องเดินทางไปยังแดนเกษตรเทวะของเทพเสินหนง ร้องขอหนอนจำนวนมากที่เทพกสิกรเก็บออกจากแปลงผักและสมุนไพรนับร้อยไร่ ซึ่งแทนที่จะทำลายมันทิ้งเฉยๆข้าก็เสนอออกไปว่าข้าจะขอพวกมันทั้งหมดโดยแลกกับน้ำทิพย์แดนตะวันออกซึ่งจะช่วยให้พืชผลโตเร็วขึ้น น้ำทิพย์หนึ่งเหยือกแลกได้หนอนถึง 80,000 ตัว น้ำทิพย์พวกนี้สำหรับข้ามันช่างหาได้ง่ายดายนอก เพราะมันคือน้ำที่เกิดจากร่างกายของข้าซึ่งพ่นออกมาจากปาก

ทุกวันข้าก็เลี้ยงนก ตกปลา อ่านตำรา ฟังเสียงคลื่นทะเลและสายมลมพัดอย่างเดียวดาย

จนกระทั่งสามร้อยปีต่อมา...

ข้าจึงค้นพบสายเลือดเล็กๆที่รอดพ้นจากโองการสาปแช่งของเทียนจวินองค์แรก เนื่องจากเมื่อคราวที่ข้าเข้าฌานไปแล้ว 1 ปี พี่หกกับอาซื้อมีบุตรชายเขาถูกส่งไปศึกษาพระธรรมที่แดนสวรรค์ฟ้าประจิมของพระยูไล ทำให้เขาไม่ได้รับผลจากประกาศิตสวรรค์ ทว่าอสรพิษฟ้ายากจะบรรลุธรรมแต่เขากลับต้องการจะเป็นอรหันต์ในแดนสุขาวดี ทันทีที่มีเผ่ามนุษย์ถือกำเนิดขึ้นมาบนโลกหลายของข้าจึงจุติลงมาเกิดบนโลกมนุษย์พบเคราะห์กรรมมีลูกหลานสืบต่อมา เมื่อออกจากแดนสุขาวดีประกาศิตสวรรค์ก็ทำให้ลูกหลานของเขาทุกคน ต้องพบกับความทุกข์ทรมานไม่รู้จบทุกภพทุกชาติ ท้ายที่สุดก็เหลือทายาทเพียงคนเดียวเป็นหญิงงามชื่อว่าเตียวเสี้ยน

นางเป็นธิดานายอำเภอตกยาก ชะตาทำให้ได้พบรักกับหยางไค่นายกองหนุ่มของแคว้นต้าเหลียงอัน จนบังเกิดบุตรคนหนึ่งนาม เยี่ย แซ่หยาง พอนางทราบว่าเขามีภรรยาอยู่ก่อนแล้วถึงสามคนก็เสียใจมากจึงตัดสินทิ้งลูกเอาไว้แล้วจากไป เยี่ยเอ๋อร์ จึงเติบโตมาท่ามกลางความทุกข์และต้องสิ้นอายุขัยด้วยวัยเพียง 18 ปี เพราะการกลั่นแกล้งของพี่ชายต่างมารดา ส่วนมารดาของเขาได้เข้าวังไปเป็นพระสนมและมีโอรสให้ฮ่องเต้ 1 คน ทว่า บุตรชายของนางจะตายเพราะถูกใส่ร้ายในฐานะกบฏทันทีที่มีอายุครบ 20 ปี และนางเองก็จะผูกคอตายตามลูกไป

นับเป็นการสิ้นสุดสายเลือดอันเจือจางของเผ่าอสรพิษฟ้าอย่างแท้จริง!

“อีกเพียง ครึ่งชั่วยาม เยี่ยเอ๋อร์ก็จะตาย”ข้าพึมพำขณะวางบันทึกชะตากรรมลง เพราะคำสัตย์ของท่านพ่อ ข้าไม่อาจรุกรานสวรรค์ในฐานะเผ่าอสรพิษฟ้า หากจะจุติลงบนโลกก็เสียพลังและไร้ความทรงจำ ทางออกจึงมีเพียงหนึ่งเดียวคือการจุติแบบสถิตทับลงในร่างที่ตายใหม่ๆ หากข้าทำเช่นนี้ ข้าจะสามารถรักษาความทรงจำทั้งหมดเอาไว้ได้ พลังตบะ 1,100,000 ปี จะยังคงอยู่ แต่ข้าคงใช้ทั้งหมดไม่ได้ เพราะร่างมนุษย์ยากจะทานไหว ข้าแหงนหน้ามองด้านบนของทะเลสาบอย่างเจ็บแค้น “983,412 ปี ชาวสวรรค์กลั่นแกล้งลูกหลานของพี่ชายข้าไม่รู้จบสิ้น ถ้าอยู่กันดีๆไม่ได้ก็ไม่ต้องอยู่อย่างมีความสุขกันแล้ว”

ข้าแผดเสียงดังก้องตำหนักเทพอสรพิษ พร้อมกับตรงเข้าไปยังคลังสมบัติของเผ่า ก่อนจะหยิบแขนเสื้อจักรวาลของวิเศษปฐมยุคที่ทรงพลังยิ่ง อานุภาพของมันไม่ใช่พลังทำลายแต่เป็นพลังในการเก็บรักษา แขนเสื้อจักรวาลไร้ก้นไร้กาลเวลาเก็บรักษาได้ทุกสิ่ง ไม่ว่าจะข้าวของเงินทองหรือแม้กระทั่งสิ่งมีชีวิตทุกเผ่าพันธุ์ ยามต้องการเรียกหากก็แค่นึกถึงสิ่งนั้นแล้วล้วงหยิบหรือแค่สะบัดแขนเสื้อคราหนึ่ง นับว่าวิเศษสุดเหมาะสำหรับการเดินทางในโลกมนุษย์ ข้าสะบัดมือเก็บทุกสิ่งที่อยู่ในคลังสมบัติเข้าไว้ในแขนเสื้อด้วยใจที่มุ่งมั่นในการแก้แค้น

“ข้าจะทำทุกสิ่ง ให้ชาวสวรรค์หัวเราะก็มิออก ร่ำไห้ก็มิได้”

ข้าตัดสินใจพร้อมกับขึ้นมายังโลกมนุษย์รอจนถึงเวลา เบื้องหน้าของข้าในยามนี้คือร่างไร้วิญญาณของเยี่ยเอ๋อร์เด็กหนุ่มอาภัยที่ตามอย่างอนาถเพราะถูกพวกพี่ๆรุมรังแก ข้ามองดูด้วยใจที่ปวดร้าวยิ่ง เพราะพี่หกมักดีต่อข้าเสมอ ข้ามองดูวิญญาณของเขาถูกยมทูตนำตัวไปปรโลก หากข้าช่วยเขาข้าย่อมไม่ได้ร่างกามาใช้ ข้าจึงต้องหักใจปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปตามชะตา ก่อนจะเดินเข้าไปใกล้ร่างนั้น

“นี่จะเป็นครั้งแรกและครั้งสุดท้าย ที่ข้าจะยอมนิ่งเฉยดูลูกหลานของข้าเจ็บปวด ในอนาคตข้างหน้าใครมากล้าทำร้ายลูกหลานของข้า ต่อให้ต้องทำร้ายผู้คนทั้งโลกข้าก็จะทำให้เห็นว่าเผ่าเทพอสรพิษฟ้าไม่ใช่เผ่าที่จะยอมให้ใครมาข่มเหงได้โดยง่าย” ข้ากล่าวคำสัตย์สาบานด้วยจิตใจอันกร้าวแกร่งออกไป ขณะเดินเข้าไปหาร่างที่ไร้ดวงวิญญาณ “ข้าจะใช้ร่างของเจ้าให้ดีที่สุด หากมีวันใดที่ข้าต้องละทิ้งร่างของเจ้าเพื่อเข้าสู่ร่างกายใหม่ ข้าจะทำพิธีศพอันยิ่งใหญ่แก่เจ้าเอง”

นับแต่นี้ไม่มีคนชื่อหยางเยี่ยอีกต่อไปจะมีก็แต่ อินจื่อ บุรุษผู้สั่นสะเทือนทั้งฟ้าดิน!



ตอนนี้คือตอนพิเศษ ที่เป็นการลง Season I EP 0 ฉบับรีไรท์ที่เกือบจะเสร็จสมบูรณ์(ราว 85 %)

ซึ่งนำมาลงเป็นตอนพิเศษ ตามที่ได้แจ้งเอาไว้ว่าจะลงให้นักอ่านทุกท่านช่วยเปรียบเทียบระหว่างของเก่ากับของใหม่ อ่านแล้วอย่าลืมติชมเสนอแนะด้วยนะครับทุกท่าน

ป.ล. เหตุที่ยังไม่ลง Season III   EP 1 เพราะต้องการลงพรุ่งนี้จะได้อ่านกันวันละ 3 Part ไม่ค้างคา


 แฟนเพจ คลิกเลยครับ


ยอดโดเนทสนับสนุน  คงเหลือ 5 วัน (รวมวันนี้ด้วย)

ตอนนี้นับเป็น Part ที่  3 / 3 ประจำวันที่ 22 ก.พ. 2560 (นับเป็นเกณฑ์ไม่ได้เสีย part โดเนทจริง)

สามารถบริจาคเพิ่มยอดเพื่อรับ Part อ่านในแต่ละวันเพิ่มได้

โดยการติดต่อผ่าน IB แฟนเพจ (หรือศึกษาจากโพสปักหมุดในแฟนเพจก็ได้ครับ)

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 187 ครั้ง

12,349 ความคิดเห็น

  1. #11796 บิลเลียส (@Ororite) (จากตอนที่ 157)
    วันที่ 15 กันยายน 2561 / 13:18
    สรุปคือพี่6มีลูกชายฝาแฝด คนแรก(หยางๆ)ถูกผนึกไว้กับอินจื่อ จะถูกส่งไปเกิดยังโลกมนุษย์เมื่ออินจื่อออกจากการบำเพ็ญเพียร ส่วนอีกคนถูกนำไปฝากไว้กับพระพุทธองค์ตั้งแต่แรก แต่ด้วยเทพเซียนไม่อาจบรรลุอรหันต์ คนนี้เลยไปเกิดบนโลกมนุษย์มีลูกหลาน(ที่ปัจจุบันคือเตียวเสี้ยนและลูกทั้ง2) บำเพ็ญเพียรจนได้เป็นพระโพธิสัตว์
    #11796
    0
  2. #9933 ana julia (@anajulianovela) (จากตอนที่ 157)
    วันที่ 7 กันยายน 2560 / 15:27
    แก้ไขแล้วรู้สึกแน่นๆค่ะ คือว่าบางปมจะทิ้งไว้แบบเดิมก็ได้ นี่เหมือนแทรกแทบทุกอย่างของทั้งสองภาคแรกไว้ในอารัมภบทเลย
    แต่ไม่ใช่ว่าไม่ดีนะคะ คือแบบใหม่นี่อ่านง่าย เข้าถึงง่ายขึ้นมากค่ะ
    #9933
    0
  3. #9733 monster_ordinary (@monster_ordinary) (จากตอนที่ 157)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2560 / 23:41
    เเปลว่าอาจจะมีไปสิงร่างใหม่ใช่มะ ตามมาถึงตอนนี้เเล้ววว สนุกกกโคตรรรรรร สู้ๆนะไรท์
    #9733
    0
  4. #9468 judymefern1995 (@judymefern1995) (จากตอนที่ 157)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2560 / 02:13
    โหวตแบบเก่าค่าา รู้สึกว่าเนื้อหามันพอดีสำหรับตอนเริ่ม มันไม่เยอะไป มีปมเพิ่มขึ้นมาเรื่อยๆให้พอได้คิดตามได้ตลอด อันใหม่มันเหมือนอัดทุกอย่างเข้ามามากไป เหมือนแค่อ่านบทนำก็รู้ทุกอย่าง มันไม่ตื่นเต้น ไม่ลุ้นว่าจะมีอะไรโผล่มา หรือเป็นเพราะว่าแบบเก่าคืออันที่เราอ่านอันแรก ความประทับใจของมันเลยมีมากกว่าก็ไม่รู้
    #9468
    0
  5. #9180 minuSnine (@rainsdrop) (จากตอนที่ 157)
    วันที่ 28 เมษายน 2560 / 14:44
    ชอบฉบับก่อนตอนขึ้นต้นว่า 980,000ปี มันชวนงุนงง สงสัย น่าติดตาม คหสต.
    #9180
    0
  6. #8610 Nueng (จากตอนที่ 157)
    วันที่ 4 เมษายน 2560 / 16:15
    เริ่มงง

    ไหนบอกว่าพี่หกมีลูกแฝดที่ถูกจับแยกเพียงคู่เดียว

    คนนึงเกิดเป็นมนุษย์ปกติสืบเชือสายกันมาจนจะหยุดที่ลูกของเตียวเสี้ยน

    อีกคนนึงคือ หยางหยาง

    แล้วพระโพธิสัตว์เป็นลูกพี่หกเหมือนกัน

    ทำไม่พี่หกมีลูก 3 คน

    ถ้าไรท์กลับมาอ่านเจอเม้นท์นี้

    ช่วยไขข้อข้องใจหน่อยนะ

    เป็นตอนปัจจุบันที่ไรท์เขียนก็ได้

    เดียวก็ตามอ่านไปถึง
    #8610
    1
    • #8610-1 มงกุฎพฤกษา (@naturecrowns) (จากตอนที่ 157)
      4 เมษายน 2560 / 16:24
      ลองกลับไปอ่านดูครับ ว่าลูกที่ลงมาเกิดเป็นมนุษย์ ลงมาเพราะอะไร จะได้คำตอบที่ถามทันที
      #8610-1
  7. #8550 ♥•Kitsune•♥ (@manatanan1) (จากตอนที่ 157)
    วันที่ 3 เมษายน 2560 / 15:21
    ชอบบบบบบบ
    #8550
    0
  8. #7016 I'am.G :)) (@giorgiorocco) (จากตอนที่ 157)
    วันที่ 9 มีนาคม 2560 / 15:48
    เดี๋ยวนะ เยี่ยฉางจือนี่คือคนที่พี่หกเอาไปฝากก่อนตาย แล้วคนที่มาเกิดเป็นมนุษย์แล้วมีลูกหลานเรื่อยมาจนมีเตียวเซียนนี่คือ เยี่ยฉางจือ ใช่หรือเปล่า พอบรรลุแล้วก็กลับแดนสุขขาวดี แล้วก็รับมอบหมายให้มานรก แล้วอยู่นรกตั้งแต่นั้นมา?
    #7016
    0
  9. #6582 Pochfire (@Pochfire) (จากตอนที่ 157)
    วันที่ 3 มีนาคม 2560 / 08:31
    รีไรท์แล้วอ่านนุ่มขึ้น ไหลลื่น ดื่มด่ำไปตามความคิดตัวเอก แต่มันจะขัดกับแนวเขียนบทอื่นๆที่กระชับ. ถ้าจะรีไรทควรทำบางบทที่เน้นอารมณ์ หรือทำทั้งหมด
    #6582
    1
    • #6582-1 มงกุฎพฤกษา (@naturecrowns) (จากตอนที่ 157)
      3 มีนาคม 2560 / 11:13
      มันเป็นแค่ตัวอย่างครับ ต้องรีไรท์ทั้งหมดอยู่แล้ว ค่อยเป็นค่อยไป
      #6582-1
  10. #6274 do-pinpcy (@do-pinpcy) (จากตอนที่ 157)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2560 / 20:48
    แหะๆ เราขอบอันแรกอ่ะ มันกระชับแล้วก็เข้าใจง่าย แต่อันใหม่ก็ดีเท่าที่อ่านแล้วทำให้เราเข้าใจถึงอารมณ์ของเฮียจื่อรวมถึงรายละเอียดปลีกย่อยเล็กๆน้อยๆ
    จะยังไงก็แล้วแต่ผู้เขียนเลยค่ะ เรื่องนี้เราไม่ขัดข้อง ^^
    #6274
    0
  11. #5976 มากิริจัง (@mikiri) (จากตอนที่ 157)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2560 / 22:07
    เราชอบเวอร์ชั่นเก่ามากกว่าคะ
    อันนี้อ่านแล้วมันรู้สึก แข็ง เกร็ง มีความเครียด
    ดูรวบรัดความ (มั้ง) อันเก่าเวลาอ่าน 
    จะค่อยรู้สึก รับรู้ ตัวละคร จนน่าติดตามคะ
    แต่เวอร์นี้ ภาษาก็ยังสวย อ่านทำความเข้าใจง่าย
    เหมาะกับคนชอบแนวดุดัน บรรยายแก้ในส่วนของอันที่แล้วที่ขาดไป.... สรุปแล้ว แบบนี้ก็ดีคะ ดีมากด้วย
    แต่ความประทับใจแรก มันยังจำไม่ลืมคะ
    เลยคิดว่าเวอร์เก่าดีกว่า ก็แค่นั้นเอง
    #5976
    0
  12. #5949 RyomasU (@ryomasu16) (จากตอนที่ 157)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2560 / 09:56
    ชอบแบบแรกมากกว่าค่ะ
    #5949
    0
  13. #5947 ♤Macro`xx♤. (@bt-swagger7) (จากตอนที่ 157)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2560 / 09:34
    อารมณ์ดูหน่วงๆ เข้าใจว่าเศร้า แต่เวอร์ชั่นนี้ดูกระหายจะแก้แค้นราวกับเทพมาร(บ่นอะไรฟร๊ะ!!) แบบว่า มันไม่ตรงคอนเซปเอื่อยๆ กึ่งขาวกึ่งดำของอินจื่อ พอละ ขี้เกียจบ่น ชอบแบบเก่ามากกว่าฮ้าฟฟฟ~ สู้ๆนะไรเตอร์
     
     
    #5947
    1
    • #5947-1 มงกุฎพฤกษา (@naturecrowns) (จากตอนที่ 157)
      24 กุมภาพันธ์ 2560 / 09:36
      ต้องคิดว่า นั่นคือช่วงเริ่มต้น คนเราโกรธแรกๆมันต้องรุนแรงมากมายอยู่แล้ว
      จะให้แบบรุ้ว่าครอบตัวตายหมดแบบไม่ยุติธรรมแล้วทำตัวชิวๆ ผมว่ามันขัดๆนะครับ แหะๆ
      #5947-1
  14. #5943 srawutfluk (@srawutfluk) (จากตอนที่ 157)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2560 / 08:47
    เริ่มไม่ชอบยังไงไม่รู้ดูเวอร์ ????
    #5943
    1
    • #5943-1 มงกุฎพฤกษา (@naturecrowns) (จากตอนที่ 157)
      24 กุมภาพันธ์ 2560 / 08:49
      ไม่ชอบก็พักไว้ก่อนครับ
      เวลาไม่มีอะไรอ่านค่อยแวะมาลองอ่านใหม่ เผื่อจะดีขึ้น ฮ่าๆ

      แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 24 กุมภาพันธ์ 2560 / 09:03
      #5943-1
  15. #5898 Karishma99 (@Karishma99) (จากตอนที่ 157)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2560 / 17:13
    ขอบคุณค่ะ
    #5898
    0
  16. วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2560 / 03:55
    สิบเดือนก็พอมั้ง? - - โบโบ้ ผมตายยังไม่เสียใจร้องไห้ขนาดนี้
    #5865
    0
  17. วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2560 / 00:46
    ถ้าต้องเลือกว่าชอบอันไหนมากกว่า
    ขอตอบว่า
    ชอบแบบเก่ามากกว่าค่าาา บรรยากาศรอบตัวพระเอกให้อารมณ์ อิสระเสรี ไร้กฏเกณฑ์ ดูแค้น ดูเจ้าเล่ห์แบบน่ารักๆ 
    บทนำแบบนี้แหล่ะที่ล่อลวงเราได้สำเร็จ!
    เวอร์ชั่นใหม่ มีดีตรงที่อธิบายอะไรชัดเจนขึ้น แต่บรรยากาศรอบตัวพระเอกดูหม่นหมอง เศร้าหมองมากไป เหมือนเจ้าหนุ่มอมทุกข์

    แต่ถ้าจะใส่ไว้เป็นตอนพิเศษเพื่อให้เข้าใจตัวละครนี้ เรื่องราวนี้ มากขึ้นก็ดีเหมือนกันนะคะ 
    อย่าลบอันแรกน๊าาา ชอบเวอร์ชั่นแรกมากกกกกกกกกกก

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 23 กุมภาพันธ์ 2560 / 00:50
    #5859
    1
    • #5859-1 NastNarin (จากตอนที่ 157)
      23 กุมภาพันธ์ 2560 / 02:45
      +1+1+1+1+1+1+1
      #5859-1
  18. #5857 sweetpeony2 (@sweetpeony) (จากตอนที่ 157)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2560 / 23:32
    เป็นอีกคนหนึ่งที่ชอบแบบเก่ามากกว่ารีไรท์ค่ะ
    #5857
    0
  19. #5853 ckchatchen42 (@ckchatchen42) (จากตอนที่ 157)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2560 / 22:14
    อ่านแล้วรืนไหลดี มีสะดุดเป็นบ้างช่วง เพราะบ้างคำทำให้ความหมายเปลี่ยนและงง แต่รวมๆอ่านแล้วเข้าใจง่ายขึ้นสนุก และทำให้ลุ้นทำให้อยากรู้ต่อว่าจะเป็นแบบไหน
    #5853
    0
  20. #5840 Organelle (@ayyiashe) (จากตอนที่ 157)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2560 / 20:29
    รอติดตามค่ะ
    #5840
    0
  21. #5826 fonfonnamfon (@fonfonnamfon) (จากตอนที่ 157)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2560 / 18:07
    เราชอบแบบตอนแรกมากกว่านะแต่รีไรท์ก็เห็นอารมณ์ตัวเอกชัดดี
    จริงๆคั้นไว้ก็ดีนะเวลาลงทีละสามได้ไม่งง
    สู้ๆเราปูเสื่อรอตอนต่อไป
    #5826
    0
  22. #5825 cattycall (@catty_call) (จากตอนที่ 157)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2560 / 17:54
    รู้สึกว่าชอบแบบเก่ามากกว่า ดูได้อารมณ์กว่า แบบใหม่รู้สึก ราบเรียบ(หรือว่าเคยอ่านแล้วทำให้รู้สึกไม่แตกต่าง)
    #5825
    0
  23. #5820 Unnilium (@litium) (จากตอนที่ 157)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2560 / 17:32
    ดูสมูทขึ้น
    #5820
    0
  24. #5811 nongspy555 (@nongspy555) (จากตอนที่ 157)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2560 / 16:18
    รีไรท์นับด้วยรึครับ
    #5811
    1
    • #5811-1 มงกุฎพฤกษา (@naturecrowns) (จากตอนที่ 157)
      22 กุมภาพันธ์ 2560 / 16:20
      นับเป็นเกณฑ์ครับ แจ้งไว้นานแล้วว่าตอนพิเศษไม่นับเป็นตอนโดเนท
      เพราะตั้งใจเอามาคั่น ให้ได้วันละ 1 EP แบบครบ 3 part ขืนลงวันนี้ Ep 1-1
      พรุ่งนี้ลง 1-2 1-3 2-1 มีหวังค้างกันแน่ๆ
      #5811-1
  25. #5809 RG-isme (@RG-isme) (จากตอนที่ 157)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2560 / 16:15
    เค้าว่ามันก็ไม่ค่อยต่างกันเท่าไหร่ แค่เปลี่ยนจากมุมมองบุคคลที่3เป็นตัวเอกเเทน นี่ชอบแบบเเรกมากกว่า แต่แบบรีไรท์เห็นอารมณ์ตัวเอกชัดกว่า
    #5809
    4
    • #5809-3 RG-isme (@RG-isme) (จากตอนที่ 157)
      22 กุมภาพันธ์ 2560 / 16:42
      เราพลาดไป เราเบลอเอง แต่ก็ยังชอบแบบก่อนรีไรท์กว่าอยู่ดี เป็นกำลังใจให้นะ
      #5809-3
    • #5809-4 panitin (@panitin) (จากตอนที่ 157)
      22 กุมภาพันธ์ 2560 / 18:29
      ถ้าไม่เคยอ่านมาก่อนจะชอบแบบนี้มากเลย มีบรรยาย มีบทพูด มีสถานการณ์ให้เห็น

      ถ้าได้อ่านรีไรท์ทั้งหมดนี่คงฟินมากๆ

      แบบแรกที่ลงมันกระชับ เนื้อเน้นๆ มันเป็นมัน ก็เลยน่าจะชอบกันมากกว่า

      #5809-4