อ้อนรักมาเฟีย 💏 (ไรอัน ♡ ดาด้า) นิยายชุด มาเฟียที่รัก By นิลจันทรา

ตอนที่ 9 : น้องเมาเหล้า แต่พี่เมารัก (ต่อ)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,235
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 34 ครั้ง
    26 มิ.ย. 61





                   ไรอันไม่คิดเลยว่าจะได้เห็นน้องสาวของตัวเองอยู่ในสภาพมัวเมาไร้สติเช่นนี้ พาลทำให้อารมณ์ของเขาเดือดดาลด้วยความโมโหสุดขีด รีบก้าวอาดๆเข้าไปคว้าหมับข้อมือเล็กของคนที่กำลังเต้นหัวฟัดหัวเหวี่ยงท่ามกลางบุรุษนับสิบอยู่ตรงกลางฟลอร์ ก่อนจะจัดการลากคนเมานั้นออกจากที่อโคจรและพากลับบ้านทันที โดยไม่สนเสียงร้องขัดใจของแม่น้องสาวตัวดีที่ดิ้นเป็นหมาบ้า ทั้งทุบ ทั้งตี ทั้งกัดเขาสารพัดเพื่อให้ได้กลับไปเริงร่าต่อ

                เจ้าเฟอร์รี่คันงามขับเคลื่อนด้วยความเร็วสูง โดยพุ่งทะยานมาถึงคฤหาสน์รอสเบิร์กภายในเวลาเพียงยี่สิบนาที ซึ่งเร็วกว่าเวลาปกติที่ควรจะเป็นเกือบครึ่งต่อครึ่งเลยทีเดียว ครั้นเมื่อเครื่องยนต์ดับสนิทร่างสูงของสารถีหนุ่มอารมณ์ร้อนก็ก้าวลงจากรถแล้วเดินอ้อมมายังฝั่งที่นั่งข้างคนขับ จัดการช้อนร่างบอบบางของคนเมาที่กำลังคอพับคออ่อนพาเข้าไปในบ้านและตรงขึ้นบันไดไปยังชั้นสอง ซึ่งการเปิดประตูขณะอุ้มอีกคนอยู่นั้นเป็นไปด้วยความทุลักทุเลเนื่องจากต้องจับร่างอ่อนปวกเปียกพาดวางไว้บนบ่าเพื่อที่จะใช้มือข้างหนึ่งในการหมุนลูกบิด

                คนเมาถูกวางลงบนเตียงนอนสีขาวหลังใหญ่ตรงกลางห้อง ส่วนคนพามาก็ยังไม่หมดหน้าที่เพราะร่างสูงกำลังเตรียมจะเดินออกจากห้องเพื่อจัดหาผ้าเย็นสักผืนมาเช็ดหน้าเช็ดตาให้ ทว่ากลับต้องชะงักเสียก่อนเมื่อเสียงหวานหยดในจังหวะยานคางเอื้อนเอ่ยขึ้น

                “เอาเหล้ามาดิ๊”

                ไรอันถึงกับหูกระดิก หลุบมองดวงหน้างามที่เปลือกตาทั้งคู่พยายามปรือขึ้นมอง หากสายตาที่ไม่ได้จับมายังเขาโดยตรง ทำให้ไรอันไม่คิดว่าเสียงเพี้ยนสูงเมื่อครู่นั้นกำลังออกคำสั่งกับเขา

                “ยัยเมรีขี้เมาเอ้ย”ตำหนิเสียงเบา ก่อนคิ้วเข้มจะย่นเข้าหากันเป็นความแปลกใจ ในขณะที่ริมฝีปากหยักขยับยิ้มกริ่มเมื่อได้ยินคนเมาโต้กลับเร็วพลันเพื่อแก้ต่างให้ตัวเอง

                “ไม่ได้เมา!

                “แล้วไอ้ที่เดินไม่ตรง มองอะไรไม่ชัดนี่คืออะไรฮึ”เมื่อเห็นว่าคนเมานั้นหูยังใช้การได้ดีไรอันจึงยิงคำถามกลับเสียงทุ้ม จากที่คิดว่าจะลงไปหยิบผ้าเย็นในตอนแรก แต่ยามนี้จึงเกิดเปลี่ยนใจก้าวเข้าไปยืนชิดข้างขอบเตียงก่อนจะโน้มตัวเท้าฝ่ามือหนาทั้งสองข้างกับที่นอนในลักษณะคร่อมร่างบางเอาไว้พร้อมกับรอฟังคำตอบอย่างคนใจเย็น

                “แค่มึนๆ”

                “แล้วมึนมากไหมครับ”คราวนี้เสียงถามนั้นเคล้าความนุ่มทุ้ม ขณะที่ดวงตาคมจับจ้องใบหน้าแดงก่ำของคนกำลังมึนด้วยสายตาหวานเชื่อมหลงใหล

                “หึ! ดื่มแค่นิ๊ดเดียวเอง”

                “นิดเดียวนี่กี่แก้ว”

                “หนึ่ง….สอง….สาม….โอ้ย ปวดหัว!

                คนรอฟังถึงกับหลุดเสียงหัวเราะ เพราะเขาอุตส่าห์ตั้งใจฟังแม่คุณนับว่าตัวเองดื่มไปกี่แก้วถึงได้เมาปลิ้นขนาดนี้ ทว่ามือเรียวที่ยกขึ้นคำนวณกลับถูกลดลงไปกุมที่ขมับเล็กพร้อมกับเสียงครางว่าปวดหัว ไรอันจึงมองใบหน้างามที่กำลังบิดเบ้แล้วคลี่ยิ้มกว้าง นึกแปลกใจตัวเองอยู่ไม่น้อยว่าความกรุ่นโกรธเมื่อก่อนหน้านั้นหายไปไหนหมด ทำไมในยามนี้ความรู้สึกถึงถูกแทนที่ด้วยอารมณ์อิ่มเอมซึ่งกำลังก่อตัวขึ้นในหัวใจ

                “ร้อน!

                พลันเสียงบ่นจากริมฝีปากอิ่มจะฉุดให้ไรอันตื่นจากภวังค์แห่งความคิดของตัวเอง ก่อนมือหนาจะรีบตะครุบมือเรียวที่เลื่อนไปจับเกาะอก ทำท่าจะถอดมันออกจากกาย ทว่ายังดีที่เขารั้งไว้ได้ทัน มิเช่นนั้นคงได้เห็นอะไรดีๆก่อนนอน

                “ฮื้อร้อน! จะอาบน้ำ”ความร้อนรุ่มในกายอันเป็นผลของฤทธิ์แอลกอฮอล์ที่เธอดื่มเข้าไปอย่างไม่บันยะบันยังกำลังเล่นงานคนคออ่อนซึ่งไม่ค่อยได้แตะของมึนเมาบ่อยนักให้เริ่มทุรนทุราย ร่างบางจึงดิ้นเร่าๆไปมา พยายามจะถอดอาภรณ์บนกายเพื่อคลายความระอุให้กับตัวเอง แต่ก็ทำไม่สำเร็จเมื่อข้อมือเล็กถูกรวบตึงเอาไว้กับเตียงแน่น  

                “ด้า”ไรอันเค้นเสียงปรามลอดไรฟัน ก่อนที่เสียงครวญครางและเสียงร้องไห้อย่างทรมานของคนใต้ร่างจะทำให้เขาขบกรามแน่นเป็นสันนูน

                “ร้อน ฮื้อ ฮื้อ….

                ดวงตาคมกริบหลุบมองริมฝีปากอิ่มแดงแจ๋ที่เผยอพูดแผ่วเบา พลันน้ำตาที่รินล้นจากหางตาทั้งสองข้างจะสร้างความเจ็บปวดในใจให้ไรอันรู้สึกทรมานไม่ต่างกัน มือหนาข้างหนึ่งยื่นไปเกลี่ยปอยผมที่บดบังใบหน้าชุ่มเหงื่อเป็นเม็ดๆ ลูบผมนุ่มเบาๆก่อนจะแนบริมฝีปากหยักลงบนหน้าผากกลมมนอย่างปลอบประโลม ขณะที่ในใจเริ่มโทษความผิดให้กับตัวเอง เพราะถ้าหากเขาไม่ปล่อยให้เธออยู่ในงานเพียงลำพัง หรือไปรับเธอให้เร็วกว่านี้ มลินดาก็คงไม่ดื่มจนเมาหนักและคงไม่มีสภาพอย่างที่เห็น

                “ฮื้อ

                เสียงร้องยังคงดังต่อเนื่องจนไรอันไม่อาจทนฟังได้อีกต่อไป ยิ่งได้เห็นยิ่งได้ยิน หัวใจของเขามันก็ยิ่งบีบแน่นจนแทบหายใจไม่ออก ไม่รู้จะทำเช่นไรดีถึงจะช่วยให้คนเมาหายจากอาการร้อนเร่าทุรนทุรานที่กำลังแผดเผาในกาย สมองของไรอันตอนนี้มันตื้อและคิดได้แต่เพียงว่า หยุดเสียงร้องไห้อันบาดใจนั่นซะ!’

                ทันเท่าความคิดริมฝีปากหยักก็แนบลงบนเรียวปากอิ่มสีแดงปลั่ง เก็บกลืนเสียงร้องไห้ด้วยการเริ่มบดคลึงกลีบปากนุ่มอย่างดูดดื่ม พลางสอดปลายลิ้นรุกล้ำเข้าไปในโพรงปากเล็กตวัดสัมผัสลิ้มรสของความหวานล้ำจนทั่วทุกซอกทุกมุมด้วยความลุ่มหลงเพื่อหวังจะปัดเป่าความทุกข์ทรมานนั้นให้กับเด็กสาว

                จังหวะที่ทวีความหนักหน่วงและรุนแรงขึ้นเรื่อยๆทำเอาคนถูกคุกคามด้วยจูบซึ่งไม่แม้แต่จะปล่อยให้ได้หายใจถึงกับครางประท้วงในลำคอ ขณะมือเล็กที่เพิ่งเป็นอิสระทั้งสองยกขึ้นดันอกแกร่งที่โถมทับลงบนตัวของเธอให้ออกห่าง มลินดาแทบจะขาดใจให้ได้เมื่อถูกปากอุ่นร้อนดูดกลืนแย่งลมหายใจของเธอไปจนหมด

                “อื้อ

                ทว่าคนที่กำลังเมามันกับการบดเคล้าปากอวบอิ่มกลับหาได้ใส่ใจอาการประท้วง ยังคงลากไล้มือใหญ่ไปทั่วทั้งสรรพางค์กายของคนใต้ร่าง สร้างความวาบหวามและความเสียวซ่านให้กับเจ้าของมือเล็กที่กำลังดุดันจนกระทั่งยอมหยุดการผลักไส ก่อนลำคอแกร่งจะถูกคล้องด้วยเรียวแขนเล็ก

                มือใหญ่ยังคงทำหน้าที่ของมันได้ดีอย่างต่อเนื่องด้วยการสอดเข้าใต้ร่างบาง จัดการรูดซิบตรงด้านหลังจนสุดแล้วรั้งเกาะอกตัวสวยไปกองอยู่ที่เอวคอด ก่อนจะเคลื่อนมือที่สั่นเล็กน้อยไปเคล้นคลึงทรวงอกเต่งตึงเต็มไม้เต็มมือ พลางใช้ปลายนิ้วหยอกเย้าปลายยอดสีระเรื่อเพื่อปลุกเร้าให้ชูชัน พลันริมฝีปากหยักที่ละจากปากอิ่มลงมาลากเลื้อยไปบนผิวหน้าเรียบเนียนละมุนละไมนั้นได้พักใหญ่จะยิ้มหยักอย่างพอใจ เมื่อสัมผัสได้ถึงแรงสะดุ้งเฮือกของคนใต้ร่างพร้อมกับแว่วได้ยินเสียงครางกระเส่าสันที่เล็ดลอดออกจากเรียวปากอิ่ม

                “ด้าหวานจนพี่แทบขาดใจเลยทูนหัว”

ประโยคเสียงพร่าดังจากริมฝีปากหยักที่เงยหน้าจากซอกคออันหอมกรุ่นขึ้นมาบอก ทว่าคนเมาที่กำลังถูกครอบงำด้วยอารมณ์พิศวาสในกายไม่รู้จะเอาสมองส่วนไหนไปคิดถึงเรื่องอื่น ไม่รู้สึกดีใจกับคำชมนั่นเลยสักนิดเดียว มลินดาจึงเอาแต่ส่ายใบหน้าที่หลับตาพริ้มนั้นไปมา ในขณะที่ริมฝีปากอิ่มถูกเจ้าตัวขบเม้มแน่นราวกับกำลังข่มความรู้สึกกระสันรัญจวนที่มวนในท้องน้อยก่อตัวเป็นเกลียวคลื่นของมรสุมลูกเล็ก แต่ความรุนแรงของมันกลับทำให้เธอขนลุกชันไปทั่วทั้งกาย ยิ่งถูกรุกเร้ามากเท่าไหร่ไฟพิศวาสก็ยิ่งครอบงำกายให้ร้อนเร่า ได้แต่ครางระงมจนแทบไม่เป็นเสียงเมื่อกำลังตกเป็นเบี้ยล่างของกามอารมณ์ แอ่นเอนทรวงอกอันงดงามเข้าหาการสัมผัสอย่างบ้าคลั่งเมื่อปากร้อนไล้เลียและดูดคลึงหนักหน่วง

                ไรอันยิ้มหยักด้วยความพึงพอใจเมื่อคนใต้ร่างปล่อยตัวและใจไปกับการกระตุ้นในทุกจังหวะสัมผัสอันมีชั้นเชิงของหนุ่มเกือบใหญ่ในวัยสามสิบเอ็ดที่ผ่านเรื่องพวกนี้มาแล้วทุกรูปแบบ ทว่าสาวน้อยใต้ร่างที่เขาเฝ้ามองการเจริญวัยของเธออยู่ทุกวี่วันกลับทำให้คนมากประสบการณ์อยากข้ามขั้นด้วยการระบายความคับคลั่งของแกร่งกายให้รู้แล้วรู้รอด ครั้นจะทำอย่างใจไรอันก็ยังคงต้องยับยั้งชั่งใจเมื่อเห็นใบหน้างามและร่างอรชรอ้อนแอ่นที่ไร้เดียงสากับการต้องสัมผัสมือชาย เขายังอยากมอบความสุขสมเล็กๆน้อยๆด้วยการเล้าโลมเพื่อปลอบประโลมสาวน้อยเสียก่อน

พลันคิ้วเข้มจะต้องขมวดเข้าหากันด้วยความแปลกใจ ขณะมือหนาที่เตรียมจะเลื่อนเกาะอกที่กองไว้บนเอวคอดให้หลุดออกจากเรือนกายงามก็ชะงักค้างอยู่อย่างนั้น เมื่อร่างบางที่นอนกระสับกระส่ายอยู่บนที่นอนนุ่มจู่ๆก็ลุกพรวดพราดขึ้นนั่งก่อนจะโพล่งคำที่ทำเอาอารมณ์ของคนฟังถึงกับสะดุดกึก

                “จะอ้วก!

                บอกเสร็จมือเล็กก็ยกขึ้นปิดปากตัวเองเอาไว้แน่น  ก่อนที่ร่างบางจะลอยหวือเข้าไปในอ้อมแขนแกร่งแล้วพาอุ้มเข้าไปส่งในห้องน้ำอย่างรวดเร็ว มลินดาอาเจียนเอาทุกอย่างออกมาจนหมดพุง ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นน้ำสีเหลืองๆเพราะเธอไม่ได้ทานอะไรเลยนอกจากดื่มเหล้าที่ทั้งรุคและเพื่อนชายคนอื่นๆหยิบยื่นมาให้

                ไรอันใช้มือข้างหนึ่งรวบผมสลวยไม่ให้จุ่มลงไปในชักโครก ในขณะที่มืออีกข้างก็ทำหน้าที่ลูบแผ่นหลังบาง ก่อนจะลุกไปหยิบแก้วตรงอ่างล้างหน้าเทน้ำจนเต็มแก้วแล้วส่งให้คนที่อาเจียนจนอ่อนแรงเอาไปบ้วนปาก ระหว่างนั้นดวงตาคมก็ถือโอกาสหลุบมองทรวงอกอิ่มด้วยสายตาอาลัยอาวรณ์ก่อนจะตัดใจดึงเกาะอกขึ้นปิดทรวงเต่งตึงแล้วรูดซิบให้ตามเดิม

                “ดีขึ้นหรือยัง”เสียงทุ้มเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วงเมื่อวางร่างบางลงนอนบนเตียง ยังคงจดจ้องดวงหน้างามที่เคยแดงก่ำเพราะฤทธิ์เมาซึ่งในยามนี้กลับถูกแทนด้วยความซีดเจื่อนไร้สีจนไรอันใจหาย ร่างสูงจึงก้าวออกจากห้องแล้วลงไปยังชั้นล่างของตัวบ้านอีกครั้ง จากนั้นไม่นานก็กลับเข้ามาในห้องเดิมพร้อมกับผืนผ้าเย็นในมือ

                ไรอันพรมผ้าเย็นลงบนใบหน้าเนียนของคนที่กำลังหลับตาพริ้ม ไล้ไปตามลำคอ ไหล่เปลือย และเรียวแขนเล็ก พลางจะถอนหายใจยาวๆให้กับความคิดที่กำลังวิ่งวุ่นอยู่ในหัวของตัวเองตลอดเวลาอย่างไม่มีทีท่าว่าจะสงบนิ่ง เนื่องจากสิ่งที่เขาทำลงไปเมื่อครู่มันไม่ใช่เพราะอารมณ์ชั่ววูบหรือแค่ความต้องการทั่วๆไปของผู้ชาย แต่ไรอันรู้ดีว่ามันคือความอัดอั้นของความรู้สึกรักใคร่ที่เขาทนเก็บเอาไว้ในใจตลอดห้าปีที่ผ่านมา ไรอันไม่รู้ว่าทำไมเขาถึงหลงรักผู้หญิงคนนี้ได้มากมาย รักตั้งแต่แรกเห็น แต่เพราะคิดว่าความรักของเขามันไม่มีทางเป็นไปได้ เมื่อมลินดามีสถานะเป็นน้องสาว อีกอย่างเด็กสาวก็ไม่มีท่าทีว่าจะคิดกับเขามาเกินกว่าพี่ชาย มันจึงทำให้ไรอันเลือกที่จะพยายามตัดใจเรื่อยมา เขาตัดปัญหาด้วยการควงผู้หญิงมากมายเพื่อให้ลืมความรู้สึกเหล่านั้น ยอมแม้กระทั่งเปิดใจคบกับเจสซิกาเพื่อให้ลืมเด็กสาว ทว่ายิ่งนานวันการได้พบกันและอยู่ใกล้ชิดทุกวัน มันยิ่งทำให้ความรู้สึกของไรอันชัดเจนจนยากจะปฏิเสธว่าหัวใจของเขายังคงเรียกร้องอยากครอบครองในตัวเด็กสาวเสมอมา  และในวันนี้เมื่อมีโอกาสเขาจึงไม่อาจยับยั้งชั่งใจ….

                พลันเสียงทอดถอนหายใจก็ดังขึ้นอีกครั้งท่ามกลางความเงียบสงบภายในห้องนอน ก่อนใบหน้าคมสันจะโน้มลงไปประทับริมฝีปากหยักลงบนเรียวปากอวบอิ่มที่ยังบวมเจ่อจากจูบเมื่อก่อนหน้านั้นแผ่วเบา

รัก แค่ผู้หญิงคนนี้คนเดียวเสมอมา….



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 34 ครั้ง

6 ความคิดเห็น