อ้อนรักมาเฟีย 💏 (ไรอัน ♡ ดาด้า) นิยายชุด มาเฟียที่รัก By นิลจันทรา

ตอนที่ 7 : น้องเมาเหล้า แต่พี่เมารัก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,367
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 29 ครั้ง
    25 มิ.ย. 61


            ริมฝีปากอิ่มสีชมพูระเรื่อคลี่ยิ้มกว้างเมื่อเหลือบเห็นว่าสร้อยสีเงินยังคล้องอยู่บนข้อมือหนา พลางหลุบมองสร้อยข้อมืออีกเส้นที่ตัวเองสวมติดตัวตลอดสามวันนับตั้งแต่กลับจากอิตาลี มลินดาดีใจที่คนไม่ชอบสวมเครื่องประดับอย่างอื่นบนแขนนอกจากนาฬิกาเรือนโปรดยังไม่ยอมถอดสร้อยข้อมือแก้วมูราโน่สีเงินที่เธอซื้อให้

                “ยิ้มอะไรนักหนารู้สึกร้อนผะผ่าวบนใบหน้าเมื่อถูกดวงตาคู่สวยของคนที่นั่งอยู่ตรงข้ามจ้องมองมา ไรอันจึงถลึงตาเมื่อเห็นว่าริมฝีปากเรียวสวยขยับยิ้มกริ่ม เอ่ยถามผู้เป็นน้องสาวเสียงห้วนก่อนจะรีบดึงมือข้างซ้ายของตัวเองลงไปวางบนตักทันทีเพื่อหลบสายตาคู่นั้น

                มื้อเช้าอร่อยถูกปากคนอารมณ์ดีตอบเสียงร่า ก่อนจะตักอาหารเข้าปากคำโต ซึ่งไรอันได้แต่นิ่วหน้าไม่เชื่อ

“รีบกินเดี๋ยวพี่ไปทำงานสาย”  

ปกติก็เห็นตัวเข้าบริษัทเที่ยงเกือบทุกวัน ทำไมวันนี้ต้องเร่งเค้าด้วยเล่า

                “มีประชุมเช้า แล้วก็ต้องออกไปพบลูกค้าอีกหลายที่ไรอันแจงเสียงเรียบ เขาก็เพิ่งรู้จากผู้ช่วยฯเมื่อคืนนี้เองว่ามีงานหลายอย่างเลยที่รอให้เขาไปจัดการในวันนี้ เพราะฉะนั้นเขาต้องทำเวลาด้วยในการไปส่งมลินดาที่มหาวิทยาลัยและเข้าประชุมให้ทันก่อนเก้าโมง

                “คุณพ่อไบอันขา ได้ยินแล้วใช่ไหมคะว่าพี่สิงโตยุ่งงานทั้งวันเลย เกรงว่าจะไม่สะดวกไปรับไปส่งด้านี่สิ ถ้าอย่างนั้นวันนี้ด้าขอขับเจ้าออดี้ไปเรียนเองสักวันนะคะเสียงหวานเริ่มออดอ้อนในทันทีเมื่อเห็นว่าเรื่องเริ่มเข้าทางคนที่ถูกสั่งห้ามไม่ให้ขับรถอย่างเธอ

                “ไม่ต้องหาเรื่องขับรถเลย ถึงพี่ไปส่งไม่ได้ คนขับรถที่บ้านก็มี

                สิ้นเสียงเข้มของไรอัน ใบหน้างามก็บึ้งตึงด้วยความสิ้นหวัง ใช้ช้อนเขี่ยอาหารในจานไปมาอย่างหายอยากเมื่อไหร่จะครบสามเดือนสักทีเนี่ย

                “ยังไม่ถึงเดือนเลย อย่าใจขาดก่อนก็แล้วกัน

                “พี่สิงโต!ไม่ได้ตะคอกเปล่า แต่คนแง่งอนยังเบ้ปากสวยๆยื่นส่งไปทางผู้เป็นพี่ชายด้วย มลินดาไม่เข้าใจเลยจริงๆ ว่าแค่เธอขับรถเฉี่ยวสีถลอกเพียงเล็กน้อยเท่านั้น แต่ทำไมโทษที่ได้รับจากท่านประมุขของบ้านถึงได้โหดร้ายต่อเธอยิ่งนัก ถึงขนาดสั่งห้ามไม่ให้เฉียดเข้าใกล้เจ้าออดี้ รถสปอร์ตสัญชาติเยอรมันอย่างออดี อาร์ 8 (AUDI R8) คู่ใจของเธอ และห้ามขับรถทุกชนิดจนกว่าจะครบสามเดือน คิดแล้วคนรักการขับขี่รถเป็นชีวิตจิตใจก็ชักคันมือคันเท้า เร่าๆว่าจะทนไม่ไหวหากต้องรอนานถึงสามเดือน

                “เอาน่า ทะเลาะกันอีกแล้ว กฎก็ต้องเป็นกฎ โทษก็ต้องเป็นโทษ หนูชอบขับรถเร็วทั้งที่ตัวเองขับยังไม่เก่ง นี่ดีแค่ไหนแล้วที่อุบัติเหตุมันแค่เฉี่ยว เพราะถ้าชนขึ้นมาจริงๆ พ่อคงสั่งให้หนูเลิกขับรถไปตลอดชีวิต

                คนที่เฉียดจะได้เลิกขับรถตลอดชีวิตพ่นลมออกปากแรงๆด้วยความขัดใจ แอบส่ายหน้าเบาๆอย่างรับไม่ได้กับคำตัดสินที่ได้ยิน ก่อนจะก้มหน้าทานอาหารต่ออย่างสงบปากสงบคำ ก็ลองไบอันได้พูดแบบนี้แล้ว ต่อให้เธออ้อนแค่ไหนก็คงไม่เป็นผล เธอชนะทุกเรื่องนั่นแหละ ยกเว้นเรื่องขับรถ!

 

                ไรอันลอบมองคนที่นั่งใบหน้าบูดบึ้งอยู่ข้างๆหลังจากขับรถออกจากคฤหาสน์รอสเบิร์กได้สักพักใหญ่ ภายในรถตอนนี้เงียบกริบเมื่อคนช่างพูดกำลังไม่สบอารมณ์ ทว่าไรอันก็ไม่ได้เอื้อนเอ่ยเพื่อเปิดเรื่องสนทนา ยังคงขับรถไปเรื่อยๆจนกระทั่งได้จอดรถเพื่อรอสัญญาณไฟจราจรนั่นแหละเขาจึงเอี้ยวตัวไปปลดเข็มขัดนิรภัยของคนข้างๆ ตวัดมือหนาทั้งสองข้างจับเอวเล็ก ออกแรงยกและลากร่างบางนั้นขึ้นมานั่งเกยบนตักกว้าง ขณะเดียวกันก็ได้ยินเสียงร้องด้วยความตกใจดังกรอกหู

                “ว้าย! ทำอะไรเนี่ย

                “อยากขับไม่ใช่เรอะ

                ดวงตาคู่สวยเบิกกว้าง ทำอะไรไม่ถูกเลยสักอย่าง อยากขยับลงจากตักกว้างแต่ก็ติดตรงที่มือหนายังคงล็อคเอวของเธอเอาไว้ไม่ให้ขยับเขยื้อน และก่อนจะทันได้ทักท้วงอะไรเสียงทุ้มก็เอ่ยซุ่มเสียแนบใบหู

                “ไฟเขียวแล้ว

                เท่านั้นแหละมลินดาจึงหมดทางเลือก มือเรียวจำต้องวางหมับที่พวงมาลัย แล้วเหยียบคันเร่ง ควบคุมการเคลื่อนไปข้างหน้าของรถยนต์ด้วยความระมัดระวัง แต่กระนั้นก็ยังมิวายที่จะบ่นให้คนที่ตัวเองกำลังนั่งอยู่บนตัก

                “เล่นบ้าอะไรของตัวเนี่ย มันขับถนัดที่ไหนกันล่ะ ดูสิเหยียบคันเร่งก็ไม่ค่อยจะถึง

                “ขี้เกียจเห็นหน้าบึ้งๆ

                “จอดรถเปลี่ยนที่นั่งกันก่อนดีกว่าไหม

                “เปลี่ยนทำไม อีกไม่กี่เมตรก็ถึงมหาลัยแล้ว

                สิ้นเสียงทุ้มมลินดาก็แว่วได้ยินเสียงหัวเราะในลำคอจากคนที่เธอนั่งเกยอยู่ รู้หรอกน่าว่าตัวเองกำลังถูกหัวเราะเยาะ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากกัดฟันทนด้วยความเจ็บใจที่โดนแกล้ง พลางเอียงคอหลบลมหายใจอุ่นๆที่กำลังรินรดที่ต้นคอ

               

                และเนื่องจากวันนี้มีเรียนทั้งในภาคเช้าและภาคบ่าย หลังจากรับประทานอาหารกลางวันเรียบร้อยแล้วสามสาวเพื่อนซี้ก็ขยับย้ายมาจับจองที่นั่งใต้อาคารเพื่อรอเวลาขึ้นเรียน บนโต๊ะตอนนี้เกลื่อนไปด้วยห่อขนมและน้ำดื่มซึ่งถูกหยิบเข้าปากตลอดเวลา ขณะเสียงเจี๊ยวจ๊าวในหัวข้อสนทนาเรื่อยเปื่อยก็ยังคงรื่นไหลเป็นสายน้ำ จนกระทั่งมีร่างสูงสมาร์ทของนักศึกษาชายคนหนึ่งเดินเข้ามาแทรกวงสนทนานั่นแหละ สาวช่างพูดทั้งสามถึงได้เงียบปากแล้วพุ่งความสนใจไปยังผู้มาใหม่

                “ลมอะไรหอบมาถึงนี่ห้ะ”มลินดาเอ่ยถามเพื่อนร่วมรุ่นอย่างรุคด้วยน้ำเสียงสนิทสนม เนื่องจากคุ้นเคยกันดีในฐานะที่อีกฝ่ายเป็นลูกพี่ลูกน้องฝ่ายมารดาของไรอัน

                “ลมคิดถึง”

                “อย่ามาทำเลี่ยนแถวนี้ มีอะไรก็รีบว่ามาเลย”

                “พรุ่งนี้วันเกิด จะจัดปาร์ตี้เลยมาชวนให้ไปสนุกด้วยกัน เชิญพวกเธอสองคนด้วยนะ”

                มลินดายัดขนมเข้าปากแล้วเหล่มองเพื่อนสาวทั้งสองที่ตอนนี้ยิ้มกว้างดีใจสุดฤทธิ์ แต่เธอนี่สิหากจะไปก็คงต้องรอขอคุณพ่ออย่างไบอันเสียก่อน ถ้าอีกฝ่ายอนุญาตก็คงได้ไป

                “นายก็รู้ว่าฉันต้องขอคุณพ่อก่อนถึงจะออกไปเที่ยวได้”เสียงหวานบอกเหตุผลแก่รุคไปนั้น ทว่าชายหนุ่มกลับคลี่ยิ้มแล้วพูดต่อ

                “เรื่องนั้นไม่ต้องห่วงหรอกเพราะฉันขอให้แล้ว ท่านอนุญาต”

                มลินดาถึงกับทำตาโตเหลือเชื่อ อยากรู้นักว่าอะไรดลใจให้คุณพ่อไบอันอนุญาตให้รุคพาบุตรสาวสุดที่รักอย่างเธอไปเที่ยวกลางคืนได้ “ง่ายขนาดนั้นเลยเหรอ ไม่น่าเชื่อ”

                “ก็ไม่ง่ายหรอก กว่าจะเกลี้ยกล่อมสำเร็จก็นั่งคุยอยู่ตั้งเป็นชั่วโมงแน่ะ ตกลงว่าไปนะ”

                “อือ”

จะปฏิเสธได้ยังไงล่ะ ก็แม่เพื่อนสาวทั้งสองเล่นนั่งหน้าสลอนมองเธอด้วยสายตาอ้อนวอนสุดฤทธิ์ซะอย่างนี้ อีกอย่างนานๆจะได้ออกไปเที่ยวสังสรรค์อย่างคนอื่นเขาสักที

 

                ไรอันหัวหมุนกับงานทั้งวันจนแทบไม่มีเวลาได้หยุดพัก ในช่วงเช้าเกือบสี่ชั่วโมงเขานั่งดักดานอยู่ในห้องประชุมเพื่อวางแผนความร่วมมือกับบริษัท ซามา ซึ่งเป็นบริษัทอาหารแปรรูปและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ ในการสนับสนุนองค์กรการกุศล ด้วยการจัดทำวิตามินและอาหารเสริมสำหรับเด็กเพื่อช่วยเหลือเด็กยากไร้ในประเทศ

ก่อนในช่วงบ่ายของวันเขาจะต้องรีบออกไปคุยเรื่องสัญญาการซื้อขายผลิตภัณฑ์ยากับบริษัทคู่ค้าคนสำคัญถึงสามที่ ครั้นพอเสร็จจากงานปุ้บก็ต้องวนรถกลับไปรับน้องสาวที่มหาวิทยาลัยทันที

                เฟอร์รารี่คันงามสีดำขวับแล่นออกจากมหาวิทยาลัยชื่อดังของกรุงเบอร์ลินในเวลาห้าโมงเย็น โดยมีพลขับเป็นสาวสวยหน้าหวานที่กำลังนั่งจับพวงมาลัยยิ้มแป้นด้วยความดีใจเมื่อได้ขับรถพาพี่ชายไปร้านอาหารเพื่อหาอะไรทาน

                “กินอะไรดีคะเสียงหวานเอ่ยถามคนที่นั่งอยู่ข้างๆ

                “อะไรก็ได้ แต่ขอหนักท้องหน่อยเพราะพี่ยังไม่ได้กินอะไรมาทั้งวัน

                “งั้นต้องไปร้านนี้เลย อยู่ไม่ห่างจากมหาลัย เค้ากับเพื่อนไปถล่มมาบ่อยปากบอกตาก็มองถนนข้างหน้าพร้อมกับควบคุมทิศทางการขับเคลื่อนของรถให้นุ่มนวลที่สุดเพราะเกรงจะถูกคนนั่งอยู่ข้างๆหาว่าอ่อนหัด ก่อนเสียงหวานจะเอ่ยถามขึ้นอีกครั้งเมื่อเห็นว่าพี่ชายนั่งตาปรือคล้ายกับอยากหลับ ตัวเหนื่อยเหรอ

                “นิดหน่อย ไปมาหลายที่ไรอันตอบน้ำเสียงเนือยๆ ลำพังแค่งานไม่เหนื่อยเท่าไหร่หรอก แต่ที่ล้าแบบนี้ก็เพราะเมื่อคืนไปสังสรรค์แล้วกลับเลยเวลา ทำให้พักผ่อนไม่เพียงพอจนร่างกายอ่อนแรงอย่างที่เห็น

                “เหนื่อยก็นอน ถ้าถึงแล้วเค้าจะปลุก

                “อย่าขับไปเฉี่ยวใครอีกก็แล้วกัน

                “ประวัติศาสตร์ไม่มีทางซ้ำรอยแน่นอน ตัวหลับไปเลย เค้าต้องใช้สมาธิขับรถคนถูกสบประมาทว่าเสียงค้อน ทำไมนะ ทำไมทุกคนถึงชอบเอาความผิดพลาดเล็กๆน้อยๆของเธอมาตอกย้ำให้เป็นตราบาปของชีวิตด้วย ก็แค่เฉี่ยว รถถลอกแค่นิดเดียวเอง ตื่นกลัวอย่างกับเธอไปชนใครตายมาอย่างนั้นแหละ มลินดาโอดครวญในใจ

                และแล้วมลินดาก็สามารถพาพี่เฟอร์ของไรอันมาถึงร้านอาหารอย่างปลอดภัยไร้รอยขีดข่วน เธอปลุกคนที่หลับไปด้วยความเหนื่อย ก่อนจะเดินเคียงเข้าไปในร้านพร้อมกัน ขาประจำจัดการสั่งอาหารอย่างคล่องแคล่วเพราะมาบ่อย ระหว่างที่นั่งรออาหารคนช่างพูดก็หาเรื่องชวนคุยเป็นการฆ่าเวลา

                “วันนี้รุคมาหาด้วยล่ะ ชวนไปวันเกิดพรุ่งนี้

                “แล้วไงไรอันถามกลับเสียงเรียบในขณะบิดลำคอไปมาไล่ความเมื่อยล้า

                “ก็เค้าจะไปไง

                “คุณปู่คงให้ไปหรอก ริมฝีปากหยักยิ้มหยันคุณปู่ของเขาหวงมลินดาจะตายไป ห้ามนั่นห้ามนี่ตลอด โดยเฉพาะการเที่ยวกลางคืน ถ้าไม่ใช่งานสำคัญจริงๆก็อย่าหวังว่าจะได้ก้าวออกจากบ้าน ทว่าประโยคเสียงขานต่อมาของผู้เป็นน้องสาวถึงกับทำเอารอยยิ้มบนใบหน้าคมเข้มเจื่อนหายไปในชั่วพริบตา

                “รุคไปขอให้แล้ว คุณพ่อไบอันอนุญาตถึงได้มาชวน

ไรอันย่นคิ้วเข้มขมวดมุ่นด้วยความแปลกใจ เขาอุตส่าห์มั่นใจว่าผู้เป็นปู่จะเป็นปราการด่านสำคัญในการห้ามปรามมลินดา แต่ทำไมครั้งนี้ปู่ของเขาจึงยอมให้เด็กสาวไปกับคนอย่างเจ้ารุคง่ายๆเช่นนี้นะ ไรอันยังคงครุ่นคิดด้วยความสงสัย

                ทันใดนั้นเองสัญญาณเรียกเข้าจากโทรศัพท์มือถือของไรอันที่วางเอาไว้บนโต๊ะก็แผดเสียงดังขึ้น เจ้าของเครื่องหลุบมองหน้าจอก่อนจะกดปฏิเสธการรับสาย ซึ่งการกระทำของเขาส่งผลให้คิ้วเรียวของคนที่นั่งจ้องอยู่ขยับย่นเข้าหากันด้วยความใคร่รู้ว่า ใครโทร.มา?

                “ทำไมไม่รับล่ะ

                “ไม่สำคัญหรอก

                “รู้ได้ยังไง ปลายสายเขาอาจจะมีธุระคุยด้วยถึงได้โทร.มา

                ถึงอย่างนั้นไรอันก็ไม่มีท่าทีว่าจะสนใจเครื่องมือสื่อสารซึ่งถูกวางอยู่ที่เดิม จนกระทั่งเสียงสัญญาณดังขึ้นอีกครั้ง มือหนาจึงเตรียมจะหยิบโทรศัพท์มาปิดเครื่องซะเพื่อตัดรังควาน แต่ก็ช้ากว่ามือเรียวเล็กที่ยื่นมาคว้าตัดหน้าไปกดรับสายอย่างรวดเร็ว

                “สวัสดีค่ะ เมียด็อกเตอร์ไรอัน รอสเบิร์กพูดค่ะ

                เจ้าของโทรศัพท์ได้แต่ส่ายหน้าด้วยความเอือมระอาในความวุ่นวายเด็กสาว นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่มลินดาถือวิสาสะรับโทรศัพท์ของเขา หากปลายสายเป็นลูกค้าก็ดีไปเพราะเธอจะยอมยื่นส่งคืนให้แต่โดยดี แต่ถ้าเป็นผู้หญิงที่เข้าข่ายโทร.มาเกาะแกะ ก็คงไม่พ้นจะโดนแม่คุณแผลงฤทธิ์ใส่

                “น้องดาด้าหรือเปล่าคะ

                เสียงที่คุ้นหูทำให้มลินดาเบ้ปากอย่างนึกสนุก ก็ไม่เห็นเมมชื่อ ที่แท้ก็คุณหมอคนสวยกิ๊กเก่าของไรอันนี่เอง คุณหมอเจสซิกา ไรอันไม่ว่างรับสาย มีธุระอะไรถึงได้โทร.มาคะ

                “ไม่มีอะไรหรอกค่ะ แค่คิดถึง

                ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึงเขียวใส่คนที่นั่งอยู่ตรงข้ามทันทีด้วยความหมั่นไส้  ก่อนที่น้ำเสียงและประโยคยียวนจะโต้กลับอย่างไม่ยอมแพ้ คิดถึงอยู่ฝ่ายเดียวไม่เหนื่อยบ้างหรือไงคะคุณหมอขา

                “ก็ไม่นี่คะ พอดีนึกถึงวันก่อนที่เราไปทานมื้อเที่ยงด้วยกันเลยโทร.หา ยังไงพี่เจสซี่รบกวนฝากความคิดถึงผ่านน้องดาด้าไปถึงไรอันหน่อยนะคะ

                “แหวะ! เอาคืนไปเลยมือเรียวยื่นโทรศัพท์กลับคืนแก่เจ้าของพร้อมกับทำหน้าสะอิดสะเอียนเต็มทน ก่อนจะเอ่ยต่อว่าด้วยน้ำเสียงของความขัดใจ ก็บอกอยู่ว่าไม่เอาพี่สะใภ้คนนี้ แล้วยังจะไปกินข้าวกับเขาอีก หรือว่าตัวคิดจะกลับไปคั่วแม่นี่ห้ะ!

                “เราเป็นเด็กพูดจาให้มันน่ารักหน่อย เมื่อวันก่อนก็แค่บังเอิญเจอกัน ทานอาหารกับเภสัชฯอีกสองสามคนที่รู้จัก ไม่ได้เดทอย่างที่ด้ากำลังคิดไปเอง

 “ไม่รู้ล่ะ เลิกติดต่อ เลิกเจอกันเลยดีที่สุด เค้าไม่ไว้ใจ ผู้หญิงอะไรวิ่งเข้าหาผู้ชายอย่างหน้าไม่อายพูดเสร็จก็นั่งเอามือกอดอกแล้วเมินหน้าหนีอย่างแง่งอน ซึ่งไรอันเห็นแล้วได้แต่ส่ายหน้าไปมา เขาไม่ได้โกรธที่มลินดาจุ้นจ้านกับเรื่องส่วนตัว แต่กลับชอบใจเสียอีกที่ได้เห็นใบหน้างามบึ้งตึงเพราะหวงเขา




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 29 ครั้ง

6 ความคิดเห็น