อ้อนรักมาเฟีย 💏 (ไรอัน ♡ ดาด้า) นิยายชุด มาเฟียที่รัก By นิลจันทรา

ตอนที่ 5 : เวนิ๊ส เวนิส

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,181
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 29 ครั้ง
    3 มิ.ย. 61



ไรอันนอนเอนหลังไปกับหมอนใบโตที่วางซ้อนกันบนเตียงนอนนุ่มของโรงแรมสุดหรูในเมืองเวนิส มือหนาเปิดหน้าหนังสือแผ่นแล้วแผ่นเล่าโดยที่ตัวอักษรบนกระดาษทุกอักขระล้วนแล้วแต่ผ่านดวงตาคมที่ไล่อ่านคล่องแคล่วอย่างคนที่มีนิสัยรักการอ่านมาตั้งแต่เยาว์วัย จนกระทั่งเวลาล่วงเลยเกือบหนึ่งชั่วโมงที่สมาธิทั้งหมดถูกใช้ไปกับการอ่านหนังสือเล่มเล็กในมือ พลันกลิ่นครีมอาบน้ำหอมชวนให้ชื่นใจก็ลอยเข้ามาติดจมูกจนคนที่สติแน่วแน่เผลอสูดหายใจเข้าเต็มปอด ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองที่มาของกลิ่นอันเย้ายวน

 “ใส่ชุดบ้าอะไรน่ะด้า”เสียงเข้มห้วนจัดเอ่ยถามในขณะที่ดวงตาคมกล้าจับจ้องไปยังร่างเล็กของคนที่เพิ่งอาบน้ำเสร็จและกำลังเดินเข้ามาหาเขาในชุดนอนสุดวาบหวิว สายเดี่ยว เนื้อผ้าเบาบาง แถมยังสั้นเคลียแค่ขาอ่อนจนคนมองเห็นแล้วรู้สึกขัดใจ

“ชุดนอนไม่ได้นอน”เสียงหวานตอบใบหน้ายิ้มระรื่น

“ไปเอามาจากไหน”

“เพื่อนซื้อให้ เห็นว่าใส่แล้วหลับสบายก็เลยชอบ เป็นไงตัวว่าเค้าพอจะเซ็กซี่สู้หลินลี่จูได้ไหม”เอ่ยจบคนอยากอวดความเซ็กซี่ของตัวเองสุดฤทธิ์ก็หมุนร่างสามรอบอย่างพลิ้วไหว ก่อนจะหุบยิ้มทันทีเมื่อได้ยินเสียงสั่งของคนที่ที่จ้องเธอตาเขียว

“ไปเปลี่ยนเดี๋ยวนี้!

“ไม่เอา ง่วงแล้วจะนอน”ทว่าคนถูกสั่งให้เปลี่ยนชุดปฏิเสธเสียงกระเง้ากระงอดก่อนจะทิ้งตัวคว่ำนอนบนเตียงในแนวขวางและวางศีรษะเล็กพาดบนหน้าขาที่เหยียดยาวบนเตียงนุ่มของคนที่ยังถือหนังสือค้างในมือ

ด้านคนถูกหนุนขาอย่างไรอันถึงกับตาถลนรีบคว้าหมอนโยนไปปิดต้นขาเรียวที่กระโปรงเนื้อบางเบาของชุดนอนไม่ได้นอนถลกขึ้นสูงนั้นเร็วๆก่อนน้ำเสียงทุ้มลงจะเอ่ยบอกคนที่นอนหลับตาพริ้มให้กลับไปยังที่ของตัวเอง

 “จะนอนก็ลุกขึ้นมานอนดีๆ”

“อุ้มหน่อยสิ”คนที่ยังนอนหลับตาบอกเสียงอ้อน เมื่อทิ้งตัวลงนอนอีกทั้งยังได้หมอนอุ่นๆมาหนุนหัวความง่วงงุนก็เริ่มคืบคลานให้ร่างกายเกียจคร้านจะขยับกลับไปนอนยังที่ของตัวเองซึ่งอยู่อีกฝั่งของเตียงเดียวกันนี้

“ไม่ใช่เรื่อง”

“งั้นก็จะนอนมันอย่างนี้แหละ”

ไรอันทำทีไม่สนใจด้วยการยกหนังสือขึ้นอ่าน แต่ทว่าบัดนี้สมาธิของเขากลับอยู่ไม่นิ่งเหมือนเก่า และผ่านไปเพียงไม่กี่นาทีมือหนาจึงวางหนังสือเล่มเล็กไว้ที่โต๊ะข้างหัวเตียงพลันเรียวปากก็ยิ้มหยักเมื่อสัมผัสได้ถึงจังหวะการหายใจเข้าออกของอีกคนที่นอนนิ่งทำให้ไรอันรับรู้ได้ทันทีว่าแม่น้องสาวจอมซนของเขาก้าวเข้าสู่นิทราอันแสนสุขเสียแล้ว

ไรอันจับยกศีรษะเล็กก่อนจะอุ้มร่างเล็กของคนหลับให้หันไปนอนอีกฝั่งของเตียงกว้าง มือหนาเอื้อมออกไปลูบกลุ่มผมนุ่มลื่นของคนงอแงไม่อยากนอนแยกห้องจนเขาต้องเปิดห้องเดี่ยวและนอนบนเตียงเดียวกันอย่างตอนนี้ ไรอันเพ่งพิจใบหน้าหวานหยดที่หลับพริ้มอย่างอ่อนใจรั้งกระชับผ้าห่มคลุมให้ร่างเล็กก่อนจะโน้มเข้าไปแนบริมฝีปากหยักลงบนหน้าผากกลมมนแผ่วเบาพร้อมรอยยิ้มที่ปรากฏบนใบหน้าอันหล่อเหล่า จากนั้นจึงกลับไปเอนกายลงนอนอีกฝั่งของเตียงพร้อมกับความรู้สึกอิ่มเอมในใจ

 

เวนิสหรือเวเนเซีย เป็นชื่อเมืองหลวงของแคว้นเวเนโต ประเทศอิตาลี เมืองเวนิสถูกสร้างขึ้นจากการเชื่อมเกาะเล็กๆ จำนวนมากเข้าด้วยกันในบริเวณทะเลสาบเวนิเทีย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของทะเลเอเดรียติก ในภาคเหนือของประเทศ และ ด้วยความสวยงามน่าอยู่ของบ้านเมืองนี้ ทำให้เวนิสได้รับฉายามากมาย ไม่ว่าจะเป็น ราชินีแห่งทะเลเอเดรียติก เมืองแห่งสายน้ำ เมืองแห่งสะพาน และเมืองแห่งแสงสว่าง อีกทั้งยูเนสโกยังยกให้เวนิสเป็นหนึ่งในเมืองมรดกโลกด้วย

คนที่เคยเห็นความงดงามของเวนิสผ่านทางภาพยนตร์สองสามเรื่องถึงกับตกตะลึงเมื่อเวนิสในความเป็นจริงมีเสน่ห์และน่าประทับใจมากกว่าที่ได้ชมในโรงหนังเสียอีก มลินดารู้สึกหลงใหลกับดินแดนอันสงบ ที่ปกคลุมด้วยแสงแดดอ่อนๆให้ความอบอุ่นท่ามกลางหมอกสีขาวบางตาที่คละคลุ้งอยู่ทั่วทุกแห่งหนของเมือง ตื่นตาตื่นใจกับสถาปัตยกรรมอันโอ่อ่าของมหาวิหารและจตุรัสซานมาร์โคที่โด่งดังไปทั่วโลก อาคารที่ผสมผสานสถาปัตยกรรมแบบไบแซนไทน์ อาหรับ โรมันเนสก์ เรอเนซองซ์ เข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัวจนน่าทึ้ง

มลินดาปัดหน้าจอสมาร์ทโฟนไล่ดูรูปถ่ายแห่งความทรงจำอันแสนประทับใจในสถานที่ที่ได้ไปเที่ยวมาแล้วในช่วงเช้าที่ผ่านมาด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม

“ตัวดูรูปนี้สิสวยมากเลย”เสียงใสเอ่ยขึ้นเมื่อเจอรูปถ่ายถูกใจอันเป็นภาพที่ตัวเองกำลังยืนโพสต์ท่าสวยงามอยู่กลางลานจัตุรัสที่ใหญ่ที่สุดในเวนิสอย่างจตุรัสซานมาร์โค มือเล็กยื่นเจ้าสมาร์ทโฟนสีหวานส่งให้คนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามชื่นชม

“วิวที่นี่ดี ถ่ายรูปมุมไหนก็ขึ้นกล้อง”

“ชิ จะชมหน่อยก็ไม่ได้ ว่าแต่ทานอาหารเสร็จแล้วเราจะไปเที่ยวที่ไหนต่อคะ”คนถูกขัดใจดึงมือเล็กกลับด้วยใบหน้าบึ้งตึงเมื่อไม่ได้รับคำชม แต่กระนั้นน้ำเสียงขุ่นเคืองก็ยังเอ่ยถามถึงโปรแกรมท่องเที่ยวในยามบ่ายด้วยความใคร่รู้

“แกรนด์คาแนล”

“แกรนด์คาแนล”คราวนี้เสียงหวานทวนชื่อสถานที่ด้วยใบหน้าคุ้นคิด ในหัวเริ่มจินตนาการถึงดินแดนเหนือจินตนาการที่กำลังจะไปเยือนในอีกไม่กี่นาทีหลังจากที่ทานมื้อเที่ยงเสร็จด้วยใจที่ตื่นเต้น

“แกรนด์คาแนลเป็นคลองที่มีชื่อเสียงที่สุดของเวนิส เราจะไปล่องเรือกอนโดล่ากัน”ไรอันบอกเสียงทุ้มก่อนจะยิ้มหยักอย่างสุดจะเก็บกลั้นเมื่อเห็นท่าทางลิงโลดของคนตรงหน้า

“หูว น่าตื่นเต้นจัง ไปกันเลยไหมเค้าอยากเห็นเรือกอนโดล่า”

“ทานขนมให้หมดก่อน”

“อิ่มแล้ว”ไม่กงไม่กินมันแล้ว ไปเที่ยวดีกว่า เรือกอนโดล่าที่แกรนด์คาแนลรอเราอยู่  มือเล็กรีบเก็บเจ้าเครื่องมือสื่อสารลงกระเป๋าสะพายข้างใบเล็กของตัวเองเร็วๆเตรียมจะลุกจากเก้าอี้ของโต๊ะอาหาร แต่ทว่าร่างเล็กก็ต้องชะงักทิ้งก้นลงนั่งที่เดิมด้วยใบหน้าบงชัดถึงความหมดอารมณ์เมื่อเสียงของใครคนหนึ่งดังขึ้นพร้อมกับการปรากฏตัวของคนใบหน้าคุ้นตา

“สวัสดีค่ะไรอัน”

“เจสซี่”ไรอันหันกลับไปมองตามเสียงร้องทักก่อนจะพบว่าเจสซิกาหรือเจสซี่ แพทย์หญิงสาวสวยกำลังเดินตรงเข้ามาหา ทว่าใบหน้าคมกลับไม่ได้แสดงอารมณ์ความรู้สึกใดๆเมื่อได้พบอดีตคนรักที่เลิกรากันไปถึงปีที่นี่ หากแต่เพียงยิ้มเล็กน้อยทักทายอีกฝ่ายตามมารยาทเท่านั้น

“ไม่เห็นคุณบอกว่ามาเที่ยวเวนิส เจสซี่จะได้ขอเป็นเพื่อนร่วมทริปด้วยคน”แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านศัลยกรรมของโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งในเบอร์ลินนามเจสซิกาฉีกยิ้มกว้างทักทายผู้ชายที่ไม่ว่าวันเวลาจะผ่านไปเนินนานแค่ไหนเขาก็ยังดูดีเสมอในสายตาของเธอ พลันให้นึกเสียดายที่ตัวเองตัดสินใจพลาดอย่างมหันต์ด้วยการบอกเลิกไรอันเพื่อไปแต่งงานกับผู้ชายอีกคน

ชีวิตการแต่งงานของเจสซิกาที่เธอสามารถไต่เต้าเป็นถึงภรรยาเจ้าของโรงพยาบาลเอกชนชื่อดังของประเทศรัสเซียเพื่อหวังจะเสวยสุขทางรัดอย่างที่ผู้หญิงหลายคนใฝ่ฝันอยากจะมีชีวิตสุขสบายด้วยการแต่งงานกับผู้ชายรวยๆสักคน  ทว่าหลังจากร่วมห้องลงหอกันได้ไม่ถึงปีชีวิตคู่ของเธอและอดีตสามีก็เป็นอันต้องปิดฉากรักที่เคยหวานลงราวสายฟ้าแลบ ในขณะที่สื่อหลายสำนักต่างตีแผ่เส้นทางรักอันขมขื่นของเธอที่กลายเป็นทอล์คออฟเดอะทาวน์โดยคนครึ่งค่อนประเทศให้ความสนใจเนืองแน่น แต่กระนั้นเจสซิกาก็หาได้แคร์ข่าวโครมปลุกกระแสเตียงหักของตัวเอง เธอยังสามารถเชิดหน้าเป็นหม้ายสาวพราวเสน่ห์ไม่สร่างซา ด้วยการรั้งตำแหน่งคุณหมอสาวที่สวยที่สุดของประเทศ ในขณะที่อดีตสามีอย่างออร์แลนโดเปิดตัวคู่รักคนใหม่ทันทีหลังจากที่เขี่ยเธอทิ้ง

เจสซิกาไม่เคยเสียดายชีวิตพังๆที่เธอพลาดพลั้งจากการตัดสินใจอย่างสิ้นคิดของตัวเอง แต่เพียงแค่เจ็บใจเมื่อได้เห็นธาตุแท้ของออร์แลนโดผู้ได้ชื่อว่าเป็นสามี เสียใจที่เธอลุ่มหลงคำหวานของคนไร้ความจริงใจอย่างออร์แลนโดและทิ้งผู้ชายดีๆอย่างไรอันอย่างผู้หญิงเห็นแก่ตัว  โดยไม่รู้เลยว่าตัวเองกำลังถูกหลอกใช้เป็นเครื่องมือในการหยามหยันไรอันเพียงเท่านั้นและออร์แลนโดไม่เคยรักเธอเลยนอกจากความใคร่บนเตียง ทว่าตอนนี้เจสซิกาประจักษ์แล้วว่าผู้ชายคนไหนสามารถที่จะเป็นเสาหลักและเป็นที่รักให้กับชีวิตของเธอได้อย่างแท้จริง และไรอันคือคนที่เธอเลือกจะย้อนกลับมาหาเขาอีกครั้ง ด้วยเหตุนี้เองทำให้ในรอบหลายเดือนที่ผ่านมาเจสซิกามักจะวนเวียนอยู่ใกล้ไรอันเสมอโดยที่เธอใช้คำว่าบังเอิญในการพบกันทุกครั้งและครั้งนี้ก็เช่นกัน เธอบังเอิญมาพบเขาถึงเมืองเวนิสประเทศอิตาลีเลยทีเดียว

แต่ทว่ารอยยิ้มกว้างของคุณหมอสาวกลับต้องเจื่อนลงเล็กน้อยเมื่อเสียงที่ดังขึ้นในประโยคต่อมาไม่ใช่เสียงทุ้มน่าฟังของไรอันที่ปรารถนาจะได้ยิน แต่กลับเป็นถ้อยคำของเด็กกะโปโลที่เธอไม่อยากให้ความสนใจอย่างน้องสาวต่างสายเลือดของชายหนุ่ม

“เรามาเที่ยวกันแบบครอบครัวตามประสาพี่น้องค่ะ”มลินดาถือวิสาสะชิงตอบก่อนผู้เป็นพี่เสียเลยด้วยความหมั่นไส้ พลางใช้ดวงตาคู่สวยไล่มองร่างเพรียวระหงทรวดทรงสุดเย้ายวนด้วยการแต่งกายตามสไตล์ที่คุ้นตาเป็นอย่างดีของแฟชั่นชิ้นน้อยที่เว้าหน้าเปิดหลังจนกลายเป็นเซ็กซี่ตัวแม่ที่หากเดินผ่านผู้ชายหลายคนเป็นต้องเหลียวหลังกลับไปมองน้ำลายสอด้วยสายตาประเมิน

“ผมมีธุระที่นี่เลยถือโอกาสพาด้ามาเที่ยวด้วย”ไรอันปรายตามองน้องสาวปรามๆก่อนจะเอ่ยกับเจสซิกาเพื่อตอบคำถามเมื่อเห็นว่าหญิงสาวหันขวับไปมองคนตัวเล็กแต่ฝีปากกล้าผิดกับตัวกระจิดริดเป็นกระกายกรุ่นเคือง

“น้องดาด้าคงเพิ่งเคยมาเที่ยวที่นี่ครั้งแรกสินะคะท่าทางตื่นเต้าเชียว ให้พี่เจสซี่เป็นไกด์นำเที่ยวไหมจ้ะ พี่มาเที่ยวเมืองนี้บ่อยรู้จักทุกซอกทุกมุมของเมืองนี้เป็นอย่างดี”เจสซิกาปั้นหน้ายิ้มในขณะแสร้งเอื้อนเอ่ยถ้อยคำเป็นมิตรกับน้องสาวของไรอัน ทว่าดวงตาคู่สวยกับลุกโชนไปด้วยไฟโทสะที่กำลังโชติช่วงไม่ต่างกับความรู้สึกในใจของเธอตอนนี้ เมื่อถูกยัยเด็กถือดีกันท่า

“ไม่รบกวนดีกว่าค่ะ เราค่อนข้างต้องการความเป็นส่วนตัว ชอบเที่ยวกันสองคนพี่น้องมากกว่า หรือถ้าอยากเที่ยวหลายคนเมื่อไหร่เดี๋ยวด้าไปซื้อโปรแกรมทัวร์ดีกว่านะคะ เขามีไกด์มืออาชีพให้ อุ่นใจดี”

สิ้นเสียงแจ๋น เจสซิกาถึงกับขบฟันกรอดข่มความเดือดดาล ดวงตาคู่สวยเหลือบมองยัยเด็กตรงหน้าด้วยสายตาขุ่นเขียวอย่างไม่คิดปิดบัง ก่อนจะปรับอารมณ์ทันควันเมื่อเสียงทุ้มของไรอันเอ่ยถาม

“เจสซี่คุณมากับใคร คนเดียวเหรอ”

“มากับเพื่อนสองสามคนค่ะ คุณจะอยู่เที่ยวที่นี่อีกกี่วันคะไรอัน เผื่อมีเวลาตรงกัน เจสซี่อยากทานข้าวกับคุณสักมื้อ”เจสซิกาหันกลับไปยิ้มหวานให้คนถามราวกับมีเยื่อใยก่อนจะไถ่ถามเพื่อถือโอกาสสานสัมพันธ์กับเขาด้วยการนัดทานอาหารด้วยกันในบรรยากาศแสนเป็นใจของเมืองที่เต็มไปด้วยมนต์ขลังและกลิ่นอายแห่งความโรแมนติคของเมืองเวนิส

“ทานที่ไหนเมื่อไหร่บอกด้าด้วยนะคะ ด้าอยากทานข้าวกับคุณหมอคนสวยเหมือนกัน”

                ไรอันถึงกับถอนหายใจด้วยความเหนื่อยหน่ายกับนิสัยช่างพูดช่างเจรจาไม่กลัวใครของผู้เป็นน้อง ที่แม้แต่กับเจสซิกาแม่น้องสาวของเขายังต่อคำอย่างไร้ความยำเกรงจนไรอันต้องรีบตัดบทก่อนที่คนอารมณ์ร้อนอย่างเจสซิกาที่เขารู้จักเธอดีด้วยคบหากันอยู่พักใหญ่จะขุ่นเคืองไปมากกว่านี้

“ขอโทษทีเจสซี่ ผมกลับพรุ่งนี้คงไม่มีโอกาสทานข้าวด้วย”

“ไม่เป็นไรค่ะ ถ้าคุณไม่รังเกียรติเราค่อยนัดเจอกันหลังจากกลับไปแล้ว”

“ด้วยความยินดีเจสซี่”ไรอันตกปากรับคำง่ายๆเพราะหวังจะจบการสนทนาโดยเร็ว และมันจะเป็นเช่นนั้นหากเจสซิกาไม่หันไปสั่งลาคนที่นั่งคอตั้งหลังตรงอยู่ฝั่งตรงข้ามอย่างอาลัยอาวร

“ถ้าอย่างนั้นเจสซี่ขอตัวก่อนนะคะปล่อยให้เพื่อนรอนานแล้ว”เจสซิกาเอ่ยเสียงหวานก่อนจะหันไปล่ำลากับมลินดาด้วยน้ำเสียงละมุนไม่ต่างกัน

“พี่ไปก่อนนะคะน้องดาด้า หวังว่าเราจะได้เจอกันอีก”

แต่ทว่ามลินดากลับรับรู้ได้ถึงความเสแสร้งของอีกฝ่ายเมื่อสบสายตาขุ่นขวางที่ทอดมองมายังเธออย่างไร้ความเป็นมิตร แต่กระนั้นเสียงใสก็ตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงยินดีปรีดาพลางเล่นหูเล่นตาไม่ลดละ

“ด้าก็หวังเช่นนั้นค่ะ”

                “ด้าไม่ควรเสียมารยาทกับเจสซิกาแบบนั้น”ไรอันเอ่ยเสียงทุ้มกับคนที่กำลังเบ้ปากไล่หลังเจสซิกาที่เดินจากไป เขาเพียงแค่จะว่ากล่าวตักเตือนแม่น้องสาวก็เท่านั้น แต่ทว่าคนเป็นน้องกลับหันขวับกับมามองเขาตาค้อนก่อนที่เสียงกรุ่นเคืองราวกับไม่พอใจจะโต้กลับมาทันควัน

“ตัวพูดเหมือนจะกลับไปซดน้ำแกงถ้วยเก่า”มลินดาว่าด้วยเห็นว่าไรอันเคยหลงรักเจสซิกาถึงขนาดพาเข้าบ้านเพื่อทำความรู้จักกับไบอัน เลยหวั่นๆว่าพี่ชายจะเป็นประเภทเจ็บแล้วไม่หลาบจำกลับไปวนเวียนกับรักเดิมๆซ้ำซาก

“ด้าเห็นพี่เป็นคนแบบนั้นเรอะ”ไรอันไม่ได้แสดงอารมณ์ใดๆเมื่อถูกคนตรงหน้าปรามาส เพียงแต่จ้องมองใบหน้าของอีกคนนิ่ง

“ผู้ชายมักจะแพ้มารยาหญิง ยิ่งตัวเคยหลงเสน่ห์แม่นั่นมาทีนึงแล้ว คงไม่ใช่เรื่องยากหากถ่านไฟเก่ามันจะกลับมาร้อนแรงอีกครั้ง”

                “พูดอย่างกับเคยมีความรักแล้วถูกทิ้งอย่างนั้นแหละ”เสียงทุ้มเอ่ยพร้อมหัวเราะในลำคอเมื่อเด็กที่ไม่เคยมีคนรักสักครั้งเอ่ยราวกับเข้าใจความรู้สึกของเรื่องรักๆใคร่ๆเป็นอย่างดี

                “ตัวอย่างมีให้เห็นเยอะแยะ เค้าขอบอกไว้ก่อนเลยนะว่าเค้าไม่ปลื้มคุณหมอเจสซี่นั่น อย่าพาเข้าบ้านอีกเด็ดขาดไม่อย่างนั้นเค้าจะอาละวาดให้บ้านแตกเลยคอยดู”คราวนี้มลินดาเอ่ยด้วยอารมล้วนๆสั่งพี่ชายราวกับตัวเองเป็นผู้ปกครองด้วยใบหน้าบึ้งตึงไม่สบอารมณ์

                ต่างจากคนที่ถูกน้องสาวสั่งห้ามไม่ให้กลับไปคบเจสซิกาที่ยังยิ้มหยักที่มุมปากน้อยๆ ไม่หงุดหงิด ไม่โกรธที่ถูกริดรอนสิทธิ์ในการคบหาใคร ก่อนร่างสูงจะลุกจากเก้าอี้เพื่อก้าวตามคนตัวเล็กที่เดินกระเง้ากระงอดออกจากร้านอาหารไปไม่รอ ไรอันขยับเท้าไปข้างหน้าด้วยท่วงท่าเรื่อยเอื่อยในขณะที่ดวงตาคมเป็นประกายคล้ายความเอ็นดูจ้องมองด้านหลังของคนที่อยู่ในสายตาพลางหัวเราะในลำคอราวกับครึ้มใจ






ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 29 ครั้ง

6 ความคิดเห็น