อ้อนรักมาเฟีย 💏 (ไรอัน ♡ ดาด้า) นิยายชุด มาเฟียที่รัก By นิลจันทรา

ตอนที่ 29 : ผู้ชายอ่อนแอ 😷💊

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,044
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 29 ครั้ง
    10 ก.ย. 61





ถึงแม้จะอ่านหนังสือเตรียมสอบไม่เต็มที่เท่าใดนัก แต่มันสมองระดับตัวท็อปอย่างมลินดาแล้วไม่ถือว่ายากเกินไปสำหรับเอาตัวรอดในการสอบวันแรก เธอเดินออกจากห้องสอบด้วยใบหน้าพอใจก่อนจะออดอ้อนขอรางวัลเป็นไอศกรีมถ้วยใหญ่จนอิ่มหนำ แต่ครั้นพอกลับมาถึงบ้านอาการล่อแล่ของคนที่บ่นว่าปวดหัวตั้งแต่อยู่ข้างนอกก็ทรุดฮวบ ร่างหนานอนคว่ำหน้าบนเตียงแน่นิ่ง ในขณะที่มลินดาวิ่งจัดหาผ้าผืนเล็กและภาชนะใส่น้ำเพื่อเช็ดตัวคนเป็นไข้ให้วุ่น

มือเรียวเอื้อมไปแตะบนแผ่นหลังกว้างอีกครั้ง ก่อนเสียงทุ้มเบาจะเอ่ยไล่ให้เธอลงจากเตียงนอน มลินดาจึงถอนหายใจเหนื่อยๆ แต่ยังไม่ยอมขยับไปไหน

“บอกว่าอย่ามาใกล้ เดี๋ยวก็ติดไข้จากพี่หรอก”

“ห่วงตัวเองก่อนเถอะน่า ตัวร้อนจี๋แบบนี้เดี๋ยวก็ได้ช็อคเพราะไข้ขึ้นสูงกันพอดี ไปหาหมอไหม เดี๋ยวเค้าพาไป”มลินดาเอ่ยถามขณะยังนั่งอยู่ริมเตียงอย่างเดิม ก่อนจะกลอกตามองใบหน้าซีดเซียวของคนที่ร้อยวันพันปีไม่เคยป่วยไข้ด้วยความอ่อนใจเมื่อได้ยินเสียงปฏิเสธสั้นดังในลำคอ

“หงายตัวขึ้นมาหน่อยสิคะ จะเช็ดตัวให้”

“ไม่ต้องมายุ่ง”

“ทีตัวยังดูแลเวลาที่เค้าไม่สบายเลย เค้าอยากเป็นฝ่ายตอบแทนบ้าง พลิกตัวขึ้นมา”เสียงหวานสั่งในท้ายประโยค ทว่าร่างหนาบนเตียงกลับยังนอนคว่ำหน้านิ่ง มลินดาจึงเม้มปากให้กับความดื้อของคนไข้ที่ไม่ยอมให้เธอเช็ดตัวให้เสร็จสักที ก่อนจะจัดสินใจขยับเข้าไปจับร่างหนักอึ้งนั้นให้พลิกนอนหงาย ใช้มันทั้งมือทั้งเท้า ผลัก ยัน ดันร่างใหญ่ยักษ์ ซึ่งกว่าจะสำเร็จก็เล่นเอาคนตัวเล็กถึงกับปาดเหงื่อกันเลยทีเดียว    

“เดี๋ยวพี่เช็ดเอง ด้ากลับไปนอนเถอะ”

ไรอันเพิ่งรู้ซึ้งถึงพิษไข้ก็ตอนนี้แหละ ปวดศีรษะจนหัวแทบระเบิด เมื่อยล้าไปทั้งตัว ไม่มีแม้เรี่ยวแรงจะขยับลุกไปไหน แต่ก็ยื่นมือออกไปดึงผ้าจากมือเรียวเพื่อเช็ดตัวเอง เขาไม่อยากให้มลินดาเข้าใกล้เพราะเกรงว่าเธอจะติดไข้เอาได้ แต่ให้ตายเถอะ เด็กสาวกลับแย่งผ้าไปจากมือเขาหน้าตาเฉย ก่อนนิ้วเรียวจะเริ่มปลดกระดุมเสื้อตัวเก่งของเขาทีละเม็ดๆโดยไม่ฟังคำห้ามปราม ดวงตาคมจึงทำได้เหลือบมองตามเสื้อเชิ้ตสีเข้มที่ถูกดึงถอดแล้วโยนไปกองที่พื้นข้างเตียงด้วยความเหนื่อยใจ พลันจะต้องสะดุ้งเฮือกเมื่อผ้าชุ่มน้ำเย็นๆสัมผัสและถูลงบนผิวกาย

“อย่าดื้อเป็นเด็กๆสิคะ นอนนิ่งๆเดี๋ยวเค้าจะเช็ดตัวให้นะผู้ชายอ่อนแอ”

‘ผู้ชายอ่อนแอ’ ขบกรามแน่นอย่างข่มจิตข่มใจ ตวัดสายตาขุ่นเคืองมองใบหน้าของคนที่กำลังเช็ดตัวให้ด้วยความเข่นเขี้ยว รอให้เขาหายดีก่อนเถอะแม่คุณเอ๋ย เดี๋ยวเราได้เห็นดีกันว่าใครกันแน่ที่อ่อนแอ ไรอันได้แต่ปรามาสในใจ ก่อนริมฝีปากหยักจะลอบยิ้มเมื่อเห็นว่ามือเรียววางผ้าผืนเล็กไว้ในภาชนะใส่น้ำหลังจากเช็ดตัวให้เขาได้เพียงแค่ลำตัวช่วงบนเท่านั้น

“เช็ดให้ทั่วสิ ลืมท่อนล่างหรือเปล่าครับ”

“ท่อนล่างไม่ต้องเช็ดก็ได้มั้ง”

“พี่ร้อนไปทั้งตัว ถ้าจะทำให้ไข้ลดก็ต้องเช็ดให้หมดทุกซอกทุกมุมสิ”

“ไว้ค่อยทานยาลดไข้เพื่อช่วยบรรเทาก็ได้”

ผู้เชี่ยวชาญด้านอุตสาหกรรมเคมีและยาถึงกับหลุดขำ ลืมอาการปวดหัวตัวร้อนไปชั่วขณะ เมื่อพบวิธีรักษาของพยาบาลจำเป็น

“มีแบบนี้ด้วยเหรอ พี่ทำวิจัยเกี่ยวกับยามานาน ไม่เห็นเคยได้ยินเลยว่ายาลดไข้แบ่งรักษาแค่ครึ่งช่วงตัวก็ได้ด้วย”

“ยาค่ะ”คนถูกหัวเราะเยาะย่นจมูก ก่อนจะรีบคว้ายาลดไข้และแก้วน้ำยื่นส่งให้คนป่วยเร็วๆเพื่อกลบเกลื่อนความอาย

ไรอันรับยาไปทานเสร็จเสียงห้าวก็เอ่ยกับคนที่กำลังนั่งจ้องหน้าเขาเพื่อบอกให้เธอกลับไปนอนที่ห้องของตัวเองสักระยะ อย่างน้อยๆก็น่าจะสองสามวัน รอให้อาการไข้ของเขาดีขึ้นก่อนแล้วค่อยกลับมานอนด้วยกัน

“กลับไปนอนที่ห้องได้แล้ว”

“ไม่เอา ถ้าเค้ากลับไปนอนที่ห้องแล้วใครจะดูแลตัวล่ะ”คนถูกขับไสรีบร้องปฏิเสธ เธออยากดูแลเขา อีกอย่างเธอชินกับการนอนบนเตียงนี้แล้ว ต่อให้กลับไปที่ห้องก็คงนอนไม่หลับหรอกเพราะไม่มีอ้อมกอดอุ่นๆส่งเข้านอนเหมือนทุกคืน คิดได้ดังนั้นร่างบางก็เอนตัวลงบนเตียงพร้อมกับสอดร่างเล็กๆเข้าใต้ผ้าห่มผืนเดียวกันโดยไม่สนใบหน้าดุๆ

“เดี๋ยวติดไข้!”

“ไม่เห็นกลัวเลย”มลินดาเบ้ปาก เธอจะนอนซะอย่าง คนป่วยสิ้นฤทธิ์อย่างเขาจะทำอะไรเธอได้

ทว่าในนาทีต่อมาคิ้วเรียวก็ต้องขยับย่นเข้าหากันเป็นความสงสัย ก่อนจะมองตามร่างสูงที่ก้าวลงจากเตียงพร้อมกับหยิบหมอนใบใหญ่ติดมือไปด้วย พลันต้องร้องถามน้ำเสียงขัดใจเมื่อเห็นว่าคนไข้วางหมอนลงที่พื้นห้องข้างเตียง แล้วเอนกายลงนอน

“ไปนอนทำไมตรงนั้นล่ะคะ”

“ด้านอนบนเตียงนั่นแหละ จะได้ไม่ติดไข้”

“พื้นนั่นเย็นแล้วก็แข็งจะตาย เดี๋ยวตัวก็ปวดหลังหรอก ขึ้นมานอนบนเตียงเถอะ เดี๋ยวเค้านอนพื้นเองก็ได้”

ทว่าเจ้าของห้องที่ระเห็จตัวเองไปนอนอยู่ที่พื้นกลับนิ่งไม่ขยับ มลินดามองแผ่นหลังกว้างที่ตะแคลงข้างแล้วถอนหายใจยาวๆก่อนจะรวบผ้าห่มผืนหนาคลานลงจากเตียงไปล้มตัวลงนอนข้างร่างหนาอย่างหาได้ใส่ใจในสิ่งที่เขาบอก พลางตวัดแขนขากอดกายอุ่นร้อนเอาไว้ไม่ให้เขาลุกหนีไปไหนได้อีก

“ด้า!”

“อย่าไล่เค้าเลย ตัวไม่สบายอย่างนี้ต้องมีคนดูแล อีกอย่างถึงเค้าจะกลับไปนอนที่ห้องก็นอนไม่หลับอยู่ดี”คราวนี้เสียงหวานเอื้อนเอ่ยอย่างอ้อนวอนขอความเห็นใจ

“พี่กลัวด้าติดไข้”

“แต่เค้าเป็นห่วงตัว อย่าไล่เลยนะคะ”บอกเท่านั้นก็แนบใบหน้าเข้ากับแผ่นหลังกว้าง กอดร่างหนาเอาไว้แน่น พลันความรู้สึกอบอุ่นจะแผ่ซ่านไปทั้งใจเมื่อคนที่เอาแต่ผลักไสไล่ส่งยอมเงียบและนอนนิ่งๆให้เธอกอด

วันนี้มลินดาดีใจจนเนื้อเต้นหลังจากได้รับอนุญาตให้ขับรถไปเรียนเองได้ เนื่องจากคนทำหน้าที่ไปรับไปส่งร่างกายอ่อนแอเกินกว่าจะลุกจากเตียงไหว ทว่าท่าทางใจดีเหลือเกินของไรอันก็ทำให้เธออดที่จะแปลกใจไม่ได้ เนื่องจากปกติแล้วถ้าเขาติดธุระหรือมีเหตุให้ไม่สามารถไปส่งได้ ผู้ที่รับหน้าที่นี้แทนก็มักจะเป็นแอนเดรียนเสมอ แต่ว่าเมื่อเช้าไรอันกลับเอ่ยปากอนุญาตโดยที่เธอไม่ทันได้ขอ  

ทว่าความสงสัยของมลินดาก็มีอายุสั้นเพียงแค่ไม่ถึงสองนาทีเท่านั้น ก่อนอาการตื่นเต้นดีใจที่ได้กลับมาขับรถอีกครั้งในรอบหนึ่งเดือนจะทำให้เธอหายฉงนทันทีเมื่อได้ก้าวขึ้นรถสปอร์ตคู่ใจ และนานน้านทีจะมีอิสระขับรถไปไหนมาไหนเองโดยไม่ต้องมีใครคอยคุม มลินดาจึงขอใช้โอกาสนี้ให้คุ้มค่าด้วยการพาเจ้าออร์ดี้พร้อมผองเพื่อนสนิททั้งสองไปเดินเล่นที่ห้างสรรพสินค้าชื่อดังกันต่อหลังจากสอบเสร็จในช่วงบ่าย

“เธอเหมาะกับสีแดงมากกว่านะดาด้า”

มลินดาหันขวับกลับไปมองเจ้าของเสียงที่ร้องบอก ก่อนจะวางบิกีนี่สีดำแล้วหยิบสีแดงขึ้นมาดูอีกรอบ ที่จริงเธอเองก็กำลังลังเลว่าจะเลือกซื้อตัวไหนดี เนื่องจากว่าทั้งร้านมีไซส์ขนาดพอดีกับร่างเล็กๆของเธอเพียงแค่สามชุดเท่านั้น ซึ่งมลินดาได้ตัดตัวสีขาวออกไปจากความสนใจตั้งแต่คราแรกเพราะคิดว่ามันดูเรียบจนเกินไป ครั้นพอจะเทใจไปที่สีดำทว่าเจ้าแม่แฟชั่นผู้มีสไตล์การแต่งตัวจัดจ้านอย่างแพมมี่กลับเดินเข้ามาคะยั้นคะยอให้เลือกสีแดงซะงั้น

“เชื่อฉันว่าถ้าเธอใส่ชุดนี้แล้วเกิดแน่นอน ไซส์มินิแต่หน้าอกสะโพกตึงอย่างเธอผู้ชายหน้าไหนเห็นก็เป็นต้องเหลียวหลัง”

“ฉันไม่ได้จะใส่เพื่อโชว์ใครเสียหน่อย แค่จะใส่เล่นน้ำเท่านั้นแหละ”

คนอยากได้ชุดว่ายน้ำสวยๆแอบเซ็กซี่หน่อยๆแต่ไม่คิดจะโชว์ให้ใครเห็นรีบแก้ต่างทันควัน ก่อนจะย่นจมูกเมื่อแพมมี่แย่งบิกีนี่สีแดงไปจากมือแล้วทาบชุดนั้นเข้ากับตัวของเธอ พลางเล็งซ้ายเล็งขวาอย่างประเมินด้วยสายตา

“เอาที่เซ็กซี่ๆไว้ก่อนเถอะน่า ลูกแกะอย่างเธอต่อให้ไม่อยู่ในชุดวาบหวิว คนเขาก็ต้องมองอยู่ดี เธอสวยร่างเล็กฉบับเอเชียขนานแท้ ของแปลกในดงฝรั่ง หนุ่มยุโรปนี่ชอบนักล่ะ ไม่แน่ไปกรีซคราวนี้อาจจะมีหนุ่มๆติดไม้ติดมือกลับเบอร์ลินสักคนสองคนก็ได้”

มลินดามองเพื่อนสาวอย่างเอือมๆ เพราะหนุ่มๆสำหรับแพมมี่นั้นเป็นของหาง่าย เนื่องจากอีกฝ่ายมีนิสัยรักสนุก ฟรีสไตล์ในการควงผู้ชาย ทำให้ไม่ว่าไปที่ไหนแพมมี่ก็มักจะมีชายหนุ่มเข้ามาติดพันอยู่เสมอ แต่สำหรับเธอถึงแม้จะเกิดและเติบโตในประเทศที่ให้อิสระเสรีเรื่องความรัก ทว่ามลินดากลับยึดถือวัฒนธรรมรักนวลสงวนตัวที่ผู้เป็นแม่ได้พร่ำสอนเอาไว้ อีกทั้งเมื่อเข้ามาอยู่ในความดูแลของไบอัน เธอเองค่อนข้างจะถูกจำกัดและเข้มงวดเกี่ยวกับเรื่องความรัก การจะคบใครสักคนก็ต้องผ่านการเห็นชอบของผู้ปกครองอย่างคุณพ่อไบอันเสียก่อน มลินดาเลยตัดปัญหาเหล่านี้ออกไปจากชีวิตด้วยการมุ่งมั่นในการเรียนเพียงอย่างเดียว แต่ไม่คิดเลยว่าอิสระในการเลือกคู่ครองของตัวเองจะถูกลิดรอนด้วยการถูกจับคู่เลือกฝาให้เป็นผู้ชายใกล้ตัวอย่างไรอันซะเอง

“ส่วนเธอสีขาวไปเลยจ้ะ ผิวโทนน้ำตาลจะปังมากถ้าประดับด้วยชุดสีขาว เชื่อฉัน”บีกินี่สีขาวอีกไซส์ถูกแพมมี่หยิบยื่นให้กับเทริซ่า ซึ่งอีกฝ่ายก็รับมันไปถือไว้ด้วยสีหน้างงงวย และเชื่อเถอะว่าต่อให้เทริซ่าไม่อยากใส่แม่คนนี้ก็ขัดศรัทธาของเพื่อนรักอย่างแพมมี่ไม่ได้หรอก

“ส่วนฉันสีดำนี่แหละเหมาะสุด ขาว แดง ดำ รับรองว่าใครเห็นเป็นต้องเหลียว เพราะแก้งค์เราสวยมาก  โดยเฉพาะฉัน”

มลินดาเบ้ปากอย่างที่ชอบทำ มองหน้าเทริซ่าแล้วโคลงศีรษะไปมาช้าๆ เรื่องความมั่นใจถึงขั้นหลงตัวเองต้องยกให้แพมมี่เลยจริงๆ


ออดี อาร์ 8 คันงามแล่นเข้าสู่คฤหาสน์รอสเบิร์กในเวลาสองทุ่มโดยประมาณ หลังจากที่เจ้าของพาออกไปเที่ยวตะลอนข้างนอกทั้งวันจนมืดค่ำ ร่างบางก้าวลงจากรถด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มพลางสั่งให้สาวใช้นำถุงข้าวของที่เธอซื้อมาวางเต็มที่นั่งเบาะข้างคนขับไปเก็บ ก่อนจะพาตัวเองเดินขึ้นไปชั้นสองของบ้าน มุ่งตรงไปยังห้องซึ่งใช้เป็นที่หลับนอนทุกวัน มือเรียวเปิดประตูโดยไม่เคาะตามนิสัย พลันใบหน้ารูปหัวใจจะปรากฏความแปลกใจเมื่อบนเตียงนอนกว้างกลางห้องที่ควรจะมีร่างเจ้าของห้องนอนอยู่นั้นว่างเปล่า ดวงตาคู่สวยเริ่มกวาดสายตาไล่หา แล้วจึงพบว่าคนที่ร่างสูงกำลังนั่งเหม่ออยู่ที่เก้าอี้นั่งเล่นตรงระเบียงห้อง

“มืดค่ำแล้วทำไมไม่รู้จักเข้าห้องคะ มานั่งทำอะไรอยู่ตรงนี้ อากาศเย็นจะตายเดี๋ยวไข้ก็ขึ้นอีกหรอก”เสียงหวานบ่นใบหน้าแต้มยิ้ม เมื่อเดินเข้าไปทรุดนั่งที่เก้าอี้อีกตัว ก่อนจะมือเรียวจะยื่นออกไปอังที่หน้าผากเพื่อวัดอุณหภูมิครู่หนึ่งแล้วรู้สึกเบาใจลงเนื่องจากผิวที่ฝ่ามือต้องสัมผัสเพียงแค่อุ่นๆเท่านั้น พลันประโยคย้อนถามจากริมฝีปากหยักจะทำให้มลินดาถึงกับยิ้มแหย

“แล้วทำไมถึงเพิ่งกลับเอาตอนมืดค่ำ สอบเสร็จตั้งแต่บ่ายไม่ใช่เหรอแม่ตัวดี”

“ข้อสอบวันนี้ยากนิดหน่อยเลยต้องหาอะไรทำคลายเครียด เทริซ่ากับแพมมี่ก็เลยชวนไปทานอาหาร แล้วก็ช็อปปิ้งต่อ ไม่ได้เถลไถลไปไหนไกลสักหน่อยทำไมต้องดุด้วยล่ะคะ”

“แล้วทำไมต้องปิดเครื่อง”

“แบตหมดตั้งแต่บ่าย แล้วนี่ตัวทานอาหารทานยาหรือยัง”ตอบกลับอย่างรวดเร็วเพื่อไม่ให้เป็นพิรุธ ก่อนจะรีบเบี่ยงเบนการจับผิดจากคนที่กำลังหรี่มองมายังเธออย่างแน่วแน่ด้วยการเปลี่ยนหัวข้อสนทนา

“พี่คงไม่หิ้วท้องรอจนถึงสองทุ่มหรอกแม่คุณ แล้วซื้อเสื้อผ้ายกเซ็ตแบบนั้นจะเอาไปทำอะไรเยอะแยะ”

 ดวงตาคู่สวยเบิกโพลงมองคนรู้ทัน เธอสั่งให้สาวใช้หิ้วของไปเก็บที่ห้องนอนของตัวเองไม่ใช่เหรอ แต่ทำไมไรอันถึงรู้ล่ะว่าเธอเพิ่งไปเหมาชุดมาจากแบรนด์ดัง  

“ตัวรู้ได้ไง!”เสียงหวานโพล่งถาม พลางจ้องใบหน้าคมเข้มอันหล่อเหลาอย่างเฝ้ารอคำตอบ

“แอนเดรียนมันตามตูดทั้งวันไม่รู้เลยหรือไง”

“ฮะ!”มลินดาถึงกับร้องลั่นด้วยความตกใจเมื่อว่าตัวเองถูกคนของอีกฝ่ายสะกดรอยตามทั้งวัน แต่กลับไม่ยักจะรู้ตัว

“ไม่ต้องมาเฮอะมาฮะเลย เดี๋ยววันหลังจะให้แอนเดรียนไปรับไปส่ง ปล่อยให้ไปคนเดียวแล้วชอบเถลไถลกลับบ้านมืดค่ำ มันใช่เรื่องที่ไหนล่ะให้คนไม่สบายมานั่งรอจนปวดหัว”

“ตัวนั่งรอเค้าเหรอ เดี๋ยวสิคะจะรีบไปไหน”พลันเสียงบ่นจะทำให้มลินดาหันกลับไปถามคนบ่นว่ารอจนปวดหัวด้วยความฉงน ทว่าร่างสูงกลับลุกและเดินกลับเข้าห้องโดยที่มือของเธอไม่สามารถคว้าตัวเอาไว้ได้ทัน

“จะไปนอนแล้ว”

คำตอบเสียงเบาฉุดให้ริมฝีปากเรียวสวยเผลอขยับยิ้ม นัยน์ตาเป็นประกายวาววิบวับขณะเอี้ยวคอมองตามร่างสูงที่กำลังเอนกายนอนลงบนเตียง ก่อนจะลุกและเดินเข้าไปหยุดยืนข้างเตียงนอนกว้าง

“ห่มผ้าด้วยสิคะ”เสียงหวานบอกพลางรั้งผ้าห่มขึ้นคลุมกายให้คนนอนหลับตานิ่ง แต่ไม่รู้จักห่มผ้าให้เรียบร้อย ก่อนดวงตาคู่สวยจะหยุดมองใบหน้าที่ดูผ่อนคลายและชวนมองผิดกับตอนตื่นที่เจ้าตัวมักจะทำหน้าเคร่งขรึมจนบางทีคิ้วเข้มๆขมวดเข้าหากันเป็นรอยย่น

มลินดาจ้องมองริมฝีปากหยักสีแดงปลั่งที่ด้านบนมีหนวดให้เห็นเพียงเบาบาง ขณะบริเวณตามสันแก้มก็มีเคราขึ้นปกคลุมส่งให้ใบหน้าที่คมเข้มอยู่แล้วยิ่งเพิ่มความขรึมเข้าไปอีกเป็นเท่าตัว ทว่ากลับน่าหลงใหลจนคนแอบมองชักติดใจไม่อยากละสายตา มลินดาจึงใช้เวลาร่วมสิบนาทีไปกับการนั่งชื่นชมใบหน้าของคนบนเตียง ก่อนจะตัดใจเดินกลับไปอาบน้ำเพื่อเตรียมเข้านอน

 ไรอันตื่นขึ้นมาในช่วงกลางดึกด้วยอาการปวดหนึบบริเวณขมับ ก่อนจะส่ายหน้าไปมาด้วยความเอือมกับนิสัยการนอนที่เปลี่ยนไปของตัวเองนับตั้งแต่วันที่ไม่สบาย เนื่องจากปกติเขาเป็นคนประเภทตื่นง่าย รู้สึกตัวเร็ว แต่เดี๋ยวนี้กลับหลับง่าย หลับลึก และหลับไม่รู้เรื่อง ไม่รู้แม้กระทั่งว่าอีกคนเข้ามานอนข้างกายของเขาตั้งแต่เมื่อไหร่ คิดแล้วไรอันก็ได้แต่ถอนหายใจก่อนจะเอื้อมมือไปเปิดไฟหัวเตียงเพื่อหยิบยาแก้ปวด

ทว่าทันทีที่แสงไฟส่องสว่างดวงตาพร่ามัวและงัวเงียก็ถึงกับเบิกกว้างกับภาพที่เห็น มือหนารีบรั้งชายผ้าห่มขึ้นคลุมปิดร่างบางของคนที่นอนหลับอยู่ข้างๆเอาไว้เร็วๆ รู้สึกใจสั่นมือสั่นอย่างที่เขาไม่สามารถควบคุมได้ ในขณะที่กรามแกร่งขบเป็นสันนูนเป่งด้วยความข่มใจ

เอาอีกแล้ว แม่คุณทูนหัวของเขาหยิบไอ้ชุดนอนไม่ได้นอนตัวนี้มาสวมอีกแล้ว ไรอันคร่ำครวญในใจ ไอ้ใส่ชุดไม่เท่าไหร่หรอก แต่นี่เธอเล่นนอนดิ้นจนชายกระโปรงตัวพลิ้วเลิกไปกองที่เอวคอดโดยไร้ผ้าห่มคลุมกาย ช่างไม่ห่วงตัวเองเอาเสียเลยแม่คุณเอ๋ย ไรอันไม่รู้หรอกว่าเด็กสาวจงใจจะยั่วอารมณ์เขาหรือเปล่า แต่ไรอันพูดได้เลยว่าตอนนี้เลือดร้อนของเขามันกำลังแล่นพล่านไปทั้งกาย แต่ครั้นจะตามใจตัวเองเสียหน่อยสังขารก็ไม่อำนวย เลยตัดใจดับความต้องการอันร้อนเร่าด้วยการขยับลงจากเตียง ทว่าเพียงแค่หยัดยืนเท่านั้นขาเจ้ากรรมก็สั่นจวนเจียนจะล้ม เลยย่อตัวลงนั่งที่พื้น พลางต่อว่าตัวเองเสียงเบา

“ให้ตายเถอะ ทำไมถึงอ่อนแอแบบนี้วะ!”


ในวันที่อากาศปลอดโปร่งสดใสมลินดาตื่นแต่เช้าได้อีกวันเพื่อรอรับประทานอาหารเช้าพร้อมกับคนที่เพิ่งหายไข้ มือเรียวตักไส้กรอกเข้าปากด้วยความเอร็ดอร่อย ก่อนดวงตาคู่สวยจะช้อนมองคนตรงหน้าที่ดูเหมือนไม่ค่อยเจริญอาหารเท่าใดนัก

“ทำไมตาบวมๆล่ะคะ เมื่อคืนนอนไม่หลับเหรอ”เสียงหวานเอ่ยถาม มองท่าทางไร้ความกระปรี้กระเปร่าและใบหน้าเกลี้ยเกลาผิดตาจากเมื่อคืนด้วยความเป็นห่วง พลางนึกเสียดายความเข้มขรึมในยามมีหนวดเคราของอีกฝ่ายอยู่เป็นนิด แบบนั้นก็เข้ม แบบนี้ก็หล่อ เลือกไม่ถูกเลยจริงๆ มลินดาครุ่นคิดกับตัวเองในใจ

ทว่าด้านคนถูกเอ่ยถามแทบสำลักน้ำที่กำลังยกแก้วขึ้นดื่ม เขากระแอมเบาๆสองสามทีเพื่อไล่น้ำที่ติดอยู่ในลำคอ ก่อนจะเปล่งเสียงแปร่ง

“ก็หลับๆตื่นๆ”

 คนตาแข็งจนเกือบเช้าพูดปดหน้าเรียบ แต่ใครเล่าจะรู้ดีไปกว่าไรอันว่าในยามนี้เขากำลังขมขื่นใจแค่ไหนเมื่อสมองยังวนเวียนนึกถึงค่ำคืนอันทรหดและน่าสมเพชของตัวเอง เขานอนค้างเติ่งอยู่แบบนั้นทั้งคืนโดยที่แม่สาวดาวยั่วหลับสบายจนถึงเช้า อีกทั้งยังมีหน้ามานั่งทานอาหารอย่างเอร็ดอร่อย ในขณะที่เขาแทบกระเดือกอะไรไม่ลง เห็นจะคล่องคอหน่อยก็มีแต่น้ำเปล่านี้แหละที่ดื่มจนเกือบจะหมดแก้ว

“ทำไมถึงนอนไม่หลับ ปวดหัวเหรอ”

“อือ”คนไม่มีอารมณ์สนทนาครางตอบห้วนๆ ก่อนจะเหลือบมองคนช่างถามเมื่อเสียงหวานยังเอ่ยไม่หยุด

“ปวดมากจนนอนไม่ได้เลยเหรอ ทำไมตัวไม่ปลุกเค้าล่ะ จะได้หายาให้ทาน”

“ทานแล้ว”

“แล้วไม่ดีขึ้นเลยเหรอ”

ไรอันหลับตานิ่ง เพรานอกจากจะปวดหัว ปวดตาแล้ว ตอนนี้เขาก็เริ่มจะเหนื่อยใจกับการตอบคำถามของแม่คุณเต็มทน

“ไปหาหมอไหม”

“ไม่เป็นไร เดี๋ยวก็หาย”

“ถ้าคืนนี้ยังไม่ดีขึ้นพรุ่งนี้ไปหาหมอนะคะ”

อาการของเขาคงไม่ต้องถึงมือหมอหรอก เพียงแค่เธอไม่ใส่ได้ชุดเนื้อบางชิ้นน้อยนั่นมายั่วเขาบนเตียงอีกก็พอ ไรอันว่าในใจ ก่อนเสียงห้าวเข้มจะเอ่ยถามกลับบ้านเพื่อเปลี่ยนเรื่องคุย

“วันนี้จะออกไปไหนหรือเปล่า”

“อยู่บ้านอ่านหนังสือค่ะ เดี๋ยวจะนั่งเฝ้าตัวทั้งวันเลย นอนกลางวันซะนะคะ พักผ่อนน้อยเดี๋ยวไข้ไม่หายสักที”เธอเอื้อนเอ่ยเสียงหวานเหมือนพยาบาลสาวพูดกับเด็กชายตัวน้อยๆเท่าลูกหมา พร้อมกับฉีกยิ้มกว้างประดับบนใบหน้ารูปหัวใจ

ไรอันมองรอยยิ้มพิมพ์ใจด้วยความลุ่มหลงครู่หนึ่งก่อนจะลอบถอนหายใจยาวๆเพื่อหักห้ามความคิดของตัวเอง จากนั้นจึงพูดตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงเนือยๆ

“พี่ไม่ใช่เด็กๆที่จะต้องนอนกลางวัน ยังไม่ง่วงเท่าไหร่หรอก กะจะเคลียร์งานก่อนบ่ายๆค่อยพัก”

“งานด่วนเหรอคะ”

“แรกๆก็ไม่ด่วนหรอก แต่พี่ไม่ได้เข้าบริษัทเกือบครึ่งเดือนเลยพอกถมตัวเอง”

“ให้เค้าช่วยไหม ตัวจะได้พักเร็วๆ”

“เอาเวลาไปเตรียมตัวสอบเถอะน่า”

คนถูกปฏิเสธความหวังดีย่นจมูกขัดใจ มือเรียววางช้อนอย่างหายอยาก ก่อนจะช้อนสายตาขึ้นมองคนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามของโต๊ะรับประทานอาหารอีกครั้งเมื่ออีกฝ่ายเอ่ยถาม

“แล้วเรื่องเที่ยวล่ะว่ายังไง”

“ไม่ไปคอนสแตนซ์แล้วค่ะ เราจะไปประเทศกรีซกัน รุคจะไปด้วย หมอนั่นใจป๋าออกค่าเดินทาง ที่พัก แล้วก็ค่าอาหารให้ตลอดทริปเลยต้องตามใจเจ้ามือเขาหน่อย ตกลงกันแล้วว่าจะไปเที่ยวหมู่เกาะไซคลาดีส พำนักอยู่ที่เกาะไมโคนอสเป็นหลัก”

สถานที่ท่องเที่ยวน่าสน แต่ไรอันกลับหูผลึ่งทันทีเมื่อได้ยินว่าลูกพี่ลูกน้องอย่างรุคเป็นอีกคนที่ร่วมทริปไปในครั้งนี้ด้วย พลันประกายดุดันของความไม่พอใจจะเคลื่อนเข้าครอบดวงตาคม

“หมอนั่นไม่บินไปเยี่ยมปู่ที่นิวยอร์คหรอกเรอะ”

ปกติในช่วงปิดเทอมน้าของเขาจะลากลูกชายไปอยู่กับครอบครัวสามีที่รัฐนิวยอร์ค ประเทศอเมริกาไม่ใช่เหรอ ไรอันเผลอขมวดคิ้วให้กับความคิดของตัวเองขณะนึกถึงหนุ่มสายเลือดผสมเยอรมัน-อเมริกัน อย่างรุค

“รุคบอกจะเที่ยวก่อน แล้วค่อยบินตามพ่อกับแม่ไปทีหลัง”

“แล้วจะไปกันกี่วัน”

“สองสามวันค่ะ”

คนได้รับรายละเอียดเกี่ยวกับการเดินทางไปท่องเที่ยวที่ประเทศกรีซหลังจากสอบเสร็จมาเพียงคร่าวๆนิ่งไปครู่หนึ่งขณะใช้ความคิด ก่อนจะครางเสียงรับในลำคอเบาๆ






ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 29 ครั้ง

6 ความคิดเห็น