อ้อนรักมาเฟีย 💏 (ไรอัน ♡ ดาด้า) นิยายชุด มาเฟียที่รัก By นิลจันทรา

ตอนที่ 26 : การสูญเสีย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 861
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 24 ครั้ง
    25 ก.ค. 61



โทรศัพท์เครื่องหรูถูกโยนทิ้งไปตรงกลางเตียงอย่างหมดประโยชน์หลังจากที่ใช้ติดต่อทางไกลอยู่หลายหน แต่ไม่ได้รับการตอบกลับจากปลายสายเลยสักครั้ง มิหนำซ้ำในการโทร.ล่าสุด จู่ๆสัญญาณการติดต่อก็ขาดหายไปเสียดื้อๆ ไรอันไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น เหตุใดคนที่อยู่ห่างไกลจึงไม่รับสายโทรศัพท์จากเขา และทำไมเด็กสาวถึงกดตัดสัญญาณด้วยการปิดเครื่องราวกับจงใจจะหนีหน้าแบบนี้

พลันเสียงถอนหายใจยาวก็ดังขึ้นภายในห้องนอนอันเงียบสนิท แม้ใบหน้าคมเข้มจะเต็มไปด้วยความกังวล ทว่าไรอันก็ยังสบายใจได้ในระดับหนึ่งเมื่อได้รับรายงานจากลูกน้องซึ่งทำหน้าที่เป็นสายในการติดตามดูแลมลินดาที่ประเทศไทยว่าเหตุการณ์ทุกอย่างที่นั่นยังคงอยู่ในสภาวะปกติ ยามนี้เวลาของประเทศไทยสองทุ่มย่างจะเข้าสู่สามทุ่มแล้ว มลินดาก็ยังคงอยู่ในบ้านอิศราวงษ์ แต่เพราะเหตุอันใดเด็กสาวถึงไม่ยอมรับสายจากเขา ไรอันยังคงคลางแคลงใจด้วยความสงสัยแต่ครั้นจะถามสายทั้งสองนายถึงเรื่องนี้ก็เห็นว่าคงไม่ได้ความจริง เนื่องจากทั้งสองทำหน้าที่เพียงคอยสอดส่องดูแลอยู่ห่างๆเท่านั้น

ไรอันก้าวออกจากห้องนอนในเวลาต่อมา รู้สึกกระปรี้กระปร่าขึ้นมาบ้างหลังได้อาบน้ำชำระความเมื่อยล้าออกไปจากกาย เขาพาร่างสูงของตัวเองเข้าไปยังห้องนอนใหญ่อีกห้อง ก่อนภาพที่เห็นตรงหน้าจะทำเอาขาที่แข็งแรงและแข็งแกร่งถึงกับล้าจนแทบก้าวไม่ออก

“คุณปู่ครับ”เสียงห้าวทุ้มเอ่ยเรียกคนที่นอนนิ่งอยู่บนเตียงในสภาพต่างจากครั้งล่าสุดที่เจอ จมูกซึ่งเคยหายใจได้ด้วยตัวเองในยามนี้ถูกครอบด้วยเครื่องช่วยหายใจ ในขณะที่ข้างๆเตียงมีเครื่องมือแพทย์วางระเกะระกะพร้อมกับสายระโยงระยางเชื่อมไปยังร่างกายที่กำลังอ่อนแอบนเตียงนั้น

“ไรอัน….”

เสียงแหบพร่าและเบาจนแทบไม่ได้ยินดังลอดออกมาจากที่ครอบเครื่องช่วยหายใจ ไรอันยื่นมืออกไปกุมมือของผู้เป็นปู่ด้วยความสั่นเทาเล็กน้อย ในเวลาเพียงไม่กี่วันเขาไม่คิดเลยว่าอาการของท่านจะทรุดลงอย่างรวดเร็วเช่นนี้ ตัวเขาเองตกใจและทำอะไรแทบไม่ถูกเมื่อได้ทราบว่าปู่หัวใจหยุดเต้นกะทันหันจนทีมแพทย์ต้องเร่งช่วยชีวิตด้วยการใช้กระแสไฟฟ้ากระตุ้นการทำงานของหัวใจ ก่อนก้อนเนื้อที่หยุดนิ่งจะฟื้นคืนกลับมาเต้นใหม่ได้อีกครั้ง

“…..น้องล่ะ”

“ด้ายังอยู่ที่เมืองไทยครับ”

“ทำไมถึงปล่อยให้น้องอยู่คนเดียว”ไบอันเอื้อนเอ่ยถ้อยคำต่อหลานชายด้วยความยากลำบาก ทั้งที่พยายามเค้นสุดกำลัง แต่เสียงกลับดังแค่เบาหวิว อีกทั้งเรี่ยวแรงที่จะใช้ขยับปากพูด คนแก่อย่างเขาก็แทบไม่เหลือกำลังจะทำมัน

“ที่นั่นไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงหรอกครับ คนที่โน่นจะดูแลด้าเป็นอย่างดี”ไรอันบอกผู้เป็นปู่เพื่อให้ท่านได้คลายความกังวลใจ เพราะเขารู้ดีว่าสิ่งที่ปู่เป็นห่วงมากที่สุดคือ มลินดา

“ไรอัน….”

“ครับ”

“สัญญากับปู่ได้ไหม…ว่าหลานจะรัก และดูแลน้องแทนปู่”

“ครับ”ไรอันรับคำหนักแน่น ก่อนจะร้อนรนเมื่อเห็นว่าจังหวะการหายใจของผู้เป็นปู่เริ่มมีท่าทีไม่ค่อยดี เขาพยายามห้ามหยุดยั้งคำพูดของปู่ แต่ท่านกลับดึงดันที่จะเอื้อนเอ่ย แม้เสียงที่หลุดลอยออกมานั้นจะเบาเต็มที

“อย่าให้ใครพรากดาด้าไป….”

พลันเสียงพร่าก็เงียบไปพร้อมกับอาการนอนแน่นิ่งของคนบนเตียง ไรอันแทบขาดใจปล่อยมือที่ไร้ชีพจรเมื่อทีมแพทย์ที่เตรียมพร้อมอยู่ภายในห้องรีบเข้ามาให้การรักษาเพื่อยื้อชีวิตของผู้เป็นปู่ และหลังจากนั้นเพียงไม่นานร่างสูงที่ยืนคว้างก็ทรุดลงไปนั่งคุกเข่าที่พื้นอย่างคนไร้เรี่ยวแรง สุดท้ายแล้วปู่ก็จากเขาไปอย่างไม่มีวันหวนกลับ…..


            มลินดาตื่นแต่เช้าเพื่อลงมาใส่บาตรกับน้านารี ทว่าในยามนี้คนที่เพิ่งทำบุญเสร็จกลับปราศจากความสดใสอิ่มบุญบนใบหน้า คงเป็นเพราะเธอนอนไม่หลับเลยตลอดทั้งคืนหรืออาจจะเป็นเพราะความทุกข์ที่ยังสุมอยู่ภายในใจ และด้วยความง่วงงุนมลินดาจำต้องเพิ่งคาเฟอีนจากกาแฟสักแก้วเพื่อเพิ่มความกระปรี้กระเปร่าให้กับตัวเอง พลางลอบถอนหายใจเมื่อนึกถึงโทรศัพท์ที่เธอปิดเครื่องไว้ทั้งคืน

ทันทีที่มีการเปิดใช้งาน การแจ้งเตือนสายที่ไม่ได้รับก็เด้งขึ้นรัวๆพร้อมกับข้อความอีกสองฉบับที่ไรอันพยายามติดต่อเธอเป็นร้อยๆสายหลังจากเธอได้ปิดเครื่องหนี พร้อมทั้งยังส่งข้อความแนบมาด้วยถึงสองฉบับ มลินดาอ่านมันทุกฉบับ ซึ่งฉบับแรกที่ถูกส่งเข้ามาในเวลาสองทุ่ม มีเนื้อความว่า

‘พี่ถึงบ้านแล้วนะ โทร.ไปหาทำไมถึงไม่รับสาย ถ้าด้าว่างแล้วช่วยโทร.กลับด้วยนะ พี่เป็นห่วง’

เป็นข้อความสั้นๆแต่ทำเอาคนอ่านถึงกับน้ำตาคลอเบ้า ก่อนจะเปิดข้อความฉบับที่สองซึ่งถูกส่งราวๆเที่ยงคืน พลันก็พบว่าในข้อความฉบับนี้มีเนื้อความสั้นกว่าฉบับแรกเสียอีก มันสั้นมากจนมลินดารู้สึกใจหาย

‘…ด้า…’

มีเพียงชื่อของเธอคำเดียวสั้นๆ แต่กลับทำให้มลินดาเกิดความรู้สึกถึงสองอารมณ์หลังจากที่ได้อ่าน เธอรู้สึกเศร้า อยากร้องไห้ และหวั่นไหวในคราวเดียวกัน ซึ่งต่างจากตอนที่อ่านทวนอีกครั้ง เนื่องจากรอบนี้มลินดากลับคาดเดาว่าไรอันคงส่งข้อความฉบับนี้มาเพื่อเร่งเร้าให้เธอรีบตอบกลับไปหา

ทว่าแม้จะได้อ่านข้อความแล้ว แต่มลินดาก็ยังไม่มีเวลาที่จะตอบกลับ เนื่องจากวันนี้เธอวุ่นแต่เช้า เลยคิดว่ารอให้มีเวลาว่างในช่วงเที่ยงๆแล้วค่อยติดต่อกลับไป

มลินดาขันอาสาเป็นผู้ช่วยน้านารีในการเตรียมอาหารเช้าให้กับคุณยาย แต่ก็ทำอะไรได้ไม่มากนักเพราะเจ้าตัวเป็นพวกถนัดกินเสียมากกว่า ซึ่งใช้เวลาเพียงไม่นานข้าวต้มหมูสับหอมกรุ่นก็เสร็จพร้อมยกขึ้นไปเสิร์ฟถึงขอบเตียง มลินดาถือถาดเล็กเดินขึ้นบันไดตามหลังน้านารีไปยังชั้นสอง เท้าเล็กก้าวไปข้างหน้าด้วยความระมัดระวังจนกระทั่งมาถึงหน้าห้องนอนของคุณยาย น้านารีเป็นคนเปิดประตูและนำเข้าด้านในก่อน พลันเสียงร้องก็ดังขึ้นลั่นห้อง ส่งผลให้มลินดารีบตามไปดูโดยเร็ว

เพล้ง!!!

ถาดข้าวต้มถูกปล่อยล่วงหลุดมือไปเกลื่อนกระจายที่พื้นห้องก่อนที่ร่างบางจะกระโจนเข้าไปหาผู้เป็นยาย มลินดากุมมือที่กำลังเกร็งจนหงิกงอนั่นเอาไว้พร้อมกับร้องไห้สะอื้นเมื่อเห็นอาการดิ้นทุรนทุรายราวกับจะขาดใจของคุณยาย

“คุณยายขาคุณยาย…. คุณยายอย่าทิ้งด้าไป ฮื้อ…”เสียงสะอื้นไห้อ้อนวอนทั้งน้ำตา แว่วได้ยินเพียงเสียงร้องขอความช่วยเหลือไม่หยุดของน้านารี ก่อนที่ถ้อยคำอันเบาหวิวจะดังออกจากริมฝีปากซีดแห้งอย่างเชื่องช้า

“ด้า… ยาย ขอ โทษ…”

เพียงเท่านั้นอาการดิ้นรนก็นิ่งสงบไป ท่ามกลางเสียงร้องไห้ที่ดังระงมไปทั้งห้องของลูกหลานที่ต่างวิ่งกรูเข้ามาดูใจบุคคลอันเป็นที่รักจนกระทั่งลมหายใจสุดท้ายในชีวิตของคุณหญิงภาวิณี ผู้เป็นประมุขของบ้านอิศราวงษ์สิ้นสุดลง….



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 24 ครั้ง

6 ความคิดเห็น