อ้อนรักมาเฟีย 💏 (ไรอัน ♡ ดาด้า) นิยายชุด มาเฟียที่รัก By นิลจันทรา

ตอนที่ 25 : ตัวไกล ใจห่าง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,439
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 27 ครั้ง
    18 ก.ค. 61




วันนี้มลินดาตื่นเช้าเป็นประวัติการณ์ ในสภาพที่ขอบตาทั้งสองข้างปรากฏรอยคล้ำอย่างเห็นได้ชัด ทว่าเจ้าตัวกลับไม่มีอารมณ์มานั่งใส่ใจกับความสวยบนใบหน้าของตัวเองเท่าใดนัก เพราะเอาแต่เดินตามคนตัวสูงไปแทบทุกฝีก้าวราวกับลูกติดพ่อ ก่อนจะสวมกอดร่างหนาใหญ่ที่กำลังจะจากกันไปไกลเอาไว้แน่น พลางพึมพำแนบอกแกร่งด้วยความน้อยใจ เมื่อทุกอย่างมันปุบปับจนมลินดาตั้งตัวไม่ทัน พลอยทำให้นอนไม่หลับทั้งคืนหลังจากที่ได้ยินว่าไรอันต้องเดินทางกลับประเทศเยอรมันเพื่อไปเคลียร์งานด่วนที่โน่นในเช้าวันพรุ่ง และทั้งที่ไม่อยากงอแงเลยสักนิด แต่เธอก็ยังทำใจไม่ได้สักทีที่ต้องอยู่ที่นี่เพียงลำพัง

ช่วงสายของวัน มลินดามาที่บ้านอิศราวงษ์พร้อมกระเป๋าเดินทางขนาดกลางหนึ่งใบ ซึ่งด้านในบรรจุข้าวของเครื่องใช้จำเป็นไว้ครบครัน เนื่องจากเธอต้องพักอาศัยอยู่บ้านของคุณยายระหว่างที่ไรอันกลับไปทำงาน ซึ่งก็คาดการณ์ว่าน่าจะไม่เกินสองวัน จากนั้นเขาก็จะกลับมารับตัวเธอเพื่อเดินทางกลับไปยังประเทศเยอรมันพร้อมกัน และทันทีที่มาถึงร่างบางก็เดินขึ้นบันไดไปเยี่ยมชมห้องนอนใหม่ของตัวเอง จัดเสื้อผ้าไม่กี่ชุเดที่เตรียมมาออกแขวนไว้ในตู้ เรียงเครื่องสำอางน้อยชิ้นหน้าโต๊ะกระจกเครื่องแป้ง ก่อนจะกลับออกจากห้องเพื่อเดินตรงไปหาคุณยาย

มลินดายังคงทำหน้าที่ในการดูแลคุณยายเป็นปกติเฉดเช่นทุกวัน พูดคุยกับท่านด้วยใบหน้ายิ้มแย้มมีความสุข จนกระทั่งเมื่อคุณยายนอนหลับพักผ่อน พลันรอยยิ้มอันสดใสก็ถูกแทนที่ด้วยความมัวหมอง ร่างบางก้าวเดินไปทรุดกายลงนั่งที่โซฟามุมห้องอย่างคนอ่อนแรง มือเรียวยื่นไปหยิบโทรศัพท์มากดเปิด ก่อนที่รูปภาพซึ่งปรากฏอยู่บนหน้าจอจะเรียกรอยยิ้มเจื่อนให้ผุดขึ้นบนใบหน้าเศร้า มันคือหนึ่งในรูปภาพที่เธอเคยแอบถ่ายเก็บเอาไว้ โดยไม่คิดเลยว่าในวันนี้จะมีโอกาสได้กลับมานั่งดูมันแล้วทำให้คิดถึงคนในภาพ

ทันใดนั้นเองประตูห้องที่ปิดสนิทมาพักใหญ่ก็ถูกเปิดออก มือเรียวจึงกดปิดรูปภาพออกจากหน้าจอ ก่อนจะวางเจ้าเครื่องมือสื่อสารกลับไปไว้บนโต๊ะตั้งกลางอย่างเดิม มลินดาฝืนยิ้มให้กว้างเพื่อกลบเกลื่อนความรู้สึกเหงาของตัวเอง พร้อมกับเตรียมจะเปล่งเสียงหวานทักทายน้านารีที่มักจะตามขึ้นมาเฝ้าคุณยายเป็นเพื่อนเธอทุกวัน พลันถ้อยคำที่เตรียมจะเอื้อนเอ่ยก็ถูกกลืนหายลงไปในลำคอ ขณะที่ใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มเริ่มเปลี่ยนเป็นถอดสี

“คุณป้า… สวัสดีค่ะ”มือเรียวยกขึ้นประกบไหว้อย่างนอบน้อม ทว่าผู้เป็นป้าอย่างดาหวันกลับเบ้ปากไม่รับ

“ได้ยินว่าพี่ชายกลับไปแล้วนี่ ทำไมถึงไม่หอบกันกลับไปให้หมด หรือคิดจะปล่อยเธอไว้ที่นี่เพื่อรอให้ได้ส่วนแบ่งมรดกซะก่อน มิสเตอร์ไบอันนี่ฉลาดหลักแหลมเหลือเกิน”

มลินดารีบส่ายหน้าปฏิเสธน้ำเสียงและถ้อยคำหยามหยัน พลางทอดมองผู้มีศักดิ์เป็นป้าด้วยความขุ่นเคือง ไม่พอใจที่อีกฝ่ายกล่าวหาและต่อว่าต่อขานราวกับไม่เห็นว่าเธอเป็นลูกเป็นหลาน ซึ่งสิ่งที่ทำให้มลินดาถึงกับเดือดดาลด้วยความโกรธก็คือการที่บุคคลตรงหน้ากำลังพาดพิงถึงผู้มีพระคุณของเธอ

“เราไม่เคยคิดแบบนั้นเลยนะคะ ที่ด้ายังไม่กลับก็เพราะว่าอยากอยู่ดูแลคุณยายก่อนเท่านั้นเอง”

“ทำไมถึงเพิ่งมาคิดได้ตอนนี้ คุณแม่เจ็บออดๆแอดๆมาเป็นปีๆ แต่หลานนอกคอกอย่างเธอกลับเพิ่งจะโผล่หน้ามาดูแลเอาตอนที่ท่านอาการร่อแร่ใกล้ตายเต็มที”

“ด้าเพิ่งทราบว่าคุณยายท่านป่วย”มลินดาโต้กลับด้วยเหตุผล ยังคงพยายามข่มอารมณ์ของตัวเองเอาไว้สุดฤทธิ์ อย่างน้อยๆคนตรงหน้าก็มีศักดิ์เป็นป้า ต่อให้คุณป้าจะไม่นับว่าเธอเป็นหลานก็ตามเถอะ ถึงยังไงเธอก็ต้องรักษามารยาทของความเป็นเด็ก ไม่ทำกิริยาก้าวร้าวใส่ผู้ใหญ่ เพราะแบบนั้นมันน่าเกลียด!!

“เธอจะบอกว่ามิสเตอร์ไบอันไม่เคยเล่าอะไรให้ฟังเลยว่างั้นเถอะ คุณแม่กับนารีต้องเสียเงินเสียทองไปตั้งเท่าไหร่กับการตามตัวเธอที่เยอรมัน สามปีที่เฝ้าพยายามแต่สูญเปล่าเพียงเพราะมิสเตอร์ไบอันแค่คนเดียว”

“คุณป้าหมายความว่ายังไงคะ คุณพ่อไบอันทำอะไร”คราวนี้มลินดาถามกลับเสียงแข็ง คิ้วเรียวย่นเข้าหากันด้วยความสงสัยในสิ่งที่ผู้เป็นป้ากำลังพูดถึง เธอไม่แน่ใจว่าสิ่งที่อีกฝ่ายบอกนั้นมีความน่าเชื่อถือได้มากน้อยแค่ไหน ทว่าเมื่อได้ยินคำตอบที่โพล่งกลับมา มลินดาก็ถึงกับนั่งนิ่งด้วยราวกับคนทื่อในความคิด

“กีดกันไม่ให้เจอเธอไง ตาแก่นั่นคงวางแผนไว้อย่างดี ถึงได้ส่งเธอมาที่นี่ตอนนี้….”

‘กีดกันอย่างนั้นเหรอ’ มลินดาได้แต่ครางถามตัวเองซ้ำๆภายในใจ มีเหตุผลอะไรที่คุณพ่อไบอันของเธอจะต้องทำเช่นนั้นด้วย พลันเสียงแหบแห้งจากคนที่นอนอยู่บนเตียงก็ดังแทรกขึ้น มลินดาสะดุ้งตื่นจากภวังค์ ขณะที่คุณป้าดาหวันแสดงความตื่นตระหนกออกทางสีหน้าและท่าทางอย่างเห็นได้ชัดเจน

“คุณแม่!”

“ถ้าเข้ามาเพราะเพียงแค่พูดถึงเรื่องนี้ก็ออกไปเถอะดาหวัน”

มลินดามองท่าทางอ่อนลงเป็นคนละคนกับเมื่อก่อนหน้าของผู้เป็นป้าด้วยความแปลกใจ ไม่อยากจะเชื่อว่าลูกสะใภ้อย่างคุณป้าดาหวันจะเกรงกลัวแม่สามีมากเช่นนี้ แต่กระนั้นก่อนจะหันกลับออกจากห้องไปดวงตาขุ่นขวางก็มิวายจะปลายมองมายังเธอราวกับชิงชัง

ร่างบางเดินเข้าไปนั่งลงที่เก้าอี้ข้างเตียงหลังจากคล้อยหลังของคนที่เพิ่งเดินคอตกออกไป ริมฝีปากเรียวสวยคลี่ยิ้มบางๆ ก่อนจะเอื้อมมือเรียวไปกุมมือของคุณยายเมื่อเห็นว่าท่านต้องการจะพูดด้วย

“หลานอย่าไปฟังที่แม่ดาหวันเขาพูดนักเลย และที่มิสเตอร์ไบอันทำแบบนั้น เขาก็คงจะมีเหตุผลของเขา อย่างน้อยท้ายที่สุดเขาก็ยอมให้นารีได้เจอกับหลาน และยินยอมให้หลานกลับมาหายายที่นี่”

น้ำเสียงที่เอื้อนเอ่ยอย่างปลอบโยน ทว่าถ้อยคำเหล่านั้นกลับสะท้อนให้คนที่กำลังหาคำตอบให้กับตัวเองถึงกับคิดไม่ตก คำพูดของผู้เป็นยายทำให้มลินดาเริ่มเชื่ออย่างสนิทใจว่าสิ่งที่ป้าดาหวันบอกนั้นเป็นเรื่องจริง แต่ก็ยังตั้งคำถามในใจว่าเหตุใดคุณพ่อไบอันของเธอถึงทำเช่นนั้น ทำไมถึงต้องกีดกันไม่ให้เธอได้พบกับครอบครัวของแม่  พลันความกรุ่นโกรธก็เริ่มประเดประดังเข้ามาในหัวใจดวงน้อยๆ รู้สึกเหมือนถูกตีทุบด้วยท่อนหลักๆเข้าที่กลางหลังจนจุกและแทบหายใจไม่ออก

……ความผิดหวังในสิ่งที่ผู้มีพระคุณได้กระทำ มันเจ็บยิ่งกว่าการถูกมีดแหลมคมเฉือนลงตรงกลางใจซะอีก …..

โทรศัพท์เครื่องหรูถูกโยนทิ้งไปตรงกลางเตียงอย่างหมดประโยชน์หลังจากที่ใช้ติดต่อทางไกลอยู่หลายหน แต่ไม่ได้รับการตอบกลับจากปลายสายเลยสักครั้ง มิหนำซ้ำในการโทร.ล่าสุด จู่ๆสัญญาณการติดต่อก็ขาดหายไปเสียดื้อๆ ไรอันไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น เหตุใดคนที่อยู่ห่างไกลจึงไม่รับสายโทรศัพท์จากเขา และทำไมเด็กสาวถึงกดตัดสัญญาณด้วยการปิดเครื่องราวกับจงใจจะหนีหน้าแบบนี้

พลันเสียงถอนหายใจยาวก็ดังขึ้นภายในห้องนอนอันเงียบสนิท แม้ใบหน้าคมเข้มจะเต็มไปด้วยความกังวล ทว่าไรอันก็ยังสบายใจได้ในระดับหนึ่งเมื่อได้รับรายงานจากลูกน้องซึ่งทำหน้าที่เป็นสายในการติดตามดูแลมลินดาที่ประเทศไทยว่าเหตุการณ์ทุกอย่างที่นั่นยังคงอยู่ในสภาวะปกติ ยามนี้เวลาของประเทศไทยสองทุ่มย่างจะเข้าสู่สามทุ่มแล้ว มลินดาก็ยังคงอยู่ในบ้านอิศราวงษ์ แต่เพราะเหตุอันใดเด็กสาวถึงไม่ยอมรับสายจากเขา ไรอันยังคงคลางแคลงใจด้วยความสงสัยแต่ครั้นจะถามสายทั้งสองนายถึงเรื่องนี้ก็เห็นว่าคงไม่ได้ความจริง เนื่องจากทั้งสองทำหน้าที่เพียงคอยสอดส่องดูแลอยู่ห่างๆเท่านั้น


 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 27 ครั้ง

6 ความคิดเห็น