อ้อนรักมาเฟีย 💏 (ไรอัน ♡ ดาด้า) นิยายชุด มาเฟียที่รัก By นิลจันทรา

ตอนที่ 24 : สายเปย์ vs สายหวาน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,021
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 28 ครั้ง
    13 ก.ค. 61



“คริสตีย็อง ดียอร์, เคท สเปด หรือชาแนล ดีคะ”

“พี่เคยใช้ที่ไหน เลือกไม่เป็นหรอก”

“คิดว่าอันไหนสวยก็เลือกๆมาเถอะน่า”

ไรอันจำต้องไล่สายตาพินิจกระเป๋าแบรนด์ดังทั้งสามด้วยความเหนื่อยหน่ายใจ เนื่องจากในยามนี้เป็นเวลาสองทุ่มแล้ว แต่เขายังไปไม่ถึงร้านนาฬิกาซึ่งเป็นจุดหมายหลักของการมาที่ห้างสรรพสินค้าในวันนี้เลย เพราะร่างบางเล่นแวะเข้าร้านนั้นร้านนี้ระหว่างทางไปร้านนาฬิกา ซึ่งขณะนี้เขาก็กำลังอยู่ที่ร้านขายกระเป๋าแบรนด์เนม นั่งรออยู่นานแต่แม่คุณก็ยังเลือกไม่ได้สักทีว่าจะซื้อใบไหน

“ชาแนล”เสียงเข้มตอบ เขาไม่ได้มีหลักการในการเลือกหรอก ไม่ถนัดเลือกของให้ผู้หญิงด้วย แต่ที่ชี้ไปยังกระเป๋าแบรนด์ชาแนล (CHANAL)นั่นเพราะตัดสินจากความชอบของตัวเองล้วนๆ เนื่องจากเป็นคนที่นิยมใช้สีเรียบๆ ออกไปทางโทนเข้ม ซึ่งเมื่อเทียบดูแล้วแบรนด์ชาแนลที่มีดีไซน์คลาสสิค ไซส์มีเดียม สีดำ เห็นจะเข้าตาสุด

“แล้วคริสตีย็อง ดียอร์ ไม่สวยเหรอคะ”

“ก็สวย แต่ด้าชอบแบรนด์ดียอร์ สีคล้ายๆแบบนี้ก็มีหลายใบ ซื้อไปก็จะซ้ำกัน”ไรอันให้เหตุผลที่ไม่เลือกกระเป๋าของแบรนด์คริสตีย็อง ดียอร์ (CHRISTIAN DIOR) เนื่องจากเห็นว่าแบรนด์นี้เป็นแบรนด์โปรดของเด็กสาว มลินดาซื้อสะสมแทบจะทุกคอลเลคชั่น อีกทั้งสีของกระเป๋าใบที่เธอเลือกมาดีไซน์ของมันดูจะเน้นไปทางผู้หญิ๊งผู้หญิง สีก็หว๊านหวานเกินไป ซึ่งถ้าดูจากกระเป๋าในคลังของเด็กสาวที่มีอยู่ตอนนี้น่าจะมีสีหวานแหววคล้ายๆกันนี้ซะเป็นส่วนใหญ่ หากซื้อไปก็คงซ้ำกับใบก่อนๆหน้า

“แล้วเคท สเปด ล่ะคะ”

“ไม่รู้สิ ดีไซน์สวย แต่พี่แค่ไม่ชอบสี”เคท สเปด (KATE SPADE) ใบนี้ถูกออกแบบสวยงามไม่แพ้แบรนด์ทั้งสอง ด้วยทำมาจากหนังแพะอย่างดี และมีความประณีตในผลงาน แต่ก็ติดตรงที่สีของมันเป็นสีม่วงเคลือบเงา ซึ่งเขาไม่ค่อยชอบเท่าไหร่ เลยตัดออกไปตั้งแต่ตอนแรกๆ               

ไรอันกลับไปนั่งเอนหลังที่เก้าอี้บริการลูกค้าของทางร้านอีกครั้งระหว่างรอให้มลินดาตัดสินใจ ก่อนที่เขาจะมองร่างบางพร้อมกับกลอกตาเอือมๆ นี่หรือเปล่าที่เขาเรียกว่าความเลือกมากของผู้หญิง ไรอันครวญถามในใจ พลันจะขยับลุกจากเก้าอี้อย่างหมดความอดทนในการรอ แล้วเดินเข้าไปหาคนที่กำลังสลับลูบคลำกระเป๋าสามใบไปมา

“เอาทั้งสามใบเลยแล้วกัน”เสียงเข้มๆของคนที่ใบหน้าเคล้าความหงุดหงิดเอ่ยบอกกับพนักงาน ก่อนที่ท่าทางโลดเต้นดีใจของสาวน้อยร่างบางจะทำให้ไรอันนิ่วหน้าขณะล้วงกระเป๋าเงินยัดใส่มือเรียว

“ตัวนี่น่ารักที่สุดเลย”

คนถูกชมว่าน่ารักถอนหายใจด้วยความเหนื่อยหน่ายขณะรับกระเป๋าเงินตัวเองจากมือเรียวของคนที่เพิ่งเดินกลับมาจากเคาน์เตอร์หลังชำระค่ากระเป๋าเสร็จ มือหนาข้างหนึ่งจัดการรวบถุงใส่ของที่วางอยู่บนเก้าอี้ข้างๆมาถือพะรุงพะรัง พลางยื่นมือออกไปรับถุงใบใหญ่ที่เพิ่งได้มาเพิ่มนั้นมาถือรวมไว้ในมือข้างเดียว ก่อนจะเตรียมก้าวออกจากร้าน

ซึ่งก็ยังมิวายที่ลำแขนแกร่งจะถูกเรียวแขนเล็กตามมาคล้องพร้อมกับซบใบหน้าแนบแขนของเขาอย่างออดอ้อน มันเป็นอาการของเด็กๆเมื่อได้รับการตามใจ ซึ่งมลินดาชอบใช้วิธีคลอเคลียเช่นนี้แทนการขอบคุณเสมอ และด้วยเหตุนี้เองทำให้ไรอันมักจะเอาอกเอาใจพร้อมกับประเคนข้าวของให้เด็กสาวเป็นประจำ เพียงเพราะต้องการการขอบคุณอันแสนน่ารัก แต่ถึงจะรู้สึกอิ่มอกอิ่มใจกับการถูกคลอเคลียแนบชิด ทว่าไรอันก็อดไม่ได้ที่จะแกล้งเอ่ยประโยคน้ำเสียงตัดพ้อ

“น่ารัก แต่ก็ไม่ทำให้คนบางคนหลงรักอยู่ดี”

“เพิ่งคบกันเอง ยังไม่ถึงเดือนเลย”

อยู่ด้วยกันมาห้าปีแล้วแม่คุณเอ๋ย ยังจะต้องคบต้องศึกษาอะไรกันให้ยืดยาว รู้ไสรู้พุงกันหมดแล้วจะอยากเห็นอะไรอีก ไรอันครางในใจ ดวงตาคมหลุบมองคนตัวเล็กข้างกายก่อนจะลองถามกลับด้วยน้ำเสียงหยอกเย้าเพื่อหยังเชิง

“แล้วรู้สึกรักขึ้นมาบ้างหรือยัง”

“ไม่รู้!”

เสียงเพี้ยนสูงและแก้มเนียนสีลูกตำลึงสุกของคนที่กำลังม้วนอายทำให้ไรอันพอจะรู้คำตอบ เขาหัวเราะพอใจโดยไม่สนผู้คนที่เดินสวนไปมาขณะนั้น ก่อนจะตวัดลำแขนแกร่งเกี่ยวรั้งเอวบางเข้ามาแนบชิดกายแล้วเดินไปพร้อมๆกัน

“ซื้อนาฬิกาเสร็จแล้ว พาลงไปที่ชั้น G ได้ไหมคะ”

“ไปทำไม”คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันเป็นรอยย่นที่หน้าผาก ขณะถามกลับด้วยเสียงเข้มขึ้น

เมื่อเอ่ยถึงชั้นจีของศูนย์การค้าแห่งนี้ทำให้ไรอันนึกถึงเบเกอรี่ร้านหนึ่งที่ตั้งอยู่ในโซนร้านอาหารของชั้นดังกล่าว เป็นร้านที่เคยไปซื้อบราวนี่เมื่อหลายวันก่อน ซึ่งไรอันได้แต่หวังว่าเจ้าของเสียงอ้อนคงไม่ได้หมายใจจะไปที่นั่น พลันคำตอบที่ได้รับก็ทำเอาคนถามถึงกับถอนหายใจดัง

“จะซื้อคุกกี้ไปฝากน้องนิต”

ไรอันฟังแล้วยิ้มหยักที่มุมปาก ‘คุกกี้ให้น้องนิต’ อย่างนั้นเหรอ แล้วเขาจะคอยดูว่านอกจากได้คุกกี้ของน้องนิตแล้วจะมีเค้กของน้องดาด้าแถมมาด้วยหรือเปล่า


มือหนายกแก้วน้ำเย็นๆขึ้นดื่มพอดับกระหาย ก่อนจะเหลือบมองคนที่นั่งอยู่ตรงข้ามแล้วยิ้มขำกับอาการเห่อของใหม่ ข้อมือเล็กข้างซ้ายถูกพลิกหมุนไปทางซ้ายทีไปทางขวาทีเพื่อชื่นชมความงามของนาฬิกาข้อมือเรือนหรูที่เพิ่งถอยจากร้านมาหมาดๆอย่างแบรนด์ไมเคิล คอร์ (MICHAEL KORS) และเจ้าตัวคงจะรู้ว่าเขามองอยู่ จึงยื่นมือมาอวดพร้อมกับเอ่ยถามเสียงหวานใส

“สวยไหมคะ”

ไรอันมองใบหน้างามที่ตอนนี้ถูกประดับด้วยรอยยิ้มกว้างชวนสะกด จ้องลึกลงไปในดวงตาคู่สวยอย่างหลงใหลครู่หนึ่ง ก่อนริมฝีปากหยักจะเอ่ยถามแทนการให้คำตอบ

“จะใส่ได้สักกี่วันกันเชียว”เสียงห้าวเข้มเหน็บแนมเป็นนัยๆ เพราะเห็นว่าเด็กสาวเป็นคนเบื่อง่าย ใช้ของไม่คุ้มค่ากับราคาสักชิ้นเดียว ดูอย่างนาฬิกาเรือนก่อนที่เขาซื้อให้สิ ก็เห็นว่าเห่อนักเห่อหนาแบบนี้แหละ แต่พอได้แอคเซสเซอรี่เป็นกำไรแขนคอลเลคชั่นใหม่ นาฬิกาของเขาก็ถูกสลัดทิ้งอย่างหมดความหมายในทันที ไรอันเลยอยากรู้ว่าไมเคิล คอร์ รุ่นใหม่ล่าสุดเรือนนี้จะประดับข้อมือเล็กได้มากสุดกี่วัน

“ก็คงใช้จนกว่าจะกลับเยอรมันล่ะน่า”

ได้ฟังดังนั้นไรอันจึงโคลงศีรษะไปมา ทว่าริมฝีปากกลับยิ้มหยักบนใบหน้า ก่อนจะกวาดมองบรรยากาศภายในร้านเบเกอรี่ที่ตนกำลังนั่งอยู่ พลันกลิ่นของขนมจะทำให้คนไม่ค่อยชอบทานของมีรสหวานสักเท่าไหร่ถึงกับกลั้นหายใจเป็นพักๆ คุกกี้ของน้องนิตตอนนี้ยังไม่มีให้เขาได้เห็นหรอก จะเจอก็แต่ขนมหวานของน้องดาด้านี่แหละที่กำลังถูกลำเลียงมาเสิร์ฟ

ไรอันไล่ดูถาดขนมหวานที่จัดวางอยู่บนโต๊ะแล้วลอบถอนหายใจ ก่อนจะมองท่าทางมีความสุขของคนที่ลากเขาเข้ามานั่งอยู่ทามกลางดงขนมหวานเมื่อไม่กี่นาทีที่ผ่านมาแล้วอดยิ้มตามไม่ได้ พลันคิ้วเข้มจะย่นเข้าหากันเล็กน้อยเมื่อมือเรียวจัดแจงเลื่อนขนมหวานอย่างเฟรนช์โทสต์สตรอว์เบอร์รี่มาให้ ไรอันหลุบมองเจ้าขนมปังชุบไข่ทอดแบบไร้น้ำมันที่กำลังถูกตัดและตักด้วยช้อนพร้อมกับเพิ่มผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ชิ้นเล็กวางด้านบนนั้นนิ่ง ก่อนจะช้อนมองใบหน้างามนัยน์เป็นประกายวาวขณะมือเรียวยื่นเฟรนช์โทสต์สตรอว์เบอร์รี่พอดีคำมาป้อนที่ปากอย่างเอาใจ

“อร่อยนะคะ ไม่เลี่ยนมากหรอกเพราะมีรสของสตรอว์เบอร์รี่คอยตัดหวาน”

ดวงตาคมหลุบมองช้อนในมือเรียวครู่หนึ่งก่อนจะยอมอ้ารับขนมเข้าไปเคี้ยวในปาก ซึ่งรสชาติก็ถือว่าไม่หวานจัดจนเลี่ยนเกินไป คงจะเป็นเพราะรสของสตรอว์เบอร์รี่อย่างที่เด็กสาวว่านั่นแหละ ไรอันกลืนขนมอย่างลื่นคอ ก่อนลอบยิ้มที่มุมปากจากนั้นมือหนาก็ยื่นไปชี้ขนมเมนูหนึ่งซึ่งมือเรียวกำลังใช้ช้อนตักเพื่อบริการตัวเอง

“จานนี้ชื่อว่าอะไรนะ”

“เครปข้าวเหนียวมะม่วงค่ะ อยากชิมหรือเปล่าล่ะคะ”

คนอยากชิมใจจะขาดรีบพยักหน้า เขาก็แกล้งถามไปงั้นแหละ พอได้ยินเสียงหวานสั่งเมื่อก่อนหน้านี้แล้ว อีกทั้งแป้งเค้กใบเตยที่ห่อไส้ข้าวเหนียวกับมะม่วง และราดด้วยกะทิหอมๆดูแว้บเดียวก็รู้ว่านี่คือ เครปข้าวเหนียวมะม่วง แต่ที่คนเฉลียวฉลาดทำเป็นเขลานิดๆหน่อยๆก็เป็นเพราะอยากถูกป้อนอีกครั้งเท่านั้นเอง

และเมื่อเหยื่อติดกับตักเครปยื่นมาจ่อที่ปาก ไรอันก็ไม่รอช้าที่จะอ้ารับเครปนุ่มๆมาเคี้ยวอย่างกรุ่มกริ่มในใจ แต่ให้ตายเถอะ ขนมนี่หวานจนเขาต้องรีบคว้าน้ำขึ้นมาดื่มกลั้วปากให้หายเลี่ยน พลันจะต้องช้อนมองคนตรงหน้าด้วยความแปลกใจเมื่อเด็กสาวโพล่งน้ำเสียงตื่นเต้น

“หืมมมมม หอมกลิ่นกุหลาบแท้ๆ รสชาติกลมกล่อมกับส่วนประกอบของชา อร่อยกว่าที่คิดซะอีก ลองชิมสิคะ”

ไรอันรีบจิบชากุหลาบจากแก้วใบเล็กที่มือเรียวยื่นมาป้อนโดยที่เขาไม่ทันร้องขออย่างเอาใจ ก่อนจะยิ้มบางๆเป็นการการันตีความอร่อยให้อีกฝ่ายได้หายลุ้น ไรอันเคยได้ลิ้มรสของชาชนิดนี้มาแล้วสองถึงสามครั้ง ซึ่งก็ไม่ได้ติดใจเท่าใดนัก เนื่องจากเป็นคนที่ไม่ค่อยชอบดื่มชาสักเท่าไหร่ แต่ก็ดูท่าว่ามันจะสร้างความตื่นเต้นให้กับคนที่เพิ่งจะได้ลองดื่มครั้งแรกเป็นไหนๆ

เพียงยี่สิบนาทีต่อมาเครปข้าวเหนียวมะม่วง  เฟรนช์โทสต์สตรอว์เบอร์ ชีสพายไอศกรีมชาเขียว และช็อกโกแลตลาวาก็ถูกกวาดลงท้องให้เรียบ ซึ่งไรอันได้แต่มองคนเหมาทานขนมหวานทั้งสี่ถาดเพียงคนเดียวด้วยความทึ่ง ไม่รู้ว่าร่างบางๆทานเข้าไปได้ยังไงจนหมดเกลี้ยง ในขณะที่คนตัวโตอย่างเขาตักเฟรนช์โทสต์สตรอว์เบอร์เข้าปากได้เพียงสองคำเท่านั้นก็เริ่มถอยห่าง เนื่องจากทนทานต่อความหวานไม่ไหวจริงๆ


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 28 ครั้ง

6 ความคิดเห็น