อ้อนรักมาเฟีย 💏 (ไรอัน ♡ ดาด้า) นิยายชุด มาเฟียที่รัก By นิลจันทรา

ตอนที่ 22 : เด็กมันท้าทาย!!!

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,190
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 27 ครั้ง
    12 ก.ค. 61



แสงแดดอ่อนๆยามรุ่งอรุณที่ลอดส่องผ่านรอยแยกของม่านผืนหนาเข้ามาภายในห้อง ทำให้ร่างบางเริ่มขยับเปลือกตาพร้อมกับบิดกายเพื่อไล่ความเกียจคร้าน เนื่องจากปกติเธอเป็นพวกไม่นิยมชมชอบการลุกขึ้นมาสูดอากาศในตอนเช้าๆ แต่จะโปรดปรานการนอนเกลือกกลิ้งอยู่บนเตียงซะมากกว่า ทว่าเมื่อวันนี้มีหน้าที่ต้องไปทำ คนขี้เซาเป็นนิสัยจึงต้องฝืนลืมตาตื่นแต่เช้า

“กี่โมงแล้วคะ”เสียงแห้งแหบเอ่ยถามคนที่เพิ่งเดินออกจากห้องน้ำ

ขณะรอคำตอบมลินดาก็หยัดตัวลุกขึ้นนั่งพลางเหลือบมองไปยังร่างสูงที่บนกายกำยำมีเพียงผ้าขนหนูผืนเดียวพันรอบเอวสอบปกปิดท่อนร่างเอาไว้พอหมิ่นเหม่ ในขณะที่มือหนาทั้งสองข้างกำลังใช้ผ้าขนหนูผืนเล็กเช็ดผมที่กำลังชุ่มน้ำให้แห้งหมาด

“อีกสิบนาทีจะแปดโมง”

“ตายแล้ว! จริงเหรอคะ! ถ้าอย่างนั้นเราก็ไปไม่ทันมื้อเช้าที่บ้านคุณยายแล้วนะสิ”คนที่อุตส่าห์ตื่นแต่เช้าถึงกับโพล่งเสียงดังลั่นห้อง ความง่วงงุนและสภาพงัวเงียเมื่อครู่หายไปเป็นปลิดทิ้ง เหลือไว้เพียงใบหน้าแตกตื่นตกใจให้อีกคนได้หัวเราะเยาะหยันราวกับชอบใจ

มลินดายกมือทั้งสองขึ้นลูบหน้าตัวเองด้วยความกังวล เธอจะไม่เครียดสักนิดเลยหากเมื่อวานไม่ได้ไปตกปากรับคำกับผู้เป็นน้าว่าวันนี้จะไปร่วมรับประทานอาหารเช้าที่บ้านอิศราวงษ์ด้วย และแปดโมงเช้าคือเวลาตั้งโต๊ะอาหาร แต่เธอยังไม่ทันได้ลุกจากเตียงเลย มลินดาได้คร่ำครวญคิดมาก

“ไม่เห็นเป็นไรเลย เราแวะทานมื้อเช้าก่อน แล้วค่อยเข้าบ้านก็ได้”

ก็ต้องเป็นเช่นนั้นอยู่แล้วแหละ แต่นั่นมันไม่ใช่ปัญหาเสียหน่อย มลินดาถอนหายใจยาวก่อนจะแหงนเงยใบหน้าบอกเหตุผลที่ทำให้เธอกลัดกลุ้มแก่คนที่ยืนอยู่ข้างเตียงได้เข้าใจ

“แต่เค้าได้รับปากกับน้านารีเอาไว้แล้วนี่สิ ผิดคำพูดกับผู้ใหญ่จนได้เลย”

“พี่โทร.บอกน้าของด้าแล้ว”เขาต่อสายถึงน้านารีตั้งแต่ครึ่งชั่วโมงก่อนหน้านี้แล้ว พร้อมกับบอกและชี้แจงถึงสาเหตุที่ทำให้ไปไม่ทันเวลารับประทานอาหารมื้อเช้า ซึ่งฝ่ายนั้นก็ดูเหมือนจะเข้าใจ อีกทั้งยังใจดีจะทำอาหารเช้าไว้ให้ แต่กลับเป็นไรอันที่เอ่ยปฏิเสธอย่างความเกรงใจ ไม่อยากรบกวนเท่าไหร่ และคงสะดวกกว่าถ้าหาทานตามร้านอาหารข้างนอก ก่อนเข้าไปที่บ้านอิศราวงษ์

“บอกว่ายังไงคะ”

ไรอันยิ้มหยักเมื่อได้ยินเสียงหวานถามกลับทันควัน พลางหลุบมองดวงตาคู่สวยที่เคลือบแคลงไปด้วยความระแวงสงสัย ไรอันยื้อเวลาในการให้คำตอบไว้ครู่หนึ่งด้วยการโยนผ้าขนหนูผืนเล็กที่เปียกชุ่มหลังจากใช้เช็ดผมจนหมาดไปคลุมบนศีรษะของคนที่มองเขาตาไม่กระพริบ ก่อนเสียงทุ้มจะเอ่ยบอกตามความจริง

“บอกไปว่าด้านอนยังไม่ตื่น คงไปไม่ทันร่วมโต๊ะอาหาร”

“พี่สิงโต!”

ไรอันหัวเราะชอบใจ ไม่เคืองสักนิดที่ถูกตะคอกใส่เสียงแหลม อีกทั้งผ้าที่โยนมันไปคลุมศีรษะเล็กเมื่อครู่ก็ถูกส่งกลับมาด้วยการปาคืน

“ก็ด้านอนยังไม่ตื่นจริงๆ จะให้พี่โกหกผู้ใหญ่หรือยังไงฮ้ะแม่คุณ”

“เหตุผลมีตั้งมากมาย แต่ตัวไปบอกว่าเค้าตื่นสาย มันน่าอายยิ่งกว่าท้องเสียซะอีก”

“แล้วทำไมด้าจะต้องซีเรียสขนาดนี้ด้วย ไม่มีใครต่อเสียหน่อย น้านารีออกจะเอ็นดูด้าเสียด้วยซ้ำเพราะพี่ได้ยินเสียงหัวเราะก่อนจะวางสาย”

“เอ็นดงเอ็นดูอะไรล่ะ นี่แน่ะ!”

คนที่กำลังสนุกกับการแกล้งถึงกับชะงัก เสียงหัวเราะขาดห้วนไปทันทีเมื่อหมอนหนุนใบใหญ่ถูกโยนมาโดนร่าง ใบหน้าคมคายที่เปื้อนยิ้มเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความเข้มขรึมในทันที ขณะที่ดวงตาแข็งกร้าวมองคนที่นั่งอยู่บนเตียงเขม็ง มลินดาจะงอแงกับเขายังไงก็ได้ แต่ต้องไม่ใช้นิสัยเอาแต่ใจตัวเองแล้วปาข้าวของใส่แบบนี้ เขาไม่ชอบ!!

“ด้า! ใครสอนให้ขว้างหมอนเล่นแบบนี้”

“ก็ตัวอ่ะ ทำไมถึงไม่รู้จักปลุกเค้า”

“เรียกจนเมื่อยปาก แต่คนขี้เซาไม่ยอมตื่น”

“ถึงอย่างนั้นก็เถอะ ตัวก็น่าจะปลุกจนกว่าเค้าจะตื่น”

“ไม่ใช่เรื่องของพี่สักหน่อย”

“ทำไมจะไม่ใช่ ดูสิ แทนที่จะได้ทานมื้อเช้าอร่อยๆฝีมือคุณน้า แต่กลับต้องเสียเงินซื้อทานเองข้างนอก จะเจอร้านเด็ดหรือเปล่าก็ไม่รู้”เสียงหวานบ่นพึมพำ ใบหน้างามงอง่ำอย่างไม่สบอารมณ์

“ที่งอแงนี่คือห่วงกินว่างั้นเถอะ”พูดเสร็จมือหนาก็รีบยกขึ้นเพื่อรับหมอนที่ลอยหวือตรงเข้ามาหาอีกใบ ก่อนจะตะคอกน้ำเสียงเกรี้ยวกราด “พี่เตือนหลายครั้งแล้วนะ!”

“พี่สิงโต!”คนมือไวชอบปาข้าวของถึงกับร้องเสียงหลงเมื่อร่างทั้งร่างถูกคนตัวสูงใหญ่กระโจนเข้ามาประชัดแล้วผลักเธอให้นอนราบไปบนเตียง “ปล่อยเค้านะ”

“พี่บอกกี่ครั้งแล้วว่าอย่าทำลายข้าวของ”

“ก็….” ฮึบ!ยังไม่ทันได้เอื้อนเอ่ยออกไปเลย คนที่กำลังจะโต้กลับก็เป็นอันต้องชะงักปากและลืมหายใจชั่วขณะ เมื่อใบหน้าคมโน้มลงมาแตะปลายจมูกโด่งอยู่กับจมูกรั้นๆของเธอ ก่อนข้อมือเล็กที่ระดมทุบตีอกแกร่งจะถูกมือใหญ่รวบและตึงเอาไว้เหนือศีรษะ มลินดาทำท่ากระฟัดกระเฟียดขัดใจแต่ก็ขยับเขยื้อนกายไปไหนไม่ได้เนื่องจากถูกคร่อมด้วยร่างอันหนักอึ้ง

“อย่าริอาจเถียงพี่ ที่นี่ไม่มีคุณปู่ ถ้าเกิดพี่โมโหแล้วหน้ามืดจนคุมตัวเองไม่ได้ขึ้นมา ด้าเองนั่นแหละจะแย่”

ไม่บ่อยครั้งนักหรอกที่จะได้เห็นไรอันขึงตามองเธอราวกับเกรี้ยวโกรธเช่นนี้ มลินดาถึงกับลอบกลืนน้ำลายลงคอ ยอมรับแหละว่ากลัวเขานิดๆ จึงคลี่ยิ้มเจื่อนๆเพื่อกลบเกลื่อนความรู้สึกและเรียกความกล้าให้กับตัวเอง ก่อนจะเอ่ยกับคนบนร่างเสียงเบา

“ตัวก็แค่ขู่ เค้ารู้หรอกน่าว่าตัวไม่กล้าทำอะไรเค้าหรอก”

“อยากลองไหมล่ะ”

สิ้นเสียงถาม ใบหน้างามก็ต้องเบือนหลบเป็นพัลวัน พลันดวงตาคู่สวยจะเบิกโพลงและอ้าปากค้างด้วยความตกใจสุดขีด ตัวแข็งทื่อไปทั้งร่าง ขณะที่สมองหยุดการทำงานไปเสียดื้อๆ เมื่อริมฝีปากหยักประทับลงบนแก้มเนียนนุ่ม

“หนีหน้าทำไมล่ะครับคนเก่ง”

“ปะ ปล่อยเค้าเดี๋ยวนี้นะ ยะ อย่าทำแบบนี้”คนเก่งที่ตอนนี้กลัวจนตัวสั่นเอ่ยน้ำเสียงติดๆขัดๆ รู้สึกถึงอัตราการเต้นของหัวใจที่สูบฉีดรัวเร็วแล้วใจหาย

ที่ผ่านมาถึงแม้จะใกล้ชิดกัน แต่ก็ไม่แนบสนิทแบบที่เป็นอยู่นี้ เธอเคยหอบแก้มไรอันเพราะคิดว่าเขาเป็นพี่ชาย เคยกอดและนอนร่วมเตียงเดียวกันเพราะเห็นว่าเขาคือพี่ชายอีกนั่นแหละ แต่ด้วยสถานะที่เปลี่ยนไปจากเดิม อีกทั้งไรอันยังออกปากบอกขอคบกับเธอในฐานะคู่รักอย่างจริงจัง การที่เขามานอนกอดจูบแบบนี้มันทำให้มลินดาอดที่จะหวั่นไหวกับสัมผัสของเขาไม่ได้

“กลัว?”

“อือ”ริมฝีปากเรียวสวยเม้มเข้าหากันแน่นเป็นเส้นตรง แล้วตอบอย่างยอมรับด้วยเสียงครางในลำคอ ก่อนจะหลับตาปี๋เมื่อรับรู้ได้ถึงริมฝีปากอุ่นร้อนที่กำลังลากไล้ไปยังลำคอ พลันสะดุ้งเฮือกเมื่อสัมผัสหนักๆครั้งแรกขบเม้มที่ผิวคอ

“ฟังนะด้า พี่อยากให้ด้าเลิกทำนิสัยเป็นเด็กๆ ลดความรั้นเอาแต่ใจตัวเองลงบ้าง แล้วก็อย่าเอาอารมณ์มาทำลายหรือเขวี้ยงข้าวของแบบนี้ พี่ไม่ชอบ! เข้าใจไหม”ไรอันเคลื่อนใบหน้าไปเอ่ยเสียงกระซิบแนบใบหูบอบบาง พลางนึกอยากแกล้งคนที่กำลังกลัวจนตัวสั่นจึงแนบจุมพิตหนักๆลงบนแก้มเนียนนุ่ม ก่อนจะยิ้มหยักอารมณ์ขันเมื่อเห็นเปลือกตาคู่สวยของคนใต้ร่างปิดสนิทแน่นและเกร็งไปทั้งตัว “ลืมตามามองหน้าพี่ก่อนสิทูนหัว”

ได้ยินเต็มสองหูเนื่องจากเสียงนั้นดังคลอเคลียอยู่แค่บนแก้ม แต่ที่ยังไม่ยอมหันไปมองหน้าเขาก็เป็นเพราะเกรงว่าจะสบเข้ากับใบหน้าคมเข้ม ซึ่งไรอันไม่รู้หรอกว่าเธอต้องลำบากแค่ไหนกับการตกอยู่ภายใต้อาณัติของเขา หลายครั้งที่เธอต้องลอบกลั้นหายใจในความชิดใกล้ จะขาดอากาศหลายครั้ง แต่ก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากพยายามหลบหลีกการเผชิญหน้า

“พี่ถามว่าเข้าใจในสิ่งที่พี่บอกไหม ด้า…”

“อือ”

“เข้าใจว่ายังไง”

“….”

ไรอันรอฟังคำตอบ แต่ทว่าไม่มีการทวนความเข้าใจกลับมาเลย ริมฝีปากหยักช่างแกล้งจึงแนบลงบนแก้มเนียนอีกครั้ง พรมจูบครู่หนึ่งก่อนจะดึงหน้ากลับพร้อมยิ้มหยักที่มุมปากเมื่อใบหน้างามหันมามองที่เขาตาขุ่นเขียว จากนั้นตัวเล็กๆก็เริ่มแผลงฤทธิ์อีกครั้งด้วยการดิ้นขลุกขลักไปมาอยู่ใต้ร่างของเขา ซึ่งไรอันรู้สึกประทับใจกับความพยายามของเธอเหลือเกิน เพราะถึงแม้ความหวังที่จะเป็นอิสระมีเพียงน้อยนิดแต่มลินดาก็ยังคงดิ้นพล่านไม่หยุด

“ดิ้นได้ดิ้นไป แต่ถ้าผ้าขนหนูพี่เกิดหลุดขึ้นมาด้าจะทำยังไงฮ้ะ”

“ตัวก็ปล่อยเค้าสักทีสิ หนักอย่ากับหมีควายยังจะทับอยู่ได้”

“ว่าไงนะ”

“ปะ เปล่าค่ะ อื้อ…”คนปฏิเสธเสียงแข็งถึงกับเบิกตากว้างด้วยความตกใจเมื่อริมฝีปากหยักฉกวูบเข้ามาแนบจูบเรียวปากอิ่มของเธอ พลันทุกอย่างรอบตัวจะเลือนราง สมองและความคิดตายไปชั่วขณะ รู้สึกราวกับว่าโลกทั้งใบหยุดการเคลื่อนไหว จะมีก็เพียงแต่หัวใจดวงน้อยๆที่กำลังเต้นแรงจนแทบจะกระเด้งออกมานอกอกให้ได้

โอย มลินดาครวญครางในใจเมื่อความวาบหวามจากสัมผัสของจูบแรกชวนให้เธอเริ่มหวั่นไหว ไม่รู้ว่าต้องทำเช่นไรเมื่อปากอุ่นร้อนบดเคล้ากลีบปากอิ่ม อยากปฏิเสธเขาเหลือเกินแต่สิ่งที่เธอทำกลับเป็นการเปิดโอกาสปล่อยให้เรียวลิ้นสากสอดเข้าไปกวาดสำรวจในโพรงปากเล็กอย่างง่ายดาย

“อื้อ….”ครางประท้วงเมื่อมือหนาที่เพิ่งละจากการล็อกข้อมือเล็กเริ่มลูบไล้ไปตามสีข้างของเธอ

มือเรียวรีบยกขึ้นปิดเนินทรวงคู่สวยของตัวเองเอาไว้อย่างปกป้อง พลางดิ้นขลุกขลักไปมาเพื่อต่อต้านการกระทำของคนบนร่าง ด้วยเริ่มตระหนักแล้วว่าสภาพของตัวเองตอนนี้ไม่เอื้อต่อการห้ามปรามเขา เนื่องจากเรียวปากอิ่มถูกปิดด้วยริมฝีปากหยักที่กำลังบดจูบอย่างหนักหน่วงจนไม่อาจพูดหรือเปล่งเสียงใดออกมาได้ ครั้นจะผลักไสร่างหนาให้ออกห่างมือทั้งสองข้างก็ถูกรวบตึงเอาไว้แน่น ซึ่งหากเธอไม่รีบหาทางช่วยตัวเองโดยเร็ว ในอีกไม่ช้าก็คงไม่มีปัญญาต้านทานไรอันได้

“ยะ อย่า ฮื้อ ไร อัน…”มลินดาอาศัยจังหวะที่ริมฝีปากหยักผละออกห่างร้องปรามสั่นพร่า ความกลัวทำให้เธอครางเสียงร้องไห้และสะดุ้งตกใจเมื่อโคลนขาเรียวถูกมือหนาต้องสัมผัส “อย่า ทำ แบบ นี้ ฮื้อ…”

คนที่กำลังถูกครอบงำด้วยไฟปรารถนาซึ่งกำลังแล่นพล่านไปทั้งกายถึงกับชะงักงัน กรามแกร่งขบกันแน่นเพื่อข่มอารมณ์ แกทำอะไรลงไป? ไรอันครางถามตัวเองในใจ เพียงเสี้ยววินาทีเท่านั้นที่เขาปล่อยตัวและเผลอไปกับความต้องการดิบเถื่อนจนหลงลืมสำนึกผิดชอบที่เคยมี เขาทำให้สาวน้อยที่ตัวเองรักสุดหัวใจและเฝ้าทะนุถนอมมาได้ตั้งห้าปีตระหนกตกใจเพียงเพราะการกระทำที่สิ้นคิด

“ด้า…”มือหนารั้งใบหน้างามให้หันมาเผชิญหน้า ก่อนดวงตาคู่สวยที่คลอน้ำตาจะทำให้หัวใจของไรอันบีบแน่นด้วยความรู้สึกผิด “พี่ขอโทษนะคนดี”

“ปล่อยด้าเถอะนะคะ….”เสียงหวานอ้อนวอนทั้งน้ำตา

“พี่ทำไปเพราะรัก ด้าอย่าโกรธพี่เลยนะ”

“ฮื้อ….”

พลันไรอันก็ต้องรีบรวบกอดร่างบางเข้าแนบอกทันที เมื่อสิ่งที่ได้แทนคำตอบคือเสียงร้องไห้และหยดน้ำตา ดวงตาคมเป็นประกายหมองเศร้าขณะที่หัวใจอันแข็งแกร่งร้าวรวดไปทั้งใจ ได้แต่กอดร่างอันสั่นเทาเอาไว้แนบแน่นอยู่อย่างนั้นเพื่อปลอบประโลม

ไรอันกระวนกระวายจนไม่เป็นอันต้องทำอะไร เมื่อความร่าเริงสดใสของมลินดาถูกแทนที่ด้วยอาการนิ่งเงียบ เขาเฝ้าสังเกตท่าทางของเด็กสาวนับตั้งแต่ที่ตัวเองได้ทำเลวระยำลงไปเมื่อช่วงเช้าจนถึงตอนนี้ความเปลี่ยนไปที่ได้เห็นมันยิ่งย้ำชัดให้ไรอันสำนึกแล้วว่าตัวเองได้ทำลายความไว้เนื้อเชื่อใจที่สร้างสมมาตลอดห้าปีให้สูญสิ้นลงไปด้วยมือของเขาจนแทบไม่มีหลงเหลือ รู้สึกเจ็บปวดทุกครั้งที่ดวงตาคู่สวยเหลือบมองมาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความหวาดระแวง

เขาพยายามจะหาจังหวะเพื่อพูดคุยกับมลินดา แต่ทว่าเด็กสาวกลับไม่เปิดโอกาสให้ได้เข้าถึงตัวเธอเลย เพราะตั้งแต่ที่มาถึงบ้านอิศราวงษ์มลิดาก็เอาแต่ขลุกตัวอยู่กับคุณยาย ครั้นสบโอกาสจะใช้เวลาระหว่างที่คุณยายหลับพักผ่อนเสียหน่อย น้านารีก็เข้ามาฉกตัวเด็กสาวไปเข้าครัวซะงั้น คนกลัดกลุ้มใจจึงได้แต่เดินย่ำเท้าไปมาในห้องนอนอันเงียบสงบ พลางคิดไม่ตกว่าจะทำยังไงเพื่อให้ได้ปรับความเข้าใจโดยเร็ว

“คุณ….”

เวลาผ่านไปราวครึ่งชั่วโมง ขณะที่ไรอันนั่งจ้องโทรศัพท์อย่างหมกมุ่นกับอะไรสักอย่างที่กำลังแสดงผลผ่านทางหน้าจอ คำภาษาอังกฤษน้ำเสียงแหบแห้งก็ดังเรียก ทำให้เขาต้องละสายตาจากข้อมูลไปมองคนที่นอนนิ่งอยู่บนเตียงกลางห้อง ใบหน้าคมขมวดคิ้วเข้มเป็นคำถาม ก่อนจะวางเครื่องมือสื่อสารไว้ที่โซฟา แล้วเดินไปทรุดกายลงนั่งยังเก้าอี้ข้างเตียง

“ฉันขอคุยด้วยได้ไหม”

ไรอันนั่งหลังตรง ทอดมองใบหน้าซูบซีดอิดโรยด้วยความเวทนาสงสารในสังขารอันแก่ชราของคุณหญิงภาวิณี ก่อนเสียงห้าวจะเอ่ยถามเมื่อพร้อมสนทนา

“มีอะไรจะคุยกับผมครับ”

“ฉันรู้ว่าพวกคุณเตรียมการไว้อย่างดี และที่จดทะเบียนสมรสกับหลานของฉัน ก็คงเป็นเพราะกลัวว่าทางเราจะทวงดาด้าคืน ฉันเดาถูกใช่ไหม”

สิ้นประโยคเสียงแหบแห้งที่พูดเว้นเป็นวรรคๆเพื่อหายใจ ไรอันถึงกับชะงักค้างในความคาดไม่ถึงว่าคุณหญิงภาวิณีจะรู้ทันแผนการของไบอัน อีกฝ่ายคงจะทราบเรื่องการจดทะเบียนสมรสระหว่างเขากับมลินดามาจากไบอันที่ยืนยันผ่านทางนารีตั้งแต่ก่อนจะยอมให้เข้าพบเด็กสาว และไรอันค่อนข้างที่จะตกใจเพราะไม่คิดว่าจู่ๆคุณหญิงภาวิณีจะเอ่ยถึงเรื่องนี้ แต่ยังไม่ทันที่ไรอันจะตอบกลับไปคนป่วยแทบไม่มีเรี่ยวแรงขยับปากก็แทรกพูดต่อ

“ฉันขอบคุณที่พวกคุณเลี้ยงดูหลานของฉันเป็นอย่างดี และจงสบายใจเถิด ว่าเราไม่แย่งดาด้ามาจากคุณหรอก เขาผูกพันกับที่โน่น และคงไม่อยากย้ายมาอยู่ที่บ้านหลังนี้ แต่…ฉันแค่อยากมั่นใจ ว่าคุณรักหลานของฉันจริงๆ หรือทำแค่เพราะไม่อยากเสียดาด้าไป”

ไรอันนิ่งครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงเข้มจริงจัง“ทั้งสองอย่างครับ ผมจดทะเบียนสมรสเพื่อผูกพันธะกับเธอ เพราะเรากลัวว่าทางนี้จะอ้างสิทธิ์ความเป็นญาติรั้งตัวด้าไว้ แต่คุณยายโปรดไว้ใจผมเถอะ ที่ผมทำไปทุกอย่างมันเป็นเพราะผมรักหลานสาวของคุณยายจากหัวใจจริงๆ”

“ฉันเชื่อ แต่ไม่ใช่เพราะคำพูดของคุณ ฉันเชื่อเพราะฉันได้เห็นกับตาตัวเอง จากการกระทำของคุณ…ไรอัน”

ไรอันยื่นมือออกไปรับมือไร้เรี่ยวแรงที่พยายามเอื้อมมาหา พร้อมกับดวงตาสีขุ่นมัวของคนแก่ซึ่งทอดมองที่เขาเป็นประกายวาดหวัง ก่อนเสียงที่อ่อนแรงเต็มทีจะเอื้อนเอ่ยแผ่วเบา

“ฉันฝากหลานของฉันด้วยนะ พาเขากลับมาเยี่ยมเยือนที่นี่บ้าง อย่างน้อยๆเราก็เป็นญาติ ฉันเพียงอยากขอร้องแค่เท่านี้….”

“ครับ”ไรอันรับคำ พลางกุมมือเหี่ยวแห้งเพื่อยืนยันในสิ่งที่อีกฝ่ายขอ

เขาไม่รู้หรอกว่าคุณหญิงภาวิณีจะมีลมหายใจต่อไปได้อีกนานแค่ไหน แต่สิ่งที่ไรอันหวังที่สุดคือ อยากให้มลินดาซึมซับเอาความรักและเก็บความทรงจำดีๆที่มีกับคุณยายในตอนนี้เอาไว้ให้ได้มากที่สุด อย่างน้อยๆสิ่งเหล่านี้จะสามารถเยียวยาและชดเชยความรู้สึกอ้างว้างเดียวดายที่มีมายาวนานของเธอได้



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 27 ครั้ง

6 ความคิดเห็น