อ้อนรักมาเฟีย 💏 (ไรอัน ♡ ดาด้า) นิยายชุด มาเฟียที่รัก By นิลจันทรา

ตอนที่ 20 : หลานดาด้า

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 992
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 25 ครั้ง
    9 ก.ค. 61



มลินดามองคฤหาสน์หลังใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่ตรงหน้าแล้วใจสั่นไหว เธอเดินตามสาวใช้ที่ออกมาให้การต้อนรับทันทีที่มาถึง โดยข้างกายนั้นมีร่างสูงของไรอันคอยประกบติดไม่ห่าง ดวงตาคู่สวยไล่สำรวจตลอดทางที่ย่างกรายเข้าไปในบ้าน จนกระทั่งเมื่อเดินเข้าไปถึงในส่วนแรกของบ้าน ซึ่งเป็นห้องโถงกว้างที่ตรงเพดานกลางห้องถูกประดับประดาด้วยโคมไฟระย้าสวยงาม ด้านข้างของผนังมีกรอบรูปเรียงรายสลับกับตู้โชว์ที่เน้นเก็บของที่ระลึกมากมายหลายชิ้น และหนึ่งในนั้นคือกรอบรูปใหญ่กรอบหนึ่งที่ถูกแขวนติดไว้บนผนังสูง มันเป็นภาพถ่ายครอบครัวที่มลินดาเห็นแล้วถึงกับนิ่งงัน

บุคคลทั้งห้าภายในภาพกำลังยิ้มแย้มด้วยใบหน้าแห่งความสุข ซึ่งมลินดาคาดเดาว่าชายหญิงที่ดูมีอายุที่สุดน่าจะเป็นคุณยาย และคุณตาที่เสียไปนานแล้ว ส่วนชายอีกคนที่ยืนอยู่ใกล้ๆคุณตาก็คงจะเป็นลูกชายคนโตอย่างคุณลุงนิรุต ถัดไปอีกนิดก็มีผู้หญิงสองคนที่หน้าตาคล้ายคลึงราวกับเป็นคนคนเดียวกัน แต่สำหรับมลินดาแล้วเธอสามารถแยกเยอะได้ว่าฝาแฝดทั้งสองคนไหนคือแม่ของเธอ มลินดาจ้องมองรูปขนาดใหญ่นั้นเนิ่นนาน ก่อนรอยยิ้มสวยของคนที่เธอรักและคิดถึงสุดหัวใจจะทำให้ริมฝีปากอิ่มเผลอคลี่ยิ้มตาม

 “มาแล้วเหรอจ้ะ

สวัสดีค่ะคุณน้ามือเรียวยกประกบขึ้นไหว้ ขณะคนที่ยืนอยู่ข้างๆก็ถือปฏิบัติตามโดยที่ไม่ต้องรอให้ใครบอกให้ทำ

“ทานข้าวทานปลากันมาหรือยัง ถ้าเกิดยังไม่ทานน้าจะได้สั่งให้คนเข้าครัวเตรียมอาหารไว้ให้”

“เราทานมาแล้วค่ะ”มลินดายิ้มตอบ พร้อมกับมองท่าทางใจดีของน้านารีแล้วทำให้นึกถึงแม่ รู้สึกอบอุ่นใจอย่างบอกไม่ถูกเมื่อได้อยู่ใกล้ๆ พูดคุยกันได้สองสามประโยคน้านารีก็พาเธอและไรอันขึ้นบันไดไปยังชั้นสองของบ้าน จุดหมายอยู่ที่ห้องนอนของผู้เป็นประมุขของบ้านอย่างคุณหญิงภาวิณี

ครั้นเมื่อก้าวมาถึงหน้าประตูบานใหญ่มลินดากลับรู้สึกประหม่าจนต้องยกมือเรียวขึ้นทาบวางที่อกข้างซ้ายเพื่อสงบจิตสงบใจ ก่อนจะเดินตามผู้เป็นน้าเข้าไปในภายในห้องอย่างเชื่องช้า พลันภาพที่ปรากฏตรงหน้าจะทำเอามลินดาถึงกับลืมหายใจไปชั่วขณะ

คุณแม่คะนารีสะกิดเรียกเบาๆ ก่อนคนที่กำลังหลับจะลืมตาขึ้นช้าๆ หลานมาหาแล้วค่ะ

มลินดาทอดมองร่างกายอันผ่ายผอมที่นอนอยู่บนเตียงด้วยสายตาสั่นระริก จากนั้นจึงประกบมือเรียวขึ้นไหว้พร้อมกับขยับยิ้มอ่อนเมื่อริมฝีปากสีซีดของคนบนเตียงยิ้มเจื่อนส่งมาให้ ก่อนจะเดินเข้าไปชิดขอบเตียงแล้วกุมมือเหี่ยวที่พยายามยามยื่นมาหา พลันจะได้ยินน้ำเสียงแหบแห้งที่ดังแค่แผ่วเบา  

“ยายดีใจเหลือเกินที่ได้พบหลาน”

มลินดาชาไปทั้งตัว ขณะเดียวกันน้ำตาก็เอ่อคลอจนภาพการมองเห็นเริ่มพร่ามัว เพียงแค่ประโยคทักทายแรกก็ทำเอากำแพงในหัวใจของมลินดาสั่นคลอนราวกับพร้อมจะพังทลายลงในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า เธอจ้องมองดวงตาเศร้าหมองด้วยความรู้สึกสะเทือนใจ แต่ยังไม่เอื้อนเอ่ยถ้อยคำใดเมื่อยังสะอึกและตื้อตันที่อก

ยายอยากขอโทษกับสิ่งที่ยายได้กระทำลงไป….”เสียงแหบแห้งเว้นจังหวะเพื่อหายใจครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยต่อ “ยายผิดเองที่ไม่รู้จักปล่อยวาง ยายไม่มีแม้โอกาสที่จะปรับความเข้าใจกับแม่ของหลาน แค่ก แค่ก”

“คุณยาย….”มลินดากุมมือของคุณยายเอาไว้แน่นด้วยความเป็นห่วง เมื่อเห็นท่านพูดได้เพียงแค่ไม่กี่คำก็เริ่มเหนื่อยหอบ ก่อนจะถูกอาการไอรุมเร้า

“แค่ก ยายแค่ก แค่ก ยายได้เจอหลานแล้ว ยายคงนอนตายตาหลับ”

“คุณยาย” คำว่า ตายคือสิ่งที่เธอไม่อยากได้ยินและไม่อยากให้มันเกิดขึ้น พลันน้ำตาที่คลอเบ้าก็เอ่อล้นขอบตาร้อนผ่าว มลินดาครางเสียงสั่นเครือพลางรั้งมือของผู้เป็นยายขึ้นมาแนบแก้ม

 “อยู่ที่โน่นหลานเป็นยังไงบ้างลูก”

“ด้าสบายดีค่ะ คุณพ่อไบอันและพี่ไรอันดูแลด้าเป็นอย่างดี นี่พี่ไรอันค่ะคุณยาย”เสียงหวานเอ่ยบอก ก่อนจะแนะนำร่างสูงที่ยืนเยื้องไปทางด้านหลังให้กับผู้เป็นยายได้รู้จัก

ไรอันขยับไปข้างหน้าเล็กน้อยพอให้คนที่นอนอยู่บนเตียงได้มองเห็นเขาชัดเจน ก่อนมือหนาทั้งสองข้างจะยกขึ้นประกบไหว้อย่างนอบน้อม ดวงตาคมเข้มหลุบมองใบหน้าซูบซีดอิดโรยแล้วสบเข้ากับดวงตาเศร้าหมองที่ช้อนมองมายังเขาอย่างพินิจ ไรอันจึงยิ้มหยักก่อนจะได้รับรอยยิ้มบางๆตอบกลับมา

“ต่อไปนี้คุณยายไม่ต้องกังวลอะไรแล้วนะคะ ด้าจะอยู่ดูแลคุณยายหนึ่งสัปดาห์เต็ม แล้วจะกลับไปสอบ ถ้าปิดภาคเรียนแล้วด้าจะขอคุณพ่อไบอันกลับมาเยี่ยมคุณยายอีก”พูดเสร็จก็โน้มตัวลงไปกอดคุณยายด้วยรอยยิ้มเคล้าน้ำตา รู้สึกสุขใจอย่างบอกไม่ถูก เมื่ออย่างน้อยๆในวันนี้เธอก็ได้ทำหน้าที่แทนแม่ ได้ปลดพันธนาการอันเป็นทุกข์ที่เคยแบกรับเอาไว้มายาวนาน ดีใจที่มีโอกาสได้เห็นสายตาที่เต็มไปด้วยความเอ็นดูของผู้เป็นยายในยามที่ทอดมองมายังเธอ และซาบซึ้งเหลือเกินที่ตัวเองสามารถทำให้คุณยายมีรอยยิ้มที่สดใสได้อีกครั้ง

วันนี้ทั้งวันมลินดาใช้เวลาอยู่กับคุณยาย โดยมีไรอันคอยตามติดไม่ห่าง ขณะที่เจ้าบ้านอย่างน้านารีก็ให้การดูแลเธออย่างดี ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของว่างที่เป็นขนมไทยโบราณชื่องามแสนอร่อยอย่างขนมช่อผกากรองหรือขนมช่อแก้ว ซึ่งมลินดาทานคนเดียวหมดจาน อีกทั้งอาหารมื้อกลางวันก็รสเด็ดจนคนเจริญอาหารเอ่ยชมเปราะไม่หยุดปาก

และในช่วงบ่ายมลินดาก็มีโอกาสได้รู้จักกับคุณป้าดาหวัน ภรรยาของคุณลุงนิรุต ใบหน้าบึ้งตึงและสายตาขุนขวางของดาหวันทำให้มลินดาสัมผัสได้ทันทีว่าอีกฝ่ายไม่พอใจกับการมาของเธอเท่าไหร่นัก หลายครั้งที่ถูกเหน็บแนมด้วยคำพูด แต่มลินดาก็พยายามที่จะไม่เก็บมาคิดให้ทุกข์ใจ ทว่าเธอเพียงแค่แอบกังวลเล็กน้อยว่าไรอันอาจจะเกิดความขุ่นเคือง เพราะถึงแม้ว่าเขาจะไม่มีความสามารถในการฟังภาษาไทยเลย แต่คนฉลาดอย่างไรอันคงอ่านท่าทางและสายตาดูแคลนของดาหวันได้ไม่ยาก

มลินดาจึงเลี่ยงที่จะไม่ออกไปเพล้นพล่านด้านนอกเนื่องจากเกรงว่าอาจจะพบกับดาหวันเข้าอีก เธอไม่อยากเสียสุขภาพจิตเลยเลือกที่จะขลุกตัวอยู่ในห้องนอนของคุณยายจนกระทั่งถึงเวลาต้องกลับโรงแรม มลินดาล่ำลาคุณยายและน้านารีเสร็จสรรพก็เดินไปยังหน้าบ้าน ประจวบเหมาะกับได้เจอกุลนิต บุตรสาวของผู้เป็นน้าที่กลับจากโรงเรียนพอดี มลินดาจึงยืดเวลาในการทักทายทำความรู้จักกับน้องนิตพักใหญ่ ก่อนจะขอตัวกลับอย่างจริงจัง

 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 25 ครั้ง

6 ความคิดเห็น