อ้อนรักมาเฟีย 💏 (ไรอัน ♡ ดาด้า) นิยายชุด มาเฟียที่รัก By นิลจันทรา

ตอนที่ 13 : จับได้คาตา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,135
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 31 ครั้ง
    1 ก.ค. 61




ผู้บริหารหนุ่มแห่งบริษัท รอสเบิร์ก ฟาร์มา ถึงกับชักสีหน้าด้วยความหงุดหงิด หลังจากเหนื่อยกับการนั่งแช่ในห้องประชุมที่กินเวลาร่วมสามชั่วโมง แต่ครั้นพอจะได้พบสักหน่อยกลับได้รับรายงานว่าขณะนี้กำลังมีแขกรอพบเขาอยู่ที่ห้องทำงาน

 “ประชุมเสร็จแล้วเหรอคะไรอัน”

คนถูกทักทายด้วยเสียงหวานหยดลอบถอนหายใจ ก่อนจะเดินไปทรุดกายลงนั่งที่เก้าอี้นวมตัวใหญ่ พลันอารมณ์ขุ่นเคืองของไรอันจะทวีขึ้นเป็นเท่าตัว เมื่อร่างเพรียวระหงในชุดเดรสสีสดสั้นเคลียขาอ่อนก้าวตามมาติดๆ ก่อนที่ก้นงอนงามจะแอ่นขึ้นนั่งบนโต๊ะทำงานตรงหน้าเขา พร้อมกับแยกเรียวขางามออกกว้างเพื่อยั่วยวน

“คุณมาที่นี่ทำไม”เสียงเข้มขรึมเอ่ยถาม เบือนใบหน้าหันไปมองอีกทางอย่างไม่สบอารมณ์

“เจสซี่คิดถึงคุณ ก็เลยมาหา ไรอันพอจะว่างไปทานมื้อเที่ยงด้วยกันไหมคะ”ริมฝีปากที่ถูกเคลือบด้วยลิปสติกสีแดงเลือดนกขยับชวนพร้อมกับโน้มกายเข้าไปหาคนที่นั่งเอนแผ่นหลังบนเก้าอี้ พลางหนีบไหล่เพื่ออวดทรวงอกเต่งตึงขนาดบิ๊กไซส์ภายใต้อาภรณ์แบบเกาะอกที่ปิดพอหมิ่นเหม่ของเจ้าตัว ก่อนจะยื่นเรียวแขนออกไปคล้องลำคอแกร่งของชายคนรักเก่าที่เธอหวังจะหวนกลับมาสานสัมพันธ์รักกับเขาอีกครั้ง

“อย่าพยายามเลยเจสซี่ ผมเคยบอกคุณแล้วว่าไม่มีทางที่เราจะกลับไปเป็นเหมือนเดิมได้อีก”

“ไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้หรอกค่ะไรอัน เราเคยรักกันมากมาย ในเวลาเพียงไม่ถึงปีเจสซี่ไม่เชื่อว่าคุณลืมความรักของเราได้”

“แต่ผมทำได้ เพราะผมไม่เคยรักคุณ เจสซี่!”

“อย่าทำเป็นปากแข็งตอนนี้สิคะ ถ้าไม่รัก คนที่หวงความโสดอย่างคุณจะขอฉันเป็นแฟนเหรอ ฉันยอมรับนะคะไรอัน ว่าฉันเคยตัดสินใจผิดพลาดไป ฉันเห็นกงจักรเป็นดอกบัว เลยเลือกแต่งงานกับออร์แลนโดแทนที่จะรอคุณ แต่ตอนนี้ฉันตาสว่างแล้ว ฉันรู้แล้วว่าฉันรักคุณ ฉันต้องการจะอยู่กับคุณคนเดียวนะคะไรอัน”

“ถามใจตัวเองให้มันแน่ก่อนเจสซิกา คนอย่างคุณไม่เคยรักใคร นอกจากตัวเอง อย่าคิดว่าผมเป็นไอ้โง่ที่ตามผู้หญิงอย่างคุณไม่ทันนะ ความจริงก็คือคุณสลัดผมทิ้งเพราะเห็นแก่ความสุขสบาย เห็นแก่สิ่งของที่ไอ้ออร์แลนโดมันประเคนให้ คุณเป็นผู้หญิงที่ใฝ่หาแต่สิ่งที่ปรนเปรอตัวเอง และเพราะไม่ใช่ว่าไอ้หมอนั่นมันเบื่อแล้วเฉดหัวคุณทิ้งหรอกหรือ คุณถึงได้วกกลับมาวนเวียนใกล้ผมอีกครั้ง แต่เสียใจด้วยนะเจสซี่ ผมจะไม่มีทางกลับไปดักดานกินของเก่าอย่างคุณอีก”

 ไรอันว่าออกไปอย่างสุดจะทน เขาเอือมระอากับผู้หญิงคนนี้เต็มที รำคาญที่ถูกเธอตามตื้อแทบทุกวัน เขาเบื่อที่จะมานั่งฟังคำอ้อนวอนแสนหวานที่แม่คุณขยันประดิษประดอยเพื่อขอคืนดี และทั้งที่เขาปฏิเสธไปแล้วหลายรอบแต่คนที่ไม่รู้จักความเอียงอายกลับยังคงตามตอแยเขาอยู่ไม่เลิก

“เจสซี่ไม่โกรธหรอกนะคะ ต่อให้คุณว่าเจสซี่เป็นผู้หญิงไม่ดียังไง เจสซี่ก็ยังจะรักคุณ เจสซี่ยอมได้ทั้งนั้นขอแค่ให้เราได้กลับมาอยู่ด้วยกัน”เจสซิกาบอกด้วยเสียงอ้อนอันน่าฟัง พลางขยับเรียวปากคลี่ยิ้มราวกับไม่รู้สึกรู้สากับถ้อยคำและน้ำเสียงไร้เยื่อใยของชายหนุ่ม

ทว่าภายใต้การแสดงออกของใบหน้าสวยเฉียบที่ประดับด้วยรอยยิ้ม กลับไม่มีใครล่วงรู้เลยว่าในใจของเจสซิกาตอนนี้เต็มไปด้วยความเจ็บแค้น แต่เนื่องจากเธอเตรียมตัวเตรียมใจมาอย่างดีเพราะคิดว่าอย่างไรซะคนอย่างไรอันคงไม่ยอมใจอ่อนให้กับเธอง่ายๆแน่ ประกอบกับเจสซิกามีเป้าหมายอันสำคัญที่ต้องทำให้สำเร็จในการเอาชนะใจผู้ชายอย่างไรอันให้จงได้ มารยาร้อยเล่ห์จึงถูกคนเฉลียวฉลาดอย่างเจสซิกานำมาใช้ ซึ่งวิธีที่ว่าก็คือ การยั่วยวนให้เหยื่อติดกับดักลวงสวาทของเธอ แต่ทว่า….

“เจสซี่!”ไรอันตะคอกดัง เมื่อเจสซิกาเข้ามาคลอเคลีย ใบหน้าคมเข้มเบือนหลบทันทีเมื่อเรียวปากสวยฉกวูบเข้ามาหมายจะครอบครองริมฝีปากหยัก เป็นผลให้ซอกคอของเขากลายเป็นที่รองรับกลีบปากแดงแจ๋ในเวลาต่อมา ก่อนที่มือหนาจะดันร่างไหล่บางให้ออกห่าง แต่ทว่าสภาพผู้หญิงคลั่งรักของเจสซิกาซึ่งกำลังซอกซอนเรียวปากไล้เลียบนผิวกายของเขาอย่างหื่นกระหายก็ทำเอาไรอันแทบจะรับมือไม่ไหว

“เจสซี่รักคุณนะคะไรอัน เจสซี่รักคุณ…”เสียงหวานพร่ำไม่หยุดขณะโถมกายเข้าหาร่างแกร่ง เจสซิกาไม่สนใจแม้จะถูกมือหนาคู่นั้นผลักไส พยายามใช้เรี่ยวแรงทั้งหมดที่ตัวเองมีในการจู่โจมเหยื่อเพื่อเล้าโลมให้ชายหนุ่มลุ่มหลงในเพลิงสวาทที่เธอกำลังเป็นคนก่อ

“เจส!!!”ไรอันเกรี้ยวกราดเมื่อเชิ้ตตัวเก่งถูกดึงและฉีกจนกระดุมหลุดเป็นแถบ กรามแกร่งขบกันแน่นด้วยความโกรธ อีกทั้งยังโมโหตัวเองที่ไม่สามารถหยุดการกระทำอันน่ารังเกียจของเจสซิกาได้ เนื่องจากกำลังตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบเพราะถูกข่มกายให้ติดกับเก้าอี้ตัวใหญ่ในลักษณะที่ไม่เอื้อต่อการออกแรง

ทันใดนั้นเองประตูที่ปิดสนิทก็ถูกเปิดออกอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ทำให้คนทั้งสองที่กำลังฟัดเหวี่ยงกันอยู่บนโต๊ะทำงานหันไปยังผู้มาใหม่แทบจะพร้อมเพรียงกัน  เจสซิกามองคนที่ยืนอ้าปากค้างอยู่หน้าประตูพร้อมกับเบ้ปากด้วยความสะใจ ต่างจากไรอันซึ่งได้แต่มองร่างบางของคนที่เขานอนกกกอดทั้งคืนอย่างตกใจ พลันมือหนาจะผลักเจสซิกาให้ออกห่างเมื่อเห็นว่าร่างเล็กถอยหลังกลับออกไปจากห้อง ไรอันรีบวิ่งตามและทันที่เขาจะรั้งเรียวแขนเล็กเอาไว้ได้ ก่อนที่เธอจะไปถึงหน้าลิฟท์ในอีกไม่กี่ก้าว

“จะรีบกลับไปไหน มาหาพี่ไม่ใช่เหรอ”เสียงเข้มเจือความหอบเหนื่อยเล็กน้อยเอ่ยถาม

“ปล่อยนะ! เค้าจะกลับแล้ว”เสียงแหวดังลั่นโถงทางเดินหน้าลิฟท์ ขณะดวงตาคู่สวยตวัดมองใบหน้าของคนตัวสูงอย่างขุ่นเคือง

ตั้งใจจะมาเซอร์ไพร์สพี่ชายถึงที่ทำงานแท้ๆ แต่มลินดาไม่เคยคิดเลยว่าการมาครั้งนี้เธอจะเป็นฝ่ายถูกเซอร์ไพร์สกลับเสียเอง และภาพบาดตาเมื่อครู่ก็ทำเอาอารมณ์ร่าเริงของเธอหดหายไปจนหมดสิ้น ครั้นพอได้มองใบหน้าของคนที่กำลังจ้องเธอด้วยสายตาดุดันมันก็ยิ่งทำให้มลินดารู้สึกราวกับรังเกียจในตัวเขา ไม่อยากแม้แต่จะให้มือหนานั่นสัมผัสโดนตัว เรียวแขนเล็กจึงบิดไปมาเพื่อให้หลุดจากอุ้งมือใหญ่

 “จะกลับทั้งๆที่ยังเข้าใจผิดอยู่แบบนี้เนี่ยนะ”

“ใครเข้าใจผิด หลักฐานมันคาตาอยู่อย่างนั้น ไม่น่ามาให้เสียความรู้สึกเลยจริงๆ”

“มันไม่ได้เป็นอย่างที่ด้าเห็น พี่….”ไรอันปฏิเสธน้ำเสียงหนักแน่น พลางทอดสายตามองใบหน้างอง่ำของคนร่างเล็กที่กำลังยื้อแขนตัวเองเอาไว้แน่นอย่างขอความเห็นใจ พยายามจะอธิบายให้คนที่กำลังเข้าใจเขาผิดแล้วพาลฟาดงวงฟาดงาใส่ได้หายโมโห ทว่าไรอันกลับต้องกลืนเสียงเข้มลงคอเมื่อถูกแทรกสวนกลับด้วยประโยคประชดประชัน

“กอด จูบ นัวเนียกันขนาดนั้น จะให้คิดเป็นอะไรได้อีก นอกจากตัวจะกลับไปอยู่กินกับคุณหมอนั่น เค้าบอกแล้วใช่ไหมว่าไม่เอาพี่สะใภ้คนนี้ แต่ตัวก็ยังจะกลับไปยุ่งกับเธอ ปล่อยเลยนะ จะไปทำอะไรกับใครก็เชิญ ปล่อย!”

“ฟังกันหน่อยสิด้า พี่บอกว่าไม่ก็คือไม่ ด้าไม่ชอบพี่ก็ไม่ยุ่ง แต่เจสซิกาเขามาที่นี่เอง”

“เขามาหา ตัวก็เลยต้องสนองว่างั้นเถอะ”

“ด้า! อย่าปรักปรำในสิ่งที่พี่ไม่ได้ทำ และถ้ายังรั้นไม่เชื่อก็มานี่”คราวนี้กลับกลายเป็นไรอันที่ตวาดดังก้อง เขาพยายามจะใจเย็นแล้ว แต่เพราะอีกคนนั่นยังร้อนและไม่ยอมฟังเหตุผล เอาแต่โวยวายและกระแนะกระแหนไม่หยุด ไรอันเลยคิดว่าเขาคงต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ใจของตัวเอง มือหนาจึงฉุดเรียวแขนพาคนตัวเล็กเดินกลับเข้าไปในห้องทำงานอีกครั้งโดยไม่สนใจเสียงแหลมที่ร้องแว้ดๆขัดขืน

“ไม่ไป ปล่อยนะ เค้าจะกลับแล้ว ปล่อย!”

เท้าหนักๆยันโครมทีเดียวประตูกระจกสีทึบก็เปิดกว้าง ก่อนคนหงุดหงิดจะจัดการลากร่างอรชรของคนที่เข้าใจเขาผิดไปยืนตรงหน้าตัวต้นเหตุ พร้อมกับโพล่งบอกเสียงแข็งเพื่อตัดความสัมพันธ์อดีตแฟนสาวอย่างไร้เยื่อใย “เจสซิกา! ต่อไปนี้คุณกับผมจะไม่หลงเหลือแม้กระทั่งความเป็นเพื่อนให้แก่กัน ผมยังยืนยันคำเดิมว่าไม่ทางที่จะกลับไปคบกับคุณได้อีก แล้วก็เลิกพยายามเข้าใกล้ตัวผมสักที เพราะผมขยะแขยงผู้หญิงอย่างคุณ”

“ไรอัน!!!!”

“หวังว่าเราคงไม่เจอกันอีก เชิญไสหัวกลับไปซะ”

“ไรอัน!!!!”เจสซิกากรีดร้องอย่างเจ็บใจ เขาทำมากเกินไปแล้ว หยาบคาย ปากร้าย และไม่ให้เกียรติเธอเลยสักนิดเดียว มือเรียวจึงยกขึ้นชี้ใบหน้าของผู้ชายที่เธอเคยปลาบปลื้มชื่นชม ก่อนจะปรามาสอีกฝ่ายด้วยความคับแค้น “แล้วคุณกับฉัน เราจะได้เห็นดีกัน ฉันจะทำให้คุณเห็นว่าผู้หญิงอย่างฉัน จะทำอะไรกับคุณได้บ้าง อร้ายยยยย!!!!”

“พอจะเชื่อได้หรือยัง”

เสียงเข้มที่กระซิบถาม ทำเอาคนยืนนิ่งงันอยู่เป็นนาทีถึงกับสะดุ้ง แม้เธอจะคอยห้ามปรามและขัดขวางไม่ให้พี่ชายหวนกลับไปคบหากับเจสซิกาอีก แต่มลินดาก็ไม่เคยคาดคิดว่าไรอันจะใช้ถ้อยคำรุนแรงเช่นนี้เพื่อตัดสัมพันธ์ มันโหดร้ายเกินไปสำหรับผู้หญิงที่ถูกผลักไสไล่ส่ง“ตัวพูดแรงไปหรือเปล่า”

“เบาไปกลัวว่าคนแถวนี้จะไม่เชื่อนะสิ”ไรอันบอกสีหน้านิ่งเรียบ พลันจะได้ยินเสียงถอนหายใจจากคนข้างๆ “แล้วนี่มาได้ยังไง”

  “แพมมี่มาส่ง”

 “จะมาทำไมถึงไม่บอกล่วงหน้า”

“เค้าเป็นน้องตัวนะ ไม่ใช่คู่ค้าที่จะต้องจองเวลาล่วงหน้าก่อนเจอ อีกอย่างถ้าบอกก่อนคงไม่ได้เห็นว่ามีคนกำลัง…. ช่างเถอะ เค้าจะกลับล่ะนะ”บอกเสร็จก็สะบัดแขนออก ซึ่งมือหนาก็ยอมปล่อยง่ายๆ แต่ก็ยังรั้งร่างเล็กเอาไว้ด้วยประโยคคำถามเสียงทุ้ม

“แล้วมาหาพี่ มีธุระอะไร”

“กะจะชวนไปกินมื้อเที่ยง แต่เปลี่ยนใจแล้ว กลับไปกินที่บ้านดีกว่า”

“อุตส่าห์มาถึงนี่แล้วจะกลับไปกินที่บ้านทำไม อยู่กินกับพี่ที่นี่แหละ กินคนเดียวพี่เองก็เหงา”

สิ้นเสียงเอ่ยชวนมลินดาก็นิ่วหน้าเล็กน้อยขณะครุ่นคิดว่าจะเปลี่ยนใจดีไหม แต่แล้วการตัดสินใจของเธอก็ต้องชะงักเมื่อได้ยินเสียงสนทนาที่ฟังดูจริงจัง อีกทั้งคนที่กำลังถือโทรศัพท์ไว้แนบหูก็ปรากฏสีหน้าไม่ค่อยจะสู้ดีนัก มลินดาเลยเดาว่าปลายสายคงติดต่อเข้ามาเพื่อแจ้งเรื่องสำคัญอะไรสักอย่าง

“เราคงต้องกลับบ้านแล้วล่ะ”

เสียงเข้มที่เอ่ยบอกทันทีหลังจากวางสาย ทำเอาคิ้วเรียวขมวดเข้าหากันด้วยความงุนงง ทำไมเขาถึงเปลี่ยนใจปุบปับเช่นนี้ เมื่อครู่ยังชวนกินข้าวด้วยกันที่นี่อยู่เลย “เกิดอะไรขึ้นคะ”

“คุณปู่โรคหัวใจกำเริบ อาการน่าเป็นห่วง….”



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 31 ครั้ง

6 ความคิดเห็น