อ้อนรักมาเฟีย 💏 (ไรอัน ♡ ดาด้า) นิยายชุด มาเฟียที่รัก By นิลจันทรา

ตอนที่ 12 : สมบัติของรอสเบิร์ก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,123
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 37 ครั้ง
    30 มิ.ย. 61



หลังจากรับประทานอาหารมื้อค่ำเสร็จเรียบร้อยแล้ว ณ ห้องนั่งเล่นก็มักจะเป็นที่พักผ่อนของสมาชิกในบ้าน ซึ่งหากไม่มีใครติดธุระที่ไหน ในช่วงเวลานี้จะเหมาะที่สุดสำหรับการสร้างสายสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นของคนในครอบครัว

“วันนี้ไปเรียนเป็นยังไงบ้าง”ไบอันเอ่ยถามเด็กสาวในอุปการะที่กำลังนั่งทานขนมอยู่ที่โซฟาตัวข้างๆ ก่อนใบหน้าซีดเซียวจะแต้มยิ้มเล็กน้อยด้วยความเอ็นดู เมื่อเห็นว่ามือเรียวที่กำลังส่งขนมเข้าปากนั้นชะงักเพื่อหันมาตอบคำถาม

 “ก็สนุกดีค่ะ”เสียงหวานบอกแล้วส่งขนมที่ถือค้างไว้เข้าปาก เคี้ยวสองสามทีก่อนจะหยิบน้ำผลไม้สุดโปรดอย่างสตรอวเบอร์รี่ปั่นขึ้นมาดื่มไปครึ่งแก้ว จากนั้นจึงเริ่มพูดต่อ “คุณพ่อไบอันขา เทริซ่ากับแพมมี่ชวนไปเที่ยวหลังสอบเสร็จ ด้าขอไปกับเพื่อนๆด้วยได้ไหมคะ”

“อีกไม่กี่สัปดาห์ก็จะสอบแล้วใช่ไหม”

“ค่ะ ตอนนี้เริ่มทยอยปิดคอร์สแล้ว พรุ่งนี้ด้าก็ต้องไปส่งงาน และเวลาที่เหลือก็คงต้องอ่านหนังสือเตรียมสอบ”

“จะไปเที่ยวที่ไหน”

“เมืองคอนสแตนซ์ค่ะ ไปกันแค่สองสามวัน ถือว่าพักผ่อนสมองหลังเครียดกับเรื่องเรียนมาตลอดทั้งเทอม”

คอนสแตนซ์ (Konstanz) เป็นเมืองที่ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ของรัฐบาเดน-เวือร์ทเทมแบร์ก (Baden-Wurttemberg) ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศเยอรมนี ซึ่งเป็นรัฐที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับสามของประเทศ มีชื่อเสียงด้านการท่องเที่ยวเนื่องจากเมืองคอนสแตนซ์ตั้งอยู่บนทะเลสาบคอนสแตนซ์ (Lake Constance) หรือทะเลสาบโบเดนเซ (Bodensee) ทะเลสาบที่เป็นพรมแดนทางธรรมชาติระหว่างสามประเทศนั่นก็คือ เยอรมนี สวิตเซอร์แลนด์ และออสเตรีย ที่นี่มีสถานที่อันงดงาม เหมาะแก่การท่องเที่ยวและพักผ่อนไปในตัว ทุกคนจึงลงความเห็นว่าเราจะไปที่นี่กันหลังสอบเสร็จ

“พ่อตามใจหนูก็แล้วกัน ถือซะว่าให้รางวัลแก่เด็กเก่งของพ่อ”

“ขอบคุณค่ะ รักคุณพ่อไบอันที่สุดเลย”

ไบอันยิ้มอย่างมีความสุขเมื่อร่างเล็กถลาเข้ามากอดเขาเอาไว้แน่นด้วยความดีใจ มือเหี่ยวอันไร้เรี่ยวแรงค่อยๆยกขึ้นลูบลงบนผมยาวสลวยที่ทิ้งตัวตรงถึงกลางหลัง ก่อนที่เสียงแหบแห้งจะเอื้อนเอ่ยอย่างแผ่วเบา “ดาด้า….”

“ขา”คนที่กำลังดีใจลากเสียงขานรับยาวๆ แล้วช้อนสายตามองคนถามอย่างรอฟัง พลันที่ประกายของความดีอกดีใจในดวงตาคู่สวยจะเจื่อนจางลงเมื่อเห็นใบหน้าของผู้มีพระคุณเต็มไปด้วยความเป็นกังวล

สิ่งที่มลินดากลัวที่สุดในเวลานี้คืออาการป่วยของไบอันที่ทรุดลงอย่างรวดเร็ว ท่าทางเหนื่อยง่าย ผิวอันขาวซีดไร้สีเลือด และถ้อยคำที่เอื้อนเอ่ยออกมาอย่างยากลำบากทำให้เธอรู้ว่าสังขารที่แก่ชราของคนที่เธอกำลังกอดรัดไว้แน่นเริ่มไม่แข็งแรงเหมือนเดิมอีกแล้ว ช่างน่าเศร้าใจยิ่งนักแต่ทว่ามลินดาก็ยังฝืนยิ้มบางๆบนใบหน้า

“ถ้าวันหนึ่งหนูมีโอกาสได้พบกับครอบครัวของแม่ หนูจะไปจากบ้านหลังนี้ไหม”

มลินดาหัวเราะเสียงเบาราวกับสิ่งที่ถูกถามเมื่อครู่นั้นเป็นเรื่องชวนขบขัน เธอไม่รู้หรอกว่าทำไมจู่ๆไบอันถึงพูดถึงเรื่องนี้ เรื่องที่เธอเกือบจะลืมไปแล้วว่าตัวเองยังมีญาติหลงเหลืออยู่บนโลกใบเดียวกัน แม้ที่ผ่านมาเธออาจจะเคยมีความหวังว่าสักวันคงมีโอกาสได้พบเจอกับญาติฝ่ายมารดาสักครั้ง แต่ในยามนี้ความหวังเหล่านั้นมันถูกกลบให้เลือนรางลงไปด้วยกาลเวลาที่ผันผ่าน เธอต้องอยู่อย่างคนไร้ญาติมาตลอดห้าปีนับตั้งแต่ที่สูญเสียบุพการีทั้งสอง ไม่เคยมีใครยื่นมือเข้ามาให้ความช่วยเหลือ นอกจากมืออุ่นๆคู่นี้ที่กำลังลูบลงบนผมของเธอด้วยความรักและความเมตตา

“คุณปู่อย่าถามในสิ่งที่เป็นไปไม่ได้เลยค่ะ ด้าเลิกหวังกับเรื่องนี้มานานแล้ว คงไร้ประโยชน์ที่จะนึกถึง เพราะด้าเป็นเพียงหลานนอกคอกที่พวกเขาไม่ต้องการ”

“อยากใช้นามสกุลรอสเบิร์กไหม”

“คุณปู่ไบอันจะทำเรื่องรับด้าเป็นบุตรบุญธรรมเหรอคะ”เสียงหวานถามกลับหน้าตื่น ดีใจไม่น้อยเมื่อคิดว่าอีกฝ่ายจะทำเรื่องรับตนเป็นบุตรบุญธรรมอย่างถูกต้องสักที

ทว่าไบอันกลับหัวเราเสียงเบา ในขณะที่ดวงตาสีขุ่นมัวของคนแก่เหลือบไปมองใบหน้าของหลานชายซึ่งในยามนี้หนังสือเล่มเล็กที่เคยยกขึ้นปิดหน้าถูกเลื่อนลงต่ำในระดับอก ขณะดวงตาคมเข้มกำลังทอดมองเด็กสาวอย่างเงียบๆ “ปู่แก่ใกล้ตายแล้ว คงเป็นพ่อบุญธรรมให้ด้าได้อีกไม่นานหรอก”

“ไม่เอา คุณพ่อไบอันอย่างพูดแบบนี้สิคะ คุณพ่อไบอันต้องอยู่กับด้าไปนานๆ รอดูด้าเรียนจบ รอดูด้าแต่งงานมีครอบครัวที่มีความสุขอย่างที่คุณปู่เคยสัญญาเอาไว้ไงคะ”

“ความตายไม่มีใครห้ามได้หรอกลูก แต่พ่อจะรอ รอดูความสำเร็จของหนู”

มลินดาไม่รู้ว่าทำไมเธอถึงได้เศร้าใจเช่นนี้ ไม่ชอบเอาซะเลยกับการเอ่ยถึงการพรากจากกัน “ด้ารักคุณพ่อไบอันนะคะ”

“พ่อก็รักด้า”ริมฝีปากแห้งฝาดแนบลงบนกระหม่อนบางของเด็กสาวที่เขารักดั่งแก้วตาดวงใจ ก่อนจะคลายอ้อมแขนเมื่อร่างเล็กเตรียมขยับออกห่าง

แต่กลับเป็นคนที่นั่งนิ่งอย่าไรอันซะเองที่ต้องผงะเมื่อร่างเล็กๆปีนขึ้นมานั่งเกยบนตักของเขา เรียวแขนเล็กที่ตวักโอบรอบลำคอแกร่งทำเอาคนที่ตั้งตัวไม่ทันถึงกับหายใจสะดุด พลันที่หัวใจแกร่งจะไหวหวั่นเมื่อคำบอกรักแสนหวานลอยมากระแทกหูอย่างจัง

“แล้วก็รักพี่สิงโตที่สุด ทั้งสองคนเป็นสิ่งที่มีค่าที่สุดในชีวิตของด้า ด้าจะอยู่ที่นี่ อยู่กับทุกคนอย่างนี้ไม่ไปไหน ด้าสัญญา….”


ท่ามกลางกลุ่มหมอกและควัน ภาพหญิงวัยกลางคนผู้หนึ่งสะท้อนขึ้นในดวงตาคู่สวย ผู้หญิงที่สวมชุดกระโปรงยาวสีขาว ปล่อยผมยาวสลวยให้พลิ้วไปตามแรงลมที่พัดเอื่อย ดวงหน้าอันงดงามกำลังมองมายังเธอพร้อมกับคลี่ยิ้มกว้างส่งให้ มันเป็นรอยยิ้มที่ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปเนิ่นนานแค่ไหนก็ยังคงตราตรึงในใจของมลินดาไม่ลืมเลือน

“แม่จ๋า”เสียงหวานตะโกนร้องเรียกผู้เป็นมารดาที่ยินอยู่ห่างไกลเหลือเกิน ในขณะที่เท้าเล็กๆกำลังก้าวเข้าไปหา แต่ทว่ายิ่งพยายามจะเข้าใกล้มากเท่าไหร่ จุดหมายกลับยิ่งห่างไกลออกไปมากเท่านั้น

“แม่จ๋า แม่กลับมาหาหนูแล้วใช่ไหม แม่ แม่จ๋าหนูอยากกอดแม่….”มลินดายังคงตะโกนอยู่เช่นนั้นไม่หยุด ยังคงเดินเร็วๆเพื่อไปให้ถึงตัวมารดาอันเป็นที่รัก เสียงของเธอเริ่มสั่นเครือและเจือไปด้วยความหอบเหนื่อย แม้ยิ้มให้เธอตลอดเวลา แต่ทำไมแม่ถึงไม่ยอมเข้ามาให้เธอกอด มลินดาได้แต่เฝ้าตั้งคำถามในใจ

พลันหัวใจของมลินดาก็แทบสลายเมื่อรอยยิ้มนั้นจืดจางลงพร้อมกับร่างของผู้เป็นมารดาที่ค่อยๆเลือนและหายไปในที่สุด ขาทั้งสองหยุดการเคลื่อนไหว ได้แต่ยืนมองทุ่งกว้างอันว่างเปล่าตรงหน้าทั้งน้ำตา

“แม่จ๋า หนูอยู่ตรงนี้ หนูคิดถึงแม่ อยากกอดแม่เหลือเกิน ฮื้อ….”ร่างเล็กทรุดลงไปนั่งที่พื้นหญ้าอย่างคนไร้เรี่ยวแรง ปล่อยให้น้ำตารินไหลพร้อมกับเสียงสะอื้นแทบขาดใจ แม่จ๋า….

คนที่นอนกระสับกระส่ายบนเตียงกว้างสะดุ้งตื่นในสภาพเหงื่อซึมไปทั้งตัว ขณะที่เสียงหอบหายใจดังทำลายความเงียบสงัดยามค่ำคืน มือเรียวยกขึ้นแตะแก้มเนียนของตัวเองก่อนจะพบว่าคราบน้ำตายังคงชุ่มบนใบหน้า

ฝันอีกแล้ว…. มลินดาครางด้วยความเจ็บปวดในหัวใจ


เสียงเคาะประตูปลุกให้ไรอันที่กำลังหลับสนิทตื่นจากนิทรา ก่อนที่ร่างสูงจะขยับลงจากเตียงนอนกว้างของตัวเองและก้าวไปเปิดประตูบานใหญ่ พลันอาการสะลึมสะลือที่ยังงัวเงียก็หายเป็นปลิดทิ้งเมื่อถูกร่างบางที่ยืนรออยู่หน้าประตูโผเข้ากอด

“ฝันร้ายอีกแล้วใช่ไหม”ไรอันขบกรามแน่นด้วยความรู้สึกร้าวราน ลำแขนแกร่งโอบกอดร่างอันสั่นเทาเอาไว้แนบอก ขณะที่เสียงสะอื้นดังยังคงก้องและบีบหัวใจจนเขาแทบหายใจไม่ออก

“เค้าฝันถึงแม่ แต่แม่ไม่ยอมให้กอด ฮื้อ…”

ไรอันประคองกอดคนตัวเล็กไปยังเตียงนอนตรงกลางห้อง ทรุดกายลงนั่งบนที่นอนฝั่งหนึ่งแล้วกระชับอ้อมกอดเพื่อปลอบประโลม “ไม่ร้องนะครับคนดี มันก็แค่ความฝัน แม่ไม่กอดไม่เป็นไร เดี๋ยวพี่กอดด้าเองก็ได้ พี่จะกอดด้าไว้แน่นๆทั้งคืนเลย ไม่ร้องนะครับคนเก่ง”

พูดเสร็จก็เอนร่างสูงลงนอนบนเตียงนุ่มโดยให้คนตัวเล็กทับอยู่บนกายแกร่ง ไรอันกอดเด็กสาวเอาไว้แน่นอย่างที่บอก ทว่ากลับไร้ซึ่งคำปลอบโยนใดๆ เขาเพียงนอนฟังเสียงสะอื้นไห้ที่แผ่วลงเรื่อยๆ และไม่นานร่างเล็กบนตัวของเขาก็นิ่งสงบเพราะร้องไห้จนผล็อยหลับในที่สุด

พลันไรอันก็ถอนหายใจดังให้กับความคิดของตัวเอง ก่อนจะแนบจมูกโด่งลงบนกระหม่อมบอบบางที่ซบอิงกับอกแกร่งด้วยหัวใจที่กำลังสั่นไหว เขาไม่รู้หรอกว่าอนาคตจะเป็นยังไง เด็กสาวในอ้อมกอดจะยอมเป็นภรรยาทางพฤตินัยของเขาหรือไม่ แต่นั่นไม่สำคัญเท่าการที่เราได้อยู่ด้วยกันอย่างนี้ไปทุกวัน ได้เห็นรอยยิ้มอันสดใส ได้อยู่ใกล้ ได้กอด ได้สัมผัสเพียงแผ่วเบา แค่นี้ก็พอแล้วสำหรับเขา….

เช้าวันนี้ช่างเป็นรุ่งอรุณที่สดใสเหลือเกินสำหรับไรอัน เขาตื่นนอนได้สักพักใหญ่แล้วล่ะ แต่ยังเกลือกตัวบนเตียงไม่อยากลุกเพราะยังอยากกอดร่างนุ่มนิ่มที่แนบซุกกายเล็กๆในอ้อมแขนของเขาตลอดทั้งคืน ริมฝีปากหยักยิ้มกรุ้มกริ่มไม่หุบเมื่อได้ทอดมองดวงหน้างามที่กำลังหลับพริ้ม แอบแนบจุมพิตแผ่วเบาลงบนแก้มเนียนถี่ๆหลายครั้งโดยที่คนหลับไม่ทันรู้ตัว

“ด้า” เมื่อเหลือบดูนาฬิกาตั้งโต๊ะเรือนเล็กแล้วพบว่าจวนได้เวลาที่จะต้องเตรียมตัวเพื่อออกไปทำงาน ไรอันจึงกระซิบข้างใบหูบางเสียงทุ้ม ก่อนร่างที่ขยับตัวเพียงเล็กน้อยเพราะถูกรบกวนเวลานอนแล้วกลับไปหลับต่อจะทำให้ริมฝีปากหยักยิ้มพราย มือหนายื่นออกไปแตะปลายจมูกโด่งรั้นจากนั้นก็ใช้นิ้วหัวแม่มือกับนิ้วชี้บีบปลายจมูกชวนหมั่นเขี้ยวแล้วโยกบิดไปมาเบาๆ “ตื่นได้แล้วครับ”

“อือ…”

ไรอันส่ายหน้าเอือมๆกับเสียงครางประท้วง แล้วรีบกระชับอ้อมแขนเมื่อร่างเล็กเตรียมจะพลิกกายหนี เขาแอบหัวเราะในลำคอเสียงเบาราวกับคนกำลังครึ้มอกครึ้มใจ ก่อนจะแนบริมฝีปากหยักลงบนเรียวปากอวบอิ่มอันเย้ายวน บดเคล้าอย่างหยอกเย้านุ่มนวลจนพึงพอใจ

“ด้า”เสียงทุ้มเรียกอีกครั้ง แต่คราวนี้ไม่ใช่ข้างหูแต่เปลี่ยนเป็นการกระซิบแนบปากอิ่ม

“อือ ขอนอนต่ออีกนิดนะคะ”คนถูกปลุกครางต่อรอง

 “ไม่ไปมหา’ลัยหรือไง”

“วันนี้มีส่งงาน ไปสายได้”

ไรอันยิ้มหยักไม่หุบ ชอบจังเลยกับการนอนคุยกันแบบนี้ เขาจ้องมองเปลือกตาคู่สวยที่ยังปิดสนิทแต่ปากอิ่มยังขยับบอกได้นั้นครู่หนึ่ง แล้วจึงถามต่อ“ไม่ให้พี่ไปส่งเหรอ”

“แพมมี่จะมารับค่ะ”

อยากจะนอนต่อสักนิดแต่ก็เกรงว่าถ้ามัวแต่อ้อยอิ่งเดี๋ยวจะไปทำงานสาย วันนี้มีประชุมซะด้วยสิ คิดได้ดังนั้นร่างสูงจึงจำต้องขยับลุกจากเตียง แต่ก่อนจะเดินไปเข้าห้องน้ำก็มิวายจะโน้มใบหน้าคมสันลงไปฝังจมูกโด่งที่แก้มนุ่มนิ่มหอมหนักๆฟอดใหญ่ทั้งซ้ายและขวาจนชื่นใจแล้วจึงก้าวเข้าไปในห้องน้ำด้วยรอยยิ้มกว้างของความรู้สึกอิ่มอกอิ่มใจ


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 37 ครั้ง

6 ความคิดเห็น