อ้อนรักมาเฟีย 💏 (ไรอัน ♡ ดาด้า) นิยายชุด มาเฟียที่รัก By นิลจันทรา

ตอนที่ 10 : เมาค้าง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,258
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 30 ครั้ง
    28 มิ.ย. 61



ไรอันกลับเข้ามาภายในห้องนอนของมลินดาอีกครั้งหลังจากที่กลับออกไปเมื่อเช้าตรู่ มือหนาวางแก้วใสใบเล็กซึ่งถือติดมาด้วยไว้บนโต๊ะข้างหัวเตียง ก่อนร่างสูงจะเดินไปทรุดกายลงนั่งริมที่นอนกว้างฝั่งหนึ่งพร้อมกับหลุบสายตามองใบหน้าของคนที่กำลังหลับพริ้มด้วยรอยยิ้มกริ่ม

~เหมียว~

หยุดอยู่ตรงนั้นเลยลิลลี่ ไม่ต้องเดินเข้ามา ไม่อย่างนั้นฉันจะจับแกโยนออกไปนอกห้องเดี๋ยวนี้แหละ!

ดวงตาคมเข้มตวัดมองไปตามเสียงพร้อมตะคอกสั่งเมื่อเห็นว่าแมวขนฟูอย่างเจ้าลิลลี่ลุกจากตะกร้านอนแล้วเดินย่องเข้ามาหา พลันที่เท้าทั้งสี่ของสัตว์แสนรู้จะหยุดกึกและทิ้งก้นนั่งแหมะลงกับพื้นพลางเงยหน้าขึ้นมองผู้ชายร่างโตตรงหน้านิ่ง

~เหมียว~

                ลิลลี่ยกขาหน้าสั้นๆข้างหนึ่งของมันยื่นไปด้านหน้า กวักไปมาสองสามทีแล้วร้องขึ้นเสียงดัง ก่อนจะลุกยืนและหันหลังเดินกลับไปที่เดิม โดยมีสายตาของคนแพ้ขนสัตว์มองตามจนกระทั่งเจ้าลิลลี่ยัดร่างอ้วนกลมของมันเข้าไปในตะกร้านั่นแหละดวงตาคมจึงหันกลับมาหยุดนิ่งที่กลางเตียงอีกครั้ง

                “ด้า”

เสียงทุ้มเรียกประกอบกับยื่นมือออกไปสะกิดเรียวแขนเล็กเพื่อปลุกให้คนที่กำลังหลับตื่นจากนิทรา ทว่าเปลือกตาที่ปิดสนิทจนเห็นขนตาที่เรียงเป็นแพรสวยกลับไม่ยอมขยับเปิด ได้ยินเพียงเสียงครางประท้วงในลำคอเบาๆพร้อมกับมือเรียวที่ยกขึ้นกุมขมับของตัวเองแน่น

                “อื้อ

                 “ตื่นได้แล้ว”ไรอันมองภาพตรงหน้าด้วยความรักใคร่เอ็นดู เขายื่นมือหนาออกไปเกลี่ยปอยผมบางๆที่บัดบังใบหน้างามพลางลูบเรือนผมนุ่มสลวยนั้นอย่างทะนุถนอม ในขณะดวงตาคมซึ่งทอดมองเป็นประกายอ่อนโยน

                “ปวดหัว

“ตื่นขึ้นมาดื่มน้ำขิงแก้แฮงค์ก่อนเร็ว” ริมฝีปากหยักยังคลี่ยิ้มไม่หุบ ก็สมควรอยู่หรอก แม่คุณเล่นดื่มจนเมาไม่ได้สติไปแบบนั้น ถ้าตื่นขึ้นมาแล้วไม่ค้างนะสิถึงน่าแปลกใจ เขาเลยเตรียมน้ำขิงมาไว้ให้นี่ไงล่ะ

                “อือ….

ไรอันกลอกตามองคนงัวเงียตื่นครู่หนึ่ง ก่อนจะเอี้ยวตัวยื่นมือไปหยิบแก้วน้ำขิงที่วางไว้ก่อนหน้านั้นขึ้นมา เป่าไล่ความร้อนสองสามทีแล้วจ่อไปที่ริมฝีปากงาม

ด้านคนที่ยังปวดหนึบตรงขมับขยับกายลุกนั่งหลังพิงพนักหัวเตียงยอมจิบน้ำขิงอุ่นๆซึ่งมีส่วนผสมของน้ำผึ้งลงคอได้เพียงเล็กน้อยก็รีบส่ายหน้า ไม่ชอบเอาเสียเลยกับกลิ่นของมัน พลันใบหน้างามจะบิดเบ้ด้วยความขัดใจเมื่อเสียงเข้มเอ่ยสั่งข้างหู

ดื่มอีก ให้หมดแก้วเนี่ยแหละ

“ไม่เอา ไม่อร่อย”มลินดาส่ายหน้ารัวๆพร้อมกับผลักแก้วที่จ่ออยู่บนปากให้ออกห่าง

                “กลั้นใจดื่มเยอะๆหน่อย จะได้หายมึน”

                ครั้นเมื่อถูกคะยั้นคะยอและแก้วใบนั้นก็ยังดึงดันที่จะกรอกน้ำขิงเข้าปากของเธอให้ได้ คนที่ทั้งง่วงและปวดหัวจึงจำต้องฝืนใจดื่มน้ำขิงที่ตัวเองไม่ชอบอีกรอบ จนเกือบจะหมดแก้วนั่นแหละมือหนาถึงดึงแก้วกลับไปวางบนโต๊ะ

                “อยากนอน….

ไรอันประคองคนตาปิดให้เอนกายลงนอนบนเตียงพร้อมกับรั้งผ้าห่มคลุมให้ร่างเล็ก นิ่งมองเรียวปากอิ่มสีระเรื่ออยู่ครู่หนึ่งแล้วจึงยื่นมือออกไปกุมมือเรียว ก่อนจะแนบริมฝีปากหยักลงไปประทับลงบนหลังมืออันบอบบางแผ่วเบา พลันที่รอยยิ้มละมุนกรุ้มกริ่มจะดับบนใบหน้าอันหล่อเหลา

 

มลินดาไม่รู้หรอกว่าวันนี้มีคนลงทุนเลื่อนนัดลูกค้าแล้วยังหอบงานมาทำที่บ้านเพื่อเฝ้าเธอ ส่งผลให้โต๊ะเขียนหนังสือตัวเล็กๆตรงมุมห้องในยามนี้ถูกเปลี่ยนเป็นที่ทำงานชั่วคราวของนักธุรกิจอย่างไรอันไปโดยปริยาย แล็ปท็อปเครื่องบางเฉียบถูกตั้งเปิดในขณะที่แฟ้มเอกสารกำลังถูกดวงตาคมไล่ตรวจอ่านทีละหน้าด้วยความตั้งใจ

ทว่าในนาทีต่อมาสัญญาณเรียกเข้าจากเครื่องมือสื่อสารที่วางอยู่ข้างหัวเตียงก็แผดเสียงดังขึ้นขัดอารมณ์คนที่กำลังขะมักเขม้นในการทำงานให้ต้องลุกไปหยิบเจ้าโทรศัพท์เครื่องนั้นขึ้นมา พลันชื่อที่ปรากฏบนหน้าจอจะทำให้ดวงตาคมเป็นประกายขุ่นขวาง ก่อนจะกรอกเสียงเข้มห้วนๆลงไปตามสายทันทีที่กดรับ  

                “มีอะไร”

                “ดาด้าไม่ว่างเหรอ ทำไมพี่ถึงได้รับสายแทน”

ปลายสายเอ่ยถามน้ำเสียงสงสัย เมื่อคนที่รับสายไม่ใช่เจ้าของหมายเลขที่เขาต้องการคุยด้วย แต่กลับกลายเป็นลูกพี่ลูกน้องของตนที่รุคจำเสียงได้เป็นอย่างดี

                “อือ มีอะไรก็รีบว่ามา ฉันไม่ได้วางมากพอจะเอาเวลามารับโทรศัพท์แกหรอกนะ”

                “แค่จะโทร.มาถามว่าดาด้าเป็นยังไงบ้าง วันนี้ไปเรียนหรือเปล่า”

                สิ้นเสียงของรุค ไรอันก็ปรายตามองไปยังคนบนเตียงก่อนจะแสยะยิ้มที่มุมปาก อย่าว่าแต่ไปเรียนเลย เพราะแค่ให้ลุกจากเตียงแม่คุณยังทำไม่ได้เลย

“เมาค้าง แกโทร.มาแค่นี้ใช่ไหม ฉันจะได้วาง”

                ไม่รอให้อีกฝ่ายได้อ้าปากตอบ ไรอันก็ชิงกดตัดสายทันทีเมื่อพูดจบ เขาวางโทรศัพท์ไว้ที่เดิมแล้วขยับไปหยุดยืนข้างขอบเตียง พลันใบหน้าคมสันก็แต้มยิ้ม ก่อนจะโน้มไปแนบริมฝีปากหยักลงบนกลีบปากนุ่มของคนหลับสนิทด้วยหัวใจที่อิ่มเอม จากนั้นจึงเดินกลับไปที่โต๊ะทำงานหลังจากให้กำลังใจกับตัวเองเรียบร้อยแล้ว

                ให้ตายเถอะ! ไรอันสบถลั่นในใจ ร่างสูงทรุดกายลงนั่งที่เก้าอี้พร้อมกับยิ้มขำ มือหนาก็ยกขึ้นแตะริมฝีปากหยักแล้วเลื่อนไปจับที่แก้มสากช้าๆเพราะรู้สึกเห่อร้อนไปทั้งหน้า นี่เขาชักจะเป็นเอามากแล้วสิ ทำตัวอย่างกับเป็นพวกโรคจิตชอบลักหลับ ไม่รู้ว่าทำไมถึงห้ามใจไม่ได้เลย มันพลอยแต่จะพลั้งเผลอเข้าไปสัมผัสริมฝีปากนุ่มละมุนแสนหวานที่เขาเพิ่งมีโอกาสได้ลิ้มรสเป็นครั้งแรกเมื่อคืน ก่อนจะติดใจจนถอนตัวไม่ขึ้น อยากจับเธอเข้ามาแนบจูบทุกครั้งที่เห็นหน้า คิดแล้วคนคลั่งสถานหนักก็หัวเราะกับตัวเองเสียงเบา พลางนึกอย่างกะลิ้มกะเหลี่ยในใจ

เมื่อมีครั้งแรกมันก็ต้องมีครั้งต่อไปสิวะ

 

มลินดาตื่นขึ้นมาในช่วงบ่ายของวัน อาการปวดหนึบที่หัวยังคงมีให้เธอได้รู้สึก แต่ก็สามารถลุกไปอาบน้ำแล้วตามไรอันลงไปรับประทานอาหารมื้อเที่ยงได้อย่างไร้ปัญหา ก่อนสองพี่น้องจะเดินตามกันต้อยๆไปที่ห้องนั่งเล่นทันทีหลังจากรับประทานอาหารเสร็จ

“มองหน้าทำไม หรือยังไม่หายมึน”

คนถูกจ้องหน้าปรายตามองแล้วเอ่ยถาม ไรอันไม่รู้หรอกว่าสาวน้อยข้างๆกำลังคิดอะไรอยู่ ทว่านัยน์ตาคู่สวยที่เขาพอจับความรู้สึกได้ในตอนนี้ก็คือมลินดาคล้ายกับมีความคลางแคลงใจบางอย่าง แต่เจ้าตัวยังไม่ปริปากถามเท่านั้นเอง

เมื่อคืนตัวไปรับเค้ากี่ทุ่มนะ

“สี่ทุ่ม”ไรอันตอบกลับสั้นๆ ขณะดวงตาคมยังคงลอบสังเกตใบหน้างาม

“แล้วตอนนั้นเค้าเป็นยังไง ทำไม

“เมาจนจำอะไรไม่ได้เลยล่ะสิ”

สิ้นเสียงทุ้มมลินดาก็ทำยิ้มแหย ก็น่าจะเมามากเพราะเธอแทบจำอะไรไม่ได้เลยหลังจากที่รุคเป่าเทียนบนเค้กวันเกิด แต่ทว่ายิ่งคิดก็ไม่รู้ว่าทำไมภาพเลือนรางบางอย่างกลับแทรกเข้ามาในสมองที่กำลังประมวลผลอย่างหนัก มันเป็นภาพซ้อนชวนขนลุกที่เธออยากสลัดออกไปจากหัว แต่ครั้นยิ่งพยายามปะติดปะต่อเหตุการณ์ เรื่องราวเหล่านั้นกลับยิ่งฉายชัด

ใช่หรือ ฉันกำลังคิดบ้าอะไรอยู่เนี่ย พี่สิงโตจะมาจูบเธอได้ยังไงยัยบ๊องมลินดาแย้งความคิดของตัวเอง พลันอาการแปลกๆก็เริ่มก่อตัวจนเธอสัมผัสได้ โอย ทำไมใจเต้นรัวเร็วแบบนี้ล่ะ มันก็แค่ความฝันไม่ใช่หรือดาด้า

“ว่าไง จำอะไรได้บ้าง”

เสียงร้องถามทำเอาคนที่ตกอยู่ในภวังค์แห่งความคิดของตัวเองถึงกับสะดุ้งตกใจ ขณะที่คนเฝ้ารอฟังคำตอบกำลังแสร้งปั้นสีหน้าให้เรียบนิ่ง ทั้งที่ความรู้สึกจริงตอนนี้ข้างในหัวใจมันเต้นระส่ำแทบไม่เป็นจังหวะ จำได้หรือเปล่าวะ? คนมีชนักติดหลังคิดกับตัวเองในใจ

 จำได้ว่าแพมมี่กับเทริซ่าขับรถมารับ เค้าเป็นคนถือเค้กวันเกิดให้รุคเป่า จากนั้นก็นั่งดื่ม สักพักใหญ่ก็ออกไปเต้น แล้วก็….”

มลินดาไล่เรียงเหตุการณ์ก่อนที่เสียงหวานจะหยุดไป เมื่อภาพในความคิดเริ่มเลือนราง เธอจึงต้องใช้สมองในการทวนความจำอย่างหนัก ก่อนจะเล่าต่อเท่าที่สมองอันปวดหนึบยังพอจำได้

“….แล้วก็กลับไปที่โต๊ะ นั่งดื่มได้สักพักก็กลับไปเต้นอีกรอบ จากนั้นก็…. ก็….”

ก็อะไร

ก็….ก็….จำไม่ได้อ่ะ นึกไม่ออกมือเรียวยกขึ้นกุมขมับ ใบหน้างามบิดเบ้ด้วยความรู้สึกปวดไปทั้งหัว

แต่ต่างกับไรอันที่ยามนี้กำลังลอบยิ้มกับตัวเองอย่างโล่งอก ก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แล้วเอ่ยชวนคนที่กำลังนั่งคุ้นคิดอย่างอารมณ์ดี

“ไปว่ายน้ำกับพี่ไหม”

“ตอนนี้เหรอคะ”เสียงหวานเอ่ยถามด้วยความไม่แน่ใจ เพิ่งจะบ่ายเอง ปกติเห็นว่ายแต่ตอนเย็นๆ ทว่าคำตอบที่ได้กลับเป็นรอยยิ้มหยักบนใบหน้าคมเข้ม พลันคนที่ยังงุนงงจะรีบลุกจากโซฟาเมื่อร่างสูงเตรียมจะก้าวออกไปจากห้องนั่งเล่น

 

                ไรอันลากเจ้าห่วงยางโพนี่ขนาดใหญ่กว่าตัวของเขาไปลอยไว้ที่ขอบสระหลังจากสูบลมเข้าไปจนมันพองโตเต็มรูปเต็มร่าง ก่อนจะเดินกลับมายังเก้าอี้ซึ่งมีร่างบางนั่งคอยท่าอยู่ มือหนากระตุกปมเชือกของชุดคลุมผ้าขนหนูเบาๆแล้วถอดไปวางพาดไว้บนพนักเก้าอี้ตัวหนึ่ง

                “เช็ดน้ำลายด้วย”เสียงห้าวทักท้วง เมื่อเห็นว่าคนที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ตัวข้างๆมองมายังเขาตาไม่กระพริบ ก่อนจะหัวเราะขำเมื่อมือเรียวถูกยกขึ้นลูบเรียวปากอิ่มเร็วๆ

                “ไม่เห็นมี”คนถูกหลอกโพล่งกลับเสียงแข็งพร้อมกับยื่นมือออกไปตีลงบนอกแกร่งเปลือยเปล่าที่แน่นไปด้วยกล้ามเนื้อดังแปะ ทว่าก็คงสร้างความเจ็บแสบให้กับคนช่างแกล้งได้ไม่น้อยเพราะเธอเห็นมือหนารีบยกขึ้นลูบอกตัวเองปอยๆ แต่ก็ยังคงน่าหมั่นไส้เมื่อริมฝีปากหยักยังยิ้มกริ่มที่มุมปากได้ไม่ยอมหุบ

                “พี่ไม่ได้อ่อยไม่ต้องมองตาค้างขนาดนั้นก็ได้ ถอดให้ดูทุกวันยังไม่ชินอีกหรือไง”

                “บ้านะสิ จ้องที่ไหนกันล่ะ เค้าก็แค่มองเฉยๆ เห็นจนเบื่อแล้วไม่มีอะไรชวนมองสักนิด”

                “งั้นเรอะ”

                “อือ”เมื่อร่างกำยำเคลื่อนกายเข้ามาใกล้จนชิด มลินดาจึงทำได้เพียงครางตอบเสียงเบา ปากกล้าเมื่อครู่เริ่มสั่นเมื่อใบหน้าคมสันโน้มลงมากระซิบถามในระยะประชิด

                “ทำไมถึงหน้าแดง”

                “โอ้ย! แล้วทำไมต้องเข้ามาใกล้ขนาดนี้ด้วยล่ะ ขยับออกไปให้ห่างเค้าเลยนะ”มือเรียวรีบยกขึ้นแนบแก้มที่กำลังเห่อร้อน ก่อนจะละไปดุนดันแผ่นอกแกร่งของคนตัวใหญ่ให้ขยับออกห่าง “เค้าจะลงสระแล้ว”

                ไรอันยิ้มหยักที่มุมปาก มองแก้มสีระเรื่ออ้อยอิ่งอยู่ครู่หนึ่งแล้วจึงถอยห่างสองก้าว ก่อนในนาทีต่อมาดวงตาคมเข้มจะเบิกกว้างเมื่อชุดคลุมผ้าขนหนูถูกถอดออกจากร่างบาง เผยให้เห็นกายอรชรในชุดว่ายน้ำสีสดแบบธองที่ทำเอาคนยืนอยู่ในระยะพอเหมาะแก่สายตาถึงกับหายใจสะดุด พลันเลือดร้อนก็เล่นพล่านไปทั้งกาย แม่ยอดขมองอิ่มของพี่! นี่จะยั่วอารมณ์กันไปถึงไหน มองแค่หน้าพี่ก็แทบคลั่งแล้ว นี่แม่คุณเล่นสวมชุดชิ้นน้อยที่ปิดอะไรแทบไม่มิดมายืนอยู่ตรงหน้า ช่างไม่ห่วงความปลอดภัยของตัวเองเอาเสียเลย นี่ถ้าเกิดความต้องการของเขามันพุ่งเกินขีดจำกัดขึ้นมาใครจะรับผิด “ดาด้า”คนอารมณ์พลุกพล่านเค้นเสียงลอดไรฟัน ดวงตาคมทั้งคู่แทบลุกเป็นไฟขณะมองร่างงามตรงหน้า

                พร้อมแล้วค่ะ ไปว่ายน้ำกันเถอะ

                “เดี๋ยว”มือหนารีบรั้งเรียวแขนเล็กเอาไว้ ก่อนจะสอบถึงที่มาของชุดบาดตาบาดใจ ชุดเดิมไปไหน ทำไมถึงได้ใส่ชุดบ้านี่

                ชุดเดิมพับเก็บเข้าตู้แล้ว นี่เป็นชุดใหม่ที่เค้าเพิ่งซื้อมา ตัวรู้ไหมว่ากว่าจะหาไซส์พอดีกับขนาดของตัวเค้าได้ต้องสั่ง แล้วก็รอเป็นเดือนๆแน่ะกว่าจะได้มาใส่

                เป็นเด็กเป็นเล็กใครสอนให้แต่งตัวโชว์เนื้อโชว์หนังแบบนี้            

                ก็เห็นจะมีแค่ตัวกับคุณพ่อไบอันเท่านั้นแหละที่บอกว่าเค้ายังเด็ก มัมของแพมมี่ยังชมเลยว่าเค้าโตขึ้นแล้วสวยสะพรั่ง พี่ชายเทริซ่าก็บอกว่าเค้าโตพอจะมีแฟนได้แล้ว ส่วนมัมของเทริซ่าก็....

                “ถึงอย่างนั้นชุดนี้ก็ไม่เหมาะ

                “ไม่เหมาะยังไง”ออกจะสวย นี่ถ้ารุคได้เห็นก็คงชมไม่หยุด มลินดาว่าในใจ ก่อนที่ดวงตากลมโตคู่สวยจะเหลือกโพลงด้วยความตกใจกับคำวิจารณ์ที่ได้ยิน

                “น่าเกลียด!

                “โอ้ย! ตัวนี่พูดจาไม่น่าฟังเอาซะเลย ก็แค่บิกีนี่จะหัวร้อนอะไรนักหนา อีกอย่างเค้าใส่อยู่บ้าน ไม่ได้ออกไปเดินโทงๆโชว์ใครต่อใครเสียหน่อย”เสียงแหลมๆโพล่งกลับอย่างเคืองๆ สะบัดแขนออกจากการจับกุมสองสามทีก่อนที่มือหนานั้นจะยอมปล่อยแต่โดยดี

                ทว่าไรอันยังคงเขม่นมองใบหน้าของคนปากเก่งที่เถียงเขาเหยงๆคำไม่ตกฟาก พลางครุ่นคิดด้วยความขัดใจ ลองแม่ตัวดีใส่ชุดนี้ไปเดินโทงๆอย่างที่ว่าดูสิ เขาจะจับเธอถอดชุดแล้วเผาเศษผ้าชิ้นน้อยนี่ทิ้งซะ ทว่าในจังหวะที่ร่างสูงกำลังหมุนตัวเดินไปยังขอบสระนั่นเอง ประโยคไล่หลังก็ทำให้ไรอันถึงกับหันขวับกลับไปมองเจ้าของเสียงถามทันควัน

                “แล้วตัวคิดว่าเค้าพอจะเซ็กซี่สู้ผู้หญิงคนอื่นๆของจ้าวเสี่ยวหมิงได้ไหม”

                กรามแกร่งขบกรามแน่นเมื่อสบเข้ากับรอยยิ้มสวยๆบนใบหน้าเรียวงาม ดวงตาคมแทบลุกเป็นไฟเมื่อได้รู้ว่าสาเหตุที่แม่น้องสาวตัวดีอุตริลุกขึ้นมาแต่งตัววาบหวิวเช่นนี้เป็นเพราะอยากทำตัวให้เซ็กซี่ตรงสเปคของจ้าวเสี่ยวหมิง เท้าหนักๆจึงเตะเจ้าห่วงยางโพนี่ที่จอดนิ่งอยู่ริมฝั่งเต็มแรงจนมันลอยกระเด็นไปกลางสระ

                “เบาๆสิ เดี๋ยวมันก็แตกหรอก ดูซิโพนี่ลอยอยู่กลางสระแบบนั้นแล้วเค้าจะขึ้นไปได้ยังไง ไปเลย โดดลงไปเอามาที่ขอบสระให้เค้าเดี๋ยวนี้เลยนะ”

มลินดาแหวเสียงหลงหลังจากสะดุ้งตกใจกับการกระทำอันรุนแรงของผู้เป็นพี่ชายเมื่อครู่ มองตามห่วงยางโพนี่ตัวโปรดตาละห้อยทำให้เธอไม่ทันได้เห็นอารมณ์เดือดดาลบนใบหน้าคมเข้มที่หันขวับกลับมามองเธอในยามถูกออกคำสั่ง

ซึ่งถึงแม้จะโกรธแค่ไหน กระนั้นร่างสูงที่บนกายอันกำยำสวมเพียงกางเกงว่ายน้ำสำหรับผู้ชายสีดำก็กระโดดลงไปในสระ ว่ายน้ำเข้าไปหาเจ้าโพนี่ที่ตัวเองเพิ่งเตะเพื่อระบายอารมณ์แล้วลากเข้าไปยังฝั่ง ทว่าก็ยังมิวายจะถูกสั่งอีกรอบ

                “จับไว้ให้ด้วย”

บอกเสร็จร่างเล็กก็ก้าวขึ้นไปบนตัวห่วงยางโพนี่ ก่อนเรียวปากสวยยิ้มจะกว้างด้วยความดีใจเมื่อคนที่ลอยตัวอยู่ในน้ำลากเจ้าโพนี่ไปตรงกลางสระ มือเล็กยื่นกล้องถ่ายรูปส่งให้ทว่าไรอันกลับไม่รับไปทำหน้าที่เป็นตากล้องเหมือนเคย ทั้งที่เขาก็รู้ว่าเธอต้องถ่ายรูปทุกครั้งก่อนเล่นน้ำ

                “ไม่ต้องถ่ายหรอกน่า”

ไรอันเงยหน้าบอก คิ้วเข้มผูกกันเป็นปมไม่คลาย และไม่ยอมยื่นมือออกไปรับกล้องถ่ายรูปเพราะรู้ว่าทุกภาพที่เขาถ่ายให้ มันจะถูกเผยแพร่สู่สายตาสาธารณะชนผ่านแอปพลิเคชั่นยอดฮิตอย่างอินสตาแกรมที่มียอดผู้ติดตามเธอเฉียดล้านคน

                “ก็เค้าอยากถ่ายอ่ะ”

                คนถูกบังคับด้วยความเจ้าแง่แสนงอนทำเสียงครางขัดใจ ก่อนจะยื่นมือออกไปรับกล้องจากมือเล็กในที่สุด ยกมันขึ้นโฟกัสที่ร่างงามบนโพนี่สีหวานแต่กว่าที่นิ้วจะกดชัตเตอร์ได้ก็ต้องเล็งค้างอยู่อย่างนั้นหลายวินาที เพราะหน้าอกหน้าใจที่ไซส์ของมันออกจะมีขนาดเกินตัวกำลังถูกท่าโพสต์สวยๆหนีบจนแทบล้นออกจากบิกีนี่ชิ้นบน และไรอันบอกเลยว่าภาพมันอาจจะมีเบลอๆสักหน่อยเนื่องจากมือมันไม่ค่อยนิ่งเท่าไหร่




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 30 ครั้ง

6 ความคิดเห็น