Are You Understand ? เข้าใจรึยังว่าชั้นรักนาย(kihae hanhyuk)

ตอนที่ 29 : Chapter 23 : กลับ...กันเถอะ100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 433
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    5 เม.ย. 55











“พี่ฮันคยองฮะ  เรามาถึงแล้วใช่มั้ยอ่ะ”ดงเฮเอ่ยถามหลังจากที่ทั้งตนเอง  และเพื่อนๆก้าวขึ้นมาสู้เครื่องบินลำนั้น ที่ตัวเองใช้มันเดินทางมาอย่างอัศจรรย์

“อืม  เดี๋ยวรออีกพักนึงมันก็จะพาเรากลับไปกัน”

“ว่าแต่ว่า  ปลายทางครั้งนี้คือที่เกาหลีใช่มั้ยฮะ”ซองมินแทรกหน้าเข้ามาพูดตรงกลางระหว่างฮันคยองและฮยอกแจ  ที่นั่งกับฮันคยองด้วยกัน  นับได้ว่ารัศมีออร่าแห่งความรักต่างจากตอนมาโดยสิ้นเชิง

“อืม  แต่ถ้าดงเฮจะกลับอเมริกาเลย  มันก็จะแยกระหว่างปลายทางได้เลย  อย่าลืมสิว่านี่คือโลกเวทย์มนต์นะ  ไม่มีคำว่า เป็นไปไม่ได้ หรอก”ฮันคอยงตอบพลางยิ้มบาง

“งั้นก็แสดงว่าดงเฮจะจากกับเราอีกไม่กี่นาทีนี้แล้วน่ะสิ”ฮยอกแจพูดเสียงแผ่ว  มือบางเอื้อมไปกอดเพื่อนรักอย่างแสนจะคิดถึง

“ไม่ได้ตายจากกันซักหน่อย  ซักวันก็ต้องได้เจอ”ฮันคยองพูดขัด

“อเมริกานะพี่ไม่ใช่มกโพ  จะได้เจอกันง่ายๆน่ะ”ฮยอกแจขัดบ้าง

“นายไม่เข้าใจคำว่า พรหมลิขิตเหรอ”ฮันคอยงยิ้มเจ้าเล่ห์  ทางดงเฮเองยังแอบหัวเราะที่อยู่ดีๆก็มีออร่าแปลกๆระหว่างคู่รักคู่นี้เปล่งประกายออกมา  ทั้งๆที่ดูเหมือนว่า สถานการณ์นี้กำลังทะเลาะกันอยู่

“พรหมลิขิต  ปาฏิหาริย์  ของพวกนี้มีจริงที่ไหนกัน”

“ก็ถ้ามันไม่มีจริง  นายคงไม่ได้มานั่งอยู่ตรงนี้ อ่ะ..พอได้แล้ว  เรากำลังจะออกเดินทางกันแล้ว”

“ ไม่นะดงเฮ  ฮือ”ฮยอกแจจับมือดงเฮที่อยู่ที่นั่งด้านหลังไว้แน่น   ทั้งที่ตนเองยังนั่งอยู่กับฮันคยอง

“ดงเฮ”ซองมินเอื้อมมือมาจับมือของดงเฮไว้เช่นกัน  ดงเฮมองเพื่อนรักทั้งสองอย่างชั่งใจ  ถึงยังไงซักวันเขาก็ต้องไป  จากกันตรงนี้หรือที่ไหนก็แทบไม่ต่างกัน  ผิดกับคนๆนั้น  คนที่ไม่เคยจะใส่ใจ

“ฉันไปแล้วนะ”ดงเฮพูด

“ดงเฮ”

“บ๊ายบาย”


 

วูบบบ~~

 


“ดงเฮ”

ร่างของดงเฮหายไปแล้วทันตา  ร่างกายค่อยๆโปร่งใสจนหายวับไปจนแทบไม่ได้สังเกต  หรือพวกเขาจะไม่ได้เจอดงเฮอีกเลยนะ  ทำไมเขาถึงได้รู้สึกแบบนี้

“พี่ฮัน  ดงเฮเค้า”

“ดงเฮกลับไปแล้วไง”

“ฮยอกแจ”ซองมินเอ่ยปากเรียกเพื่อนรักที่คบกันมานมนาน

“ซองมิน...ให้ฉันไปนั่งเป็นเพื่อนมั้ย”

“อื้อ”ซองมินพยักหน้าหงึกหงักเป็นคำตอบ  ปกติแล้วเขาจะนั่งกับดงเฮ  แต่พอดงเฮไม่อยู่แบบนี้...เขาไม่รู้จะทำตัวยังไง

“ไม่ต้องไปหรอกน่า  อีกเดี๋ยวก็ถึงแล้ว”แต่เป็นฮันคยองที่ดึงรั้งฮยอกแจไว้  เพราะเพียงไม่กี่อึดใจ  ทั้งสามคนที่เหลืออยู่ก็รับรู้ได้ว่าตนเองได้มาถึงแล้ว




ต่อๆๆจ้า

ทางด้านดงเฮ

“อ๊ะ”

ร่างบางร้องสบถเมื่อตนเองได้เดินทางมาถึงจุดหมายปลายทางเป็นที่เรียบร้อยแล้ว  สนามบินที่เขามาถึงซึ่งตอนนี้ผู้คนต่างก็เดินกันขวักไขว่โดยที่ไม่มีใครสนใจใคร อา...นั่นสินะ  เขามาถึงอเมริกาแล้วนี่นา


สายตาสอดส่องมองหารถแท็กซี่ที่ตนเองคิดไว้ว่าจะนั่งกลับไปยังร้านกาแฟของลุง  แต่กลับไม่มีรถคันไหนซักคันที่เขาคิดว่าจะสามารถนั่งไปอย่างปลอดภัยได้  เพราะดูท่าแต่ละคนแล้วจะไม่ไหว


“ลุงฮะ  ไปที่...”

“เห๊ออ  อะไรนะพ่อหนุ่ม  เอิ๊ก...แหะๆ  โทษทีเมื่อกี้ลุงไปก๊งกะเพื่อนเก่ามาน่ะ”

“อ่า  งั้นไม่เป็นไรฮะ  ลุงไปรับคนอื่นดีกว่า  ผมคิดว่าจะรอเวลาอีกซักหน่อย”


ร่างบางตัดสินใจที่จะไม่นั่งรถโดยสารอะไรทั้งนั้น  เขาตัดสินใจโทรตามลุงให้มารับจะดีกว่า  อย่างน้อยก็ไม่ต้องไปนั่งเสี่ยงตายบนรถที่คนขับเมาแบบนั้น


“ลุงฮะ”ร่างบางกรอกเสียงตามสาย

“เอ้อ ว่าไง”

“ลุงช่วยมารับผมที่สนามบินตอนนี้หน่อย”

“อ้าว  กลับมาแล้วเรอะ  นึกว่าไปติดใจอยู่ที่นั่นเลยซะอีก  เออๆ  แปปนะ  เดี๋ยวชั้นไปรับ  รออยู่ที่นั่นล่ะ”


ลุงแฮซองพูดก่อนจะตัดสายไป  เฮ้อ...เอาล่ะ  ต่อจากนี้ชีวิตของเขาจะกลับมาเป็นปกติเช่นเดิม  ไม่มีเพื่อนรักทั้งสองอย่างซองมินและฮยอกแจ  ไม่มีเสียงทะเลาะกันของคนในหอ  ไม่มี...คนๆนั้นที่คอยตามกวนใจ  ก็นับว่าเป็นเรื่องที่ดีนะ

“แต่ก็กลับไปเรียนเรื่องน่าเบื่อแบบเดิม”


สิ่งที่เขาสนใจมีเพียงไม่กี่เรื่อง  ขอโทษทีที่คนอย่างเขาไม่เก่งคณิตศาสตร์เอาซะเลย  แคลคูลัสที่บรรดาอาจารย์ต่างพยายามจะยัดลงสมองเขาก็ไม่เป็นผล  เพราะเหมือนเซลล์สมองของเขามันตายด้านในเรื่องแบบนี้ไปซะแล้ว

“โรงเรียนแบบนั้น”ที่ๆเขาไม่คิดอยากกลับไปเยือนเท่าไหร่นัก  แต่ก็ยังดีที่พอมีเพื่อนบางคนที่เขารู้สึกผูกพันอยู่บ้าง  ถึงแม้จะมีแค่คนเดียวก็เถอะ

“เฮ้ๆๆๆไอ้หลานชาย”

เสียงลุงแฮซองดังขึ้นมาทางข้าหลังของเขา  ลุงแกติดจรวดมาหรือไงนะทำไมถึงได้เร็วแบบนี้  ร่างบางหันหลังกลับไปส่งยิ้มบางให้ลุงเล็กน้อยก่อนจะเดินไปหาลุงที่รออยู่

“มาซะเร็วเลยลุง”

“ให้มันรู้สิว่าชั้นเป็นใคร”

“ไปเหอะ  ผมง่วงจะแย่แล้ว”


ทั้งสองคนเดินไปยังรถของตนเอง  ระยะทางกลับแม้จะไม่ไกลมาก  แต่ด้วยความเหนื่อยล้าทั้งกายและใจของดงเฮทำให้  ร่างบางนอนหลับไปอย่างง่ายดาย


“เฮ้ย  ไปคราวนี้ทำไมไอ้คุณหลานมันมีออร่าอะไรแปลกๆวะ”ลุงแฮซองพึมพำอยู่กับตนเอง  ในใจแอบคิดอยู่ว่า “ไอ้หลานบ้านี่ทำไมมันดูน่ารักขึ้นฟะ”


“ตื่นๆๆ  จะนอนหลับไปถึงไหน”ลุงใช้เท้าเขี่ยๆผมให้ตื่นเพื่อบอกว่าถึงแล้วให้ผมกลับไปนอนข้างบนห้องตัวเอง


“ลุงผมไม่กินข้าวนะ  ว่าจะหลับยาวเลยไม่ต้องปลุก”

“เออๆ  ตามใจแก”


ว่าแล้วผมก็กลับไปนอนบนห้องของผมดีกว่า  ผมเดินผ่านชั้นล่างของร้านที่เต็มไปด้วยลูกค้าทั้งหน้าเก่าและหน้าใหม่  รวมถึง...


“เฮ้! ดงเฮ”

“...ว่าไง”

“แหม  ทำเป็นไม่ทักไม่ทาย  นึกว่าติดใจเกาหลีแล้วจะไม่กลับอเมริกาซะอีกนะเนี่ย”

“มีอะไรแอมเบอร์”

“เปล๊า ก็แค่ทัก  หน้าตาแกบอกบุญไม่รับแล้ว  ไปนอนเหอะ”

“อืม”

“เออ  ไปเหอะ”

“เอ้อ นี่แอมเบอร์  พรุ่งนี้ชั้นจะยังไม่ไปเรียนนะ”ผมบอกเพื่อนคนที่ชื่อแอมเบอร์  เขาเรียนอยู่โรงเรียนเดียวกันและห้องเดียวกัน  แถมยังเป็นคนเดียวที่ผมรู้สึกว่า  คนนี้แหละที่เป็นเพื่อนร่วมห้องที่ดีที่สุด

“แต่โรงเรียนเปิดมาได้ซักพักแล้วนะ  แล้วเวลาเรียนของนาย...”

“ไม่ไปแค่พรุ่งนี้น่า”

“โอเค  ตามใจนาย”

ผมไม่พูดอะไรก่อนที่จะเดินขึ้นไปบนห้องเพื่ออาบน้ำและนอนๆๆๆๆ  นอนให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ 

เมื่อผมมาถึงห้อง  กระเป่าที่บรรจงเปิดไว้เพื่อเก็บของ..สายตาก็ต้องไปสะดุดกับไม้กายสิทธิ์ของที่ระลึกจากที่ๆจากมา  ผมวางมันไว้บนหัวเตียงก่อนที่จะเดินเข้าไปอาบน้ำ


ต่อจากนี้...ราตรีสวัสดิ์นะ

 

 

เช้าวันรุ่งขึ้น

“ไอ้หลานชายตื่นๆๆๆ  ลงมาช่วยชั้นคั่วกาแฟหน่อย”ลุงพูดเสียงดังพร้อมกับกระตุกผ้าห้มของดงเฮให้หลุดออกจากตัว  เมื่อแสงอาทิตย์แยงเข้าตาร่างบางถึงได้รู้สึกถึงคำว่า “เช้าแล้ว”

“ไม่เอาอ่ะ  ลุงคั่วไปก่อนดิ”

“เฮ้ย  ไม่ไปเรียนแล้วยังมาทำตัวขี้เกียจอีก”

“ผมขอพักหน่อยนะลุง”ร่างบางชักผ้าห่มมาคลุมโปงตามเดิม

“อีกไม่กี่วันก็คริสต์มาสแล้ว  ลูกค้าต้องเยอะแน่ๆเพราะจะต้องพักผ่อนกัน  แล้วร้านกาแฟก็เป็นสถานที่พักผ่อนชั้นเยี่ยม”

“ผมรู้แล้วน่า  แต่ร้านเราคั่ววันต่อวันนะ”

“ร้านอื่นเขาจะมารับซื้อของร้านเราไปขายต่อ  เพราะฉะนั้นต้องเร่งช่วยกัน  ทำมาหากินหน่อยเว่ย”

“คร้าบๆ เดี๋ยวลงไป”

“เดี๋ยวของแกนี่กี่ชั่วโมง”

“...Zzz

“เฮ้อ  ไอ้หลานคนนี้”ไม่ว่าเปล่า ลุงแฮซองกระโดดเช้าชาร์จเต็มแรงจนดงเฮสะดุ้งโหยง

  เออๆๆ ผมไปแล้วก็ได้!!

ร่างบางทำการอาบน้ำแต่งตัวก่อนที่จะลงไปข้างล่างเพื่อช่วยงาน  แต่พอเดินมาถึงแค่ที่เคาน์เตอร์  ดงเฮก็ต้องหยุดเพราะมีโทรศัพท์เข้ามา

“เฮลโหล  ร้านแอนทีคคอฟฟี่ครับ”

“ผมที่สั่งกาแฟไว้น่ะครับ”

“สั่งไว้กับใครเหรอครับ  ลุงแฮซองหรือ?”

“สั่งไว้กับลุงแฮซองครับ”

“ซักครู่นะครับ”ดงเฮถือวางโทรศัพท์ไว้แล้วเดินไปหาคนที่รับออเดอร์ลุกค้าไว้แต่ไม่มารับโทรศัพท์

“ลุง  ลูกค้าโทรมาจะเอากาแฟ  เขาบอกสั่งไว้กับลุงอ่ะ”

“อ๋อ  ครอบครัวคุณคิมน่ะเอง”ลุงพูดยิ้มร่าก่อนจะเดินไปรับโทรศัพท์  ดงเฮก็เดินตามมาติดๆ


“ครับ  แฮซองพูดครับ  อ่า ครับ  ทำไว้ให้แล้วครับ  ครับแม้จะปริมาณไม่มากแต่จะหาครอบครัวที่หลงใหลในกาแฟแบบพวกคุณน่ะหายาก  ผมยินดีครับ  ให้ผมไปส่งหรือครับ  ได้สิครับ  ไม่มีปัญหาสำหรับลูกค้าวีไอพี”พูดเสร็จก็วางสายไปด้วยอารมณ์ดีเต็มที่

“ดงเฮ  เดี๋ยวไปส่งกาแฟให้ลุงหน่อยนะ”

“ห๊ะ?”

“ใกล้ๆนี่เอง  ข้างๆบ้านคุณยายเจอร์ซี่น่ะ  ที่บ้านเขาใหญ่ๆเหมือนปราสาท  ป้ายหน้าบ้านเขียนว่า ตระกูลคิมน่ะ”

“อ๋อ  ไอ้บ้านใหญ่เวอร์หลังนั้นน่ะเหรอ  ได้ดิ”

“เออ  เอานี่ไป”ลุงพูดพร้อมกับยื่นถึงกาแฟที่ไม่ใหญ่นักให้กับผม  สั่งแค่นี้แต่จะให้ไปส่งเนี่ยนะ  บ้ารึเปล่า

“ลุง  ทำไมมันน้อยงี้”

“มันกาแฟคั่วอย่างดีที่ชั้นนั่งคั่วเองกับมือตั้งใจทำให้คุณคิมเขา”

“แต่สั่งแค่นี้  จะให้ไปส่ง”

“บอกให้ไปก็ไปเถอะน่า”

“ก็ได้”

ผมรับถุงกาแฟมาจากลุงก่อนจะเดินหน้าไปหาบ้านที่ลุงมอบหมายงานให้  บ้านหลังนั้นที่ผมคิดว่าไม่อยากจะไปเหยียบเลย  เพราะมันดูเหมือนปราสาทโบราณที่ยังไม่เก่า  มันดูลึกลับ...และน่ากลัว


ระหว่างทางที่เดินมาก็มีแต่อะไรก็ไม่รู้  ผมเดินผ่านหน้าบ้านคุณยายเจอร์ซี่ที่กำลังยิ้มปากกว้างมาให้ผม  คุณยายคนนี้ดูกี่ทีก็น่ากลัว  ผมสีขาวโพลนที่หยิกหยอย  คางแหลมๆที่ดูเจ้าเล่ห์  กับรอยยิ้มที่ผมเห็นเมื่อครู่...มันช่างน่าสยดสยองสิ้นดี


ในที่สุดผมก็มาถึง  บ้านตระกูลคิม  ประตูเปิดให้ผมเข้าไปอย่างไม่ต้องมีคนมาเปิดหรือโดยที่ผมจะต้องผลักเข้าไปเอง  แต่มันไม่ได้น่ากลัวนะ  เพราะมันเป็นอัตโนมัติที่ใช้เทคโนโลยียังไงล่ะ

“ขอโทษครับ”

“...”เงียบแฮะ

“ขอโทษนะครับ  ผมมาส่งกาแฟ”ผมส่งเสียงเข้าไป  เท้าของผมเดินเข้ามาเรื่อยๆ  เท้าฝ่าสวนหน้าบ้านของพวกเขามาอย่างถือสิทธิ์

“จากร้านแอนทีคเหรอครับ”เจ้าของบ้านส่งเสียงตอบกลับมา

“ครับ  ผมเอากาแฟที่สั่งไว้มาส่ง”

“ครับ  เชิญเข้ามาได้เลย” ในเมื่อเสียงของเจ้าของบ้านอนุญาต  ผมจึงเดินเข้าไปเปิดประตูบ้านของพวกเขา  ข้างในบ้านโออ่ากว้างขวางต่างจากบ้านของผมที่เต็มไปด้วยกระสอบเมล็ด  วัตถุดิบและเครื่องต่างๆ

“ผมจะวางไว้ตรงนี้นะฮะ”ผมพูดพร้อมหย่อนลุงวางไว้ที่โต๊ะรับแขกของพวกเขา  ในเมื่อผมไม่เห็นตัวเจ้าของบ้าน  ผมก็ไม่ควรเดินเข้าไปลึกกว่านี้

“ขอบคุณนะครับ  จะดื่มชาซักแก้วก่อนกลับมั้ยครับ?”

“ผมไม่รบกวนดีกว่า”

“ไม่เป็นไรครับ อยู่ดื่มด้วยกันก่อน”


ทันใดนั้นเจ้าของบ้านก็เดินออกมาจากห้องเล็กๆห้องหนึ่งที่อยู่ถัดไปจากห้องรับแขก  ผมไม่เห็นหน้าของเขา  แต่เขามีเรือนผมสีดำที่ผมรู้สึกคุ้นเคยอย่างบอกไม่ถูก  และเมื่อเขาเดินมาหาผมใกล้ๆ


“คิม คิบอม”

“...ลี ดงเฮ”

“นาย?”

“...”คิบอมไม่พูดอะไร  เพียงแค่ยิ้มบางๆเท่านั้น  มือหนาจับไหล่บางอย่างแผ่วเบา  ก่อนจะรวบตัวคนตรงหน้ามากอดไว้อย่างหลวมๆ  มีหรือที่คนอย่างดงเฮจะยอมให้อีกคนรุกล้ำตนเองไปมากกว่านี้  ร่างบางดิ้นขลุกขลักในอ้อมกอดคนตรงหน้า

“ปล่อยนะ”

“ไม่มีทาง”

“นายมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง”ในเมื่อดิ้นไปก็ไม่ได้ผล  ร่างบางจึงยิงคำถามใส่ดีกว่า

“นี่บ้านผมนะดงเฮ  ทำไมผมจะอยู่ที่นี่ไม่ได้”

“ไม่ใช่ชั้นหมายถึง”

“ปกติผมก็ไม่ค่อยจะได้กลับมาหรอก  แต่การกลับมาคราวนี้ผิดคาดเลยแฮะ  ดงเฮอยู่อเมริกาเหรอ”คิบอมก้มลงมองหน้าดงเฮอย่างนึกขำที่สัมผัสได้ถึงหัวใจดวงน้อยๆที่กำลังเต้นแรงอยู่ในอ้อมกอดของเขา

“อืม  ชั้นอยู่ที่นั่ตั้งแต่ 8 ขวบ”

“...ทำไมชะตามันถึงได้เล่นตลกอย่างนี้ ฮ่าๆ”

“อะไรของนาย”

“ผมย้ายออกจากที่นี่ตอน 8 ขวบ ถึงว่าสิ  ผมถึงไม่เคยเจอดงเฮ”

“ก็ดีแล้วที่ไม่ต้องเจอกัน”...หึ

“ไม่เห็นดีเลย”

“...”

“เป็นอะไรไป  งอนผมเหรอที่ไม่ไปหาดงเฮเมื่อวันสุดท้ายที่โรงเรียน”คิบอมมองร่างบาง

“ไม่ใช่”

“วันนั้นผมงานยุ่งมาก  เพราะต้องดูแลเด็กในหอคนนึง  เขากลับไม่ได้น่ะ  ผมเลยต้องจัดแจงที่อยู่ให้เขา”

“แล้วยังไง  จะมาบอกชั้นทำไม”

“ถึงเราไม่ได้เจอกันที่นี่  ยังไงเราก็ต้องได้เจอกันที่โรงเรียนอยู่แล้ว”คิบอมยิ้มเผล่อย่างอารมณ์ดี  โดยที่ไม่ได้รู้ถึงความรู้สึกของร่างบางเลยแม้แต่น้อย

“ชั้นจะไม่กลับไปแล้ว”

“?!!

“ชั้นจะไม่กลับไปโรงเรียนคอนเชียสแล้ว  ชั้นจะอยู่ที่นี่”ดงเฮตอบหน้าตาย

“หมายความว่าไง? ไม่คิดถึงเพื่อนๆของคุณเหรอ”

“คิดสิ”

“แล้วทำไม?”

“ก็ชั้นไม่อยากกลับไปให้มีเรื่องวุ่นวายใจอีกแล้ว”

“ไม่ได้นะ  ผมก็...คุณเป็นรองหัวหน้าหอของผม”

“นั่นมันเรื่องของนาย”ดงเฮพูดพร้อมผลักไสอ้อมกอดอุ่นออก  ร่างบางเดินออกมาจากบ้านของร่างสูง  เมื่อรับรู้ได้ว่าร่างหนากำลังเดินตาม  เขาตัดสินใจที่จะวิ่งในที่สุด  ร่างสูงกว่าแม้อยากวิ่งตามแต่ก็ทำได้แค่มองร่างบางตรงหน้าวิ่งห่างออกไปก็เท่านั้น

คิดว่าชั้นจะไม่มีวิธีพาเธอกลับไปหรือไง...ลี ดงเฮ

 

 

ร่างบางวิ่ง...วิ่งมาจนกระทั่งชนกับใครคนหนึ่งที่เขาคิดว่าหน้าตาคล้ายกับตัวเองมาก

“ขอโทษครับ”

“ไม่เป็นไรครับ  ว่าแต่คุณเป็นอะไรรึเปล่า  ล้มก้นจ้ำเบ้าแบบนั้น”

“ผมไม่เป็นไรครับ  ว่าแต่คุณนั่นแหละ”

“ผมไม่เป็นไร  ผมน่ะแข็งแรงจะตาย  ว่าแต่คุณ...เอ้อ  ใช่ดงเฮหรือเปล่า?”คนตรงหน้าทำเหมือนกับนึกอะไรขึ้นได้

“ใช่ คุณรู้จักผมได้ไง”

“ผมทงฮวา...”ร่างสูงพูดชื่อตัวเองเสร็จก็กระซิบเสียงแผ่ว  “ผมเป็นรุ่นพี่ปีสามที่เรียนคอนเชียสน่ะ  เห้นคุรตอนเกมส์ท้าประลอง  เฮ้อ...ผมพลาดตอนหาขนนกน่ะ  เลยไปไม่ถึงเกมส์นั้น”

“อ๋า...”เจอคนที่โรงเรียนอีกแล้วเหรอ

“ว่าแต่ไม่คิดมาก่อนเลยว่าคุณจะอยู่ที่นี่เหมือนกัน”

“ครับ...”ผมก็ไม่คิดเหมือนกันว่าคุณจะอยู่ที่นี่ 

“ว่างๆมาที่บ้านของผมสิ  ที่อยู่ตรงนั้นน่ะ  หรือถ้าปวดฟัน ฟันผุ ฟันคุด มาหาผมได้เลย ฮ่าๆ  เพราะที่โลกนี้ผมเรียนทันตอยู่”ทงฮวาพูดอย่างอารมณ์ดีแล้วชี้ไปที่บ้านที่อยู่ถัดไป4-5หลัง

“ครับ  ขอบคุณ^^”

“ผมไปก่อนนะ  จะเข้าเรียนไม่ทันแล้ว”

“ครับ”

แล้วอย่างนี้จะหนีโรงเรียนเวทย์มนต์นั่นพ้นมั้ยล่ะ  ร่างบางได้แต่นึกครึ้มอกครึ้มใจกับตัวเอง  แต่ไม่ได้รู้เลยว่า  สายตาของคนหนึ่งคน  กำลังจับจ้องมองมาที่เค้าอยู่ หึหึ





เรามาดูด้านขงอคยูฮยอนกันบ้างดีกว่ามั้ย  ว่าเขาทำอะไรบ้าง

 

 

หลังจากที่โรงเรียนบอกว่าให้กลับบ้านได้  คยูฮยอนก็ต้องลากสังขารตัวเองกลับมายังสถานที่ๆซึ่งตนเองเคยสัญญาไว้ว่าจะมาอยู่ช่วงปิดเทอมเป็นเวลาหกวัน  ร่างสูงมายังท้องทะเลแห่งนี้ ที่ๆเขาสัญยาไว้ว่าจะมาตอนแข่งขัน


“คลิโอดน่า”ร่างสูงพึมพำเรียกเบาๆ  ไม่ทันไรคลื่นก็สาดซัดเข้ามาอย่างรวดเร็ว  และไม่นานนักที่คลื่นลูกที่เก้าจะมาเยือน

“คยูที่น่ารักของข้า”เทพีแห่งท้องทะเลรีบปราดเข้ามาหาคยูฮยอนอย่างรักใคร่  หญิงสาวโอบกอดร่างสูงไว้แน่น  ทำราวกับว่าคยูฮยอนจะหนีหายไปในไม่กี่วินาที

“หกวันที่สัญญา”

“หกวันก็เพียงพอที่เจ้าจะอยู่กับข้า...คยูที่รัก”หญิงสาวบรรจงจุมพิตที่แก้มขวาของคยูฮยอนอย่างนึกหวงแหน  นาน...นานเหลือเกินที่เจ้าไม่ได้อยู่ใกล้ข้าเช่นนี้

“ไปได้แล้ว”


คลื่นทะเลสีฟ้าสวยพลันมาโอบรอบตัวของคยูฮยอนอย่างแผ่วเบา  เกลียวคลื่นค่อยๆพาคยูฮยอนจมหายลงไปโดยที่ไม่ต้องให้รู้สึกอึดอัดจากการขาดอากาศหายใจของน้ำ  คยูฮยอนก็มาถึงโลกเบื้องล่างเป็นที่เรียบร้อย


แต่ถ้าหากจะว่ากันตามจริง  ถ้าหากการเดินทางมาโลกเบื้องล่างต้องใช้เวลานาน  คยุฮยอนก็คงจะไม่รู้สึกนึกอึดอัด  เพราะเมื่อตอนเขาเกิด  เขาก็เกิดที่นี่  แต่ไปเติบโตในตระกูลบราวน์ของพ่อเขาเท่านั้นเอง


อธิบายมาให้ฟังเสียขนาดนี้แล้ว  คุณรู้หรือยังล่ะว่าเทพีคลิโอดน่า  เทพีคลื่นลูกที่เก้าคนนี้มีฐานะผูกพันธ์อะไรกับคยูฮยอน


“นายน้อย”เงือกสาวตนนึงปรากฏตัวต่อหน้าร่างสูง  คยูฮยอนมองอย่างพิจารณา  ทำไมเงือกต้องเปลือยช่วงบนด้วยฟะ! (แกสงสัยอะไรของแกห๊ะ)

“มีอะไร”

“นายหญิงให้มาตามท่านไปยังห้องนอนของนายน้อยค่ะ”

“อืม”

“เชิญท่าน..”เงือกสาวยังไม่ทันจะพูดจบดี  ร่างสูงก็เดินหนีออกไปซะก่อน  เขารู้แล้วว่าอยู่ที่นี่เขามีฐานะเป็นอะไร  เครื่องแต่งกายใช่มั้ยล่ะ? หึ รู้แล้วน่าว่าต้องเปลี่ยนชุด


ร่างสูงเดินมายังห้องที่ตนเองเคยคุ้นในตอนเด็กมาก  ห้องที่ตอนนั้นเขายังรู้สึกผูกพัน  ที่แห่งนี้ก็เป็นที่เขารักแต่เมื่อพ่อมาพาเขาออกไปจากที่นี่  เขากลับรู้สึกเกลียดชัง


มือหนาค่อยๆหยิบชุดที่ดูสูงศักดิ์ขึ้นมามอง...ชุดแบบนี้ไม่ได้เหมาะกับเขาเลยซักนิด  มันดูไม่มีสไตล์  โลกมันไปถึงไหนแล้วยังมานั่งมีท่านชายบ้าบอปัญญาอ่อนอะไรอีก


“น่าเบื่อที่สุด”


แต่งเสร็จแล้วก็เดินออกมาหาบุคคลที่เรียกตัวเขา  ร่างสูงโค้งตัวเล็กน้อยเมื่อเห็นหน้าหญิงสาว  และเหมือนนางก็รู้ดีว่าคยูฮยอนรู้สึกอย่างไร  ถึงได้ยอมให้คยุฮยอนนั่งได้จตามสบายภายในห้องโถงแห่งนี้


“ลุกขึ้นแล้วมานั่งเถอะ”เสียงกังวานบอก

“ครับ”

“คยูฮยอน  มาใกล้ๆหน่อยได้มั้ย”

“...”เงียบ  ร่างสูงไม่ไหวติงอะไรทั้งนั้น  ไม่แม้แต่จะตอบรับคำของเทพี

“ไม่ได้หรือ”

“...”

“นานแค่ไหนแล้วที่ข้าไม่เจอเจ้า”

“...”

“ข้าคิดถึงเจ้ามากมายเพียงใด  ข้าก็ไม่สามารถบอก”ดวงตาของเทพีแห่งท้องทะเลรื้นไปด้วยน้ำตาที่กำลังจะพร่างพรู

“...”หากแต่คนที่เงียบก็ยังคงเงียบต่อไป

“ข้าขอโทษสำหรับสิ่งที่ผ่านมา  ท่านผู้นั้น...”

“ไม่ต้องพูดแล้ว  พอเถอะ  บอกให้ผมมาอยู่ผมก็มาอยู่แล้วไง”

“ถ้าเจ้าไม่ต้องการขนของฟินิกซ์  เจ้าจะมาหาข้ามั้ย..คยูฮยอน”น้ำตาใสพร่างพรูลงมาอย่างรู้สึกผิดในบางสิ่ง

“...”

“ข้าขอโทษคยูฮยอน  ถ้าวันนั้นข้าเข้มแข็งกว่านี้  ข้าคง...”

“...”

“แม่คงไม่ต้องเสียลูกไป”

“...”คำว่าแม่ถูกพูดออกมา  ทำให้ใจของคนตัวสูงกระตุกวูบ  คำที่เทพีคนนี้ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นมารดาของเขาไม่เคยพูด  แต่ตอนนี้คนๆนี้กลับมาใช้คำว่าแม่กับเขา

“มันไม่ทันแล้วมั้ง”ร่างสูงพูดเสียงแผ่ว

“...ลูก”

“มันไม่ทันแล้วคลิโอดน่า!!

“แม่...แม่ขอโทษเจ้า  แม่ไม่น่าปล่อยให้เจ้าไปกับท่านผู้นั้น”

“มันไม่เกี่ยวกับที่เธอปล่อยให้ผมไปกับพ่อ  แต่มัน...”ร่างสูงหยุดกึก  คำพูดมันแสนจะจุกอก  ความรู้สึกประดังกันไปหมด  ที่ผ่านมาเขายอมรับ เขาคิดถึงคลิโอดน่ามากเหลือเกิน  แต่คนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นแม่ไม่เคยแม้แต่จะมาเหลียวแลเขา


“แม่คิดว่าท่านพ่อจะดูแลเจ้าได้ดีกว่าแม่”

“งั้นเหรอ...มันก็เป็นไปตามที่เธอต้องการแล้วไง”

“คยูฮยอน”

“ผมมีความสุขดี  มีความสุขมาก  ผมต้องขอบคุณแม่ด้วยซ้ำมั้ง”ถ้อยเสียงประชดประชันของลูกทำให้แม่แสนจะเจ็บปวด

“แม่..”

“ไม่ต้องมาใช้คำว่าแม่กับผมตอนนี้หรอก”

“...”

“บอกไว้ก่อนนะว่า..ผมจะไม่เรียกเธอว่าแม่ เพราะเธอไม่เคย......ที่จะทำหน้าที่นี้ ซักครั้ง”ร่างสูงพูดจบก็เดินหนีออกไป  เขารู้  เขารู้ดีว่าเทพีแห่งท้องทะเลรักเขา  แต่ทิฐิในใจมีมากเหลือเกิน  เขาจึงยังไม่อยากยอมรับอะไรตอนนี้

“แม่จะรู้อะไร...ว่าพ่อน่ะ...”ร่างสูงพึมพำกับตนเองอย่างไม่มีเสียง  เขาไม่ได้อยากมาที่นี่เพื่อมีปัญหา  คลิโอดน่าคือเทพีแห่งท้องทะเล  เขาจะจดจำไว้แค่นั้น




“นี่ๆฮยอกแจ  อากาศเย็นๆแบบนี้จะไปไหนอีก”ซองมินเอ่ยทักคนเป็นเพื่อนที่ตอนนี้ใส่เสื้อโค้ทตัวหนา  แต่ก็ไม่หายซ่าอยากจะออกไปเดินเล่นข้างนอกอีก

“ไปเดินตากหิมะกัน  ชั้นว่ามันจะต้องเป็นอะไรที่เจ๋งมากแน่ๆเลย”คนตัวเล็กไม่พูดเปล่า  ร่างบางวิ่งออกไปจากบ้านของตนเอง  แม้ขาจะสั่นๆเพราะอุณหภูมิที่ต่ำมากๆตอนนี้  แต่กลับนึกสนุกมากกว่าจะมาห่วงสุขภาพของคนเอง

“หิมะตกแบบนี้ไปวิ่งอะไรข้างนอกน่ะ  กลับเข้ามาเลย”ซองมินเอ็ด  ถ้าเกิดเป็นอะไรขึ้นมาพี่ฮันคยองน่ะสิจะเป็นคนว่าฮยอกแจเอง

“ไม่เป็นไรหรอกน่า  ซองมินออกมาสิสนุกดีนะ”

“บ้าเหรอ  ไม่เอาหรอก  ชั้นไม่ชอบหิมะ”เสียงของซองมินฟังดูสลดไปชั่วขณะ  และดูเหมือนฮยอกแจเองก็จะรับรู้ได้  ขาเล็กจึงเดินกลับเข้ามาในบ้านแต่โดยดี

“ขอโทษนะ  ไม่ได้ตั้งใจจะรื้อฟื้นอดีต”ฮยอกแจพูดพลางโอบเพื่อนรักไว้แน่น

“อื้ม”

“ว่าแต่ตอนนี้  ที่อเมริกาหิมะจะตกอยู่รึเปล่านะ”ฮยอกแจเหม่อมองไปยังฟากฟ้า  ท้องฟ้าเดียวกันนี้  เพื่อนรักอีกคนนึงที่อยู่กันคนละทวีปจะมองมันอยู่เหมือนกันมั้ยนะ

“พูดถึงก็คิดถึงดงเฮเนอะ”ซองมินว่า

“ใช่  ไปอยู่ที่นั่นก็ได้กลับไปทำตัวเซ็งโลกเหมือนเดิมแน่เลย”

“แล้วดงเฮเขา...จะกลับไปเรียนกับพวกเรารึเปล่า”

“ไม่รู้สิ”


เรื่องๆนี้ไม่มีใครรับรู้ได้เลย  ว่าลี ดงเฮจะกลับไปเรียนที่โรงเรียนคอนเชียสอีกรึเปล่า  เพราะแม้แต่ตัวดงเฮเองก็ไม่รู้  ว่าเขาควรทำอย่างไร  แต่คงไม่อาจกลับไปอีก  บ้านของเขาอยู่ที่นี่  ลุงของเขาอยู่ที่นี่  เขาไม่อาจทิ้งมันไปไหนทั้งนั้น


เพื่อนรักสองคนยังคงคุยเล่นกันต่อซักพัก  ก่อนที่ซองมินจะเอ่ยชวนให้เขาไปนั่งข้างในบ้านก่อนจะไม่สบายกันทั้งคู่  สายตาคู่หนึ่งที่จ้องมองคนตัวเล็กทั้งสองจากที่ไหนซักที่กระตุกยิ้มอย่างยินดี  ซองมินมี ความสุขก็ดีแล้ว  ในช่วงของเทศกาลคริสต์มาสแบบนี้  ทุกๆคนควรจะมีความสุขอย่างที่สุด


“ซองมิน”


เหมือนร่างเล็กจะได้ยินเสียงๆหนึ่งเรียกชื่อของตน  ร่างบางหันกลับมามองอย่างค้นหา  แต่เมื่อไม่พบอะไรก็จำใจเดินไปข้างในบ้าน  เมื่อกี้เขาได้ยินจริงๆนะ  เสียงนั้นช่างชัดเจนและแสนจะคุ้นเคย  แต่กลับนึกไม่ออกเลยว่าเป็นเสียงของใคร


“ฮ่า...วันนี้ซองมินจะแขวนถุงเท้ารึเปล่า”ฮยอกแจเอ่ยถามขณะที่เข้ามานั่งข้างๆเตาผิง

“แขวนสิ”

“เอ๋?  อย่างกับเด็กๆเลย”

“พูดอย่างกับนายไม่แขวน”

“แขวนสิ”ฮยอกแจยิ้มร่า  เขาอธิษฐานขอพรทุกปีด้วยจิตใจที่เปี่ยมไปด้วยนความหวังว่าสิ่งที่ขอจะเป็นจริง

“นายขอว่าอะไรอ่ะ”ซองมินถาม

“ไม่บอกหรอก”

“ชิ  จำไว้เลย”

“แล้วนายขอว่าอะไรล่ะ”ฮยอกแจเอ่ยถามกลับบ้าง  ถ้าซองมินบอก  เขาก็จะยอมบอกเหมือนกัน

“ชั้น...ทุกๆปีจะขอให้ได้เจอพวกเขา”ซองมินเอ่ยเสียงแผ่ว  พอถึงช่วงคริสต์มาสทีไร  ซองมินจะกลายเป็นแบบนี้ทุกที

“นายต้องได้เจอนะซองมิน”ฮยอกแจว่า  มือบางเอื้อมไปวางทาบทับบนมือของเพื่อนอย่างต้องการให้กำลังใจ

“อืม  ขอบใจนะ”

“อื้ม  ชั้นจะช่วยนายหาเอง  หาคนๆนั้น”

“อืม  แล้วคำอธิษฐานของนายล่ะฮยอกแจ”

“ชั้นขอ..ให้พวกเราทุกคน  ชั้น นาย พี่ฮัน และตอนนี้ต้องพูดถึงดงเฮด้วย  ได้อยู่ด้วยกันแบบนี้ไปตลอด”

“อืม  ฟังดูดีจังเลย”ซองมินยิ้ม  ฮยอกแจเป็นแบบนี้เสมอ  จนแล้วจนรอดก็นึกถึงแต่คนอื่นๆ  อยากจะรักษาสัมพันธภาพแบบนี้ไว้ตลอดไป

“ดีสิ”

“จริงๆอยากอยู่กับพี่ฮันคยองใช่มั้ยล่ะ”

“ไม่ใช่นะ  อยู่กับทุกๆคน  ทั้งที่นี่  ที่โรงเรียนด้วย”

“จ้าๆ รู้แล้วล่ะ”ซองมินพูดยิ้มตัดบทให้เพื่อนรักหยุดพูด  ทุกๆคนงั้นเหรอ  ที่นี่  ที่โรงเรียน  ที่โรงเรียน...คยูฮยอน  คยูฮยอนนายกำลังทำอะไรอยู่กันนะ

“ซองมิน”

“...”

“เหม่ออะไรน่ะ  ชั้นต้องไปแล้วนะ”ฮยอกแจสะกิดเพื่อนรัก

“ห..หา  อืม พี่เขามารับแล้วเหรอ”

“อื้ม  ไปก่อนนะ  บ๊ายบาย  อยู่คนเดียวระวังตัวด้วยล่ะ  แล้วชั้นจะรีบกลับมา”

“ไม่ต้องรีบหรอก  ชั้นอยู่ได้  จะไปกับพี่ฮันคยองทั้งคืนเลยก็ได้นะ”

“บ้าน่ะสิ”


ว่าก่อนจะไปซักหน่อย  ฮยอกแจเดินออกไปหาพี่ฮันคยองที่ขับรถมารับไปเที่ยวงานเทศกาลด้วยกัน  แม้จะเป้นวันที่หิมะตกหนักแบบนี้  แต่ในเมืองก้ยังมีเทศกาลให้เยี่ยมชม  ฮยอกแจชวนซองมินให้ออกไปด้วยกันแล้ว  แต่ซองมินปฏิเสธ


“หิมะจะตกลงมาทำไมกันนะ”


ที่ผ่านมาซองมินอาศัยอยู่คนเดียวมาโดยตลอด  ไม่มีใครอีกคนที่อยู่กับเขา  มีก็แต่ฮยอกแจที่ขยันมาหาบ่อยๆ  แต่คุณย่าที่เมื่อก่อนเคยธุรกิจจนร่ำรวยคอยส่งเงินมาให้เขาเรื่อยๆ  แม้ว่าตัวซองมินเองจะปฏิเสธก็ตาม


เขามีชีวิตอยู่ได้ทุกวันนี้เพราะคุณย่าคอยส่งเงินมาให้  และอีกส่วนหนึ่งที่ได้จากการที่ตนเองหางานพิเศษทำ  จนในที่สุดก็เก็บหอมรอมริบซื้อมอเตอร์ไซค์คู่ใจมาได้จนสำเร็จ  ทั้งนี้ต้องขอบคุณคุณแม่ของฮยอกแจที่คอยชวนเขาไปกินข้าวที่บ้านบ่อยๆ


ร่างเล็กมองหิมะที่ตกโปรยปรายลงมาอย่างสิ้นหวัง  เขาเกลียดหิมะ  เขาเกลียดคริสต์มาส  เขาเกลียดอากาศหนาวๆ  เขาเกลียดวันนี้ที่สุด


“เมื่อไหร่จะได้เจอกันอีกนะ”


ซองมินพูดเพ้อ  หัวสมองกำลังนึกไปถึงเหตุการณ์เมื่อตอนยังเป็นเด็ก  เขาในตอนนั้นมีครอบครัวที่เพียบพร้อม  ทั้งพ่อ แม่ และน้องชาย  เขามีความสุขมาก  แต่เมื่อคืนวันคริสต์มาสมาถึง  ทุกๆอย่างก็หายไป


......................หลงเหลือไว้เพียงความทรงจำ

เขาที่เคยชอบหิมะ  ชอบคริสต์มาส  ชอบอากาศหนาวๆก็พลอยเกลียดทุกอย่างที่เป็นสิ่งที่มีอยู่ในวันนี้ไปเสียหมด  มันพรากครอบครัวของเขาไป  เขาไม่มีทางลืม


วันนั้นเมื่อห้าปีก่อน  เขากับครอบครัวไปเที่ยวด้วยกัน  แต่ด้วยความที่น้องชายเขายังเด็กอยู่พอเจออากาศหนาวๆแบบนี้จึงเป็นไข้ได้ไม่ยาก  พ่อกับแม่วุ่นวายกันมาก  และตกลงที่จะพาน้องชายของเขาไปหาหมอ  ในคืนที่หิมะตกหนักแบบนี้


ตอนนั้นเขาไม่ได้อยู่ที่มกโพแห่งนี้  เขาอาศัยอยู่ในอีกจังหวัด  เป็นที่ๆสงบสุขและไร้ผู้คน  กว่าจะพาน้องชายไปส่งที่โรงพยาบาลก็ใช้เวลานานหลายชั่วโมง  พ่อกับแม่จึงตัดสินใจให้เขารออยู่ที่บ้าน   เขารออย่างใจหวังว่าน้องชายจะปลอดภัย


เมื่อเวลาผ่านไปเกือบครึ่งคืน  พ่อกับแม่โทรมาบอกว่าน้องชายเขาปลอดภัยดี  ซองมินโล่งอกเหลือเกินที่น้องชายไม่เป็นอะไร  แต่ระหว่างสายที่กำลังพูดอยู่  ซองมินได้ยินเสียงกรีดร้องของแม่  และเสียงตะโกนของพ่ออยู่อื้ออึง


“แม่ครับ  พ่อครับ  เป็นอะไร”

“กรี๊ดดดดด”

“แม่!!


ซองมินตะโกนใส่โทรศัพท์  จากนั้นปลายทางก็เงียบกริบ  อีกไม่นานก็มีคนมาบอกกับเขาว่ามีอุบัติเหตุรถพลิกคว่ำและคนในรถหายสาบสูญ  นั่นแหละ...ครอบครัวของเขาหายไปตลอดกาล  ไม่มีวันได้เจอกันอีก  แม้ในใจจะยังหวัง  แต่เขาก็ไม่รู้ว่าจะได้เจอเมื่อไหร่


นับจากที่เขาทราบข่าวและคุณย่าเป็นคนดำเนินเรื่องทั้งหมดหลังเหตุการณ์  คุณย่ารับปากจะเลี้ยงดูเขาต่อ  แต่ซองมินกลับปฏิเสธ  และขอมาอยู่คนเดียวที่มกโพ  เพราะไม่อยากอยู่ในสภาพแวดล้อมเก่าๆที่เคยมีทุกๆคนพร้อมหน้า


คุณย่าไม่กล้าที่จะปฏิเสธ  เพราะตลอดมาซองมินไม่เคยเรียกร้องอะไร  มีก็แต่ครั้งนี้  คุณย่าเลยยอมให้เขา  แต่จะส่งเสียค่าเล่าเรียนและค่าที่อยู่ที่กินให้แทนแม้ซองมินจะไม่ต้องการก็ตาม


คืนคริสต์มาสที่ใครต่อใครต่างก็มีความสุข

แต่สำหรับเขามันไม่เลย…..

เขาเกลียด…..

เกลียดวันนี้…..

วันที่เขาไม่เหลือใคร..........


“นายจะเป็นยังไงบ้าง...คยูฮยอน”ซองมินนึก

 

 





“ซองมิน”คยูฮยอนเหมือนได้ยินคนตัวเล็กเรียกชื่อของตัวเอง   พูดไปก็เหมือนเพ้อเจ้อ  แต่เขารู้สึกว่าซองมินเรียกเขาอยู่จริงๆ  น้ำเสียงดูอ้างว้างอย่างที่ไม่เคยเป็น  เขารู้สึกไม่ดีเลย


คยูฮยอนกระวนกระวายอยู่พักใหญ่  ก่อนที่ร่างสูงจะตัดสินใจลุกขึ้นยืน  มือหนาเปิดประตูห้องอย่างแรงแล้วเดินอาดๆไปหาเทพีแห่งท้องทะเล


“พาผมไปหาซองมินที”ร่างสูงว่า  คลิโอดน่านั่งอยู่ที่เก้าอี้ตัวโปรดปรายตามองคยุฮยอนอย่างนึกตัดพ้อ

“เด็กคนนั้นน่ะหรือ”

“ซองมิน  ที่มากับผมตอนนั้น”

“หึ”

“พาผมไปที”

“ไม่ได้  เจ้าสัญญากับแม่ว่าจะอยู่ที่นี่นะคยูฮยอน”เทพีว่า  น้ำเสียงดูอ่อนลงเมื่อร่างสูงเอ่ยด้วยการขอร้อง

“แต่ผม..”

“เจ้ากับเด็กคนนั้นเป็นอะไรกันหรือ  ถึงต้องไปหากัน”

“ถ้าไม่พาไป  ผมไปเอง”


ร่างสูงพูดพร้อมกับร่ายคาถาเรียกไม้กวาดคู่ใจขึ้นมา  แม้ไม้กวาดพ่อมดแบบนี้จะใช้ไม่ได้ดีเท่าไหร่  เมื่ออยู่ในที่แบบนี้  แต่ถ้าไม่มีทางเลือก  เขาก็ต้องทำ


“เด็กคนนั้นมีดีอะไรนักหนาที่ให้เจ้าไปนึกห่วงได้!!”คลิโอดน่าแผดเสียง


“มีดี...เยอะเลยล่ะ”ว่าจบก็พุ่งตัวขึ้นไปสูง  เมื่อมีแรงกดแบบนี้  ไม้กวาดที่เคยว่องไวกับไม่เร็วเท่าไหร่นักเมื่อเทียบกับปกติ  แต่ก็เร็วพอที่จะบึ่งไปหาซองมินได้เพียงไม่กี่นาที  จะว่าไป...บ้านซองมินอยู่ไหนล่ะเนี่ย




 

 

 

กว่าที่ร่างสูงจะหาคนตัวเล็กเจอก็ปาไปเกือบเที่ยงคืนแล้ว    เคยได้ยินฮยอกแจกับซองมินคุยกันถึงเมืองที่ชื่อมกโพ  ก็น่าจะอยู่กันที่นั่น  แต่ไม่รู้นี่สิว่าอยู่ตรงไหนของมกโพจึงได้เสียเวลาตามหาอยู่ตั้งนาน

“อ๊ะ”


เหมือนความรู้สึกจะสะกิดให้เขารับรู้ว่าซองมินอยู่ตรงนี้   บ้านหลังเล็กๆที่ไม่มีการประดับตกแต่งอะไร  และเป็นบ้านเดียวที่ปิดไฟไม่เฉลิมฉลองอย่างที่คนอื่นเขาทำกัน


เท้าแตะกับพื้นหิมะเย็นเยียบก่อนจะตัดสินใจกลับขึ้นไม้กวาดอีกครั้ง  แล้วทุกลักทุเลปีนหน้าต่างเข้าบ้านคนอื่นเสียอย่างนั้น  (เข้าไปดีๆก็ได้จ้าคยู)


“อยู่ไหนนะ”


ร่างสูงพึมพำ  สายตาคมมองหาคนที่ตามหาอยู่นานสองนาน  ก่อนจะไปพบกับเจ้าของบ้านที่นอนหลับไปทั้งๆที่นั่งผิงไฟอยู่ตรงโซฟา  ร่างสูงเดินมาใกล้ก่อนที่จะนั่งลงข้างๆ  เฮ้อ...ก็ไม่มีอะไรนี่นา  สงสัยเขาจะวิตกไปเอง

“ซองมิน”

คยูฮยอนเอ่ยเรียก  ก่อนที่สายตาคมจะเหลือบไปเห็นน้ำใสๆที่ยังไม่แห้งดีจากดวงตากลมของคนที่หลับอยู่  คยูฮยอนยกมือขึ้นปาดน้ำตาให้ออกไปให้พ้นร่างดวงตาของคนน่ารัก  ที่ตอนนี้ดูเหมือนจะรู้สึกตัวแล้ว

“อื้อ”

“ซองมิน”

“....หืม?  สงสัยตาฝาดแน่เลย”พูดจบก็หลับตาปี๋ก่อนจะเปิดตามาดูให้แน่ใจอีกซักรอบ

“ไง”

“...?!!!

“ตกใจอะไร”

“คะ..คยูฮยอน”

“เรียกทำไมเหรอ”

“...”


ร่างเล็กได้แต่นิ่งเงียบ  หรือพรที่เขาขอซานต้าในปีนี้จะเป็นจริงกันนะ  เขาขอให้เขาอย่าถูกทอดทิ้งในคืนคริสต์มาสอีกเลย  และตอนนี้  คนๆนี้ก็กำลังนั่งอยู่ตงหน้า  ร่างสูงเห็นคนน่ารักนิ่งเงียบไปจึงขยับเข้ามาสวมกอดคนน่ารักให้หายคิดถึง


แปลกที่คราวนี้ซองมินกอดตอบแต่โดยดี  แถมยังกอดแน่นเสียด้วย  จนร่างสูงนึกแปลกใจว่าไม่เหมือนทุกทีกัน

“นายมาได้ยังไง”ร่างเล็กเอ่ยถามในขณะที่ยังกอดร่างสูงอยู่

“ชั้นรู้ว่านายคิดถึงชั้นไง”

“บ้าเหรอ  ใครคิดถึงนาย”

“นายไง  ชั้นได้ยินนะ  นายเรียกชื่อชั้น”

“..อืม”

“...อืมเหรอ  นายเรียกชั้นจริงๆด้วยสินะ”

“ไม่ต้องพูดแล้วคนบ้า”


ร่างสูงกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้นไปอีก   เขารู้สึกอบอุ่นใจทุกครั้งที่ซองมินอยู่ด้วยและทำตัวน่ารักๆแบบนี้  เขาไม่รู้สึกอ้างว้างเวลาอยู่กับคนน่ารักนี่เลย  แต่คยูฮยอนจะรู้บ้างมั้ยนะ  ว่าคนที่ตัวเองกำลังกอดอยู่นี้  ก็รู้สึกแบบเดียวกัน


คนตัวสูงคลายอ้อมกอดลงก่อนจะอุ้มคนตัวเล็กขึ้นมาไว้ในอ้อมอกอีกครั้ง  เมื่อตัวลอยขึ้นสูงอย่างไม่ทันตั้งตัว   ซองมินก็ได้แต่โวยวาย


“เฮ้ยย  นายทำอะไรเนี่ย”

“เฮ้ยอะไร  พูดไม่เพราะเลย”

“นายจะทำอะไร”ซองมินว่า

“ไปนอนกัน”

“ห๊า?”

“ไปนอนกัน...ที่เตียง”

“บ้าสิ  ปล่อยชั้นลงนะคยูฮยอน”

“ไม่ปล่อยหรอก  เหนื่อยจะแย่แล้วขอนอนหน่อย”

“ปล่อยๆๆๆๆ”

“อย่าดิ้นน่า  ถ้าดิ้นเดี๋ยวปล่อยลงตรงนี้เลย”


เท่านั้นแหละที่ซองมินจะหยุด   ก็ในเมื่อพาเดินมายันบันไดแล้วจะปล่อยเขาลงไปก็ได้หลังหักกันพอดีน่ะสิ  คยูฮยอนเปิดประตูเข้ามาถึงห้องนอนของคนน่ารัก  ทำไมเขาถึงรู้น่ะเหรอว่านี่คือห้องนอนของซองมิน  ก็เพราะว่าตอนปีนเข้ามา  เขาปีนเข้ามาในห้องนี้น่ะสิ

“ปล่อยได้แล้ว”

“ปล่อยแล้วๆ”


คยูฮยอนค่อยๆวางซองมินลงกับเตียงนิ่มๆ  ก่อนจะล้มตัวลงนอนข้างๆซองมินบ้าง  ซองมินก็ดูจะไม่ได้ต่อต้านอะไรอย่างทุกที  แต่กลับนอนหันหลังให้เขาซะงั้นน่ะ


“หันหน้ามานี่เลย”

“..ไม่”

“หันหน้ามาทางนี้นะซองมิน”

“ไม่เอาอ่ะ”

“หันหน้ามาเลย  ชั้นอยากเห็นหน้า”

“ม่ายยย”

“หันหน้ามานะ”

“ม่ายยยย”

“จะไม่หันใช่มั้ย  ได้”


แขนแกร่งวาดโอบรอบไปที่คนตัวเล็ก  คยุฮยอนกอดวองมินจากข้างหลังแน่น  จนสุดท้ายคนตัวเล็กก็ต้องยอมหันกลับมาอยู่ดี  และเพื่อเป็นการทำโทษ  ริมฝีปากหนาค่อยๆแตะลงบนริมฝีปากบางอย่างห้ามใจไม่อยู่

“อื้อ”

“ค..คยู”

“ซองมิน”

“อื้อ  แฮ่ก”


จากเพียงแค่แตะเท่านั้น  แต่ตอนนี้กลายเป็นว่าริมฝีปากหนาค่อยๆบดเบียดริมฝีปากบางอย่างต้องการ  เรียวลิ้นค่อยๆแทรกเข้าไปโดยที่ซองมินเองก็ไม่อาจฝืนคนตัวสูงที่ความต้องการพุ่งขึ้นเรื่อยๆได้  แลกลิ้นกันอย่างสุขสมก่อนที่มือหนาจะถลกเสื้อของซองมินขึ้น

“อ๊ะ  ทำอะไรน่ะ”

“ซองมิน  ชั้นขอ..”

“อย่าน้า”


มือหนาไล้ไปทั่วเรือนร่างบาง  ก่อนที่เป้าหมายจะเปลี่ยนเป็นลำคอระหงของคนน่ารัก  คยูฮยอนหยัดตัวขึ้นคร่อมซองมินในเวลาต่อมา  เห็นอย่างนั้นซองมินก็ได้แต่หลับตาปี๋อย่างอายๆ


มือหนาถลกเสื้อของคนน่ารักก่อนที่จะใช้เรียวลิ้นของตนวาดและขบเม้มไปทั่วหน้าอกสวย  ลากลิ้นสำรวจไปทั่วก่อนจะมาหยอกล้อยู่ตรงหน้าท้องบางของคนข้างใต้  ซองมินได้แต่บิดตัวอย่างเสียวซ่าน  ถึงเวลานี้กลับห้ามอะไรคยูฮยอนไม่ได้เลย  เขานี่มันบ้าจริงๆ


“อ๊า...ค..คยู  พอแล้ว”

“ซองมิน  อืมมม”

“อ๊ะ อ๊ะ   อ๊า  อึ่ก  อ๊า”เสียงคางหวานหลุดรอดออกมาจากปากบางอย่างห้ามไม่อยู่  ยิ่งได้ฟังคนตัวสูงก็ไม่อาจห้าใจไหวอีกต่อไป  มือหนาเตรียมกระชากกางเกงของร่างบางออกอย่างต้องการ  ในเมื่อส่วนนั้นของเขามันแข็งขืนอยากจะเข้าไปในตัวซองมินจะแย่


“คยู..อึ่ก  พอแล้ว”

ออกปากห้ามแต่กูอดไม่ได้ที่จะรู้สึกดี  ทั้งดีใจและเสียใจที่คยูฮยอนมาหาเขาในคืนนี้  ดีใจที่คยูฮยอนมา  แต่เสียใจที่เขากับคยุฮยอนมาทำอะไรที่รู้ทั้งรู้ว่าผิดอยู่อย่างนี้

“ซองมิน  ชั้น..ไม่ไหว”

มือหนาค่อยๆปลดซิบออก  ไม่นานนักก่อนที่กางเกงจะหลุดออกไปอย่างง่ายดาย  แต่การกระทำทุกอย่างกับต้องหยุดลง  เมื่อคนที่คยุฮยอนไม่คิดจะยอมรับเอ่ยเรียกเขา

“คยูฮยอน! เจ้ากำลังทำอะไร”

“คลิโอดน่า”

“เจ้าหนีข้ามา  เพื่อมาทำเรื่องแบบนี้อย่างนั้นรึ”คลิโอดน่าแผดเสียงดังอย่างเคืองแค้น

“เรื่องของผม”เมื่อารมณืทุกอย่างถูกขัด  ร่างสูงได้แต่อารมณ์เสีย

“เจ้าน่ะ  ชื่อซองมินใช่ไหม  ใจง่ายจริงๆ  ข้าล่ะดูไม่ผิดแต่แรก”

“ผม...”ซองมินได้แต่อึกอัก  ใช่  เขาใจง่ายจริงๆที่ยอมให้คยูฮยอนทำแบบนั้น  และในสภาพแบบนี้ที่ทั้งตัวเต็มไปด้วยรอยรักสีกุหลาบ  แถมกางเกงยังถูกถอดออกไปอีก  เขาคงแย้งอะไรกับผู้หญิงคนนี้ไม่ได้

“กลับไปกับข้า”คลิโอดน่าเอ่ยบอกลูกชาย

“ได้...แต่ไม่ใช่ตอนนี้”

“เจ้า”

“นี่เมียผม  จำไว้ด้วย  ชื่อลี ซองมิน”คยูฮยอนผายมือไปทางซองมิน

“ไม่ครับ  ผมไม่ใช่”ซองมินรีบเอ่ยปฏิเสธ  แม้สถานการณ์เมื่อกี้จะน่าคิด   แต่เขากับคยูฮยอนก็มีแค่นั้นจริงๆ  ไม่ได้เลยเถิดไปมากกว่านี้เสียหน่อย


“คยูฮยอน!!

“วันนี้เธอกลับไปก่อนเถอะ  พรุ่งนี้ผมจะรีบกลับไปเอง”

“คยูกลับไปกับเขาเถอะ”ซองมินว่า

“ไม่ต้องมาเสนอหน้าพูด! ลี ซองมิน  ข้าไม่มีทางยอมรับคนอย่างเจ้า”คลิโอดน่าว่าก่อนจะหายตัวไป  คยูฮยอนรู้ดีว่าคนเป็นแม่นั้นโกรธมาก  แต่เขาเลือกที่จะไม่ใส่ใจ  แล้วก้มลงไปเก็บกางเกงของคนน่ารักที่เขาเป็นคนถอดออกไปเมื่อซักครู่นี้

“เอ้า  ใส่ซะ”

“?”

“อยากจะโดนแบบเมื่อกี้อีกรึไง  ชั้นพร้อมอยู่แล้ว”

“บ้า”

ซองมินรีบรับกางเกงมาก่อนที่จะรีบใส่ๆให้มันเร็วๆก่อนที่คยูฮยอนจะทำอย่างที่ว่าจริงๆ  เมื่อใส่เสร็จคยูฮยอนที่มองอยู่ตลอดก็ได้แต่ลอบยิ้มแล้วเดินเข้าห้องน้ำไป

“จะไปไหนน่ะ”ร่างเล็กเอ่ยถาม

“...”

“ไปไหนน่ะคยูฮยอน” ด้วยความที่กลัวว่าร่างสูงจะกลับไปกับผู้หญิงคนเมื่อกี้จริงๆ  ซองมินได้แต่เดินตามมาใกล้ๆแล้วถามเท่านั้น

“เดี๋ยวไปนอนด้วยน่า  ไม่ไปไหนไกลหรอก”

“...บ้าเหรอ  แล้วตกลงจะไปไหน”

“...”

“คยูฮยอน”

“ไปช่วยตัวเอง !! จบมั้ย  คนมันค้าง  อยากโดนอีกรอบรึไง”คยูฮยอนว่าก่อนเดินเข้าประชิดซองมินใกล้  ก่อนที่จะเกดินเข้าห้องน้ำไปจริงๆ


ซองมินเดินกลับมานอนที่เตียงด้วยอาการหน้าแดงจัด  ว่าแล้วก็ได้ยินเสียงครางอื้ออ่าของคยูฮยอนจริงๆ  และหนึ่งในเสียงนั้นก็มีชื่อของเขาอยู่ด้วยน่ะสิ><











Are You Understand? เข้าใจหรือยังว่าชั้นรักนาย

                                                  

ขอโทษที่หายไปนานมากกกกก
เนื่องจากมรสุมชีวิตล้วนๆ  ไรเตอร์โดนหลอกบัตรคอน
อดไปคอนเลย รอคอนหน้าไม่พลาดแน่ๆ
เดี๋ยวจะมาต่อให้นะ วันนี้ร้องไห้จนปวดหัวไปหมด
ทำไมเราถึงไม่ได้ไปดูคอนนน แง๊ๆๆ
Ps.จบตอนแล้ว รู้นะว่าแอบเสียดาย 55 แต่เอ็นซีคยูมินก็ไม่นานเกินรอหรอก
ต้องมีๆ  แต่คงต้องรอหน่อย เพราะเจ๊เทพีแกโหดน๊าา


 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

473 ความคิดเห็น

  1. #449 Pp HH (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2555 / 19:22
    เจ๊เทพีแกคงโหดจริงๆ
    #449
    0
  2. #420 OoMy (@oomnello) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 29 เมษายน 2555 / 18:37
     อิเทพี - -++++++++
    #420
    0
  3. #418 Ga-Am=Gaam'Gie (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 29 เมษายน 2555 / 00:41
    คุณแม่ขราาาาาาขอร้อง อย่าขัดได้มั้ย คนมันค้่างอ้ะ เข้าใจ สักนิดด 555555
    #418
    0
  4. #381 Mind-myy (@mindmyyy) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 5 เมษายน 2555 / 19:35
    เทพีนี่ขัดขวางความสุขจิงๆเลย
    #381
    0
  5. #359 KIHAE*129 (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 21 มีนาคม 2555 / 20:57
    บอมรีบมาเคลียร์
    #359
    0
  6. #358 Mind-myy (@mindmyyy) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 19 มีนาคม 2555 / 21:52
     คยูมีปัญหาอะไรกับแม่นะ
    #358
    0
  7. #357 KH_tangmo (@tangmo-teukky) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 19 มีนาคม 2555 / 21:40
    อ่า ด๊องจะไม่กลับไปเรียนแล้วจริงๆน่ะหรอ ? 
    ไรเตอร์สู้ๆนะค่ะ
    #357
    0
  8. #335 Mind-myy (@mindmyyy) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 19 มีนาคม 2555 / 07:32
     อ่า~~~มาตามว่าที่ภรรยากลับ
    #335
    0
  9. #334 OoMy (@oomnello) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 17 มีนาคม 2555 / 16:17
    เราอ่าน+รอเรื่องนี้มา 2 ปีเเล้วมั้ง -..- 
    #334
    0
  10. #333 kanata ryohei (@solitali) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 17 มีนาคม 2555 / 11:57
    จะน้อยไปเพื่อ.......อะไรค่ะนั้น
    อัพทั้งทีอัพ 5%
    ปล.ถ้าร้องไห้เสร็จแล้วกลับมาต่อด้วยน่ะค่ะ
    ปล.2 สู้ๆน่ะไรเตอร์เป็นกำลังใจให้จ้า

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 17 มีนาคม 2555 / 12:01
    #333
    0