Are You Understand ? เข้าใจรึยังว่าชั้นรักนาย(kihae hanhyuk)

ตอนที่ 21 : Chapter 19 : สู้ตายค่า! (รอบแรก) 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 697
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    1 ก.ค. 54





Chapter 19 : สู้ตายค่า! (รอบแรก) 40%

 

การแข่งขันผ่านไปยาวนานเท่าไหร่แล้วนั้นไม่มีนักเรียนคนไหนคิดที่จะสนใจด้วยซ้ำ  มีแต่จะคิดว่าเมื่อไหร่การแข่งขันบ้าๆนี่จะจบลงซะที  ไม่เว้นแม้แต่คนอย่างฮยอกแจ ซองมินและดงเฮ

 

“วันนี้จะเจอกับอะไรอีกเนี่ย”

 

“นั่นสิ เฮ้ออ  ชื่อเกมส์ว่าอะไรนะ สู้ตายค่า! ให้ตายเถอะคนที่ผ่านเข้ารอบมามีแต่ผู้ชายทั้งนั้น  ใช้คำว่าสู้ตายค่าได้ยังไง”

 

“เอาน่า ยังไงก็ต้องแข่งอยู่ดี  บ่นไปก็ไม่มีประโยชน์หรอก”

 

เสียงบ่นหงุงหงิงที่เรียงมาเป็นลำดับตั้งแต่ซองมิน ฮยอกแจ ดงเฮ  บ่นออกมาแต่หัววัน  นี่ยังไม่ทันจะได้รู้เลยด้วยซ้ำว่ากิจกรรมคืออะไรก็บ่นเละไม่เป็นท่าซะแล้ว

 

 

ถึงจะยังไงสามสาว(?)ก็ยังเดินมาที่ลานกว้างเพื่อมาเข้าขางขันกิจกรรมสุดท้ายอยู่ดีอย่างไม่มีทางเลือก  บรรยากาศวันนี้ดูท่าจะคึกคักมากเป็นพิเศษ   ดูได้จากจำนวนนักเรียนที่เดินเพ่นพ่านไปมาจนฮยอกแจนึกอึดอัด

แท่นอัฒจันทร์ที่ตั้งไว้ตั้งแต่ตอนไหนก็ไม่รู้ปรากฏอยู่เบื้องหน้าสายตาของทั้งสาม  มันมีทั้งหมดอยู่ 4 อัฒจันทร์  ซึ่งก็คือแบ่งตามหอทั้ง 4

อัฒจันทร์แรกเป็นของหอ Tricky ซึ่งมีของประดับตกแต่งที่เต็มไปด้วยสีม่วงและสีดำ  แมกไม้นานาพรรณที่ล้วนแต่เป็นสีม่วงหาและได้ยากยิ่งถูกหยิบยกขึ้นมาประดับตกแต่ง   แท่นที่นั่งเป็นเงินชั้นดีโดยมีเบาะรองนั่งตระเตรียมไว้ให้เสร็จสรรพพร้อมอยู่แล้ว  เครื่องหน้ามีตัวอักษรเอลฟ์ติดไว้ว่า Tricky

 

อัฒจันทร์แห่งที่สองเป็นของหอ resolutely อัฒจันทร์ของหอนี้ไม่มีอะไรมากมาย  ดูเรียบง่ายแต่ก็จัดว่าดูดีทีเดียว  ที่นั่งและของตกแต่งบางส่วนเป็นสีน้ำเงินที่แสดงให้เห็นถึงความเด็ดเดี่ยวปรากฏเด่นชัดให้ได้เห็น  ของประดับทุกชิ้นล้วนเป็นไม้คฑาโบราณและลูกธนู  แค่นี้ก็แสดงให้ได้รู้แล้วว่าหอนี้ชนะการแข่งขันในปีต่างๆมาไม่น้อยเลยทีเดียว

 

อัฒจันทร์แห่งที่สามเป็นของหอ haughty หอนี้จัดเป็นหอที่ดูแล้วให้ความรู้สึกถึงความเหนือชั้นมากทีเดียว  เพราะสิ่งของที่ใช้ประดับตกแต่งเป็นสีเงิน  และเครื่องทองจำนวนมากมาย  เหมือนกับท่านชายผู้สูงศักด์ที่แสนจะทนงตัวก็ไม่ปาน

 

อัฒจันทร์แห่งสุดท้ายเป็นของหอ solitarily ที่แห่งนี้ให้ความรู้สึกในแบบที่ไม่เหมือนใคร  มันดูอ้างว้างและโดดเดี่ยวยิ่งนัก   ทั้งๆที่ของประดับตกแต่งก็สวยงามมากทีเดียว  ด้วยของเครื่องใช้สีเงินสวยงาม  แต่พอมองภาพโดยรวมแล้วมันกลับให้ความรู้สึกในเชิงลบ

 

ทั้งสามคนเดินสำรวจอัฒจันทร์ไปเรื่อยๆจนหมด   พอเดินมาถึงที่สุดท้ายฉับพลันแผ่นดินตรงเท้าก็เกิดอาการสั่นไหวเล็กน้อยให้รู้สึก  สามคนหลับตาปี๋จับมือกันไว้แน่นในใจภาวนาขออย่ามีอะไรเกิดขึ้นเลย

 

เมื่อแผ่นดินสงบลง  ลืมตาขึ้นมาก็พอว่าตัวเองนั้นได้อยู่ตรงจุดกึ่งกลางของลานประลองที่ถูกจัดไว้โดยกว้างขวาง  อัฒจันทร์ที่ตอนแรกวางเรียงราบเป็นแนวหน้ากระดาน  ตอนนี้รายล้อมตัวของพวกเขาเป็นแนววงกลม   เหมือนกับต้องการให้ชมการประลองได้อย่างถนัดถนี่

 

“อย่าบอกนะว่ารอบสุดท้ายนี้มัน”ฮยอกแจพูดเสียงหวาด

 

“ต่อสู้”ดงเฮบอกอย่างหวาดหวั่นกับอนาคตข้างหน้าไม่แพ้กัน

 

 

ไม่นานนักนักเรียนทั้งหมดของหอต่างๆก็มานั่งประจำตำแหน่งของตัวเอง  ผู้ที่ตกรอบไปในคราวที่แล้วๆมาก็นั่งประจำบนอัฒจันทร์เพื่อคอยเชียร์ผู้ประลองในรอบสุดท้ายนี้  ทั้งสามคนกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดเฝื่อน  นี่พวกเขาต้องต่อสู้หรือนี่  มนต์เมินอะไรก็ยังไม่ค่อยรู้เลยด้วยซ้ำ  สู้ไปมีหวังเจ็บลูกเดียว

 

“ขอต้อนรับทุกคนเข้าสู่การแขงขันรอบสุดท้ายครับ”

อีทึกและโอนยู  สองพีกรพูดขึ้นพร้อมกัน  พร้อมกับผู้เข้าแข่งขันที่ผ่านเข้ารอบในครั้งที่แล้ว  ทั้งหมดเดินออกมายังที่ๆสามเคะยืนอยู่ก่อนแล้ว  นั่นก็คือใจกลางลานประลองด้วยสายตาที่ดูจะมุ่งมั่นไม่แพ้กัน  ยกเว้นก็แต่คิบอมและคยูฮยอน  อ่อ..พี่ฮันคยองอีกคน  คนนี้มาด้วยสีหน้าที่ลนลานเหมือนกับมองหาใครซักคนอยู่อย่างนั้นแหละ

 

“แหม  ตื่นเต้นรึไงมาก่อนใครเลยนะยัยกระต่าย” ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าใครใช่มั้ย  คยูฮยอนพูดยียวนซองมินด้วยสีหน้าขี้เล่นเช่นเดิม  แต่กระต่ายน้อยไม่ตอบ  ก็ในเวลาแบบนี้น่ะไม่มีอารมณ์จะมานั่งเถียงใครหรอก

 

 

“ครับ  ทุกท่านคงจะทราบแล้วว่าการแข่งขันครั้งนี้คืออะไร  ดูได้จากแท่นอัฒจันทร์ที่อาจารย์ประจำหอได้เตรียมไว้ให้  และลานประลองที่ยิ่งใหญ่แห่งนี้”โอนยูพูด

 

“การแข่งขันในครั้งนี้แบ่งเป็นสองรอบด้วยกัน  รอบนี้เราจะคัดเลือกกันก่อน  ผู้ชนะจะแข่งขันรอบที่สอง  ผู้ที่ยืนอยู่บนลานประลองคนสุดท้าย  คนนั้นคือผู้ชนะในครั้งนี้  และหอนั้นก็จะได้รับคฑาศักดิ์สิทธ์ไปประจำไว้ที่หอด้วยครับ” อีทึกเสริมต่อ

 

“ไม่มีใครสามารถรู้ได้ว่าคู่ประลองของตัวเองคือใครจนกว่าผมจะประกาศนะครับ  เพราะฉะนั้นไม่ต้องคิดจะตัดกำลังคู่แข่งของตัวเอง”

 

“วันนี้เราได้รับเกียรติจากอาจารย์ใหญ่เฟเดอร์ บราวน์ของเรามาร่วมชมด้วยครับ  อีกทั้งอาจารย์ผู้สอนทุกคน  ขอให้ชมให้สนุกนะครับทุกท่าน”

 

“การประลองในชื่อว่า สู้ตายค่า! รอบแรก  เริ่มได้ ณ บัดนี้ครับ”อีทึกประกาศก้อง

 

“คู่แรก อื้อฮือ สนุกแน่ๆครับงานนี้ เค้าคนนี้ตัวสูงมากๆครับ  มาจากจีนด้วย  นั่นก็คือ โจวมี่แห่งหอ resolutely เจอกับ ชินดงผู้มากไปด้วยไขมันและกำลังกาย  แห่งหอ Tricky ครับ”

 

ชายหนุ่มร่างสูงและชายหนุ่มร่างอ้วนเดินออกมาพร้อมกันที่ลานประลองตรงกลาง  ดูท่าว่าโจวมี่คนนี้จะมีดีไม่น้อยเหมือนกัน  ท่าทางที่ตรงตามแบบฉบับสโลแกนของหอเด๊ะๆแบบนั้นดูน่าเชื่อถือ  แต่ชินดงเองก็ดูน่ากลัวไม่น้อย  พละกำลังที่เขามีนั้นกับโจวมี่เทียบไม่ได้เลยด้วยซ้ำ

 

“เอาล่ะ เริ่มได้”

 

 

ทั้งสองไม่รอช้าวิ่งเข้าหากันอย่างรุนแรง  โจวมี่แค่หยิบยกคฑาขึ้นมาใช้เพื่อร่ายมนต์  ในขณะที่ชินดงแค่วิ่งออกไปด้วยตัวเปล่าๆ 

 

เร็วมาก...ชินดงคนนั้นรวดเร็วไม่สมกับน้ำหนักตัวของตัวเองเลยซักนิด  ในพริบตาก็สามารถเข้าไปอยู่ข้างหลังโจวมี่ได้สำเร็จ  การต่อสู้ดำเนินไปเพียงไม่นาน  และผู้ชนะก็คือ

 

“ชิน ดงฮี แห่ง Tricky ชนะครับ ไปพักรอแข่งรอบต่อไปได้เลยครับ”

 

“โอ้โห ถึงจะดูท่าทางแบบนั้นแต่เร็วและคล่องตัวอย่างไม่น่าเชื่อเลยนะครับเนี่ย”โอนยูเอ่ยชมไล่หลัง ไม่นานก็ประกาศคู่ต่อไปให้ได้รู้กัน

 

“ลี ฮยอกแจ แห่ง haughty เจอกับ คิม ฮีชอล แห่ง resolutely ครับ  เชิญออกมาเลยครับ”

 

“ห๊ะ? ชั้นเหรอ  เจอตั้งแต่คนแรกๆเลยชั้น  จะรอดมั้ยเนี่ย  ฮือๆTT^TT  ซองมิน ดงเฮช่วยชั้นด้วย  บอกเค้าทีชั้นบาดเจ็บลงแข่งไม่ได้”

 

ฮยอกแจอิดออดที่จะลงไป  ก็เค้าไม่ได้เต็มใจจะลงแข่งนี่นา  เวทย์มนต์อะไรก็ไม่รู้ซักบท  วิชาป้องกันตัวอะไรก็ไม่เคยได้ตั้งใจฟังจริงๆจังๆซักที  รู้งี้น่าจะตั้งใจเรียนต้องแต่แรกก็ดีหรอก  ฮือๆ

 

“ลงมาได้แล้ว  นี่เธอจะอิดออดไปถึงไหน ห๊ะ!”เสียงแหลมเล็กของฮีชอลตวาดมาทางฮยอกแจ  ตัวเขาเองก็ไม่ได้อยากจะแข่งหรอกนะแต่ว่าตัวเขาเองก็ไม่ชอบให้ใครมาตวาดใส่แบบนี้เหมือนกันล่ะน่า

 

“เมื่อไหร่จะลงห๊ะ  ถ้ากลัวมากก็ถอนตัวไปเลยซี่”

 

“ไม่มีทาง  ชั้นไปแน่  เตรียมตัวให้ดีเถอะ”ฮยอกแจตวาดกลับ  ไม่รู้ล่ะ มาดูถูกกันอย่างนี้  จะเก่งไม่เก่งก็ลุยให้มันตายกันไปข้างนึงเลยละกัน

 

พอลงมาถึงก็ต้องเจอกับคำพูดจิกกัดสารพัดที่ฮีชอลสรรหามาพูด  ฮยอกแจพยายามข่มอารมณ์ไว้เพราะต่อหน้าสาธรารณชนแบบนี้ก็จำเป็นที่จะต้องไว้ตัวหน่อย

 

“ชั้นจะเอาจริงล่ะนะ”ฮีชอลบอก

 

“ก็เอาสิ  ชั้นก็ไม่ได้ห้ามเธอนี่”

 

“แล้วเธอจะเสียใจ  ที่มาท้าคนอย่างชั้น”

 

“ไม่มีทาง คนอย่างชั้นก็ไม่เคยกลัวเธอเหมือนกัน”

 

“นี่เธอ! กล้าดียังไงมาพูดกับชั้นแบบนี้!!

 

“ก็กล้าดีอย่างนี้แหละ ทำไม? ใหญ่นักรึไง ห๊า!

 

“ใหญ่ไม่ใหญ่  ชั้นก็ใหญ่กว่าเธอล่ะกัน เฮอะ!

 

…………อะไรที่ว่าใหญ่ครับคุณรองฮีชอลของผม  ซีวอนคิดอย่างระอา

 

ฮีชอลพูดจีบปากจีบคอจิกฮยอกแจ  สายตาเหยียดนิดๆถูกส่งไปให้คู่ประลอง  หางตาพินิจพิจารณารูปร่างของคู่แข่งตรงหน้าอย่างเหนือกว่า  แค่นี้ก็เรียกอารมณ์เดือดดาลให้ฮยอกแจได้ไม่ยากแล้ว

 

“มองอะไร  เอ้า ไหนบอกจะเอาจริงไง  ไม่เห็นลงมืออะไรเลยหนิ”

 

“เธอได้สมใจแน่”

 

“หึ ..จะรอดู”

 

ปากก็พล่อยพูดไปแบบนั้น  ในใจนี่สิตุ้มๆต่อมๆอย่างบอกไม่ถูก ฮยอกแจนะฮยอกแจไปปากดีพูดแบบนั้นทำไม  รู้ทั้งรู้ว่าสู้ไม่ดี  ไอ้ปากเจ้ากรรมก็เหลือเกินกล้าดีไปท้าเค้าซะได้  แต่จะทำยังไงได้ยัยปากเสียนี่กัดเราก่อนนะ

 

ฮีชอลไม่รอช้ารีบหยิบดาบเวทย์ที่ตนถือมาตั้งแต่เข้ามี่ลานประลองขึ้นมา  มือบางกระชับด้ามดาบแน่น  ดาบที่กวัดแกว่งราวกับเสียงดนตรีที่บรรเลงโดยนักดนตรีชื่อดัง  วิถีของมันเป็นอะไรที่งดงามน่าดู  จนบางทีอาจลืมถึงความปลอดภัยชีวิตของตัวเอง  เหมือนกับฮยอกแจในตอนนี้

 

“ว๊ากกก  ไม่เอาๆ  ขอเวลานอก”

 

“อะไร เมื่อกี้ยังพูดจ๋อยๆๆ อยู่เลยนี่  ทีอย่างนี้ทำมาเป็นกลัว”

 

“ไม่ได้กลัวนะ”

 

“เหอะ ก็ดูกันต่อไป  หยิบขึ้นมาสิไอ้คฑาที่อยู่ในมือน่ะ”

 

ฮีชอลเอาปลายดาบคนปลาบชี้มาที่มือของฮยอกแจที่ตอนนี้มันมีด้ามคฑาเวทย์ยาวอยู่ในมือ....อ่ะ...อะไรนะ   มันมาเมื่อไหร่วะ  เมื่อกี้ก็ยังไม่มีนี่นา 

 

“หา? ไอ้นี่มันไม่ใช่ของชั้นอ่ะ  ของนายรึเปล่า”

 

“อย่ามาเล่นลิ้น  รีบๆลงมือ”

 

ไอ้อยากลงมือน่ะมันก็อยากใจจะขาด  แต่ลงมือไม่เป็นทำอะไรไม่ได้น่ะสิเรื่องใหญ่แห่งศตวรรษเลย  แล้วไอ้คฑานี่มาได้ไง  งง...

 

หรือว่า?....พี่ฮันคยองรึเปล่า  เค้าต้องการจะช่วยเรารึเปล่านะเลยเอามันมาให้   แต่ปกติพี่เค้าไม่ใช่คนแบบนี้นี่นา  สู้ก็แบบแฟร์ไม่มีการอ่อยหรือโกงให้   ถ้าอย่างนั้น...ไอ้นี่มันมาได้ไง

 

“นี่เธอ! ตกลงจะไม่ลงมือใช่มั้ย”

 

การต่อสู้ดูจะไม่เป็นการต่อสู้ซะแล้วสิ  มันเหมือนการต่อปากต่อคำ  ใช้ฝีปากในการต่อสู้กันมากกว่า   เรียกได้ว่าสงครามน้ำลายก็คงได้ก็ตั้งแต่มานี่ยังไม่ได้ฟันกันซักฉะหรือแทงกันซักดอกเลย

 

“เธอรู้ใช่มั้ยว่าคฑายังไงก็ต้องชนะดาบ” นี่ไม่ได้แกล้งท้านะ  ถามจากใจจริงช่วยตอบทีเท้อแม่คุณ

 

“ไม่รู้  รู้แค่ชั้นจะชนะเธอ”

 

“อ๋อเหรอ  จริงๆแล้วเธอก็ไม่ฉลาดนะเนี่ย  ไม่รู้อะไรซักอย่าง”

 

น่าน! ยิ่งพูดเชื้อเพลิงยิ่งประทุมากขึ้นไปใหญ่น่ะสิ  จะพูดให้มันได้พระแสงอะไรขึ้นมา  รังแต่จะได้ดาบมากินฟรีๆซะมากกว่า

 

“ก็ร่ายคาถาเซ่ยัยบ้า  ที่เรียนๆมาน่ะมันเข้าหัวบ้างมั้ย”

 

“ไม่เลย”

 

“ไม่ต้องการคำตอบย่ะ”

 

“ก็ชั้นอยากตอบ”

 

“คาถาเบื้องต้นอย่าง คิลเทอร์ราคัส ก็ไม่รู้รึไง”เสียงแหลมเล็กบ่นอย่างอารมณ์เสีย  แต่นี่แหละเข้าทางฮยอกแจเลย...หึๆ

 

“ชั้นไม่รู้หรอก ว่าไอ้คิลอะไรนี่มันใช้ทำอะไร”

 

“มันเอาไว้ใช้โจมตีนะเซ่  แค่นี้ก็ไม่รู้เรื่อง”

 

“อ๋อ งั้นก็ คิลเทอร์ราคัส!!!

 

เสียงใสกังวานของฮยอกแจดังไปทั่วทุกอาณาบริเวณ  คาถาง่ายๆที่ถูกร่ายส่งทอดไปยังคทา  ส่งผลกระทบให้กับฮีชอลที่ไม่ได้ตั้งตัวอย่างจัง  เสียงกระดูกดังกร๊อบแกร๊บให้ได้ยินได้ฟังตอนนี้ดูน่าสยดสยองยิ่งนัก

 

คาถาง่ายๆที่ถูกหยิบยกขึ้นมาใช้  ปกติแล้วอานุภาพของมันไม่ถึงขนาดนี้หรอก  แต่นี่ฮยอกแจเล่นซะกระดูกฮีชอลหักเลย  แสดงว่าพลังเวทย์ในตัวของผู้ร่ายจะต้องมีมากทีเดียว

 

“นี่เธอ! ทำชั้นแสบมากนะ”

 

“ข..ขอโทษนะ  เจ็บมากรึเปล่า” นี่เป็นห่วงจริงๆนะ  ก็อยากบอกคาถาแรงๆมาทำไมล่ะ

 

เฟ้นซ์ซิโน!!!

 

เสียงแหลมของฮีชอลพูดเพียงแค่นั้น  ดาบเล่มงามเข้าโรมรันคู่ต่อสู้อย่างไม่ปรานี   แต่น่าแปลกที่ฮยอกแจกลับหลบได้อย่างคล่องแคล่วเหมือนกับมีใครร่ายเวทย์บังคับร่างกายให้อย่างนั้นแหละ

 

.....เออ เนอะ  ก็ดีเหมือนกัน  มีคนคอยช่วยตลอดทั้งการแข่ง  แต่ว่าใครช่วยวะเนี่ย

 

“ยอมรับไม่ได้  นี่เธอทำชั้นซะแสบ  แต่ตัวเองกลับหลบได้เนี่ยนะ”

 

“หือ?  อ้อ...ก็คนมันแบบว่า...เก่งไง” .....โชคช่วย&มีคนช่วยต่างหากฮยอกเอ๊ย

 

“เดี๋ยวก็ได้รู้กัน”

 

“ใช่....ได้รู้แน่”รู้ว่าชั้นมันห่วยน่ะสิ  ยัยบ้า

 

restraint one's mind” ควบคุมจิตใจ

 

เสียงแผ่วเบาของฮีชอลเอื้อนเอ่ยออกมาอย่างวังเวง  ฉับพลันสติของฮยอกแจก็ดับวูบลง   นี่มันอะไรกันอีกเนี่ย  โดนเวทย์อีกแล้วเหรอ  เมื่อวานไม่พอรึไง   จะให้ชั้นจมอยู่กับความเศร้าโศกไปนานอีกเท่าไหร่กัน

 

“ชั้นจะคอยมองดูความทรงจำของเธออยู่ตรงนี้เอง”

 

สถานที่อันสิ้นหวัง....ไม่เคยมีใครก้าวเข้ามาในนี้ได้เลยนอกจากเขาและพี่ฮันคยองผู้เป็นคนรัก  สถานที่อันศักดิ์สิทธิ์ภายในใจที่ฮยอกแจไม่มีทางลืมเลือน  สถานที่ที่มีชื่อว่า  4 เมษายน สายฝนแห่งความทรงจำ  น้ำตาที่ไหลราวกับห่าฝน  มีเพียงคนๆเดียวที่สามารถปลอบประโลมเค้าได้  นั่นก็คือคนรักของเขา

 

ในที่แบบนี้จะมีใครช่วยเราได้นะนอกจากพี่เค้า  แต่คนอย่างพี่เค้าไม่มีทางยอมช่วยเราแน่  เค้ารักความยุติธรรมจะตายไป   ไม่มีทางยื่นมือมาเด็ดขาด

 

คงต้องอยู่ในนี้ไปอีกนานทีเดียว  เหตุการณ์ที่กำลังเจอเมื่อครู่คงลงท้ายด้วยเค้าแพ้สินะ  ก็แน่ล่ะ  ดูก็รู้แล้วว่าไม่มีทางชนะคิม  ฮีชอลคนนั้นได้  ท่าทางของเจ๊แกเหมือนราชินีจะตายไป 

 

“คุณฮยอกแจ  ลืมตาขึ้นมาสิครับ”

 

.....เสียงใคร

 

“ลืมตาเถอะครับ   คุณต้องทำได้นะ”

 

.......ลืมตาเหรอ  นี่ชั้นก็ลืมตาอยู่ไม่ใช่รึไง

 

“ออกมาให้ได้นะครับ  จากห้วงจิตใจของคุณเอง   ผมจะคอยช่วย”

 

 

 

 

ฮยอกแจลืมตาตื่นขึ้นมาภายในอ้อมกอดของฮันคยอง   ใบหน่าเนียนใสซุกทีแผงอกอุ่นๆของใครอีกคนอย่างโล่งใจ

 

“มันจบแล้วใช่มั้ย”

 

“อืม”

 

“ดีจัง”

 

ฮยอกแจหลับตาลงไปอีก  เค้าอยากจะรู้จริงๆว่าคนที่ช่วยเค้านั่นเป็นฮันคยองหรือเปล่า   ใครกันนะ  ใครอีกคน....ที่สามารถเข้ามาในห้วงจิตใจของเค้าได้เหมือนกัน

 

“มันจบแล้วครับ   นอนนะครับคุณฮยอกแจ”

 

…..เสียงนี้มัน   ฮยอกแจสะดุ้งเฮือก   ปัดป้องอ้อมกอดของคนรักออกอย่างรวดเร็ว  เสียงของคนๆนั้นนี่  เขารีบตามหาต้นเสียงที่สุด

 

....อยู่ไหนนะ

 

.........จะต้องขอบคุณให้ได้เลย

 

 

 

“อ๊ะ! คุณ   ใช่คุณรึเปล่า”

 

“ครับ?”เสียงนี้แหละ  ใช่เลย

 

“ขอบคุณมากนะฮะที่ช่วยผม”ฮยอกแจโค้งขอบคุณ

 

“เอ๋?  คุณรู้เหรอเนี่ย  ผมว่าจะแอบช่วยซักหน่อย”

 

“ฮะ  ผมจำเสียงคุณได้  คุณเป็นอีกคนที่สามารถเข้ามาได้ครับ  ผมทั้งตื่นเต้นและตกใจเลยล่ะ”

 

“ผมเองก็อยากอยู่ในนั้นนานๆนะ  อดีตของคุณมันเศร้าเหลือเกิน”

 

“ไม่ขนาดนั้นหรอก.....ฮื่อ  ก็คงงั้นมั้ง”คำตอบที่ขัดกันในตัวทำให้คนตรงหน้าหลุดหัวเราะออกมา

 

“ฮะๆ  ยังไงก็รักษาไว้ให้ดีๆละกันนะครับ  แสงสว่างของคุณน่ะ”

 

“อื้อ  จะรักษาอย่างดีเลย  ว่าแต่ทำไมถึงช่วยผมล่ะ?”

 

“เพราะว่า.....อืม  ผมว่าคุณกลับไปหาคุณฮันคยองดีกว่านะ  เค้ามองมาที่ผมอย่างกับจะกินผมแหน่ะ”

 

“หืม?  ครับ  งั้นคุณชื่ออะไร  ผมจะได้ตอบแทนคุณวันหลัง”

ฮยอกแจถามเสียงใส  บทสนทนาทั้งหมดนี่อยู่ในสายตาของฮันคยองแทบทุกคำ  ความหึงหวงอาจจะหลอกลวงตาเขาเองให้มองบทสนทนาธรรมดาๆนี่  กลายเป็นบทสนทนาสุดหวานแหววก็เป็นได้

 

“ผมชื่อ  ชเว  ซีวอนครับ”

 

“ผม  ลี  ฮยอกแจนะ  โชคดีนะฮะ  แล้วก็ขอบคุณมากๆด้วย” ฮยอกแจยิ้มร่าพลางจับมือเขย่าๆขอบคุณซวอนอย่างแรง   แต่ในสายตาของคนอีกคนที่มองมา  นั่นคือการผปล่อยเนื้อปล่อยตัวชัดๆ

 

“ครับ  ไม่เป็นไร”

 

 

..............................................................................................................................

 

 

การแข่งขันต่อไปเป็นของอีทึกและคังอิน  เจ้าหมีตัวใหญ่ผู้แสนใจดีต่อสู้กับนางฟ้าที่มีดีกรีระดับเทพ  ผลการตัดสินจึงออกมาเป็นอีทึกชนะไปแบบสบายๆ  หรือว่าคังอินกับอีทึกแอบมีซัมทิงอะไรกันรึเปล่า   เพราะการต่อสู้ไม่ได้มีอะไรมากนอกจากการเอาดาบกับคทาออกมาแกว่งๆพอเป็นพิธีแล้วก็จบไปอย่างง่ายๆ

 

การแข่งของซองมินและเรียวอุคก็จบไปแบบง่ายๆ  ที่เสมอกัน  สองคนนี้จบลงด้วยความเป็นเพื่อนมากกว่าศัตรู   ยิ่งสู้ไปยิ่งรู้สึกถูกใจอีกฝ่าย  เราคงเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันได้แน่ๆ

 

การต่อสู้ของอีกคู่ที่เรียกเสียงฮามากกว่าเรียกเสียงเชียร์เป็นของเยซองและมินโฮ   สองคนนี้ต่างมอบฉายาใหม่ให้ซึ่งกันและกัน   เยซองเป็นเต่า   มินโฮเป็นกบ  บทสนทนาที่ฮาๆและทุกส่วนของซีรีบรัมและซีรีเบรัมของผู้ชมทุกคนต่างจำได้ดีเลยก็คือ

 

“เข้ามาซักทีดิไอ้กบ  ยืนทำเป็นกบอยู่ได้”

 

“เออ  ไปแน่ไอ้หน้าเต่า”

 

“หน้าแกมันกบว่ะ  กลับไปหนองน้ำไป๊”

 

“โทษทีว่ะ  พอดีชั้นอบู่บ้านไม่ได้อยู่รูเหมือนแก   อ้อ ที่สำคัฐแล้วชั้นไม่มีทางใช้เวทย์กับนายแน่”

 

“ดูถูกกันเรอะ”

 

“ก็ยังดีกว่าดูผิดล่ะน่า  ชั้นเป็นแค่นักรบ  ไม่ใช่พ่อมดอะไรนั่น  เป็นนักรบที่มีสายเลือดบูชิโดอยู่ในตัว   เพราะฉะนั้นชั้นตั้งสัตยาบันเอาไว้แล้ว   ว่าไม่มีทางแพ้นายว่ะ  ไอ้เต่า”

 

“เออ  เหมือนกันนั่นแหละ”




................................................................40%...................................................

.........ต่อจ้า

 

คู่นั้นคู่นี้ต่างก็แข่งจบกันไปตามระเบียบ  จะมีก็แต่ซีวอน ฮันคยอง คยูฮยอน คิบอม และดงเฮ  ที่นั่งอยู่นานแล้วแต่ไม่ยักกะได้ลงแข่งซักที

 

“ยิ่งอยู่นานยิ่งรู้สึกว่ามีแต่คนเก่งๆอ่ะ” ดงเฮบ่น

 

ไม่นานเกินคำบ่นของดงเฮ  เสียงประกาศรายชื่อถัดไป  เป็นชื่อของเขาและคู่แข่งอีกคน  ดงเฮเดินออกมาอย่างเบื่อหน่ายและเกร็งๆไปพร้อมกัน

 

“ลี ดงเฮ และ เฮนรี่ มาที่ตรงกลางหน่อยครับ” อีทึกที่สู้เสร็จแล้ว  ก็กลับไปทำหน้าที่ของตัวเองต่อประกาศ

 

“การประลอง เริ่มได้!

 

“บอกกันตรงๆเลยว่า ชั้นสู้ไม่ไหวนะ” ดงเฮบอก

 

“ฮะ? ครับ  สู้ไม่ไหวหมายความว่าไง”

 

“ชั้นน่ะเป็นโรคร้ายบางอย่างล่ะ”

 

“ฮะ?”

 

“ชั้นจะตื่นเต้นมากๆเวลาอยู่ในที่ๆคนเยอะ” ดงเฮตอบออกไปอย่างหน้าใสซื้อใสซื่อ (ไม่ได้เฟคนะ คึคึ)

 

“งั้นก็  ลองไปตรวจเช็คซักหน่อยมั้ยครับ”เฮนรี่ตัวน้อยๆก็ไม่ได้รู้สึกรู้สาอะไรเลยว่ากำลังโดนหลอกอยู่         

คิบอมที่แอบใช้เวทย์แอบฟังได้ยินแล้วถึงกลับลอบยิ้ม  นี่ดงเฮของเขาเจ้าเล่ห์ได้น่ารักขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย

 

“ตอนนี้แค่ยืนชั้นก็ไม่ไหวแล้วล่ะ”

 

“เอ่อ  งั้น?  จะให้ผมทำยังไง”

 

“นายชนะไปเลยเฮนรี่  ทำเป็นสู้กับชั้นก็ได้  แต่ไม่เอาแรงนะ  แค่การแสดงแบบทีเดียวจอดน่ะ”

 

“ไม่ได้ครับ  อย่างนั้นเค้าเรียกว่าขี้โกง”

 

“ไม่ใช่ขี้โกง  เค้าเรียกว่ากลยุทธในการเอาชนะ”ดงเฮบอกหน้าซื่อ

 

“งั้น...ผมต้องทำยังไง”

 

“มานี่สิ”ดงเฮกวักมือเรียก

 

“ครับ” อีกคนก็เข้าไปหาแต่โดยดีอย่างว่าง่าย

 

“ใกล้อีก” คิบอมชักจะนั่งไม่ติดที่ซะแล้วตอนนี้  มันใกล้เกินไปแล้วนะดงเฮ

 

“ใกล้กว่านี้...อีกเหรอครับ”

 

“ใช่” จุดประสงค์ของดงเฮไม่ใช่ให้เฮนรี่เข้ามาใกล้จริงๆหรอก  เขาแค่อยากจะให้ดาบในมือเฮนรี่เข้ามาใกล้เขาอีกนิด

 

“โอ๊ะ!!!!

 

ดงเฮแกล้งล้มลงไปนั่งตัวงอ  แสร้งทำเป็นเหมือนคนถูกแทงยังไงยังงั้น  มือเล็กก็แอบแกะอะไรยิกๆ โดยไม่ให้คนอื่นรู้  แต่ก็ไม่ใช่อะไร   เลือดปลอมสีแดงฉานที่นั่งทำเองกับมือปรากฏสู่สายตาชาวประชาให้ได้เห็น

 

“คุณดงเฮ  ผมยังไม่ได้..”

 

“ชู่ว์  ขอโทษนะ”

 

“ครับ  จบการแข่งขันของคู่นี้  เฮนรี่ชนะครับ  แหมว่าแต่เล่นแรงได้อีกนะครับ....ดงเฮ”อีทึกพูด  กลง่ายๆแค่นี้มีหรือคนอย่างเขาจะอ่านมันไม่ออก

 

“เพื่อไม่ให้เสียเวลา  คู่ต่อไป โอ้ววว  หัวหน้าหอปะทะหัวหน้าหอครับ  ชเว ซีวอน ปะทะ ฮันคยอง”

 

“การแข่งนี้จะต้องน่ากลัวมากแน่ๆ”คิบอมสบถ

 

“นี่หัวหน้า  ทำให้ดีๆล่ะ  ถ้าแพ้กลับมาชั้นฆ่านายแน่”ฮีชอลพูด

 

“รอดูอยู่เฉยๆเถอะ”

 

 

 

 

การประลองเริ่มได้เพียงครู่  แต่บรรยากาศของคู่นี้แตกต่างไปจากคู่อื่นเล็กน้อย  ไม่ได้เริ่มต้นโต่เถียงกันด้วยวาจาเหมือนฮีชอลและฮยอกแจ  และก็ไม่ได้เอาจริงสู้เลยแบบฉะๆชินดงและโจวหมี่

 

“นายเป็นอะไรไป  ถ้าไม่เข้ามา ชั้นจะเข้าไปล่ะนะ”ซีวอนบอก

 

“เชิญ”ฮันคยองตอบสั้นๆ

 

“หรือว่าคิดเรื่องที่ชั้นช่วยคุณฮยอกแจ”

 

“ใช่”คำตอบตรงๆทำเอาซีวอนถึงกับสะอึก  หึๆ  ดูท่าคงยั่วโมโหฮันคยองได้ดีเลยล่ะมั้งเรื่องนี้น่ะ

 

“นายจะคิดมากไปทำไม  เค้าเป็นคนรักของนายนะ”

 

“ชั้นไม่ได้ไม่ไว้ใจอึนฮยอก  แต่ชั้นไม่ไว้ใจนาย”

 

“คุณฮันคยองผู้แสนรอบคอบและเป็นผู้ใหญ่  เจอกับเรื่องของความรักเข้าก็กลายเป็นเด็กโยเยได้เหมือนกันเหรอเนี่ย” 

 

สบถออกนอกใจไปหน่อย  ฮันคยองถึงกลับมีสายตาที่แข็งกร้าวขึ้นกว่าเดิม  มีแค่เรื่องนี้เท่านั้นที่จะยอมให้กับใครไม่ได้ 

 

“ใช่  นายช่วยฮยอกแจ  มีจุดประสงค์อะไร”

 

“เปล่านี่ครับ  ผมแค่อยากช่วยเท่านั้นจริงๆนะ”

 

“ให้มันจริงเถอะ”

 

“จริงสิ  คุณก็รู้นะ  ฮีชอลน่ะโหดจะตาย  ถ้าสู้จริงๆล่ะก็คุณฮยอกแจไม่รอดแน่”

 

พูดไม่ทันจบคำดี  ฮันคยองวิ่งเข้าหาซีวอนอย่างรวดเร็ว  กระบี่บางในมือกระชับแน่น  ลวดลายแห่งดาบที่ถูกวาดขึ้นโดยหัวหน้าหอ haughty ท่วงท่าแห่งการร่ายรำตามแบบศิลปะของจีน  เนิ่นช้าแต่คมกริบ  ปลายกระบี่กระหวัดไปโดนเสี้ยวหน้าของซีวอนเพียงเล็กน้อยเป็นเชิงกล่าวเตือนให้เตรียมตัวต่อสู้

 

“คุณไม่เชื่อหรือไง”

 

“ไม่  การกระทำที่ไม่หวังผล  มันไม่มีจริง”

 

ท่วงทำนองการร่ายรำยังคงดำเนินต่อไป  สู้กันได้อย่างงดงามอย่างกับผู้หญิง  แต่แฝงไว้ด้วยความดุดันแบบผู้ชาย  ซีวอนเองเมื่อถูกรุกมาก็จำเป็นต้องเป็นฝ่ายรับไป    เขาใช้เพียงหอกด้ามยาวที่ถนัด  และตรงมีดปลายหอกนั้นแท้จริงแล้วเป็นคทาของพ่อมด

 

รัชช์แคชเชอร์

 

สิ้นเสียงของซีวอน  หอกด้ามยาวของเขาก็พุ่งเข้าไปที่ฮันคยอง  แม้กระบี่จะปัดป้องได้ดี  แต่นี่คือเวทย์มนต์ของซีวอน  มันจะไม่หยุดจนกระทั่งซีวอนหยุดร่ายมนต์

 

“รีเฟคเตอ คอนโรอัซซ์”กระบี่ของฮันคยองเองก็ถูกสร้างมาพิเศษเช่นเดียวกัน  เมื่อปักมันลงที่พื้นแล้วร่ายมนต์  มันก็จะกลับเป็นคทาได้อย่างน่าอัศจรรย์

 

เมื่อฮันคยองร่าย  หอกของซีวอนก็ถูกดีดตัวกลับไปอย่างแรง  อาวุธของหัวหน้าหออีกคนตกลงกับพื้นอย่างไร้ความหมาย  มนต์นั้นคือการสะท้อนกลับและลดอำนาจของอาวุธลง  นี่มันหลักสูตรของรุ่นพี่ชัดๆ       นี่ฮันคยองเรียนไปเร็วถึงขนาดนี้เลยเหรอ

 

“คุณหัวไวมากเลยนะเนี่ย  ไอ้เมื่อกี้มันของรุ่นพี่นี่นา”

 

“ขอบคุณที่ชม  แต่ชั้นรู้ว่านายเองก็ใช้มันเป็น”ฮันคยองตอบเสียงเรียบ

 

“คุณเก่ง”

 

“เรามาจบการแข่งนี้กันเถอะ”

 

“ได้”

 

คนแข่งก็แข่งไปโดยที่ไม่ได้สนใจเสียงเชียร์ของใครอีกคนที่อยู่บนอัฒจันทร์เลย ฮยอกแจตะโกนแหกปากเป็นร้อยๆรอบว่า”พี่ฮันสู้ๆ”

 

แต่หูเจ้ากรรมของฮันคยองกลับไม่ได้ยิน  เห็นแต่ฮยอกแจกระโดดเหย็งๆเชียร์ใครซักคน  เขาอ่านปากไม่ออก  ในหัวคิดแค่ว่าฮยอกแจอาจจะเชียร์คนที่ช่วยตอนการแข่งขัน  ซึ่งไม่ใช่เขา  แต่เป็นอีกคนที่อยู่ตรงนี้

 

ก็นี่มันเป็นแผนแอบชั่วของซีวอนอีกอย่างนี่นะ  ทำให้หูของฮันคยองไม่ได้ยินซะ  ดูจะเป็นการยั่วอารมณ์ได้ดีทีเดียว  แต่เขาเองนี่สิกลับได้ยินฮีชอลตะโกนเชียร์ฮันคยองปาวๆ  นี่อยู่คนละหอกันยังจะเชียร์กันอีกนะ  หัวหน้าหอตัวเองอยู่ตรงนี้กลับไม่เชียร์

 

“ดูคุณฮยอกแจสิ  เขากำลังเชียร์ใครกันนะ”ซีวอนถามเสียงใส

 

“ไม่รู้สิ”

 

“โอเค ถ้าอยากจะจบมันนักผมก็จะรีบทำครับ”

 

 

“ฮันคยองสู้เค้านะ เหยียบไอ้ซิมซีวอนให้แบนไปเลย”เสียงของฮีชอลดังอยู่เต็มโสตประสาทของคนที่ถูกกล่าวอ้าง   นี่ถ้าหากเป็นคนอื่นทาสู้กับเขา อยากรู้จริงๆว่าฮีชอลจะเชียร์ใคร

 

คนที่ได้ยินกลับไม่ใช่แค่ฮันคยองหรือซีวอน  แต่คือฮยอกแจด้วยนั่นเอง  สายตาตวัดกลับไปยังต้นเสียงที่พูดอย่างขึงขัง  เขาจะไม่โกรธเลย  ถ้าคนที่เชียร์พี่ฮันของเค้าคือคนอื่น  แต่นี่คือยัยเจ๊โหดนั่น  ยอมไม่ได้เด้ดขาด!

 

“หรือว่า?  เขาสองคนจะรู้จักกัน”ฮยอกแจคิด

 

“เมื่อก่อนพี่ฮันก็อย่างที่รู้ๆกันว่าเป็นยังไง”

 

“ยัยเจ๊นั่นอาจจะเป็นอดีตของพีเค้าก็ได้”

 

“แบบนี้ยิ่งยอมไม่ได้”

 

“เอ๊ะ? หรือเจ๊นั่นจะชอบพี่ฮัน”

 

“ยัยบ้าเอ๊ย!!!

 

เสียงพึมพำพูดอยู่คนเดียวของฮยอกแจดังงุ้งงิ้ง   จนเพื่อนอย่างซองมินชักจะรำคาญในความคิดมากของเพื่อนตัวเอง

 

“อย่าคิดอะไรไกลไปก่อนที่จะรู้ความจริงสิฮยอกแจ” ซองมินเตือน

 

“ชั้นไม่ได้คิดไปไกลหรอกซองมิน”

 

“ใช่  ฮยอกแจไม่ได้คิดไปไกลซักหน่อย”ดงเฮพูดขึ้นมาบ้าง  ซองมินถึงกับหน้าหงิกไปทันตา

 

“เห็นมั้ยล่ะ  ดงเฮก็เห็นด้วย”

 

“แต่คิดไปไกลมาก  มากกว่า”ดงเฮพูดหน้าเซ็ง

 

“โธ่ ดงเฮนี่ก็”

 

“นายอย่าคิดอะไรไปเลยเถิดเลยน่า  ปกตินายไม่เคยคิดอะไรแต่พอเป็นเรื่องแบบนี้  นายกลับโวยวายจะเป็นจะตายทุกที”ดงเฮพูด

 

“ก็แหม”

 

“แหมอะไร”ซองมินถาม

 

“อ่ะๆ  จะไม่คิดแล้ว  ตอนนี้จะเชียร์ๆๆๆๆ”

 

“นั่นแหละ  สิ่งที่ชั้นต้องการ”ดงเฮคิด

 

กระบี่หนึ่ง  หอกหนึ่ง  ต่อสู้กันแบบฉวัดเฉวียนอยูกลางลานประลอง  แม้ผู้แข่งขันทั้งสองจะไม่ได้ขยับไปไหน  หากแต่ความกดดันเวทย์ที่อยู่ตรงหน้ากลับรุนแรงไม่แพ้กัน

 

สองสายตาที่มองอย่างกับจะทะลุผ่านไปซะให้ได้ของฮันคยอง  กับสายตาที่ยิ้มละไมไร้การเสแสร้งของซีวอนสบกันอยู่ตลอดแม้ปากจะงึงงัมร่ายเวทย์ก็ตาม

 

อารมณ์คิดมากของฮันคยองยังไม่คลายออกไปจากจิตใจซักที  ปกติเค้าไม่ใช่คนแบบนี้เลยนี่นา  ทำอะไรมักจะใช้เหตุผมเสมอ  มีความเป็นผู้ใหญ่อยู่ตลอด  แต่นี่...เค้ากำลังคิดมาก

 

ความหวั่นใจกลับคืบใกล้เค้าเข้ามาทุกอณู  เป็นความจริงที่ซีวอนดีกว่าเค้าแทบทุกอย่าง  ฐานะ  สมอง  บุคลิก  ความสามารถ  นิสัยและหลายๆอย่าง  ถ้าหากอึนฮยอกเปลี่ยนใจล่ะ  ตัวเค้าจะทำยังไง

 

“ดูคุณคิดมากนะ”

 

“....”

 

แต่เราเชื่อใจอึนฮยอก  ไม่มีทางหรอก  ไม่มีทางเปลี่ยนใจแน่  หรือจะไม่ใช่กันนะ  กาลเวลายังเดินต่อไปเรื่อยๆทุกวันเลย  นับประสาอะไรกับใจคนที่มันจะไม่เปลี่ยน

 

วาบ!!!!

 

เสียงเวทย์ที่ปะทะกันหยุดลง   ร่างสูงของฮันคยองลอยคว้างกลางอากาศอย่างน่าหวาดเสียว  ด้วยแรงกระแทกของพลัง  นี่เค้ากำลังจะแพ้เหรอ  แพ้ทุกอย่างเลยสินะ  รู้ก็รู้ว่ากำลังคิดงี่เง่า  แต่ก็อดคิดไม่ได้จริงๆ

 

“คุณมีจิตใจที่ไม่มั่นคง  ผู้มีจิตไม่มั่นคง  ย่อมไม่สามารถร่ายเวทย์อันแข็งแกร่งได้”ซีวอนพูดยิ้มๆ  มือหนายื่นออกไปหมายจะให้คู่แข่งยื่นมือและลุกขึ้นมา

 

ฮันคยองเองก็มีน้ำใจนักกีฬาพอ  เมื่อแพ้ก็รู้ว่าแพ้  เค้าจึงยื่นมือมาจับด้วยอย่างเป็นมิตร  ซีวอนดึงเข้าให้เค้ามาหาพร้อมกับกระซิบอะไรสองสามคำ  จากนั้นทั้งสองคนก็ยิ้มให้กันอย่างมีความหมายโดยที่ไม่มีใครรู้หรอกว่ามันคืออะไร

 

..............แต่นั่นแหละ  ที่ฮยอกแจมองอยู่ตลอด  พูดอะไรกันนะ  อยากรู้จัง  คุณซีวอนพูดอะไรกับพี่ฮัน

 

 

“ชนะกับมาก็ดี”ฮีชอลพูด

 

“อืม  เป็นไปตามที่นายบอกไง”ซีวอนก็ตอบกลับง่ายๆเช่นกัน  บอกตามตรงคือ  เขาก็แอบงอนเล็กๆเหมือนกันนะ  เชียร์คนอื่นแทนที่จะเป็นเขา

 

“แต่ไม่เห็นต้องทำฮันขนาดนั้นเลย  นายทำเค้าเจ็บนะ”

 

“ผมก็เจ็บเหมือนกันนะ”

 

“ไหน  นายเจ็บตรงไหน  โดนแค่ที่หน้านิดเดียวอย่ามาทำสำออยน่า”

 

“คุณมันก็แบบนี้”

 

“อะไร?  ชั้นมันทำไม”

 

“พูดกับคุณแล้วไม่มีอะไรดีขึ้นจริงๆ  ผมฝากดูที่นี่ต่อด้วยนะ  มีธุระจะไปทำ  คุณรองหัวหน้า

 

พูดจบร่างสูงก็เดินออกมาจาดอัฒจันทร์  ที่หมายคืออัฒจันทร์ของอีกหอ  มันเป็นอะไรที่ยอดเยี่ยมมากเลยถ้าหากจะได้ดูคนสองคนงอนกัน

 

“นายจะทิ้งหน้าที่รึไง”ฮีชอลแหว

 

“ผมทำหน้าที่เสร็จแล้ว  คนเข้ารอบของหอเรามีแค่นี้”

 

“แต่นายควรจะดูการแข่งขันจนจบอยู่ที่นี่...กับชั้น”

 

“ไม่ล่ะ  ผมไม่อยากอยู่กับคุณ”

 

จึ๊ก!!!

 

แทงใจดำ! พูดได้คำเดียวจริงๆ  ถึงจะเป็นประโยคธรรมดาๆแต่ก็เจ็บเหมือนกัน  ซีวอนไม่ใช่คนแบบนี้  แต่อยู่กับฮีชอลทีไร  นิสัยดีๆที่เคยมีก็หนีหายไปหมด  เหลือไว้แต่ด้านที่ไม่มีใครเคยเห็น

 

“คู่ต่อไป  และคู่สุดท้ายด้วย   เป็นคู่ของคิม คิบอมและ โจ คยูฮยอนครับ”โอนยูพูดเสียงค่อย   วันนี้เค้าเหนื่อยมากจริงๆ  แม้ว่าคู่ต่อสู้ของเขาจะไม่เก่งซักเท่าไหร่นัก  แต่ก็หนักเอาการถ้านับถึงหน้าที่ที่เขาได้รับด้วยล่ะก็นะ

 

 

คิม คิบอม บุคคลที่ค่อนข้างจะเป็นปริศนา   กับโจ  คยูฮยอนที่ลึกลับไม่แพ้กัน  สองเพื่อซี้จะต้องมาสู้กันเอง  ใครกันจะชนะ  หากคิบอมชนะผลลัพธ์ก็ไม่มีอะไร  เพราะทั้งสองก็ยังคงเป็นเพื่อนกันเหมือนเดิม  หรือถ้าหากคยูฮยอนชนะ  ผลลัพธ์ก็เหมือนเดิม 

 

สายสัมพันธ์ความเป็นเพื่อนของสองคนนี้ยากเกินกว่าที่ใครจะรับรู้ได้  ดูลึกลับแต่ความจริงกลับเป็นเรื่องง่าย  คนสองคนที่เป็นเพื่อนกันแม้จะไม่กี่ปี  แต่กล้าที่จะฝากชีวิตของตัวเองให้กับอีกคนอย่างไม่กังวลเลยซักนิด

 

“ผิดคาดว่ะคิบอม”

 

“เออ  ก็ว่างั้น”

 

“โอ๊ย...ชั้นปวดหัวว่ะ  สู้ไม่ไหว”คยูฮยอนทำสีหน้าเจ็บปวดเจียนตายอย่างเล่นๆ

 

“แกปวดหัวแล้วจะเอามือกุมท้องหาซากอะไร”

 

“เออว่ะ”

 

“เอาเหอะ  ชั้นรู้ว่าไงๆวันนี้ก็ต้องมาถึง  มาสู้ให้จบๆไปดีกว่ามั้ง”

 

“อืม  ก็ว่างั้น” 

 

โรล์และคาร์ฟถูกเรียกออกมาอย่างรวดเร็วดังใจนึก  เจ้าของทั้งสองหยิบมันมาควงสองสามทีก่อนที่จะกำมันแน่น

 

“ศึกตัดสิน...งั้นเหรอ”คยูฮยอนพูดอย่างเหม่อลอย

 

“อืม..แกกับชั้นไม่ได้สู้กันมานานเท่าไหร่แล้วนะ”

 

“ห้าปีเห็นจะได้มั้ง”

 

“มันนาน  จริงๆด้วยเนอะ”

 

“อืม  ตั้งแต่วันนั้นแหละ”

 

 

 

 

 

........................

..........................................................

.............................................................................................

 

ห้าปีก่อน

 

“นายทำไมถึงไปอยู่บนนั้นล่ะ”เสียงเล็กของเด็กชายเอ่ยถามเด็กชายอีกคน

 

“....”

 

“ลงมานี่สิ  จะอยู่บนไม้กวาดอีกนานมั้ย  ไม่มีที่ไปล่ะสิ”

 

“....”

 

“เฮ้ อย่าเงียบนะ เดี๋ยวชั้นจะนึกว่านายตาย”

 

“นายเป็นใคร  ทำไมมาอยู่ตรงนี้”

 

“ชั้นน่าจะถามนายมากกว่านะ”

 

“ชั้นชื่อ...ชั้นบอกไม่ได้” ใช่ เค้าบอกไม่ได้  ไม่งั้นไอ้สิ่งที่ลงทุนทำมาก็สูญเปล่าน่ะสิ  เด็กคนนี้อาจจะจับตัวเขาส่งกลับให้พ่อก็เป็นได้

 

“เอาเหอะ  นายจะชื่ออะไรก็ช่าง  ชั้นคิม คิบอม”เด็กชายยื่นมือมาข้างหน้าหมายจะจับมือ  แต่อีกคนกลับมองมือที่ยื่นมาอย่างพินิจพิเคราะห์

 

.............ไอ้หมอนี่ต้องการอะไร

 

“เอาเหอะเจ้าเด็กมารยาทแย่  ชั้นจะถือว่านายรู้จักชั้นแล้วก็แล้วกัน”

 

“อืม”

 

“หึ  ที่นี่น่ะมันเขตชั้น  ใครที่เข้ามาโดยไม่ได้รับอนุญาต...ตาย”

 

“เหรอ”

 

“เออ!!!  กลัวหน่อยสิ  ร้องขอชีวิตก็ได้นะ  ชั้นอาจจะใจดี”

 

“ไม่ล่ะ  ขอบคุณ”

 

“ชั้นเองก็เพิ่งจะเคยเห็นเด็กคนอื่นนอกจากตัวเองครั้งแรกก็ครั้งนี้แหละ  ที่นี่ไม่มีคนที่อายุเท่าชั้นหรือพอๆกับชั้นเลย”

 

“แล้วไง”

 

“นายอาจเป็นเพื่อนชั้นได้”

 

“ไม่ล่ะ”

 

“เจ้าเด็กไร้มารยาท  ตอบก่อนคิดหน่อยเซ่”

 

“นายไม่เด็กรึไง”

 

“ไม่  ชั้นโตแล้ว”

 

“....”

 

“อะไร?  ไม่เชื่อรึไง  นายอายุเท่าไหร่กัน”

 

“สิบสอง”

 

“ชั้นสิบสองปีหกเดือน  แก่กว่านาย  เรียกชั้นว่าพี่ซะ”

 

“อย่าบ้าน่า”เด็กชายเดินหนี  จริงๆแล้วไอ้บ้านี่ก็แค่เด็กไร้สาระคนหนึ่ง  เค้ายังต้องเดินทางอีกไกล  ถึงจะรู้ว่าไม่มีที่ไปก็เถอะ

 

“นี่! ไม่เคยมีใครเดินหนีชั้นแบบนี้มาก่อนนะ”

 

“ก็ชั้นไงคนแรก”

 

“ไอ้เด็กบ้าเอ๊ย”ไม้กวาดด้ามยาวนามคาร์ฟถูกหยิบยกขึ้นมากวาดไปทั่วอาณาบริเวณ  ความหมายคือให้ศัตรูพร้อมสู้เต็มที่

 

“จะเอาเหรอ”

 

“เออสิ”

 

“อย่ามาบ้าหน่อยเลย”

 

“เดี๋ยวก็รู้ว่าบ้าไม่บ้า”

 

คาร์ฟเร็ว  ใช่ เร็วมาก  เด็กชายอีกคนยอมรับ  แต่จะกลัวอะไรหากตัวเขาเองก็มีไม้กวาดประจำตระกูลที่ดีไม่แพ้กัน

 

“โรล์”

 

คำพูดสั้นๆ  หากแต่การกระทำกับว่องไว  การปะทะเริ่มขึ้น  แม้คนที่ผ่านไปผ่านมาจะรู้สึกแค่เหมือนเด็กเล่นกันตามประสา  แต่ถ้าหากเข้ามาใกล้ๆแล้วรับรู้ได้ถึงจิตสังหารล่ะก็จะไม่รู้สึกแบบแรกอีกต่อไป

 

คาร์ฟเร็ว  แต่โรล์เร็วกว่า  เด็กชายอีกคนไม่ต้องออกแรงอะไรมากก็ดูเหมือนจะชนะได้ไม่ยาก  ถ้าหากเด้กชายชื่อคิบอมไม่เผยความสามารถที่แม้จริงของอาวุธตัวเองออกมา

 

“สยายปีก”

 

พรึ่บบบบบ

 

ปลายไม้กวาดที่เป็นแค่ไม้ธรรมดาๆก็กลายเป็นคมมีดได้ในไม่ช้า  ด้ามถูกกระชากเข้ามาหาเจ้าของ  พริบตาก็จ่อไปยังคอเล็กๆของเด็กชายแปลกหน้า

 

“นายแพ้”คิบอมพูด

 

“...”

 

“ยอมรับความจริงเหอะน่า”

 

“อืม  ชั้นแพ้”

 

“บอกชื่อนายมา”

 

“โจ คยูฮยอน”

 

“ห๊ะ?”

 

“อย่าแม้แต่จะคิดว่าชั้นจะกลับไป”

 

“ห๊ะ?”

 

“...”

 

“ชั้นไม่รู้จักนายอ่ะ  ที่ชั้นงงคือ ทำไมชื่อนายโบราณจัง”

 

“...”อึ้งกิมกี่  ไอ้หมอนี่บอกว่าไม่รู้จักชั้นงั้นเหรอ 

 

“ถึงจะบ้าก็บ้าให้มันมีขีดจำกัดหน่อยเหอะ นายไม่รู้จักชั้น?”

 

“อืม แต่ชั้นว่าเราน่าจะเป็นเพื่อนกันได้นะ”คิบอมยิ้ม

 

“แต่เราเพิ่งสู้กัน”

 

“ศัตรูคือมิตร มิตรคือศัตรูเคยได้ยินรึเปล่า”

 

“ไม่”คยูฮยอนตอบเสียงเรียบ

 

“บ้านนายอยู่อมก๋อยรึไง”

 

“...”

 

“เอาเถอะๆ  ต่อจากนี้นายจะอยู่ที่นี่กับชั้นก็ได้  คิดซะว่านี่บ้านนาย”คิบอมยิ้มร่า

 

“ได้เหรอ”

 

“ได้”

 

“....นายจะไม่ถามอดีต  หรือครอบครัว...”

 

“ไม่จำเป็น  เอาเป็นว่าชั้นถูกใจนาย”

 

“.....ขอบคุณ”

 

 

.........................

..........................................

................................................................

 

“คิบอมผู้แสนดี  ใจดี โอบอ้อมอารีคนนั้นหายไปไหนกันนะ”

 

“ก็อยู่นี่ไง”

 

“นี่มันคิม คิบอมภาคโตแล้วต่างหาก เจ้าเล่ห์ แผนนายเยอะไปหมดคิบอม  ไม่เหลือคราบตอนเด็กๆเลย”คยูฮยอนพูดติดตลก

 

“กาลเวลาไง  ตอนนี้นายเองก็ไม่ได้ทำตัวอมทุกข์แถมไร้มารยาทแล้วนี่”

 

“หึๆ ก็จริง  หลายๆอย่างมันเปลี่ยนไปมากจริงๆ”

 

 

 

“เอ่อ...เมื่อไหร่จะเริ่มลงมือครับ กรรมการรอตัดสินจนเงกแล้วครับ”โอนยูเอ่ยเตือน  นี่มันผ่านไปนานแล้วแต่ทั้งสองคนก็ไม่ยอมลงมือซักที

 

“คร้าบๆ  ได้เลย”คยูฮยอนตอบ

 

“คิบอม  เอาล่ะนะ”

 

“อืม”

 

 

กึก!!

 

อยู่ดีๆคยูฮยอนก็ขาพับลงไปกับพื้น  อย่าบอกนะว่า.....

 

“ผมเจ็บเข่าจัง  สู้ไม่ไหวครับ”

 

“คิบอมนายเล่นบ้าอะไร”คยูฮยอนพูด

 

“กรรมการ”คิบอมเรียก

 

“ครับ?”โอนยูขานรับ

 

“ไอ้คยูมันสู้ไม่ไหวแล้วอ่ะ”

 

“ห๊ะ?  แต่ว่า”

 

“ผมตายแน่ๆถ้าไม่ได้รีบไปเอายามารักษา”คยูฮยอนเสริม

 

“แต่ว่า  พวกคุณยัง...”

 

“ผมบาดเจ็บหนักนะครับ  ตามกฎแล้วมีสิทธิ์สละสิทธิ์ได้”

 

“เอ่อ...ครับก็ได้”

 

 

“เอาเป็นว่าคู่นี้เสมอละกันครับ  เพราะยังไม่มีใครลงมือก่อน คยูฮยอนบาดเจ็บจึงขอสละสิทธิ์  ขอจบการแข่งขันวันนี้เท่านี้ครับ”

 

“วันนี้ขอให้พักผ่อนให้เต็มที่นะครับ  เหนื่อยกันมาทั้งวัน  พรุ่งนี้พบกันใหม่รอบสองครับ”อีทึกกล่าวลา

 

“สวัสดีครับ”

 

โห่!!!!!

 

“นึกว่าจะได้ดูเพื่อนรักมันหักเหลี่ยมกันซะเอง  มุกเชยบรม  แบบนั้นใครก็รู้ว่าเล่นตุกติก”ฮยอกแจพุดอย่างขัดใจ

 

“เอาน่า  ยังไงการแข่งขันรอบแรกก็จบแล้ว”ซองมินพูด

 

“ใช่  ถึงคนดูอยากดู  แต่ถ้าคนแข่งไม่อยากแข่งมันก็ช่วยไม่ได้นี่”ดงเฮเสริม

 

“พรุ่งนี้ล่ะสนุกสุดๆแน่”ฮยอกแจยิ้มร่า  พรุ่งนี้น่ะ หึหึ

 

 

 

 

Talk with writer


วันนี้วันเกิดพี่ทึกล่ะ  ฮิ้ววว  มีความสุขมากๆนะ  เอลฟ์จะรักพี่และซูจู 13 ตลอดไป

 

           ตอนนี้เป็นอะไรที่แต่งนานมาก   งานก็เยอะ  แค่ปลีกเวลามาแต่งยังลำบากเลย  วันนี้ได้ฤกษ์มาอัพเพราะพี่ทึกนะเนี่ย  การแข่งของเพื่อนซี้จบลงไม่ค่อยสวยเท่าไหร่  แต่ความรู้สึกของไรเตอร์คือไม่อยากให้สู้กันเลยจริงๆ  เพราะไรเตอร์เองก็เคยมีเพื่อนสนิท  เลยรู้สึกว่าไม่ค่อยอยากให้ฟาดฟันอะไรกันมากมาย


......................................สองเพื่อนซี้....อืม  ติดตามกันต่อไป


...................ตอนต่อไปเป็นตอนสบายๆ  (มั้ง)  คึคึ

อย่าลืมเม้นนะ  เม้นอิส กำลังใจ  จากใครหนอ  จากรีดเดอร์ไง













 


473 ความคิดเห็น

  1. #445 Pp HH (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2555 / 22:19
    เห่อออ แผนด๊อง
    #445
    0
  2. #414 Ga-Am=Gaam'Gie (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 28 เมษายน 2555 / 23:15
    แผนด๊อง แบบ อ้ายยย น่ารักอ้ะ



    อมก๋อย เมืองไรว้ะ 5555
    #414
    0
  3. #380 Olaี้EJ (@yayeeba) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 25 มีนาคม 2555 / 12:42
    อมก๋อย ..

    ก๊ากๆๆๆ
    #380
    0
  4. #354 KH_tangmo (@tangmo-teukky) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 19 มีนาคม 2555 / 21:03
    5555 บอมกับคยูมันก็ดูเจ้าเล่ห์ทั้งคู่อ่ะ
    #354
    0
  5. #291 Darker-40 (@darker-40) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 7 มีนาคม 2555 / 13:22
    โบราณพอกันคู่นี้
    #291
    0
  6. #290 Heart (@jongbae) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 3 มกราคม 2555 / 17:40
    มุขแกสองคนนี้ไม่เท่าไหร่เลยนะ กี้ บอม - -+
    #290
    0
  7. #289 GenG '' Kai (@oomaiim) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 2 มกราคม 2555 / 14:27
     เจ๊เหมือนขุดหลุมฝังตัวเอง 5555

    ไปบอกเวทย์ฮยอกเฉย
    #289
    0
  8. #288 KIHAE*129 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 15 กันยายน 2554 / 04:17
    ป๊าดดดดดดดดดดดดดดดด

    หมวยก็พอหมวย

    กี้กับบอมก็พอกัน

    คิดได้ไง = =
    #288
    0
  9. #287 Noona (@5202310019) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 8 กันยายน 2554 / 21:59
    5555+ มุขโครตเชยเลย กี้กับบอม
    #287
    0
  10. #286 OoMy (@oomnello) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 5 กันยายน 2554 / 21:05
     บอม กี้ เอิ่มไม่เท่าไรเลยนะ -*-
    #286
    0
  11. #285 OoMy (@oomnello) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 5 กันยายน 2554 / 21:05
     บอม กี้ เอิ่มไม่เท่าไรเลยนะ -*-
    #285
    0
  12. #284 Pada lee (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2554 / 17:37
    ยังรออ่านอยู่นะคะ

    ไรท์เตอร์สู้ๆ fighting
    #284
    0
  13. #283 NONGปลานีโม่ (@jenlove137) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2554 / 22:04
    เพ่เย่กะมินโฮ มาสู้กันหรือเล่นตลก ย่ะ
    #283
    0
  14. #282 gonjung (@gonjung) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2554 / 16:13
    คู่ที่สู้จริงคงมีแค่ป๋ากะวอน  แล้วก็โจวหมี่กะชินดง

    นอกนั้นเล่นสงครามน้ำลายใส่กันอ่ะ

    โดยเฉพาะฮยอกกะเจ๊อ่ะ ส่วนหมวยก็นะ

    บอมกะคยูก็ใช้เลห์ไม่สู้ซะงั้น

    ปล.เรื่องสืบเนื่องสงสัยว่าทำไมไม่มีอดีตของมินมินกะคิบอมด้วยละงง
    #282
    0
  15. #281 Luffyeteuk (@Milkshakeza) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2554 / 18:12
    ไรเตอร์สู้ๆ
    #281
    0
  16. #280 พริกหนู (@saiyawan) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2554 / 11:14
    จะรออีกหกสิบนะค่ะไรเตอร์
    หายไปนานเหมือนกันนะคะ
    ^ ___ ^
    #280
    0
  17. #279 eyety (@eyety) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2554 / 17:09
    พี่เย่ กับ มินโฮ แน่ใจว่ามาสู้กัน 555+
    #279
    0