เจ้าสาวของซาตาน re - up

ตอนที่ 5 : วิวาห์จำเป็น 100 %

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 40,274
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 411 ครั้ง
    1 เม.ย. 63

      

 บทที่ 5

 

หลังจากพูดกับดาริสาจนเข้าใจแล้ว อธิวีย์ก็เคลียร์ปัญหาหัวใจกับพฤทธิ์ น่าแปลกที่พฤทธิ์ไม่ได้เอะอะโวยวายอะไร เหตุผลก็คือเขาเพียงแต่แอบชอบเพียงรวี เธอยังไม่ใช่แฟนเขา เขาจึงไม่มีสิทธิที่จะรู้สึกอะไร นอกจากคำว่าเสียใจและผิดหวังเท่านั้น

“ขอให้พี่ปายโชคดีครับ” นายแพทอวยพรสั้นๆ ก่อนจะเดินจากไปด้วยใบหน้าเศร้าหมอง

“แพท...” อธิวีย์เรียกญาติผู้น้อง แต่อีกฝ่ายไม่หันกลับมามองเลยแม้แต่น้อย

 

วันเสาร์ต่อมา อธิวีย์ขับรถเบนซ์สีดำสุดหรูของเขา มุ่งหน้าไปยังบ้านชานเมือง ลูกชายของซาตานหน้าหยกไม่ยอมรับกับตนเองว่าระหว่างที่ขับรถไปนั้น หัวใจของเขาเต้นรัวเร็ว ด้วยความตื่นเต้นที่จะได้พบหน้าใครบางคน คนที่จิตใต้สำนึกของเขาถวิลหาไม่เว้นวาย

เมื่อจอดรถเรียบร้อยแล้ว อธิวีย์รีบเปิดประตูลงมาอย่างคนใจร้อน ชายหนุ่มมองไปทั่วบริเวณหน้าบ้าน ทุกหนทุกแห่งมีแต่ความเงียบสงัด ราวกับไม่มีคนอยู่ ด้วยความเคยชิน ชายหนุ่มเดินไปหลังบ้านทันที และเขาก็ไม่ผิดหวัง เมื่อเห็นร่างบางระหง ซึ่งอยู่ในชุดเสื้อยืดกับกางเกงขาสามส่วนแบบน่ารักกำลังยืนกรอกน้ำใส่ขวดอยู่หน้าตู้เย็น

เพียงแค่ได้เห็นเธอ ความรู้สึกอย่างหนึ่งก็พุ่งขึ้นมาจนเต็มล้น เขาโผเข้ากอดร่างบางระหงทันที เพียงรวีตกใจ จนเกือบช็อก เธอดิ้นอย่างแรง แล้วก็หันขวับมาหาคนที่กระทำการอุกอาจกับเธอในทันใด พอเห็นหน้าเขา เธอก็ด่าไม่ยั้ง

“ไอ้คนบ้ากาม ปล่อยฉันนะ”

พอถูกด่าด้วยถ้อยคำเดิมๆ คนบ้ากามเลยฮึดจัด เขาก้มลงจูบริมฝีปากสวยที่กำลังจะด่าเขาอีกอย่างรวดเร็ว จูบของเขาทั้งเร่าร้อน ทั้งรุนแรง จนคนถูกจูบอ่อนระทวยทันตาเห็น ริมฝีปากนุ่มสวยที่หวานล้ำราวกับน้ำผึ่งเดือนห้า ทำให้อธิวีย์แทบจะหลอมละลายอยู่ตรงนั้น

เขาถอนจูบอย่างช้าๆ ก่อนจะบดจูบลงไปใหม่ ราวกับว่าจูบเธอเท่าไหร่ ก็ไม่พอ แต่คราวนี้คนถูกจูบไม่ยอมอีกแล้ว เพียงรวีผลักเขาออกอย่างแรง

“ปล่อยฉันไอ้คนฉวยโอกาส บ้ากามอย่างนี้ฉันไม่แต่งงานด้วยเด็ดขาด”

หญิงสาวทั้งด่าทั้งดิ้นทั้งสะบัด อาการรังเกียจเดียดฉันท์ของเธอทำให้อีกฝ่ายเดือดจัด จนผลักร่างบางระหงเต็มแรง เพียงรวีเซถลา จนเกือบจะล้มทั้งยืน การกระทำที่ไร้ความเป็นสุภาพบุรุษของเขา ทำให้เธอถึงกับน้ำตาคลอ

“เธอคิดว่าฉันอยากจะแต่งงานกับเธอนักหรือไง เธอสำคัญผิดไปหรือเปล่า”

เสียงของเขาเข้มจัด ดวงตาคมมองเธออย่างดูหมิ่น

“ออกไปจากบ้านของฉันเดี๋ยวนี้” หญิงสาวไล่เขาอย่างไม่ไว้หน้า

“ฉันไปแน่ แต่เธอต้องไปกับฉันด้วย”

“ไม่มีวัน”

“มีวันหรือไม่มีวัน เธอก็ต้องไป”

“ฉันไม่ไปไหนกับคุณทั้งนั้น”

คำปฏิเสธของเธอ ทำให้คนฟังกัดฟันกรอด ตั้งแต่เกิดมาเป็นตัวเป็นตน ไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนปฏิเสธคำเชิญชวนของเขาเลยสักครั้ง มีแต่วิ่งเข้าใส่น่ะไม่ว่า แต่ทำไมเจ้าหล่อนกล้าอวดดีปฏิเสธเขา เขาอยากจะหักคอหล่อนนัก

“ที่พูดนี่แน่ใจนะ ถ้าเธอไม่ไป ฉันจะปล้ำเธอตรงนี้แหละ”

“ไอ้...” คำขู่ของเขา ทำให้หญิงสาวพูดอะไรไม่ออก

 

“อย่าพูดจาหยาบคายกับฉัน ฉันไม่ชอบ ฉันให้เวลาเธอเปลี่ยนเสื้อผ้าสิบห้านาที แต่งอย่างไรก็ได้ ขอให้สุภาพที่สุด

เพราะฉันจะพาเธอไปพบพ่อกับแม่ของฉัน”

“...”

“ยืนซื้อบื้ออยู่ได้ รีบไปเปลี่ยนเสื้อผ้าเร็วๆ สิ ถ้าเธอชักช้า ฉันจะขึ้นไปเปลี่ยนให้นะ”

เขาขู่อีกแล้ว เพียงรวีจะขัดขืนอย่างไรได้ หญิงสาวจำใจขึ้นไปเปลี่ยนเสื้อผ้าตามคำบัญชาของเขาทันที

“ใส่ชุดไหนดี”

คนถูกบังคับให้ขึ้นมาเปลี่ยนเสื้อผ้าพึมพำกับตัวเองเบาๆ ในที่สุดหญิงสาวก็เลือกสวมชุดกระโปรงสีขาวแบบเรียบแต่ค่อนข้างหรู ซึ่งเป็นชุดที่เพื่อนสนิทรวมเงินกันซื้อให้เป็นของขวัญวันเกิด ก่อนที่เธอจะจบการศึกษา เมื่อไม่กี่เดือนนี้เอง น่าแปลกยิ่งนัก ที่ชุดนี้เธอยังไม่เคยใส่มาก่อน พอใส่ครั้งแรก ก็ได้ใส่ไปงานสำคัญ จนคาดไม่ถึง

เพียงรวีเอียงซ้ายเอียงขวา มองสำรวจความเรียบร้อยของตนเองอยู่หน้ากระจกเงาบานสวย หญิงสาวแต่งหน้า ทาปากเพียงบางเบา แต่งเพียงแค่นั้น ดวงหน้าสวยหวานก็ดูงดงามจับตา เมื่อทุกอย่างพร้อมแล้ว หญิงสาวก็เดินลงมาชั้นล่างอย่างไม่รีบร้อน

ร่างบางระหงที่เยื้องย่างลงมาอย่างช้าๆ สะกดสายตาของใครบางคนจนถึงกับยืนนิ่งอยู่กับที่ สวย...เธอสวย สวยจนเขาปวดร้าวไปหมดทั้งกาย อยากแตะต้อง อยากสัมผัส อยากกอด อยากจูบ แต่ท่าทางเฉยเมยเย็นชา ไม่ตื่นเต้นของเธอ ทำให้เขาไม่พอใจเป็นอย่างยิ่ง

อธิวีย์ไม่พูดอะไรสักคำ ขณะที่เดินนำเพียงรวีไปที่รถยนต์คันงามของเขา เขาเปิดประตูรถให้เธอตามมารยาทที่ดี ที่เขามีอยู่เพียงน้อยนิด ในความคิดของเธอ

“เชิญ” เขาพูดเสียงห้วนสั้น

“ขอบคุณ”

เธอตอบเสียงห้วนสั้นพอกัน  เขามองเธออย่างตำหนิ พูดจามะนาวไม่มีน้ำอย่างนี้ คุณพ่อ คุณแม่คงปลื้มตายล่ะ

“เป็นผู้หญิงยิงเรือ พูดอะไรให้มันมีหางเสียงหน่อย” เขาพูดเสียงดุ

“เป็นผู้ชายพายเรือ พูดอะไรให้มันมีหางเสียงหน่อย”

เธอเลียนแบบคำพูดของเขาบ้าง  อธิวีย์หน้าขึง ดวงตาคมดุจ้องเธอเขม็ง แต่หญิงสาวไม่สนใจ เธอก้าวขึ้นไปนั่งในรถเงียบๆ ตลอดเวลาที่นั่งรถมาด้วยกัน ว่าที่ลูกสะใภ้ของซาตานหน้าหยก นั่งเงียบมาตลอดทาง อธิวีย์มองอย่างหมั่นไส้เป็นกำลัง เมื่อเห็นเจ้าหล่อนนั่งตัวติดประตูอยู่ตลอดเวลา เจ้าหล่อนทำเหมือนเขาเป็นตัวเชื้อโรคที่น่ารังเกียจ จนไม่อยากเข้าใกล้  มากเกินไปแล้วยายแก้มป่อง

เมื่อเจ้าหล่อนไม่ยอมพูดอะไร เพื่อไม่ให้บรรยากาศในรถอึดอัดเกินไป เขาจึงถามขึ้นว่า

“เธอชื่ออะไร”

คำถามของเขา ทำให้คนฟังโกรธจนหน้าแดง คนทุเรศ... เพียงรวีด่าเขาอยู่ในใจ เขาจูบเธอตั้งหลายครั้งแล้ว แต่ยังไม่รู้จักแม้แต่ชื่อของเธอ ผู้ชายแบบนี้มันน่าฆ่าให้ตายนัก

 “ตอบฉันมาว่าเธอชื่ออะไร บอกชื่อแค่นี้ คงไม่ถึงกับตายหรอก” เขาขึ้นเสียงใส่ เมื่อเห็นเธอยังเงียบ

“เพียงรวี พิชัยภูษิตค่ะ”

หญิงสาวบอกชื่อตนเอง เสียงแผ่วเบา หากคนฟังกลับนึกพอใจ ชื่อก็เพราะดีนี่นา ทำไมต้องทำท่าไม่อยากบอกด้วย และที่สำคัญชื่อของเธอลงท้ายด้วยวี เหมือนชื่อของเขาอีกต่างหาก ชายหนุ่มไม่รู้ว่าจะหัวเราะ หรือร้องไห้ดี ทำไมดวงชะตาถึงได้สมพงศ์กันขนาดนี้

อธิวีย์ไม่รู้ตัวเลยว่า นับตั้งแต่เห็นหน้าเพียงรวี เขาไม่ได้คิดถึงคนรักอีกเลย เขาลืมแม้แต่คำมั่นสัญญาที่ได้ให้กับคนรัก ทั้งที่ปกติแล้ว เขาเป็นคนรักษาคำพูด เขาไม่เคยพูดอะไรพล่อยๆ เลยสักครั้ง

ในที่สุดรถเบนซ์คันงามก็แล่นมาจอดหน้าบ้านอธิรักษ์ ชายหนุ่มรีบลงมาเปิดประตูให้หญิงสาวทันที

“ขอบคุณค่ะ”

เธอกล่าวขอบคุณเสียงสุภาพ คนฟังมองดวงหน้าเรียวสวยอย่างหลงใหล แล้วอธิวียืก็อดใจไว้ไม่ไหว เขาก้มลงจูบแก้มนวลสวยอย่างหนักหน่วง

“เธอน่ารักเหลือเกิน” เขาพึมพำเสียงละเมอ

“อย่าค่ะ”

เพียงรวีหันหน้าหนี  เมื่อริมฝีปากแดงๆ ของเขาไขว่คว้าหา

“ปล่อยสิ ใครมาเห็นเข้า เขาจะคิดยังไง”

เธอพยายามผลักหน้าของเขาออก แต่อธิวีย์ดึงดันจะตามใจตนเองให้ได้

“คุณพีช”

เสียงเรียกนั้น เหมือนระฆังช่วยชีวิต เพราะอธิวีย์ปล่อยหญิงสาวอย่างรวดเร็ว แล้วก็หันไปมองญาติหนุ่มตาขวาง แต่นายแพททำท่าไม่รู้ไม่ชี้ ไม่น่าเชื่อเลยว่าพี่ปายจะหลงเสน่ห์คุณพีชขนาดนี้ หลงจนไม่ดูเวลา ไม่ดูสถานที่ นี่ถ้าเขาไม่เรียกไว้ คุณพีชคงจะถูกพี่ปายจูบอย่างแน่นอน

“คุณอาและทุกคนกำลังรออยู่ครับ”

ชายหนุ่มพูดแค่นั้น ก็เดินจากไป เพียงรวีเรียกเขาโดยอัตโนมัติ

“คุณแพท”

เสียงเรียกของเธอ ทำให้เขาหันกลับมา  พฤทธิ์ส่งรอยยิ้มมาให้หญิงสาว แต่รอยยิ้มของเขาเศร้าจนเธอใจหาย  เธอจึงยิ้มตอบอย่างอ่อนหวาน การกระทำของเธอทำให้คนที่ยืนอยู่ข้างๆ ไม่พอใจอย่างแรง

“ยิ้มให้มันทำไม” เขากระชากเสียงถาม เมื่อเห็นเธอยังยืนงงอยู่ เขาก็พูดต่อว่า

“จำใส่หัวเอาไว้ ห้ามยิ้มให้ผู้ชายคนไหนอีกเป็นอันขาด”

เขาพูดจบแล้ว ก็ลากเธอเข้าไปในบ้านทันที

 

เพียงรวี พิชัยภูษิตรู้สึกราวกับว่า เธอกำลังก้าวเท้าเข้าสู่ห้องฉายรังสีของโรงพยาบาลที่ไหนสักแห่งก็ไม่ปาน เพราะทันทีที่เธอปรากฎกายในห้องรับแขก สายตาทุกคู่ต่างจ้องเขม็งมาที่เธอเป็นตาเดียวกัน ใช่...จ้องเขม็ง ไม่ใช่จ้องมองอย่างธรรมดา

แม้ว่าจะพยายามเรียกความมั่นใจให้ตนเองมากแค่ไหน หญิงสาวก็อดประหม่าไม่ได้ เพราะญาติของอธิวีย์นั่งอยู่ในห้องนี้เกือบสิบคน มีทั้งผู้อาวุโสและญาติที่อยู่ในวัยใกล้เคียงกับเขาและเธอ

เริ่มจากคุณพ่อ คุณแม่ คุณปู่ คุณย่า คุณลุง คุณป้า น้องสาวและญาติผู้น้องของเขา สายตาของทุกคนคมราวกับแสงเลเซอร์ที่จ้องมองเธอราวกับจะทะลุทะลวงให้ถึงเนื้อใน

อธิวีย์แนะนำว่าที่เจ้าสาวให้รู้จักกับสมาชิกในครอบครัวของเขาทีละคน เริ่มจากบิดามารดาของเขา คุณปู่ คุณย่า คุณลุง คุณป้า รวมทั้งน้องสาวและญาติผู้น้องของเขา

เพียงรวีทำความเคารพญาติของว่าที่สามีอย่างสุภาพนุ่มนวล ดวงตาคมกริบของอธิษฐ์จ้องมองหญิงสาวอย่างสำรวจตรวจตรา เขามองทั้งรูปร่างหน้าตาและกิริยามารยาทของเจ้าหล่อน แล้วซาตานหน้าหยกก็ได้ข้อสรุปในใจว่า เพราะเจ้าหล่อนสวยมากขนาดนี้ เจ้าปายจึงยอมจ่ายเงินมหาศาล เพื่อให้ได้ครอบครองหล่อน

พอไม่ได้ก็ถึงกับยอมติดกับดักของนายพงษ์ศิลป์ อย่างไม่ยอมหาทางช่วยเหลือตนเองเลยแม้แต่น้อย ซึ่งปกติคนอย่างลูกชายเขา ไม่ยอมให้ใครมาบังคับขู่เข็ญอยู่แล้ว ถ้าเขาไม่ต้องการ ใครก็บังคับไม่ได้ แต่นี่...ทุกอย่างผิดวิสัยของอธิวีย์ไปหมด

“หนูเป็นลูกเต้าเหล่าใคร” อธิษฐ์ถามเสียงห้วน

“ดิฉันเป็นลูกสาวของคุณพิชัย พิชัยภูษิต ท่านเคยเป็นนายทหารชั้นผู้ใหญ่ค่ะ ส่วนคุณแม่ชื่อแสงรวี ท่านเคยเป็นผู้อำนวยการโรงเรียนมาก่อน แต่...ตอนนี้ ท่านทั้งสองถึงแก่กรรมแล้วค่ะ”

น้ำเสียงของคนพูดสั่นเครือ คนในตระกูลอธิรักษ์จึงมองหญิงสาวด้วยแววตาที่อ่อนลงเล็กน้อย

“คุณพ่อของหนู ใช่นายพันพิชัย พิชัยภูษิต หรือเปล่า” วฤทธิ์ถามด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น

“ใช่ค่ะ ท่านรู้จักคุณพ่อของดิฉันหรือคะ” เพียงรวีก็ตื่นเต้นไม่แพ้กัน

“เคยเรียนด้วยกัน สมัยมัธยมน่ะ น่าเสียดาย คุณพิชัยไม่น่าอายุสั้นเลย”

คำพูดของวฤทธิ์ทำให้ทุกคนหันมามองเขาเป็นตาเดียวกัน อธิษฐ์หันไปประเมินว่าที่ลูกสะใภ้อีกครั้ง สายตาแสงเลเซอร์ของเขาดีขึ้นเพียงเล็กน้อยว อย่างน้อยเจ้าหล่อนก็มีเทือกเถาเหล่ากอ แม้ไม่ได้สูงส่งเลิศเลอ แต่ก็ไม่ได้ต่ำต้อยอย่างที่เขานึกหวั่นใจ

“ทำงานหรือยัง” อธิษฐ์ถามต่อ

“ดิฉันเพิ่งเรียนจบ ตอนนี้กำลังหางานทำค่ะ”

เพียงรวียอมรับตรงๆ บิดาของอธิวีย์พยักหน้า แล้วก็ไม่ได้พูดอะไรอีก

“หนูชื่ออะไรนะจ๊ะ” แพรนวีย์ถามอย่างเอ็นดู

“เพียงรวี พิชัยภูษิตค่ะ”

“ชื่อเล่นล่ะจ๊ะ”

“พีชค่ะ” เพียงรวีตอบอย่างสุภาพและมั่นใจในตนเอง ทุกคนมองหญิงสาวอย่างฉงน

“หนูพีชเรียนจบอะไรจ๊ะ”

“จบการเงินการบัญชี เกียรตินิยมอันดับหนึ่งค่ะ”

เพียงรวีไม่ได้พูดเพื่อโอ้อวด ไม่ได้พูดเพื่อเพิ่มคะแนนนิยมให้ตนเอง แต่เธอพูดความจริงเท่านั้นเอง

“อยู่กับพ่อเลี้ยงสองคนหรือไง”

อธิษฐ์ถามขึ้นอีก สายตาและคำถามของเขาแฝงความนัยอย่างเต็มเปี่ยม ลูกเลี้ยงสวยมากขนาดนี้ พ่อเลี้ยงจะไม่คิดอะไรเลยหรือไง

“ดิฉันไม่ได้อยู่กับพ่อเลี้ยสองคนค่ะ มีพี่เอ้ลุกชายของพ่อเลี้ยงอยู่ด้วยค่ะ”

“สองรุมหนึ่ง”

อธิษฐ์คิดในใจ แล้วเจ้าหล่อนรอดมาได้ยังไง ไม่น่าเชื่อจริงๆ เพียงรวีอ่านสายตาคลางแคลงใจที่บิดาของอธิวีย์มองเธอออก หญิงสาวเม้มริมฝีปากแน่น ก่อนจะพูดว่า

“พ่อเลี้ยงของดิฉันเป็นคนบ้าการพนัน แต่ไม่ได้บ้ากามค่ะ ไม่เหมือนใครบางคน บ้ากามไม่เลือกที่เลือกเวลา”

คำพูดแฝงนัยของเพียงรวีทำให้อธิษฐ์ถึงกับหน้าชา เพราะเขารู้ดีว่าหญิงสาวพูดกระทบใคร ส่วนอธิวีย์เสียหน้าอย่างแรง เพราะทุกคนหันมามองเขาเป็นตาเดียวกัน ชายหนุ่มหันไปมองหญิงสาวราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ

“เธอกล้าประจานฉันต่อหน้าทุกคน แสบมากนะยายแก้มป่อง สักวันหนึ่งฉันจะเอาคืนให้สาสมเลยทีเดียว”

“กล้ามากนะสาวน้อย”

อธิษฐ์มองว่าที่ลูกสะใภ้อย่างพอใจ ผู้ชายเอาแต่ใจตัวเองอย่างนายปาย ต้องเจอผู้หญิงที่กล้าขัดใจเขาบ้าง ไม่อย่างนั้น ก็จะเหลิงจนกู่ไม่กลับ แต่ในขณะเดียวกันก็ขออย่าให้เจ้าหล่อนเป็นคนหยาบกระด้างจนเกินไป เพราะเขาก็รับไม่ได้เช่นกัน

“หนูพีชสมัครงานไว้หลายที่หรือเปล่า”

“สมัครไว้สองบริษัทค่ะ”

“แต่งงานแล้ว ยังอยากจะทำงานอยู่ไหม”

ซาตานหน้าหยกถามต่อ คำถามของเขาทำให้ว่าที่ลูกสะใภ้หน้าแดงเล็กน้อย

“ค่ะ”

“งั้นก็ดี เดี๋ยวฉันจะให้ไปทำงานกับนายปาย”

“เอ่อ...”

คำพูดของอธิษฐ์ ทำให้เพียงรวีอึกอัก แต่หญิงสาวยังหาเหตุผลมาอ้างในการไม่อยากทำงานกับลูกชายของท่านไม่ได้ เธอจึงได้แต่นิ่งเงียบ

วันนั้นการดูตัวผ่านไปได้ด้วยดี ทางญาติผู้ใหญ่ของอธิวีย์พอใจในตัวเพียงรวีไม่ใช่น้อย มารดาของเขาบอกว่าเรื่องการแต่งงานจะจัดการให้เอง ทั้งสองหนุ่มสาวมีหน้าที่เข้าพิธีแต่งงานเท่านั้น

“สะใจมากไหมที่ทำให้ฉันขายหน้า”

อิธิวีย์ถามเสียงห้วนจัด ขณะที่ขับรถมาส่งว่าที่เจ้าสาวของเขา

“...”

“ทำไมตอนนี้ไม่เก่งเหมือนตอนที่อยู่ในบ้านของฉันล่ะ”

คำถามชวนทะเลาะของเขาทำให้คนฟังถึงกับเมินหน้าหนี ป่วยการที่จะทะเลาะกับเขา เพียงรวีคิดในใจ กิริยาท่าทางของเธอทำให้อีกฝ่ายไม่พอใจอย่างใหญ่หลวง เขาจึงจอดรถที่ข้างถนนทันที

“คุณจอดรถทำไมคะ”

หญิงสาวหันมาถามอย่างตกใจ เขาไม่ตอบ แต่กระชากตัวเธอเข้าไปหาอย่างรวดเร็ว เพียงรวีเผยอปากจะห้ามเขา แต่ไม่ทันเสียแล้ว เขาจูบปิดปากเธออย่างร้อนแรง ลิ้นร้อนๆ ของเขารุกไล่ลิ้นอ่อนนุ่มอย่างวาบหวาม  พอตามทันก็เกี่ยวกระหวัดรัดรึงเต็มอารมณ์หวาน

 ขณะที่บรรยากาศในรถกำลังคุกรุ่นนั้น เสียงโทรศัพท์มือถือของอธิวีย์ก็ดังขึ้น เสียงนั้นทำให้อารมณ์ที่กำลังกระเจิดกระเจิงของเพียงรวีกลับคืนมาอย่างรวดเร็ว หญิงสาวจึงพยายามดิ้นรนเพื่อให้หลุดพ้นจากอ้อมแขนของเขา

“ปล่อยนะ อย่ามาทำลามกกับฉันข้างถนน”

หญิงสาวพูดเสียงเกรี้ยวกราด เมื่อเขาปล่อยปากหวานๆ ของเธอให้เป็นอิสระ

“ที่พูดนี่ ต้องการให้ฉันทำบนเตียงงั้นสิ”

เขาโต้ตอบเสียงกระด้าง  เพราะรู้สึกขัดเคืองใจอย่างรุนแรงที่เจ้าหล่อนไม่ยอมเคลิบเคลิ้มไปกับจูบของเขา  ถ้อยคำหยามเกียรติจากเขาทำให้เพียงรวีโกรธสุดขีด หญิงสาวเงื้อฝ่ามือขึ้น หมายจะตบหน้าเขาเต็มแรง แต่เขากลับจับมือของเธอไว้อย่างรวดเร็ว

“อย่ามาเล่นบทผู้หญิงชั้นต่ำกับฉัน เอะอะอะไรก็ใช้กำลังเข้าตัดสิน”

เขากัดฟันพูด พลางรวบร่างงามระหงเอาไว้ในอ้อมแขน มือข้างหนึ่งก็เอื้อมไปหยิบโทรศัพท์สีดำสุดหรูราคาแสนแพงขึ้นมารับสาย เพราะความรีบร้อนทำให้อธิวีย์ไม่ได้ดูเบอร์ที่โชว์อยู่หน้าจอด้วยซ้ำ

“สวัสดีครับ”

ชายหนุ่มส่งเสียงทักทายไปตามสาย หากเสียงที่ตอบกลับมาทำให้เขานิ่งอึ้งจนตัวแข็ง

“ปายขา...คิดถึงจังเลยค่ะ ปายทำอะไรอยู่คะ ไม่ยอมโทรศัพท์มาหาดาด้าบ้างเลย”

น้ำเสียงตัดพ้อนั้นเจือความเศร้าอย่างชัดเจน อธิวีย์ปล่อยร่างงามในอ้อมแขนราวกับเป็นของร้อน

“ดาด้า”

ชายหนุ่มอุทานเรียกปลายสายเสียงแหบพร่า ความรู้สึกผิดไหลบ่าเข้ามาอย่างท่วมท้น เสียงอุทานของเขาทำให้คนที่เพิ่งถูกจูบอย่างเร่าร้อน เม้มริมฝีปากแน่น สองมือเรียวบางของหญิงสาวกำจนเกร็ง เมื่อรู้ว่าผู้ชายที่กำลังจะแต่งงานกับเธอ มีใครบางคนในใจแล้ว

เพียงรวีรอจนเขาพูดโทรศัพท์จบ เธอจึงเอ่ยขึ้นอย่างเยือกเย็นว่า

“ฉันจะขอร้องให้อาพงษ์รับเงินสองล้านเพื่อแลกกับอิสรภาพของคุณ”

คำพูดของเธอทำให้อธิวิย์หันขวับมาทันที ดวงตาของเขาวาวโรจน์ขึ้นมาอย่างน่ากลัว ในที่สุดหล่อนก็เปิดเผยธาตุแท้ออกมาแล้ว นังผู้หญิงหิวเงิน

“เธอจะให้ฉันจ่ายเงินฟรีๆ สองล้าน โดยที่ไม่ได้นอนกับเธอเลยสักครั้งน่ะหรือ ฝันไปเถอะ”

คำพูดเถรตรงของเขา ทำให้เพียงรวีหน้าแดงก่ำไปหมด

“ผู้ชายลามกอย่างคุณในสมองคงคิดเป็นแต่เรื่องเดียว” หญิงสาวพูดเสียงสะบัด

“ผู้ชายลามกอย่างฉันก็เหมาะกับผู้หญิงหน้าเงินอย่างเธอนั่นแหละ”

เขาโต้ตอบเสียงเดือดจัด ก่อนจะออกรถอย่างเร็ว จนเพียงรวีแทบจะหัวคะมำ เพราะไม่ทันตั้งตัว

“ฉันเกลียดคุณที่สุด” เธอพูดด้วยความคับแค้นใจสุดขีด

“ฉันก็เกลียดเธอที่สุดเหมือนกัน” เขาโต้ตอบไม่ลดละ

“เกลียดฉันแล้วคุณจะแต่งงานกับฉันทำไม”

“เพื่อความสะใจยังไงล่ะ แต่ไม่ต้องห่วงนะ ฉันเบื่อเธอเมื่อไหร่ ฉันจะหย่าให้ทันที”

เขาเชือดเฉือนอย่างเลือดเย็น จนคนฟังเจ็บแปลบเหมือนถูกเข็มแหลมๆ ทิ่มแทง

 

หลังจากวันนั้น อธิวีย์ก็ไม่เคยเฉียดกรายมาใกล้เธออีก เพียงรวีใช้ชีวิตอยู่อย่างวิตกกังวล โดยมีพงษ์ศิลป์ผู้เป็นพ่อเลี้ยงจับตาดูเธออยู่เงียบๆ สายตาของพงษ์ศิลป์กึ่งเฉยเมยกึ่งเวทนา แต่เขาหวังว่าลูกเลี้ยงคนสวยคงจะไม่คิดสั้น จนถึงขั้นฆ่าตัวตาย ไม่อย่างนั้น เขาคงจะอดได้เงินหนี่งล้าน ซึ่งเงินนี้เขาจะได้ในวันแต่งงานของเพียงรวีเท่านั้น

ตั้งแต่รู้ข่าวว่าเพียงรวีจะแต่งงานกับอธิวีย์ ดำรงวุธก็หายไปจากชีวิตของหญิงสาวโดยสิ้นเชิง บางครั้งเธอแวะเวียนไปหาเขาที่บ้าน ตามประสาคนเคยใกล้ชิดสนิทสนมกัน เขากลับหลบลี้หนีหน้าเสียดื้อๆ ป้าดาราผู้เป็นมารดาของเขาบอกเธอว่าเขายังทำใจเรื่องที่เธอจะแต่งงานไม่ได้ จึงขอเวลาหลบเลียแผลใจให้หายก่อน

เพียงรวีเจ็บปวดอยู่ลึกๆ เมื่อได้รู้ความรู้สึกของดำรงวุธ ทำไมเขาไม่เคยบอกเธอเลย เขาไม่เคยบอกว่าเขารู้สึกกับเธออย่างไร เขาปล่อยให้เวลาผ่านไปอย่างว่างเปล่า สุดท้ายแล้ว ทุกอย่างก็สายเกินไป

เวลาผ่านไปราวกับติดปีกบิน อีกสัปดาห์เดียวก็จะครบกำหนดหนึ่งเดือนที่พ่อเลี้ยงของเพียงรวีกำหนดเส้นตายให้ลูกชายของซาตานหน้าหยก แต่ถึงกระนั้นข่าวคราวของเขาก็ยังเงียบหาย เขาทำเหมือนตายจาก ทั้งๆ ที่เห็นหน้าเธอทีไรเขา แทบจะกระโดดเข้าใส่ทุกที

การกระทำของเขาทำให้เพียงรวีแปลกใจยิ่งนัก หรือว่าเขาจะเปลี่ยนใจ ไม่ทำตามข้อตกลงกับอาพงษ์แล้ว ถ้าเป็นอย่างนั้นก็ดี เธอจะได้ไม่ต้องยุ่งเกี่ยวกับเขาอีก แต่แล้วสามวันก่อนครบกำหนดเส้นตาย เสียงโทรศัพท์มือถือของเธอก็ดังขึ้นตั้งแต่เช้าตรู่

“ใครหนอโทรมากวนใจตั้งแต่ตีห้า”

หญิงสาวพึมพำกับตนเอง ก่อนจะเอื้อมมือไปรับสาย เพียงรวีมองดูเบอร์โทรศัพท์ที่โชว์อยู่หน้าจอ คิ้วเรียวสวยของเธอขมวดเข้าหากันอย่างสงสัย เมื่อเห็นเบอร์แปลกๆ ที่เธอไม่เคยได้รับมาก่อนโชว์หราอยู่บนหน้าจอ หมายเลขโทรศัพท์เบอร์นี้สวยเหลือเกิน คงจะเป็นหมายเลขที่ประมูลมาแน่ๆ

“สวัสดีค่ะ”

“สวัสดี ตื่นเช้าเหมือนกันนี่”

เสียงห้าวๆ ที่ทักทายกลับมาทำให้เพียงรวีถึงกับนั่งตัวแข็ง เขายังมีชีวิตอยู่ และเขากำลังจะกลับมาหลอกหลอนเธอตามที่ตกลงกันไว้

“...”

“ได้ยินเสียงฉันถึงกับอึ้งไปเลยหรือ” ปลายสายถามเสียงแข็ง

“คุณมีธุระอะไร” เธอถามเสียงแข็งไม่แพ้กัน

“ฉันโทรมาบอกเธอว่าให้เธอไปลองชุดแต่งงานเอง เพราะฉันไม่มีเวลาจะพาไป”

คำบอกเล่าที่แสนเลือดเย็นของเขา ทำให้เพียงรวีกัดริมฝีปากจนห้อเลือด เขาช่างหยามเกียรติเธอไม่มีที่สิ้นสุด หญิงสาวยังไม่ได้ถามชื่อร้าน เขาก็ชิงบอกมาเสียก่อน แล้วก็กำชับว่า

“เธอต้องรีบไปลองชุดนะ เพราะชุดเสร็จเรียบร้อยแล้ว และที่สำคัญ ถ้าหุ่นของเธอไม่ได้มาตรฐานพอ ช่างจะได้แก้ไขทันเวลา”

เขาทิ้งท้ายให้คนฟังเจ็บใจเล่น ก่อนจะรีบวางสายอย่างรวดเร็ว

 

เพียงรวี พิชัยภูษิต รู้สึกเหมือนตกอยู่ในความฝัน วันนี้คือวันแต่งงานของเธอแน่หรือ หญิงสาวหยิกตัวเอง เมื่อรู้สึกเจ็บจึงรู้ว่ามันคือความจริงไม่ใช่ความฝัน งานแต่งงานของเธอจัดที่บ้านของเขา เธอมาอยู่ที่นี่ตั้งแต่เมื่อวานแล้ว โดยอธินวีย์กับวนิตราขับรถมารับเธอถึงบ้าน

เมื่ออธินวีย์ขออนุญาตพาเพียงรวีมาค้างที่บ้าน พงษ์ศิลป์ก็อนุญาตทันที หลังจากนั้นเพียงรวีก็รู้สึกเบลอๆ จนแทบจะจำอะไรไม่ได้ เธอรับรู้แต่ว่าเจ้าของบ้านให้เธออยู่ในห้อง ห้องหนึ่งซึ่งตกแต่งอย่างงดงามหรูหรา ข้าวปลาอาหารก็ยกมาเสิร์ฟให้ถึงในห้อง แล้วก็บังคับให้เธอนอนแต่หัวค่ำ พอตีสี่ก็มีคนมาปลุกเธอ ให้ลุกขึ้นมาอาบน้ำแต่งตัว

หลังจากนั้นอีกสองชั่วโมง เธอก็แต่งตัวเสร็จเรียบร้อยโดยช่างแต่งหน้าและแต่งผมมืออาชีพ เพียงรวีมองดูตัวเองในกระจกเงา เธอเห็นหญิงสาวแสนโสภาคนหนึ่ง สวมชุดไทยบรมพิมานร่วมสมัยเรียงร้อยด้วยผ้าลูกไม้ ผสานเดรปสลับสีกับผ้าถุงไหมบรรเจิดงามจรัสด้วยผ้าลูกไม้ฝรั่งเศสสีขาวนวล

“น้องพีชสวยเหลือเกิน พี่ปายเห็นต้องตะลึง จนตาค้างแน่ๆ”

อธินวีย์ชมพี่สะใภ้ ซึ่งอายุน้อยกว่าเธออย่างจริงใจ เพียงรวียิ้มให้น้องสาวว่าที่สามีอย่างอ่อนหวาน

“ขอบคุณค่ะคุณซายน์”

“น้องพีชอย่ากลัวพี่ปายนะจ๊ะ ขี้เก๊กไปอย่างนั้นแหละ ความจริงไม่มีอะไรหรอก”

วนิตราหรือแพม ลูกสาวของวฤทธิ์เตือนเจ้าสาวของซาตานยิ้มๆ แต่เพียงรวียิ้มไม่ออก หญิงสาวคิดหวาดหวั่นไปสารพัดแต่เรื่องอะไรก็ไม่น่าหนักใจ ไม่น่ากังวลใจเท่าเรื่องที่เธอต้องอยู่ร่วมห้องกับเขา เธอจะทำอย่างไรดี

ขณะที่เพียงรวีกำลังวิตกกังวลอยู่นั้น เสียงถามเบาๆ ก็ดังมาจากนอกห้อง

“เจ้าสาวแต่งตัวเสร็จหรือยังจ๊ะ เจ้าบ่าวพร้อมแล้วนะ”

เสียงเรียกของมารดาเขา ทำให้หัวใจของเพียงรวีเต้นตึ้กตั้กขึ้นมาทันที หญิงสาวก้าวออกจากห้อง ด้วยความรู้สึกเหมือนกำลังจะเดินไปสู่ลานประหารก็ไม่ปาน

ร่างสูงใหญ่ของบุรุษวัยฉกรรจ์ ซึ่งอยู่ในชุดสูทร่วมสมัยบุรุษช่วงรัชกาลที่ 5 กับโจงกระเบนผ้าไหมชั้นเลิศ ในโทนสีเขียว ซึ่งเป็นโทนสีเดียวกับชุดของเจ้าสาว ทำให้อธิวีย์หล่อเหลางามสง่าดุจดั่งเทพบุตร แต่ใบหน้าหล่อเหลาคมเข้มของเขา กลับเครียดขรึม ราวกับมีเรื่องทุกข์ใจแสนสาหัส ใช่...เขาทุกข์ใจ เมื่อเช้านี้ดาริสาโทรศัพท์มาร้องไห้ร้องห่มกับเขาเกือบครึ่งชั่วโมง ถ้าเขาไม่บอกเธอว่าเขามีภารกิจสำคัญที่ต้องทำอีกหลายอย่าง เธอคงจะร้องไห้ทางโทรศัพท์เป็นชั่วโมงแน่ๆ

“ปาย...อย่าลืมคำสัญญานะคะ ปายต้องไม่แตะต้องผู้หญิงคนนั้นนะ”

ดาริสาพูดจบก็ส่งเสียงสะอึกสะอื้นมาตามสาย

“...”

“ปายรับปากดาด้าสิคะ” หญิงสาวเร่งเร้า เมื่อเห็นอีกฝ่ายเงียบเฉย

“ปาย...”

เรียกเขาพลางสะอื้นพลาง เสียงสะอื้นของเธอ ทำให้อธิวีย์หนักอึ้งไปทั้งใจ

“เจ้าสาวมาแล้วจ้ะ”

เสียงของมารดาทำให้อธิวีย์หันขวับมาทันที ดวงตาดำคมของเขาเบิกกว้างอย่างตกตะลึง เมื่อเห็นร่างงามลออของเจ้าสาวยืนเขินอายอยู่ตรงหน้า

สวย...เธอสวยเหลือเกิน สวยจนหัวใจของเขาหวั่นไหว อธิวีย์เดินเข้าไปหาเจ้าสาวของเขาเหมือนถูกมนตร์สะกด ปลายนิ้วยาวเรียวของเขาเชยคางเรียวสวยขึ้นมา แล้วเขาก็บรรจงจูบอย่างอ่อนหวาน จูบที่แสนหวานของเขาทำให้เจ้าสาวเคลิบเคลิ้มโดยไม่รู้ตัว เพียงรวีไม่รู้ตัวเลยว่าเธอตอบสนองจูบของเขาอย่างไร้เดียงสา

การกระทำของเจ้าบ่าวกับเจ้าสาวทำให้แพรนวีย์ อธินวีย์ และวนิตราหน้าแดงขึ้นมาพร้อมกัน บุคคลทั้งสามทำอะไรไม่ถูก ได้แต่ยืนมองหน้ากันไปมา

“น้องบลายธ์ เจ้าบ่าวกับเจ้าสาวอยู่ไหน พระมาแล้วนะ”

อธิษฐ์ถามเมียเสียงขรึม เมื่อยังไม่เห็นเจ้าบ่าวกับเจ้าสาวลงมาใส่บาตร ทั้งที่พระท่านมาพร้อมแล้ว แพรนวีย์ไม่ตอบสามี แต่เธอชี้มือไปทางขวามือ อธิษฐ์มองตามทันที ภาพที่เห็นทำให้ซาตานหน้าหยกถึงกับพูดอะไรไม่ออก อะไรกันวะ ไหนบอกว่าไม่เต็มใจแต่งงาน ทำไมคนไม่เต็มใจถึงจูบกันดูดดื่มขนาดนี้

“อะแฮ่ม!

อธิษฐ์ส่งเสียงกระแอม หวังจะให้ลูกชายสุดสวาทรู้ตัว แต่ไม่มีผลอะไรทั้งสิ้น ตรงกันข้ามอธิวีย์กลับกดร่างบางระหงของเจ้าสาวเข้ามาหาตัว จนแนบชิดกันทุกส่วนสัด แล้วจูบของเขาก็ยิ่งดูดดื่มมากขึ้นกว่าเดิม

“ปาย...พระมาแล้วนะ”

อธิษฐ์ตะโกนเสียงดัง คราวนี้ได้ผล เจ้าบ่าวสุดหล่อค่อยๆ ถอนจูบอย่างอ้อยอิ่ง เพียงรวีก้มหน้างุด ตั้งแต่เกิดมาหญิงสาวยังไม่เคยอับอายอะไรเท่านี้มาก่อน

“พ่อว่าอะไรนะครับ”

เจ้าบ่าวถามบิดาด้วยสีหน้าไม่รู้ไม่ชี้ ทำไมเขาจะไม่รู้ว่า ทุกคนจ้องมองเขาเขม็ง

“ฉันบอกว่าพระมาแล้ว ทำไมแกหูอื้อตั้งแต่เช้า แถมยังหน้าหนาไม่อายใครอีก”

อธิษฐ์ตอบแล้วก็ต่อว่าลูกชายอย่างหมั่นไส้ อธิวีย์หัวเราะหึๆ แต่ก็ไม่พูดอะไร เขาฉวยมือเรียวบางของเจ้าสาวมากุมไว้ ก่อนจะก้าวเดินออกไปพร้อมกัน

“ปาย...เดี๋ยวก่อนจ้ะ หนูพีชปากซีดเหลือเกิน ต้องเติมปากหน่อย”

แพรนวียผู้ห่วงใยความสวยของลูกสะใภ้ทุกกระเบียดนิ้ว เรียกลูกชายเอาไว้  อธินวีย์ส่งเสียงเรียกช่างแต่งหน้าอย่างรู้ใจ ฝ่ายนั้นก็รีบมาเติมความสวยให้เจ้าสาวอย่างงวยงง อะไรกันนี่ เขาเพิ่งแต่งหน้าให้เจ้าสาวงามเลิศมาหยกๆ แล้วใครกันบังอาจทำให้เจ้าสาวแสนสวยปากซีดได้ขนาดนี้

หลังจากทาลิปสติกให้เจ้าสาวงามเลิศล้ำเหมือนเดิมแล้ว  ช่างแต่งหน้าประเภทสองก็อดมองเจ้าบ่าวรูปหล่อไม่ได้ แล้วความสงสัยเรื่องที่เจ้าสาวปากซีด ก็หายไป เมื่อเห็นริมฝีปากได้รูปของเจ้าบ่าวแดงฉ่ำมากกว่าปกติ

“พากันไปใส่บาตรได้แล้ว ปล่อยให้พระให้เจ้ารอ มันไม่ดีนะ”

บิดาบอกเสียงเรียบ พลางมองลูกชายอย่างตำหนิ

“ครับพ่อ”

อธิวีย์รับคำ แล้วก็เดินจูงมือเจ้าสาวของเขาออกไปอย่างรีบร้อน

 

 

           

 

 

 

 

   

  

 

 

                                                             

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 411 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

15,467 ความคิดเห็น

  1. #15179 winnin (@winnin) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2553 / 18:58

    ไหนบอกไม่รักแล้วจูบทำไม หรืออารมณ์มันพาไป  

    #15,179
    0
  2. #13521 [mellody she love you] (@mellody) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2553 / 12:21
    เขิน อ่ะ เขินแทนหนู พีชเลยอ่ะ
    อ่านไปหน้าแดงไป
    #13,521
    0
  3. #12694 คาโบนาร่า (@sabai-jai) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2553 / 16:51
    555555 ความสวยของหนูพีชครอบงำ 
    #12,694
    0
  4. #12611 amandazazi (@nostadazazi) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2553 / 00:15
    กรี๊ดดดดดดดดดดด

    หนูอยากปากซีดง่ะ...ตะเอ๊ง >.,<

    #12,611
    0
  5. #11637 BL.Namsom (@yothin1112) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2553 / 19:32
     สนุกจังเลยค่ะ
    #11,637
    0
  6. #10472 ฟฟฟฟ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2553 / 01:51
    รู้เลย พระเอกเรื่องนี้ ขี้โกหก ปากไม่ตรงกับใจ บ้ากาม หน้าด้านด้วย เอ๊ะ สรุปมีอะไรดีนะเนี่ย เอาเหอะ ดีอย่างหล่อ 555+



    และก็ สนุก ค่ะเรื่องนี้อิอิ
    #10,472
    0
  7. #9863 AlohaSom (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 27 เมษายน 2553 / 14:07
    ชอบๆค่ะ สนุกไม่แพ้ นางฟ้ากับซาตานเลย แต่ว่าตอนที่พาเจ้าสาวไปแนะนำตัวและไล่ลำดับญาติ ทำไมเป็นหลานสาวล่ะคะ ถ้าเป็นลูกของลุงน่าจะเป็นลูกพี่ลูกน้องมากกว่า
    #9,863
    0
  8. #8581 Dek_Zama (@Dek_zapat) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 17 เมษายน 2553 / 16:21

    อ๊าย...ตาปายจอมหื่น  ป้าขอสิงร่างน้องพีชชั่วคราวได้มั้ย แบบว่า...ฮ่าๆๆๆ  ชอบค่ะ สนุกดี

    #8,581
    0
  9. #8010 SkyLovely (@kobkero-bear) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 13 เมษายน 2553 / 21:47
    อะไรกันไหนบอกว่าไม่รักแต่ก็จูบเขา 555+
    #8,010
    0
  10. #7662 beerspume (@beclomop) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 11 เมษายน 2553 / 02:17

    =[]=a

    สุดๆค่ะ

    #7,662
    0
  11. #7448 b-e-a-u (@beau-01) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 10 เมษายน 2553 / 00:05

    หนาจริงๆๆ ด้วยนะ
    หน้านะ คุณปาย

    #7,448
    0
  12. #7344 EVEMEEV (@evemeev) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 9 เมษายน 2553 / 02:39
    พี่ปายขา ดิบยิ่งกว่ามะม่วงอีกคร่า กรี๊ดดดดดดด
    #7,344
    0
  13. #7143 Z๏diAc (@yuletied) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 7 เมษายน 2553 / 20:13

    ไม่เลือกสถานที่เลยนะท่านปาย= =a

    #7,143
    0
  14. #7085 KO one .... (@gugig) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 7 เมษายน 2553 / 13:38
    แหม ถ้าเข้าห้องหอจะเป็นยังไงน้า
    #7,085
    0
  15. #7005 Blackmore's night (@phantom-9) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 6 เมษายน 2553 / 18:44

    ปายนี่มันน่า... เว้ยยยย 

    #7,005
    0
  16. #7001 fairy girl_angle girl (@fairygirl-angle) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 6 เมษายน 2553 / 18:13
    หนุกจัง
    #7,001
    0
  17. #6763 loOKMaii (@lookmai-i) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 4 เมษายน 2553 / 21:29
    สนุกๆๆจ้าอัพบ่อยๆนะค่ะ
    #6,763
    0
  18. #6739 moonoinana (@moonoinana) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 4 เมษายน 2553 / 18:40
    นุกๆจัง
    อ่านต่อ
    #6,739
    0
  19. #6471 Miki-ZaaZ* (@miki-za-a) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 2 เมษายน 2553 / 20:28

    เข้าใกล้ไม่ได้เลยทีเดียว

    #6,471
    0
  20. #6326 belle (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 1 เมษายน 2553 / 23:36
    sanook very much
    #6,326
    0
  21. #6197 *ซาฮาร่า* (@nutoei) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 1 เมษายน 2553 / 13:19

    สนุกจัง

    #6,197
    0
  22. วันที่ 1 เมษายน 2553 / 02:48

    สนุกมากเลยคะ

    #6,105
    0
  23. #5847 lordkisilensor (@murrha) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 29 มีนาคม 2553 / 23:07
    ว้าว น่ารักจัง
    #5,847
    0
  24. #5482 สาวเเสบใจซ่า (@maspicy) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 27 มีนาคม 2553 / 08:06
    สนุกมาก
    #5,482
    0
  25. #5228 hakuron (@hakuron) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 25 มีนาคม 2553 / 11:58
    นั่นน่ะสิคะคุณพาย...ลูกชายคุณน่ะชักจะยังไงแล้วน๊า

    ไหนว่าไม่เต็มใจแต่งไง...เห็นน้องพีชทีไรเหมือนต้องมนต์ยังไงอย่างงั้นเลย
    #5,228
    0