เจ้าสาวของซาตาน re - up

ตอนที่ 17 : ปฏิบัติการนางมารร้ายดีดี้ 100 %

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 33,301
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 278 ครั้ง
    6 เม.ย. 63


บทที่ 17

 

เช้าวันเสาร์วันนี้อากาศดีน่านอน เวลาเกือบจะแปดนาฬิกาอยู่แล้ว แต่ร่างสองร่างยังเกาะกอดก่ายเกยไม่ขยับไปไหน

“อื้อ! ปายไม่เอาค่ะ” เสียงฝ่ายหญิงห้ามเสียงสั่น เมื่อฝ่ายชายขยับมาแนบชิดอย่างผิดปกติ

“เอาหน่อยน่า” เสียงฝ่ายชายพึมพำขณะที่ถูไถจมูกคมๆ ไปตามไหล่ขาวนวลอย่างวาบหวาม

“อย่าค่ะ...สายแล้วนะคะ”

เพียงรวีขยับออกห่าง แต่เขาก็ขยับตามไปทุกที่

“ผัวเมียจะรักกัน มันสำคัญที่เวลาด้วยหรือ” เขาถามเอาแต่ใจ

“บ้า!

“พูดความจริงก็หาว่าบ้า พีชจ๋า...เรามาต่อรอบเช้าอีกสักรอบนะ”

เขาเอ่ยชวนเสียงหวาน เพียงรวีเงยหน้าขึ้นมองเขา ความหล่อแบบไม่มีลิมิตของเขา ทำให้เธอถึงกับตาโต ยิ่งดูใกล้ๆ เขาก็ยิ่งหล่อ สองมือเรียวบางของหญิงสาวยื่นออกไปลูบไล้ใบหน้าคมเข้มโดยอัตโนมัติ

“หลงความหล่อของปายล่ะสิ” เขาพูดอย่างคนที่รู้จักหน้าตาของตนเองดี

“ปายหล่อเหลือเกินค่ะ”

“ปากหวานแต่เช้าอย่างนี้อยากได้อะไร”

เขาถูไถจมูกคมๆ กับจมูกสวยอย่างหยอกเย้า

“ไม่อยากได้อะไรค่ะ พีชพูดจากใจจริงเท่านั้น”

“หวานอีกล่ะ”

“เพราะปายหล่ออย่างนี้ สาวๆ จึงตามตื้อไม่เลิก”

เพียงรวีอดนึกถึงดาริกาไม่ได้

“ปายไม่สนใจใคร นอกจากพีชคนเดียว”

เขาหวานกลับมาบ้าง ถ้าเขาบอกว่า

“ปายไม่รักใคร นอกจากพีชคนเดียว”

เธอจะมีความสุขสักแค่ไหนหนอ เธอมีค่าพอที่จะได้ฟังประโยคนี้จากเขาหรือเปล่า

“เป็นอะไร” เขาถามอย่างห่วงใย เมื่อเห็นเธอเงียบไป

“เปล่าค่ะ”

“อย่าโกหกน่า บอกมาซะดีๆ ยายแก้มป่อง ถ้าเธอไม่บอก ฉันจะ...”

เขาทำเสียงเซ็กซี่แล้วขยับร่างสูงใหญ่เข้าแนบชิดมากยิ่งขึ้น ทันใดนั้นเสียงโทรศัพท์มือถือของเพียงรวีก็ดังขึ้น หญิงสาวจึงขอตัวไปรับโทรศัพท์

“ปายขา...พีชจะไปรับโทรศัพท์”

“ไม่ต้องไปรับหรอกน่า พวกโรคจิตโทรมาก่อกวนน่ะ”

เขาใส่ไคล้ส่งเดช แล้วจูบแก้มสวยอย่างลุ่มหลง เพียงรวีหัวเราะคิก ก่อนจะลุกขึ้นนั่ง  เธอคว้าผ้าห่มผืนบางมาคลุมเฉพาะด้านหน้าของร่างกาย ส่วนด้านหลังกลับเปิดเปลือยตลอด อธิวีย์มองตามตาปรอย เมียเขาสวยและเซ็กซี่ที่สุดในโลก

“สวัสดีค่ะ”

เพียงรวีส่งเสียงทักทายอย่างแปลกใจ เมื่อเห็นเบอร์โทรหมายเลขยาวเฟื้อยที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน

“สวัสดีจ้ะแม่คู๊ณ เพิ่งตื่นหรือไงจ๊ะ”

ปลายสายส่งเสียงทักทายมาอย่างรื่นรมย์ บ่งบอกถึงความเป็นคนอารมณ์ดี

“ยายติ๋ม”

เพียงรวีอุทานออกมาอย่างตื่นเต้นดีใจ เมื่อตวิษาเพื่อนสนิทที่สุดโทรมาหา น้ำเสียงตื่นเต้นของเธอทำให้ใครบางคนที่กำลังนอนตะแคงมองเธออยู่บนเตียง ถึงกับขมวดคิ้วเข้มๆ เข้าหากัน ยายติ๋มสาวที่ไหนโทรมาหาเมียเขา แม่เจ้าประคุณถึงได้ตื่นเต้นขนาดนี้ หวังว่ายายติ๋มคนนี้คงไม่ใช่ทอมไม่ใช่ดี้ที่ไหนนะ ไม่อย่างนั้นล่ะก็เจอดีแน่ๆ

“ฉันเองย่ะ แม่ลูกพีช สบายดีไหมยะ ได้ข่าวว่ามีผู้ชายมีกรรมมาตกถึงท้องหล่อนแล้วไม่ใช่หรือ”

คำทักทายอย่างสนิทสุดขั้วนั้น ทำให้เพียงรวีอายจนหน้าแดงก่ำ  หญิงสาวเผลอมองคนที่นอนทอดร่างเหยียดยาวอยู่บนเตียงอย่างเอียงอาย แต่ฝ่ายนั้นกลับยักคิ้วให้เธออย่างล้อเลียน

“ติ๋มรู้ได้ยังไง” เสียงถามเขินอาย

“ยายบุ๋มบอกฉัน”

ตวิษาพูดถึงยายบุ๋มหรือบราลี ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทอีกคนหนึ่งของสองสาว

“แต่ยายบุ๋มอยู่ออสเตรเลียนี่”

“เธอก็รู้ยายบุ๋มมันเส้นใหญ่ อยากรู้อะไรก็ต้องรู้จนได้”

“แล้วติ๋มสบายดีไหม กิจการร้านอาหารที่ปรากเป็นอย่างไรบ้าง”

เพียงรวีถามถึงกิจการร้านอาหารไทยที่ญาติของตวิษาไปเปิดกิจการอยู่ที่กรุงปราก เมืองหลวงของสาธารณรัฐเชค ส่วนตวิษาผู้เป็นหลานเพิ่งไปช่วยกิจการหลังจากเรียนจบนี้เอง

“ติ๋มสบายดีจ้ะลูกพีช เหนื่อยแต่สนุก กิจการร้านอาหารก็ไปได้ดีจ้ะ ว่างๆ ก็มาเที่ยวปรากสิจ๊ะ ติ๋มจะเป็นไกด์ให้เอง”

“ไม่แน่จ้ะ บางทีอาจจะไป”

เพียงรวีตอบแบ่งรับแบ่งสู้ แต่เธอหารู้ไม่ ปรากคือที่พักใจในอนาคต

“พีช...คุยจบหรือยัง”

อธิวีย์เอ่ยถามเสียงทุ้ม ตวิษาได้ยินเสียงของเขาก็กรี๊ดกร๊าดมาตามสาย

“ต๊าย! ยายลูกพีช ฉันชักอิจฉาหล่อนแล้วสิ เสียงยังหล่อขนาดนี้ หน้าตาจะหล่อขนาดไหน ฝากทักทายเพื่อนเขยด้วยนะยะแม่คู๊ณ”

“เอ่อ...คุณปายหล่อมากจ้ะ”

เพียงรวีถือโอกาสป่าวประกาศความหล่อของสามีซะเลย

“ติ๋มเชื่อ อิจฉาลูกพีชจังมีสามีรูปงามนามเพราะ แถมรวยล้น ดีใจด้วยนะจ๊ะลูกพีช ขอให้มีความสุขมากๆ จ้ะ”

“เช่นกันจ้ะ ขอให้ติ๋มมีความสุขมากๆ ได้เจอคนรู้ใจไวๆ นะจ๊ะ”

“เฮ้อ! ลูกพีชอย่าพูดเรื่องผู้ชายเลย หนุ่มที่นี่เขาไม่อยากรู้ใจของติ๋มหรอก เขาอยากรู้แต่ตัวของติ๋มเท่านั้น ยังไง

สเป็กของติ๋มก็ยังเป็นหนุ่มไทยอยู่จ้ะ ว่าแต่…พี่เป้สบายดีไหมจ๊ะ”

ตวิษาถามแล้วก็อดใจเต้นไม่ได้ พี่เป้เป็นผู้ชายที่เธอแอบปลื้มมาตลอด แต่ฝ่ายนั้นก็แอบรักยายลูกพีชมาตลอดเช่นกัน เรื่องของความรัก มันออกแบบไม่ได้จริงๆ คนที่เขารักเรา เราก็ไม่รักเขา ส่วนคนที่เรารักเขา เขาก็ไม่รักเรา เมื่อไหร่รักจะลงตัวเสียทีก็ไม่รู้

                “พี่เป้สบายดีจ้ะ เดี๋ยวพีชจะบอกพี่เป้ให้โทรไปคุยกับติ๋มนะจ๊ะ”

                เพียงรวีอยากจะเป็นกามเทพตัวน้อย คอยช่วยให้ชายหญิงที่น่ารักคู่นี้สมหวัง หลังจากคุยกันจนหายคิดถึงแล้ว ทั้งสองสาวจึงวางสาย

                “คนมีความผิดมานี่เลย” อธิวีย์เสียงแข็ง

                “พีชมีความผิดอะไร”

                เพียงรวียังยืนอยู่ที่หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง หากมองเขาอย่างฉงน

                “ผิดโทษฐานที่คุยโทรศัพท์กับเพื่อนนานเกินเหตุ จนทำให้สามีขาดความอบอุ่น”

                ข้อหาของเขาทำให้คนฟังกลั้นหัวเราะแทบไม่ไหว

                “เป็นข้อหาที่แปลกประหลาดที่สุดเท่าที่พีชเคยได้ยินมา”

                “พีชมารับโทษทัณฑ์จากปายซะดีๆ”

                “โทษทัณฑ์จากปายรอก่อนได้ไหมคะ ตอนนี้พีชอยากอาบน้ำมากที่สุด”

                “งั้นก็อาบด้วยกัน”

                อธิวีย์ลุกขึ้นทันที เพียงรวีก้มหน้างุด เธอจะกล้ามองหน้าเขาได้ยังไง ก็เขาเปลือยตลอดตัว คนอะไรช่างไม่รู้จักอายเทวดาฟ้าดินบ้างเลย หลังจากนั้นสามีหนุ่มก็อุ้มร่างงามของภรรยาสาวเข้าห้องน้ำ กรรมวิธีอาบน้ำของเขา ทำให้เพียงรวีหลอมละลายไปทั้งตัว

 

                เช้าวันจันทร์เวลา 11.30 น. ขณะที่อธิวีย์กำลังเก็บเอกสารสำคัญหลังจากเขาลงนามแล้วใส่ไว้ในแฟ้ม เสียงเคาะประตูห้องทำงานของเขาก็ดังขึ้น ชายหนุ่มยกนาฬิกาข้อมือขึ้นดูเวลา ใกล้จะเที่ยงแล้ว สงสัยยายแก้มป่องมาชวนเขาไปรับประทานอาหารกลางวันแน่ๆ  แปลกแฮะ! ทำไมวันนี้มาเร็วผิดปกติ ทุกครั้งคุณเธอจะมาตรงเวลาเสมอ

“เชิญครับคนสวย”

อธิวีย์ตั้งใจพูดแซวภรรยา แต่พอเห็นหน้าคนที่เปิดประตูเข้ามา ชายหนุ่มถึงกับอ้าปากค้าง

“ดีดี้”

“สวัสดีค่ะปาย ตั้งแต่รู้จักกันมาวันนี้เป็นวันแรกที่คุณพูดกับดีดี้เพราะที่สุด”

สาวสวยยิ้มหวาน พลางเดินนวยนาดเข้ามาหา อธิวีย์ลุกขึ้นทันที สีหน้าของเขาเครียดขรึม ก่อนจะเอ่ยว่า

“คุณเข้าใจผิดแล้วดีดี้ ที่ผมพูดเมื่อกี้ เพราะคิดว่าคนที่เปิดประตูเข้ามาคือน้องพีชเมียผม ถ้าผมรู้ว่าเป็นคุณ ผมจะไม่พูดอย่างนั้นแน่นอน”

คำพูดของชายหนุ่ม ทำให้แขกสาวสวยผู้มาเยือนถึงกับหน้าแตก แต่จะให้ถอยง่ายๆ คงจะไม่ใช่ดาริกา

“ไม่เป็นไรค่ะปาย คนเราเข้าใจผิดกันได้เสมอ ดีดี้ไม่ถือหรอกค่ะ แต่ดีดี้ขอตู่เอาว่าคุณชมดีดี้ก็แล้วกัน”

“คุณมีธุระอะไร จึงบุกมาที่นี่ โดยไม่บอกล่วงหน้า”  เขาตำหนิตรงๆ แต่ดาริกายังยิ้มสู้

“ดีดี้มาเรื่องธุรกิจค่ะปาย”

ดาริกาคิดว่าเรื่องนี้เท่านั้น ที่จะดึงความสนใจจากเขาได้ แล้วก็ได้ผล เขาชะงักนิดหนึ่ง ก่อนจะถามขึ้น

“เรื่องธุรกิจอะไร เราก็เพิ่งคุยกันไปเมื่อไม่กี่วันนี้เอง”

“นี่รายใหม่ค่ะปาย ดีดี้จึงอยากคุยรายละเอียดกับคุณ”

“ผมว่าไม่จำเป็น เขาสนใจบริษัทของคุณ คุณก็รับไป ไม่จำเป็นต้องดึงผมเข้าไปเกี่ยวข้องด้วย และอีกอย่างผมมีความสามารถหาลูกค้าของผมเองได้ ผมไม่จำเป็นต้องพึ่งคุณ”

“ปาย”

“ถ้าธุระของคุณมีเท่านี้ เชิญกลับไปได้”

ถ้อยคำตัดรอนอย่างไม่ไว้หน้านั้น ทำให้ดาริกาถึงกับหน้าซีด ตั้งแต่เกิดมา ยังไม่เคยมีใครทำให้เธอเสียหน้าขนาดนี้

“บอสขา...ไปลั้นช์ได้หรือยังคะ” เสียงหวานใสเจื้อยแจ้วมาก่อนตัว อธิวีย์ยิ้มรับทันที

“ครับผม ไปเดี๋ยวนี้แหละครับ”

เสียงตอบรับของเขา ทำให้คนข้างนอกเปิดประตูเข้ามาทันที แต่พอเห็นว่าเขาอยู่กับใคร เพียงรวีก็หน้าเสีย

“ดีดี้มาเรื่องงาน แต่กำลังจะกลับแล้ว” อธิวีย์รีบบอก

“ถ้าคุณปายมีธุระก็ไม่เป็นไรค่ะ”

“ธุระจบแล้ว เดี๋ยวเราไปกินข้าวกัน”

“ปายคะ เรื่องธุรกิจ ปายคิดให้ดีนะคะ ถ้าขยายไปทางยุโรปได้ มันจะโตสักแค่ไหน ดีดี้ฝากไว้เท่านี้ล่ะค่ะ ถ้าปายเปลี่ยนใจ โทรหาดีดี้ได้ตลอดเวลานะคะ”

ดาริกาพยายามฝืนสีหน้าให้ยิ้มแย้มเข้าไว้ แม้หัวอกจะกลัดหนองสักเพียงใดก็ตาม ดูสิ เธออุตส่าห์มาเวลาใกล้เที่ยง หวังว่าจะได้รับประทานอาหารกลางวันร่วมกันกับเขา เธออุตส่าห์คิดว่าเรื่องธุรกิจที่เธอมาพูดวันนี้จะทำให้เขาตาโต เหมือนนักธุรกิจทั่วไป แต่มันกลับไม่ใช่เลยสักอย่าง

“ดีดี้ไม่ยอมแพ้หรอกค่ะปาย สักวันหนึ่ง มันต้องเป็นวันของดีดี้”

 

อธิวีย์พาพีอาร์ของเขาไปรับประทานอาหารกลางวัน โดยไม่สนใจดาริกาอีก ชายหนุ่มไม่ทราบหรอกว่าการกระทำของเขา สร้างความเจ็บช้ำให้อีกฝ่ายมากแค่ไหน แต่คนที่จะรับเคราะห์ไปเต็มๆ ก็คือเพียงรวีนั่นเอง

หลังจากรับประทานอาหารกลางวันแล้ว ต่างฝ่ายต่างแยกย้ายกันไปทำงาน ขณะที่ภรรยาสาวสวยของบอสใหญ่เจ้าของบริษัทกำลังทำงานอย่างขะมักเขม้นอยู่นั้น เสียงโทรศัพท์บนโต๊ะทำงานของเธอก็ดังขึ้น

“สวัสดีค่ะ เพียงรวี อธิรักษ์รับสายค่ะ”

คำแนะนำที่บ่งบอกถึงความสัมพันธ์อันลึกซึ้งกับเจ้าของบริษัท ทำให้หัวใจของคนฟังร้อนรุ่มไปด้วยไฟริษยา

“แหม! หล่อนไม่ต้องป่าวประกาศก็ได้มั้งว่าหล่อนเป็นแค่นางบำเรอของเขา”

น้ำเสียงดูถูกดูแคลนนั้น ทำให้เพียงรวีเม้มริมฝีปากแน่น เธอแน่ใจว่าเธอไม่เคยไปสร้างความเดือดเนื้อร้อนใจ หรือความเจ็บช้ำน้ำใจให้ผู้หญิงคนนี้มาก่อน แต่ทำไมเธอจึงถูกตามล้างตามผลาญขนาดนี้ ถ้าจะว่าเป็นเพราะเรื่องของคุณดาด้า นั่นเป็นเรื่องของโชคชะตาฟ้าลิขิตต่างหาก เพราะไม่มีใครอยากให้เรื่องเศร้าแบบนั้นเกิดขึ้นเลยแม้แต่น้อย

“คุณดีดี้คงจะเข้าใจอะไรผิดแล้วล่ะค่ะ” เพียงรวีเสียงแข็ง

“ฉันเข้าใจถูกแล้ว น้ำหน้าอย่างหล่อน เป็นได้แค่นางบำเรอของเขาเท่านั้นแหละ หล่อนอย่าได้ผยองพองขนไปนักเลย”

“เรื่องนี้ล่ะค่ะที่คุณดีดี้เข้าใจผิดอย่างมหันต์ ดิฉันขอชี้แจงนะคะ ดิฉันไม่ใช่นางบำเรอของคุณปาย แต่ดิฉันเป็นเมียที่ถูกต้องตามกฎหมายของเขาล้านเปอร์เซ็นต์ค่ะ”

ร้อยเปอร์เซ็นต์มันน้อยเกินไป ขอล้านเปอร์เซ็นต์เลยดีกว่า คำพูดของเมียที่ถูกต้องตามกฎหมายของคุณปาย ทำให้อีกฝ่ายถึงกับสะอึก แต่ผู้หญิงอย่างดาริกาจะแพ้ไม่ได้

“ตอนนี้หล่อนก็พูดได้ เพราะปายกำลังหลงหล่อน แต่อีกหน่อย พอปายเบื่อ เขาก็จะเขี่ยหล่อนทิ้งเหมือนเศษขยะเน่าๆ ชิ้นหนึ่ง เมื่อวันนั้นมาถึง ฉันจะหัวเราะเยาะหล่อนให้ฟันร่วงเลย”

“คุณอาจจะไม่มีโอกาสได้หัวเราะก็ได้ค่ะคุณดีดี้ เพราะหน้านี้เป็นหน้าทุเรียน คนที่ชอบแย่งผัวชาวบ้านอย่างหน้าด้านๆ อาจจะมีผู้หวังดีช่วยกันปาทุเรียนใส่หน้า จนตายไปเลยก็ได้ค่ะ” เพียงรวีโต้ตอบอย่างเผ็ดร้อน

“แก...นัง”

ดาริกาโกรธจนสั่นไปทั้งตัว เกิดอะไรขึ้นกับนังนี่กันแน่ ทำไมวันนี้มันปากเก่งเถียงคำไม่ตกฟาก ปกติแล้วเห็นมันเงียบๆ หงิมๆ

“ขอโทษนะคะ ฉันต้องรีบทำงานให้สามีของฉัน ฉันไม่มีเวลามาพูดเรื่องไร้สาระกับคุณอีกแล้ว  สวัสดีค่ะ”

เพียงรวีพูดจบก็วางสายอย่างเงียบกริบ หญิงสาวไม่ทราบหรอกว่าทั้งคำพูดและการกระทำของเธอทำให้ผู้หญิงที่ใจมืดบอดโกรธแค้นมากแค่ไหน

 

หลังจากกลับเข้าห้องทำงานได้ไม่นาน อธิวีย์ก็เรียกนภาวรรณเลขานุการส่วนตัวของเขาเข้ามาพบ ใบหน้าอันเครียดขรึมของเจ้านาย ทำให้เลขาสาวใจคอไม่ค่อยดี

“วันนี้คุณทำหน้าที่บกพร่อง รู้ตัวหรือเปล่า” เขาตำหนิตรงๆ ตามนิสัยของคนตระกูลอธิรักษ์

“เอ่อ...ดิฉันทำหน้าที่อะไรบกพร่องหรือคะ” คนทำความผิดยังไม่รู้ตัว

“การที่คุณปล่อยให้ดาริกาบุกมาถึงห้องทำงานของผมนั่นแหละคือความบกพร่องของคุณ”

อธิวีย์ตำหนิทั้งน้ำเสียงและสายตา เลขาสาวถึงกับหน้าซีดเผือด

“เอ่อ...ขอประทานโทษค่ะ ตอนแรกดิฉันตั้งใจจะโทรศัพท์เรียนให้ท่านทราบแล้ว แต่คุณดีดี้บอกว่าเธอเป็นเพื่อนสนิทของท่าน ดิฉันก็เลยปล่อยให้เธอเข้าไปโดยพลการค่ะ”

นภาวรรณยืนก้มหน้า เหมือนจะรู้ชะตาของตัวเองดี

“ความผิดครั้งแรกผมให้อภัย แต่อย่าให้มีครั้งต่อไปอีกเป็นอันขาด ไม่ว่าใครจะมาหาผม คุณต้องโทรศัพท์ให้ผมรู้ก่อนทุกครั้ง ไม่ใช่ปล่อยให้เข้าไปโดยพลการอย่างนี้” เสียงของเจ้านายหนุ่มรูปหล่อทั้งห้วนทั้งกระด้าง

“รับทราบค่ะ” เลขาสาวรับคำเสียงแผ่วเบา

“อ้อ! กฎข้อนี้ ยกเว้นสำหรับภรรยาของผม เธอเพียงคนเดียวเท่านั้นที่จะเข้านอกออกในได้ตลอดเวลา”

“รับทราบค่ะ”

“เชิญกลับไปทำงานได้”

เสียงของเจ้านายยังห้วนเหมือนเดิม นภาวรรณจึงเดินกลับออกมาจากห้องทำงานของเจ้านายอย่างเงียบๆ แต่เธอก็อดแปลกใจไม่ได้ ทำไมเจ้านายไม่เหมือนผู้ชายทั่วไป ผู้ชายส่วนมาก ต่อให้แต่งงานแล้วก็เถอะ ถ้ามีผู้หญิงสาวๆ สวยๆ มาให้ความสนใจ เธอไม่เห็นมีใครปฏิเสธสักราย

ผู้ชายบางคนมีหนี่ง สอง สาม ยังไม่พอใจด้วยซ้ำ ต้องมีสี่ ห้า หก เพื่อประดับบารมี ที่พูดนี่ไม่ได้ว่าผู้ชายทุกคน ผู้ชายที่รักเมียให้เกียรติเมียยังมีอีกมาก เหมือนเจ้านายของเธอเป็นต้น ขนาดมีสาวสวยมาแสดงความสนใจอย่างออกนอกหน้า แต่สองตาของเจ้านายก็ไม่แล

นภาวรรณคิดแล้วก็ถอนใจ ผู้หญิงคนนั้นทั้งสวยทั้งรวย เจ้านายของเธอยังไม่มอง แล้วนับประสาอะไรกับผู้หญิงธรรมดาอย่างเธอ สิ่งที่เคยคิดเคยฝันจงลืมมันเสียเถอะ เพราะมันไม่มีทางเป็นไปได้ เจ้านายรักภรรยาของเขามากแค่ไหน เธอก็ได้ประจักษ์แก่สายตาของตัวเองแล้ว

 

อีกสามวันต่อมา อธิวีย์ก็ได้รับโทรศัพท์จากคุณโมลเลอร์นักธุรกิจชื่อดังชาวเยอรมัน คุณโมลเลอร์สนใจอยากทำธุรกิจร่วมกับบริษัทของชายหนุ่ม แต่ขั้นตอนแรกขอพบปะเพื่อพูดคุยและเยี่ยมชมบริษัทก่อน ซึ่งอธิวีย์ก็ตอบรับด้วยความเต็มใจ แต่ถึงกระนั้น ยังมีเรื่องหนึ่งที่อธิวีย์หนักใจ นั่นก็คืองานนี้ดาริกาจะต้องเข้ามาเกี่ยวข้องอย่างไม่ต้องสงสัย

ถ้าอธิวีย์จะตัดปัญหาเรื่องดาริกาโดยการบอกปัดคุณโมลเลอร์ ก็ไม่ใช่วิสัยทัศน์ที่ดีของนักธุรกิจนัก แค่เรื่องผู้หญิงยังรับมือไม่ได้ แล้วเรื่องธุรกิจจะจัดการได้อย่างไร

คุณโมลเลอร์มาพบอธิวีย์ที่บริษัทตามวันเวลาที่นัดหมาย แน่นอนว่าคนที่พาคุณโมลเลอร์มาก็คือดาริกานั่นเอง มาคราวนี้ หญิงสาวเปลี่ยนไปเป็นคนละคน ดาริกาผู้เกรี้ยวกราดเอาแต่ใจ ดาริกาผู้ชอบดูถูกเหยียดหยามคนอื่นไม่มีให้เห็น มีแต่ดาริกาผู้สง่างามและสงบเสงี่ยม

ตอนแรกอธิวีย์ยังงงที่เจ้าหล่อนแค่ส่งยิ้มและทักทายเขาเพียงเล็กน้อยเท่านั้น แม้แต่กับเพียงรวีเจ้าหล่อนก็ยังยิ้มให้หน้าตาเฉย ฝ่ายนั้นตกใจจนยืนนิ่ง แต่ก็ยิ้มตอบตามมารยาทที่ดี แต่สำหรับอธิวีย์แล้ว ไม่ว่าเธอจะมาไม้ไหน สิ่งที่เธอได้จากเขาคือความว่างเปล่าเท่านั้น

“บริษัทของคุณได้มาตรฐานดีมากทั้งด้านอาคาร สถานที่ บุคลากรและคุณภาพของงาน เหมาะสมแล้วที่ได้เป็นบริษัทชั้นนำของเมืองไทย”

“ขอบคุณครับ”

“ส่วนเรื่องการร่วมธุรกิจกันนั้น ผมขอเวลาปรึกษากับบอร์ดบริหารของบริษัทผมก่อน แล้วผมจะให้คำตอบในเร็วๆ นี้”

“ครับ”

อธิวีย์ตอบรับอย่างสุภาพ แต่ก็อดแปลกใจไม่ได้ ทำไมคุณโมลเลอร์ถึงอยากมาทำธุรกิจกับเขา ทำไมจึงมองข้ามบริษัทของดาริกา ทั้งที่บริษัทของเธอก็ไม่ได้น้อยหน้าใครๆ หรือว่าการกระทำครั้งนี้ดาริกาหวังผลอื่นใดอยู่ในใจ

“วันนี้คุณมาเยี่ยมชมบริษัทของผม โอกาสหน้าผมจะไปเยี่ยมชมบริษัทของคุณบ้าง” ทายาทตระกูลอธิรักษ์พูดยิ้มๆ

“ด้วยความยินดีครับ” คุณโมลเลอร์ยิ้มตอบ

วันนี้อธิวีย์กับภรรยาเลี้ยงอาหารกลางวันคุณโมลเลอร์กับดาริกาตามมารยาทของเจ้าของบ้านที่ดี ตลอดเวลาที่รับประทานอาหารด้วยกัน ทุกคนพูดจากันด้วยใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส คุณโมลเลอร์พูดไทยเก่ง เพราะมีภรรยาเป็นคนไทย การสนทนาปราศรัยจึงเป็นไปอย่างราบรื่น

เมื่อดาริกาดีมา เพียงรวีก็ดีตอบ คนเราโตเป็นผู้ใหญ่มีความคิดความอ่านแล้ว จะโกรธเคืองกันไปทำไมให้เครียดเปล่าๆ

“ขอบคุณค่ะสำหรับอาหารกลางวันที่แสนอร่อย”

ดาริกาส่งยิ้มให้อธิวีย์ ชายหนุ่มยิ้มตอบเพียงเล็กน้อย แต่เขาไม่ยอมพูดอะไร แต่ถึงกระนั้นดาริกายังพูดต่อว่า

“ว่างๆ ปายก็พาคุณพีชไปเยี่ยมชมบริษัทของดีดี้บ้างนะคะ รับรองว่าจะต้อนรับอย่างดีเยี่ยมเลยค่ะ”

คำว่าคุณพีชที่ดาริกาเรียก ทำให้เจ้าของชื่อถึงกับตกตะลึง ส่วนอธิวีย์ถึงกับนิ่งอึ้งไป ดาริกาจะมาไม้ไหนหนอ อันว่านิสัยสันดานของคนเรานั้น ไม่ใช่สิ่งที่จะเปลี่ยนได้ในชั่วข้ามคืน วันนี้ดาริกามาดีเป็นพิเศษ แต่สิ่งที่ซ่อนไว้ในใจมีใครรู้บ้าง

 

น่าแปลกที่คืนนี้ดวงดาวไม่พราวฟ้า แม้แต่ดวงจันทราก็หม่นแสง เพียงรวียืนจ้องมองท้องฟ้าอันมืดมิดอยู่เพียงลำพัง ส่วนชายผู้เป็นสามีนั้น ยังคงสนทนาอยู่กับญาติพี่น้องของเขาที่ห้องรับแขก

“คิดอะไรอยู่”

คำถามของเขามาพร้อมกับการโอบกอดร่างน้อยเอาไว้ในอ้อมแขน จมูกคมๆ จูบไซ้ไปตามแก้มสวยอย่างอ่อนโยน

“คิดเรื่อยเปื่อยค่ะ” เธอตอบเสียงแผ่ว ไม่น่าเชื่อว่า เขาจะตามขึ้นมาเร็วขนาดนี้

“ไม่มีจุดหมายเลยหรือ”

เขากัดซอกคอขาวนวลอย่างหมั่นเขี้ยว

“ปายอยากเป็นแวมไพร์หรือคะ”

เธอเอียงคอให้เขากัดอย่างเต็มที่

“อือ! ก็พีชน่ากัดไปทั้งตัว” เขากระซิบเสียงพร่า

“ปายน่ะหื่นตลอด ถ้าพีชไม่อยู่สักเดือน ปายจะเป็นยังไงคะ”

“ขาดใจตาย ตั้งแต่สามวันแรก”

“พูดเว่อร์ซะไม่มี”

หญิงสาวแซวยิ้มๆ หากหัวใจดวงน้อยกลับพองโตอย่างไม่น่าเชื่อ

“วันนี้คุณดีดี้มาแปลกนะคะ”

เพียงรวีอดนึกถึงดาริกาไม่ได้ ต่อให้มาดียังไงผู้หญิงคนนี้ก็ยังน่ากลัว ไม่เหมือนคุณดาด้า เธอทั้งน่ารักน่าสงสาร

“พีช... ปายขอสั่ง อย่าเข้าใกล้ดีดี้เป็นอันขาด”

คำสั่งมาพร้อมกับอ้อมแขนที่กระชับแน่นขึ้น

“ทำไมคะ”

“บอกตรงๆ ว่าปายไม่ไว้ใจผู้หญิงคนนี้”

เขาพูดตรงกับความรู้สึกของเธอเลยทีเดียว

“พีชก็ไม่ไว้ใจเธอค่ะ”

“นั่นแหละ อย่าเข้าใกล้ บอกตรงๆ ปายสังหรณ์ใจยังไงไม่รู้”

“ปายก็อย่าเข้าใกล้เธอนะคะ”

คราวนี้เธอสั่งเสียงดุ แต่เขากลับหัวเราะหึๆ อย่างอารมณ์ดี

“หึงหรือไง” เขากระซิบถาม แล้วจูบเรือนผมนุ่มสลวยอย่างอ่อนโยน

“ใครหึงคุณ”

“ปากแข็ง”

“เดี๋ยวปายจะทำโทษคนปากแข็ง”

“ว่าแต่คนอื่น ตัวเองก็ปากแข็ง” เพียงรวีพูดงอนๆ

“ปายปากแข็งเรื่องอะไร”

นั่นแน่ นอกจากปากแข็งแล้วยังไม่รู้ตัวอีก

เอ่อ...ก็...”

นั่นสินะ จะว่าเขาปากแข็งได้ยังไง เพราะเขาอาจจะไม่ได้รู้สึกกับเธอ เหมือนที่เธอรู้สึกกับเขา คิดแล้วเพียงรวีก็อดเศร้าใจไม่ได้

 

อีกสองสัปดาห์ต่อมาคุณโมลเลอร์ก็ตกลงเซ็นสัญญาทำธุรกิจกับอธิวีย์ ต่อหน้าพยานคนสำคัญคือดาริกา หลังจากเซ็นสัญญากันแล้วคุณโมลเลอร์ได้ชวนหนุ่มสาวทั้งสองไปเลี้ยงฉลองในฐานะเพื่อนร่วมธุรกิจคนใหม่ ซึ่งอธิวีย์ไม่อาจจะปฏิเสธได้

วันนั้นเพียงรวีเกิดอาการคลื่นไส้อาเจียนจนไม่สามารถมาทำงานได้ แต่ถึงอย่างไร พี่ปายก็ต้องโทรศัพท์ขออนุญาตน้องพีชอยู่ดี

“สวัสดีค่ะบอส วันนี้พีชเกงานอีกแล้วค่ะ บอสจะหักเงินเดือนเป็นรายวันไหมคะ

น้ำเสียงของเธอสดใส จนอธิวีย์ชักอึดอัดใจ

“พีชดีขึ้นแล้วใช่ไหมครับ”

“ดีขึ้นแล้วค่ะ ปายมีอะไรหรือเปล่าคะ”

“พีช...ปายจำเป็นต้องไปงานเลี้ยงกับคุณโมลเลอร์” น้ำเสียงของเขาเกรงใจเธอเป็นอย่างยิ่ง

“เขาตกลงเซ็นสัญญากับเราแล้วหรือคะ”

“เซ็นแล้ว”

“ดีจัง”

“พีช...ปายขออนุญาตไปงานเลี้ยงนะครับ”

เขาขออนุญาตอย่างเป็นทางการ ปลายสายเม้มริมฝีปากแน่น เพราะเธอรู้ดีว่างานเลี้ยงนี้ ต้องมีใครคนหนึ่งไปด้วย

“คุณดีดี้ไปด้วยใช่ไหมคะ”

“ใช่...คุณโมลเลอร์เชิญดีดี้ด้วย” คำตอบของเขาทำให้ปลายสายเงียบไปครู่หนึ่ง

“ปาย...”

“หือ...”

“พีชเชื่อใจปายนะคะ”

“พีชเชื่อในสิ่งที่ถูกต้องแล้ว ปายจะไม่ทำให้พีชผิดหวัง แล้วปายจะรีบกลับบ้านนะครับ”

“ค่ะ”

อธิวีย์วางสายไปนานแล้ว แต่เพียงรวียังมองโทรศัพท์อย่างเหม่อลอย คืนนี้คุณดีดี้มีโอกาสแล้ว เพราะก้างขวางคอชิ้นโตอย่างเธอไม่ได้ไปด้วย คิดแล้วหญิงสาวก็ถอนใจอย่างเหนื่อยอ่อน ก่อนจะพึมพำออกมาว่า

“ปายขา...อย่าตกหลุมพรางคุณดีดี้นะคะ”

 

บรรยากาศในงานเลี้ยงเป็นไปอย่างอธิบายลำบาก คนที่ผูกขาดการสนทนาคือดาริกา ส่วนคนที่พูดน้อยที่สุดคืออธิวีย์ คุณโมลลอร์พยายามผ่อนคลายบรรยากาศที่ตึงเครียด ด้วยการเล่าเรื่องตลกขำขัน แต่ก็ไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศดีขึ้นเท่าไหร่

“คุณปายดื่มหน่อยไหมครับ”

คุณโมลเลอร์เชิญชวน เมื่อบริกรรินสุรานอกยี่ห้อดังลงในแก้วทรงสวย

“ต้องขอปฏิเสธครับ ผมแพ้แอลกอฮอล์”

คำปฏิเสธของอธิวีย์ทำให้ดาริกาถอนใจอย่างผิดหวัง เมื่อเขาไม่ดื่มโอกาสของเธอก็ยิ่งลดน้อยลง

“ไม่น่าเชื่อนะครับว่าหนุ่มนักธุรกิจคนดังอย่างคุณปายแพ้แอลกอฮอล์ ลองสักนิดก็ไม่ได้หรือครับ”

“ไม่ครับ” ชายหนุ่มปฏิเสธอย่างเด็ดเดี่ยว

“แพ้แอลกอฮอล์หรือเกรงใจคุณพีชคะ”

ดาริกาฝืนใจแซว เธอไม่อยากจะคะยั้นคะยอให้เขาดื่ม เพราะนั่นจะเป็นการผิดสังเกตจนเกินไป เมื่อเขาไม่ดื่มเธอก็จะเป็นฝ่ายดื่มเสียเอง

“ดีดี้ดื่มเองค่ะคุณโมลเลอร์”

“อย่าดีกว่าครับ ผมไม่อยากมอมเหล้าสาวๆ”

นักธุรกิจชาวเยอรมันพูดยิ้มๆ แต่อธิวีย์ไม่สนใจว่าดาริกาจะดื่มหรือไม่ดื่ม ชายหนุ่มนั่งรับประทานอาหารเงียบๆ คุณโมลเลอร์ถามคำก็ตอบคำ คุณโมลเลอร์ยิ้มมาก็ยิ้มตอบ

“ท่าทางคุณปายคิดถึงคนที่บ้านมาก ทำไมไม่พามาด้วยครับ”

“ภรรยาของผมไม่ค่อยสบายครับ”

ชายหนุ่มย้ำเน้นตรงคำว่าภรรยาของผม คำพูดที่บ่งบอกถึงความเป็นคนมีเจ้าของของเขา ทำให้ดาริกากัดปากอย่างแรง แต่ก็รีบกลบเกลื่อน ด้วยการถามอย่างสุภาพว่า

“คุณพีชเป็นอะไรคะ”

“เธอแพ้ท้องครับ”

คำตอบสั้นและตรงประเด็น แต่คำตอบนั้นทำให้หัวใจของคนฟังวูบโหวงไปด้วยความผิดหวัง เจ็บปวดและเสียดาย เขากำลังจะมีลูกกับนังนั่น มันก้าวข้ามหน้าข้ามตาเธอไปอีกขั้นหนึ่งแล้ว

“งั้นต้องดื่มฉลองค่ะ”

“ขอแค่แสดงความยินดีด้วยก็พอแล้วครับ”

อธิวีย์ปฏิเสธอย่างคนที่รู้จักตัวเองดี หลังจากนั้นบรรยากาศในการรับประทานอาหารก็ดีขึ้นเล็กน้อย  เมื่ออธิวีย์ยิ้มแย้มแจ่มใสมากขึ้น ชายหนุ่มไม่แตะต้องแอลกอฮอล์ แม้แต่หยดเดียว แต่คนที่ดื่มมากกลับเป็นดาริกา

“คุณดีดี้อย่าดื่มมากนะครับ” หนุ่มต่างชาติออกปากเตือน เมื่อเห็นดาริกาดื่มอย่างไม่บันยะบันยัง

“ดีดี้...ยังไหวค่ะ คุณโมลเลอร์...ไม่ต้องเป็นห่วง” น้ำเสียงของหญิงสาวเริ่มอ้อแอ้

“ดีดี้พอเถอะ ดื่มมากอย่างนี้ เดี๋ยวก็กลับบ้านไม่ไหวหรอก”

“ปายไม่ต้องห่วงดีดี้หรอกค่ะ ดีดี้มากับคุณโมลเลอร์ ก็ต้องกลับกับคุณโมลเลอร์ รับรองว่าดีดี้ไม่ทำให้ปายเดือดร้อนหรอกค่ะ”

“ดีดี้รู้จักเกรงใจคุณโมลเลอร์บ้าง”

อธิวีย์ตำหนิตรงๆ แต่ดาริกาไม่สนใจฟัง เธอยังคงตั้งหน้าตั้งตาดื่มต่อไป เมื่อเห็นว่าสมควรแก่เวลา คุณโมลเลอร์จึงเรียกพนักงานมาเช็คบิล หลังจากเช็คบิลเรียบร้อยแล้ว อธิวีย์ก็พูดขึ้นว่า

“ผมขอตัวกลับก่อนนะครับ”

“เดี๋ยวก่อนครับคุณปาย”

คุณโมลเลอร์มองดาริกาอย่างหนักใจ เธอเมาหนักขนาดนี้แม้แต่ยืนก็คงไม่ไหว

“เธอมากับคุณ คุณก็ต้องรับผิดชอบไปส่งเธอนะครับ ผมเองก็ต้องรีบกลับบ้าน ป่านนี้ภรรยาของผมคงจะชะเง้อคอยแล้ว”

ชายหนุ่มรีบดักคออีกฝ่ายทันที ก่อนที่คุณโมลเลอร์จะพูดอะไร เสียงโทรศัพท์มือถือของเขาก็ดังขึ้น เมื่อรับสายแล้ว นักธุรกิจชาวเยอรมันก็ทำหน้าตื่นตกใจ หลังจากนั้นก็วางสายภายในเวลาไม่ถึงสองนาที

“คุณปาย ภรรยาของผมโทรมาบอกว่าลูกชายคนเล็กตกบันได ตอนนี้กำลังเข้าเฝือกอยู่โรงพยาบาล ผมต้องขอตัวไปเยี่ยมลูกชายก่อน คุณปายไปส่งคุณดีดี้ด้วยนะครับ”

คุณโมลเลอร์พูดจบก็เดินตัวปลิวจากไปทันที ปล่อยให้อธิวีย์ยืนอึ้งกับภาระที่น่าหนักใจอย่างไม่คาดฝัน

“ดีดี้ กลับบ้านได้แล้ว”

อธิวีย์หันมาจัดการกับปัญหาตรงหน้า ถ้าขืนมัวชักช้าเขานั่นแหละ จะเดือดร้อนยิ่งกว่าใครๆ

“ดีดี้...ลุกไม่ไหว ปายช่วยประคองดีดี้หน่อยสิค้า”

ดาริกาพยายามลุกขึ้นยืน แต่หญิงสาวยืนโงนเงน แทบจะทรงตัวไม่อยู่ อธิวีย์ปราดเข้ามาหิ้วปีกหญิงสาวออกไปที่ลานจอดรถอย่างรวดเร็ว

เมื่อเดินไปถึงรถ ชายหนุ่มเปิดประตูด้านหลังออก แล้วผลักร่างของดาริกาเข้าไปโดยเร็ว

“ปาย...ทำยังงี้ได้ไง ดีดี้...จะนั่งข้างหน้าคู่กับปาย” หญิงสาวประท้วงเสียงอ้อแอ้ แต่อธิวีย์ไม่สนใจ

“ที่นั่งด้านหน้า สงวนไว้ให้ภรรยาของผมคนเดียวเท่านั้น ถ้าคุณเรื่องมาก ผมจะเรียกแท็กซี่ให้เดี๋ยวนี้”

ชายหนุ่มพูดจบก็ขึ้นไปสตาร์ทรถขับออกไปทันที

“บ้านคุณอยู่ที่ไหน”

อธิวีย์ถามเสียงขรึม ดาริกาบอกชื่อคอนโดสุดหรูใจกลางเมืองแห่งหนึ่ง ชายหนุ่มเม้มปากแน่น แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรอีก มันเป็นเรื่องธรรมดาไปแล้วที่หนุ่มสาวสมัยนี้ นอกจากมีบ้าน ต้องมีคอนโดเอาไว้ใช้สอยต่างวัตถุประสงค์กันไป

อธิวีย์ขับรถเบนซ์คันงามมาจอดหน้าคอนโดสุดหรูแห่งหนึ่ง ชายหนุ่มลากดาริกาไปส่งจนถึงหน้าประตูคอนโด

“ผมส่งคุณแค่นี้นะ”

ชายหนุ่มตั้งท่าจะหมุนตัวกลับ

“ปาย...เดี๋ยวก่อนค่ะ ดีดี้...ขึ้นไปข้างบนไม่ไหว”

ดาริกาทรุดตัวลงนั่งหน้าประตูอย่างหมดแรง แต่ถึงกระนั้นเธอก็ควานหาคีย์การ์ดจนเจอ แล้วส่งยื่นให้ชายหนุ่ม

“ปาย...พาดีดี้ไปส่งที่ห้องด้วยค่ะ ดีดี้ไม่ไหวแล้ว”

“ผมจะเรียกแม่บ้านให้”

ชายหนุ่มพยายามหลีกเลี่ยงสถานการณ์ที่น่าอึดอัดใจนี้ แต่ดาริกาพูดขึ้นว่า

“ปาย...คงจะรังเกียจดีดี้มาก จนไม่อยากไปส่งถึงห้อง งั้นก็ไม่เป็นไรค่ะ ดีดี้จะคลานกลับห้องเอง”

อธิวีย์ชั่งใจอยู่ชั่วเสี้ยววินาที ก่อนจะแนบคิย์การ์ดเข้ากับประตู

“คุณอยู่ห้องไหน” เขาถามเสียงขรึม

901

 ดาริกาซ่อนยิ้มเอาไว้อย่างแนบเนียน ซึ่งอธิวีย์ไม่มีโอกาสได้เห็น เพราะเขามัวแต่หิ้วปีกเธอเข้าไปในลิฟต์ เมื่ออยู่ด้วยกันสองต่อสองในลิฟต์ ดาริกาพยายามอย่างยิ่งที่จะไม่โผเข้ากอดร่างสูงใหญ่อันน่าอบอุ่นของเขา

ยัง...เธอยังไม่อยากให้ไก่ตื่นตอนนี้

หลังจากนั้นอีกไม่กี่นาทีต่อมา อธิวีย์ก็หิ้วดาริกามาหยุดอยู่หน้าห้อง ชายหนุ่มไขประตูห้องให้หญิงสาวตามมารยาทที่ดี

“ผมส่งคุณถึงห้องแล้วดีดี้ ผมกลับล่ะ”

“ปาย...” ดาริกาเรียกชื่อเขาออกมา ก่อนจะทรุดลงนอนแน่นิ่งอยู่หน้าพื้นห้อง

“ดีดี้”

ชายหนุ่มเรียกอย่างตกใจ พลางเขย่าร่างของเธออย่างกังวล แต่ไม่ว่าเขาจะเขย่ายังไง จะเรียกเธออย่างไร เธอก็ไม่ยอมรู้สึกตัว ในที่สุดอธิวีย์ก็ตัดสินใจ เขาจะอุ้มดาริกาไปไว้ที่เตียง หลังจากนั้น เขาก็จะกลับบ้าน ป่านนี้เมียเขาคงคอยแย่แล้ว

อ้อมแขนที่แสนอบอุ่นนั้น ทำให้ดาริกาอยากจะให้เขาโอบกอดเธอไว้นานๆ เวลาช่างผ่านไปเร็วเหลือเกินในความรู้สึกของเธอ แต่สำหรับอธิวีย์แล้ว เมื่อต้องอุ้มหญิงอื่นไว้ในอ้อมแขน เวลาช่างยาวนานราวกับชั่วกัปชั่วกัลป์

เมื่อเขาเดินมาถึงเตียง เขาก็วางร่างของดาริกาลงทันที แต่แล้วชายหนุ่มก็ต้องตกใจแทบสิ้นสติ เมื่อดาริกาผวาขึ้นมากอดเขาเอาไว้ แล้วจูบไปทั่วใบหน้าของเขาอย่างเร่าร้อน

“ปายขา...อย่าเพิ่งไป อย่าทิ้งให้ดีดี้นอนคนเดียวเลยค่ะ”

ดาริกาพึมพำ ขณะที่มือของเธอลูบไล้ไปทั่วแผงอกกว้างของเขาอย่างวาบหวาม

 

 

 

 


 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 













               

 

 

 

 

 

 

 

 

 


 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 278 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

15,467 ความคิดเห็น

  1. #14861 silly_sa (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2553 / 16:09

    ยัยดีดี้เธอร้ายมาก!!!!!

    #14,861
    0
  2. #12513 yothin1112 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2553 / 12:03
     ดี้ดี้หื่น

    ปายหื่น

    +555+
    #12,513
    0
  3. #11243 b-aime (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2553 / 23:16

    ร้ายจิงๆๆ

    ปล.พึ่งไปต่างจังหวัดมาค่ะ กลับมารีบอ่านๆๆๆ

    #11,243
    0
  4. #11072 มิ้ว (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2553 / 14:34
    บอกตรงๆเลยว่า ดีดี้หน้าด้านมากรู้ทั้งรู้ว่าคนอื่นมีสามีแล้ว
    #11,072
    0
  5. #9794 kanykan (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 26 เมษายน 2553 / 16:58
    ดีดี้นี้ร้ายจังเลยทำเอาปายมีเรื่องจนได้
    #9,794
    0
  6. #8614 noovaw (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 17 เมษายน 2553 / 21:45
    ร้ายกาจจิงๆ เด๋วเราจะไปซื้อทุเรียนก่อนเด๋วกับมาอ่านต่อ เอามั้งมั้ยดีดี๋จะเอาเปลือกทุเรียนมาฝาก
    #8,614
    0
  7. #8609 moonoinana (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 17 เมษายน 2553 / 20:54
    ดี้ดี้ร้ายจริงๆ
    เขามีลูกมีเมีย
    แล้วน่ะ
    #8,609
    0
  8. #8586 gittarin (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 17 เมษายน 2553 / 17:05
    เกลียดีดี้จัง...ชื่อเหมือนหมาน้อยเลย
    #8,586
    0
  9. #8458 kaewladymafia (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 16 เมษายน 2553 / 20:23

    นังดีดี้ ชอบจริงๆเลยน่ะผัวคนอื่นเนี่ย 

    #8,458
    0
  10. #8405 sayaung (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 16 เมษายน 2553 / 13:18
    เกลียดดีดี้จังเลย
    #8,405
    0
  11. #8119 ว้าววววววววววววว (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 14 เมษายน 2553 / 13:43
    นังดี้ดี้ เตรียมตัวไว้ได้เลย เดี๋ยวจะเอาทุเรียนไปปาให้หน้าแหกเลยย 5555+++
    #8,119
    0
  12. #7872 beau-01 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 12 เมษายน 2553 / 22:35
    มารยาจริงๆๆ นังดีดี๊
    #7,872
    0
  13. #7821 dongjess (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 12 เมษายน 2553 / 16:21
    ปายน่าจะให้มันคลานกลับห้องเองง่ะ

    ไม่น่าไปสงสารเลยยย
    #7,821
    0
  14. #7820 zoomdustuff (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 12 เมษายน 2553 / 16:13

      ปายน่าจะปล่อยให้ยัยดีดี้คลานกลับเข้าห้องอะ ดูซิ มารร้ายจริงๆ
    #7,820
    0
  15. #7818 orange08 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 12 เมษายน 2553 / 15:55
    อร๊ายย ชั้นหายไปไม่กี่วันอีนังดีดี้ร้ายมาก ชั้นเกลียดแก นังมารร้ายชัดๆ เกลียดเมิงงงงง
    #7,818
    0
  16. #7814 nestlelove (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 12 เมษายน 2553 / 14:51
    นางมารร้าย
    #7,814
    0
  17. #7792 nutoei (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 12 เมษายน 2553 / 12:29
    มารร้ายตัวจริง
    #7,792
    0
  18. #7780 skiiz (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 12 เมษายน 2553 / 10:25
    ดีดี้ชั่วร้ายมาก ขอให้กรรมตามสนองนะ คิดจะแย่งของๆคนอื่นอย่างหน้าไม่อาย
    ปายสู้เขา ไม่อยากให้พีชต้องเสียใจอ่ะ มันเศร้า
    ดีดี้ไปตายเลยไป
    เป็นกำลังใจให้คุณยุ้ยต่อไป
    #7,780
    0
  19. #7761 พระจันทร์ (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 12 เมษายน 2553 / 08:14
    นางมารร้ายดีดี้น่าตบบบบบ....มาก ผิดศีลอยู่นะยัยดีดี้ยุ่งกับสามีชาวบ้านเนี่ย



    เฮ้อ! ชีจะสำนึกมั้ยเนี่ยว่าทำอะไรไป ปายตั้งสตินะแล้วรีบเเผ่นกลับบ้านไป



    หาหนูพีชเลย เดี๋ยวงานจะเข้าซะ
    #7,761
    0
  20. #7749 nabi_kik (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 11 เมษายน 2553 / 23:31
    เกลียดยัยดีดี้
    #7,749
    0
  21. #7743 hardware (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 11 เมษายน 2553 / 21:30
    นางมารร้ายดีดี้ ร้ายนักนะหล่อน น่าโดนตบสักที เกลียดจริง ๆ ทำตัวไม่มีสมองชอบแย่งของคนอื่น
    #7,743
    0
  22. #7729 mintun (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 11 เมษายน 2553 / 17:45
    นางดี้ดี้ร้ายมาก

    เค้ามีลุกเมียแล้ว

    แต่งงานแล้วด้วย

    นางร่านเลวชั่ว
    #7,729
    0
  23. #7726 pungcoungnarak (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 11 เมษายน 2553 / 17:27
    นางมารร้ายย!
    คนเขามีลูกมีเมียแล้ยังจะมาแย่งอีกกรี๊ดๆๆๆ
    หน้าหนาเกินไปแล้วหล่อน
    สงสารน้องพีชกรี๊ดดดด TTOTT
    #7,726
    0
  24. #7721 beclomop (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 11 เมษายน 2553 / 15:32

    เหอะๆ=[]=

    แรง

    #7,721
    0
  25. #7713 sakura_haruhi (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 11 เมษายน 2553 / 14:01
    =[]=;

    ...คุณดีดี้ค่ะ...ยินดีด้วยค่ะ ตอนนี้ชั้นเกลียดคุณมากๆค่ะ!! - -
    คุณเป็นคนที่ชั้นรู้สึก....เอ่อ ทนไม่ได้ - -? รับไม่ไหว ? คุณนิมัน!! T[]T!!

    อ๊ากก อ่านแล้วแบบ เอ่อ ขยะแขยงคุณดีดี้นิดนึง - -;
    แต่คุณปายนี่ก็ เนอะ ต้องขอภรรยาก่อน >.< หุหุ

    สู้ๆต่อไปค่ะ
    #7,713
    0