เจ้าสาวของซาตาน re - up

ตอนที่ 14 : ฟ้าลิขิต 100 %

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 32,081
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 462 ครั้ง
    5 เม.ย. 63

                                

 

บทที่ 14

 

หลังจากกลับมาจากอเมริกาแล้ว อธิวีย์กับเพียงรวีก็ไปทำงานตามปกติ หญิงสาวตั้งกฎเหล็กว่าห้ามไม่ให้ชายหนุ่มทำรุ่มร่ามกับเธอในเวลางาน อธิวีย์ไม่ตอบว่าอะไร นอกจากยิ้มเจ้าเล่ห์อย่างเดียว  แต่เป็นโชคดีของเพียงรวี ที่เธอกับสามีทำงานคนละแผนก ห้องทำงานจึงไม่ได้อยู่ใกล้กัน โอกาสที่เขาจะมาทำรุ่มร่ามกับเธอบ่อยๆ จึงไม่ค่อยมี ซึ่งอธิวีย์ก็ไม่ทำอยู่แล้วในเวลางาน แต่ถ้าเป็นเวลาพักกลางวัน หรือเวลาหลังเลิกงานก็ไม่แน่ เพราะเขาชอบเอาเปรียบเธออยู่เสมอ

ชีวิตหลังแต่งงานของหนุ่มสาวทั้งสองกำลังราบรื่นและมีความสุข จนกระทั่งวันหนึ่ง...

เช้าวันนี้เพียงรวียกน้ำเปล่ามาเสิร์ฟให้สามีเหมือนเช่นทุกเช้าที่ผ่านมา อธิวีย์ไม่ค่อยดื่มกาแฟมากนัก ถ้าเขาดื่ม เขาก็จะดื่มมาจากบ้าน ไม่มาดื่มที่ทำงาน เพราะฝีมือชงกาแฟของแม่เขาอร่อยที่สุดในโลก

“พีชมานี่ก่อน” เขาเรียกเสียงทุ้ม เมื่อเห็นเธอทำท่าจะเดินออกไป

“เรื่องงานหรือเปล่าคะ”

เธอหันมาถามอย่างสงสัย อธิวีย์สังเกตเห็นว่าเมียเขามีน้ำมีนวลเปล่งปลั่งขึ้นมาก นับตั้งแต่กลับมาจากอเมริกา

“ครับ เรื่องงาน”

พอเขาบอกว่าเรื่องงาน หญิงสาวก็เดินเข้าไปหาอย่างเต็มใจ แล้วเขาก็รวบร่างของเธอเอาไว้ ก่อนจะก้มลงจูบอย่างดูดดื่ม

“อื้อ! ไหนบอกว่าเรื่องงานไงคะ”

หญิงสาวพยายามผลักหน้าคมเข้มของเขาออก

“ก็นี่ล่ะเรื่องงาน งานสำคัญของพีชด้วยซ้ำ” เขาพึมพำเสียงแผ่ว

“บอสขา...พอเถอะ นี่ที่ทำงานนะคะ”

เสียงห้ามของเธอ ทำให้อธิวีย์ถอนจูบอย่างช้าๆ

“บอกแล้วไงว่า เวลาอยู่สองต่อสอง อย่าเรียกบอส มันทำให้หมดอารมณ์”

เขาค้อนเธออย่างน่ารัก เพียงรวียังไม่ทันตอบว่าอะไร เสียงเคาะประตูห้องทำงานของเขาก็ดังขึ้นมาเสียก่อน

“เอ๊ะ! ใครมากวนใจตั้งแต่เช้าขนาดนี้ ตัดเงินเดือนซะดีไหม”

อธิวีย์บ่นกึ่งเล่นกึ่งจริง เสียงเคาะประตูนั้น ทำให้เขาปล่อยร่างงามอย่างแสนเสียดาย

“เชิญครับ”

สิ้นเสียงเรียกของชายหนุ่ม ประตูห้องทำงานของเขาก็ถูกเปิดเข้ามาทันที พอเห็นผู้มาเยือนถนัดตา อธิวีย์ก็ครางออกมาอย่างแหบโหย

“ดาด้า”

“ปาย”

อีกฝ่ายเรียก แล้วก็โผเข้ามากอดเขาเอาไว้แน่น อธิวีย์ตกใจแทบสิ้นสติ เขามองไปทางเมียอย่างรวดเร็ว เขาเห็นเธอยืนเม้มปาก กำมือแน่น สายตาคู่นั้นตัดพ้อเขาอย่างรุนแรง

“ดาด้าปล่อยผมก่อนเถอะ”

อธิวีย์พยายามผลักร่างของดาริสาออก ในที่สุดเธอก็ยอมปล่อยเขา

“ไหนดาด้าบอกผมว่าไปอังกฤษ แล้วทำไม...” เขาเอ่ยถามอย่างสงสัย

“ดาด้าเพิ่งกลับมาเมื่อวานนี้ค่ะปาย ดาด้าคิดถึงปายจนทนไม่ไหว เลยต้องมาหาถึงบริษัท”

ดาริสาสารภาพออกมาจากหัวใจที่บอบช้ำ ทำไมเธอตัดใจไม่ลง ทำไมเธอทำใจไม่เคยได้

“ดาด้าอย่าพูดอย่างนั้น มันไม่เหมาะ ผมแต่งงานแล้วนะครับ”

อธิวีย์บอกกับคนเคยรัก แล้วมองไปทางเมียอย่างหนักใจ คราวนี้เขาเห็นแต่ความโกรธอยู่ในดวงตาคู่งาม

“พีช...อย่าเพิ่งไป”

เขาร้องห้ามไว้ แต่เธอไม่ยอมฟังเสียง ดาริสาหันไปมองเพียงรวีโดยอัตโนมัติ แล้วหญิงสาวทั้งสองก็มองหน้ากันเป็นครั้งแรก ต่างฝ่ายต่างตกตะลึง

นี่เองเมียเขา เจ้าหล่อนสวยหยาดฟ้ามาดินอย่างนี้ เขาจึงลืมเธอเสียสนิท ดาริสาคิดอย่างปวดร้าวใจ ฝ่ายเพียงรวีก็ไม่ยอมน้อยหน้า นี่เองคนที่เขารัก เธอสวยอย่างนี้ เขาจึงไม่เคยลืมเธอ และที่สำคัญหัวใจเขาก็เป็นของผู้หญิงคนนี้เท่านั้น สำหรับเธอแล้ว เขาไม่เคยบอกรัก เขาไม่เคยให้ใจ เพราะเขาต้องการเพียงแค่ร่างกาย

เพียงรวีคิดแล้ว ก็เดินออกไปจากห้องทำงานของเขาด้วยหัวใจที่แสนเศร้า เขาไม่เห็นหรอกว่าหยาดน้ำตาของเธอรินไหลเป็นทาง

“พีช...”

อธิวีย์ร้องเรียก แต่เธอไม่หันกลับมาอีกแล้ว ชายหนุ่มถอนหายใจอย่างกลัดกลุ้ม ก่อนจะหันหน้ากลับมาหาดาริสา วันนี้เขาจะต้องพูดกับเธอให้เข้าใจ

“ดาด้า...ฟังผมนะ”

ชายหนุ่มเริ่มต้นอย่างขมขื่น ลึกๆ แสนสงสารผู้หญิงตรงหน้า เธอไม่มีความผิดอะไร คนที่ผิดคือเขาต่างหาก

“ผมขอโทษ ที่จะต้องบอกดาด้าว่า ผมไม่สามารถจะกลับไปจุดที่ผมเคยยืนอยู่กับดาด้าได้อีกแล้ว”

ประโยคนั้นของเขา เหมือนเพชฌฆาตประหารใจ ดาริสามองเขาอย่างปวดร้าว ดวงตาคมของเขาฉายแววแห่งความเจ็บปวดอย่างเปิดเผย

“ปาย...ดาด้ายอมทุกอย่างไม่ว่าจะต้องอยู่ในฐานะอะไร เป็นรองแค่ไหน ขอเพียงปายกลับมา...”

ดาริสาพูดแล้วก็ร้องไห้สะอึกสะอื้น เธอยอมแล้ว ยอมทุกอย่าง เพราะคำว่ารักคำเดียวเท่านั้น

“ดาด้า...ผมเสียใจ ผมทำอย่างนั้นไม่ได้ อย่าให้ผมผิดมากไปกว่านี้เลย”

“ปายรักผู้หญิงคนนั้นใช่ไหมคะ”

เธอถามเขาทั้งน้ำตา อธิวีย์ถึงกับนิ่งขึงไป แต่เขากลับไม่ยอมตอบคำถามของเธอ

“ขอให้เราเป็นเพื่อนกันเถอะนะดาด้า”

ชายหนุ่มพูดไปอีกเรื่องหนึ่ง ดาริสาส่ายหน้าช้าๆ ก่อนจะพูดออกมาอย่างสะเทือนใจ

“ดาด้าเป็นเพื่อนกับปายไม่ได้หรอกค่ะ ดาด้าไม่อยากหลอกลวงหัวใจตัวเองอย่างนั้น ปายบอกดาด้ามาคำเดียว ปายไม่รักดาด้าแล้วใช่ไหมคะ” เธอถามเสียงสั่นในตอนท้าย อธิวีย์มองเธออย่างขอลุแก่โทษอยู่ในใจ

“ผมเสียใจ”

หยาดน้ำตาที่พรั่งพรู ไม่ได้ช่วยอะไร หยาดน้ำตาที่รินไหล ไม่ได้ช่วยให้เขากลับคืนมา ดาริสามองชายที่เธอรักอย่างเจ็บปวด เธอไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่า รักที่เคยหวานชื่น จะจบลงด้วยความขมขื่นอย่างนี้ หญิงสาวเขย่งตัวยกมือลูบไล้ไปทั่วใบหน้าคมเข้มของเขาอย่างแสนรัก

ริมฝีปากแดงๆ นี้เคยออดอ้อนพูดพร่ำคำรักอันอ่อนหวานมาก่อน ดวงตาคมๆ คู่นี้เคยมองเธออย่างแสนเสน่หา แต่มาบัดนี้ หัวใจเขากลับกลายเป็นอื่น ในขณะที่หัวใจของเธอยังคงเดิม

“ต่อให้ตายกี่ชาติ ดาด้าก็รักปายคนเดียว”

ดาริสาพูดจบก็เขย่งตัวขึ้นจูบริมฝีปากแดงสวยอย่างอาวรณ์ ก่อนจะเดินโผเผมาที่รถยนต์คันงามของเธอเหมือนคนไร้ชีวิตจิตใจ

“ดาด้า ปายขอโทษ”

อธิวีย์มองตามหญิงสาวอย่างเจ็บปวด จู่ๆ เขาก็ขนลุกซู่ขึ้นมาอย่างไม่รู้สาเหตุ แต่ชายหนุ่มไม่ได้ใส่ใจ เพราะจิตใจของเขามันขมขื่นเกินจะทน

 

ดาริสาขับรถทั้งหยาดน้ำตา บางครั้งเธอมืออ่อน จนแทบจะขับต่อไปไม่ไหว แต่ต้องทนฝืนขับต่อไป เธอคิดว่าคราวนี้เธอจะไปบวชชีพราหมณ์ เพื่อสงบจิตใจสักพัก หลังจากนั้นก็จะพยายามมีชีวิตอยู่ต่อไป ขอเพียงให้รู้ว่ามีเขาอยู่ ขอเพียงให้รู้ว่า เขามีความสุข เธอก็พอใจแล้ว

น่าแปลกที่เธอคิดเช่นนี้ เธอกลับมีความสุข ดาริสายิ้มออกมาทั้งน้ำตา ปาย...ไม่ว่าคุณจะอยู่กับใครก็ไม่สำคัญ ขอเพียงได้รักคุณ ดาด้าก็มีความสุขแล้ว หญิงสาวยกมือข้างหนึ่งขึ้นเช็ดน้ำตา ทันใดนั้น รถกระบะคันหนึ่งก็พุ่งทะยานมาตรงหน้าราวกับพายุสลาตัน

ดาริสาเบิกตาโพลงราวกับเห็นพญามัจจุราช หญิงสาวพยายามจะหักพวงมาลัยหลบ แต่หักอย่างไรก็หนีไม่พ้น

 เสียงโครม! ดังสนั่นหวั่นไหว ก่อนที่ชีวิตจะปลิดปลิวลอยไป คำสุดท้ายที่ดาริสาพึมพำออกมาก็คือ

“ปาย...”

 

อธิวีย์ไม่อยากจะเชื่อเลยว่า ดาริสาจากเขาไปแล้ว เมื่อวานนี้ยังเห็นกันอยู่หลัดๆ แต่วันนี้กลับไม่มีเธอ เขาเอง ที่ทำให้เธอจากไป เขาเองที่ผิด เขาเองที่ทำให้เธอร้องไห้เสียใจ จนเกิดอุบัติเหตุร้ายแรงขึ้นมา ยิ่งคิดก็ยิ่งเศร้า ยิ่งคิดก็ยิ่งก่นด่าตนเอง

“ดาด้า...”

อธิวีย์คร่ำครวญหา แล้วซบหน้าลงกับฝ่ามือ สายไปแล้ว ทุกสิ่งทุกอย่างสายเกินไปแล้ว เธอจากไปแล้วไปลับ เขาเรียกร้องเธอกลับมาไม่ได้อีก ยิ่งคิดยิ่งขมขื่น ยิ่งคิดยิ่งปวดร้าว

“ดาด้า ความผิดของปายชดใช้ทั้งชีวิตก็ไม่หมด”

ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีดำ ยังคงนั่งซบหน้าอยู่นอกศาลาสวดพระอภิธรรม คืนนี้เป็นคืนสุดท้ายแล้ว นับจากนี้ไปดาริสาจะเหลือแต่เพียงชื่อ

“โอ้! ดาด้า”

“ปาย...หักอกหักใจเสียเถอะ คิดเสียว่าคุณดาด้าเธอไปดีแล้ว”

ทัตพงศ์ตบไหล่ของเพื่อนรักอย่างให้กำลังใจ

“ทิว...ฉันทำใจไม่ได้ ดาด้าจากไปก็เพราะฉัน” น้ำเสียงของคนพูดสะเทือนใจอย่างห้ามไม่อยู่

“แกอย่าคิดอย่างนั้น เรื่องที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องของโชคชะตาฟ้าลิขิต คุณดาด้าเธอทำบุญมาแค่นี้ เธอจึงจากไปก่อนวัยอันสมควร” คนพูดเองก็อดเศร้าใจไม่ได้ หลายปีที่ได้รู้จักกันมา ดาริสาเป็นผู้หญิงที่น่ารักมากคนหนึ่ง

“ปาย...ยายดีดี้ถามหาแก”

วิศรุตเดินเข้ามาหาเพื่อนรัก แต่อธิวีย์ไม่สนใจว่าใครจะถามหาเขา วันนี้ครอบครัวของเขารับหน้าที่เป็นเจ้าภาพในงานสวดพระอภิธรรมของดาริสา ทุกคนในครอบครัวของเขามาหมด ไม่เว้นแม้แต่...

“ฉันไม่สนใจ”

“แต่คุณพีชท่าจะรับศึกหนักนะ”

คำพูดของเพื่อนสนิท ทำให้อธิวีย์ตัวเกร็งขึ้นมาทันที ตอนนี้เพื่อนรักทั้งสองทราบแล้วว่าเขาแต่งงานสายฟ้าแลบกับเพียงรวี เพื่อนทั้งสองได้รับการแนะนำให้รู้จักกับเพียงรวีแล้ว ทั้งทัตพงศ์และวิศรุตไม่แปลกใจเลยที่อธิวีย์แต่งงานอย่างสายฟ้าแลบกับหญิงสาว ก็คุณพีชสวยหยดขนาดนั้น ผู้ชายคนไหนก็ต้านทานไม่ไหว

“ดีดี้มาเกี่ยวอะไรด้วย” อธิวีย์กัดฟันถามถึงดาริกาหรือดีดี้ ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทของดาริสา

“อ้าว! แกลืมไปแล้วหรือว่าดีดี้เป็นเพื่อนกับคุณดาด้า เพื่อนเขาย่อมเจ็บแค้นแทนกันเป็นธรรมดา”

“เขาอยู่ไหน”

“อยู่ในศาลานั่นแหละ”

คราวนี้เพื่อนไม่ต้องบอกซ้ำ ร่างสูงใหญ่ของอธิวีย์เดินเข้าไปในศาลาทันที สายตาของเขาสอดส่ายไปทั่วศาลา เขาเห็นร่างบอบบางของภรรยานั่งอยู่หน้ารูปภาพของดาริสา เพียงรวีอดน้ำตาซึมไม่ได้ เธอเพิ่งพบผู้หญิงคนนี้ไม่กี่วัน แต่เธอก็มาด่วนจากไปเสียแล้ว ชีวิตคนเรานี้ช่างไม่มีอะไรแน่นอน 

“คุณดาด้า หากฉันเคยทำอะไรให้คุณขุ่นข้องหมองใจ ได้โปรดอโหสิกรรมให้ฉันด้วยนะคะ ฉันเสียใจที่...แอบหลงรักคุณปาย แต่ขอให้คุณเชื่อฉันอย่างหนึ่งนะคะ หัวใจของคุณปายมีคุณเสมอ ฉันเสียอีกที่ไม่เคยได้เฉียดใกล้หัวใจของเขาเลย ”

เพียงรวีพึมพำออกมาเบาๆ แล้วก็ลุกขึ้นยืน เพื่อจะกลับมานั่งที่เก้าอี้เหมือนเดิม ทันใดนั้นเสียงแหลมบาดใจของใครคนหนึ่งก็ดังขึ้น

“นังหน้าด้าน แกยังกล้าเสนอหน้ามางานของดาด้าอีกหรือ แย่งผัวเขาไปแล้วยังไม่พอ ยังฆ่าเขาทางอ้อมอีก เลวที่สุด” คำกล่าวหาที่แสนรุนแรงนั้น ทำให้เพียงรวีหน้ามืดเหมือนจะเป็นลม

“พีช...”

อธิวีย์วิ่งเข้าไปประคองร่างบางระหงเอาไว้แทบไม่ทัน

“ปายรับมันไว้ทำไม น่าจะปล่อยให้มันล้มหัวฟาดพื้นตายตามดาด้าไปเลย”

ดาริกาพูดออกมาอย่างคลั่งแค้น การจากไปอย่างกะทันหันของเพื่อนรัก ทำให้เธอแค้นเพียงรวีจนขาดสติ

“ดีดี้หุบปากซะ ถ้าคุณยังไม่เลิกก้าวร้าวเมียผม เราจะได้เห็นดีกัน”

“ปาย...”

ดาริกาอุทานออกมาอย่างตกตะลึง ขณะที่อีกฝ่ายหนึ่งไม่สนใจ เพราะเขารีบอุ้มร่างบางระหงออกไปจากศาลาอย่างรวดเร็ว

“หนูพีชเป็นอะไร”

อธิษฐ์ตามมาถามอย่างห่วงใย เมื่อเห็นลูกชายอุ้มลูกสะใภ้ออกมาจากศาลาอย่างรีบร้อน แพรนวีย์กับอธินวีย์ก็รีบลุกตามมาเช่นกัน

“เจอวาจามหาประลัยของดีดี้ เลยเป็นลมครับพ่อ”

อธินวีย์รีบวิ่งไปเปิดประตูรถให้พี่ชาย อีกฝ่ายจึงหันมาขอบใจเบาๆ

“ปายพาหนูพีชกลับบ้านเลยนะลูก”

“ครับแม่”

“ ท่าทางหนูพีชไม่สบายด้วย ซายน์ไปช่วยพี่ปายดูแลหนูพีชด้วยนะ”

มารดาเสนออย่างหวังดี แต่อธิวีย์รีบปฏิเสธทันที

“ไม่เป็นไรครับแม่ ปายจะดูแลเขาเอง”

“แต่...”

แพรนวีย์พูดยังไม่ทันจบ อธิษฐ์ก็ขัดขึ้นว่า

“น้องบลายธ์อย่าเป็นห่วงเลยน่า ปายเขาดูแลหนูพีชได้ ซายน์อยู่นี่แหละ เดี๋ยวเจ้าภาพตัวจริงจะหาว่าพวกเราทิ้งเขาไปหมด”

คำพูดของสามีทำให้แพรนวีย์แย้งไม่ออก ในที่สุดอธิวีย์ก็พาเพียงรวีกลับบ้านตามลำพัง หญิงสาวนั่งซบไหล่หนาของเขามาตลอดทาง

 

เมื่อกลับมาถึงบ้าน อธิวีย์ก็อุ้มร่างน้อยเข้าบ้านทันที พฤทธิ์ซึ่งนั่งอยู่ที่ห้องรับแขกตามลำพัง รีบลุกขึ้นมาถามอย่างห่วงใย

“พี่ปาย คุณพีชเป็นอะไรครับ”

“ไม่สบาย” อีกฝ่ายตอบเสียงห้วนสั้น

“ให้ผมโทรตามหมอไหมครับ” พฤทธิ์เสนอด้วยความหวังดีอย่างจริงใจ

“ไม่ต้อง”

น้ำเสียงที่กระด้างเย็นชานั้น ทำให้พฤทธิ์ถึงกับยืนนิ่งอยู่กับที่ ทำไมเขาจะไม่รู้ว่าพี่ปายหวงคุณพีชขนาดไหน แต่ความน้อยใจในตัวญาติผู้พี่ ทำให้ชายหนุ่มพูดโพล่งออกไปว่า

“ขอโทษด้วยครับที่ผมเสือกมากเกินไป”

คำพูดที่รุนแรงของพฤทธิ์ ทำให้อธิวีย์ถึงกับหยุดชะงัก ก่อนจะตอบกลับมาว่า

“รู้ตัวก็ดี” ตอบเพียงแค่นั้น เขาก็อุ้มเพียงรวีขึ้นชั้นบนไปโดยเร็ว

พฤทธิ์มองตามร่างสูงใหญ่ของอธิวีย์ด้วยความรู้สึกกึ่งชื่นชมกึ่งอิจฉา  ชื่นชมที่พี่ปายของเขาเพียบพร้อมไปทุกอย่าง  จนเป็นชายในฝันของสาวๆ ขนาดแต่งงานแล้ว เวลาพี่ปายไปไหนมาไหน ผู้หญิงยังมองตามตาละห้อย แต่เขาไม่เคยอิจฉาพี่ปายในเรื่องนี้ เรื่องที่เขาอิจฉาก็คือ...พี่ปายได้เป็นเจ้าของผู้หญิงแสนสวยที่ใครๆ ต่างหมายปองอย่างคุณพีชต่างหาก

เมื่อร่างของญาติผู้พี่ลับสายตา นายแพทก็ถอนใจยาว อิจฉาไปก็เท่านั้น มันไม่ได้สร้างสรรค์อะไรให้ดีขึ้นมาเลย พี่ปายกับคุณพีชเหมาะสมกันที่สุดแล้ว เมื่อก่อนคุณพีชอาจจะเกลียดชังและต่อต้านพี่ปายทุกอย่าง แต่หลังจากแต่งงานกันแล้วคุณพีชก็มีใจให้พี่ปาย แต่พี่ปายนี่สิ รู้ตัวบ้างหรือเปล่าว่าหัวใจของตนเองอยู่ที่ใคร

 

อธิวีย์วางร่างบอบบางของเพียงรวีลงบนเตียงนอนอย่างทะนุถนอม

“รู้สึกดีขึ้นบ้างไหม”

เสียงถามอ่อนโยนอย่างยิ่งยวด แต่เพียงรวีกลับเมินหน้าหนีอย่างน้อยใจ ยิ่งคิดถึงคำพูดร้ายกาจของดาริกา หญิงสาวก็อดน้ำตาซึมไม่ได้ เธอไม่ได้ตั้งใจจะแย่งผู้ชายของใคร เธอไม่ได้ตั้งใจให้เป็นอย่างนั้นจริงๆ อธิวีย์เห็นกิริยาท่าทางของหญิงสาวก็นิ่วหน้า นี่ยายแก้มป่องเก็บเอาคำพูดของยายแสบดีดี้มางอนเขาหรือไง

“อย่าคิดมากกับคำพูดของดีดี้นะ ยายนั่นปากร้าย มาแต่ไหนแต่ไรแล้ว”

“แต่เธอก็พูดความจริงนี่คะ”

เพียงรวีตอบทั้งน้ำตา คราวนี้คนฟังถอนใจยาว ก่อนจะพูดอย่างตรงไปตรงมา

“พีช...ฉันเปลี่ยนแปลงอดีตของฉันไม่ได้นะ และตอนนี้ฉันแต่งงานกับเธอแล้ว เธอจะเอายังไงอีก”

น้ำเสียงของเขาเริ่มห้วน บอกถึงอารมณ์ที่เริ่มจะแปรปรวน แต่ก็ยังปลดกระดุมเสื้อให้เธออย่างอ่อนโยน พอความงดงามที่ซ่อนไว้ เริ่มปรากฎแก่สายตา สีหน้าของอธิวีย์ก็เปลี่ยนไป

“อย่านะ” หญิงสาวรีบร้องห้าม เมื่อเห็นแววตาวาววามของเขา

“ไม่ต้องกลัว ฉันไม่แตะหรอก บอกตรงๆ ว่าไม่มีอารมณ์ แค่อยากจะถอดเสื้อให้เธอหายใจสะดวกเท่านั้น”

คำพูดของเขาทำให้เพียงรวีถึงกับสะอึก เขาว่าแต่คนอื่นปากร้าย ตัวเขาเองก็ใช่ย่อยที่ไหน

“เป็นไงรู้สึกดีขึ้นบ้างไหม” เขาถามซ้ำอีกครั้ง

“ยังเวียนศีรษะอยู่ค่ะ”

“กินยาไหม”

“ไม่ค่ะ แต่อยากจิบน้ำแดงหวานๆ ค่ะ”

“งั้นรอเดี๋ยว จะไปบอกยายแจ๋วชงให้”

อธิวีย์พูดถึงยายแจ๋ว ซึ่งเป็นพี่เลี้ยงคนสนิทของมารดา

“คุณปายชงให้สิคะ”

คราวนี้เพียงรวีอ้อนเหมือนเด็กๆ อธิวีย์ทำหน้าปั้นยาก เขาใช้นิ้วชี้ถูปลายจมูกอย่างเขินๆ

“ฉันทำเป็นที่ไหนล่ะ”

“ทำไม่เป็นก็ถามยายแจ๋วสิคะ ชงน้ำแดงง่ายนิดเดียวเอง แต่ขอหวานๆ นะคะ”

“กินหวานมากๆ ไม่ดีรู้ไหม เดี๋ยวก็ผีเข้าผีออกเหมือนฉันหรอก”

เขาพูดหน้าตาเฉย เพียงรวีค้อนให้อย่างอดใจไม่ไหว

“รู้ตัวเหมือนกันหรือคะ”

หญิงสาวค่อนขอด อธิวีย์ก้มหน้าลงมาใกล้ จนปลายจมูกคมของเขาชิดกับปลายจมูกสวย

“รู้สิ แต่ฉันก็เป็นอย่างนี้ เธอจะรักไหมล่ะ”

ถามออกไปแล้ว ทั้งคนถามและคนที่จะต้องตอบ ต่างนิ่งเงียบไปตามๆ กัน

“เอ่อ...”

เพียงรวีได้แต่อึกอัก แต่หน้าเรียวสวยแดงก่ำอย่างน่าจูบ อธิวีย์พยายามหักใจไม่แตะอย่างที่เขาพูดไปก่อนหน้านี้

“เธอยังอยากดื่มน้ำแดงอยู่ไหม”” เขาเปลี่ยนเรื่องแก้เขิน

“ค่ะ อยากดื่มมาก”

“ฉันจะพยายามชงให้นะ แต่จะหวานหรือขม ฉันไม่รับประกัน”

เขาพูดจบแล้ว ก็เดินดุ่มๆ ออกไปจากห้อง เพียงรวีมองตามแล้วยิ้มนิดๆ พลางคิดในใจว่าซาตานปากร้ายอย่างคุณปายก็น่ารักเหมือนกันนี่นา แต่ว่าประโยคที่เขาถามนั้น มันมีความหมายกับเขามากน้อยแค่ไหนหนอ เขาถามเล่นๆ หรือว่าถามตามอารมณ์พาไป เพียงรวีอยากรู้แทบขาดใจ แต่เธอคงไม่กล้าถามเขาอย่างแน่นอน

 

“ขวดน้ำแดงอยู่ไหนหว่า”

อธิวีย์บ่นพลางเปิดตู้เย็นพลาง นี่เป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือนก็ว่าได้ ที่เขาเปิดตู้เย็นด้วยตนเอง ดวงตาคมมองหาขวดน้ำแดงยี่ห้อดัง ซึ่งเป็นที่รู้จักกันทั่วบ้านทั่วเมือง

“พี่ปายทำอะไรครับ”

นายแพทซึ่งเดินผ่านมาเห็นถามขึ้นอย่างสงสัย สองคนนี้ไม่เคยหมางเมินกันได้นาน เพราะสนิทกันมากนั่นเอง

“พี่จะชงน้ำแดงน่ะ”

อธิวีย์ตอบแล้วก็หน้าแดง พฤทธิ์ยิ่งสงสัยมากขึ้น ร้อยวัยพันปีไม่เคยเห็นพี่ปายอยากดื่มน้ำแดง พี่ปายจะชงไปให้ใคร หรือว่า... นายแพทคิดแล้วก็กลั้นยิ้ม เออ...พี่ปายเป็นไปได้ถึงเพียงนี้ จากที่ไม่เคยทำอะไร ก็ต้องหัดทำเพื่อเอาใจเมีย

“แพทยิ้มอะไร” พี่ปายถามเสียงดุ เพื่อกลบเกลื่อนความอายของตนเอง นายแพทซ่อนยิ้ม ก่อนจะตอบ

“เปล่าครับ ไม่มีอะไร ขอตัวก่อนนะครับ”

หลังจากพฤทธิ์เดินไปไม่นาน ยายแจ๋วก็เดินเข้ามาในห้องครัวพอดี อธิวีย์เห็นก็เดินปราดเข้าไปกอดทันที

“ยายแจ๋วครับ สอนวิธีชงน้ำแดงให้ปายหน่อยครับ”

“คุณปายจะชงไปให้ใครคะ” ยายแจ๋วถามยิ้มๆ

“ก็...คนบนโน้น เขาอยากดื่ม”

อธิวีย์พยักเพยิดหน้าไปทางชั้นบน ยายแจ๋วอดขำในกิริยาท่าทางของเขาไม่ได้ หลังจากนั้นยายแจ๋วก็สอนกรรมวิธีชงน้ำแดงให้ชายหนุ่ม

“ต้องหวานๆ นะครับยาย”

ชายหนุ่มยังไม่ลืมคำสั่งของคนที่รออยู่ข้างบน

“ถ้าอยากได้หวานๆ ก็ต้องเติมน้ำแดงมากหน่อย คุณปายเติมเองเลยค่ะ”

อธิวีย์รินน้ำแดงลงไปในแก้วมือไม้สั่น ในที่สุดเขาก็ชงน้ำแดงได้สำเร็จ โดยการช่วยเหลือของยายแจ๋ว ชายหนุ่มเดินถือแก้วน้ำแดงขึ้นไปหาเพียงรวี ด้วยกิริยาลิงโลดใจ

“น้ำแดงที่คุณผู้หญิงสั่ง ได้แล้วครับผม”

เมื่อเห็นเขากลับมาพร้อมกับสิ่งที่เธอต้องการ เพียงรวีก็ลุกขึ้นนั่งทันที  ชายหนุ่มจึงรีบส่งแก้วน้ำให้ หญิงสาวรับมาดื่มอย่างชื่นใจ

“รสชาติเป็นยังไงบ้าง” ถามแล้วก็ตั้งใจรอฟังคำตอบอย่างใจจดใจจ่อ

“หวานกำลังดีค่ะ”

เพียงรวีตอบยิ้มๆ ทำให้คนฟังยิ้มแก้มแทบปริ เมื่อเธอดื่มน้ำแดงจนหมดแก้ว ก็ทำท่าจะนอนลงไปเหมือนเดิม

“เดี๋ยวสิ” อธิวีย์รีบเรียกไว้

“อะไรคะ”

“ไหนล่ะรางวัลของฉัน”

“รางวัลอะไรคะ” หญิงสาวทำหน้างวยงง

“ก็รางวัลที่ชงน้ำแดงแสนอร่อยให้เธอดื่มไง”

“คนขึ้งก” หญิงสาวบ่นพึมพำ ก่อนจะตอบว่า

“ขอบคุณมากค่ะสำหรับน้ำแดงที่แสนชื่นใจ”

ตอบแล้วเธอก็ล้มตัวลงนอนอย่างไม่รู้ไม่ชี้ อธิวีย์จึงขัดใจเป็นอย่างยิ่ง

“ฝากไว้ก่อนเถอะ ยายแก้มป่อง ถึงทีของฉันเมื่อไหร่ เธอต้องหนาวแน่นอน”

เขาทำท่าคาดคั้นโทษทัณฑ์อันใหญ่หลวง

“เชอะ! ไม่รับฝากย่ะ พ่อคนหื่นตลอดศก”

ว่าเขาแล้วก็หลับตาอย่างสบายอารมณ์ ปล่อยให้คนถูกขัดใจ นั่งหน้าบึ้งหน้างออยู่ตามลำพัง

 

อธิวีย์เดินไปตามถนนหนทางที่คดเคี้ยวนั้น ด้วยความรู้สึกแปลกๆ เขาแน่ใจว่า เขายังไม่เคยมาทางสายนี้มาก่อน มันเป็นทางไปไหนหนอ จึงให้ความรู้สึกอ้างว้างเดียวดายได้ขนาดนี้ ชายหนุ่มแปลกใจยิ่งนักที่เขาไม่พบผู้คนสัญจรไปมาแม้แต่คนเดียว

อธิวีย์มองซ้ายมองขวาอย่างระแวงนิดๆ จะไม่ให้ระแวงได้อย่างไร ในเมื่อบนเส้นทางที่แสนอ้างว้างนี้ มีเขาเดินอยู่ตามลำพัง ทันใดนั้นลมพายุก็พัดมาอย่างอื้ออึง ร่างสูงใหญ่ของอธิวีย์ถึงกับเซถลาไปตามแรงลม แต่ก่อนที่ชายหนุ่มจะล้มคว่ำลงไป ราวกับว่ามีใครคนหนึ่งมาดึงรั้งเขาเอาไว้ทันท่วงที

“คุณย่าทวด”

ชายหนุ่มอุทานออกมาอย่างประหลาดใจ เมื่อเห็นคุณย่าทวดพรรณราย ซึ่งหน้าตาอิ่มเอิบสดใส เป็นผู้ดึงเขาเอาไว้

“ปายรีบกลับไปเถอะลูก ที่นี่ไม่ใช่ที่สำหรับปาย”

คุณย่าทวดพูดเพียงแค่นั้น ก็หายวับไป ทิ้งให้อธิวีย์ยืนตกตะลึงอยู่ตามลำพัง เมื่อสติกลับคืนมา ชายหนุ่มก็มองซ้ายมองขวาอย่างสำรวจตรวจตรา ที่นี่มันที่ไหนกัน แล้วเขาจะกลับบ้านได้อย่างไร

ขณะที่อธิวีย์กำลังยืนงวยงงอยู่นั้น เสียงโหยหวนเสียงหนึ่งก็ดังขึ้นมา เสียงนั้นโหยหวนจนเขาขนลุกซู่ไปทั่วกาย

“ปายขา...ช่วยดาด้าด้วย ดาด้าเจ็บปวดทรมานเหลือเกิน”

เสียงนั้นทำให้ชายหนุ่มหันขวับไปมองอย่างรวดเร็ว แล้วเขาก็อุทานออกมาสุดเสียง

“ดาด้า...”

อธิวีย์ผวาตื่นขึ้นมาอย่างตกใจ ใบหน้าของเขาซีดเผือดจนไม่มีสีเลือด เสียงอุทานของเขาทำให้เพียงรวีรู้สึกตัวทันที หญิงสาวจึงเอื้อมมือไปเปิดโคมไฟโดยเร็ว

“ฝันร้ายหรือคะ”

หญิงสาวลุกขึ้นนั่งตามเขา มือเรียวบางลูบไล้ไปทั่วแผ่นหลังกว้างอย่างปลอบใจ อธิวีย์เม้มริมฝีปากแน่น ขณะที่เขากับเพียงรวีกำลังนอนอยู่บนที่นอนหนานุ่มอย่างเป็นสุข ดาด้ากลับทุกข์ทรมานอยู่อีกโลกหนึ่งตามลำพัง

“ดาด้า...”

ชายหนุ่มคร่ำครวญแล้วกำมือแน่น ภาพดาริสาเลือดโทรมกาย เดินโซซัดโซเซเข้ามาหาเขา ยังฉายชัดอยู่ในความทรงจำ ดวงตาที่เคยงดงามกลับหม่นหมองอ้างว้างอย่างน่าสงสาร มือเรียวบางที่เต็มไปด้วยเลือด ยื่นเข้ามาหา เหมือนเขาเป็นที่พึ่งสุดท้ายสำหรับเธอ

เธอคงจะทุกข์ทรมานแสนสาหัส ก็จากไปอย่างกะทันหันแบบนั้น เธอคงจะอ้างว้างเดียวดาย เมื่อต้องอยู่ในโลกที่ไม่คุ้นเคยตามลำพัง ยิ่งคิดอธิวีย์ยิ่งขมขื่น ขมขื่นจนหัวใจของเขาเจ็บปวดเหลือแสน

วูบหนึ่งของความรู้สึก ชายหนุ่มเกิดอาการรังเกียจเพียงรวีขึ้นมาอย่างท่วมท้น ถ้าเขาไม่พบนังแม่มดหน้าหวานนี้ ดาด้าคงจะไม่จากไป ถ้าเขาไม่ติดกับพ่อเลี้ยงของหล่อน ชีวิตของเขาคงจะไม่พลิกผันอย่างนี้ เขากับดาด้าคงจะมีความสุขกันตามประสาคู่รักที่เข้าอกเข้าใจกันเป็นอย่างดี

แต่นี่...ดาด้าจากไปอย่างทุกข์ทรมาน เพราะนังแม่มดตนนี้มานั่งชูคอแทนที่ตำแหน่งของเธอ คิดแล้วอธิวีย์ก็เกิดอาการอยากจะอาเจียนขึ้นมาอย่างกะทันหัน ชายหนุ่มรีบวิ่งเข้าห้องน้ำแทบไม่ทัน

“คุณปาย...”

เพียงรวีตามไปลูบหลังลูบไหล่ให้เขาอย่างห่วงใย แต่ชายหนุ่มกลับสะบัดออกอย่างรังเกียจ

“อย่าแตะต้องตัวฉัน” เขาพูดเสียงห้วนกระด้าง

“คุณปาย...”

เพียงรวีอุทานอย่างตกตะลึง เกิดอะไรขึ้น เขาเป็นอะไร อธิวีย์บ้วนปากแล้วก็ล้างหน้าจนสะอาดหมดจด เขาไม่หันมามองเธอสักนิด ขณะที่พูดว่า

“คืนนี้ฉันจะไปนอนห้องไข่มุก”

เขาพูดจบก็เดินดุ่มๆ จากไป ปล่อยให้เพียงรวียืนน้ำตาไหลอยู่ตามลำพัง

 

เช้าวันรุ่งขึ้นเพียงรวีตื่นสายกว่าทุกวัน หญิงสาวลงมารับประทานอาหารเช้าช้ากว่าทุกคน บรรยากาศระหว่างสามีหนุ่มกับภรรยาสาวตึงเครียดอย่างเห็นได้ชัด อธิษฐ์มองหน้าลูกชาย แต่อีกฝ่ายไม่ยอมสบตาด้วย ขณะที่เพียงรวีกำลังยืนเก้ๆ กังๆ เพราะไม่รู้ว่าจะนั่งตรงไหนดี ระหว่างที่นั่งข้างสามีผู้ไม่สนใจเธอ กับที่นั่งข้างพฤทธิ์ญาติหนุ่มของเขา

“คุณพีช มานั่งข้างผมดีกว่า ผมเต็มใจให้นั่งครับ”

พฤทธิ์กระแทกญาติผู้พี่อย่างตั้งใจ อธิวีย์เม้มปาก ดวงตาคมของเขาวาววับขึ้นด้วยความโกรธ และยิ่งโกรธมากขึ้น เมื่อเห็นภรรยาสาวสวยนั่งลงตามคำเชื้อเชิญของนายแพท

“นั่งข้างมันทำไม ทำไมไม่นั่งตักมันเลยล่ะ”

ชายหนุ่มโกรธเกรี้ยวอยู่ในใจ แต่ถึงกระนั้น มันก็ฉายชัดออกมาทางสีหน้าของเขาอย่างเต็มที่ อธิษฐ์แอบสังเกตเหตุการณ์ตรงหน้าอย่างสนใจ เกิดอะไรขึ้นระหว่างลูกชายกับลูกสะใภ้ เมื่อวานนี้ก็ยังเห็นปกป้องกันดีอยู่ ทำไมวันนี้กลายเป็นแบบนี้ไปได้

เพียงรวีรับประทานอาหารตามปกติ ป่วยการที่จะเศร้าโศกให้ทุกคนเห็น แม้ในใจเจ็บช้ำเพียงไร หญิงสาวก็ทนฝืนหน้าชื่นอกตรม ครั้นเห็นอีกฝ่ายไม่สนใจ ไม่มองมา อธิวีย์ก็ยิ่งหงุดหงิดเป็นทวีคูณ เมื่อทนฝืนไม่ไหว ชายหนุ่มก็ลุกขึ้นทันที

“อ้าว! ปาย อิ่มแล้วหรือจ๊ะ” มารดาถามอย่างแปลกใจ ก็ลูกชายของเธอเพิ่งรับประทานอาหารไปได้ไม่กี่คำ

“ครับแม่ เห็นหน้าผู้หญิงเจ้ามายาบางคนแล้ว ผมกินข้าวไม่ลง”

เขากระแทกแดกดันใครบางคน ได้ผลทีเดียวแหละ เพราะเจ้าหล่อนมือสั่นอย่างเห็นได้ชัด อธิวีย์ยิ้มเหยียดอย่างสะใจ ก่อนจะเดินไปรอพูดเรื่องสำคัญกับย่าของเขาที่ห้องรับแขก

อีกครึ่งชั่วโมงต่อมา อธิวีย์ก็มีโอกาสเล่าความฝันของเขาให้คุณหญิงย่าฟัง

“น่าสงสารหนูดาด้า คงจะทุกข์ทรมานมากทีเดียว” คุณหญิงย่ากล่าวอย่างเวทนา

“ปายจะช่วยเธอได้อย่างไรครับคุณย่า”

อธิวีย์แสนสงสารดาริสา ตอนอยู่ก็เสียน้ำตาเพราะเขา จากไปแล้ว ก็ยังทุกข์ทรมานเพราะเขาอีก

“ปายก็ไปทำบุญ กรวดน้ำให้เธอ มันจะช่วยได้ส่วนหนึ่งจ้ะ” คุณหญิงย่าแนะนำหลานชายคนโปรด

“ปายจะไปทำบุญให้เธอวันนี้เลยครับคุณย่า ปายสงสารดาด้าเหลือเกิน เธอคงเจ็บปวดมาก”

น้ำเสียงของหลานชายสั่นเล็กน้อย

“ปายเอ๊ย! อย่าสงสารแต่คนที่จากไปแล้วสิ หัดสงสารคนที่อยู่เคียงข้างเราบ้าง ถ้าวันไหนไม่มีเขาขึ้นมา ปายจะเสียใจนะ”

คุณหญิงย่าตักเตือนอย่างผู้มีประสบการณ์มาก่อน แต่ผู้เป็นหลานชายกลับทำเฉย หลังจากพูดกับคุณหญิงย่าแล้ว อธิวีย์ก็แปลกใจยิ่งนักที่ภรรยาของเขาไม่ออกมาหาสักที เจ้าหล่อนจะไม่ไปทำงานหรือนี่ ทำไมชักช้าอย่างนี้นะ

ขณะที่เขากำลังคิดไม่พอใจอยู่นั้น มารดาของเขาเดินออกมาพอดี อธิวีย์จึงถามถึงภรรยา พอมารดาบอกว่าเธอกลับขึ้นห้องไปแล้ว เขาก็บ่นอย่างหงุดหงิด แต่ก็รีบวิ่งตามขึ้นไปชั้นบนโดยเร็ว

“เป็นอะไร”

เขาถามเสียงห้วน เมื่อเปิดประตูเข้าไปเห็นเธอนอนนิ่งอยู่บนเตียง ความน้อยใจ ทำให้เพียงรวีไม่อยากตอบขึ้นมาดื้อๆ ยิ่งเห็นเธอเฉยเมย เขาก็ยิ่งเดือดดาลมากขึ้น

“ทีผัวถามไม่ยอมตอบ ทีกับชู้พูดกับมันเป็นต่อยหอยเชียวนะ”

เพียงรวีไม่รู้ว่าเอาเรี่ยวแรงมาจากไหน หญิงสาวผุดลุกขึ้น แล้วก็ตบใบหน้าคมเข้มของเขาเต็มแรง อธิวีย์กัดฟันกรอด

“ฉันพูดแทงใจดำใช่ไหม”

“สำหรับปากสิ้นคิดของคุณต่างหาก”

“ปากสิ้นคิดยังงั้นหรือ แล้วใครที่ร้องครวญคราง เพราะปากสิ้นคิดของฉันล่ะ”

เพียงรวีเงื้อมือหมายจะตบเขาอีกหน แต่คราวนี้อธิวีย์ไม่ยอม เขารวบมือของเธอเอาไว้ แล้วบีบแน่น จนหญิงสาวน้ำตาคลอ เพราะความเจ็บปวด

“อย่าคิดลองดีหรือท้าทายฉันเป็นอันขาด เพราะเธอจะมีแต่คำว่าเสียใจ ถ้าไปทำงานไม่ไหว จะนอนพักก็ได้ ฉันไม่ว่า แต่อย่าให้รู้นะว่าไปจู๋จึ๋กับนายแพท ถ้าเธอทำอย่างนั้นเมื่อไหร่ ฉันจะฆ่าให้ตายทั้งสองคน”

เขาพูดจบก็เดินกระแทกเท้าปังๆ ออกไปจากห้อง หลังจากอธิวีย์ออกไปได้เพียงไม่กี่นาที เพียงรวีก็วิ่งไปโก่งคออาเจียนในห้องน้ำจนหมดไส้หมดพุง

 

การกระทำของอธิวีย์ ทำให้เพียงรวีเกิดอาการอยากกลับบ้านขึ้นมาอย่างกะทันหัน ถึงแม้บ้านหลังนั้นจะไม่มีบิดามารดาอยู่เคียงข้างแล้ว แต่กลิ่นอายแห่งความสุขในอดีตยังตราตรึงอยู่ในความทรงจำ ขอเพียงได้กลับบ้านบางทีบรรยากาศเก่าๆ อาจจะช่วยเยียวยา ความเจ็บปวดในใจของเธอให้บรรเทาเบาบางลงได้

เมื่อคิดเช่นนั้น หญิงสาวจึงขออนุญาตบิดากับมารดาของสามี ซึ่งอธิษฐ์กับแพรนวีย์ก็อนุญาต ด้วยความเต็มใจ แม้ทั้งสองทราบดีว่าจะต้องเสี่ยงต่อการถูกลูกชายโกรธก็ตาม อธิษฐ์ให้คนขับรถไปส่งเพียงรวีที่บ้าน บางทีเธออาจจะค้างที่นี่สักคืน หญิงสาวคิดในใจ กลับไปเธอก็ต้องนอนร้องไห้คนเดียว เขาไม่ยอมกอดให้ความอบอุ่นแก่หัวใจของเธอด้วยซ้ำ

“อ้าว! พีชทำไมหน้าตาท่าทางไม่ค่อยสบาย”

พ่อเลี้ยงของเพียงรวีส่งเสียงทักทาย หลังจากรับไหว้หญิงสาวแล้ว

“พีชเวียนศีรษะ แล้วก็อยากจะอาเจียนค่ะอาพงษ์”

“หือ! แล้วทำไมไม่อยู่บ้านโน้น ฝืนสังขารมาทำไม”

น้ำเสียงของพ่อเลี้ยงดูเป็นห่วงเป็นใย เพียงรวีมองหน้าของอาพงษ์ เธอรู้สึกว่าเขาสดใสและมีสง่าราศีขึ้น

“อาพงษ์เลิกการพนันได้แล้วใช่ไหมคะ”

“ตั้งแต่หายจากการถูกซ้อมคราวนั้น อาก็ไม่ไปยุ่งเกี่ยวอีก พอแล้ว เข็ดแล้วจริงๆ”

พงษ์ศิลป์ทำเสียงเข็ดหลาบอย่างจริงจัง

“พีชดีใจจริงๆ แล้วพี่เอ้กลับบ้านทุกวันไหมคะ”

“กลับมาทุกวันนั่นแหละ ตอนนี้กำลังจีบสาว” พงษ์ศิลป์พูดถึงลูกชายยิ้มๆ ใบหน้าของเขาดูมีความสุขขึ้นมาก

“พี่เอ้จีบสาวคนไหนคะอา”

“เขาจีบสาวแบงค์”

“แหม! พี่เราเท่ซะไม่มี จีบสาวแบงค์ซะด้วย”

“สวยมากทีเดียว ถ้าไม่สวย เอ้คงไม่จีบ” พ่อเลี้ยงพูดยิ้มๆ

“เชอะ! หมั่นไส้พวกผู้ชาย ถ้าผู้หญิงไม่สวย คงไม่จีบใช่ไหมคะอา”

เพียงรวีคิดถึงใครบางคนขึ้นมาทันที ขานั้นก็บ้าความสวยเหมือนกัน

“ไม่ใช่ทุกคนหรอก แต่ผู้ชายส่วนมากก็ชอบผู้หญิงสวยๆ ทั้งนั้น แล้วนี่คุณปายไม่ได้มาด้วยหรือ”

“เขาไปทำงานจ้ะ” เพียงรวีตอบเสียงแผ่ว

“แล้วตอนเย็น คุณปายจะมารับพีชไหม อาจะได้ทำกับข้าวเผื่อ”

“พีชก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่บางทีพีชอาจจะค้างที่นี่ก็ได้”

คำพูดของลูกเลี้ยง ทำให้พงษ์ศิลป์พอจะเข้าใจอะไรได้ลางๆ ยายพีชคงมีปัญหากับคุณปาย เป็นความผิดของเขาหรือเปล่านะ ที่วางกับดัก จนสองคนนี้ได้แต่งงานกัน แต่เขาก็มั่นใจว่า เขาเห็นแววตาชนิดหนึ่งที่คุณปายมองยายพีช แววตาชนิดนี้เป็นแววตาที่ใครๆ ก็ปรารถนา เพราะมันหมายถึง...

 

วันนี้ที่ทำงานของอธิวีย์ค่อนข้างจะวุ่นวาย เพราะมีแขกมาติดต่องานเกือบตลอดเวลา โทรศัพท์มือถือของชายหนุ่มก็ดังเกือบจะทุกสิบนาทีเช่นกัน แต่น่าแปลกที่มันไม่เคยมีสายเรียกเข้า จากคนที่เขากำลังเฝ้าคอย เขาอยากให้เจ้าหล่อนโทรมา เขาอยากฟังเสียงหวานใส เขาอยากให้ความเหนื่อยล้าในหัวใจนี้จางหาย แต่ยิ่งรอ เขาก็ยิ่งผิดหวัง

ตอนเย็นวันนั้น หลังจากเลิกงานแล้ว อธิวีย์รีบบึ่งรถกลับบ้านทันที หลังจากจอดรถในโรงรถเรียบร้อยแล้ว ประโยคแรกที่ชายหนุ่มเอ่ยถามคนในบ้านก็คือ

“คุณพีชอยู่ไหน”

“เอ่อ...”

ครั้นเห็นคนในบ้านอึกอัก อธิวีย์ก็ชักสีหน้าไม่พอใจ ทำงานเหนื่อยมาทั้งวัน ยังมาเจอคนติดอ่างเอ้ออ้าอีก

ทันใดนั้น แพรนวีย์ก็ปรากฎกายขึ้นมาพอดี อธิวีย์จึงรีบหันไปถามมารดาโดยเร็ว

“แม่ครับ พีชไปไหน ทำไมจึงไม่ยอมออกมารับผม” ทำไมเขาจึงคาดหวังให้ยายแก้มป่องทำหน้าที่เมียที่ดีด้วยนะ

“เขาขออนุญาตไปบ้านของเขาจ้ะ พ่อกับแม่ก็เลยอนุญาต”

“แม่...อนุญาตได้ยังไง เขาไม่สบายอยู่นะ” ผู้เป็นลูกชายเอะอะโวยวายขึ้นมาทันที

“ปายไม่ต้องเป็นห่วงหนูพีชหรอกจ้ะ เพราะคุณพ่อให้คนขับรถไปส่งถึงบ้านเลยทีเดียว”

พอฟังมารดาพูดจบ ผู้เป็นลูกชายก็เดินกลับไปที่โรงรถอีกครั้ง แพรนวีย์ถามขึ้นอย่างร้อนใจ

“ปายจะไปไหนจ๊ะ”

“ปายจะไปรับเมียกลับบ้านครับแม่”

อีกไม่กี่นาทีต่อมา รถเบนซ์สีดำสุดหรูก็พุ่งทะยานออกไปจากบ้านอธิรักษ์อย่างรวดเร็ว

 

“พีชสบายดีหรือเปล่า”

พอทราบข่าวว่าเพียงรวีกลับมาบ้าน ดำรงวุธก็รีบมาถามข่าวทันที เพียงรวีมองชายหนุ่มตรงหน้าอย่างเต็มตาเป็นครั้งแรก เมื่อก่อนนั้น ตอนที่เธอยังไม่ได้แต่งงาน เธอไม่กล้ามองเขาอย่างเต็มตาเลยสักครั้ง เพราะสายตาอันแปลกประหลาด หากแฝงไปด้วยความอบอุ่นของเขา ทำให้เธออดเขินอายไม่ได้ แต่ตอนนี้เธอกลับกล้ามอง เพราะความรู้สึกที่มีต่อเขานั้น เธอเพิ่งแน่ชัดประจักษ์ใจ

“ว่ายังไงน้องสาว สบายดีหรือเปล่าครับ”

เขาเรียกน้องสาว เพื่อตอกย้ำความรู้สึกของตนเอง หากดวงตาคู่นั้น ยังหม่นเศร้าอยู่เสมอ

“พี่เป้”

“พี่ก็ยืนอยู่แค่นี้ เรียกทำไมจ๊ะ”

“เรียกไม่ได้หรือคะพี่ชาย”

เพียงรวีเอียงคอมองเขาแล้วยิ้มให้ สีหน้าของเธอเริ่มสดใสขึ้นมาบ้าง ดำรงวุธอยากจะเอื้อมมือไปขยี้เรือนผมนุ่มสลวยเหมือนที่เคยทำมาเป็นประจำ เวลาที่เธอก่อกวนประสาทเขา แต่ตอนนี้เขากลับทำไม่ได้ เพราะเธอมีเจ้าของแล้ว หากเขาทำ มันย่อมไม่เหมาะสมด้วยประการทั้งปวง ดีไม่ดีถ้าเจ้าของเธอมาพบเจอ เขาอาจจะเจ็บตัว เพราะความขี้หึงของคุณปาย

ขณะที่หนุ่มสาวทั้งสองกำลังยืนเกาะรั้วพูดกันอยู่นั้น จู่ๆ เพียงรวีก็ต้องตัวแข็งทื่อ เมื่อมีมือใหญ่ของใครบางคนยื่นมาโอบไหล่บอบบางของเธออย่างเป็นเจ้าของ

“กำลังพูดอะไรกับคุณเป้หรือครับที่รัก”

คำว่าที่รักที่หลุดออกมาจากปากแดงสวยของเขา ยิ่งทำให้เพียงรวีตัวแข็งทื่อมากยิ่งขึ้น แต่อุ้งมือใหญ่ของเขา กลับกดไหล่บอบบางของเธออย่างแรง คล้ายจะเป็นการบอกใบ้ทางอ้อมว่า การที่เธอยืนเกาะรั้วคุยกับไอ้พี่เป้ เป็นสิ่งที่เขาไม่ชอบใจเลยแม้แต่น้อย

“ผมมาถามข่าวคราวของพีชเท่านั้นครับคุณปาย ขอตัวก่อนนะครับ”

ดำรงวุธโค้งศีรษะให้อีกฝ่ายเล็กน้อย ก่อนจะหันหลังเดินกลับเข้าบ้านอย่างรู้กาลเทศะ ทันทีที่ร่างของเพื่อนบ้านหนุ่มลับสายตา อธิวีย์ก็ปล่อยมือจากไหล่บอบบางของภรรยาอย่างรวดเร็ว

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

  

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

                   

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 462 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

15,467 ความคิดเห็น

  1. #14118 deadspacess (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2553 / 12:47
     มี ทั้ง เศร้า และ ผี เข้า ผี ออก ปาย เปง ไร หน่ออ ผี เข้า ผี ออก ยุ นั้น แหละ สง สาร น้อง พีช จัง เลย อ๊า!!~~~~~~~~~~~~~~
     สง สาร ดา ด้า ด้วย รัก เดียว ใจ เดียว ขอ ชม เชย!!~~~~~~~~~~~~~~~
     น้อง พีช ท้อง แล้ว อ๊ะ  น่า จะ น๊าา ดี จัง เลย แต่ จะ เข้า กับ ปาย ได้ ใหม หน่ออ!!~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~
    #14,118
    0
  2. #12259 mink (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2553 / 00:01
    ตอนนี้สงสารดาด้า..

    #12,259
    0
  3. #11240 devam-ing (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2553 / 23:04
    คุณปาย นี่ทั้งหื่น ทั้งบ้ากาม
    แถมยังอารมณ์แปรปรวน
    อย่างกับผู้หญิงวัยทองอย่างนั้นแหละ
    เฮ้ย..สงสารน้องพีชจัง.

    สนุกค่ะ
    เป็นกำลังใจให้ไรเตอร์...สู้  สู้นะคะ
    #11,240
    0
  4. #9887 mx. (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 27 เมษายน 2553 / 19:56
    ใจร้ายได้อีกอ้ะ - -;

    แต่ก้หนุกหนาน55
    #9,887
    0
  5. #9475 kanykan (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 23 เมษายน 2553 / 14:15

    ปายนะผีเข้าผีออกเดียวดีเดียวร้ายทำเอาพีชงอนแล้ว

    #9,475
    0
  6. #9097 gugig (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 21 เมษายน 2553 / 09:53
    รำคาญปายจัง อารมณ์เปลี่ยนง่ายมาก

    เดี๋ยวลากออกมากระทืบซะนี่ ทำให้คนท้องร้องไห้บ่อย
    #9,097
    0
  7. #9072 namlovesjtvxq (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 21 เมษายน 2553 / 00:59
    ปายนี่เี๋ดี๋ยวดีเดี๋ยวบ้าตามอารมณ์ไม่ทัน

    สงสารพีชจัง
    #9,072
    0
  8. #8883 araeako (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 19 เมษายน 2553 / 13:31
    น้องพีช ต้องท้องแล้วแน่เลยอ่ะ
    #8,883
    0
  9. #8032 pimmy2 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 13 เมษายน 2553 / 22:48

    นายปายเลวอีกแล้วนะ อยากยุให้พีชทิ้งจริงๆ ดูซิจะทำยังไง น่าโมโหนัก

    #8,032
    0
  10. #7470 beau-01 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 10 เมษายน 2553 / 01:46

    โดนฟาดงวงฟาดงาอีกจนได้

    #7,470
    0
  11. #7329 rosemera (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 8 เมษายน 2553 / 23:40
    รู้สึกว่าพระเอกโรคจิต
    #7,329
    0
  12. #7269 sornlove (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 8 เมษายน 2553 / 15:36
    สงสารพีชอ่ะ
    #7,269
    0
  13. #7155 yuletied (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 7 เมษายน 2553 / 20:34
    อารมณ์เเปรปรวนอีกเเล้ว...-.-
    ตามไม่ทัน
    5555+
    #7,155
    0
  14. #7110 fairygirl-angle (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 7 เมษายน 2553 / 15:15
    สนุกค่ะ
    #7,110
    0
  15. #6614 sand-rose (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 3 เมษายน 2553 / 19:42

    ทำไมคุณปายใจโลเลจังน่าสงสานหนูพีช

    #6,614
    0
  16. #6600 ssjjjung (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 3 เมษายน 2553 / 17:37
    พี่ปายน่าตบได้อีก
    #6,600
    0
  17. #6596 zoomdustuff (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 3 เมษายน 2553 / 17:15

     อ่านเเล้วสงสารพีชมากเลยค่ะ พี่ยุ้ย ทำไมปายผีเข้าผีออกตลอดเลย เมื่อไหร่ปายจะรู้หัวใจตัวเองซักที 

     อย่างนี้ต้องให้พีชงอนซะให้เข็ด เเล้วให้ปายตามง้อนานๆหน่อย อิอิ เเต่ดีใจที่พีชจะมีเจ้าตัวเล็กเเล้ว
    #6,596
    0
  18. #6581 crazypeach (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 3 เมษายน 2553 / 13:50
    อย่างนี้ต้องพรากซะให้รู้แล้วรู้รอด 555+

    เย่ ในที่สุดนู๋พีชก็กำลังจะมีเจ้าตัวน้อยแล้วละสิเนี่ย

    ป.ล. ต้องลงโทษคุณปายซะให้เข็ดเลยจะได้รู็ใจตัวเองซักที

    #6,581
    0
  19. #6572 noovaw (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 3 เมษายน 2553 / 12:40
    เอาอีกแล้วนายปาย เอาอีกแล้วสงสัยคราวนี้ผีดาด้าจะเข้า

    เซ็งคนอยู่ไม่ห่วงหาวงคนตาย

    เดี๋ยว น้องพีชหนีเมื่อไหร่จะรู้สึก
    #6,572
    0
  20. #6525 sella turcica (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 3 เมษายน 2553 / 01:01
    อาการอย่างนี้แสดงว่าคุณหญิงย่าจะได้ของขวัญพิเศษแล้วแน่เลยค่ะ
    #6,525
    0
  21. #6524 pufferfish-g (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 3 เมษายน 2553 / 00:50
    นายปายเริ่มทำตัวน่าหมั่นไส้อีกแล้วนะ
    #6,524
    0
  22. #6496 Happyzy (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 2 เมษายน 2553 / 22:26
    หมั่นไส้พระเอก - -+
    #6,496
    0
  23. #6427 nestlelove (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 2 เมษายน 2553 / 17:23
    นู๋พีชต้องท้องแน่เลย
    คุณปายก็ชอบพูดจาแรงๆๆ
    สงสัยจะได้รับผลจากที่นู๋พีชท้องแน่เลย
    #6,427
    0
  24. #6422 kaewladymafia (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 2 เมษายน 2553 / 16:47

    จะรักหรือจะร้ายกันแน่เนี่ยตาปาย   น่าหมั่นไส้มาก

    น้องพีชท้องชัวร์เลยปวดหัวอยากอาเจียนซะขนาดนี้

    ไม่มีน้องพีชแล้วปายจะรู้สึก  ชิ

    #6,422
    0
  25. #6418 black-of-blood (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 2 เมษายน 2553 / 16:00

    เกลียดปาย จังเลย

    สงสารหนูพีช

    #6,418
    0